ความงามที่ซ่อนอยู่ภายในจะสำคัญอะไรถ้ามันสวยแต่ไม่สบาย

ผู้เขียนพยายามแล้วที่จะหาคำขึ้นต้นเท่ๆ แต่ใจร้อนค่ะ เรื่องราวด้านล่างสนุกเกินกว่าจะเกริ่นเล่า ชุดชั้นในที่มีจุดเริ่มต้นจากช่างตัดเสื้อที่แพ้ผ้าเส้นใยสังเคราะห์ บวกกับการตัดเย็บแบบโบราณ ทั้งแบบทรงน่ารักจนอยากจะใส่เป็นเสื้อด้านนอก

ออกจะเขินๆ ที่ The Entrepreneur จะพาคุณมารู้จักแบรนด์ชุดชั้นในแบรนด์ไทยน่ารักแบรนด์หนึ่ง ซึ่งต่อให้คุณเป็นผู้ชายที่แอบหลงหรือตั้งใจเข้ามาอ่าน เราก็ ‘ยังอยาก’ แนะนำให้คุณรู้จัก Younglek Under (ยังเล็ก) แบรนด์ชุดชั้นในสุดคราฟต์ของ เล็ก-ภัทรสิริ อภิชิต และคุณแม่ อยู่ดี ทั้งเรื่องราวแนวคิดการทำงานที่รักและความมุ่งมั่นสร้างสิ่งใหม่ๆ แบบที่ Younglek ตั้งใจ

และจะน่ารักมากหากคุณผู้ชายที่อ่านอยู่ ใช่ค่ะ คุณนั่นแหละจะหันไปทางไหน อ่านแล้วกดส่งลิงก์บทความนี้ให้แม่ น้องสาว หรือแฟนสาว ของคุณด้วย ซื้อไปเซอร์ไพรส์ก็ได้นะคะ เราไม่บอกใครหรอก

ยังเล็ก

ยังเล็ก

เริ่ม-ยังเล็ก

ด้วยพื้นฐานที่เป็นนักเรียนออกแบบและทำงานกองบรรณาธิการนิตยสารมากว่า 10 ปี ทำให้เล็กมีนิสัยชอบทำอะไรแปลกใหม่ไม่ซ้ำกับที่เคยมีในตลาด

จึงมาลงเอยที่ชุดชั้นใน เพราะเสื้อผ้าเป็นหนึ่งในหลายๆ เรื่องที่เธอสนใจตั้งแต่เด็กเพราะคุณแม่เป็นช่างตัดเสื้อ ซึ่งนอกจากเสื้อผ้าทั่วไปแล้วท่านยังเคยรับตัดเย็บชุดชั้นใน เนื่องจากสมัยก่อนไม่มีชุดชั้นในสำเร็จรูปขายแบบในปัจจุบัน ประกอบกับเมื่ออายุมากขึ้นแม่พบว่ามีอาการแพ้ผ้าเส้นใยอีลาสติก (Elastic Fiber) เส้นใยไนลอน (Nylon) จึงเป็นที่มาของการตัดชุดชั้นในใส่เอง

“เริ่มจากเรารู้สึกว่าชุดชั้นในผ้าสังเคราะห์ที่ใช้อยู่ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว ยิ่งเราต้องทำงานอยู่บ้านเป็นหลัก ไม่ได้อยู่ในห้องแอร์เย็นสบาย จึงปรึกษาแม่และให้ท่านทำขึ้นมาให้เราลองใส่ก่อน

“แต่ไหนแต่ไรมาเราพบว่าเราไม่ค่อยเจอเสื้อชั้นในแบบที่ถูกใจในท้องตลาด เพราะมักจะมุ่งเน้นสัดส่วนหรือความสวยงามคนละแบบกับที่มองหา ส่วนตัวเราชอบสไตล์โบราณและเก็บสะสมภาพชุดชั้นในโบราณอยู่แล้ว พอมีโอกาสเราก็รู้สึกอยากทำสิ่งนี้ อาจจะมีคนที่ชอบสไตล์วินเทจโบราณ มีคนที่แพ้ผ้าเส้นใยพลาสติกเหมือนกัน หรือมองหาความสบายแบบที่เรามองหา”

เราถามเล็กถึงภาพชุดชั้นในโบราณแบบที่เธอชอบว่าใช่แบบลูกไม้ระบายอย่างที่เรานึกภาพอยู่ตอนนี้หรือเปล่า โชคดีที่เธอบรรยายแบบทรงฝรั่งเศสให้เราฟัง ก่อนจะแอบคิดตามแล้วยืดหลังตรงไหล่ตั้ง

“จะเป็นทรงแบบฝรั่งเศส ผ้าลินินสีขาวมีลูกไม้ประดับริมบ้าง ใช้เชือกรัดแทนยางยืด เป็นยุคที่ผู้หญิงยังใส่กระโปรงสุ่มและกางเกงชั้นในยังเป็นแบบยาว แต่ก็คิดแล้วว่าทำจริงคงจะยาก ในช่วงเริ่มต้นจึงคิดแบบทรงที่คนจะเข้าถึงได้ง่ายกว่า เหมาะกับการใช้งานและรสนิยมที่พอจะเป็นปัจจุบัน”

Younglek เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเล็กกับแม่ โดยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่พบเห็นและสิ่งที่ชอบแล้วทดลองออกมาเป็นทรงแบบต่างๆ อย่างการใช้เทคนิคเย็บแบบสามมิติที่ใส่แล้วเข้ากับรูปร่างของคนมากกว่า

“ตอนแรกเราก็แอบคิดเหมือนกันว่าจะลงมือเย็บเองเลย แต่ความจริงมันยากมาก มันมีส่วนที่ต้องการความละเอียดในการตัดเย็บชุดชั้นใน จึงให้ช่างที่ทำงานเย็บเสื้อกับแม่อย่างยาวนานช่วยเรื่องเย็บให้ โดยกระบวนการเริ่มจากแม่เป็นคนทำแพตเทิร์นและตัด ก่อนจะส่งต่อให้ช่างเย็บซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้จักรเย็บปกติ ไม่ได้โบราณถึงขนาดใช้มือ”

อย่างที่เราคิดไว้ การเย็บเสื้อชั้นในเป็นงานละเอียด ใช้เวลานานกว่าเย็บเสื้อธรรมดาอีก

ยังเล็ก มาหลงรัก Younglek Under ชุดชั้นในคราฟต์และการตัดเย็บแบบวินเทจ

เล็ก-พิเศษ-ไม่ยำ-ไม่งอก

ความแตกต่างระหว่าง Younglek กับชุดชั้นในสำเร็จรูป คือการใช้เทคโนโลยีในการผลิตผ้า ซึ่งทำให้ผ้ายืดหยุ่นไปกับรูปร่างที่แตกต่างกัน

เมื่อ Younglek ตั้งโจทย์ว่าจะใช้ผ้าเส้นใยธรรมชาติแทนผ้าเส้นใยสังเคราะห์ เล็กและแม่จึงต้องย้อนกลับมาดูแพตเทิร์นและกระบวนการตัดเย็บว่าทำอย่างไรให้ผ้าที่ไม่ยืดใส่แล้วสบาย ซึ่งไม่ง่ายอย่างที่คิด ทั้งยังมีเรื่องขนาดของชุดชั้นในที่มีทั้ง S M L ต่างจากแต่ก่อนที่จะวัดตัวตัดให้พอดีกับแต่ละคน

“เราฝันอยากทำชุดชั้นในสำหรับผู้หญิงทุกคน เราเชื่อในการเคารพรูปร่างและส่วนโค้งเว้าของตัวเอง แต่พอมาทำจริงๆ แล้วถึงรู้ว่าชุดชั้นในมีรายละเอียดกว่าที่เราคิดเยอะมากๆ (เสียงไม้ยมกอีกประมาณ 6 ตัว) เพราะฉะนั้นเราคงต้องเริ่มไปทีละก้าวจริงๆ เราคงยังไม่สามารถไปถึงการเป็นชุดชั้นในสำหรับผู้หญิงทุกคนได้ในเร็ววัน

“แบบแรกๆ ที่เราทำออกมาอาจจะยังไม่ตอบโจทย์คนทุกรูปร่าง บางครั้งไม่ใช่เรื่องของรูปร่างด้วย เป็นเรื่องของทัศนคติ พอได้ทำเอง ไปขายเอง ไปเจอลูกค้า ทำให้เราเจอคนที่อาจจะไม่เหมือนเราเลยแต่ก็ชอบสิ่งที่เราทำ บางคนก็เข้ามาถามว่านี่ชุดว่ายน้ำหรือเปล่า เพราะคนจะไม่ชินกับชุดชั้นในที่มีลวดลายหรือรูปทรงแบบนี้”

นอกจากความสบาย เราถามเล็กถึงความรู้สึกของการลองใส่ชุดชั้นใน Younglek ในวันที่เธอค้นพบแบบทรงที่ใช่

“พอเราชอบอะไรที่วินเทจ เราก็จะรู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นตัวเองในกระจกด้วยชุดแบบที่เราอยากใส่และยิ่งใส่สบาย ปกติกางเกงชั้นในสำเร็จรูปผ้ายืดมันก็จะแนบพอดี แต่ทรงของเราไม่ใช่แบบนั้น มันจะมีความพองๆ ซึ่งเราใส่แล้วเราชอบตัวเองในกระจกมากๆ มันน่ารัก”

สารภาพว่า จังหวะที่ได้ยินเล็กพูดถึงภาพในหัวตอนนี้ ทำเอาเรากรี๊ดตามในใจ ยากเหลือเกินค่ะที่จะถ่ายทอดออกมาให้คุณผู้อ่านเข้าใจได้ เพราะสำหรับสาวหัวใจวินเทจแล้ว เวลาเราเจอความวินเทจที่ตามหามานาน คำว่าน่ารักของเราที่ออกจากปากมันอธิบายยากเหลือเกิน แต่แน่ล่ะ มันไม่ใช่ความน่ารักที่แค่น่ารัก แต่เป็นน่ารักที่มีไม้ยมกในท่อนสร้อย (น่ารักมากๆ ว่างั้น) ใช่แล้ว น่ารักมากๆ

ยังเล็ก ยังเล็ก

Under and Easy Wear

พักชมสิ่งที่น่าสนใจสักครู่ ถึงเวลาขายของแล้วคุณผู้ชม

โดยสรุปแล้วสินค้าของ Younglek มีอะไรบ้าง

“เราเริ่มจากเอาตัวเองเป็นหลัก อย่างเราอยู่บ้านมากกว่าออกไปข้างนอก เราก็อยากที่จะอยู่บ้านอย่างสบายที่สุด และในความสบายนั้นเราก็อยากสวยงามน่าใช้ด้วย เลยกำหนดไว้คร่าวๆ ว่าเป็น under and easy wear นั่นคือมีทั้ง underwear เสื้อชั้นใน กางเกงชั้นใน และ easy wear ที่ทำเป็นกางเกงขาสั้นใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง”

สินค้าชุดแรกของ Younglek เป็นกางเกงชั้นในอย่างเดียว ซึ่งทำให้เล็กมีเวลาเตรียมตัวสต็อกสินค้าไว้ก่อนระยะหนึ่ง แต่พอเริ่มทำเสื้อชั้นในซึ่งเธอมีช่างเย็บคนเดียว เพราะฉะนั้นการทำสต็อกเป็นเรื่องไม่ง่าย จึงเป็นการสั่งล่วงหน้า แต่วิธีการนี้มีข้อดี คือลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าอยากได้ผ้าลายไหน แบบทรงไหน พร้อมขนาดของตัวเองซึ่ง Younglek เข้าใจดีถึงความหลากหลายระหว่างสัดส่วนของร่างกายด้านบนและล่าง คนที่ข้างบนไซส์ M ข้างล่างอาจจะเป็นไซส์ S ดังนั้นการผลิตตามลูกค้าสั่งจะช่วยจัดการเรื่องนี้เพียงแต่ต้องใช้เวลารอ

“เราไม่อยากสนับสนุนการผลิตเยอะๆ เพื่อเหลือออกมาเป็นเศษทิ้งขว้างไม่มีค่าและค่าแรงในโรงงานก็ถูกมาก แต่ของ Younglek นอกจากค่าแรงที่สมเหตุสมผลแล้ว เราเรียกช่างเย็บว่าพี่ทุกคน เพราะเห็นเขามาตั้งแต่เรายังเด็ก เราอยากให้ทุกคนรู้สึกดีกับการทำงานด้วยกัน พอเขารู้ว่าเราจะทำแบรนด์ชุดชั้นในเขาก็ตื่นเต้นไปด้วย สิ่งนี้เป็นเหมือนงานทดลองความฝันของการมีแบรนด์ของตัวเองแบบที่เราชอบ งานที่พัฒนาผลิตภัณฑ์เราจะทำได้หรือเปล่า ซึ่งเสียงตอบรับถือว่าโอเคทั้งๆ ที่มันอาจจะแปลกใหม่สำหรับคนทั่วไป”

ยังเล็ก ยังเล็ก

I’m Not A Girl, Not Yet A Women

เราถามเล็กว่า Younglek ของเธอจะเป็นอย่างไรเมื่อโตขึ้น

“เราทำแบรนด์นี้จากความสนใจส่วนตัว โดยที่ไม่ได้มองว่าแบรนด์ยังเล็กจะต้องความสำเร็จในเวลาอันสั้นนี้ เราทำเพราะเราอยู่กับมัน เราทำเพราะเราใช้เอง ไม่อยากจะเร่งว่าเราต้องเป็นที่รู้จักหรือคนต้องมาให้ความสนใจแบรนด์เรากันเยอะๆ เพราะเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ เรารู้อยู่แล้วว่าคนที่ชอบแบบเรามีอยู่ไม่เยอะ”

สิ่งหนึ่งที่เล็กคิดถึงและให้ความสำคัญอยู่เสมอคือ เธอไม่สนับสนุนการซื้อและการบริโภคเกินความจำเป็น

“เพราะฉะนั้นเราไม่อยากให้ของของเราเป็นของตามแฟชั่นที่เห็นสวยแล้วก็ซื้อ เราจึงไม่ได้มีแผนการตลาด ไม่กดดันตัวเองว่าต้องมีสินค้าออกมาเยอะๆ ให้คนเลือก เราแค่อยากจะทำ ทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองไม่เบื่อสิ่งนี้และทำมันต่อไปเรื่อยๆ เพื่อที่เราจะยังอยู่ตรงนี้ อยู่ในที่ที่หากเขาต้องการเขาจะมองเห็นเราเสมอ

“เราอยากจะค่อยๆ ทำ ค่อยๆ พัฒนา เพราะเป็นงานที่มีรายละเอียดเยอะมาก และถ้าหากเรากวาดไปกว้างๆ ก่อน เราก็อาจจะทำอะไรไม่ดีเลยสักอย่างเดียว”

เล็กบอกว่า ส่วนหนึ่งที่เธอเลือกจะทำ Younglek ด้วยแนวคิดแบบนี้ เป็นเพราะเธอมีพื้นฐานจากการเรียนออกแบบซึ่งสอนให้เธอตั้งโจทย์แล้วออกแบบสิ่งที่ไปตอบโจทย์นั้น สิ่งที่เล็กทำไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตามที่ผ่านมา ทำหนังสือหรือทำแบรนด์ Younglek ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากการหาโจทย์ที่น่าสนใจจากช่องว่างที่พบ และมันไม่ได้แค่ที่การออกแบบเท่านั้น แต่ยังผสมผสานกับงาน craft หรืองานทำมือแบบที่เธอสนใจ

“เราเองสนใจงานทำมืออยู่แล้วและเราก็เป็นสื่อด้วย เมื่อมองภาพรวมของวงการในทุกวันนี้ เราพบว่าคนทำงาน craft เยอะขึ้น แต่ว่าทำไมสุดท้ายมันกลายเป็นงานคราฟต์ที่ออกมาเหมือนๆ กันไปหมด อาจเป็นเพราะไม่ได้มีโจทย์ที่แตกต่างแต่แรก พอไม่มีโจทย์ที่แตกต่างของมันก็ออกมาเหมือนกัน

“ในขณะที่เรามองว่าคำว่า craft จริงๆ มันไม่ใช่แบบนั้น ถ้าเรานึกถึงคุณลุงหลายๆ บ้านที่สานตระกร้าหรือเครื่องจักสานสักอย่าง นอกจากขนบวิธีและขั้นตอน เสน่ห์ของงานฝีมือคือคนทำที่ใส่จริตของตัวเองลงไป เช่น ลุงคนนี้ขี้เกียจหน่อย ตัวหวายหรือเส้นตอกก็อาจจะเป็นเส้นใหญ่ๆ ไม่เนี้ยบมาก ออกมาเป็นตระกร้าแบบหนึ่ง ขณะที่ลุงอีกคนเป็นคนละเอียดมาก งานก็จะออกมาอีกแบบหนึ่ง มันไม่มีถูกหรือผิด จะว่าไปอาจเป็นเพราะระบบการศึกษาที่สอนให้เราเคยชินกับการทำให้เหมือนๆ กัน มันก็เลยกลายเป็นว่า ทำงาน craft ก็จริง แต่ไม่ต่างจากงานอุตสาหกรรม เพราะทำออกมาก็เหมือนกันไปหมด ไม่ได้ใส่จริตตัวเองลงไป”

ได้ยินได้ฟังแบบนี้แล้วใครจะทนไหว อยากจะซื้อแล้วใส่เสียตรงนั้น พูดไปก็ขนลุกค่ะ หลังจากตัดสินใจเลือกแบบทรงและสีอยู่เป็นเวลานาน (นานกว่าการพูดคุยเรื่องราวด้านบน) เราก็รับเสื้อและกางเกงชั้นในมาอุปการะ ระหว่างรีบเขียนบทความนี้อยู่ก็ใจอยู่ไม่สุขเลย ลังเลว่าจะถอดเทปหรือถอดเสื้อไปลองชุดชั้นในก่อนดี

ถ้าบทความนี้เป็นภาพยนตร์ ย่อหน้าก่อนก่อนสุดท้ายนี้คงเป็นเหมือนฉากเบื้องหลังผ้าหลุด เอ้ย ภาพหลุด ที่ไม่มีสาระใดๆ เมื่อเทียบกับเนื้อหาบทความทั้งหมด แต่ผู้เขียนก็ยืนยันจะปิดท้ายบรรยากาศไว้อย่างนี้ เพราะมีให้เลือกระหว่าง 4 บรรทัด กับการรีวิวพร้อมภาพ แน่นอนคุณผู้อ่านไม่อยากเห็นตัวเลือกหลังแน่ สวัสดีค่ะ
(จบจริงๆ แล้ว)

ยังเล็ก

ภาพ: Younglek

Rule

  1. รักษาสมดุลชีวิต ด้วยการหากิจกรรมที่พาตัวเองออกมาจากคอมพิวเตอร์ เช่น อบขนมบ้าง เย็บเสื้อตัดเสื้อบ้าง บ่อยครั้งที่กิจกรรมเหล่านี้สร้างสมาธิช่วยให้เราคิดงานออก
  2. ออกกำลังกาย ก่อนหน้านี้เราไม่ชอบทำอะไรเป็นกิจวัตร แต่การเล่นโยคะนี้นอกจากช่วยให้ร่างกายตื่นตัวแล้ว ยังสอนเรื่องการลดอัตตา จากที่เคยชินกับการเป็นคนเก่งทำทุกอย่าง ในห้องเรียนโยคะเราเป็นนักเรียนที่เรียนอ่อนที่สุด
  3. เวลาจะทำงานอะไรสักอย่าง เราไม่ค่อยคิดว่าทำแล้วจะได้อะไร แต่มักคิดว่าเราจะได้ทำอะไรมากกว่า

    Facebook | younglekUNDER
    Instagram | @younglek.co

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มนูญ ทองนพรัตน์

ชอบไปบ้านคนอื่นแต่ชอบอยู่บ้านตัวเอง ตื่นเต้นกับความคิดของคนที่มีต่อที่อยู่อาศัย เพราะบ่อยครั้งที่เรื่องเล่าถึงเรื่องราวรอบๆ ตัวจะบอกถึงเรื่องจริงที่อยู่ข้างในตัวได้เสมอ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

‘Nimnim Noodle’ คือแบรนด์เส้นไข่ขาวที่เป็นนวัตกรรมครั้งแรกของโลก ซึ่งคิดค้นโดยคนไทย

ทั้งหมดเริ่มมาจากงานวิจัยสมัยเรียนปริญญาเอกด้านโภชนาการของ เกรท-อุมาพร บูรณสุขสมบัติ ที่อยากทำอาหารสำหรับผู้ป่วยชนิดนี้ด้วยเหตุผล 3 ข้อ

หนึ่ง เธอเห็นปัญหาของผู้ป่วยที่ต้องกินไข่จำนวนมาก แต่โดนจำกัดอยู่ที่รูปแบบเดิมๆ หากไม่กินก็ไม่มีโปรตีนจากไข่เข้าไปฟื้นฟูร่างกาย ทำให้ร่างกายคนป่วยแย่ลงเรื่อยๆ

สอง เธอมาตีโจทย์ต่อว่า ไข่ขาวสามารถปรับเป็นรูปแบบใดได้บ้าง ถ้าดูตามโครงสร้างวิทยาศาสตร์ โปรตีนของไข่ขาวมีลักษณะลื่น น่าจะนำมาทำเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวได้ 

สาม ก๋วยเตี๋ยวเป็นอาหารที่ทั้งคนไทย คนเอเชีย และทั่วโลก รู้จักดีอยู่แล้ว ถ้าทำขึ้นมาน่าจะเป็นประโยชน์อย่างกว้างขวาง โดยเริ่มจากกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ป่วยก่อน แล้วค่อยขยายไปยังกลุ่มคนรักสุขภาพ

Nimnim Noodle นวัตกรรมเส้นไข่ขาวครั้งแรกของโลกคิดโดยคนไทย ที่อยากให้คนป่วยได้กินของอร่อย

ธุรกิจเติบโตจากงานวิจัยบนหน้ากระดาษ เป็นแบรนด์ที่ปัจจุบันส่งออกไปยังหลายประเทศ ทำให้ทั้งผู้ป่วย ครอบครัวผู้ป่วย และคนรักสุขภาพ มีความสุขกับการกินอาหารมากขึ้น แต่เธอคงทำไม่สำเร็จ หากไม่มีอีกสองแรงสำคัญอย่าง ฟิ้ง-ปณัสสา กาญจนวิเศษ นักธุรกิจหลายอุตสาหกรรมผู้เข้ามาดูแลเรื่องการขายและการตลาด และ ตื๋อ-วรวีร์ เชาวน์พิชญ์ชยา ผู้มีประสบการณ์ด้านอุตสาหกรรมอาหารหลากหลาย

“เราต้องทำให้ผู้ป่วยได้กินของมีประโยชน์ ไม่เป็นโทษ และที่สำคัญ มันต้องอร่อย เพราะถ้าไม่อร่อย เขาจะลองครั้งเดียวแล้วก็เลิก” นั่นคือความตั้งใจของ Nimnim Noodle ทั้งในวันนั้นและวันนี้

Nimnim Noodle นวัตกรรมเส้นไข่ขาวครั้งแรกของโลกคิดโดยคนไทย ที่อยากให้คนป่วยได้กินของอร่อย

ฉีกซอง

เกรทและฟิ้งรู้จักกันสมัยเป็นดีเจรุ่นแรกของ Center Point ส่วนเกรทกับตื๋อเจอกันตอนทำงานที่บริษัทนำเข้าวัตถุดิบอาหาร จนมาเป็นพาร์ตเนอร์ทำธุรกิจขายสินค้าอาหารสุขภาพ เพราะอยากขายของดีๆ ที่ตัวเองเลือก ที่ตัวเองกิน ที่ตัวเองอยากได้ 

7 ปีให้หลัง เธอตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาเอกด้านโภชนาการที่มหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ นิ่มนิ่ม เส้นไข่ขาว ในวันนี้

การเรียนครั้งนั้นแตกต่างจากงานที่เกรทเคยทำก่อนหน้า พื้นฐานที่เธอมีคือการประดิษฐ์อาหารขึ้นใหม่จากวัตถุดิบต่างๆ โดยไม่เอาเงื่อนไขธรรมชาติมาจำกัดไอเดียตัวเอง ขณะที่นักโภชนาการที่ทำงานกับโรงพยาบาลจะเลือกอาหารที่มีอยู่แล้วในท้องตลาดมาให้ผู้ป่วยบริโภค

เธอเปรียบเทียบให้ฟังว่า “ยกตัวอย่างเช่น อาหารที่ผู้ป่วยต้องกินประจำอย่างไข่ต้ม ถ้าเป็นนักโภชนาการ เขาจะเอาไข่ต้มไปเสิร์ฟผู้ป่วยเลย แต่เราเป็นนักวิทย์ด้วยเลยคิดต่อว่าทำอย่างไรให้มันกินง่ายขึ้น และทุกคนกินได้ ก็ออกมาเป็นเส้นไข่ขาว”

โจทย์แรกคือการแก้ปัญหาให้ผู้ป่วย เรื่องอาหารเป็นโจทย์สำคัญของทั้งครอบครัวที่ต้องหาทางออกร่วมกัน ฟิ้งเป็นอีกคนที่เจอปัญหานี้ คุณพ่อของเธอเป็นมะเร็งนานถึง 10 ปี ตลอดเวลานั้นเห็นพ่อกินไข่ขาวทุกวันจนกินไม่ไหว ร่างกายแย่ลง

“มันเป็นวงจร ถ้าผู้ป่วยต้องกินไข่ขาว พอไม่กิน โปรตีนไม่เข้าสู่ร่างกาย ร่างกายก็สร้างเม็ดเลือดหรือภูมิคุ้มกันไม่ได้ พอไม่มีภูมิคุ้มกันก็ไม่ฟื้นฟู พอไม่ฟื้นฟูก็ต้องนอนโรงพยาบาล วนไปแบบนี้”

Nimnim Noodle นวัตกรรมเส้นไข่ขาวครั้งแรกของโลกคิดโดยคนไทย ที่อยากให้คนป่วยได้กินของอร่อย

ก่อนจะลงเอยที่ไข่ขาว เธอทดลองโปรตีนใกล้ตัวหลายชนิด เช่น โปรตีนถั่วลันเตา โปรตีนข้าวกล้อง และโปรตีนถั่วเหลือง แต่พบว่าไข่ขาวมักเป็นสิ่งที่คุณหมอพูดถึงเสมอ โดยเฉพาะกับผู้ป่วยโรคไตหรือมะเร็ง ที่สำคัญ ให้เนื้อสัมผัสดีที่สุด การทดลองจึงต้องคำนึงถึง 3 องค์ประกอบ

หนึ่ง กายภาพ เส้นลื่นไป เส้นแข็งไป เส้นสากไป แบบนี้เป็นเรื่องทางกายภาพทั้งหมด

สอง ประสาทสัมผัส โดยทดลองกับผู้บริโภคหลายกลุ่ม ทั้งผู้ป่วย คนสุขภาพดี ผู้สูงอายุ ว่ากินแล้วรู้สึกยังไง จนได้สูตรที่อร่อยและเป็นที่ยอมรับ

สุดท้ายสำคัญที่สุด โภชนาการ เพราะตั้งธงว่ากลุ่มเป้าหมายคือผู้ป่วย 

“อาหารจำพวกเส้นปกติจะมีแป้ง ถ้าเส้นของเรามีแป้งอีก ผู้ป่วยก็จะได้รับส่วนเกินที่เขาไม่ต้องการ เราจึงตั้งใจทำเส้นที่มีโปรตีนสูง ไม่มีแป้ง และไม่ใส่ไขมันลงไป เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานทานได้ด้วย ข้อจำกัดเหล่านี้คือความยาก แต่ต้องทำเพื่อให้ผู้ป่วยได้กินของมีประโยชน์ ไม่เป็นโทษ และที่สำคัญ มันต้องอร่อย เพราะถ้าไม่อร่อย เขาจะลองครั้งเดียวแล้วก็เลิก”

Nimnim Noodle นวัตกรรมเส้นไข่ขาวครั้งแรกของโลกคิดโดยคนไทย ที่อยากให้คนป่วยได้กินของอร่อย

เทเส้น

จริงอยู่ที่ไอเดียของนิ่มนิ่มตั้งต้นมาจากงานวิจัยปริญญาเอก แต่เพราะถูกคิดมาอย่างถี่ถ้วน โดยคนที่เคยทำงานในแวดวงอาหารจริงๆ เลยทำให้ไอเดียนี้มีศักยภาพมากกว่าผลวิจัยบนหน้ากระดาษ จนได้รับความสนใจจากนักลงทุน

เกรทเล่าว่า “ตอนทำวิจัยนี้ขึ้นมา อาจารย์ท่านหนึ่งบอกเราว่า ถ้าไม่มีนายทุน เธอทำต่อไม่ได้หรอก ซึ่งตอนนั้นเราแค่อยากเรียนจบ ไม่คิดว่าจะต้องทำเป็นธุรกิจด้วยซ้ำ แต่พออาจารย์พูดแบบนี้ เราก็เลยวิ่งหานักลงทุน นำเสนอให้เขาลงทุนกับโปรเจกต์นี้ของเรา จะได้เรียนให้ผ่านไป

“จุดเปลี่ยนคือตอนที่มีนักลงทุนสนใจเราจริงๆ เลยทำให้อาจารย์ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่สนใจอยากได้มันมากขึ้น ก็เลยมาชวนเราไปทำด้วยกัน ในตอนนั้นเราจึงอยากจะช่วยและพาไปรู้จักกับคอนเนกชั่นธุรกิจที่เรามี เพราะเคารพและไว้ใจว่าเราจะโตไปด้วยกัน แต่พอเกิดล็อกดาวน์ เราไม่ได้ไปมหาวิทยาลัย หลังจากนั้นถึงได้รู้ว่า เขาไปจดทะเบียนตั้งบริษัทของเขา และเพิ่มหุ้นส่วนซึ่งเป็นคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้เรียบร้อยแล้ว และบอกว่าตัวเองเป็นคนคิดค้น โดยไม่มีชื่อเราอยู่ในนั้นเลย”

ที่ลุกขึ้นมาเล่าเรื่องนี้ให้เราฟัง เธอไม่ได้ต้องการทำร้ายอีกฝ่ายหรือมองว่าเป็นคู่แข่ง แต่เพราะอยากให้เป็นอุทาหรณ์ให้คนอื่นๆ ที่อาจกำลังเจอสถานการณ์คล้ายๆ กัน ให้ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตัวเอง และปกป้องสินค้าที่ทำมาด้วยอุดมการณ์

“เราอาจจะเคยได้ยินบ่อยๆ ไหม เช่น อาจารย์เคลมผลงานลูกศิษย์ หัวหน้าเคลมผลงานลูกน้อง หรือเมนูของเชฟใหญ่อาจจะมาจากไอเดียของเด็กในครัวก็ได้ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจนชิน แต่มันถูกต้องหรือเปล่า 

“หลังจากเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนในสายงานต่างๆ ฟัง หลายคนตอบเหมือนกันว่า ‘เราก็เคยเจอ’ ตัวเราเองไม่อยากมีเรื่องอะไร เพียงแต่อยากเรียกความชอบธรรมของเราคืนมา ฟิ้งไม่ยอม ตื๋อไม่ยอม ครอบครัวเราทุกคนสนับสนุน”

ฟิ้ง ผู้มีคอนเนคชันมากมายในวงการธุรกิจและกฎหมายเป็นแรงสำคัญ เริ่มจากทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ตามกฎหมายตั้งแต่วันแรกที่ตั้งบริษัทนี้ขึ้นมา

ปรุงเส้น

สินค้าของนิ่มนิ่ม เส้นไข่ขาว มี 3 แบบ

เส้นออริจินัล เรียกว่า เส้นไข่ขาว ลักษณะคล้ายๆ ขนมจีน แต่มีความเด้งกว่า

เส้นหมี่ไข่ขาว เหมือนเส้นหมี่จริงจนลูกค้าไม่เชื่อว่าไม่ใส่แป้ง

สปาเกตตี้ไร้แป้ง มีเนื้อสัมผัสคล้ายๆ เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต้ม

พวกเขาทดลองกันมามากกว่า 30 สูตร ด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ช่วยจำลองการเคี้ยวของคนโดยได้ความช่วยเหลือจาก Food Innopolis และศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งมหาวิทยาลัยศิลปากร ในด้านห้องแลปและเครื่องมือทดลอง ก่อนจะให้คนลองทานจริงๆ แล้วค่อยๆ พัฒนาต่อ

เส้นไข่ขาวของนิ่มนิ่มในช่วงแรกต้องเก็บในตู้เย็น และมีอายุแค่ 1 เดือนเท่านั้น ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของผู้บริโภคในประเทศอากาศร้อนอย่างบ้านเรา การขนส่งต้องใช้แบบเย็นซึ่งราคาแพงมาก แถมยังการันตีไม่ได้ว่าเจ้าหน้าที่จะควบคุมอุณหภูมิไว้คงที่เสมอ หรือบางทีตำแหน่งวางอยู่ใกล้ช่องแอร์ ก็ทำให้เส้นแข็งโดยไม่ตั้งใจ 

“หรือต่อให้เราส่งไปในอุณหภูมิที่เหมาะสม พอไปถึงบ้านลูกค้า ถ้าเขาไม่อยู่บ้าน ไม่ได้เอาเข้าตู้เย็นทันที สินค้าก็ไม่ปลอดภัยแล้ว เราจึงพัฒนาต่อให้เก็บได้ถึงหนึ่งปี โดยยังยึดธงหลักธงเดิม คือไม่ใส่สารกันเสีย เพื่อให้ผู้บริโภคยังทานเส้นของเราในราคาที่จับต้องได้และปลอดภัย”

ในวันที่งานวิจัยบนกระดาษกลายเป็นธุรกิจ นักวิจัยเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้พัฒนาสินค้า นอกจากผู้ป่วยและครอบครัว ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักให้การตอบรับอย่างดีเยี่ยม ยังมีกลุ่มคนรักสุขภาพ หรือคนที่ต้องการลดน้ำหนักแบบ Ketogenic Diet ให้ความสนใจมากเช่นกัน

“สิ่งหนึ่งที่เราได้รู้คือ วิธีคิดของนักวิจัยกับตำแหน่ง Research & Development ในบริษัทมันไม่เหมือนกัน งานวิจัยต้องการเปเปอร์ ไม่ว่าจะเพื่อเรียนจบหรือเลื่อนขั้น เราต้องมีเอกสารที่พิสูจน์ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด เพราะนักวิจัยอยู่ในสายงานวิชาการ สิ่งที่วัดความสำเร็จของเขาคือสิ่งที่จับต้องได้ เขาต้องการตัวเลข เขาต้องการแนวคิดเป็นระบบ ทุกเลขบนเปเปอร์ต้องมีที่มาที่ไป และอาจจะไม่ต้องคำนึงถึงผลลัพธ์ว่าจะกินได้ไหม ต้นทุนเท่าไหร่ มันจะกระจายไปถึงใครบ้าง 

“พอมามองมุมธุรกิจ มันต่างไปเลย เราจะคิดถึงผู้บริโภคเป็นหลัก เขาต้องการอะไร อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องมองความเป็นไปได้ในเรื่องต้นทุนด้วย ถ้าเราทำทุกสิ่งทุกอย่างให้เลิศเลอเพอร์เฟกต์มาก ราคาสูง ลูกค้าซื้อไม่ได้ ก็จบอยู่แค่นั้น”

เสิร์ฟ

สิ่งหนึ่งที่เราชอบมากเกี่ยวกับนิ่มนิ่ม และไม่ใช่ทุกแบรนด์จะทำแบบเดียวกัน คือการใส่รีวิวพร้อมรูปถ่ายของลูกค้าและตั้งให้เป็นหน้าหลัก เพราะสินค้าบางชนิดต้องอาศัยรีวิวที่จริงใจในการขาย ขณะเดียวกัน ฟีดแบ็กดีๆ ก็ช่วยเรื่องจิตใจคนทำงานด้วยเช่นกัน

‘คุณพ่อคุณแม่กินแล้วชอบนะ’

‘ลูกที่ปกติอมข้าว ร้องอยากจะกินเส้นไข่อีก’

‘เสียดายเนอะที่ตอนนั้นไม่มีสินค้าแบบนี้’

‘โห ถ้าตอนนั้นได้กินเส้นนี้ หายเร็วกว่านี้อีก’

‘ขอบคุณที่ทำสินค้าดีๆ แบบนี้ออกมานะ’

นี่เป็นเพียงคอมเมนต์บางส่วนที่ส่งเข้ามาพร้อมรูปถ่ายจานอาหารที่ลูกค้าตั้งใจทำอย่างพิถีพิถัน 

“ล่าสุดเพิ่งมีคนแซวว่า CI แบรนด์ไม่ได้เลย” ตื๋อหัวเราะ

“จริงๆ เราไม่ได้มีความรู้ด้านการตลาด แค่รู้สึกว่าการที่ลูกค้าอุตส่าห์จัดจานอย่างสวยงาม บางคนตั้งใจทำคลิปมาให้ แปลว่าเขาให้เกียรติเรา เราต้องให้เกียรติเขากลับ โดยการลงรูปและเรื่องราวของเขา หน้ารีวิวเลยกลายเป็นที่ที่รวมกำลังใจของเรา ถึงแม้ว่า CI มันจะไม่ได้ก็ตาม” เกรทเสริม

หน้ารีวิวเต็มไปด้วยเมนูอาหารหลากหลายที่ปรุงด้วยเส้นไข่ขาวของนิ่มนิ่ม ฉากหลังมาจากคนละบ้าน แสงในภาพก็มาจากคนละที่ แต่ดูแล้วจริงใจอย่างบอกไม่ถูก นอกจากเป็นหน้าที่รวมกำลังใจของคนขาย ยังเป็นแรงบันดาลใจของคนซื้อให้เข้าครัวทำอาหารเอง

นิ่มนิ่ม เส้นไข่ขาว ไม่ได้ถูกคิดค้นมาเพื่อให้ขายของได้ สั่งซื้อ สรุปยอด ส่งของ แล้วจบไป แต่ผ่านการวิเคราะห์มารอบด้านแล้วว่า สินค้าทุกชิ้นต้องปลอดภัย มีการสื่อสารว่าเหมาะกับผู้ป่วยโรคอะไร กินคู่กับอะไรได้ กินคู่กับอะไรไม่ได้ และที่สำคัญคือ วางตัวเป็นที่ปรึกษา คอยให้ข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ

“คนซื้อสินค้าเราไม่ได้ต้องการแค่อาหารที่ปลอดภัยและอร่อย แต่เขาต้องการใครสักคนที่จะให้ข้อมูลเขาได้ ทำให้เขาเชื่อมั่น เหมือนเราเป็นลูกหลานในบ้านเขาที่คอยดูแลเขา

“เวลามีคนป่วยในบ้าน ครอบครัวคือคนที่เครียด ต้องหาอาหารให้ผู้ป่วย คนป่วยคนเดียว ทั้งบ้านคือป่วยหมดนะ ป่วยใจที่เป็นห่วง ไม่รู้จะหาอะไรให้ทาน และไม่รู้ว่าสิ่งที่เอาให้กินมันถูกต้องหรือเปล่า ถ้าเราพอจะให้ข้อมูลเขาได้ เราก็อยากเล่าให้เขาฟัง”

แข็งแรง

ความตั้งใจของนิ่มนิ่มในวันนี้ไม่เปลี่ยนไปจากวันแรก ยังตั้งใจคิดค้นอาหารที่ปลอดภัยและอร่อยให้ผู้ป่วย คนลดน้ำหนัก และคนรักษาสุขภาพ แต่เป้าหมายจะใหญ่ขึ้นไปอีก พวกเขาอยากนำนวัตกรรมอาหารไทยไปสู่ตลาดโลก ขยายไลน์โปรดักต์ให้หลากหลายมากขึ้น โดยจะเริ่มจากแกงไทยโซเดียมต่ำและไม่มีน้ำตาล มาพร้อมผักให้ฉีกซองแล้วกินได้เลย

“วิธีคิดเหมือนกัน เราต้องสร้างความเชื่อมั่น และที่สำคัญต้องทำให้สะดวกสบาย ฉีกถุงเส้นไข่ ฉีกถุงแกง ก็พร้อมกินเลย ใครอยากเพิ่มเนื้อสัตว์ก็นำไปต้ม ส่วนผักมีอยู่ในถุงอยู่แล้ว เพราะผ่านการคิดมาแล้วว่าผู้ป่วยทานได้ ผักชนิดไหนทานไม่ได้จะไม่ใส่ลงไป ซึ่งเป็นอีก Pain Point ของเครื่องปรุง Low Sodium ทั่วไป ผู้ป่วยโรคไตซื้อไปเอาไปผัดกับผักที่บ้าน ก็ไม่รู้อยู่ดีว่าต้องใช้ผักชนิดไหน เราเลยทำให้ครบถ้วน”

ฟิ้ง มีคอนเนกชันในแวดวงธุรกิจ ดูแลเรื่องฝ่ายขายและการตลาดเป็นหลัก

เกรท รับผิดชอบเกี่ยวกับการคิดค้นสินค้า พัฒนา และการผลิตทั้งหมด

ตื๋อ มีความรู้ด้านกราฟิก คอยดูแลเรื่องแพ็กเกจจิ้ง และพัฒนาให้เป็นของขวัญแทนใจให้ผู้ป่วยและคนที่เราห่วงใย

ทั้งสามมองว่านิ่มนิ่มยังเล็ก ไม่มีเงินทุนมากมายและมีทรัพยากรจำกัด จึงใช้สกิลล์ที่แต่ละคนมีให้เกิดประโยชน์สูงสุด การลงมือเองเลยทำให้บทเรียนธุรกิจเข้มข้นขึ้นไปอีก 

ตื๋อบอกว่า ระหว่างทางมีปัญหาเข้ามาทำให้ปวดหัว แต่ทุกปัญหามีทางแก้ ถ้าเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ทำนั้นดี ก็ไม่ต้องสงสัยในตัวเอง แต่มุ่งพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้ลูกค้าได้สิ่งที่ดีที่สุด

สำหรับฟิ้ง เคยสงสัยว่าสินค้า Made in Thailand จะไปได้ไกลแค่ไหน ต่างประเทศจะยอมรับไหม แต่พอได้ไปยืนตรงนั้น ทำที่ไหนไม่ใช่ปัญหา ถ้าของดีและมีประโยชน์ต่อผู้บริโภคจริงๆ ยังไงก็โตได้แน่นอน

ส่วนเกรท ผู้อยู่ในห้องแล็บ และไม่เคยมั่นใจว่าสินค้าที่ทำจะมีคนชอบหรือไม่ ฟีดแบ็กลูกค้าทำให้รู้ว่า ถ้าตัวเองเชื่อว่าของดี ลองใช้แล้วดี ลูกค้าก็จะรู้สึกแบบเดียวกัน

“นิ่มนิ่มทำให้พวกเราได้รู้ว่า บนโลกนี้ยังมีผู้ป่วยที่ทุกข์ทรมานกับการกินอาหารอีกมากมาย แปลว่านวัตกรรมด้านอาหารสำหรับผู้ป่วยยังขาดอีกเยอะ แล้วก็เป็นสิ่งที่จำเป็นมากขึ้นทุกวัน เพราะบ้านเราเป็นสังคมผู้สูงอายุ อีกหน่อยคนสุขภาพดีก็จะอายุเพิ่มขึ้น ซึ่งอายุที่มากขึ้นก็มาพร้อมโรคภัยไข้เจ็บ นั่นเลยเป็นกำลังใจให้เราทำต่อ เราต้องทำให้ชีวิตของเขาสุขภาพดี ให้เขามีความสุขในการได้กินอาหารที่ดี”

‘นิ่มนิ่ม’ มาจากสัมผัสของเส้น และเป็นคำพูดที่เกรทพูดบ่อยตอนทดลองในห้องแล็บ

ส่วนชื่อ ‘บริษัท แข็งแรงทุกวัน จำกัด’ เกิดจากความต้องการให้มีรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากของคนที่เห็นชื่อบนกล่องหรือเวลาโอนเงิน ถือเป็นการอวยพรลูกค้าให้แข็งแรงทุกวันไปด้วยเลย

Lessons Learned

  • ทำสินค้าดีที่ตัวเองเลือก ตัวเองกิน ตัวเองใช้ และอยากแนะนำให้คนอื่นต่อ ยึดมั่นกับสิ่งนี้ในทุกก้าว และการตัดสินใจในการทำธุรกิจโดยไม่ลืมความตั้งใจแรก ไม่อะลุ่มอล่วย ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ต่อลูกค้า ต่อคนทำงานด้วยกัน เช่น นิ่มนิ่มตั้งใจจะทำเส้นไข่ขาวที่ปลอดภัย ไม่มีแป้ง และต้องอร่อย ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งถือว่ายังทำไม่สำเร็จ
  • ให้ความสำคัญกับฟีดแบ็ก ฟีดแบ็กดีๆ จะเป็นกำลังใจให้ไปต่อ ฟีดแบ็กไม่ดีก็นำมาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น
  • สินค้าดีแล้วยังดีได้อีก และเรายังสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้เสมอ หมั่นพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค ทั้งในเรื่องคุณภาพและการใช้งาน 
  • คิดใหญ่ไว้ก่อนไม่เสียหาย ใครจะคิดว่าจะมีคนทำเส้นจากไข่ขาวแบบไม่มีแป้งได้ มองเป้าหมายให้ไกลและวางแผนให้รัดกุม ค่อยๆ ก้าวไปในสเกลที่ควบคุมไหว แบ่งหน้าที่หุ้นส่วนตามความถนัด และใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Writer

พิมพ์อร นทกุล

อดีตเด็กบัญชี เชื่อในบทสนทนาที่ดี และมีความสุขกับการเล่าเรื่องราวต่างๆ ส่วนใหญ่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load