ความงามที่ซ่อนอยู่ภายในจะสำคัญอะไรถ้ามันสวยแต่ไม่สบาย

ผู้เขียนพยายามแล้วที่จะหาคำขึ้นต้นเท่ๆ แต่ใจร้อนค่ะ เรื่องราวด้านล่างสนุกเกินกว่าจะเกริ่นเล่า ชุดชั้นในที่มีจุดเริ่มต้นจากช่างตัดเสื้อที่แพ้ผ้าเส้นใยสังเคราะห์ บวกกับการตัดเย็บแบบโบราณ ทั้งแบบทรงน่ารักจนอยากจะใส่เป็นเสื้อด้านนอก

ออกจะเขินๆ ที่ The Entrepreneur จะพาคุณมารู้จักแบรนด์ชุดชั้นในแบรนด์ไทยน่ารักแบรนด์หนึ่ง ซึ่งต่อให้คุณเป็นผู้ชายที่แอบหลงหรือตั้งใจเข้ามาอ่าน เราก็ ‘ยังอยาก’ แนะนำให้คุณรู้จัก Younglek Under (ยังเล็ก) แบรนด์ชุดชั้นในสุดคราฟต์ของ เล็ก-ภัทรสิริ อภิชิต และคุณแม่ อยู่ดี ทั้งเรื่องราวแนวคิดการทำงานที่รักและความมุ่งมั่นสร้างสิ่งใหม่ๆ แบบที่ Younglek ตั้งใจ

และจะน่ารักมากหากคุณผู้ชายที่อ่านอยู่ ใช่ค่ะ คุณนั่นแหละจะหันไปทางไหน อ่านแล้วกดส่งลิงก์บทความนี้ให้แม่ น้องสาว หรือแฟนสาว ของคุณด้วย ซื้อไปเซอร์ไพรส์ก็ได้นะคะ เราไม่บอกใครหรอก

ยังเล็ก

ยังเล็ก

เริ่ม-ยังเล็ก

ด้วยพื้นฐานที่เป็นนักเรียนออกแบบและทำงานกองบรรณาธิการนิตยสารมากว่า 10 ปี ทำให้เล็กมีนิสัยชอบทำอะไรแปลกใหม่ไม่ซ้ำกับที่เคยมีในตลาด

จึงมาลงเอยที่ชุดชั้นใน เพราะเสื้อผ้าเป็นหนึ่งในหลายๆ เรื่องที่เธอสนใจตั้งแต่เด็กเพราะคุณแม่เป็นช่างตัดเสื้อ ซึ่งนอกจากเสื้อผ้าทั่วไปแล้วท่านยังเคยรับตัดเย็บชุดชั้นใน เนื่องจากสมัยก่อนไม่มีชุดชั้นในสำเร็จรูปขายแบบในปัจจุบัน ประกอบกับเมื่ออายุมากขึ้นแม่พบว่ามีอาการแพ้ผ้าเส้นใยอีลาสติก (Elastic Fiber) เส้นใยไนลอน (Nylon) จึงเป็นที่มาของการตัดชุดชั้นในใส่เอง

“เริ่มจากเรารู้สึกว่าชุดชั้นในผ้าสังเคราะห์ที่ใช้อยู่ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว ยิ่งเราต้องทำงานอยู่บ้านเป็นหลัก ไม่ได้อยู่ในห้องแอร์เย็นสบาย จึงปรึกษาแม่และให้ท่านทำขึ้นมาให้เราลองใส่ก่อน

“แต่ไหนแต่ไรมาเราพบว่าเราไม่ค่อยเจอเสื้อชั้นในแบบที่ถูกใจในท้องตลาด เพราะมักจะมุ่งเน้นสัดส่วนหรือความสวยงามคนละแบบกับที่มองหา ส่วนตัวเราชอบสไตล์โบราณและเก็บสะสมภาพชุดชั้นในโบราณอยู่แล้ว พอมีโอกาสเราก็รู้สึกอยากทำสิ่งนี้ อาจจะมีคนที่ชอบสไตล์วินเทจโบราณ มีคนที่แพ้ผ้าเส้นใยพลาสติกเหมือนกัน หรือมองหาความสบายแบบที่เรามองหา”

เราถามเล็กถึงภาพชุดชั้นในโบราณแบบที่เธอชอบว่าใช่แบบลูกไม้ระบายอย่างที่เรานึกภาพอยู่ตอนนี้หรือเปล่า โชคดีที่เธอบรรยายแบบทรงฝรั่งเศสให้เราฟัง ก่อนจะแอบคิดตามแล้วยืดหลังตรงไหล่ตั้ง

“จะเป็นทรงแบบฝรั่งเศส ผ้าลินินสีขาวมีลูกไม้ประดับริมบ้าง ใช้เชือกรัดแทนยางยืด เป็นยุคที่ผู้หญิงยังใส่กระโปรงสุ่มและกางเกงชั้นในยังเป็นแบบยาว แต่ก็คิดแล้วว่าทำจริงคงจะยาก ในช่วงเริ่มต้นจึงคิดแบบทรงที่คนจะเข้าถึงได้ง่ายกว่า เหมาะกับการใช้งานและรสนิยมที่พอจะเป็นปัจจุบัน”

Younglek เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเล็กกับแม่ โดยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่พบเห็นและสิ่งที่ชอบแล้วทดลองออกมาเป็นทรงแบบต่างๆ อย่างการใช้เทคนิคเย็บแบบสามมิติที่ใส่แล้วเข้ากับรูปร่างของคนมากกว่า

“ตอนแรกเราก็แอบคิดเหมือนกันว่าจะลงมือเย็บเองเลย แต่ความจริงมันยากมาก มันมีส่วนที่ต้องการความละเอียดในการตัดเย็บชุดชั้นใน จึงให้ช่างที่ทำงานเย็บเสื้อกับแม่อย่างยาวนานช่วยเรื่องเย็บให้ โดยกระบวนการเริ่มจากแม่เป็นคนทำแพตเทิร์นและตัด ก่อนจะส่งต่อให้ช่างเย็บซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้จักรเย็บปกติ ไม่ได้โบราณถึงขนาดใช้มือ”

อย่างที่เราคิดไว้ การเย็บเสื้อชั้นในเป็นงานละเอียด ใช้เวลานานกว่าเย็บเสื้อธรรมดาอีก

ยังเล็ก มาหลงรัก Younglek Under ชุดชั้นในคราฟต์และการตัดเย็บแบบวินเทจ

เล็ก-พิเศษ-ไม่ยำ-ไม่งอก

ความแตกต่างระหว่าง Younglek กับชุดชั้นในสำเร็จรูป คือการใช้เทคโนโลยีในการผลิตผ้า ซึ่งทำให้ผ้ายืดหยุ่นไปกับรูปร่างที่แตกต่างกัน

เมื่อ Younglek ตั้งโจทย์ว่าจะใช้ผ้าเส้นใยธรรมชาติแทนผ้าเส้นใยสังเคราะห์ เล็กและแม่จึงต้องย้อนกลับมาดูแพตเทิร์นและกระบวนการตัดเย็บว่าทำอย่างไรให้ผ้าที่ไม่ยืดใส่แล้วสบาย ซึ่งไม่ง่ายอย่างที่คิด ทั้งยังมีเรื่องขนาดของชุดชั้นในที่มีทั้ง S M L ต่างจากแต่ก่อนที่จะวัดตัวตัดให้พอดีกับแต่ละคน

“เราฝันอยากทำชุดชั้นในสำหรับผู้หญิงทุกคน เราเชื่อในการเคารพรูปร่างและส่วนโค้งเว้าของตัวเอง แต่พอมาทำจริงๆ แล้วถึงรู้ว่าชุดชั้นในมีรายละเอียดกว่าที่เราคิดเยอะมากๆ (เสียงไม้ยมกอีกประมาณ 6 ตัว) เพราะฉะนั้นเราคงต้องเริ่มไปทีละก้าวจริงๆ เราคงยังไม่สามารถไปถึงการเป็นชุดชั้นในสำหรับผู้หญิงทุกคนได้ในเร็ววัน

“แบบแรกๆ ที่เราทำออกมาอาจจะยังไม่ตอบโจทย์คนทุกรูปร่าง บางครั้งไม่ใช่เรื่องของรูปร่างด้วย เป็นเรื่องของทัศนคติ พอได้ทำเอง ไปขายเอง ไปเจอลูกค้า ทำให้เราเจอคนที่อาจจะไม่เหมือนเราเลยแต่ก็ชอบสิ่งที่เราทำ บางคนก็เข้ามาถามว่านี่ชุดว่ายน้ำหรือเปล่า เพราะคนจะไม่ชินกับชุดชั้นในที่มีลวดลายหรือรูปทรงแบบนี้”

นอกจากความสบาย เราถามเล็กถึงความรู้สึกของการลองใส่ชุดชั้นใน Younglek ในวันที่เธอค้นพบแบบทรงที่ใช่

“พอเราชอบอะไรที่วินเทจ เราก็จะรู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นตัวเองในกระจกด้วยชุดแบบที่เราอยากใส่และยิ่งใส่สบาย ปกติกางเกงชั้นในสำเร็จรูปผ้ายืดมันก็จะแนบพอดี แต่ทรงของเราไม่ใช่แบบนั้น มันจะมีความพองๆ ซึ่งเราใส่แล้วเราชอบตัวเองในกระจกมากๆ มันน่ารัก”

สารภาพว่า จังหวะที่ได้ยินเล็กพูดถึงภาพในหัวตอนนี้ ทำเอาเรากรี๊ดตามในใจ ยากเหลือเกินค่ะที่จะถ่ายทอดออกมาให้คุณผู้อ่านเข้าใจได้ เพราะสำหรับสาวหัวใจวินเทจแล้ว เวลาเราเจอความวินเทจที่ตามหามานาน คำว่าน่ารักของเราที่ออกจากปากมันอธิบายยากเหลือเกิน แต่แน่ล่ะ มันไม่ใช่ความน่ารักที่แค่น่ารัก แต่เป็นน่ารักที่มีไม้ยมกในท่อนสร้อย (น่ารักมากๆ ว่างั้น) ใช่แล้ว น่ารักมากๆ

ยังเล็ก ยังเล็ก

Under and Easy Wear

พักชมสิ่งที่น่าสนใจสักครู่ ถึงเวลาขายของแล้วคุณผู้ชม

โดยสรุปแล้วสินค้าของ Younglek มีอะไรบ้าง

“เราเริ่มจากเอาตัวเองเป็นหลัก อย่างเราอยู่บ้านมากกว่าออกไปข้างนอก เราก็อยากที่จะอยู่บ้านอย่างสบายที่สุด และในความสบายนั้นเราก็อยากสวยงามน่าใช้ด้วย เลยกำหนดไว้คร่าวๆ ว่าเป็น under and easy wear นั่นคือมีทั้ง underwear เสื้อชั้นใน กางเกงชั้นใน และ easy wear ที่ทำเป็นกางเกงขาสั้นใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง”

สินค้าชุดแรกของ Younglek เป็นกางเกงชั้นในอย่างเดียว ซึ่งทำให้เล็กมีเวลาเตรียมตัวสต็อกสินค้าไว้ก่อนระยะหนึ่ง แต่พอเริ่มทำเสื้อชั้นในซึ่งเธอมีช่างเย็บคนเดียว เพราะฉะนั้นการทำสต็อกเป็นเรื่องไม่ง่าย จึงเป็นการสั่งล่วงหน้า แต่วิธีการนี้มีข้อดี คือลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าอยากได้ผ้าลายไหน แบบทรงไหน พร้อมขนาดของตัวเองซึ่ง Younglek เข้าใจดีถึงความหลากหลายระหว่างสัดส่วนของร่างกายด้านบนและล่าง คนที่ข้างบนไซส์ M ข้างล่างอาจจะเป็นไซส์ S ดังนั้นการผลิตตามลูกค้าสั่งจะช่วยจัดการเรื่องนี้เพียงแต่ต้องใช้เวลารอ

“เราไม่อยากสนับสนุนการผลิตเยอะๆ เพื่อเหลือออกมาเป็นเศษทิ้งขว้างไม่มีค่าและค่าแรงในโรงงานก็ถูกมาก แต่ของ Younglek นอกจากค่าแรงที่สมเหตุสมผลแล้ว เราเรียกช่างเย็บว่าพี่ทุกคน เพราะเห็นเขามาตั้งแต่เรายังเด็ก เราอยากให้ทุกคนรู้สึกดีกับการทำงานด้วยกัน พอเขารู้ว่าเราจะทำแบรนด์ชุดชั้นในเขาก็ตื่นเต้นไปด้วย สิ่งนี้เป็นเหมือนงานทดลองความฝันของการมีแบรนด์ของตัวเองแบบที่เราชอบ งานที่พัฒนาผลิตภัณฑ์เราจะทำได้หรือเปล่า ซึ่งเสียงตอบรับถือว่าโอเคทั้งๆ ที่มันอาจจะแปลกใหม่สำหรับคนทั่วไป”

ยังเล็ก ยังเล็ก

I’m Not A Girl, Not Yet A Women

เราถามเล็กว่า Younglek ของเธอจะเป็นอย่างไรเมื่อโตขึ้น

“เราทำแบรนด์นี้จากความสนใจส่วนตัว โดยที่ไม่ได้มองว่าแบรนด์ยังเล็กจะต้องความสำเร็จในเวลาอันสั้นนี้ เราทำเพราะเราอยู่กับมัน เราทำเพราะเราใช้เอง ไม่อยากจะเร่งว่าเราต้องเป็นที่รู้จักหรือคนต้องมาให้ความสนใจแบรนด์เรากันเยอะๆ เพราะเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ เรารู้อยู่แล้วว่าคนที่ชอบแบบเรามีอยู่ไม่เยอะ”

สิ่งหนึ่งที่เล็กคิดถึงและให้ความสำคัญอยู่เสมอคือ เธอไม่สนับสนุนการซื้อและการบริโภคเกินความจำเป็น

“เพราะฉะนั้นเราไม่อยากให้ของของเราเป็นของตามแฟชั่นที่เห็นสวยแล้วก็ซื้อ เราจึงไม่ได้มีแผนการตลาด ไม่กดดันตัวเองว่าต้องมีสินค้าออกมาเยอะๆ ให้คนเลือก เราแค่อยากจะทำ ทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองไม่เบื่อสิ่งนี้และทำมันต่อไปเรื่อยๆ เพื่อที่เราจะยังอยู่ตรงนี้ อยู่ในที่ที่หากเขาต้องการเขาจะมองเห็นเราเสมอ

“เราอยากจะค่อยๆ ทำ ค่อยๆ พัฒนา เพราะเป็นงานที่มีรายละเอียดเยอะมาก และถ้าหากเรากวาดไปกว้างๆ ก่อน เราก็อาจจะทำอะไรไม่ดีเลยสักอย่างเดียว”

เล็กบอกว่า ส่วนหนึ่งที่เธอเลือกจะทำ Younglek ด้วยแนวคิดแบบนี้ เป็นเพราะเธอมีพื้นฐานจากการเรียนออกแบบซึ่งสอนให้เธอตั้งโจทย์แล้วออกแบบสิ่งที่ไปตอบโจทย์นั้น สิ่งที่เล็กทำไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตามที่ผ่านมา ทำหนังสือหรือทำแบรนด์ Younglek ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากการหาโจทย์ที่น่าสนใจจากช่องว่างที่พบ และมันไม่ได้แค่ที่การออกแบบเท่านั้น แต่ยังผสมผสานกับงาน craft หรืองานทำมือแบบที่เธอสนใจ

“เราเองสนใจงานทำมืออยู่แล้วและเราก็เป็นสื่อด้วย เมื่อมองภาพรวมของวงการในทุกวันนี้ เราพบว่าคนทำงาน craft เยอะขึ้น แต่ว่าทำไมสุดท้ายมันกลายเป็นงานคราฟต์ที่ออกมาเหมือนๆ กันไปหมด อาจเป็นเพราะไม่ได้มีโจทย์ที่แตกต่างแต่แรก พอไม่มีโจทย์ที่แตกต่างของมันก็ออกมาเหมือนกัน

“ในขณะที่เรามองว่าคำว่า craft จริงๆ มันไม่ใช่แบบนั้น ถ้าเรานึกถึงคุณลุงหลายๆ บ้านที่สานตระกร้าหรือเครื่องจักสานสักอย่าง นอกจากขนบวิธีและขั้นตอน เสน่ห์ของงานฝีมือคือคนทำที่ใส่จริตของตัวเองลงไป เช่น ลุงคนนี้ขี้เกียจหน่อย ตัวหวายหรือเส้นตอกก็อาจจะเป็นเส้นใหญ่ๆ ไม่เนี้ยบมาก ออกมาเป็นตระกร้าแบบหนึ่ง ขณะที่ลุงอีกคนเป็นคนละเอียดมาก งานก็จะออกมาอีกแบบหนึ่ง มันไม่มีถูกหรือผิด จะว่าไปอาจเป็นเพราะระบบการศึกษาที่สอนให้เราเคยชินกับการทำให้เหมือนๆ กัน มันก็เลยกลายเป็นว่า ทำงาน craft ก็จริง แต่ไม่ต่างจากงานอุตสาหกรรม เพราะทำออกมาก็เหมือนกันไปหมด ไม่ได้ใส่จริตตัวเองลงไป”

ได้ยินได้ฟังแบบนี้แล้วใครจะทนไหว อยากจะซื้อแล้วใส่เสียตรงนั้น พูดไปก็ขนลุกค่ะ หลังจากตัดสินใจเลือกแบบทรงและสีอยู่เป็นเวลานาน (นานกว่าการพูดคุยเรื่องราวด้านบน) เราก็รับเสื้อและกางเกงชั้นในมาอุปการะ ระหว่างรีบเขียนบทความนี้อยู่ก็ใจอยู่ไม่สุขเลย ลังเลว่าจะถอดเทปหรือถอดเสื้อไปลองชุดชั้นในก่อนดี

ถ้าบทความนี้เป็นภาพยนตร์ ย่อหน้าก่อนก่อนสุดท้ายนี้คงเป็นเหมือนฉากเบื้องหลังผ้าหลุด เอ้ย ภาพหลุด ที่ไม่มีสาระใดๆ เมื่อเทียบกับเนื้อหาบทความทั้งหมด แต่ผู้เขียนก็ยืนยันจะปิดท้ายบรรยากาศไว้อย่างนี้ เพราะมีให้เลือกระหว่าง 4 บรรทัด กับการรีวิวพร้อมภาพ แน่นอนคุณผู้อ่านไม่อยากเห็นตัวเลือกหลังแน่ สวัสดีค่ะ
(จบจริงๆ แล้ว)

ยังเล็ก

ภาพ: Younglek

Rule

  1. รักษาสมดุลชีวิต ด้วยการหากิจกรรมที่พาตัวเองออกมาจากคอมพิวเตอร์ เช่น อบขนมบ้าง เย็บเสื้อตัดเสื้อบ้าง บ่อยครั้งที่กิจกรรมเหล่านี้สร้างสมาธิช่วยให้เราคิดงานออก
  2. ออกกำลังกาย ก่อนหน้านี้เราไม่ชอบทำอะไรเป็นกิจวัตร แต่การเล่นโยคะนี้นอกจากช่วยให้ร่างกายตื่นตัวแล้ว ยังสอนเรื่องการลดอัตตา จากที่เคยชินกับการเป็นคนเก่งทำทุกอย่าง ในห้องเรียนโยคะเราเป็นนักเรียนที่เรียนอ่อนที่สุด
  3. เวลาจะทำงานอะไรสักอย่าง เราไม่ค่อยคิดว่าทำแล้วจะได้อะไร แต่มักคิดว่าเราจะได้ทำอะไรมากกว่า

    Facebook | younglekUNDER
    Instagram | @younglek.co

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มนูญ ทองนพรัตน์

ชอบไปบ้านคนอื่นแต่ชอบอยู่บ้านตัวเอง ตื่นเต้นกับความคิดของคนที่มีต่อที่อยู่อาศัย เพราะบ่อยครั้งที่เรื่องเล่าถึงเรื่องราวรอบๆ ตัวจะบอกถึงเรื่องจริงที่อยู่ข้างในตัวได้เสมอ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

28 มิถุนายน 2565
2.27 K

15 ปีที่แล้ว ก่อนเป็น ‘Peaberry Thai’ ที่จำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟ ในยุคสมัยที่กาแฟ Specialty ยังมีคนรู้จักไม่มากนัก Peaberry เป็นบริษัทแรก ๆ ในไทยที่มองเห็นความพิเศษของกาแฟ จึงเริ่มเปิดร้านกาแฟขนาดเล็กที่คอกาแฟหลายคนรู้จักในชื่อ ‘Pacamara Coffee Roasters’ ก่อนจะเห็นโอกาสของตลาดกาแฟที่พร้อมโตได้อีกมาก

จากร้านกาแฟ 1 ร้าน เติบโตเป็นธุรกิจครบวงจรที่นำเข้าอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟสารพัดอย่างจากทั่วโลก ทั้งเยอรมนี อิตาลี ไอร์แลนด์ อเมริกา และญี่ปุ่น นำเสนอหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ ทั้ง Giesen, Slayer, Mahlkönig, Compak, Marco, Astoria, Kalita, Urnex และอีกมากมาย

ด้วยความตั้งใจคัดสรรคุณภาพทุกขั้นตอนให้พิเศษที่สุดสมกับความเชื่อ ‘Selected Toward Specialty’ พระเอกในวันนี้จึงไม่ใช่แค่กาแฟในแก้ว แต่เป็นเรื่องราวความไม่ธรรมดาของกระบวนการและอุปกรณ์ที่อยู่เบื้องหลังกาแฟทุกแก้ว

The Cloud ชวนฟังเรื่องราวสุดพิเศษเหล่านี้กับ คุณเด็บ-วิภา บุญปาลิต Managing Director และ คุณป่าน-ธงธรรม เวชยชัย Deputy Managing Director, Commercial บริษัท พีเบอร์รี่ ไทย จํากัด ที่นำประสบการณ์การทำธุรกิจมานาน ผสานกับความหลงใหลในกาแฟ สกัดออกมาเป็นความใส่ใจที่อยากเล่าให้ Coffee Lovers ฟัง

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

Specialty in Coffee Consult

ก่อนฟังเรื่องราวการทำธุรกิจสุดสเปเชียล ขอเสิร์ฟกาแฟของ Peaberry Thai ให้ชิมก่อนอ่านสักแก้ว

คุณเด็บบอกว่า “กาแฟที่เราทำเป็นกาแฟหวาน เวลาชิมกาแฟ จะชิมว่ารสหวานไหม ไม่ใช่ขมไหม มีความหวานอยู่ในปาก” เป็นความหวานจากรสผลไม้ที่ไม่เหมือนหวานจากน้ำตาล มี After Taste แตะที่ลิ้น ซึ่งต้องใช้ความละเมียดละไมในการลิ้มรสชาติ

เมื่อเป็นกาแฟแก้วละเมียด อุปกรณ์ที่ใช้จึงต้องใส่ใจในรายละเอียด ทั้งการคั่ว บด ชง โดยหลักการคัดเลือกสินค้านั้นแสนง่าย คือ ทุกชิ้นและทุกกระบวนการต้องส่งเสริมให้ผลลัพธ์สุดท้าย ออกมาเป็นกาแฟ Specialty แก้วพิเศษสำหรับคนทานตามคอนเซ็ปต์ Selected Toward Specialty นั่นเอง

แบรนด์เครื่องคั่วกาแฟชื่อดังที่ Peaberry Thai เลือกใช้ และเป็นตัวแทนจำหน่ายหลักเจ้าเดียวในไทย คือ Giesen เครื่องคั่วหน้าตาหล่อเหลาจากยุโรปที่ใช้ในการแข่งขันคั่วกาแฟระดับโลก World Coffee Roasting Championship

คุณป่านเล่าความเป็นมาว่า “เดิม Giesen ทำธุรกิจเกี่ยวกับเหล็ก จึงใช้วัสดุจากเหล็กหล่ออย่างดี ที่ส่งเสริมให้เกิดปัจจัยการทำความร้อนได้ดี ทำให้การคั่วมีคุณภาพ

“จุดเด่นของเครื่อง คือ ปรับแต่งสูตรได้ ปรับความร้อนได้ และสามารถเล่นกับคาแรกเตอร์ของกาแฟได้หลากหลายโปรไฟล์ ทำซ้ำได้ ถ้าชอบโปรไฟล์สูตรนี้ ครั้งต่อไปบันทึกไว้แล้วกลับมาที่โปรไฟล์เดิมได้ แบรนด์พัฒนาทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ทำให้ควบคุมได้ตามที่ต้องการ”

การใช้เครื่องคั่วกาแฟที่ดี ช่วยดึงคาแรกเตอร์ของกาแฟให้เฉิดฉายออกมาได้เต็มที่ เหมือนมีเพื่อนดีที่สนับสนุนให้คาแรกเตอร์เราเด่นชัดขึ้นมา

สำหรับเครื่องบด Peaberry Thai มีทั้งเครื่องขนาดใหญ่อย่าง Mahlkönig ที่บดกาแฟได้ทั่วถึงและแม่นยำสม่ำเสมอ เน้นความละเอียดของกาแฟที่สเกลไมครอน ในขณะที่แบรนด์ Compak มีลักษณะของเฟืองแตกต่างออกไป ทำให้รสชาติกาแฟออกมาอีกแบบหนึ่ง เพียงทรงเฟืองของเครื่องบดที่ต่างกัน ก็ทำให้รสชาติกาแฟออกมาไม่เหมือนกันแล้ว การขายอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟจึงไม่ใช่แค่รู้สเปกเครื่อง แต่ต้องรู้ศาสตร์การทำกาแฟอย่างลึกซึ้งด้วย

คุณป่านบอกว่า “ทุกเครื่องมีความพิเศษในตัวเอง เรานำเข้าของมาหลายแบบ ทั้งรุ่นแพงและถูกต่างมีเอกลักษณ์”

เครื่องชงตัวท็อปของร้านคือ Slayer ที่มีเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ในการสกัดกาแฟด้วยการพรมน้ำ ค่อย ๆ ดึงความหวานและรสชาติที่ถูกบดออกมาอย่างครบถ้วนละมุนละไม ส่วนแบรนด์ Astoria มีจุดเด่นที่แตกต่างออกไปคือ ความทนทาน ความนิ่ง และความแม่นยำ เหมาะสำหรับร้านกาแฟอย่าง Café Amazon ที่แต่ละสาขาขาย 300 – 500 แก้วต่อวัน

นอกจากนี้ Peaberry Thai ยังมี Coffee Supply หลากหลาย ทั้งแก้วทรงกรวย ดริปเปอร์ แอโรเพรส และอุปกรณ์สกัดกาแฟหลากหลาย อีกทั้งยังเป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำเชื่อมและส่วนผสมต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมการทำกาแฟหลากหลายวิธีที่สุด

ด้วยเหตุนี้ คุณป่านจึงบอกว่า เราเป็นที่ปรึกษาธุรกิจกาแฟ ไม่ใช่แค่ขายเครื่อง”

หากอยากทำร้านกาแฟ นอกจากอุปกรณ์ที่ใช้แล้ว ยังให้คำปรึกษาได้ทั้งด้านคุณภาพเครื่องดื่มและการทำร้านกาแฟให้ได้กำไร เพียงรู้ราคาที่อยากขายต่อแก้ว ก็คำนวณได้ว่าผู้ประกอบการเหมาะกับอุปกรณ์รุ่นไหน

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก
Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

เลือกแบรนด์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

กาแฟเป็นศิลปะที่พิเศษ ผสมผสานระหว่างศิลปะกับวิทยาศาสตร์ แถมยังต้องใส่ใจในรายละเอียดอย่างมาก การใช้เครื่องชง Slayer ที่มีแรงดันต่างกันแค่บาร์เดียว หรืออุณหภูมิน้ำต่างกันแค่ 1 – 2 องศาเซลเซียส ก็ทำให้ได้กาแฟรสชาติไม่เหมือนกันแล้ว

หากไม่รู้จริงเรื่องกาแฟ อาจมองว่าเครื่องกรองน้ำ หม้อต้มน้ำ ตาชั่ง และถุง เป็นอุปกรณ์ธรรมดาที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่ Peaberry Thai ตั้งใจเลือกแบรนด์เหล่านี้ที่มีความชำนาญเฉพาะทางทั้งหมด เพราะทุกอย่างล้วนส่งผลต่อรสชาติกาแฟ

เครื่องกรองน้ำสำหรับกาแฟแบรนด์ BWT มีเทคโนโลยีพิเศษ นอกจากกรองความสกปรกในน้ำออกแล้ว ยังใส่แมกนีเซียมลงไปในน้ำ ทำให้แร่ธาตุจับกับอโรม่าของกาแฟ จนออกมาเป็นกาแฟรสชาติดี

นอกจากนี้ คอกาแฟจะรู้ว่าอุณหภูมิและสเกลต่าง ๆ เป็นปัจจัยที่ต้องเป๊ะ หม้อต้มน้ำ Marco สำหรับกาแฟ Specialty มีหัวก๊อกที่ตั้งอุณหภูมิน้ำได้เสถียร ไม่คลาดเคลื่อน ได้น้ำร้อนไวตามที่ต้องการ มีทั้งหัวก๊อกน้ำร้อน น้ำเย็น โซดา สะดวกต่อคนใช้งาน ทำให้ขายได้เร็วขึ้นและมีรูปลักษณ์สวยงาม เหมาะกับตั้งประดับที่บาร์กาแฟ

ส่วนตาชั่งสำหรับกาแฟโดยเฉพาะ จะมีสเกลไวและนิ่ง ต่างจากตาชั่งทั่วไปที่คลาดเคลื่อนในหน่วยทศนิยม เหมาะกับการชั่งกาแฟที่ต้องละเอียดในหน่วยกรัม ใส่สูตรการชงเข้าไป แล้วแชร์สูตรกับกลุ่มคนรักกาแฟผ่านแอปพลิเคชัน หรือเข้าไปดูสูตรของแชมป์บาริสต้าได้

ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีน้ำยาทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟโดยเฉพาะ เพราะกาแฟเก่ามักมีกลิ่นคล้ายกระดาษโรเนียวเก่า หากไม่ใช้น้ำยาพิเศษจะทำให้รสชาติในแก้วเปลี่ยน ส่วนถุงที่เก็บเมล็ดกาแฟก็ต้องสั่งทำพิเศษหนา 4 ชั้น ใช้เวลาทดสอบถุงเป็นปีด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่ารักษาคุณภาพกาแฟให้อยู่ได้นาน

ด้วยศาสตร์ของกาแฟที่ละเมียด ทำให้คนทำธุรกิจต้องละเอียดตามไปด้วย ใส่ใจในสิ่งธรรมดาที่ทำให้ผลลัพธ์ของสินค้าออกมาไม่ธรรมดา

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

Coffee Wisdom จากการลงลึกหน้างาน

เมื่อถามว่าทำอย่างไร ถึงสะสมความรู้ด้านกาแฟจนรู้จริงและเชี่ยวชาญในการเลือกอุปกรณ์กาแฟต่าง ๆ ได้ดีขนาดนี้

คำตอบของคุณป่านคือ “ต้องลงลึก ลงพื้นที่จริง ไปขึ้นดอย คุยกับคนที่ทำจริง ทำงานกับเกษตรกร ไปดูสายพันธุ์ เก็บหน้าดินมาทดสอบ” ผนวกด้วยหลงใหลในศาสตร์กาแฟ ทำให้พัฒนาร่วมกับเกษตรกรต่อไปได้เรื่อย ๆ จากกาแฟเชอร์รี่เม็ดแดงสุกก่ำ คัดด้วยมือทีละเม็ดผ่านโรงสีและโรงคั่วของแบรนด์ ออกมาเป็นสารกาแฟตั้งต้นที่คุมคุณภาพในทุกกระบวนการ

Peaberry Thai Estate ยังคิดค้นกาแฟ Thai Single Origin ที่บ่มและหมักด้วยเมล็ดกาแฟไทย มีทั้งไอยรารัญจวนจากดอยช้าง เสน่ห์นางนอนจากดอยผาฮี้ และผกาชมพูจากแม่จันหลวงที่มีต้นผกาชมพูปลูกอยู่ มีกาแฟเบลนด์จากทั้งไทยและต่างประเทศ

คุณเด็บบอกว่า “การที่เรามีอุปกรณ์และเครื่องของตัวเอง มีผู้เชี่ยวชาญดูในแต่ละขั้นตอนทั้งหมด ทำให้คุมคุณภาพได้ครบวงจร มั่นใจคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำว่ามีของดีทุกขั้นตอน”

สิ่งสำคัญคือ Peaberry Thaiไม่ได้ขายแค่กาแฟแล้วบอกว่าอร่อยหรือไม่อร่อย แต่บอกได้ว่าทำไมและทำอย่างไรกาแฟถึงมีคุณภาพดี ลงมือทำเองหน้างานจริงแล้ว จึงแนะนำลูกค้าต่อได้ว่าควรใช้อุปกรณ์แบบใด ใช้ดริปเปอร์แบบไหน แล้วส่งผลให้กาแฟเป็นอย่างไร แนะนำสูตรเครื่องดื่มให้ผู้ประกอบการได้ เซลล์ขายเครื่องมีประสบการณ์และความรู้ด้านกาแฟ ก็แนะนำการใช้เครื่องได้ ส่วนบริการหลังการขายนั้นยังรับซ่อมและแนะนำลูกค้าถึงที่ได้อีกด้วย โดยมีศูนย์บริการถึง 16 สาขาทั่วประเทศ

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก
Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

รู้ใจลูกค้า ไม่แพ้เข้าใจกาแฟ

ทุกวันนี้ Peaberry Thai มีโชว์รูม 2 สาขา คือ กรุงเทพฯ และภูเก็ต สำหรับขายอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟครบวงจร เน้นกลุ่มผู้ประกอบการร้านกาแฟ ส่วน Pacamara Coffee Roaster คือ ร้านกาแฟที่เป็นธุรกิจค้าปลีกของบริษัทภายใต้สโลแกน Everyday Specialty กาแฟคุณภาพดีที่ราคาไม่แพง อยากเข้าถึงคนดื่มกาแฟอย่างแพร่หลายและหลากหลายกลุ่มมากขึ้น

ด้วยความเชี่ยวชาญในธุรกิจครบวงจรของ Peaberry Thai ทำให้ส่งผลดีต่อร้านกาแฟอีกทอด บาริสต้ารู้เรื่องราวกาแฟตั้งแต่ปลูก สามารถถ่ายทอดเรื่องราวก่อนมาเป็นเครื่องดื่มในแก้วให้ลูกค้าฟังได้ เติมเสน่ห์ที่คุณเด็บบอกว่าเป็นหัวใจของธุรกิจคือการเข้าใจลูกค้า “เรารู้ใจลูกค้า เข้าใจว่าคนดื่มกาแฟกำลังมองหาอะไร เข้าร้านมาแล้วถูกใจไหม เราอธิบายข้อมูล เล่าเรื่อง Behind the Cup ให้คนเข้าใจเรื่องราว ใส่ใจในทุกขั้นตอนที่เสิร์ฟให้ลูกค้า นี่คือสิ่งที่เราทำ”

สำหรับคอกาแฟพิเศษ Pacamara เข้าใจว่าคนกลุ่มนี้ชอบลองกาแฟรสชาติหลากหลาย จึงเสาะหา Cup of Excellence (กาแฟดีจากทั่วโลก ที่ผ่านการให้คะแนนโดยนักชิมรสชาติกาแฟมืออาชีพ) ใน Rank 1 – 22 มากระจายขายใน 20 กว่าสาขาของ Pacamara ทำเป็น Coffee Hunt ให้คอกาแฟไปเสาะหาลองชิม

คุณป่านอธิบายว่า “Coffee Lovers ในไทยแบ่งเป็นหลายกลุ่ม ทั้งคนดื่มกาแฟวันละหลายแก้วทุกวันที่ต้องการความเข้มและสตรอง หรือคนดื่มกาแฟคั่วอ่อนที่ชอบลิ้มรสชาติกาแฟ” ดังนั้น แม้สำหรับกลุ่มที่ไม่ได้ดื่มกาแฟ Specialty เป็นประจำ ก็ต้องการดื่มกาแฟที่ปรับรสชาติได้ในแบบที่แต่ละคนชอบ กาแฟพิเศษจึงตอบโจทย์คนกลุ่มนี้เช่นกัน เพราะสามารถปรับรสชาติได้อย่างละเอียด เช่น ผสมรส Nutty ของกาแฟบราซิลกับรส Floral จากเอธิโอเปียด้วยกันได้

ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์กาแฟของ Peaberry Thai และร้านกาแฟ Pacamara นั้นส่งผลดีต่อกัน เมื่อเกิดเทรนด์ Coffee Culture ที่คนนิยมตามหาคาแรกเตอร์ของกาแฟมากขึ้น ก็ยิ่งส่งผลให้ตลาดอุปกรณ์กาแฟโตตามไปด้วย ช่วงที่ผ่านมาตลาดกาแฟยังโตขึ้นจากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้หลายคนลงทุนซื้อแอโรเพรส Espresso Machine เครื่องชงกาแฟแบบออโต้ หรืออุปกรณ์ดริปต่าง ๆ ตามความถนัดของแต่ละคนมาไว้ที่บ้าน

ทั้งคู่บอกว่า นี่คือโอกาสทางธุรกิจในการส่งต่อความรู้เกี่ยวกับกาแฟแก่ลูกค้า และตอบโจทย์ให้คนรู้จักกาแฟ Specialty มากขึ้น หากคนเข้าใจสุนทรีย์ของกาแฟ ว่าคือการดื่มด่ำความสุขกับกาแฟไม่ใช่คาเฟอีน ก็จะเข้าใจว่าทำไมต้องเลือกอุปกรณ์ทำกาแฟอย่างละเมียดละไม

Pacamara : เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

Seasonal Problems

“Pacamara ทำให้เข้าใจว่าผู้ประกอบการร้านกาแฟกำลังเผชิญกับอะไร พอมีร้านกาแฟของเราเอง เรายิ่งเข้าใจปัญหาหน้าบ้านและความซับซ้อนของร้านกาแฟ เพราะเจอสถานการณ์เดียวกัน” คุณป่านเล่า

ความท้าทายของธุรกิจกาแฟ คือ ปัจจัยที่ไม่แน่นอนและควบคุมยากอย่างดินฟ้าอากาศที่ล้วนส่งผลต่อการปลูกกาแฟ เช่น ปีที่ผ่านมาบราซิลหิมะตกหนักมากจึงขาดแคลนกาแฟทั่วโลก เมื่อสภาพแวดล้อมของแต่ละปีไม่เหมือนกัน กาแฟที่ปลูกแต่ละปีจึงไม่เหมือนกันตามไปด้วย ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อการบริหารจัดการกาแฟทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อทำธุรกิจกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ความท้าทายจากปัจจัยที่ไม่แน่นอนจึงยิ่งทวีคูณมากขึ้นจากหลายทิศทางรอบตัว

2 ปีที่ผ่านมาในช่วงโรคระบาดโควิด-19 มีบริษัทล้มไปเยอะมาก หน้าร้านหลายสาขาของ Pacamara ต้องปิดตัวลงเช่นกัน

Pacamara : เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

เมล็ดกาแฟแพงขึ้น ทำให้ต้องปรับตัวในการบริหารจัดการหาวิธีคั่วกาแฟอย่างไร ไม่ให้สูญเสียต้นทุนกาแฟที่มีค่าดั่งเพชร ปรับสัดส่วนการขายสินค้า ออกสินค้าใหม่ในช่วงโควิดอย่างกาแฟกระป๋อง Unicorn ภายใน 1 สัปดาห์ 

ในการทำธุรกิจกาแฟ ไม่ใช่แค่เบลนด์กาแฟให้อร่อย แต่ต้องรู้จักเบลนด์ไอเดียของหลายคนเข้าด้วยกันให้เกิดทีมเวิร์ก ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาที่เปลี่ยนไปทุกวัน เหมือนรสชาติกาแฟที่ผันเปลี่ยนตามฤดูกาล

เข้าใจฤดูกาลก่อน แล้วจึงหาวิธีรับมือ เข้าใจปัญหาให้ได้ก่อน แล้วจึงหาวิธีแก้ พร้อมปรับเปลี่ยนตลอดเวลา

ทั้งคู่สรุปว่า ทุกธุรกิจมีความท้าทาย ขึ้นอยู่กับว่ามีวิธีรับมืออย่างไร เคล็ดลับของคุณเด็บที่คร่ำหวอดในธุรกิจอาหารมา 30 ปี คือ “ความรู้ในสินค้าของแต่ละธุรกิจเป็นคนละแบบ แต่หลักการการดูแลธุรกิจใกล้เคียงกัน”

อย่างไรก็ตาม เธอบอกว่า “หลักการยังไม่เท่ากับความตั้งใจ หลักการเกิดขึ้นในถุงกาแฟใบนี้ที่ตั้งใจให้ลูกค้าได้รับกาแฟที่ดี อยู่ในช่วงเหมาะสมในการทานมากที่สุด ดังนั้น ทุกครั้งที่เดินเข้าคลัง จะนับวันว่าสต็อกมีกาแฟคั่ววันที่เท่าไหร่บ้าง”

ในขณะที่คุณป่านผู้ทำธุรกิจควบรวมกิจการมาก่อน ได้ประยุกต์ใช้หลักการวางแผนหาช่องทางการทำรายได้ใหม่ และวางโครงสร้างธุรกิจมาใช้กับธุรกิจกาแฟ

Pacamara : เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

คอเดียวกัน

คุณเด็บและคุณป่านบอกว่า อยากชวนทุกคนมาร่วมสร้างวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ Specialty ด้วยกัน อยากเป็นบริษัทที่จริงจังกับการเป็นคนรักกาแฟ และคนรักกาแฟอยากทำงานด้วย โดยตั้งใจเชื่อมต่อองค์ความรู้ของคนรักกาแฟ จากทั้งเจ้าของแบรนด์ต่างประเทศ เกษตรกร จนถึงลูกค้า สร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการร้านกาแฟที่ช่วยเหลือกัน เป็นเพื่อนทำกาแฟด้วยกัน ไม่ใช่แข่งขันกัน

คุณเด็บบอกว่า “เราคือคนรักกาแฟ ลูกค้าก็เป็นคนรักกาแฟ เราคือผู้ขาย เขาคือผู้ซื้อ แค่มีสถานะที่ต่างกันแต่จริง ๆ เรามีรสนิยมที่เหมือนกัน ทั้งเราและลูกค้าต่างชอบดื่มกาแฟ อยากได้กาแฟที่แปลกใหม่”

เพราะเป็นแบรนด์ไทยที่เปิดร้านกาแฟ ทำให้มีเป้าหมายเหมือนกันกับผู้ประกอบการกาแฟ คือทำอย่างไรให้ส่งต่อคุณค่าของกาแฟได้มากขึ้น ขายได้มากขึ้น และขยายธุรกิจให้เติบโตได้มากขึ้น

ในต่างประเทศตลาดกาแฟ Specialty เริ่มต้นมาก่อนไทย วันนี้ Peaberry Thai อยากทำกาแฟไทยเทียบเท่าต่างประเทศให้ได้ อยากสร้าง Coffee Culture ในไทยที่คนดื่มกาแฟบนรสชาติกาแฟ โดยเชื่อว่าเมื่อกาแฟดี อุปกรณ์ดี มีบุคลากรที่เข้าใจกาแฟอย่างถ่องแท้ ทั้งหมดนี้จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ และเมื่อตลาดกาแฟ Specialty เติบโตขึ้น แปลว่าผู้ประกอบการร้านกาแฟทุกคน รวมทั้ง Peaberry Thai ก็ยิ่งโตไปได้อีกแน่นอน

เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

Lessons Learned

  1. หลงใหลและลงลึกจนเชี่ยวชาญ รู้ดีที่สุดในสิ่งที่ทำจากความชอบและลงมือทำจริงหน้างาน ทำให้คัดเลือกสินค้าและแนะนำลูกค้าได้อย่างช่ำชอง
  2. ไม่ปล่อยผ่านในทุกรายละเอียด ใส่ใจทุกปัจจัยที่ควบคุมได้และไม่ได้ของธุรกิจ ทำให้สินค้าและบริการมีคุณภาพอย่างมั่นคง
  3. นำเสนอความพิเศษให้ลูกค้า สินค้าที่พิเศษมาจากทุกกระบวนการที่พิเศษ  พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังให้ลูกค้ารับรู้ถึงความไม่ธรรมดานั้น

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load