15 พฤศจิกายน 2560
11.51 K

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเจอกับคำว่า ความงามจากธรรมชาติ หรือความงามแบบออร์แกนิก

หลายเดือนก่อน เพื่อนในโลกออนไลน์เข้ามาแสดงความเห็นต่อรูปภาพรูปหนึ่งของเรา ภายใต้ท่าทางที่ยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยนไปทั้งดวงตา และพรางร่องรอยการอดหลับอดนอนด้วยที่ปกปิดใต้ตาสูตรเข้มข้น เพื่อนคนเดิมนิยามมันว่า เป็นความหมวยและสวยแบบออร์แกนิก

อย่าเพิ่งดับฝันกันด้วยการบอกว่าออร์แกนิกในที่นี้มีความหมายคนละอย่าง

เห็นด้วยทุกอย่างกับคำพูดที่ว่า สวยจากภายใน แต่โลกที่หมุนเร็วขนาดนี้ บางทีเราก็ต้องระเบิดความสวยนั้นออกมา

สาวจืดทุกคนคะ โอกาสมาถึงพวกเราแล้ว คนที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์เพื่อความงามอย่างยั่งยืนและปลอดภัย เข้าอกเข้าใจการสวยแบบค่อยๆ เผยความสดใส เบิกบานเหมือนดอกไม้แรกแย้ม ลองหยิบอายแชโดว์จากสารสกัดธรรมชาติหลายเฉดสี ปัดแก้มด้วยบลัชออนสีอ่อนคล้ายผ่านความร้อนแดด ตามด้วยลิปกลอสสีสวยมีส่วนผสมของผงโกโก้ ทำให้สีติดทนและมีรสชาติอร่อยๆ ติดริมฝีปาก ก่อนจะฉีดสเปรย์น้ำกุหลาบจากไร่ที่บัลแกเรียแหล่งปลูกกุหลาบที่ใหญ่ที่สุดในโลกพรมให้ทั่วทั้งหน้า เพิ่มความสดชื่นตลอดทั้งบ่าย

เครื่องสำอาง

ทั้งหมดนี้และอื่นๆ อีกมากมายดึงความสนใจของเราระหว่างสนทนากับ คุณป๊อป-กฤษฎิ์พนธ์ เมฆภานุวัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดร้าน All About You ร้านคัดสรรผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางออร์แกนิกชั้นดีจากทั่วทุกมุมโลก 

All About You

ยิ่งได้คุยถึงความตั้งใจตั้งต้น สรรพคุณสนุกๆ ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน และหลากหลายเรื่องราวเบื้องหลังแบรนด์คัดสรร เราก็ไม่แปลกใจว่าทำไมที่แห่งนี้ถึงเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ชื่อไม่คุ้น รับรองว่าหัวใจคุณจะเต้นไม่เป็นจังหวะ

เพื่อความงามอันเป็นนิรันดร์ ขอให้คุณเดินไปหยิบตะกร้าแล้วตามมาค่ะ
All About You

คนจะงาม งามที่ใจ และใช้ใบหน้า

น้อยคนจะรู้ว่า นอกจากความปลอดภัยที่ได้รับการรับรองจากองค์กรที่น่าเชื่อถือ ราคาแพงที่เราจ่ายให้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกนั้น ผลและประสิทธิภาพในการดูแลรักษาและประทินผิวไม่ได้ด้อยไปกว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากธรรมชาติแบรนด์ดังและเวชภัณฑ์ทั่วไป

ความเข้าใจเกี่ยวกับออร์แกนิกของคนไทยเราเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างในช่วงที่ผ่านมา

คุณป๊อปเล่าให้ฟังว่า คนทั่วไปเริ่มมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกต่างไปจากเมื่อก่อน สังเกตได้จากผู้บริโภคในยุคหลังมานี้ใส่ใจดูส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองใช้ รวมถึงการเข้ามาสอบถามรายละเอียดของส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ผ่านโซเชียลมีเดียของทางร้านกันมากขึ้น

ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเทรนด์ healthy lifestyle ที่ไม่เพียงสร้างไลฟ์สไตล์การดูแลตัวเอง ตระหนักถึงผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้และบริโภค ยังทำให้คนกลับมาตั้งคำถามว่า ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตสมดุลเหมาะสมแล้วหรือยัง

เช่นเดียวกับในต่างประเทศ ทางเลือกที่มากมายนั้นมีเพื่อรักษาสมดุลการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างสุดโต่ง

“จะเห็นได้จากซูเปอร์มาร์เก็ตในต่างประเทศ เขาจะมีแผนกสินค้าออร์แกนิกใหญ่มากๆ บางประเทศก็มีร้านที่ขายออร์แกนิกทั้งร้าน มีสินค้าทุกประเภท ที่สำคัญ มีคนจำนวนไม่น้อยเดินเลือกซื้อสินค้าอยู่ตลอดเวลา” คุณป๊อปเล่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออร์แกนิกกับความงาม ยิ่งศึกษาก็พบโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ จึงตัดสินใจต่อยอดธุรกิจของครอบครัว ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญนำเข้ายามากว่า 30 ปี

All About You เครื่องสำอาง เครื่องสำอาง

“ผมรู้สึกสนใจผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่เกี่ยวกับความงาม เพราะมองว่าเป็นสิ่งยั่งยืนมากกว่า ซึ่งไม่ใช่การสวยขาวภายใน 7 วัน แต่เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติแม้จะใช้เวลา คุณจะไม่มีทางขาวแบบสะท้อนแสง แต่จะขาวสวยแบบผิวของคุณเอง ซึ่งบางทีเราต้องกลับมาถามตัวเองว่า เราอยากจะขาวขนาดนั้นมั้ย” คุณป๊อปเล่า

โชคดีที่กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของ All About You เข้าใจความงามในแบบฉบับนี้ตรงกัน

นอกจากความดีงามที่ปราศจากสารเคมีอันส่งผลต่อผิวแล้ว เราสงสัยว่าตรารับรองหรือเครื่องหมายการันตีความปลอดภัยเหล่านี้ส่งผลต่อความรู้สึกลูกค้าในแต่ละประเทศอย่างไรบ้าง คุณป๊อปจึงเล่าว่า ในต่างประเทศ ตรารับรองเหล่านี้มีความสำคัญมาก เพราะนอกจากจะเป็นเรื่องทางกฎหมายแล้ว ยังสะท้อนจิตสำนึกต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

และแม้จะมีการพูดถึงเรื่องของออร์แกนิกในบ้านเราสักพักใหญ่แล้ว แต่เรื่ององค์ความรู้ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ความงามเหล่านี้ก็ยังมีอย่างจำกัด นอกจากจะเป็นร้านแรกในประเทศไทยที่คัดสรรและรวบรวมผลิตภัณฑ์แล้ว All About You ยังเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ให้ความสำคัญกับการสื่อสารความรู้นี้

นางงามมิตรภาพ

หากเป็นแผนการทำธุรกิจจากความรักและความตั้งใจ บทแรกของเรื่องราวในนั้นมักจะเริ่มต้นด้วยการสร้างเรื่องราวของตัวเอง เราจึงสงสัยว่าทำไม All About You จึงเริ่มต้นจากการเป็นผู้คัดสรร มากกว่าจะทำผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อตัวเอง

“เมื่อเริ่มต้น ผมมองว่าองค์ความรู้ของเราเองยังมีไม่มากพอ เราจึงเริ่มต้นจากการเป็นผู้เลือกก่อน เราเลือกคนที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว เขามีทั้งความรู้ มีองค์กรระดับชาติรับประกัน ขณะที่บ้านเรายังไม่มีหน่วยงานรับรองเหล่านี้ เราจึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของต่างประเทศ” คุณป๊อปอธิบายเหตุผลที่เราเห็นด้วยทุกประการ

ความน่าสนใจก็คือ ไม่เพียงเป็นผู้คัดสรรผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกชั้นดีจากทั่วโลก All About You ยังรับบทเป็นที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้ ตอบคำถามเรื่องส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์และให้คำแนะนำอย่างซื่อสัตย์เมื่อได้รับการร้องขอจากลูกค้า แม้กระทั่งสินค้าที่ไม่มีจำหน่ายในร้าน All About You

“ตอนแรกเราก็ไม่ได้ไปถึงขั้นจะเป็นที่ปรึกษา คิดแค่ว่าไม่ว่าอย่างไรเราต้องเตรียมข้อมูลให้พร้อม ไม่ว่าลูกค้าจะเป็นกลุ่มไหน จะมีตั้งแต่คนที่เข้าใจเรื่องนี้อย่างดีเพราะมีประสบการณ์ใช้ผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ ไปจนถึงคนที่เพิ่งเริ่มสนใจผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก สิ่งสำคัญคือเราต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ซื่อสัตย์กับสิ่งที่ทำ ไม่ใช่แนะนำเพราะมีโปรโมชันหรืออยากทำยอดขายให้มากๆ แต่ต้องเหมาะสมกับลูกค้าจริงๆ” คุณป๊อปเสริมว่าแนวคิดนี้ทำให้สัดส่วนของลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำเป็นที่น่าพอใจ

All About You All About You

ลำดับต่อมา คือวิธีการคัดกรองผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกมาจำหน่ายที่ร้าน คุณป๊อปเล่าว่า หลังจากศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์จาก supplier จะเป็นหน้าที่ของเภสัชกรจากบริษัทแม่ ที่จะมาช่วยทดลองและตรวจสอบส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เป็นอีกจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ All About You แตกต่างจากแบรนด์นำเข้าผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกทั่วไป

เช่นเดียวกับปรัชญาของแบรนด์ที่บอกว่า High Performance Cosmetic Non-Toxic Beauty

“เราอยากบอกลูกค้าว่า การที่เราเป็นผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่เป็นออร์แกนิก ไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพที่มีจะด้อยไปกว่าผลิตภัณฑ์ดูแลความงามทั่วไป เพราะด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้สารสกัดจากธรรมชาติที่ปราศจากสารเคมีได้ประสิทธิภาพสูงเช่นกัน โดยเฉพาะไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างสะสม ช่วยให้ผิวดีขึ้นอย่างยั่งยืน เป็นหลักการสำคัญของแบรนด์ที่เราอยากมอบความสวยงามอย่างยั่งยืนให้แก่ลูกค้า” คุณป๊อปกล่าว

ใครงามเลิศในปฐพี

ผู้ชนะมีเพียงหนึ่งเดียว เพื่อจะเป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางออร์แกนิกชั้นดีจากทั่วทุกมุมโลก ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกแบบไหนจึงเหมาะสมค่าควร ซึ่งวิธีการคัดสรรของ All About You ได้แก่

อันดับแรก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดคือ สรรพคุณของสินค้า

นอกจากตัวแทนสาวงามจะมาผ่าน supplier ผู้ส่งเข้าประกวดแล้ว ทางร้านก็ต้องค้นหาผลิตภัณฑ์จากทั่วโลกที่อยู่ในตลาดนี้ รวบรวมรายชื่อ ก่อนค้นคว้าหารีวิวและกระแสตอบรับจากลูกค้า จากนั้นทดลองสั่งซื้อมาดูส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์และทดลองสินค้าว่าเนื้อสัมผัสเหมาะกับผิวของคนไทยหรือไม่ รวมถึงกลิ่นที่ไม่แย่จนเกินไปนัก

“ต้องบอกก่อนว่าสินค้าออร์แกนิกจะมีกลิ่นที่เฉพาะที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดที่มีกลิ่นหอมน่าใช้ ซึ่งจากข้อมูลปัจจัยการแพ้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว พบว่าเกิดจากสารสังเคราะห์แต่งกลิ่นเป็นอัตราที่สูงที่สุด ทางร้านเราจึงไม่มีกลิ่นหอมๆ แบบนั้นเลย จะมีก็แต่กลิ่นของ Essential Oil หรือน้ำมันหอมระเหย”

เครื่องสำอาง สเปรย์ฉีดหน้า All About You

เรื่องต่อมาคือ ราคา แม้จะมีกำแพงเรื่องภาษีแต่คุณป๊อปตั้งใจทำราคาให้ใกล้เคียงกับที่ขายในต่างประเทศ ขณะที่เรื่องบรรจุภัณฑ์สวยงามเป็นปัจจัยหลังสุดของการพิจารณา

เนื่องจากในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางโดยทั่วไป จะมีการทำวิจัยเก็บข้อมูลเพื่อปรับและพัฒนาสูตรให้เข้ากับคนท้องถิ่นโดยเฉพาะ และเมื่อเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่เลือกสรรมาจากต่างประเทศ ทำให้ All About You ทำงานยากขึ้นด้วยมั้ย เราถาม

“ถ้าติดตามจะสังเกตว่าช่วงหลังมานี้คนสนใจ oil ทาผิวกันมากขึ้น ในความเป็นจริงองค์ประกอบของผิวมีน้ำและน้ำมันเป็นส่วนประกอบพื้นฐานอยู่แล้ว สิ่งที่คืนความสมดุลให้ผิวควรมีองค์ประกอบของน้ำและน้ำมันเช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่าน้ำมันทุกตัวจะเหมาะกับผิวหน้า ก็ต้องเลือกเช่นกัน โดยทั่วไปคนไทยมีความกลัวการทาน้ำมันเยอะมาก อาจกลัวอุดตันหรือกลัวจะเป็นสิว แต่เมื่อให้ความรู้คนก็กล้าทดลองและผลก็คือผิวสุขภาพดีขึ้น” ซึ่งสุดท้ายผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นตัวพิสูจน์ผลิตภัณฑ์นั้นและทำให้คนกล้าเปิดใจลองผลิตภัณฑ์อื่นๆ มากขึ้น

ขณะที่ชื่อเสียงและเรื่องราวของแบรนด์ก็เป็นอีกปัจจัยพิเศษที่ทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ น่าสนใจ

All About You

หนึ่งในเรื่องราวของแบรนด์ที่คุณป๊อปชอบมาก คือแบรนด์ที่ชื่อว่า Mad Hippie จากสหรัฐอเมริกา เริ่มจากผู้ก่อตั้งอยู่วงการเครื่องสำอาง ส่วนสามีเป็นนักโต้คลื่น ต่อมากิจกรรมที่รักของสามีทำให้ผิวของเขาเสียและแพ้ง่าย เธอจึงพัฒนาสูตรและออกผลิตภัณฑ์ที่ทั้งกันแดดและลดปัญหาริ้วรอย จนได้รับความนิยมสูงสุดในอเมริกา

อีกแบรนด์คือ Alteya Organics จากบัลแกเรีย เป็นแบรนด์ที่มีไร่กุหลาบของตัวเอง ที่น่าสนใจคือ น้อยคนจะรู้ว่าบัลแกเรียเป็นประเทศที่เป็นแหล่งปลูกกุหลาบที่ดีที่สุดในโลก ที่นี่มี rose water น้ำกุหลาบแท้ๆ ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันสิว ลดการอักเสบ ทำให้ภูมิของผิวดีขึ้น มีส่วนผสมของมอยเจอไรเซอร์จากน้ำมันกุหลาบ โดยปกติราคาขายน้ำมันกุหลาบสำหรับเป็น raw material อยู่ที่กิโลกรัมละ 2 แสนบาท นอกจากมีไร่ของตัวเองแล้ว ยังมีห้องแล็บที่สกัดอยู่ที่นั่น ดังนั้นทุกอย่างจึงสดใหม่มากๆ

“ที่สำคัญ ฤดูกาลเก็บเกี่ยวดอกกุหลาบนั้นมีแค่ปีละ 1 ครั้งและต้องเก็บด้วยมือเท่านั้น กลิ่นที่ได้เป็นกลิ่นกุหลาบแท้ๆ ซึ่งช่วงแรกเราต้องให้ความรู้เรื่องนี้เยอะมาก เพราะคนทั่วไปเคยชินกับกลิ่นกุหลาบหอมๆ” ก่อนที่คุณป๊อปจะเสริมว่า การได้สินค้าจากประเทศที่เป็นแหล่งปลูกทำให้รู้สึกว่าได้ผลิตภัณฑ์ที่ใช่จริงๆ  

เครื่องสำอาง เครื่องสำอาง

งด-งาม

อีกเรื่องที่สำคัญของการใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก คือในเมื่อคนเรามีโอกาสที่จะแพ้ถั่ว แพ้แป้งสาลี จากธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกก็เช่นเดียวกัน คุณมีโอกาสเกิดอาการแพ้ตามลักษณะจำเพาะบุคคล แต่ถึงกระนั้น All About You ทำการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสิ่งที่ทำให้เกิดความเสี่ยงและการเกิดสารตกค้าง

“เช่น พาราเบน ที่แม้มีทั้งชนิดที่องค์การอาหารและยาประกาศห้ามใช้และอนุญาตให้ใช้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเคยมีงานวิจัยพบว่าพาราเบนอาจเป็นสาเหตุที่ให้ทำให้เกิดมะเร็งเต้านม ทางร้านเราก็จะไม่มีส่วนผสมเหล่านั้นในร้านเลย หรือสาร SLS ที่อยู่ในสบู่และแชมพูช่วยให้เกิดฟอง บางคนแพ้และมีอาการระคายเคือง เราก็จะไม่มีส่วนผสมเหล่านี้”

ช้าช้าในใบหน้างามงาม

ตลอดการสนทนาเราเห็นว่าสิ่งที่คุณป๊อปและ All About You นำเสนอนั้นไม่ใช่เพราะเขาเป็นผู้ประกอบการจึงคิดทำสิ่งนี้ แต่มาจากความเชื่ออย่างแท้จริงว่า สิ่งนี้ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม แต่คือไลฟ์สไตล์ ให้ความรู้และปลูกฝังความเข้าใจอีกด้านหนึ่ง

ป๊อป-กฤษฎิ์พนธ์ เมฆภานุวัฒน์

“ส่วนตัวผมเป็นคนที่เชื่อว่าธรรมชาติดีที่สุด มีวิจัยให้เห็นอยู่บ่อยๆ ว่าบุคคลที่มีอายุยืนยาวในโลกอาศัยในประเทศใดบ้าง ถ้าศึกษาวิถีชีวิตพวกเขาเหล่านี้จะพบว่าเขาไม่กินอาหารรสจัดไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ได้ปรุงแต่งอะไรมากนัก ใช้ชีวิตกับธรรมชาติ ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูแล้วลองวินิจฉัยว่าหากไม่อยากเป็นอย่างนั้นเราควรเลือกรับ เลือกปฏิเสธ และใช้ชีวิตอย่างไร นอกจากการกินอาหารที่พิถีพิถันและปลอดภัยแล้ว ผิวพรรณก็สำคัญ ผิวหน้าและหนังศีรษะของเราดูดซึมสารต่างๆ เข้าสู่ร่างกายมากกว่าส่วนอื่นๆ ถึง 7 เท่า ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้บนผิวหน้าทั้งหมดจะถูกดูดซึมเข้าสู่ผิว ครีมหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจึงส่งผลตามที่เราสัมผัสได้จริงๆ”

เหล่านี้จึงไม่ใช่แค่ความงาม แต่เป็นการเลือกสิ่งที่ดีให้กับชีวิตของเรา ราวกับจะบอกเราว่าการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงได้

“การใส่ใจเรื่องรายละเอียดเหล่านี้จะทำให้ชีวิตเรายากขึ้นมั้ย” เราถาม

“ถ้าในแง่ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกไม่ได้ทำให้ยุ่งยากขึ้นหรอก เพียงแค่ปรับพฤติกรรมบางอย่าง ทดลองเปิดใจเพื่อทำความรู้จัก” คุณป๊อปตอบ

จริงอยู่ที่ความงามในอุดมคติเป็นเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งไม่ว่าคุณจะรัก ชอบ และเชื่อ ในวิถีธรรมชาติหรือไม่ มีมุมมองต่อความงามภายนอกหรือภายในอย่างไร ทุกอย่างล้วนเกิดจากการเลือกสรรและจังหวะชีวิตที่พอเหมาะพอดี เช่นเดียวกับความตั้งใจของร้านผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกคัดสรร All About You ที่ตอบโจทย์การดูแลผิวสวยอย่างปลอดภัยและยั่งยืน

The Rules

  1. อย่ายอมแพ้
  2. อย่าหยุดเรียนรู้
  3. ทำงานเป็นทีม และสร้างพันธมิตรทั้งในและนอกองค์กร

Website: www.allaboutyou.co.th

Facebook: allaboutyouorganics

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

ประเทศไทยมีประชากรมากกว่า 66 ล้านคน ในจำนวนนี้มีมากกว่า 20 ล้านคนที่อาจนับเป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งเติบโตมากับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยที่รวดเร็ว

พวกเขาเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้วยพลังของโซเชียลมีเดีย เห็นปัญหาและความทุกข์ร้อนของผู้คน สังคม และสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ บางส่วนใฝ่ฝันที่จะแก้ไขเพื่อบ้านเมืองที่ดีขึ้นสำหรับพวกเขาและคนรุ่นหลัง

แต่ใครที่เคยผ่านการลงมือทำมาบ้าง คงรู้กันดีว่าไม่ใช่เรื่องง่ายแต่อย่างใด บางความฝันต่อให้ใช้ทั้งชีวิต ก็ไม่อาจเห็นวันที่ฝันเป็นจริงได้

เว้นแต่ว่าเราแท็กทีมกัน เรื่องยากก็อาจจะง่ายขึ้นทันตา

นั่นคือสิ่งที่ ‘Tact Social Consulting’ ธุรกิจเพื่อสังคมหรือ Social Enterprise ของคนรุ่นใหม่กำลังทำ ผ่านการเป็นที่ปรึกษา และบริหารจัดการโครงการที่มุ่งแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยชักชวนคนรุ่นใหม่ด้วยกันมาเป็นพลังในการขับเคลื่อน หรือที่เรียกว่า Youth Engagement

ก่อตั้งจากความฝันของ แม็ก-ชยุตม์ สกุลคู (CEO), ซึง-ปวรรัตน์ ลิสกุลรักษ์ (Chief Operating Officer หรือ COO), ป้อง-เชาวนะ วิชิตพันธุ์ (Environment Director) และบรรดาทีมคนรุ่นใหม่ที่เชื่อในเรื่องเดียวกัน

Tact ธุรกิจเพื่อสังคมที่แก้ปัญหาความยั่งยืน ด้วยการสร้างคนรุ่นใหม่ที่ Take Action

ด้วยอายุเฉลี่ยของพนักงานเพียง 25 ปี พวกเขาผ่านการรับงาน ทำงานร่วมกับองค์กรขนาดใหญ่ระดับประเทศ สร้างการเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านการศึกษา การจัดการขยะ การช่วยเหลือธุรกิจรายย่อย และอื่น ๆ

หลังก่อตั้งมานาน 4 ปี และผ่านวันเวลาอันแสนสาหัสจากช่วงโควิด-19 ไปได้แล้ว เรานัดคุยกับพวกเขาถึงการเติบโตของบริษัท ที่มองไกลไปถึงการสร้างโปรเจกต์และบุคลากรด้านความยั่งยืนในระดับภูมิภาค เพื่อโลกใบนี้ที่มีความหวัง

ถ้าพร้อมแล้ว มา Take Action ไปด้วยกัน

01
Tact Team

“Tact เริ่มต้นจากการชวนนักกิจกรรมของมหาวิทยาลัย แต่ละคนอาจสนใจกันคนละเรื่อง แต่สิ่งที่ยึดโยงเราเข้าหากัน คือการมองเห็นว่าประเทศไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้างให้แก้หลายอย่าง และคนรุ่นเราน่าจะทำอะไรได้บ้าง” แม็ก บัณฑิตนักกิจกรรมวัย 27 ปี จากรั้วคณะวิศวกรรมศาสตร์ เกริ่นถึงจุดเริ่มต้นและพลังที่ผลักดันให้เขาสร้าง Tact ขึ้นมา

สมัยเรียน แม็กทำกิจกรรมหลากหลายที่ช่วยสร้างทักษะการทำงานและความเป็นผู้นำ ตั้งแต่เป็นนักโต้วาที ประธานจัดงานใหญ่ของคณะและก่อตั้งชมรมที่มุ่งหมายจะช่วยพัฒนาชุมชน

ระหว่างลงพื้นที่ไปทำงานอาสาของชมรม อาจารย์ท่านหนึ่งพูดสิ่งที่สะกิดใจเขาขึ้นมา

“อาจารย์บอกว่าเด็กรุ่นคุณน่าจะมีพลังทำอะไรได้อีกเยอะ มากกว่าการนั่งทาสีบ้านหรือเปล่า” 

หลังจากวันนั้น แม็กกลับมาคิดหาทางช่วยพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืน และพบว่างานแบบนี้ต้องอาศัยทั้งเวลาและความเข้าใจ น่าจะลองฟอร์มทีมคนรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างจริงจัง ลองดูว่าพวกเขาจะทำกันได้สักแค่ไหน

เมื่อใฝ่ฝัน แม็กจึงตระเวนหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ จนพบ ซึง บัณฑิตคณะเศรษฐศาสตร์ที่เคยทำงานในบริษัทระดับโลก แต่แสวงหางานที่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้สังคม และ ป้อง รุ่นน้องในคณะที่ชอบอยู่กับธรรมชาติ ชวนมาเป็นหนึ่งในรุ่นบุกเบิกและร่วมทีมกันกับ Co-founders อีก 3 คน

Tact ธุรกิจเพื่อสังคมที่แก้ปัญหาความยั่งยืน ด้วยการสร้างคนรุ่นใหม่ที่ Take Action
Tact ธุรกิจเพื่อสังคมที่แก้ปัญหาความยั่งยืน ด้วยการสร้างคนรุ่นใหม่ที่ Take Action

“ตอนคุยกับแม็ก เราไม่ได้มีภาพในหัวเลยว่ามันจะมาเป็นแบบทุกวันนี้ แต่เรามองหาว่าองค์กรไหนที่จะทำให้เราได้ใช้พลังของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ไม่อยู่เป็นจุดเล็ก ๆ ในที่ที่อาจจะไม่ได้มีวิสัยทัศน์เรื่องสังคม คุยกับแม็กครั้งแรกนานกว่า 5 ชั่วโมง พอรู้สึกว่าเห็นตรงกันก็ทำ จนถึงทุกวันนี้” ซึงเล่าย้อนความ

ป้องยังเสริมว่า “ตอนนั้นพี่แม็กถามว่าชีวิตนี้ต้องการอะไร ผมรู้คำตอบว่าอยากจะเป็นคนที่มีประโยชน์ เพียงแต่ก่อนหน้านี้เราไม่มั่นใจว่าจะทำงานแบบนี้แล้วอยู่รอดได้ไหม แต่พอเห็นโอกาสว่าเป็นไปได้ ก็ได้คำตอบเลย”

แต่ความเป็นไปได้นั้นก็ยังเป็นภาพที่เบลออยู่ ในตอนแรกพวกเขาไม่ได้มีโมเดลธุรกิจมากไปกว่าการรับจัดโครงการ ตั้งแต่เป็นที่ปรึกษา เริ่มคิดไอเดีย วางแผน จนจัดงานสำเร็จ อาศัยเงินทุนจากสปอนเซอร์ที่เป็นบริษัทที่ต้องการทำงานด้าน CSR

แต่ถ้าไม่เริ่มสักทาง ก็คงไม่มีวันได้ลงมือทำ

02
Trust Building 

ผลงานแรกของ Tact คือการจัดโครงการ Anacoach ที่สอน Soft Skill และ Growth Mindset ให้กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ด้วยการสร้างความเชื่อว่า พวกเขาเติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด สนับสนุนโดยบริษัท Garena

“เราจัดเป็นค่ายที่ใช้เวลาหลายสัปดาห์อยู่กับน้อง ๆ และมันออกมาดีมาก เราเห็นว่ามีหลายร้อยคนที่เปลี่ยนทัศนคติกับตัวเองได้เพราะค่าย แน่นอนว่าเราคงพัฒนาไม่ได้ทุกอย่างด้วยเวลาที่มี แต่อย่างน้อยพวกเขาและทีมงานจะโตเป็นผู้ใหญ่ที่คิดคำนึงถึงสังคมอย่างแน่นอน” ซึงเล่าด้วยความปลื้มใจ พร้อมบอกว่าน้องที่เคยเป็นเด็กค่ายวันนั้น นำประสบการณ์ไปจัดค่ายให้กับรุ่นน้องของตัวเองต่อ และวันนี้กำลังสมัครเข้ามาทำงานฟูลไทม์กับพวกเขาแล้ว

ทีมที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนงานเหล่านี้ล้วนเป็นอาสาสมัครคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่อยากเรียนรู้ พัฒนาตัวเองและสังคม การสร้างพื้นที่ตรงนี้ของ Tact ขึ้นมา ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้และปล่อยของกันอย่างสุดกำลัง

เมื่อหนึ่งงานสำเร็จ ก็สร้างความน่าเชื่อถือที่เป็นแรงกระเพื่อมให้บริษัทใหญ่ติดต่อให้ Tact ช่วยออกแบบโปรเจกต์ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ปรับแต่งให้เหมาะกับบริษัทอย่างไม่ขาดสาย สร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่เฉิดฉายเพิ่มไปด้วย

เช่น โครงการ Waste Runner ที่เป็นการแข่งขัน 100 วัน เฟ้นหาทีมที่สร้างสรรค์โมเดลการจัดการขยะที่ทำได้จริงในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า โดยได้รับการสนับสนุนจาก PTT Global Chemical (GC), โครงการเติมก่อนโต พาเด็กมัธยมไปค้นหาสายงาน อาชีพในอนาคตที่สร้างรายได้ และพัฒนา Growth Mindset โดยได้รับการสนับสนุนจาก SCG Foundation, โครงการ Bangkok Zero Waste Park ร่วมกับกรุงเทพมหานคร​ เพื่อทำการส่งเสริมพฤติกรรมการคัดแยกขยะของคนที่มาสวนสาธารณะ เป็นต้น

และอีกนานาโปรเจกต์จากบริษัทและองค์กรใหญ่ เช่น GC, SCG, Sea Thailand, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือว่าได้รับความไว้วางใจสูงมาก และทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย

“เวลาเราเข้าไปคุยกับผู้บริหาร เราไม่เคยวางตัวเป็นเด็กที่น่าสงสารเข้าไปขอเงินทำโครงการ แต่เราเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีไอเดียสดใหม่ มีพลัง เข้าไปช่วยสนับสนุนองค์กรของเขาได้”

“ถ้าวันนี้คุณอยากสร้าง Engagement กับคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่ว่าบริษัทไหนก็ทำได้ ในขณะที่ Tact พร้อมจะทำให้เลย เพราะเราทำงานกับคนรุ่นใหม่มาตลอด”

“เป็นเด็กกว่า ไม่ได้เป็นจุดอ่อนของเรา แต่เป็นจุดแข็ง พอเรามีความตั้งใจที่ดี คนก็ไม่เคลือบแคลงใจ” ทั้งสามเผยเคล็ดลับการชนะใจผู้บริหารขององค์กรแนวหน้า

เมื่อประกอบกับการบริการที่คิดตั้งแต่ต้นจนจบ เห็นภาพปลายทางชัดเจน ไม่ได้วางตัวเป็นแค่ที่ปรึกษาเฉย ๆ แต่เข้าไปช่วยสนับสนุนให้องค์กรเดินหน้าไปตามทางที่วาดฝันไว้ได้จริง บริษัทก็ยิ่งไว้วางใจ Tact

Tact ธุรกิจเพื่อสังคมที่แก้ปัญหาความยั่งยืน ด้วยการสร้างคนรุ่นใหม่ที่ Take Action

03
Turning Point

นอกจากฝีมือแล้ว ความสำเร็จของ Tact ยังดำเนินต่อไปได้เรื่อย ๆ ตามความเฟื่องฟูของธุรกิจอีเวนต์ เช่น งานวิ่งที่แทบจัดกันไม่เว้นสัปดาห์ แต่ละงานก็ตามหาวิธีการจัดการขยะ จัดงานให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่ Tact มีประสบการณ์อยู่แล้ว

ทุกอย่างดูไปได้สวย จนกระทั่งเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19

“ธุรกิจแทบทรุดเลย งานส่วนใหญ่ของเราต้องจัดแบบออฟไลน์” แม็กเล่าถึงช่วงปีที่หลายธุรกิจคงสัมผัสประสบการณ์คล้ายกัน

Tact พยายามหาช่องทางสร้างกระแสเงินสดด้วยการรับโปรเจกต์ที่พอทำได้ หาลู่ทางใหม่ ๆ ที่จะช่วยให้บริษัทเติบโตได้แบบ 10x รวมถึงการทำแคมเปญช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ไปพร้อมกัน เพื่อให้ธุรกิจและสิ่งที่บริษัทยึดถือยังคงดำเนินไปควบคู่กัน

แต่พอสถานการณ์ไม่ดีขึ้น โปรเจกต์ที่วาดฝันไว้ก็ไม่เกิดขึ้นจริง จนเหลือพนักงานเพียง 5 คนที่อ่อนกำลังลง กับเงินที่กำลังจะหมดไปในอีกไม่ช้า

ในจังหวะที่กำลังย่ำแย่ Tact พลิกวิกฤตด้วยการกลับไปหา Sea Thailand ซึ่งเป็นลูกค้ารายแรกของบริษัท ด้วยไอเดียการให้เด็กรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ คิดหาไอเดียช่วย SME ซึ่งตรงกับทิศทางของ Sea ที่อยากพัฒนา Digital Skill ให้เยาวชนพอดี จึงกลายเป็นโปรเจกต์แข่งขันทางธุรกิจชื่อ ‘Digital Opportunities for Talent (DOTs)’ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก มีผู้สมัครเข้าร่วมกว่า 1,000 คน ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องเข้ามาช่วยปั้นยอดขายของ 25 กิจการที่เป็นโจทย์ในการแข่งขันให้โตเฉลี่ย 3 เท่า เป็นโปรเจกต์ที่ช่วยต่อลมหายใจให้บริษัท (และกำลังจะมีซีซั่น 2 เร็ว ๆ นี้) 

“ต้องขอบคุณโอกาสในครั้งนี้มาก ๆ หลังจากนั้นเรามีลูกค้าติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มที่ Tact ติดต่อไปช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ตอนนั้นหลายงานก็ขายไม่ผ่าน สิ่งนี้ทำให้เราเรียนรู้ว่า ไม่ได้ไม่เป็นไร ลองทำไปก่อน ช่วยใครได้ก็ช่วย เดี๋ยวสักวันจะมีคนกลับมาช่วยเราเอง”

หลังจากความตึงเครียดคลี่คลายลง แม็กและทีมกลับมาตกผลึกเรื่องโมเดลธุรกิจของ Tact และได้ข้อสรุปที่ชัดเจนขึ้นว่า พวกเขาจะเดินหน้าด้วย ‘4C’ คือ

Camp หรือการจัดค่าย มุ่งเน้นการทำงานร่วมกับภาคการศึกษาหรือมูลนิธิ จัดค่ายที่พัฒนาด้าน Soft Skill และ Mindset

Case Competition หรือการแข่งขันที่ชวนคนรุ่นใหม่มาระดมสมองเพื่อหาทางออกให้สังคม

Campaign หรืองานแคมเปญสื่อสาร

และ Green Consulting หรือที่ปรึกษาและบริหารโครงการด้านสิ่งแวดล้อม

04
To Be Sustainable

เมื่อสภาพสิ่งแวดล้อมของโลกเรากำลังเข้าใกล้หายนะเข้าไปทุกที ภาครัฐและเอกชนไม่อาจนิ่งเฉย ไม่อาจหลีกหนีความรับผิดชอบ และต้องเร่งปรับตัว

ปัญหาคือ หลายแห่งไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร แม้จะมีเงินทุนและบุคลากรมากมาย

Tact จึงเข้ามาเติมเต็มช่องว่างตรงนี้

“ตอนนี้โลกกำลังให้ความสนใจเรื่อง ESG (Environmental, Social, and Governance) ทุกคนพร้อมจะลงทุนกับเรื่องความยั่งยืน พร้อมจะทำให้บริษัทเป็น Carbon Neutral ติดตรงที่ขาด Implementator ที่ทำให้เกิดขึ้นจริง

“แผนของเราคือการพัฒนาตัวเองให้เป็นที่ปรึกษาที่เข้าใจทั้งห่วงโซ่ และเป็นแพลตฟอร์มที่ผลักดันให้คนรุ่นใหม่สร้างอาชีพด้านความยั่งยืนได้อย่างมั่นคง” ป้องและแม็กกล่าว เราอาจเห็นสำนักต่าง ๆ พยายามปั้นบุคลากรด้านดิจิทัลกันมากมาย แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความยั่งยืน ก็ยังถือว่ามีน้อยกว่าเยอะ

ในปัจจุบัน Tact แก้ปัญหาด้วยการให้คำปรึกษาและทำโปรเจกต์

เช่น แคมเปญการสื่อสารรณรงค์เรื่องการจัดการขยะ การจัดอีเวนต์แบบ Zero Waste และการสร้างระบบจัดเก็บ คัดแยก และจัดการขยะต่อในแต่ละพื้นที่ ซึ่งล่าสุดเพิ่งเข้าไปติดตั้งถังขยะที่สวนเบญจสิริ

ด้วยประสบการณ์ด้านการจัดการขยะที่ผ่านมา ทำให้ในปัจจุบัน Tact หันมาแก้ปัญหาด้วยการให้คำปรึกษาและทำโปรเจกต์ โดยมี 2 Service หลัก ได้แก่ Zero Waste Event วางแผนและบริหารจัดการงานอีเวนต์ให้ลดปริมาณขยะที่ลงสู่หลุมฝังกลบให้ได้มากที่สุด และ Zero Waste Area สร้างระบบจัดเก็บ คัดแยก และจัดการขยะปลายทางให้กับลูกค้าองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งล่าสุดได้ร่วมมือกับสำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานครฯ เข้าไปพัฒนาพื้นที่สวนเบญจสิริ ติดตั้งถังขยะที่ออกแบบใหม่เพื่อกระตุ้นพฤติกรรม จัดระบบการเก็บขนแยกประเภท และสร้างระบบการเก็บข้อมูลขยะแบบออนไลน์

Tact Social Consulting : SE คนรุ่นใหม่ที่รับแก้ปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม และสร้างบุคลากรด้านความยั่งยืนให้ประเทศ

แม้บางงานจะเป็นโครงการที่เริ่มต้นและจบลงตามวาระการจ้าง แต่ป้องและทีมงานมองว่าพวกเขาสร้างการเปลี่ยนแปลงระหว่างทางที่สำคัญไปด้วย ไม่ได้เป็นเพียงงานระยะสั้นที่เกิดขึ้นแล้วจบไปเฉย ๆ และไม่ได้เป็นเพียงเพื่อภาพลักษณ์ของบริษัทที่ทำงานด้วย

“ในฐานะธุรกิจเพื่อสังคมและที่ปรึกษาที่ลงมือทำจริง เราทำงานกับลูกค้าเพื่อหาทางพัฒนาสังคมให้ดีขึ้นจริง ๆ แต่ก่อนเขาอาจทำ CSR แล้วได้ผลลัพธ์กลับมา 1 แต่เราจะทำให้ได้ 10 และเราไม่เคยยกยอว่าบริษัทที่เราทำงานด้วยนั้นดีที่สุดในโลกเรื่องความยั่งยืน

“เราเพียงเห็นจุดที่ว่า ภาคเอกชนหลายแห่งอยากเปลี่ยนแปลง แต่คนข้างในยังไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร พอมาทำงานกับเรา เขาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนความคิดตามไปด้วย ถือเป็นโอกาสดีที่ได้เรียนรู้กันและกัน”

แต่ว่าสิ่งที่พวกเขาตั้งใจจริง ๆ ไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านี้ พวกเขากำลังวางแผนที่จะพุ่งเป้าไปถึงระดับโครงสร้างของประเทศ

05
Teamwork

ก่อนจะไปถึงความฝันอันยิ่งใหญ่ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือทีมที่แข็งแรง ทีมที่ถนัดกันคนละด้าน คอยช่วยสนับสนุนกันและกัน

“ก่อนหน้านี้ เราเคยทำตัวแบบ One-man Show มั่นใจในตัวเองมากเพราะมีประสบการณ์ที่เคยทำงานสำเร็จ แต่โชคดีที่ได้ซึงช่วยเตือนสติด้วยคำถามว่า ‘เรามองบริษัทในอีก 5 ปีข้างหน้าอย่างไร’ เราตอบไปว่าจะทำนู่นทำนี่ ซึงถามต่อว่าในภาพอนาคตเหล่านั้น มีทีมอยู่ตรงไหน

“การคุยครั้งนั้นเรียกสติเราเลย มันน่าจะผิดมาก ๆ ถ้า CEO ไม่เห็นภาพของทีมที่มีอยู่ไปด้วยกัน” แม็กเล่าบทเรียนที่ได้รับจากเพื่อนร่วมทีม ทำให้เขาเรียนรู้ที่จะสร้างและรักษาทีมให้ดีขึ้น ช่วยกันดูแลเรื่องที่ถนัดกับซึงและป้อง

ปัจจุบัน Tact เป็นองค์กรที่มีแผนกและการทำงานเป็นระบบมากขึ้น เพื่อสร้างพื้นที่ให้คนได้เติบโตตามที่แต่ละคนถนัด พอเปิดรับสมัครพนักงานชุดใหม่ก็มีคนสมัครเข้ามาเพียบ

“คนกลุ่มนี้มองเห็นว่าการทำงานเพื่อสังคมสามารถสร้างรายได้ไปด้วยและเป็นสิ่งที่น่าทำ ถ้าเราตั้งเป้าหมายที่ใหญ่และอิมแพคขึ้น จ้างคนเหล่านี้มากขึ้น ลองนึกดูว่าเราจะสร้างบุคลากรที่ดีและช่วยแก้ปัญหาของประเทศได้ตั้งเท่าไหร่” 

Tact Social Consulting : SE คนรุ่นใหม่ที่รับแก้ปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม และสร้างบุคลากรด้านความยั่งยืนให้ประเทศ

06
Tact to the Future

ความเป็นไปได้ในอนาคตของ Tact นั้นกว้างมาก 

อาจเป็นเสมือนโรงเรียนที่ปั้นคนรุ่นใหม่ พาพวกเขาออกมาเจอปัญหาสังคมจริง ๆ สอนและช่วยสร้างอาชีพขึ้นมาแก้ไขปัญหานั้น

หรือเป็นแหล่งพัฒนาบุคลากรด้านความยั่งยืนให้กับประเทศ เป็น Recruiter ที่ช่วยหาคนทำงานด้านนี้ให้กับองค์กร เพราะพวกเขาทำงานกับคนเหล่านี้มานับพัน

หรือแม้กระทั่งการสร้างธุรกิจใหม่ที่อาจส่งผลในวงกว้างและช่วยให้ Tact สร้างอิมแพคได้ระดับ 10x

“เมื่อ 5 ปีก่อน ตอนเริ่มตั้งบริษัท การจัดอีเวนต์ยังเป็นเรื่องสนุก แต่พอเราโตขึ้น งานพวกนี้น้อง ๆ ทำกันได้แล้ว เรามองต่อว่า เป็นไปได้ไหมที่เราและ Tact จะไปจัดการปัญหาที่ใหญ่ขึ้น ในระดับที่เป็นโครงสร้างของประเทศมากขึ้น ตอนนี้เรารู้จักบริษัทใหญ่ ๆ เรามีประสบการณ์ในการทำงานหน้างาน เราหาทางเชื่อมต่อคนที่มีความรู้ คนที่มีเงินทุน และคนที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในภาครัฐได้ไหม

“หนึ่งในเป้าหมายที่ Tact กำลังมุ่งหน้าไป คือการปรับเปลี่ยนระบบจัดการขยะของประเทศนี้ ซึ่งต้องอาศัยการทำงานร่วมกับหลายฝ่าย เปลี่ยนแปลงทั้งนโยบาย ระบบการบริหาร และพฤติกรรมคน โดยเร็ว ๆ นี้ เรามีโอกาสได้ร่วมกับนักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอแนวทางการพัฒนาระบบจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางของกรุงเทพมหานคร ให้กับผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และกำลังจะมี Action ในการทำโครงการ Pilot ในเขตต้นแบบ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องขยะในระดับนโยบายและโครงสร้างอย่างจริงจัง ก็นับเป็นก้าวใหญ่ที่ขยับเข้าใกล้ความฝันที่เคยฝันกันไว้อีกก้าวหนึ่ง”

07
Take Action

“ไม่เคยตั้งคำถามกับการทำสิ่งนี้เลย” แม็กตอบ เมื่อเราถามว่าเขาเคยคิดลังเล เสียดายโอกาสอื่น ๆ ที่อาจไขว่คว้าในชีวิตได้หรือเปล่า

“การทำงานนี้ทำให้เราพบกัลยาณมิตรดี ๆ ในวงการ Social Enterprise มีคนรอบข้างทั้งเพื่อน อาจารย์ และผู้ใหญ่ ที่พร้อมช่วยเหลือเรา ซึ่งไม่ใช่แค่เพราะอยากช่วยเรา แต่เพราะเราอยากให้เห็นบางสิ่งเกิดขึ้นในสังคมนี้เหมือนกัน พอยิ่งทำไปด้วยกัน ก็ยิ่งเห็นโอกาสมากขึ้นทุกปี แถมระหว่างทาง ได้เจอและเรียนรู้จากผู้บริหารขององค์กรภาครัฐและเอกชนระดับประเทศ ต้องทำอะไรหลายอย่างจนตัวเองโตขึ้นเยอะมาก นึกไม่ออกเลยนะว่าจะมีงานไหนที่ทำแล้วได้สิ่งดี ๆ กลับมาเยอะเท่านี้” 

“เราไม่เคยคิดว่าจะไปทำงานที่อื่นเหมือนกัน มีแต่มองว่าเราจะต่อยอด Tact ต่อไปได้อย่างไร ทุกวันนี้พยายามขับเคลื่อนทุกอย่างให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” ซึงเสริม

และนี่คือพลังของคนรุ่นใหม่ที่พร้อมสู้สุดใจ ให้สุดกำลัง เพื่อสังคมดี ๆ ที่พวกเขาใฝ่ฝันถึง

ถ้าคุณเป็นคนรุ่นใหม่ที่เชื่อเหมือนกัน หรือเป็นองค์กรที่สนใจอยากพัฒนางานด้านความยั่งยืนอย่างจริงจัง ลองมาแท็กทีมกับ Tact กันไหม

Tact Social Consulting : SE คนรุ่นใหม่ที่รับแก้ปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม และสร้างบุคลากรด้านความยั่งยืนให้ประเทศ

Lesson Learned

  • ไม่มีใครมีคำตอบสำหรับทุกอย่างตั้งแต่แรก การลงมือทำจริง ๆ และใช้เวลาอยู่กับปัญหา จะทำให้เราเข้าใจมากขึ้น
  • สร้างความสัมพันธ์กับผู้คนอย่างยั่งยืน ถ้าพอช่วยใครได้ ก็ช่วยเขา แม้วันนี้เราจะยังไม่ได้ทำอะไรร่วมกัน แต่ในอนาคตอาจมีโอกาสที่เราต้องพึ่งพากันและกัน
  • การทำงานร่วมกับผู้คนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องซับซ้อน แต่ละฝ่ายมีความต้องการลึก ๆ ที่แตกต่างกัน เรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจแต่ละฝ่าย และหาทางรักษาสมดุล
  • อย่าลืมทีมที่สร้างด้วยกันมา

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load