ซ่า~ เริ่มจากเสียงฟองค่อยๆ ดังไล่ระดับ

เราจำครั้งแรกที่ลองดื่มรูทเบียร์ไม่ได้ แต่จดจำรสชาติมันได้ดี กลิ่นฉุนๆ สร้างความทรงจำไม่ดีนัก รู้ตัวอีกทีก็ติดใจเครื่องดื่มรสขมๆ มากกว่าน้ำอัดลมหวานๆ อย่างรูทเบียร์

จนกระทั้งคุณจิรณรงค์ อาร์ตไดเรกเตอร์ของเรา แนะนำให้รู้จัก ฤทธิ์ รูทเบียร์ (RITS Root Beer)

ซ่า~ เริ่มจากเสียงฟองค่อยๆ ดังไล่ระดับ ก่อนตามด้วย

ซูด~ เสียงสูดกลิ่นหอมของเครื่องเทศและสมุนไพรที่เตะจมูก แล้วจึงค่อยๆ จิบให้รสชาติหวานๆ เพิ่มความรู้สึกสดใสซาบซ่า

ใช่เลย มันช่างต่างจากความทรงจำเกี่ยวกับรูทเบียร์ที่เคยมีมาทั้งหมด

เมื่อเห็นว่าไม่มีคนมองอยู่ เราก็แอบเทเครื่องดื่มในขวดสีชาตรงหน้าเติมลงในแก้วเปล่าอีกครั้ง ไม่ทันได้นับปริมาณว่าดื่มรูทเบียร์เกินขนาดความหมายของการทดลองชิมไปมากเท่าไหร่ แต่จากปริมาณลมในท้องก็พอจะบอกได้ว่า น้ำอัดลมชนิดนี้วิ่งเข้ามาอยู่ในใจเราแล้ว

เรานัดหมาย ท๊อป-ชัยฤทธิ์ หาญไพโรจน์ขจร และ เมษ-ชัยเมษฐ์ หาญไพโรจน์ขจร สองพี่น้องรูทเบียร์เลิฟเวอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ฤทธิ์ รูทเบียร์ (RITS Root Beer) ที่ร้าน Let The Girl Kill อากาศข้างนอกก็เป็นใจขนาดนี้ คุณคงไม่ว่าอะไรหากเราจะจิบรูทเบียร์ไปด้วยขณะที่สนทนา

RITS Rootbeer

Rootbeer 101

ทำไมรูทเบียร์ต้องมีคำว่าเบียร์

นอกจากจะเป็นน้ำอัดลมที่คล้ายเบียร์เพราะกรรมวิธีการผลิตแล้ว คำว่ารูทเบียร์เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาช่วงศตวรรษที่ 19 ที่มีประกาศห้ามขายแอลกอฮอล์ทุกชนิด ซึ่งก่อนหน้านี้มีเครื่องชนิดหนึ่งชื่อว่า Root Tea เพราะทำจากรากไม้สมุนไพรและเครื่องเทศต่างๆ ด้วยความหัวใสเภสัชกรผู้คิดค้น Root Tea จึงเปลี่ยนชื่อจาก Root Tea เป็น Root Beer เพื่อทำการตลาดขายคนที่ชอบกินเบียร์ จนกลายเป็นที่แพร่หลายในที่สุด

ส่วนคำว่า โซดา ในตลาดอเมริกาหมายถึงน้ำหวานอัดลม ในขณะที่เมื่อพูดถึงคำว่าโซดาในบ้านเรา คนจะคิดถึงน้ำโซดาผสมเครื่องดื่ม

“อเมริกาเป็นเหมือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของคนชอบน้ำอัดลมเลยจริงๆ แม้กระทั้ง food town เล็กๆ ในเมืองเล็กๆ ก็มีโซนน้ำอัดมที่น่าตื่นตาตื่นใจมากๆ” ท๊อปและเมษตอบเป็นเสียงเดียวกัน

“หรืออย่างที่ประเทศญี่ปุ่นมีน้ำแปลกๆ ที่เราก็สงสัยว่าคิดออกมาได้ยังไง เช่น น้ำแกงกะหรี่โซดา น้ำวาซาบิโซดา”

RITS Rootbeer

ซ่าก็แบบสั่นๆ

ท๊อปบอกว่าเขาเป็นคนชอบดื่มน้ำอัดลมอยู่แล้ว ยิ่งมีโอกาสเดินไปต่างประเทศ เขาก็ยิ่งสนุกกับตู้น้ำอัดลมในร้านสะดวกซื้อหรือแหล่งต่างๆ ที่มีอยู่เยอะแยะมากมายทำให้เลือกดื่มไม่ซ้ำแบบ

“หลังจากตอนนั้นผมก็อยากรู้ว่าน้ำอัดลมทำมาจากอะไร”

จนเมื่อท๊อปมีโอกาสทำงานในบริษัทเครื่องดื่มแห่งหนึ่ง ความชอบและความหลงใหลของเขา ทำให้เขาเริ่มศึกษาหาที่มาของน้ำอัดลมแล้วทดลองทำเป็นงานอดิเรก ก่อนที่เครื่องดื่มอัดลมกลิ่นเครื่องเทศนี้จะค่อยๆ เข้ามามีบทบาทในชีวิต และกลายเป็นฤทธิ์ รูทเบียร์ ในที่สุด

ช่วงที่เริ่มต้นศึกษา ท๊อปมุ่งมั่นมาทางคราฟต์โซดาหรือน้ำอัดลมมากกว่าที่จะสนใจทำคราฟต์เบียร์ แม้อุปกรณ์ที่ใช้จะไม่แตกต่างกันมากนัก เขาเล่าย้อนกลับไปถึงวันที่ตัดสินใจเปลี่ยนให้งานอดิเรกแสนรักมาเป็นธุรกิจจริงจัง ยื่นใบลาออกจากงานที่มั่นคงแล้วลงมือพัฒนาสูตรเป็นเวลาเกือบ 1 ปี โดยมีรูทเบียร์เลิฟเวอร์อย่างพี่ชายคอยชิม จนพบสูตรที่น่าจะพอใจและคิดว่าเหมาะแก่การลงสนามทดลอง จากนั้นจึงส่งไม้ต่อให้เมษช่วยเรื่องการทำ consumer test กับกลุ่มลูกค้าที่เห็นว่าคนเหล่านี้จะกลายมาเป็นลูกค้าในอนาคต

ซึ่งจะว่าไปก็เป็นการทำคราฟต์รีเสิร์ชที่ตั้งใจ

“ที่แรกคือตลาด Knack ที่ The Jam Factory เราจะได้กลุ่มผู้ทดสอบที่เป็นวัยรุ่นไปจนถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แล้วจึงไปที่งานอีเวนต์ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ตลาดนัดสวนจตุจักร จนเมื่อมั่นใจในรสชาติและกลิ่นที่ลงตัว จึงพัฒนามาสู่ส่วนของการขาย”

จริงๆ ตลาดน้ำอัดลมทางเลือกมีมานานแล้ว แต่ที่เราไม่ค่อยเห็นกัน เมษมองว่าเป็นเรื่องของกลิ่นและรสที่เหมาะสมกับจริตและความชอบของคน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญว่าจะตอบโจทย์ตลาดผู้ชื่นชอบน้ำอัดลมหรือไม่ ฤทธิ์ รูทเบียร์ จึงให้ความสำคัญกับเรื่องกลิ่นและรสชาติมากกว่าสิ่งใด

“ตลาดของรูทเบียร์ในประเทศไทยเป็นตลาดที่ลึกลับพิศวงมากๆ คุณไม่สามารถหาข้อมูลอ้างอิงใดๆ เกี่ยวกับตลาดรูทเบียร์ได้เลย แต่ผมสังเกตว่ามันน่าจะไปได้และมีตลาดพอเลี้ยงตัวเองได้จึงตัดสินใจร่วมด้วยช่วยทำ” เมษเล่าความน่าสนใจของการทำธุรกิจให้ฟัง พร้อมแจกแจงบทบาทหน้าที่ระหว่างกัน บทบาทของท๊อปคือ ผู้รู้ว่าใช้วัตถุดิบอะไร หาซื้อจากแหล่งไหน ขั้นตอนการผลิตเป็นอย่างไร ขณะที่หน้าที่ของเมษคือ การขายและทำการตลาด

RITS Rootbeer

RITS Rootbeer

แสดงอิทธิฤทธิ์

ฤทธิ์ รูทเบียร์ กำลังมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ดื่ม สร้างทางเลือก และให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้า ความพอใจของลูกค้า และมิตรภาพระยะยาวระหว่างคู่ค้า

ฤทธิ์ รูทเบียร์ บอกว่าตัวเองเป็น handcrafted root beer นั่นคือ นอกจากการทำมือแล้วยังหมายถึงการใส่ใจลงไปเป็นพิเศษ โดยตอบโจทย์เรื่องประสาทสัมผัสในการดื่มทั้งกลิ่นและรสชาติ

“ลำดับแรกสุดคือกลิ่นต้องหอม เมื่อเข้าไปอยู่ได้ปากต้องรับรสชาติหวานกลมกล่อม ขณะที่กลืนลงคอไปแล้วก็ยังสัมผัสถึงรสชาติเครื่องเทศ ตอบโจทย์การเป็น handcrafted root beer” เมษอธิบายความตั้งใจหลักของน้ำอัดลมทำมือของพวกเขา

โดยเฉพาะอาฟเตอร์เทสต์หรือรสชาติในปากที่คงอยู่เมื่อกลืนลงคอไปแล้วเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทุกคนที่ได้ลองชิมต่างบอกเป็นเสียงเดียวกัน

จงแสดงวิธีทำ

ถ้าจะมีอะไรลึกลับไปกว่าใจคน ก็คงเป็นกระบวนการทำรูทเบียร์นี่แหละ

เลือกวัตถุดิบ-ต้ม-ปรุง-ผสม-อัดก๊าซ วิธีการโดยไม่ละเอียดที่จำเป็นต้องใช้ขั้นกว่าของความละเอียดสร้างสรรค์จนออกมาเป็นรูทเบียร์แสนอร่อย

จากกระบวนการทั้งหมด ขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุด ได้แก่ การต้มและอัดก๊าซ

ในกระบวนการเลือกวัตถุดิบ เริ่มจากเครื่องเทศและสมุนไพรกว่า 10 ชนิด (ลับที่สุด 1) ที่มาจากไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพราะกลิ่นและความเฉพาะตัวที่ไม่สามารถทดแทนกันได้ ตามด้วยวัตถุดิบให้ความหวาน (ลับที่สุด 2) ที่ท๊อปบอกว่าเป็นตัวกำหนดความอร่อยที่แตกต่างเพราะไม่ใช้สารสังเคราะห์หรือสารทดแทนความหวาน

ก่อนจะมาถึงกระบวนการต้มที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนไม่แพ้กัน เพราะนอกจากสัดส่วนวัตถุดิบที่ต่างจะกำหนดรสชาติและความหอมที่ต่างกันแล้ว เวลาที่ใช้ในการ brew (ลับที่สุด 3) ก็เป็นตัวกำหนดที่สำคัญ

ขั้นตอนการปรุงและผสม (ลับที่สุด 4) ก็เช่นกันที่ท๊อปไม่สามารถเล่าโดยละเอียดได้ เราจึงได้แต่จินตนาการภาพห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ขั้นตอนนี้ท๊อปบอกว่า การทำผิดพลาดในส่วนเล็กๆ แปลว่าต้องเทน้ำที่ใช้ในการต้ม 18 ลิตร หรือถึงแกลลอนใหญ่จำนวน 5 แกลลอนทิ้งทั้งหมด

แล้วก็มาถึงกระบวนการอัดก๊าซ ที่มีพระเอกอย่างอุณหภูมิและความดัน (ลับที่สุด 5)

ถ้าอัดก๊าซจนซ่าน้อยไป รูทเบียร์จะมีรสชาติหวานโดดและกลิ่นฉุน

แต่ถ้าอัดก๊าซจนซ่ามากไป รูทเบียร์ที่ได้จะไม่มีรสชาติอะไรเลย

แม้กระบวนการทำรูทเบียร์จะลึกลับซับซ้อน แต่ที่ไม่ลับที่สุดก็คือวิธีการกินฤทธิ์ รูทเบียร์ ให้อร่อย “แช่ให้เย็นก่อนดื่ม” ผู้เขียนรู้ซึ้งถึงประโยคนี้ก็ตอนที่เปิดขวดรูทเบียร์ในเวลาตี 1 เพื่อเพิ่มความสดชื่นขณะเขียนบทความ

ฟู่ว!! นอกจากกินทางปากแล้ว ผู้เขียนยืนยันอีกเสียงว่าการกินผ่านตา หู จมูก และคิ้ว ก็ให้ความสดใสซาบซ่าไม่แพ้กัน แต่ทางที่ดีแช่เย็นก่อนดื่มจะดีที่สุด เพราะในอุณหภูมิห้องหรืออุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำให้ก๊าซแยกตัวออกจากน้ำ ลอยตัวอยู่ระหว่างขวด การแช่เย็นจึงเป็นตัวช่วยให้ก๊าซเข้าซึมในน้ำให้คุณได้รสชาติชื่นช่ำเต็มๆ คำ

กลิ่น…ใครคิดว่าไม่สำคัญ

รูทเบียร์ที่ดีเป็นอย่างไร

ลำดับแรกคือรสชาติต้องอร่อย กลิ่นหอมเฉพาะตัวของรูทเบียร์ แต่ต้องเหมาะสมกับผู้บริโภคในประเทศนั้นๆ เพราะกลิ่นของรูทเบียร์ที่ขายดีในอเมริกาไม่ได้แปลว่าคนไทยดื่มแล้วจะชอบ ดังนั้นวิธีการที่จะได้มาซึ่งกลิ่นที่เหมาะสมคือการทำ consumer test หรือการทำสอบกับกลุ่มลูกค้าด้วยวิธีการสังเกตพฤติกรรมการดื่ม เมษพบว่ากลิ่นเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คนเปิดใจ

“คนร้อยทั้งร้อยจะเริ่มจากดมกลิ่นก่อน ถ้ากลิ่นไม่ผ่านเขาก็จะไม่เปิดใจชิมรสชาติต่อเลย”

แล้วกลิ่นที่ใช่เป็นอย่างไร เราถาม

RITS Rootbeer

กลิ่นยาหม่อง

ส่วนผสมหลักของรูทเบียร์ ได้แก่ สมุนไพรและเครื่องเทศหลายๆ ชนิด (herbs and spices) ให้กลิ่นเฉพาะตัว ส่วนที่ให้ความหวาน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำ ขึ้นอยู่ที่ว่าคนปรุงจะเลือกใช้สัดส่วนแบบไหนให้กลิ่นหรือรสชาติที่ต้องการโดดเด่นขึ้นมา

สำหรับฤทธิ์ รูทเบียร์ ส่วนใหญ่เป็นของนำเข้าสมุนไพรและเครื่องเทศจากต่างประเทศ ส่วนประกอบที่เปิดเผยได้ ได้แก่กลิ่นหลักๆ ของรูทเบียร์ ซึ่งมาจากต้นและใบของ Wintergreen โดยจะให้น้ำมันระกำหรือ Wintergreen Oil เกิดเป็นกลิ่นเฉพาะของรูทเบียร์

ท๊อปเล่าว่า สูตรที่ได้เกิดจากการลองผิดลองถูกจากสูตรทั้งในไทยและต่างประเทศ นอกจากจะต้องชอบดื่มมากๆ แล้ว การจะทำรูทเบียร์ที่ดี ต้องรู้ความต้องการของตัวเองว่าอยากให้รสชาติและกลิ่นออกมาเป็นแบบไหน จึงเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเมษ คนคอยช่วยชิมและบอกปรับ และท๊อป คนทดลองสูตรแบบต่างๆ จนได้รูทเบียร์ที่เหมาะกับคนไทย กลิ่นที่ไม่ฉุนเกินไป

“ถ้าถามว่าสูตรนี้นิ่งแล้วหรือยัง ในเวลานี้เราถือว่าเป็นสูตรที่ลงตัวที่สุดแล้ว โดยดูจากยอดการสั่งซื้อซ้ำของร้านค้าต่างๆ ที่นำรูทเบียร์เราไปจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านคราฟต์เบียร์ ร้านบอร์ดเกมคาเฟ่”

ส่วนสูตรใหม่ๆ ในอนาคตจะเป็นอย่างไร สองพี่น้องบอกว่าขอให้อดใจรอและติดตามตอนต่อไป

RITS Rootbeer RITS Rootbeer

สดใสซาบซ่า

แม้จะเป็นการทำธุรกิจที่อยู่ในขั้นเริ่มต้น จนสองพี่น้องสารภาพกับเราว่าเขินและไม่พร้อมออกสื่อสัมภาษณ์ในวันที่ The Cloud ติดต่อไป แต่เราก็ยังยืนกรานอยากที่จะพูดคุยกับเขาทั้งคู่ เพราะถ้าจะมีใครสักคนลุกมาทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าแม้แต่จะลอง พร้อมใส่ความตั้งใจจนสิ่งนั้นคือสิ่งที่ดีที่สุด เหมาะสม และใช่ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเล็กหรือใหญ่ เราเชื่อว่าความตั้งใจเหล่านั้นส่งต่อและสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้อ่านและคนอื่นๆ ได้

อย่างน้อยๆ เราก็กระหายน้ำอัดลมทำมือของพวกเขา พอๆ กับที่เอาใจช่วยให้แผนธุรกิจสำเร็จซู่ซ่าเหมือนเสียงรูทเบียร์ยามเทจากขวดลงในแก้ว “ซู่ๆ ซ่าๆ ปาทังก้าปาทังกี้…”

RITS Rootbeer

ขอขอบคุณสถานที่ ร้าน Let The Girl Kill

Rules

  1. เลือกในสิ่งที่ชอบ
  2. ทำในสิ่งที่ใช่
  3. ทำให้เหมือนใจสั่งมา
  4. ต้องเลี้ยงตัวเองให้ได้

 

ท่านผู้ชิมท่านใดสนใจ RITS Root Beer
ดูรายละเอียดร้านค้าที่จำหน่ายใกล้บ้านคุณได้ที่…
Facebook: Thai Craft Soda

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

28 มิถุนายน 2565
2.27 K

15 ปีที่แล้ว ก่อนเป็น ‘Peaberry Thai’ ที่จำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟ ในยุคสมัยที่กาแฟ Specialty ยังมีคนรู้จักไม่มากนัก Peaberry เป็นบริษัทแรก ๆ ในไทยที่มองเห็นความพิเศษของกาแฟ จึงเริ่มเปิดร้านกาแฟขนาดเล็กที่คอกาแฟหลายคนรู้จักในชื่อ ‘Pacamara Coffee Roasters’ ก่อนจะเห็นโอกาสของตลาดกาแฟที่พร้อมโตได้อีกมาก

จากร้านกาแฟ 1 ร้าน เติบโตเป็นธุรกิจครบวงจรที่นำเข้าอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟสารพัดอย่างจากทั่วโลก ทั้งเยอรมนี อิตาลี ไอร์แลนด์ อเมริกา และญี่ปุ่น นำเสนอหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ ทั้ง Giesen, Slayer, Mahlkönig, Compak, Marco, Astoria, Kalita, Urnex และอีกมากมาย

ด้วยความตั้งใจคัดสรรคุณภาพทุกขั้นตอนให้พิเศษที่สุดสมกับความเชื่อ ‘Selected Toward Specialty’ พระเอกในวันนี้จึงไม่ใช่แค่กาแฟในแก้ว แต่เป็นเรื่องราวความไม่ธรรมดาของกระบวนการและอุปกรณ์ที่อยู่เบื้องหลังกาแฟทุกแก้ว

The Cloud ชวนฟังเรื่องราวสุดพิเศษเหล่านี้กับ คุณเด็บ-วิภา บุญปาลิต Managing Director และ คุณป่าน-ธงธรรม เวชยชัย Deputy Managing Director, Commercial บริษัท พีเบอร์รี่ ไทย จํากัด ที่นำประสบการณ์การทำธุรกิจมานาน ผสานกับความหลงใหลในกาแฟ สกัดออกมาเป็นความใส่ใจที่อยากเล่าให้ Coffee Lovers ฟัง

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

Specialty in Coffee Consult

ก่อนฟังเรื่องราวการทำธุรกิจสุดสเปเชียล ขอเสิร์ฟกาแฟของ Peaberry Thai ให้ชิมก่อนอ่านสักแก้ว

คุณเด็บบอกว่า “กาแฟที่เราทำเป็นกาแฟหวาน เวลาชิมกาแฟ จะชิมว่ารสหวานไหม ไม่ใช่ขมไหม มีความหวานอยู่ในปาก” เป็นความหวานจากรสผลไม้ที่ไม่เหมือนหวานจากน้ำตาล มี After Taste แตะที่ลิ้น ซึ่งต้องใช้ความละเมียดละไมในการลิ้มรสชาติ

เมื่อเป็นกาแฟแก้วละเมียด อุปกรณ์ที่ใช้จึงต้องใส่ใจในรายละเอียด ทั้งการคั่ว บด ชง โดยหลักการคัดเลือกสินค้านั้นแสนง่าย คือ ทุกชิ้นและทุกกระบวนการต้องส่งเสริมให้ผลลัพธ์สุดท้าย ออกมาเป็นกาแฟ Specialty แก้วพิเศษสำหรับคนทานตามคอนเซ็ปต์ Selected Toward Specialty นั่นเอง

แบรนด์เครื่องคั่วกาแฟชื่อดังที่ Peaberry Thai เลือกใช้ และเป็นตัวแทนจำหน่ายหลักเจ้าเดียวในไทย คือ Giesen เครื่องคั่วหน้าตาหล่อเหลาจากยุโรปที่ใช้ในการแข่งขันคั่วกาแฟระดับโลก World Coffee Roasting Championship

คุณป่านเล่าความเป็นมาว่า “เดิม Giesen ทำธุรกิจเกี่ยวกับเหล็ก จึงใช้วัสดุจากเหล็กหล่ออย่างดี ที่ส่งเสริมให้เกิดปัจจัยการทำความร้อนได้ดี ทำให้การคั่วมีคุณภาพ

“จุดเด่นของเครื่อง คือ ปรับแต่งสูตรได้ ปรับความร้อนได้ และสามารถเล่นกับคาแรกเตอร์ของกาแฟได้หลากหลายโปรไฟล์ ทำซ้ำได้ ถ้าชอบโปรไฟล์สูตรนี้ ครั้งต่อไปบันทึกไว้แล้วกลับมาที่โปรไฟล์เดิมได้ แบรนด์พัฒนาทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ทำให้ควบคุมได้ตามที่ต้องการ”

การใช้เครื่องคั่วกาแฟที่ดี ช่วยดึงคาแรกเตอร์ของกาแฟให้เฉิดฉายออกมาได้เต็มที่ เหมือนมีเพื่อนดีที่สนับสนุนให้คาแรกเตอร์เราเด่นชัดขึ้นมา

สำหรับเครื่องบด Peaberry Thai มีทั้งเครื่องขนาดใหญ่อย่าง Mahlkönig ที่บดกาแฟได้ทั่วถึงและแม่นยำสม่ำเสมอ เน้นความละเอียดของกาแฟที่สเกลไมครอน ในขณะที่แบรนด์ Compak มีลักษณะของเฟืองแตกต่างออกไป ทำให้รสชาติกาแฟออกมาอีกแบบหนึ่ง เพียงทรงเฟืองของเครื่องบดที่ต่างกัน ก็ทำให้รสชาติกาแฟออกมาไม่เหมือนกันแล้ว การขายอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟจึงไม่ใช่แค่รู้สเปกเครื่อง แต่ต้องรู้ศาสตร์การทำกาแฟอย่างลึกซึ้งด้วย

คุณป่านบอกว่า “ทุกเครื่องมีความพิเศษในตัวเอง เรานำเข้าของมาหลายแบบ ทั้งรุ่นแพงและถูกต่างมีเอกลักษณ์”

เครื่องชงตัวท็อปของร้านคือ Slayer ที่มีเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ในการสกัดกาแฟด้วยการพรมน้ำ ค่อย ๆ ดึงความหวานและรสชาติที่ถูกบดออกมาอย่างครบถ้วนละมุนละไม ส่วนแบรนด์ Astoria มีจุดเด่นที่แตกต่างออกไปคือ ความทนทาน ความนิ่ง และความแม่นยำ เหมาะสำหรับร้านกาแฟอย่าง Café Amazon ที่แต่ละสาขาขาย 300 – 500 แก้วต่อวัน

นอกจากนี้ Peaberry Thai ยังมี Coffee Supply หลากหลาย ทั้งแก้วทรงกรวย ดริปเปอร์ แอโรเพรส และอุปกรณ์สกัดกาแฟหลากหลาย อีกทั้งยังเป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำเชื่อมและส่วนผสมต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมการทำกาแฟหลากหลายวิธีที่สุด

ด้วยเหตุนี้ คุณป่านจึงบอกว่า เราเป็นที่ปรึกษาธุรกิจกาแฟ ไม่ใช่แค่ขายเครื่อง”

หากอยากทำร้านกาแฟ นอกจากอุปกรณ์ที่ใช้แล้ว ยังให้คำปรึกษาได้ทั้งด้านคุณภาพเครื่องดื่มและการทำร้านกาแฟให้ได้กำไร เพียงรู้ราคาที่อยากขายต่อแก้ว ก็คำนวณได้ว่าผู้ประกอบการเหมาะกับอุปกรณ์รุ่นไหน

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก
Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

เลือกแบรนด์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

กาแฟเป็นศิลปะที่พิเศษ ผสมผสานระหว่างศิลปะกับวิทยาศาสตร์ แถมยังต้องใส่ใจในรายละเอียดอย่างมาก การใช้เครื่องชง Slayer ที่มีแรงดันต่างกันแค่บาร์เดียว หรืออุณหภูมิน้ำต่างกันแค่ 1 – 2 องศาเซลเซียส ก็ทำให้ได้กาแฟรสชาติไม่เหมือนกันแล้ว

หากไม่รู้จริงเรื่องกาแฟ อาจมองว่าเครื่องกรองน้ำ หม้อต้มน้ำ ตาชั่ง และถุง เป็นอุปกรณ์ธรรมดาที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่ Peaberry Thai ตั้งใจเลือกแบรนด์เหล่านี้ที่มีความชำนาญเฉพาะทางทั้งหมด เพราะทุกอย่างล้วนส่งผลต่อรสชาติกาแฟ

เครื่องกรองน้ำสำหรับกาแฟแบรนด์ BWT มีเทคโนโลยีพิเศษ นอกจากกรองความสกปรกในน้ำออกแล้ว ยังใส่แมกนีเซียมลงไปในน้ำ ทำให้แร่ธาตุจับกับอโรม่าของกาแฟ จนออกมาเป็นกาแฟรสชาติดี

นอกจากนี้ คอกาแฟจะรู้ว่าอุณหภูมิและสเกลต่าง ๆ เป็นปัจจัยที่ต้องเป๊ะ หม้อต้มน้ำ Marco สำหรับกาแฟ Specialty มีหัวก๊อกที่ตั้งอุณหภูมิน้ำได้เสถียร ไม่คลาดเคลื่อน ได้น้ำร้อนไวตามที่ต้องการ มีทั้งหัวก๊อกน้ำร้อน น้ำเย็น โซดา สะดวกต่อคนใช้งาน ทำให้ขายได้เร็วขึ้นและมีรูปลักษณ์สวยงาม เหมาะกับตั้งประดับที่บาร์กาแฟ

ส่วนตาชั่งสำหรับกาแฟโดยเฉพาะ จะมีสเกลไวและนิ่ง ต่างจากตาชั่งทั่วไปที่คลาดเคลื่อนในหน่วยทศนิยม เหมาะกับการชั่งกาแฟที่ต้องละเอียดในหน่วยกรัม ใส่สูตรการชงเข้าไป แล้วแชร์สูตรกับกลุ่มคนรักกาแฟผ่านแอปพลิเคชัน หรือเข้าไปดูสูตรของแชมป์บาริสต้าได้

ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีน้ำยาทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟโดยเฉพาะ เพราะกาแฟเก่ามักมีกลิ่นคล้ายกระดาษโรเนียวเก่า หากไม่ใช้น้ำยาพิเศษจะทำให้รสชาติในแก้วเปลี่ยน ส่วนถุงที่เก็บเมล็ดกาแฟก็ต้องสั่งทำพิเศษหนา 4 ชั้น ใช้เวลาทดสอบถุงเป็นปีด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่ารักษาคุณภาพกาแฟให้อยู่ได้นาน

ด้วยศาสตร์ของกาแฟที่ละเมียด ทำให้คนทำธุรกิจต้องละเอียดตามไปด้วย ใส่ใจในสิ่งธรรมดาที่ทำให้ผลลัพธ์ของสินค้าออกมาไม่ธรรมดา

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

Coffee Wisdom จากการลงลึกหน้างาน

เมื่อถามว่าทำอย่างไร ถึงสะสมความรู้ด้านกาแฟจนรู้จริงและเชี่ยวชาญในการเลือกอุปกรณ์กาแฟต่าง ๆ ได้ดีขนาดนี้

คำตอบของคุณป่านคือ “ต้องลงลึก ลงพื้นที่จริง ไปขึ้นดอย คุยกับคนที่ทำจริง ทำงานกับเกษตรกร ไปดูสายพันธุ์ เก็บหน้าดินมาทดสอบ” ผนวกด้วยหลงใหลในศาสตร์กาแฟ ทำให้พัฒนาร่วมกับเกษตรกรต่อไปได้เรื่อย ๆ จากกาแฟเชอร์รี่เม็ดแดงสุกก่ำ คัดด้วยมือทีละเม็ดผ่านโรงสีและโรงคั่วของแบรนด์ ออกมาเป็นสารกาแฟตั้งต้นที่คุมคุณภาพในทุกกระบวนการ

Peaberry Thai Estate ยังคิดค้นกาแฟ Thai Single Origin ที่บ่มและหมักด้วยเมล็ดกาแฟไทย มีทั้งไอยรารัญจวนจากดอยช้าง เสน่ห์นางนอนจากดอยผาฮี้ และผกาชมพูจากแม่จันหลวงที่มีต้นผกาชมพูปลูกอยู่ มีกาแฟเบลนด์จากทั้งไทยและต่างประเทศ

คุณเด็บบอกว่า “การที่เรามีอุปกรณ์และเครื่องของตัวเอง มีผู้เชี่ยวชาญดูในแต่ละขั้นตอนทั้งหมด ทำให้คุมคุณภาพได้ครบวงจร มั่นใจคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำว่ามีของดีทุกขั้นตอน”

สิ่งสำคัญคือ Peaberry Thaiไม่ได้ขายแค่กาแฟแล้วบอกว่าอร่อยหรือไม่อร่อย แต่บอกได้ว่าทำไมและทำอย่างไรกาแฟถึงมีคุณภาพดี ลงมือทำเองหน้างานจริงแล้ว จึงแนะนำลูกค้าต่อได้ว่าควรใช้อุปกรณ์แบบใด ใช้ดริปเปอร์แบบไหน แล้วส่งผลให้กาแฟเป็นอย่างไร แนะนำสูตรเครื่องดื่มให้ผู้ประกอบการได้ เซลล์ขายเครื่องมีประสบการณ์และความรู้ด้านกาแฟ ก็แนะนำการใช้เครื่องได้ ส่วนบริการหลังการขายนั้นยังรับซ่อมและแนะนำลูกค้าถึงที่ได้อีกด้วย โดยมีศูนย์บริการถึง 16 สาขาทั่วประเทศ

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก
Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

รู้ใจลูกค้า ไม่แพ้เข้าใจกาแฟ

ทุกวันนี้ Peaberry Thai มีโชว์รูม 2 สาขา คือ กรุงเทพฯ และภูเก็ต สำหรับขายอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟครบวงจร เน้นกลุ่มผู้ประกอบการร้านกาแฟ ส่วน Pacamara Coffee Roaster คือ ร้านกาแฟที่เป็นธุรกิจค้าปลีกของบริษัทภายใต้สโลแกน Everyday Specialty กาแฟคุณภาพดีที่ราคาไม่แพง อยากเข้าถึงคนดื่มกาแฟอย่างแพร่หลายและหลากหลายกลุ่มมากขึ้น

ด้วยความเชี่ยวชาญในธุรกิจครบวงจรของ Peaberry Thai ทำให้ส่งผลดีต่อร้านกาแฟอีกทอด บาริสต้ารู้เรื่องราวกาแฟตั้งแต่ปลูก สามารถถ่ายทอดเรื่องราวก่อนมาเป็นเครื่องดื่มในแก้วให้ลูกค้าฟังได้ เติมเสน่ห์ที่คุณเด็บบอกว่าเป็นหัวใจของธุรกิจคือการเข้าใจลูกค้า “เรารู้ใจลูกค้า เข้าใจว่าคนดื่มกาแฟกำลังมองหาอะไร เข้าร้านมาแล้วถูกใจไหม เราอธิบายข้อมูล เล่าเรื่อง Behind the Cup ให้คนเข้าใจเรื่องราว ใส่ใจในทุกขั้นตอนที่เสิร์ฟให้ลูกค้า นี่คือสิ่งที่เราทำ”

สำหรับคอกาแฟพิเศษ Pacamara เข้าใจว่าคนกลุ่มนี้ชอบลองกาแฟรสชาติหลากหลาย จึงเสาะหา Cup of Excellence (กาแฟดีจากทั่วโลก ที่ผ่านการให้คะแนนโดยนักชิมรสชาติกาแฟมืออาชีพ) ใน Rank 1 – 22 มากระจายขายใน 20 กว่าสาขาของ Pacamara ทำเป็น Coffee Hunt ให้คอกาแฟไปเสาะหาลองชิม

คุณป่านอธิบายว่า “Coffee Lovers ในไทยแบ่งเป็นหลายกลุ่ม ทั้งคนดื่มกาแฟวันละหลายแก้วทุกวันที่ต้องการความเข้มและสตรอง หรือคนดื่มกาแฟคั่วอ่อนที่ชอบลิ้มรสชาติกาแฟ” ดังนั้น แม้สำหรับกลุ่มที่ไม่ได้ดื่มกาแฟ Specialty เป็นประจำ ก็ต้องการดื่มกาแฟที่ปรับรสชาติได้ในแบบที่แต่ละคนชอบ กาแฟพิเศษจึงตอบโจทย์คนกลุ่มนี้เช่นกัน เพราะสามารถปรับรสชาติได้อย่างละเอียด เช่น ผสมรส Nutty ของกาแฟบราซิลกับรส Floral จากเอธิโอเปียด้วยกันได้

ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์กาแฟของ Peaberry Thai และร้านกาแฟ Pacamara นั้นส่งผลดีต่อกัน เมื่อเกิดเทรนด์ Coffee Culture ที่คนนิยมตามหาคาแรกเตอร์ของกาแฟมากขึ้น ก็ยิ่งส่งผลให้ตลาดอุปกรณ์กาแฟโตตามไปด้วย ช่วงที่ผ่านมาตลาดกาแฟยังโตขึ้นจากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้หลายคนลงทุนซื้อแอโรเพรส Espresso Machine เครื่องชงกาแฟแบบออโต้ หรืออุปกรณ์ดริปต่าง ๆ ตามความถนัดของแต่ละคนมาไว้ที่บ้าน

ทั้งคู่บอกว่า นี่คือโอกาสทางธุรกิจในการส่งต่อความรู้เกี่ยวกับกาแฟแก่ลูกค้า และตอบโจทย์ให้คนรู้จักกาแฟ Specialty มากขึ้น หากคนเข้าใจสุนทรีย์ของกาแฟ ว่าคือการดื่มด่ำความสุขกับกาแฟไม่ใช่คาเฟอีน ก็จะเข้าใจว่าทำไมต้องเลือกอุปกรณ์ทำกาแฟอย่างละเมียดละไม

Pacamara : เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

Seasonal Problems

“Pacamara ทำให้เข้าใจว่าผู้ประกอบการร้านกาแฟกำลังเผชิญกับอะไร พอมีร้านกาแฟของเราเอง เรายิ่งเข้าใจปัญหาหน้าบ้านและความซับซ้อนของร้านกาแฟ เพราะเจอสถานการณ์เดียวกัน” คุณป่านเล่า

ความท้าทายของธุรกิจกาแฟ คือ ปัจจัยที่ไม่แน่นอนและควบคุมยากอย่างดินฟ้าอากาศที่ล้วนส่งผลต่อการปลูกกาแฟ เช่น ปีที่ผ่านมาบราซิลหิมะตกหนักมากจึงขาดแคลนกาแฟทั่วโลก เมื่อสภาพแวดล้อมของแต่ละปีไม่เหมือนกัน กาแฟที่ปลูกแต่ละปีจึงไม่เหมือนกันตามไปด้วย ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อการบริหารจัดการกาแฟทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อทำธุรกิจกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ความท้าทายจากปัจจัยที่ไม่แน่นอนจึงยิ่งทวีคูณมากขึ้นจากหลายทิศทางรอบตัว

2 ปีที่ผ่านมาในช่วงโรคระบาดโควิด-19 มีบริษัทล้มไปเยอะมาก หน้าร้านหลายสาขาของ Pacamara ต้องปิดตัวลงเช่นกัน

Pacamara : เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

เมล็ดกาแฟแพงขึ้น ทำให้ต้องปรับตัวในการบริหารจัดการหาวิธีคั่วกาแฟอย่างไร ไม่ให้สูญเสียต้นทุนกาแฟที่มีค่าดั่งเพชร ปรับสัดส่วนการขายสินค้า ออกสินค้าใหม่ในช่วงโควิดอย่างกาแฟกระป๋อง Unicorn ภายใน 1 สัปดาห์ 

ในการทำธุรกิจกาแฟ ไม่ใช่แค่เบลนด์กาแฟให้อร่อย แต่ต้องรู้จักเบลนด์ไอเดียของหลายคนเข้าด้วยกันให้เกิดทีมเวิร์ก ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาที่เปลี่ยนไปทุกวัน เหมือนรสชาติกาแฟที่ผันเปลี่ยนตามฤดูกาล

เข้าใจฤดูกาลก่อน แล้วจึงหาวิธีรับมือ เข้าใจปัญหาให้ได้ก่อน แล้วจึงหาวิธีแก้ พร้อมปรับเปลี่ยนตลอดเวลา

ทั้งคู่สรุปว่า ทุกธุรกิจมีความท้าทาย ขึ้นอยู่กับว่ามีวิธีรับมืออย่างไร เคล็ดลับของคุณเด็บที่คร่ำหวอดในธุรกิจอาหารมา 30 ปี คือ “ความรู้ในสินค้าของแต่ละธุรกิจเป็นคนละแบบ แต่หลักการการดูแลธุรกิจใกล้เคียงกัน”

อย่างไรก็ตาม เธอบอกว่า “หลักการยังไม่เท่ากับความตั้งใจ หลักการเกิดขึ้นในถุงกาแฟใบนี้ที่ตั้งใจให้ลูกค้าได้รับกาแฟที่ดี อยู่ในช่วงเหมาะสมในการทานมากที่สุด ดังนั้น ทุกครั้งที่เดินเข้าคลัง จะนับวันว่าสต็อกมีกาแฟคั่ววันที่เท่าไหร่บ้าง”

ในขณะที่คุณป่านผู้ทำธุรกิจควบรวมกิจการมาก่อน ได้ประยุกต์ใช้หลักการวางแผนหาช่องทางการทำรายได้ใหม่ และวางโครงสร้างธุรกิจมาใช้กับธุรกิจกาแฟ

Pacamara : เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

คอเดียวกัน

คุณเด็บและคุณป่านบอกว่า อยากชวนทุกคนมาร่วมสร้างวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ Specialty ด้วยกัน อยากเป็นบริษัทที่จริงจังกับการเป็นคนรักกาแฟ และคนรักกาแฟอยากทำงานด้วย โดยตั้งใจเชื่อมต่อองค์ความรู้ของคนรักกาแฟ จากทั้งเจ้าของแบรนด์ต่างประเทศ เกษตรกร จนถึงลูกค้า สร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการร้านกาแฟที่ช่วยเหลือกัน เป็นเพื่อนทำกาแฟด้วยกัน ไม่ใช่แข่งขันกัน

คุณเด็บบอกว่า “เราคือคนรักกาแฟ ลูกค้าก็เป็นคนรักกาแฟ เราคือผู้ขาย เขาคือผู้ซื้อ แค่มีสถานะที่ต่างกันแต่จริง ๆ เรามีรสนิยมที่เหมือนกัน ทั้งเราและลูกค้าต่างชอบดื่มกาแฟ อยากได้กาแฟที่แปลกใหม่”

เพราะเป็นแบรนด์ไทยที่เปิดร้านกาแฟ ทำให้มีเป้าหมายเหมือนกันกับผู้ประกอบการกาแฟ คือทำอย่างไรให้ส่งต่อคุณค่าของกาแฟได้มากขึ้น ขายได้มากขึ้น และขยายธุรกิจให้เติบโตได้มากขึ้น

ในต่างประเทศตลาดกาแฟ Specialty เริ่มต้นมาก่อนไทย วันนี้ Peaberry Thai อยากทำกาแฟไทยเทียบเท่าต่างประเทศให้ได้ อยากสร้าง Coffee Culture ในไทยที่คนดื่มกาแฟบนรสชาติกาแฟ โดยเชื่อว่าเมื่อกาแฟดี อุปกรณ์ดี มีบุคลากรที่เข้าใจกาแฟอย่างถ่องแท้ ทั้งหมดนี้จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ และเมื่อตลาดกาแฟ Specialty เติบโตขึ้น แปลว่าผู้ประกอบการร้านกาแฟทุกคน รวมทั้ง Peaberry Thai ก็ยิ่งโตไปได้อีกแน่นอน

เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

Lessons Learned

  1. หลงใหลและลงลึกจนเชี่ยวชาญ รู้ดีที่สุดในสิ่งที่ทำจากความชอบและลงมือทำจริงหน้างาน ทำให้คัดเลือกสินค้าและแนะนำลูกค้าได้อย่างช่ำชอง
  2. ไม่ปล่อยผ่านในทุกรายละเอียด ใส่ใจทุกปัจจัยที่ควบคุมได้และไม่ได้ของธุรกิจ ทำให้สินค้าและบริการมีคุณภาพอย่างมั่นคง
  3. นำเสนอความพิเศษให้ลูกค้า สินค้าที่พิเศษมาจากทุกกระบวนการที่พิเศษ  พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังให้ลูกค้ารับรู้ถึงความไม่ธรรมดานั้น

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load