นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเจอกับคำว่า ความงามจากธรรมชาติ หรือความงามแบบออร์แกนิก

หลายเดือนก่อน เพื่อนในโลกออนไลน์เข้ามาแสดงความเห็นต่อรูปภาพรูปหนึ่งของเรา ภายใต้ท่าทางที่ยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยนไปทั้งดวงตา และพรางร่องรอยการอดหลับอดนอนด้วยที่ปกปิดใต้ตาสูตรเข้มข้น เพื่อนคนเดิมนิยามมันว่า เป็นความหมวยและสวยแบบออร์แกนิก

อย่าเพิ่งดับฝันกันด้วยการบอกว่าออร์แกนิกในที่นี้มีความหมายคนละอย่าง

เห็นด้วยทุกอย่างกับคำพูดที่ว่า สวยจากภายใน แต่โลกที่หมุนเร็วขนาดนี้ บางทีเราก็ต้องระเบิดความสวยนั้นออกมา

สาวจืดทุกคนคะ โอกาสมาถึงพวกเราแล้ว คนที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์เพื่อความงามอย่างยั่งยืนและปลอดภัย เข้าอกเข้าใจการสวยแบบค่อยๆ เผยความสดใส เบิกบานเหมือนดอกไม้แรกแย้ม ลองหยิบอายแชโดว์จากสารสกัดธรรมชาติหลายเฉดสี ปัดแก้มด้วยบลัชออนสีอ่อนคล้ายผ่านความร้อนแดด ตามด้วยลิปกลอสสีสวยมีส่วนผสมของผงโกโก้ ทำให้สีติดทนและมีรสชาติอร่อยๆ ติดริมฝีปาก ก่อนจะฉีดสเปรย์น้ำกุหลาบจากไร่ที่บัลแกเรียแหล่งปลูกกุหลาบที่ใหญ่ที่สุดในโลกพรมให้ทั่วทั้งหน้า เพิ่มความสดชื่นตลอดทั้งบ่าย

เครื่องสำอาง

ทั้งหมดนี้และอื่นๆ อีกมากมายดึงความสนใจของเราระหว่างสนทนากับ คุณป๊อป-กฤษฎิ์พนธ์ เมฆภานุวัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดร้าน All About You ร้านคัดสรรผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางออร์แกนิกชั้นดีจากทั่วทุกมุมโลก 

All About You

ยิ่งได้คุยถึงความตั้งใจตั้งต้น สรรพคุณสนุกๆ ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน และหลากหลายเรื่องราวเบื้องหลังแบรนด์คัดสรร เราก็ไม่แปลกใจว่าทำไมที่แห่งนี้ถึงเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ชื่อไม่คุ้น รับรองว่าหัวใจคุณจะเต้นไม่เป็นจังหวะ

เพื่อความงามอันเป็นนิรันดร์ ขอให้คุณเดินไปหยิบตะกร้าแล้วตามมาค่ะ
All About You

คนจะงาม งามที่ใจ และใช้ใบหน้า

น้อยคนจะรู้ว่า นอกจากความปลอดภัยที่ได้รับการรับรองจากองค์กรที่น่าเชื่อถือ ราคาแพงที่เราจ่ายให้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกนั้น ผลและประสิทธิภาพในการดูแลรักษาและประทินผิวไม่ได้ด้อยไปกว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากธรรมชาติแบรนด์ดังและเวชภัณฑ์ทั่วไป

ความเข้าใจเกี่ยวกับออร์แกนิกของคนไทยเราเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างในช่วงที่ผ่านมา

คุณป๊อปเล่าให้ฟังว่า คนทั่วไปเริ่มมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกต่างไปจากเมื่อก่อน สังเกตได้จากผู้บริโภคในยุคหลังมานี้ใส่ใจดูส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองใช้ รวมถึงการเข้ามาสอบถามรายละเอียดของส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ผ่านโซเชียลมีเดียของทางร้านกันมากขึ้น

ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเทรนด์ healthy lifestyle ที่ไม่เพียงสร้างไลฟ์สไตล์การดูแลตัวเอง ตระหนักถึงผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้และบริโภค ยังทำให้คนกลับมาตั้งคำถามว่า ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตสมดุลเหมาะสมแล้วหรือยัง

เช่นเดียวกับในต่างประเทศ ทางเลือกที่มากมายนั้นมีเพื่อรักษาสมดุลการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างสุดโต่ง

“จะเห็นได้จากซูเปอร์มาร์เก็ตในต่างประเทศ เขาจะมีแผนกสินค้าออร์แกนิกใหญ่มากๆ บางประเทศก็มีร้านที่ขายออร์แกนิกทั้งร้าน มีสินค้าทุกประเภท ที่สำคัญ มีคนจำนวนไม่น้อยเดินเลือกซื้อสินค้าอยู่ตลอดเวลา” คุณป๊อปเล่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออร์แกนิกกับความงาม ยิ่งศึกษาก็พบโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ จึงตัดสินใจต่อยอดธุรกิจของครอบครัว ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญนำเข้ายามากว่า 30 ปี

All About You เครื่องสำอาง เครื่องสำอาง

“ผมรู้สึกสนใจผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่เกี่ยวกับความงาม เพราะมองว่าเป็นสิ่งยั่งยืนมากกว่า ซึ่งไม่ใช่การสวยขาวภายใน 7 วัน แต่เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติแม้จะใช้เวลา คุณจะไม่มีทางขาวแบบสะท้อนแสง แต่จะขาวสวยแบบผิวของคุณเอง ซึ่งบางทีเราต้องกลับมาถามตัวเองว่า เราอยากจะขาวขนาดนั้นมั้ย” คุณป๊อปเล่า

โชคดีที่กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของ All About You เข้าใจความงามในแบบฉบับนี้ตรงกัน

นอกจากความดีงามที่ปราศจากสารเคมีอันส่งผลต่อผิวแล้ว เราสงสัยว่าตรารับรองหรือเครื่องหมายการันตีความปลอดภัยเหล่านี้ส่งผลต่อความรู้สึกลูกค้าในแต่ละประเทศอย่างไรบ้าง คุณป๊อปจึงเล่าว่า ในต่างประเทศ ตรารับรองเหล่านี้มีความสำคัญมาก เพราะนอกจากจะเป็นเรื่องทางกฎหมายแล้ว ยังสะท้อนจิตสำนึกต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

และแม้จะมีการพูดถึงเรื่องของออร์แกนิกในบ้านเราสักพักใหญ่แล้ว แต่เรื่ององค์ความรู้ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ความงามเหล่านี้ก็ยังมีอย่างจำกัด นอกจากจะเป็นร้านแรกในประเทศไทยที่คัดสรรและรวบรวมผลิตภัณฑ์แล้ว All About You ยังเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ให้ความสำคัญกับการสื่อสารความรู้นี้

นางงามมิตรภาพ

หากเป็นแผนการทำธุรกิจจากความรักและความตั้งใจ บทแรกของเรื่องราวในนั้นมักจะเริ่มต้นด้วยการสร้างเรื่องราวของตัวเอง เราจึงสงสัยว่าทำไม All About You จึงเริ่มต้นจากการเป็นผู้คัดสรร มากกว่าจะทำผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อตัวเอง

“เมื่อเริ่มต้น ผมมองว่าองค์ความรู้ของเราเองยังมีไม่มากพอ เราจึงเริ่มต้นจากการเป็นผู้เลือกก่อน เราเลือกคนที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว เขามีทั้งความรู้ มีองค์กรระดับชาติรับประกัน ขณะที่บ้านเรายังไม่มีหน่วยงานรับรองเหล่านี้ เราจึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของต่างประเทศ” คุณป๊อปอธิบายเหตุผลที่เราเห็นด้วยทุกประการ

ความน่าสนใจก็คือ ไม่เพียงเป็นผู้คัดสรรผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกชั้นดีจากทั่วโลก All About You ยังรับบทเป็นที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้ ตอบคำถามเรื่องส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์และให้คำแนะนำอย่างซื่อสัตย์เมื่อได้รับการร้องขอจากลูกค้า แม้กระทั่งสินค้าที่ไม่มีจำหน่ายในร้าน All About You

“ตอนแรกเราก็ไม่ได้ไปถึงขั้นจะเป็นที่ปรึกษา คิดแค่ว่าไม่ว่าอย่างไรเราต้องเตรียมข้อมูลให้พร้อม ไม่ว่าลูกค้าจะเป็นกลุ่มไหน จะมีตั้งแต่คนที่เข้าใจเรื่องนี้อย่างดีเพราะมีประสบการณ์ใช้ผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ ไปจนถึงคนที่เพิ่งเริ่มสนใจผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก สิ่งสำคัญคือเราต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ซื่อสัตย์กับสิ่งที่ทำ ไม่ใช่แนะนำเพราะมีโปรโมชันหรืออยากทำยอดขายให้มากๆ แต่ต้องเหมาะสมกับลูกค้าจริงๆ” คุณป๊อปเสริมว่าแนวคิดนี้ทำให้สัดส่วนของลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำเป็นที่น่าพอใจ

All About You All About You

ลำดับต่อมา คือวิธีการคัดกรองผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกมาจำหน่ายที่ร้าน คุณป๊อปเล่าว่า หลังจากศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์จาก supplier จะเป็นหน้าที่ของเภสัชกรจากบริษัทแม่ ที่จะมาช่วยทดลองและตรวจสอบส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เป็นอีกจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ All About You แตกต่างจากแบรนด์นำเข้าผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกทั่วไป

เช่นเดียวกับปรัชญาของแบรนด์ที่บอกว่า High Performance Cosmetic Non-Toxic Beauty

“เราอยากบอกลูกค้าว่า การที่เราเป็นผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่เป็นออร์แกนิก ไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพที่มีจะด้อยไปกว่าผลิตภัณฑ์ดูแลความงามทั่วไป เพราะด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้สารสกัดจากธรรมชาติที่ปราศจากสารเคมีได้ประสิทธิภาพสูงเช่นกัน โดยเฉพาะไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างสะสม ช่วยให้ผิวดีขึ้นอย่างยั่งยืน เป็นหลักการสำคัญของแบรนด์ที่เราอยากมอบความสวยงามอย่างยั่งยืนให้แก่ลูกค้า” คุณป๊อปกล่าว

ใครงามเลิศในปฐพี

ผู้ชนะมีเพียงหนึ่งเดียว เพื่อจะเป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางออร์แกนิกชั้นดีจากทั่วทุกมุมโลก ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกแบบไหนจึงเหมาะสมค่าควร ซึ่งวิธีการคัดสรรของ All About You ได้แก่

อันดับแรก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดคือ สรรพคุณของสินค้า

นอกจากตัวแทนสาวงามจะมาผ่าน supplier ผู้ส่งเข้าประกวดแล้ว ทางร้านก็ต้องค้นหาผลิตภัณฑ์จากทั่วโลกที่อยู่ในตลาดนี้ รวบรวมรายชื่อ ก่อนค้นคว้าหารีวิวและกระแสตอบรับจากลูกค้า จากนั้นทดลองสั่งซื้อมาดูส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์และทดลองสินค้าว่าเนื้อสัมผัสเหมาะกับผิวของคนไทยหรือไม่ รวมถึงกลิ่นที่ไม่แย่จนเกินไปนัก

“ต้องบอกก่อนว่าสินค้าออร์แกนิกจะมีกลิ่นที่เฉพาะที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดที่มีกลิ่นหอมน่าใช้ ซึ่งจากข้อมูลปัจจัยการแพ้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว พบว่าเกิดจากสารสังเคราะห์แต่งกลิ่นเป็นอัตราที่สูงที่สุด ทางร้านเราจึงไม่มีกลิ่นหอมๆ แบบนั้นเลย จะมีก็แต่กลิ่นของ Essential Oil หรือน้ำมันหอมระเหย”

เครื่องสำอาง สเปรย์ฉีดหน้า All About You

เรื่องต่อมาคือ ราคา แม้จะมีกำแพงเรื่องภาษีแต่คุณป๊อปตั้งใจทำราคาให้ใกล้เคียงกับที่ขายในต่างประเทศ ขณะที่เรื่องบรรจุภัณฑ์สวยงามเป็นปัจจัยหลังสุดของการพิจารณา

เนื่องจากในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางโดยทั่วไป จะมีการทำวิจัยเก็บข้อมูลเพื่อปรับและพัฒนาสูตรให้เข้ากับคนท้องถิ่นโดยเฉพาะ และเมื่อเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่เลือกสรรมาจากต่างประเทศ ทำให้ All About You ทำงานยากขึ้นด้วยมั้ย เราถาม

“ถ้าติดตามจะสังเกตว่าช่วงหลังมานี้คนสนใจ oil ทาผิวกันมากขึ้น ในความเป็นจริงองค์ประกอบของผิวมีน้ำและน้ำมันเป็นส่วนประกอบพื้นฐานอยู่แล้ว สิ่งที่คืนความสมดุลให้ผิวควรมีองค์ประกอบของน้ำและน้ำมันเช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่าน้ำมันทุกตัวจะเหมาะกับผิวหน้า ก็ต้องเลือกเช่นกัน โดยทั่วไปคนไทยมีความกลัวการทาน้ำมันเยอะมาก อาจกลัวอุดตันหรือกลัวจะเป็นสิว แต่เมื่อให้ความรู้คนก็กล้าทดลองและผลก็คือผิวสุขภาพดีขึ้น” ซึ่งสุดท้ายผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นตัวพิสูจน์ผลิตภัณฑ์นั้นและทำให้คนกล้าเปิดใจลองผลิตภัณฑ์อื่นๆ มากขึ้น

ขณะที่ชื่อเสียงและเรื่องราวของแบรนด์ก็เป็นอีกปัจจัยพิเศษที่ทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ น่าสนใจ

All About You

หนึ่งในเรื่องราวของแบรนด์ที่คุณป๊อปชอบมาก คือแบรนด์ที่ชื่อว่า Mad Hippie จากสหรัฐอเมริกา เริ่มจากผู้ก่อตั้งอยู่วงการเครื่องสำอาง ส่วนสามีเป็นนักโต้คลื่น ต่อมากิจกรรมที่รักของสามีทำให้ผิวของเขาเสียและแพ้ง่าย เธอจึงพัฒนาสูตรและออกผลิตภัณฑ์ที่ทั้งกันแดดและลดปัญหาริ้วรอย จนได้รับความนิยมสูงสุดในอเมริกา

อีกแบรนด์คือ Alteya Organics จากบัลแกเรีย เป็นแบรนด์ที่มีไร่กุหลาบของตัวเอง ที่น่าสนใจคือ น้อยคนจะรู้ว่าบัลแกเรียเป็นประเทศที่เป็นแหล่งปลูกกุหลาบที่ดีที่สุดในโลก ที่นี่มี rose water น้ำกุหลาบแท้ๆ ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันสิว ลดการอักเสบ ทำให้ภูมิของผิวดีขึ้น มีส่วนผสมของมอยเจอไรเซอร์จากน้ำมันกุหลาบ โดยปกติราคาขายน้ำมันกุหลาบสำหรับเป็น raw material อยู่ที่กิโลกรัมละ 2 แสนบาท นอกจากมีไร่ของตัวเองแล้ว ยังมีห้องแล็บที่สกัดอยู่ที่นั่น ดังนั้นทุกอย่างจึงสดใหม่มากๆ

“ที่สำคัญ ฤดูกาลเก็บเกี่ยวดอกกุหลาบนั้นมีแค่ปีละ 1 ครั้งและต้องเก็บด้วยมือเท่านั้น กลิ่นที่ได้เป็นกลิ่นกุหลาบแท้ๆ ซึ่งช่วงแรกเราต้องให้ความรู้เรื่องนี้เยอะมาก เพราะคนทั่วไปเคยชินกับกลิ่นกุหลาบหอมๆ” ก่อนที่คุณป๊อปจะเสริมว่า การได้สินค้าจากประเทศที่เป็นแหล่งปลูกทำให้รู้สึกว่าได้ผลิตภัณฑ์ที่ใช่จริงๆ  

เครื่องสำอาง เครื่องสำอาง

งด-งาม

อีกเรื่องที่สำคัญของการใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก คือในเมื่อคนเรามีโอกาสที่จะแพ้ถั่ว แพ้แป้งสาลี จากธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกก็เช่นเดียวกัน คุณมีโอกาสเกิดอาการแพ้ตามลักษณะจำเพาะบุคคล แต่ถึงกระนั้น All About You ทำการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสิ่งที่ทำให้เกิดความเสี่ยงและการเกิดสารตกค้าง

“เช่น พาราเบน ที่แม้มีทั้งชนิดที่องค์การอาหารและยาประกาศห้ามใช้และอนุญาตให้ใช้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเคยมีงานวิจัยพบว่าพาราเบนอาจเป็นสาเหตุที่ให้ทำให้เกิดมะเร็งเต้านม ทางร้านเราก็จะไม่มีส่วนผสมเหล่านั้นในร้านเลย หรือสาร SLS ที่อยู่ในสบู่และแชมพูช่วยให้เกิดฟอง บางคนแพ้และมีอาการระคายเคือง เราก็จะไม่มีส่วนผสมเหล่านี้”

ช้าช้าในใบหน้างามงาม

ตลอดการสนทนาเราเห็นว่าสิ่งที่คุณป๊อปและ All About You นำเสนอนั้นไม่ใช่เพราะเขาเป็นผู้ประกอบการจึงคิดทำสิ่งนี้ แต่มาจากความเชื่ออย่างแท้จริงว่า สิ่งนี้ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม แต่คือไลฟ์สไตล์ ให้ความรู้และปลูกฝังความเข้าใจอีกด้านหนึ่ง

ป๊อป-กฤษฎิ์พนธ์ เมฆภานุวัฒน์

“ส่วนตัวผมเป็นคนที่เชื่อว่าธรรมชาติดีที่สุด มีวิจัยให้เห็นอยู่บ่อยๆ ว่าบุคคลที่มีอายุยืนยาวในโลกอาศัยในประเทศใดบ้าง ถ้าศึกษาวิถีชีวิตพวกเขาเหล่านี้จะพบว่าเขาไม่กินอาหารรสจัดไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ได้ปรุงแต่งอะไรมากนัก ใช้ชีวิตกับธรรมชาติ ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูแล้วลองวินิจฉัยว่าหากไม่อยากเป็นอย่างนั้นเราควรเลือกรับ เลือกปฏิเสธ และใช้ชีวิตอย่างไร นอกจากการกินอาหารที่พิถีพิถันและปลอดภัยแล้ว ผิวพรรณก็สำคัญ ผิวหน้าและหนังศีรษะของเราดูดซึมสารต่างๆ เข้าสู่ร่างกายมากกว่าส่วนอื่นๆ ถึง 7 เท่า ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้บนผิวหน้าทั้งหมดจะถูกดูดซึมเข้าสู่ผิว ครีมหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจึงส่งผลตามที่เราสัมผัสได้จริงๆ”

เหล่านี้จึงไม่ใช่แค่ความงาม แต่เป็นการเลือกสิ่งที่ดีให้กับชีวิตของเรา ราวกับจะบอกเราว่าการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงได้

“การใส่ใจเรื่องรายละเอียดเหล่านี้จะทำให้ชีวิตเรายากขึ้นมั้ย” เราถาม

“ถ้าในแง่ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกไม่ได้ทำให้ยุ่งยากขึ้นหรอก เพียงแค่ปรับพฤติกรรมบางอย่าง ทดลองเปิดใจเพื่อทำความรู้จัก” คุณป๊อปตอบ

จริงอยู่ที่ความงามในอุดมคติเป็นเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งไม่ว่าคุณจะรัก ชอบ และเชื่อ ในวิถีธรรมชาติหรือไม่ มีมุมมองต่อความงามภายนอกหรือภายในอย่างไร ทุกอย่างล้วนเกิดจากการเลือกสรรและจังหวะชีวิตที่พอเหมาะพอดี เช่นเดียวกับความตั้งใจของร้านผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกคัดสรร All About You ที่ตอบโจทย์การดูแลผิวสวยอย่างปลอดภัยและยั่งยืน

The Rules

  1. อย่ายอมแพ้
  2. อย่าหยุดเรียนรู้
  3. ทำงานเป็นทีม และสร้างพันธมิตรทั้งในและนอกองค์กร

Website: www.allaboutyou.co.th

Facebook: allaboutyouorganics

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

เพราะมีคนใกล้ตัวอยู่ในแวดวงดนตรี ชื่อของ ProPlugin เลยผ่านมาอยู่ในบทสนทนาอยู่บ่อย ๆ ล่าสุดคือวันก่อนหน้า เขาต้องใช้สายแจ็คทันทีในวันรุ่งขึ้น ติดต่อร้านไปตอนกลางคืนก็สามารถจัดส่งมาให้ได้ทันเวลา

“แนะนำว่า ถ้าอยากได้เสียงที่ดีต้องหาโฟมมารองหน่อย” โจ-ไตรเทพ ศรีกาลรา ผู้ก่อตั้งศูนย์รวมอุปกรณ์ผลิตสื่อและทำดนตรีครบวงจรแห่งนี้ พูดขึ้นขณะเราวางโทรศัพท์ไอโฟนบนโต๊ะเพื่ออัดเสียงสัมภาษณ์ 

ProPlugin ร้านอุปกรณ์เสียงออนไลน์ของพนง.ประจำ สู่ธุรกิจที่กำลังวางแผนเข้าตลาดทุน

เขาจัดหาโฟมมาให้รอง พร้อมอธิบายเหตุผลเรื่องเสียงสะท้อนที่ต้องทำอย่างนี้ และปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะว่า “แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดต้องมีไมค์ ซึ่งเรามีขายครับ”

ชายคนนี้เติบโตมาจากการขาย ครอบครัวของเขาทำร้านขายอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นพื้นฐานความรู้ที่ดีมาก แต่เขาไม่เคยคิดจะสืบทอดธุรกิจ จนกระทั่งวิกฤตต้มยำกุ้งใน พ.ศ. 2540 เศรษฐกิจชะลอตัวพร้อม ๆ กับที่ธุรกิจขายอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่ขาลง เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายแบรนด์มุ่งพัฒนาบริการหลังการขายให้ดีขึ้น ร้านขายอะไหล่แบบนี้จึงไม่จำเป็นกับลูกค้าอีกต่อไปแล้ว ทำให้การเงินของธุรกิจครอบครัวเขามีปัญหา 

ใครจะคิดว่าอีกกว่า 20 ปีถัดมา ความตั้งใจนั้นจะกลายเป็น ProPlugin ร้านขายอุปกรณ์เสียงที่ไม่มีคนไหนในวงการดนตรีหรือวงการคอนเทนต์ไม่รู้จัก และกำลังวางแผนเพื่อเข้าตลาดทุนในเร็ววันนี้

ProPlugin ร้านอุปกรณ์เสียงออนไลน์ของพนง.ประจำ สู่ธุรกิจที่กำลังวางแผนเข้าตลาดทุน
ProPlugin ร้านอุปกรณ์เสียงออนไลน์ของพนง.ประจำ สู่ธุรกิจที่กำลังวางแผนเข้าตลาดทุน

นักการขาย

หลังเรียนจบ โจเริ่มจากการสมัครงานประจำตำแหน่ง ‘พนักงานขาย’ เพราะทางบ้านไม่มีทุนตั้งต้นในการทำธุรกิจให้ เขาเชื่อว่าถ้าวันหนึ่งจะเป็นเจ้าของกิจการที่เก่งกาจ ต้องขายให้เป็น 

หลังจากนั้นก็ลาออก เอาความรู้ที่ได้มาทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งมีหลากหลายตั้งแต่ขายแพ็กเกจที่พัก ตั๋วเครื่องบิน บัตรเติมเงิน รองเท้าผู้หญิง เสื้อยืดผู้ชาย ไปจนถึงกระดาษรองนั่งชักโครก เขาใช้วิธีจับเสือมือเปล่าในการเลือกธุรกิจ อะไรที่ใช้เงินทุนไม่มาก เน้นลงแรงและเวลา โดยไม่มีเป้าหมายหรือแบบแผนที่ชัดเจน 

มันไม่ยั่งยืน

เขาได้กำไรเพียงเล็กน้อยจากธุรกิจเหล่านั้น จึงตัดสินใจกลับไปทำงานประจำครั้งที่ 2 ในตำแหน่ง Sales Executive เป็นผู้วางระบบห้องบันทึกเสียงให้สตูดิโอดัง ๆ อย่างแกรมมี่ อาร์เอส และกันตนา ซึ่งห้องเหล่านี้มีมูลค่าหลักสิบล้าน 

จนวันหนึ่ง ได้อ่านคอลัมน์ในนิตยสารดนตรีเล่มหนึ่งเกี่ยวกับ Home Studio ซึ่งเปิดโลกเขาจากที่เคยทำเฉพาะห้องบันทึกเสียงราคา 8 หลัก 

ProPlugin ร้านอุปกรณ์เสียงออนไลน์ของพนง.ประจำ สู่ธุรกิจที่กำลังวางแผนเข้าตลาดทุน

“มันเริ่มเป็นเทรนด์ในตอนนั้น ห้องเสียงแพงเพราะอุปกรณ์แพง แต่พอเทคโนโลยีพัฒนา เราสามารถทำเพลงบนคอมพิวเตอร์ได้ อุปกรณ์แบบฮาร์ดแวร์เริ่มเปลี่ยนมาเป็นซอฟต์แวร์ เริ่มมีเครื่องมือบันทึกเสียงที่บ้าน ผมเห็นโอกาสและเชื่อในโอกาสนี้ เลยตัดสินใจลาออกมาทำธุรกิจเองอีกครั้ง”

ลูกค้าคนแรกคือ เบล-สุพล พัวศิริรักษ์ 

เดือนแรกขายได้ 12,000 บาท โจใจชื้น ถ้าขายมากขึ้น บวกลบกำไรก็ไม่หนีเงินเดือนประจำนัก

เดือนที่สองขายได้ 2,000 กว่าบาท จนแทบไม่เหลือกำไร

เดือนที่สามขายไม่ได้เลย

โจมีรายชื่อและเบอร์ติดต่อลูกค้าประมาณร้อยคน วิธีการขายของเขาคือโทรหาลูกค้าในลิสต์ทุกเดือน โดยลืมคิดไปว่า อุปกรณ์แบบนี้ไม่ได้ซื้อกันบ่อย ๆ บางชิ้นใช้ไป 3 – 4 ปีถึงเปลี่ยนสักครั้ง 

เขากลับไปทำงานประจำครั้งที่สามพร้อมกับพัฒนา ProPlugin ไปด้วย

ProPlugin ร้านอุปกรณ์เสียงออนไลน์ของพนง.ประจำ สู่ธุรกิจที่กำลังวางแผนเข้าตลาดทุน

กลุ่มเป้าหมายใหม่

เมื่อร้อยรายชื่อนั้นไม่ทำให้สินค้าขายได้อีกต่อไป โจต้องหากลุ่มเป้าหมายใหม่ วิธีที่ง่ายที่สุดในตอนนั้นคือการขายบนเว็บไซต์ซึ่งฮิตที่สุดคือ TARAD.com

การตลาดของเขาไม่ซับซ้อน ใช้วิธีโปรโมตตามเว็บบอร์ดต่าง ๆ เช่น เว็บบอร์ดคนเล่นกีต้าร์ คนทำเพลง มือกลอง ทำให้มีลูกค้าใหม่ ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ 

กลางวันเป็นพนักงานบริษัท กลางคืนเป็นผู้ประกอบการ

ทำอย่างนั้นอยู่ 1 ปีจนยอดขายแตะหลักล้านใน 3 เดือน จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ… ครั้งสุดท้าย

สิ่งแรกที่เขาปรับเปลี่ยนคือ สร้างหน้าร้าน เพราะอุปกรณ์ทำเพลงบางชิ้นต้องลองใช้ ลองฟังก่อน เขาใช้ชั้นลอยของร้านอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์ที่บ้านเป็นโชว์รูมแรก ลูกค้าเริ่มรู้จักมากขึ้น จนกลายเป็นผู้บุกเบิกเทรนด์ Home Studio ของประเทศไทย

One-stop Solution

จุดเด่นคือความครบวงจร มาที่นี่ที่เดียวได้ของครบ ตัดสินใจได้เลย

เขายกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า สมัยก่อนเวลาจะซื้อไมโครโฟนสักตัว ลูกค้าต้องไปหลายร้านเพื่อลองทุกยี่ห้อ เพราะแต่ละแบรนด์มีตัวแทนจำหน่ายคนละที่ แต่ Pain Point ของลูกค้าคือต้องการเปรียบเทียบเพื่อให้ได้ของที่ถูกใจที่สุด

ProPlugin ร้านอุปกรณ์เสียงออนไลน์ของพนง.ประจำ สู่ธุรกิจที่กำลังวางแผนเข้าตลาดทุน
ProPlugin ร้านอุปกรณ์เสียงออนไลน์ของพนง.ประจำ สู่ธุรกิจที่กำลังวางแผนเข้าตลาดทุน
ProPlugin ร้านอุปกรณ์เสียงออนไลน์ของพนง.ประจำ สู่ธุรกิจที่กำลังวางแผนเข้าตลาดทุน

“เราวางตัวว่าเป็นมัลติแบรนด์ มีแบรนด์หลากหลาย เป็นมัลติโปรดักซ์ มีสินค้าที่หลากหลาย ทั้งยังเป็นมัลติแชนแนล มีช่องทางหลากหลายทั้งออนไลน์และหน้าร้าน 

“เราเริ่มต้นจากตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ก่อนจะมายุคที่อุปกรณ์ทำเสียงกลายมาเป็นเหมือนเครื่องดนตรีอีกชนิดหนึ่ง แล้วก็เพิ่มสินค้ามาเรื่อย ๆ ตามการบอกเล่าของลูกค้า จากที่เคยขายแค่อุปกรณ์บันทึกเสียง เริ่มมีอุปกรณ์ดีเจ ดีเจก็ผ่านมาตั้งแต่ยุคที่เล่นตามสถานบันเทิง เครื่องราคาหลักแสน มายุค Bedroom DJ ใช้คอมพิวเตอร์เล่นอยู่กับบ้านได้ ยุคหนึ่งเราเคยตามเทรนด์มาก ๆ จนมี Joystick เล่นเกมขาย เคยขาย Tablet ขาย Flash Drive ด้วย 

“แต่สุดท้าย ธุรกิจที่คู่แข่งเยอะแล้วเราไปเป็นหางเสือ ก็จะไม่สามารถกำหนดทิศทางตลาดได้ เทคโนโลยีเปลี่ยนไปเร็ว เราตามไม่ทันจนเจ็บตัว ผมเลยเลือกเป็นหัวหมา เป็นผู้เล่นอันดับต้น ๆ ของแวดวงนั้น แล้วโฟกัสจุดเดียวจนกลายมาเป็น ProPlugin ทุกวันนี้”

แต่แค่นั้นไม่ทำให้ ProPlugin อยู่มาได้ถึง 18 ปี เคล็ดลับของความสำเร็จคือการไม่ละทิ้งเป้าหมายใหญ่ซึ่งเป็นหัวใจของธุรกิจ คือ Amplify Your Dreams โจจึงไม่มองว่าตัวเองเป็นเพียงร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับเสียง แต่เชื่อว่าอุปกรณ์ของเขาจะช่วยสนับสนุนฝันให้คนอื่น ๆ ได้ไม่มากก็น้อย

กลุ่มลูกค้าแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือคนดนตรี มีตั้งแต่ระดับเริ่มต้นเป็นงานอดิเรก ดีเจ ไปจนถึงผู้นำวงการอย่างศิลปิน Big Ass, Bodyslam, The TOYS, Getsunova กลุ่มที่สองคือ Content Creator ที่ตอนนี้มีมากขึ้นเรื่อย ๆ บางคนทำคลิป TikTok บางคนทำคลิปพอดแคสต์ 

สินค้าที่นี่จึงมีหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่หลากหลาย และทุกสิ่งที่เลือกทำต้องตอบโจทย์ความเชื่อของเขา

เพื่อนคู่คิด

ก่อนหน้านี้ พนักงานต้องมีประสบการณ์ในด้านดนตรีแบบที่โจเรียกว่า ‘คนดนตรี’ เท่านั้น มาวันนี้กึ่งหนึ่งไม่มีพื้นเพด้านนี้โดยตรง แต่มีความตั้งใจที่จะเรียนรู้เพิ่มเติม สิ่งที่โจผู้มีประสบการณ์ทางด้านการขายมาก่อนให้ความสำคัญคือ ต้องให้ความรู้คู่การขายไปด้วย เป็นเหมือนเพื่อนคู่คิด 

“เราดูแลลูกค้าเหมือนเพื่อน และจะแนะนำของที่เหมาะสำหรับจุดประสงค์ของเขาเท่านั้น ถ้าสินค้าราคาหนึ่งหมื่นเพียงพอแล้ว เราจะไม่แนะนำสินค้าราคาหนึ่งแสน เช่น Content Creator ไม่จำเป็นต้องใช้ไมค์ราคาแพงมาก เราอาจจะเลือกตัวเล็ก ๆ ที่อยู่ในงบประมาณเขาให้ โดยไม่เอาความกรอบ Preference หรือความชอบส่วนตัวของพนักงานมาเป็นกรอบของลูกค้าและกรอบขององค์กร

“เรามองตัวเองเป็นเพื่อนที่แนะนำสิ่งที่ดีที่สุดให้เพื่อน ให้ข้อมูลอย่างจริงใจ ในทางกลับกัน ทีมเราก็ได้เรียนรู้จากลูกค้าที่มาซื้อด้วย ใช้อันไหนดีเขาก็มาแบ่งปัน พอได้แลกเปลี่ยนกันทั้งสองฝ่าย มันเลยกลายเป็นคอมมูนิตี้ขนาดย่อม ๆ ขึ้นมา”

พนักงานทุกคนมีเป้าหมายในการทำงานตรงกัน คือสนับสนุนความฝันของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ดีเจ Content Creator หรือบางคนเป็นผู้เสพเสียงดนตรีที่ฝันอยากใช้วันหยุดอยู่บ้านฟังเพลงที่เขาชอบ เกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ProPlugin เลยขยายบริการนอกเหนือจากการขายอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อสร้างระบบนิเวศในวงการนี้ให้เกิดขึ้น

“บริการของเรามีสามขาหลัก ๆ หนึ่ง ProPlugin School เป็นศูนย์กลางการศึกษาเกี่ยวกับเทคนิคต่าง ๆ ในการสร้างผลงานทางดนตรี คอนเทนต์ที่มีคุณภาพ และเสียงคุณภาพ สอนลูกค้าให้ทำเป็นก่อน

“เมื่อเขาทำเป็นแล้วก็ต้องมีอุปกรณ์ มาสู่ขาที่สองที่ศูนย์รวมอุปกรณ์ผลิตสื่อและดนตรีครบวงจร ซึ่งปัจจุบันมี Flagship Store ที่อาคารฟอร์จูนทาวน์

“และสาม ProPlugin Party ทันทีที่เขาพร้อมเป็นมืออาชีพ ถ้ามีคนจ้างเราจัดงาน ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง งานเลี้ยงบริษัท หรือแม้แต่เทศกาลดนตรีก็เคยจัด เราก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการหารายได้ของเขาได้

“ผมเชื่อว่าสุดท้ายวิถีนี้จะกลายเป็น Ecosystem ที่สร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนลูกค้าของเราให้บรรลุความฝัน From zero to star พร้อมขับเคลื่อนวงการดนตรีต่อไปเรื่อย ๆ”

นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ของตัวเองภายใต้ชื่อ ProTone จำหน่ายสายสัญญาณเสียงและกระเป๋าอุปกรณ์ดนตรี และร้าน ProPlugin Hi-Fi ขายเครื่องเสียง เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้ลูกค้าด้วยเช่นกัน

18 ปีที่เปลี่ยนไป

วงการการทำดนตรีเปลี่ยนแปลงตลอด ในทุกปีจะมีอุปกรณ์ใหม่กว่า เทคโนโลยีใหม่กว่า ออกวางจำหน่ายในท้องตลาด

18 ปีของธุรกิจก้าวผ่านอะไรหลาย ๆ อย่าง

จากแต่ก่อน ห้องบันทึกเสียงมีอุปกรณ์เต็มผนัง ปัจจุบันอุปกรณ์เหล่านั้นพัฒนาเป็นซอฟต์แวร์ที่แทบจะไม่เห็นความแตกต่างของผลลัพธ์ 

เสียงที่เคยเกิดจากเครื่องดนตรีอย่างเดียว ศิลปินก็พัฒนาวิธีการจนที่มาของเสียงอยู่รอบตัวได้ และบางส่วนเป็นเสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่มาจากอุปกรณ์ล้วน ๆ 

ถ้าวันหนึ่งคนเลิกใช้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ขึ้นมาจริง ๆ ProPlugin ก็จะปรับตัวตามพฤติกรรมใหม่ของลูกค้า

“จุดเด่นของเราคือเทคโนโลยีมาตั้งแต่วันแรก ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปเท่าไหร่ เราจะปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ต่อไปสินค้าในร้านอาจไม่ใช่แค่ Physical Product อย่างตอนนี้เราเริ่มทำคลาสออนไลน์ อย่าง ProPlugin Party อาจจะไม่ใช่แค่อีเวนต์ออฟไลน์ แต่เป็นออนไลน์ด้วย หรือในอนาคตถ้าทุกสื่อขึ้นไปบน Metaverse เราก็ต้องหาช่องทางเพื่อสนับสนุน Concent Creator ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าของเรา”

ProPlugin เคยมีสาขาสูงสุด 13 สาขา แต่วันนี้เหลือเพียงที่เดียว เพราะการมีสาขาเยอะ ไม่ได้แปลว่าทุกสาขามีของครบ และลูกค้าจะได้ประสบการณ์ที่ดีเหมือนกัน 

โจมุ่งเรื่องการขายออนไลน์จนมีสาขามากกว่า 10 แห่งบนมาร์เก็ตเพลสต่างๆ และให้ความสำคัญกับ Flagship แห่งเดียวแห่งนี้ โดยพัฒนาให้เป็น Experience Center เน้นการสร้างประสบการณ์ทางตรง แบบที่เขาบอกว่า “พอมันเกี่ยวกับเสียง อ่านรีวิวให้ตาย ก็ไม่เห็นภาพหรอก” 

การตลาดแบบ Omni-channel จึงสำคัญมากสำหรับธุรกิจนี้ ไม่จำเป็นว่าลูกค้าจะต้องซื้อหน้าร้าน เขาอาจจะแค่มาลองใช้แล้วกลับไปซื้อออนไลน์ หรือซื้อกับตัวแทนจำหน่ายบนออนไลน์ก็ได้เช่นกัน ขณะเดียวกัน ก็มีคลิปรีวิวสินค้าสำหรับลูกค้าที่ไม่สะดวกเดินทางมาที่ร้าน ทำ A/B Testing ให้ลูกค้าใช้ประกอบการตัดสินใจ

อยากเติบโต ต้องมองการณ์ใหญ่

คุณทำธุรกิจมาก่อนหน้าหลายอย่าง อะไรที่ทำให้สำเร็จ และครั้งอื่นไม่สำเร็จ – เราถามเขา

“เราต้องลองผิดเยอะกว่า ก่อนจะรู้ว่าลองถูกคือยังไง แต่ไปลองผิดในแบบที่เราไม่ต้องเจ็บตัวมาก ค่อย ๆ เรียนรู้ไปทีละขั้นตอน แบบไหนเวิร์ก แบบไหนไม่เวิร์ก จนเจอสิ่งที่ใช่

“สำคัญคือ เมื่อไปลองผิดมาแล้ว ต้องมาสรุปให้ได้ว่า Lessons Learned คืออะไร สิ่งไหนทำให้ไม่สำเร็จ เพื่อจะได้ไม่ต้องผิดพลาดเหมือนเดิม”

เป้าหมายในอนาคตคือการเข้าตลาดหลักทรัพย์ โดยเริ่มจากการเข้าตลาด Live Exchange เพื่อหาพาร์ตเนอร์ที่จะทำให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้น มีความพร้อมมากขึ้น และเติบโตขึ้นไปสู่ตลาด MAI ใน พ.ศ. 2567

“เราทำให้โมเดลธุรกิจเกิดการวิวัฒนาการ สร้าง Ecosystem ที่ผมบอกในตอนแรก ก่อนจะขยายไปประเทศเพื่อนบ้าน เจาะตลาดไปยังประเทศกลุ่มนี้

“โลกวันนี้เปลี่ยนแปลงเร็ว Disruption ก็เกิดขึ้นตลอดเวลา ถ้าธุรกิจเรายังอยู่ในสเกลเท่านี้ อนาคตจะถูกกลืนแน่นอน การจะสเกลใหญ่ขึ้น เราจำเป็นต้องมีทีมงานมืออาชีพ 

“ก่อนหน้านี้ ProPlugin บริหารแบบธุรกิจครอบครัว มีความเป็น One-man Show และศูนย์กลางอยู่ที่คนคนเดียว ผมอยากให้องค์กรนี้กลายเป็นองค์กรที่ไม่ต้องพึ่งพาใครคนใดคนหนึ่ง แต่ใช้แบรนด์และระบบนำ ปีที่ผ่านมาจึงมีผู้บริหารระดับ C-level เข้ามาพร้อมกันสี่คนเลย คือ COO, CMO, CTO, CFO รวมกับทีมงานมืออาชีพจากหลากหลายอุตสาหกรรม”

โจทิ้งทายไว้ว่า การจะขับเคลื่อนวงการดนตรีไปข้างหน้า ต้องอาศัยพลังของคนเก่ง ๆ จำนวนมากในการสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน

และนั่นคือวิสัยทัศน์ของเจ้าของธุรกิจที่คิดการณ์ใหญ่คนนี้

Lessons Learned

  • ลองผิดเพื่อให้เจอสิ่งที่ถูก แต่เมื่อผิดแล้วต้องวิเคราะห์หาเหตุผลเพื่อที่จะไม่ผิดซ้ำสอง
  • หา Pain Point ของตลาดที่มีอยู่เดิม ตอบโจทย์นั้น แล้วสร้างจุดเด่นธุรกิจที่ไม่เหมือนคนอื่น
  • ประเมินความสามารถของธุรกิจตัวเอง แล้วเลือกทำในทางที่ตัวเองเชื่อและถนัด เหมือนอย่างที่ ProPlugin เลิกขายสินค้า Gadget อื่น ๆ เพื่อมามุ่งเน้นอุปกรณ์เสียงอย่างเดียว
  • คิดการณ์ใหญ่ แล้วค่อย ๆ วางแผนหาแนวทางไปให้ถึงเป้าหมาย
  • มองธุรกิจเป็นมากกว่าการสร้างกำไร ถามตัวเองว่าอยากเปลี่ยนแปลงหรือขับเคลื่อนอะไรให้สังคม เหมือนที่ ProPlugin อยากสนับสนุนให้คนตามความฝัน แล้วทุกอย่างที่เลือกทำหรือทุกการตัดสินใจจะต้องตอบโจทย์นั้นทั้งหมด
  • ปรับตัวให้เท่าทันเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมเป้าหมายใหญ่ที่ตั้งไว้
  • ให้ความสำคัญกับคนในองค์กร เหมือนอย่างที่โจบอกไว้ว่า การไปข้างหน้าต้องอาศัยพลังของคนเก่ง ๆ จำนวนมากในการสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน

LiVE Platform แพลตฟอร์มเพื่อช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับ SMEs และ Startups เติบโตและมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนในตลาดทุน www.live-platforms.com

Writer

พิมพ์อร นทกุล

อดีตเด็กบัญชี เชื่อในบทสนทนาที่ดี และมีความสุขกับการเล่าเรื่องราวต่างๆ ส่วนใหญ่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load