ซ่า~ เริ่มจากเสียงฟองค่อยๆ ดังไล่ระดับ

เราจำครั้งแรกที่ลองดื่มรูทเบียร์ไม่ได้ แต่จดจำรสชาติมันได้ดี กลิ่นฉุนๆ สร้างความทรงจำไม่ดีนัก รู้ตัวอีกทีก็ติดใจเครื่องดื่มรสขมๆ มากกว่าน้ำอัดลมหวานๆ อย่างรูทเบียร์

จนกระทั้งคุณจิรณรงค์ อาร์ตไดเรกเตอร์ของเรา แนะนำให้รู้จัก ฤทธิ์ รูทเบียร์ (RITS Root Beer)

ซ่า~ เริ่มจากเสียงฟองค่อยๆ ดังไล่ระดับ ก่อนตามด้วย

ซูด~ เสียงสูดกลิ่นหอมของเครื่องเทศและสมุนไพรที่เตะจมูก แล้วจึงค่อยๆ จิบให้รสชาติหวานๆ เพิ่มความรู้สึกสดใสซาบซ่า

ใช่เลย มันช่างต่างจากความทรงจำเกี่ยวกับรูทเบียร์ที่เคยมีมาทั้งหมด

เมื่อเห็นว่าไม่มีคนมองอยู่ เราก็แอบเทเครื่องดื่มในขวดสีชาตรงหน้าเติมลงในแก้วเปล่าอีกครั้ง ไม่ทันได้นับปริมาณว่าดื่มรูทเบียร์เกินขนาดความหมายของการทดลองชิมไปมากเท่าไหร่ แต่จากปริมาณลมในท้องก็พอจะบอกได้ว่า น้ำอัดลมชนิดนี้วิ่งเข้ามาอยู่ในใจเราแล้ว

เรานัดหมาย ท๊อป-ชัยฤทธิ์ หาญไพโรจน์ขจร และ เมษ-ชัยเมษฐ์ หาญไพโรจน์ขจร สองพี่น้องรูทเบียร์เลิฟเวอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ฤทธิ์ รูทเบียร์ (RITS Root Beer) ที่ร้าน Let The Girl Kill อากาศข้างนอกก็เป็นใจขนาดนี้ คุณคงไม่ว่าอะไรหากเราจะจิบรูทเบียร์ไปด้วยขณะที่สนทนา

RITS Rootbeer

Rootbeer 101

ทำไมรูทเบียร์ต้องมีคำว่าเบียร์

นอกจากจะเป็นน้ำอัดลมที่คล้ายเบียร์เพราะกรรมวิธีการผลิตแล้ว คำว่ารูทเบียร์เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาช่วงศตวรรษที่ 19 ที่มีประกาศห้ามขายแอลกอฮอล์ทุกชนิด ซึ่งก่อนหน้านี้มีเครื่องชนิดหนึ่งชื่อว่า Root Tea เพราะทำจากรากไม้สมุนไพรและเครื่องเทศต่างๆ ด้วยความหัวใสเภสัชกรผู้คิดค้น Root Tea จึงเปลี่ยนชื่อจาก Root Tea เป็น Root Beer เพื่อทำการตลาดขายคนที่ชอบกินเบียร์ จนกลายเป็นที่แพร่หลายในที่สุด

ส่วนคำว่า โซดา ในตลาดอเมริกาหมายถึงน้ำหวานอัดลม ในขณะที่เมื่อพูดถึงคำว่าโซดาในบ้านเรา คนจะคิดถึงน้ำโซดาผสมเครื่องดื่ม

“อเมริกาเป็นเหมือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของคนชอบน้ำอัดลมเลยจริงๆ แม้กระทั้ง food town เล็กๆ ในเมืองเล็กๆ ก็มีโซนน้ำอัดมที่น่าตื่นตาตื่นใจมากๆ” ท๊อปและเมษตอบเป็นเสียงเดียวกัน

“หรืออย่างที่ประเทศญี่ปุ่นมีน้ำแปลกๆ ที่เราก็สงสัยว่าคิดออกมาได้ยังไง เช่น น้ำแกงกะหรี่โซดา น้ำวาซาบิโซดา”

RITS Rootbeer

ซ่าก็แบบสั่นๆ

ท๊อปบอกว่าเขาเป็นคนชอบดื่มน้ำอัดลมอยู่แล้ว ยิ่งมีโอกาสเดินไปต่างประเทศ เขาก็ยิ่งสนุกกับตู้น้ำอัดลมในร้านสะดวกซื้อหรือแหล่งต่างๆ ที่มีอยู่เยอะแยะมากมายทำให้เลือกดื่มไม่ซ้ำแบบ

“หลังจากตอนนั้นผมก็อยากรู้ว่าน้ำอัดลมทำมาจากอะไร”

จนเมื่อท๊อปมีโอกาสทำงานในบริษัทเครื่องดื่มแห่งหนึ่ง ความชอบและความหลงใหลของเขา ทำให้เขาเริ่มศึกษาหาที่มาของน้ำอัดลมแล้วทดลองทำเป็นงานอดิเรก ก่อนที่เครื่องดื่มอัดลมกลิ่นเครื่องเทศนี้จะค่อยๆ เข้ามามีบทบาทในชีวิต และกลายเป็นฤทธิ์ รูทเบียร์ ในที่สุด

ช่วงที่เริ่มต้นศึกษา ท๊อปมุ่งมั่นมาทางคราฟต์โซดาหรือน้ำอัดลมมากกว่าที่จะสนใจทำคราฟต์เบียร์ แม้อุปกรณ์ที่ใช้จะไม่แตกต่างกันมากนัก เขาเล่าย้อนกลับไปถึงวันที่ตัดสินใจเปลี่ยนให้งานอดิเรกแสนรักมาเป็นธุรกิจจริงจัง ยื่นใบลาออกจากงานที่มั่นคงแล้วลงมือพัฒนาสูตรเป็นเวลาเกือบ 1 ปี โดยมีรูทเบียร์เลิฟเวอร์อย่างพี่ชายคอยชิม จนพบสูตรที่น่าจะพอใจและคิดว่าเหมาะแก่การลงสนามทดลอง จากนั้นจึงส่งไม้ต่อให้เมษช่วยเรื่องการทำ consumer test กับกลุ่มลูกค้าที่เห็นว่าคนเหล่านี้จะกลายมาเป็นลูกค้าในอนาคต

ซึ่งจะว่าไปก็เป็นการทำคราฟต์รีเสิร์ชที่ตั้งใจ

“ที่แรกคือตลาด Knack ที่ The Jam Factory เราจะได้กลุ่มผู้ทดสอบที่เป็นวัยรุ่นไปจนถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แล้วจึงไปที่งานอีเวนต์ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ตลาดนัดสวนจตุจักร จนเมื่อมั่นใจในรสชาติและกลิ่นที่ลงตัว จึงพัฒนามาสู่ส่วนของการขาย”

จริงๆ ตลาดน้ำอัดลมทางเลือกมีมานานแล้ว แต่ที่เราไม่ค่อยเห็นกัน เมษมองว่าเป็นเรื่องของกลิ่นและรสที่เหมาะสมกับจริตและความชอบของคน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญว่าจะตอบโจทย์ตลาดผู้ชื่นชอบน้ำอัดลมหรือไม่ ฤทธิ์ รูทเบียร์ จึงให้ความสำคัญกับเรื่องกลิ่นและรสชาติมากกว่าสิ่งใด

“ตลาดของรูทเบียร์ในประเทศไทยเป็นตลาดที่ลึกลับพิศวงมากๆ คุณไม่สามารถหาข้อมูลอ้างอิงใดๆ เกี่ยวกับตลาดรูทเบียร์ได้เลย แต่ผมสังเกตว่ามันน่าจะไปได้และมีตลาดพอเลี้ยงตัวเองได้จึงตัดสินใจร่วมด้วยช่วยทำ” เมษเล่าความน่าสนใจของการทำธุรกิจให้ฟัง พร้อมแจกแจงบทบาทหน้าที่ระหว่างกัน บทบาทของท๊อปคือ ผู้รู้ว่าใช้วัตถุดิบอะไร หาซื้อจากแหล่งไหน ขั้นตอนการผลิตเป็นอย่างไร ขณะที่หน้าที่ของเมษคือ การขายและทำการตลาด

RITS Rootbeer

RITS Rootbeer

แสดงอิทธิฤทธิ์

ฤทธิ์ รูทเบียร์ กำลังมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ดื่ม สร้างทางเลือก และให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้า ความพอใจของลูกค้า และมิตรภาพระยะยาวระหว่างคู่ค้า

ฤทธิ์ รูทเบียร์ บอกว่าตัวเองเป็น handcrafted root beer นั่นคือ นอกจากการทำมือแล้วยังหมายถึงการใส่ใจลงไปเป็นพิเศษ โดยตอบโจทย์เรื่องประสาทสัมผัสในการดื่มทั้งกลิ่นและรสชาติ

“ลำดับแรกสุดคือกลิ่นต้องหอม เมื่อเข้าไปอยู่ได้ปากต้องรับรสชาติหวานกลมกล่อม ขณะที่กลืนลงคอไปแล้วก็ยังสัมผัสถึงรสชาติเครื่องเทศ ตอบโจทย์การเป็น handcrafted root beer” เมษอธิบายความตั้งใจหลักของน้ำอัดลมทำมือของพวกเขา

โดยเฉพาะอาฟเตอร์เทสต์หรือรสชาติในปากที่คงอยู่เมื่อกลืนลงคอไปแล้วเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทุกคนที่ได้ลองชิมต่างบอกเป็นเสียงเดียวกัน

จงแสดงวิธีทำ

ถ้าจะมีอะไรลึกลับไปกว่าใจคน ก็คงเป็นกระบวนการทำรูทเบียร์นี่แหละ

เลือกวัตถุดิบ-ต้ม-ปรุง-ผสม-อัดก๊าซ วิธีการโดยไม่ละเอียดที่จำเป็นต้องใช้ขั้นกว่าของความละเอียดสร้างสรรค์จนออกมาเป็นรูทเบียร์แสนอร่อย

จากกระบวนการทั้งหมด ขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุด ได้แก่ การต้มและอัดก๊าซ

ในกระบวนการเลือกวัตถุดิบ เริ่มจากเครื่องเทศและสมุนไพรกว่า 10 ชนิด (ลับที่สุด 1) ที่มาจากไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพราะกลิ่นและความเฉพาะตัวที่ไม่สามารถทดแทนกันได้ ตามด้วยวัตถุดิบให้ความหวาน (ลับที่สุด 2) ที่ท๊อปบอกว่าเป็นตัวกำหนดความอร่อยที่แตกต่างเพราะไม่ใช้สารสังเคราะห์หรือสารทดแทนความหวาน

ก่อนจะมาถึงกระบวนการต้มที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนไม่แพ้กัน เพราะนอกจากสัดส่วนวัตถุดิบที่ต่างจะกำหนดรสชาติและความหอมที่ต่างกันแล้ว เวลาที่ใช้ในการ brew (ลับที่สุด 3) ก็เป็นตัวกำหนดที่สำคัญ

ขั้นตอนการปรุงและผสม (ลับที่สุด 4) ก็เช่นกันที่ท๊อปไม่สามารถเล่าโดยละเอียดได้ เราจึงได้แต่จินตนาการภาพห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ขั้นตอนนี้ท๊อปบอกว่า การทำผิดพลาดในส่วนเล็กๆ แปลว่าต้องเทน้ำที่ใช้ในการต้ม 18 ลิตร หรือถึงแกลลอนใหญ่จำนวน 5 แกลลอนทิ้งทั้งหมด

แล้วก็มาถึงกระบวนการอัดก๊าซ ที่มีพระเอกอย่างอุณหภูมิและความดัน (ลับที่สุด 5)

ถ้าอัดก๊าซจนซ่าน้อยไป รูทเบียร์จะมีรสชาติหวานโดดและกลิ่นฉุน

แต่ถ้าอัดก๊าซจนซ่ามากไป รูทเบียร์ที่ได้จะไม่มีรสชาติอะไรเลย

แม้กระบวนการทำรูทเบียร์จะลึกลับซับซ้อน แต่ที่ไม่ลับที่สุดก็คือวิธีการกินฤทธิ์ รูทเบียร์ ให้อร่อย “แช่ให้เย็นก่อนดื่ม” ผู้เขียนรู้ซึ้งถึงประโยคนี้ก็ตอนที่เปิดขวดรูทเบียร์ในเวลาตี 1 เพื่อเพิ่มความสดชื่นขณะเขียนบทความ

ฟู่ว!! นอกจากกินทางปากแล้ว ผู้เขียนยืนยันอีกเสียงว่าการกินผ่านตา หู จมูก และคิ้ว ก็ให้ความสดใสซาบซ่าไม่แพ้กัน แต่ทางที่ดีแช่เย็นก่อนดื่มจะดีที่สุด เพราะในอุณหภูมิห้องหรืออุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำให้ก๊าซแยกตัวออกจากน้ำ ลอยตัวอยู่ระหว่างขวด การแช่เย็นจึงเป็นตัวช่วยให้ก๊าซเข้าซึมในน้ำให้คุณได้รสชาติชื่นช่ำเต็มๆ คำ

กลิ่น…ใครคิดว่าไม่สำคัญ

รูทเบียร์ที่ดีเป็นอย่างไร

ลำดับแรกคือรสชาติต้องอร่อย กลิ่นหอมเฉพาะตัวของรูทเบียร์ แต่ต้องเหมาะสมกับผู้บริโภคในประเทศนั้นๆ เพราะกลิ่นของรูทเบียร์ที่ขายดีในอเมริกาไม่ได้แปลว่าคนไทยดื่มแล้วจะชอบ ดังนั้นวิธีการที่จะได้มาซึ่งกลิ่นที่เหมาะสมคือการทำ consumer test หรือการทำสอบกับกลุ่มลูกค้าด้วยวิธีการสังเกตพฤติกรรมการดื่ม เมษพบว่ากลิ่นเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คนเปิดใจ

“คนร้อยทั้งร้อยจะเริ่มจากดมกลิ่นก่อน ถ้ากลิ่นไม่ผ่านเขาก็จะไม่เปิดใจชิมรสชาติต่อเลย”

แล้วกลิ่นที่ใช่เป็นอย่างไร เราถาม

RITS Rootbeer

กลิ่นยาหม่อง

ส่วนผสมหลักของรูทเบียร์ ได้แก่ สมุนไพรและเครื่องเทศหลายๆ ชนิด (herbs and spices) ให้กลิ่นเฉพาะตัว ส่วนที่ให้ความหวาน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำ ขึ้นอยู่ที่ว่าคนปรุงจะเลือกใช้สัดส่วนแบบไหนให้กลิ่นหรือรสชาติที่ต้องการโดดเด่นขึ้นมา

สำหรับฤทธิ์ รูทเบียร์ ส่วนใหญ่เป็นของนำเข้าสมุนไพรและเครื่องเทศจากต่างประเทศ ส่วนประกอบที่เปิดเผยได้ ได้แก่กลิ่นหลักๆ ของรูทเบียร์ ซึ่งมาจากต้นและใบของ Wintergreen โดยจะให้น้ำมันระกำหรือ Wintergreen Oil เกิดเป็นกลิ่นเฉพาะของรูทเบียร์

ท๊อปเล่าว่า สูตรที่ได้เกิดจากการลองผิดลองถูกจากสูตรทั้งในไทยและต่างประเทศ นอกจากจะต้องชอบดื่มมากๆ แล้ว การจะทำรูทเบียร์ที่ดี ต้องรู้ความต้องการของตัวเองว่าอยากให้รสชาติและกลิ่นออกมาเป็นแบบไหน จึงเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเมษ คนคอยช่วยชิมและบอกปรับ และท๊อป คนทดลองสูตรแบบต่างๆ จนได้รูทเบียร์ที่เหมาะกับคนไทย กลิ่นที่ไม่ฉุนเกินไป

“ถ้าถามว่าสูตรนี้นิ่งแล้วหรือยัง ในเวลานี้เราถือว่าเป็นสูตรที่ลงตัวที่สุดแล้ว โดยดูจากยอดการสั่งซื้อซ้ำของร้านค้าต่างๆ ที่นำรูทเบียร์เราไปจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านคราฟต์เบียร์ ร้านบอร์ดเกมคาเฟ่”

ส่วนสูตรใหม่ๆ ในอนาคตจะเป็นอย่างไร สองพี่น้องบอกว่าขอให้อดใจรอและติดตามตอนต่อไป

RITS Rootbeer RITS Rootbeer

สดใสซาบซ่า

แม้จะเป็นการทำธุรกิจที่อยู่ในขั้นเริ่มต้น จนสองพี่น้องสารภาพกับเราว่าเขินและไม่พร้อมออกสื่อสัมภาษณ์ในวันที่ The Cloud ติดต่อไป แต่เราก็ยังยืนกรานอยากที่จะพูดคุยกับเขาทั้งคู่ เพราะถ้าจะมีใครสักคนลุกมาทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าแม้แต่จะลอง พร้อมใส่ความตั้งใจจนสิ่งนั้นคือสิ่งที่ดีที่สุด เหมาะสม และใช่ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเล็กหรือใหญ่ เราเชื่อว่าความตั้งใจเหล่านั้นส่งต่อและสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้อ่านและคนอื่นๆ ได้

อย่างน้อยๆ เราก็กระหายน้ำอัดลมทำมือของพวกเขา พอๆ กับที่เอาใจช่วยให้แผนธุรกิจสำเร็จซู่ซ่าเหมือนเสียงรูทเบียร์ยามเทจากขวดลงในแก้ว “ซู่ๆ ซ่าๆ ปาทังก้าปาทังกี้…”

RITS Rootbeer

ขอขอบคุณสถานที่ ร้าน Let The Girl Kill

Rules

  1. เลือกในสิ่งที่ชอบ
  2. ทำในสิ่งที่ใช่
  3. ทำให้เหมือนใจสั่งมา
  4. ต้องเลี้ยงตัวเองให้ได้

 

ท่านผู้ชิมท่านใดสนใจ RITS Root Beer
ดูรายละเอียดร้านค้าที่จำหน่ายใกล้บ้านคุณได้ที่…
Facebook: Thai Craft Soda

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

2 กุมภาพันธ์ 2566
500

การประกาศยุติบทบาทการเป็นบริษัทพัฒนาและดูแลศิลปินของ บริษัท นาดาว บางกอก จำกัด เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 หลังจากดำเนินธุรกิจอย่างโดดเด่น สร้างผลงานและศิลปินผู้เป็นที่รักมาประดับวงการบันเทิงไทยมากมายตลอด 12 ปี ทิ้งคำถามให้หลายคนสงสัยว่า ทีมงานนาดาวบางกอกจะไปทำอะไรกันต่อ

วันนี้ ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ในบทบาท Chief Executive Officer จับมือกับผู้บริหารอีก 3 คน ทั้ง แท๊ด-รดีนภิส โกสิยะจินดา Chief Commercial Officer, ปรุง-ทัชระ ล่องประเสริฐ Artist Strategy Director (SONRAY MUSIC Co., Ltd.) และ ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร Managing Director (5×6 House Co., Ltd.) มาแถลงข่าวเปิดตัวบริษัทใหม่ ซึ่งประกอบไปด้วย 3 บริษัทย่อย ภายใต้บริษัทแม่ที่ชื่อว่า ‘TADA Entertainment (ทาดา เอ็นเทอร์เทนเมนท์)

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ชื่อ ‘ทาดา’ พ้องเสียงกับ ‘ธาดา’ ที่แปลว่าผู้สร้าง 

และเป็นเสียงประกอบเวลาที่ใครมีอะไรภูมิใจนำเสนอ

เราเคยคุยกับย้งเมื่อครั้งยังเป็นนาดาวบางกอก แล้วประทับใจกับความเป็นบริษัทที่พัฒนาศิลปินให้เป็น ‘คนมีคุณภาพ’ แบบที่คิดว่าให้วันหนึ่งศิลปินอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีนาดาวบางกอก และวันนั้นเขาก็ตั้งใจอยากหาคนมารับช่วงต่อในการบริหาร แต่ติดว่าต้องหาคนที่เชื่อและคิดเหมือนกัน เพื่อที่จะได้มั่นใจว่าผู้บริหารคนใหม่จะดูแลศิลปินเหล่านี้ได้อย่างที่เขาตั้งใจ

ในบทบาทการเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรรอบที่ 2 ของย้ง เขาจึงอยากสร้างทั้งผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่และศิลปินไอดอลคุณภาพสูง มาประดับวงการบันเทิงไทยแบบที่เขาภูมิใจนำเสนอ

แต่ก่อนจะคุยเรื่องการเปิดประตูบานนี้ เราเชื่อว่าทุกคนคงอยากรู้สาเหตุที่แท้จริงของการปิดประตูบ้านนาดาวบางกอกจากปากของย้ง ซึ่งเขายังไม่เคยพูดเรื่องนี้กับสื่อไหน เขายินดีจะพูดวันนี้ เพราะเขาบอกว่าฝุ่นหายตลบและทุกอย่างตกตะกอนแล้ว จึงมั่นใจว่าจะตอบคำถามนี้ได้ตรงกับใจจริง ๆ

เขาเล่าว่าก่อนยุติบทบาทของนาดาวบางกอก ทีมผู้บริหารใช้เวลาพิจารณา วางแผน และเตรียมตัวมาร่วม 3 ปี และยืนยันว่าไม่ได้มีใครในบริษัทหมดแพสชัน

“การปิดนาดาวฯ คือการไปต่อ ไม่ใช่การสิ้นสุด เพราะนาดาวฯ คือหมู่มวลคนซึ่งรักจะทำสิ่งที่สนใจเหมือนกันในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่พอถึงเวลาที่ต่างคนต่างมีเป้าหมายใหม่ น้อง ๆ นักแสดงเติบโตในวงการบันเทิงได้ดี หลายคนเรียนจบแล้ว บางคนก็แข็งแรงจนเปิดบริษัทเองได้ บางคนมีแนวคิดในการบริหารศิลปินหรือนักแสดงในแบบของตัวเอง เราก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการเป็นนาดาวบางกอกต่อไป เราแยกกันไปสนุกกับทางที่ตัวเองสนใจดีกว่า ซึ่งก็หมายถึงการต้องยุติธุรกิจเดิม เพื่อเริ่มต้นธุรกิจใหม่”

การเลือกปิดประตูบานเก่าอันโด่งดังและมั่นคงเพื่อเปิดประตูบานใหม่นี้ ย้งบอกว่าไม่มีอะไรที่เขาเสียดายเลย 

“มีแต่กลัวจะเสียดายเวลาและโอกาสของทุกคน ถ้าเราไม่ได้ให้อิสระพวกเขาไปเติบโตงอกงามในผืนดินของตัวเอง” ย้งบอก

สำหรับย้งและพนักงานบางส่วน เป้าหมายใหม่ของพวกเขาคือการสร้างศิลปินไอดอลชาวไทยประดับวงการบันเทิงไทยที่พวกเขารัก เพื่อเป็นความสุขและแรงบันดาลใจให้กับผู้คน 

“มันน่าสนุกดี” ย้งบอกเหตุผลที่คิดจะทำงานนี้

“ตอนเปิดออดิชัน เราได้เจอน้อง ๆ หลายคนที่มีความฝันอยากเป็นศิลปิน แต่เขาไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์หรือเก่งมาแล้ว พวกเขาเป็นเด็กที่ยังอยู่ในจุดเริ่มต้น มีความฝันและมีความพยายาม ผมว่ามันน่าสนุกที่เราจะได้เริ่มต้นกับคนที่มีความฝัน แล้วเราก็ฝึกหัดไปด้วยกัน เพื่อไปสู่ปลายทางซึ่งเขาเป็นศิลปินที่มีมาตรฐานที่ดีได้”

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ยุคนี้เป็นยุคของคนที่พยายามและตั้งใจ

SONRAY MUSIC (ซันเรย์ มิวสิค) ลูกชายที่สดใสเหมือนแสงแดด และ ILY LAB (ไอลี่ แล็บ) กลุ่มเด็กสาวที่เรียบง่ายและงดงาม เป็นบริษัทลูกของ TADA Entertainment สำหรับสร้างและพัฒนากลุ่มศิลปินไอดอล 

SONRAY MUSIC ผลิตศิลปินไอดอลชาย และ ILY LAB ผลิตศิลปินไอดอลหญิง ย้งเล่าว่าจากประสบการณ์ การดูแลศิลปินชายและหญิงมีรายละเอียดแตกต่างกัน จึงอยากแยกการบริหารออกเป็น 2 บริษัท แต่ศิลปินจาก 2 ค่ายก็จะได้ทำงานร่วมกันในบางโอกาส

สำหรับใครที่ไม่ใช่แฟนไอดอล เราขอชวนมาแวะฟังนิยามคำว่าศิลปินไอดอลจากย้งกันสักนิด

“ศิลปินไอดอลเป็นศิลปินที่มีการฝึกหัดและพัฒนาให้มาเป็นศิลปิน บอยแบนด์หรือเกิร์ลกรุ๊ปสมัยก่อนอาจอาศัยหน้าตาดี ความสามารถกลาง ๆ ได้ แต่ยุคนี้ผู้บริโภคต้องการศิลปินที่นอกจากภาพลักษณ์และบุคลิกดีแล้ว เขายังต้องมีความสามารถสูง ทั้งด้านการร้องเพลง การแสดง และการเต้นด้วย”

ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ย้งผู้ติดตามและชื่นชอบศิลปินไอดอลต่างชาติ มองไอดอลเหล่านั้นด้วยสายตานักปั้นดาวแล้วฟันธงว่า มีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่มีเสน่ห์ความเป็นไอดอลอยู่ในตัว 

“วัยรุ่นไทยมีจุดเด่นอย่างความสนุกสดใส ไม่ซีเรียสกับชีวิตมากเกินไป แต่ถ้าเขาจะเอาจริงกับอะไร เขาก็ตั้งใจและจริงจังกับมันได้ ความทะเล้น ความกวนที่มากับความมุ่งมั่นนี่แหละเป็นบุคลิกที่ผมอยากทำงานด้วย อยากเห็นพวกเขาค่อย ๆ เก่ง ค่อย ๆ เติบโต จนเป็นศิลปินที่ชนะใจแฟนเพลงหรือคนดูได้” 

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน
TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ความฝันของหนุ่มสาวกับหน้าที่การสร้างความสุขและแรงบันดาลใจ

ศิลปินไอดอลกลุ่มแรกที่ TADA Entertainment จะเปิดตัว เป็นกลุ่มศิลปินหญิงนามว่า ‘MXFRUIT (มิกซ์ฟรุต)’ ภายใต้สังกัด ILY LAB (ซึ่งย่อมาจาก I Love You)

ย้งไม่คิดแบบ Fail Fast, Fail Cheap และเราก็เห็นด้วยว่า ความฝันของเด็กสาวไม่ควรถูกเอามาใช้เป็นการทดลองทางธุรกิจ ศิลปินไอดอลหญิงกลุ่มนี้จึงเป็นเด็กที่เทรนมาแล้วเกือบ 2 ปี และพวกเธอกำลังจะได้เดบิวต์ในเดือนมีนาคมนี้

ย้งเล่าว่าเขาชวนสมาชิกทั้ง 5 ที่ตอนแรกต่างคนต่างมามารวมเป็น Girl Group และทำวงด้วยกัน เพื่อใช้พื้นที่นี้ค้นหาแนวทางของตัวเองในวัยที่เพิ่งเริ่มต้น และผนึกกันเป็นทีมที่แข็งแรงมากพอจะพากันไปสู่ความสำเร็จ 

“จริง ๆ ทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเองและมีความสามารถในการเป็นศิลปินเดี่ยว แต่โชคดีที่เด็ก 5 คนนี้มีความแตกต่างที่อยู่ด้วยกันแล้วลงตัว และยอมที่จะเปิดตัวร่วมกัน วันหนึ่งถ้าพวกเขามีประสบการณ์และความสามารถมากพอ มีอะไรที่อยากเล่าจากตัวเอง หรือมีแนวทางของตัวเองแล้ว อาจจะได้ทำเพลงแบบโซโล่ก็ได้” ย้งวางแผนแบบเล่นเกมยาวเอาไว้

ศิลปินไอดอลอีกกลุ่มที่พวกเขาปลุกปั้นอยู่เป็นกลุ่มศิลปินไอดอลชาย ชื่อ 789 TRAINEE ภายใต้สังกัด SONRAY MUSIC

ด้วยจุดแข็งการเป็นคนทำคอนเทนต์ของย้ง และประสบการณ์ในบริษัท SM Entertainment ของปรุง กลุ่มศิลปินฝึกหัดชายที่ปิดตัวบนโลกออนไลน์มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 จึงเป็นสีสันใหม่ในวงการที่น่าจับตามอง ศิลปินหนุ่มฝึกหัด 24 คนกำลังจะมีโปรเจกต์รายการ 789 SURVIVAL เป็นเรียลิตี้โชว์ ออกอากาศทางช่อง ONE31 พวกเขาจะได้ทำบททดสอบต่าง ๆ เพื่อแสดงความมุ่งมั่น ความตั้งใจพัฒนาตัวเองและทีม เพื่อเดบิวต์เป็นวงบอยกรุ๊ปวงต่อไป ซึ่งจำนวนคนในวงนั้นยังไม่แน่นอน อาจจะเป็น 7 8 หรือ 9 คนก็ได้ ย้งบอกไว้อย่างนั้น

สิ่งที่ย้งหมายมั่นปั้นมือในตัวศิลปินไอดอลก็คือ อยากให้พวกเขาสร้างความสุขให้แฟน ๆ และอยากให้เก่งพอที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้แฟน ๆ ได้

“ผมหมายมั่นปั้นมือที่ 2 อย่างนี้ เพราะเชื่อว่ายุคนี้มีคนไม่น้อยที่มีศิลปินเป็นกำลังและแรงบันดาลใจ ไม่รู้จะเรียกว่ายกระดับวงการบันเทิงไทยไหม แต่น่าจะทำให้คนไทยมีความสุข และในมุมคนทำงาน ผมคิดว่าผลลัพธ์จากความพยายามที่สังคมจะได้เห็น อาจไปสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ให้ทำงานดี ๆ เหมือนที่เราเคยได้แรงบันดาลใจจากคนรุ่นพี่ที่ทำงานดี ๆ ออกมาก่อนหน้านี้ก็ได้ ผมอยากทำศิลปินให้วงการบันเทิงไทย ให้คนไทยดู แล้วถ้าวันหนึ่งจะไประดับสากล เราก็จะไปแบบเป็นศิลปิน T-POP ของไทย”

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน
จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

โครงสร้างบริษัทย่อยที่เป็นอิสระ และมีบริษัทแม่ดูแลแบบไม่กำกับ

นอกจาก SONRAY MUSIC และ ILY LAB ซึ่งเป็นธุรกิจที่ย้งโฟกัสอยู่แล้ว TADA Entertainment ยังมีบริษัทโปรดักชันชื่อ 5×6 House ทำงานด้านคอนเทนต์อย่างที่พวกเขาถนัด ดูแลโดย ปิง เกรียงไกร 

3 บริษัทย่อยนี้บริหารในแบบของตัวเอง โดยมีบริษัทแม่เป็นหน่วยกลางดูแลเรื่องส่วนรวมต่าง ๆ เช่น การตลาด กฎหมาย บัญชี เป็นต้น 

ย้งบอกว่า “นี่อาจจะเป็นช่วงท้าย ๆ ในชีวิตการทำงานของผมแล้ว การมีบริษัทยิบย่อยคือการให้คนอื่นได้ขึ้นมาลองบริหารบริษัทนั้นในมุมมองของเขาเอง เขากำหนดทิศทางที่อยากเป็นได้เอง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เรามีอิสระมากขึ้นหลังจากมาเปิดบริษัทใหม่”

5×6 House เป็นบริษัทโปรดักชันเฮาส์ที่ย้งบอกว่าให้อิสระปิงออกแบบได้เต็มที่ ไม่มีข้อจำกัดว่าต้องเป็นงานที่เข้ากับศิลปินไอดอล หรือเป็นงานที่เน้นสร้างนักแสดงจากศิลปินในค่าย ซึ่งทำให้ปิงสร้างสรรค์และบริหารบริษัทของตัวเองได้เต็มที่ยิ่งขึ้น

ย้งบอกอีกว่าในอนาคตเราอาจได้เห็นบริษัทภายใต้ TADA Entertainment เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย หากมีคนสนใจอยากมาร่วมทำอะไรสนุก ๆ ด้วยกัน “ถ้าใครทำดี ความสำเร็จก็จะเป็นของเขา โดยมีพวกผมเป็นเบื้องหลัง ซัพพอร์ตและให้ความช่วยเหลือ แนะนำในพาร์ตหลังบ้าน” 

จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่
จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

สุดท้าย ผู้บริหารที่โดดเด่นคนหนึ่งในยุคสมัยของเรายังยืนยันว่า เขาอยากเป็นคนทำงานมากกว่าเป็นผู้บริหารมืออาชีพ เขายังรอวันที่จะได้สร้างศิลปินไอดอลและผู้บริหารรุ่นใหม่ให้แข็งแรงพอที่เขาจะปล่อยมือจากงานบริหารและหันไปจับกล้อง จับงานกำกับที่รักได้อีกครั้ง

“ผมโชคดีที่ได้ใช้ชีวิตในงานที่ผมรัก สิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาคือ การให้อิสระกับทุกคนในการบริหารงานและชีวิตของตัวเอง

“การปิดนาดาวบางกอกทำให้เรียนรู้ว่า อย่าไปยึดติดกับทั้งความทุกข์และความสุข เพราะในช่วง 2 – 3 ปีที่ต้องตัดสินใจและเตรียมการปิดนาดาวฯ เป็นช่วงเวลาที่กังวลมาก เป็นห่วงอะไรเต็มไปหมด แต่พอตัดสินใจได้แล้ว ใกล้เวลาที่จะปิดแล้วจริง ๆ กลับรู้สึกว่ามันไม่ได้ยากขนาดนั้น การไม่มีนาดาวฯ ไม่ได้ทำโลกแตกสลาย ไม่ได้จะทำให้เด็กนักแสดงไปต่อไม่ได้ หรือแม้กระทั่งน้อง ๆ พนักงานเขาก็จะเดินต่อไปได้ด้วยตัวเองกันทั้งนั้น”

จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

เขาเล่าด้วยว่าแม้แต่งานฉลองเพื่อร่ำลาอย่างการไป Outing นาดาวฯ ที่ย้งต้องพลาดเพราะติดโควิด สุดท้ายก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าฟูมฟายอย่างที่เขารู้สึกในตอนแรก เพราะมิตรภาพที่ชาวนาดาวฯ ยังมีให้กันและกันก็เห็นได้ชัดว่ามันยังอยู่ 

“เท่านั้นก็พอแล้วมั้ง” ย้งกล่าวปิดท้ายก่อนขอพุ่งตัวไปดูน้องซ้อมและมีประชุมต่อ

Lessons Learned

  • อย่ายึดติดกับความสำเร็จหรือไม่สำเร็จที่เคยเป็นมาก่อน เมื่อถึงคราวต้องเปลี่ยนแปลงก็เปลี่ยน ยิ่งถ้าเราเคยล้มมาก่อนแล้วลุกขึ้นมาได้ ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว
  • สร้างงานแล้ว อย่าลืมสร้างคนทำงานด้วย เพราะการจะทำให้ธุรกิจที่เราฝันอยู่เป็นไปได้อย่างยั่งยืน วันหนึ่งจำเป็นต้องมีคนรับช่วงต่อ
  • เลือกทำสิ่งที่อยากทำให้ดีจนกลายเป็นธุรกิจได้ เป็นหนทางแห่งความสุขที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมไปกับงาน

Writer

Avatar

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load