พอต้องเปลี่ยนมา Work from Home ผมก็ได้อยู่กับครอบครัวมากขึ้น ได้กินข้าวด้วยกันทั้งครอบครัวในหลายๆ มื้อ และสำหรับบ้านผม การกินอาหารเป็นหนึ่งกิจกรรมส่วนใหญ่ของชีวิตแต่ละวัน 

เลยพบว่าอาหารในบ้านนั้นมีความหลากหลายมาก ผมมีหลานอายุ 1 ปี มีพ่อแม่ที่เลยวัยเกษียณมาหลายปีแล้ว รวมถึงตัวผมและน้องๆ ที่อยู่ในวัยทำงาน ทุกคนมีพฤติกรรมการกินไม่เหมือนกัน

อีกสิ่งที่หนึ่งสังเกตเห็นในช่วงที่ผ่านมาคือ ทุกวันนี้เรามีอาหารให้เลือกมากมาย เปิดเข้าไปในแอปพลิเคชันก็เจอเมนูให้เลือกจนตาลาย แต่พบว่าการแบ่งประเภทของอาหารยังเป็นหมวดหมู่ของประเภทอาหารทั้งสิ้น 

อาหารคนแก่ : อาหารแบบตามใจคนแก่ยุคสังคมสูงวัย โอกาสใหม่ที่ยังไม่มีใครเป็นเจ้าตลาด

ลำพังแค่ผมเองที่กินได้ทุกอย่าง คงไม่มีปัญหา แค่ดูว่าอันไหนไม่อยากกินก็เลื่อนผ่าน อันไหนอยากกินก็กดสั่ง บางครั้งเพราะอยากกินเลยเปิดหา แต่ก็มีบ้างที่ถูกยั่วยวนโดยความดูน่ากินของอาหาร ความเยอะ ความล้นทะลักของวัตถุดิบ ถึงผมไม่ใช่วัยรุ่น ต้องเริ่มระวังกับการกินอาหารมากแล้ว แต่เมื่อทนต่อความน่ากินไม่ไหว ก็เสียทีสั่งมากินจนได้ แล้วค่อยไปหาทางออกกำลังกายเอา

ส่วนหลาน 1 ขวบของผมก็มีปัญหาบ้างตามประสาเด็กแรกเกิด ยังกินนั่นกินนี่ไม่ได้หลายอย่าง แต่พ่อแม่ของเขาก็ทำอาหารแบบเด็กอ่อนให้กินเองอย่างระมัดระวัง และมีข้อมูลหมดว่าเจ้าตัวเล็กกินอะไรได้บ้างหรือต้องกินแบบไหน มีถึงขั้นกำหนดตารางการกินล่วงหน้าตลอดสัปดาห์ สลับกับดื่มนมแม่ 

เลยเห็นภาพชัดว่า กลุ่มคนที่ถูกสร้างความตระหนักเรื่องการให้ความสำคัญเรื่องอาหารการกินคือกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน มากเป็นพิเศษ เพราะคนที่ต้องคิดถึงเรื่องอาหารของเด็กอ่อน ก็เป็นคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ของเด็กอยู่ดี

ปัญหานี้เลยชัดเจนที่คนรุ่นพ่อแม่ของผม คนสูงวัยโดยเฉพาะคนที่ยังกินอาหารเองได้ เลยมีความสุ่มเสี่ยงเรื่องสุขภาพมากที่สุด เนื่องจากเขายังต้องกินอาหารในแบบที่มีอยู่ในตลาดทั่วๆ ไป ซึ่งส่วนใหญ่ทั้งขนาด ปริมาณ และโภชนาการนั้น ไม่ได้เหมาะสมกับวัยสักเท่าไหร่เลย

อาหารคนแก่ : อาหารแบบตามใจคนแก่ยุคสังคมสูงวัย โอกาสใหม่ที่ยังไม่มีใครเป็นเจ้าตลาด

สังเกตจากพ่อและแม่ของผมเองที่ยังอยากกินนั่นกินนี่เหมือนที่เคยกินมาทั้งชีวิต แต่ก็พบว่าบางอย่างไม่ได้กินง่ายๆ เหมือนเดิมแล้ว ของชอบของพ่อ เช่น เนื้อวัวหรือเนื้อที่ย่างไม่สุก มีปัญหาการเคี้ยวและมีผลต่อการย่อยมากขึ้น สุดท้ายเลยต้องค่อยๆ ปรับการกินเป็นเนื้อที่สุกมากขึ้น ไม่ติดมันได้ก็ดี เพราะมีผลต่อไขมันและโรคประจำตัวอีก กินน้อยลง แต่บ่อยมื้อขึ้น ไปจนถึงลดปริมาณของมื้อเย็นก่อนเข้านอนไว 

บางวันแม่ก็บ่นไม่อยากอาหาร หรือกินดึกเกินเดี๋ยวนอนไม่ได้ แล้วก็เปิดตู้เย็นคว้าไอศกรีมของผมกับหลานตักกินแทนก็มี

สรุปได้ง่ายๆ เลยว่าอาหารที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัยก็คืออาหารอร่อย 

และอุปสรรคใหญ่คือ ผู้ใหญ่นั้นผ่านประสบการณ์อาหารอร่อยมานักต่อนักแล้ว การห้ามใจจึงเป็นเรื่องยาก

เมื่อถึงวัยก็รู้ว่าเราต้องเริ่มที่จะเลือกกินมากขึ้น แต่จู่ๆ วันหนึ่งจะให้กินอาหารอ่อน หรือปรุงน้อยๆ ลดเค็ม ลดมันในทันที ก็ดูไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาในระยะยาวที่มีความสุขสักเท่าไหร่ และผมมองก็รู้ว่าความสุขในการกินของพ่อแม่หายไปทันที

มีงานวิจัยมากมายที่บอกว่า แล้วอาหารที่เหมาะกับคนแก่ควรเป็นอย่างไรล่ะ

สิ่งแรกคืออาหารต้องง่ายต่อการเคี้ยวและกลืน เนื่องจากคนแก่จะสูญเสียความสามารถทั้งสองด้านนี้ไปตามวัย ฟันที่เริ่มหายไป และการผลิตน้ำลายที่ไม่มีประสิทธิภาพเหมือนเดิม ทำให้การกลืนเป็นเรื่องยากมากขึ้น และเกิดปัญหาการสำลักได้ง่าย ไซส์ ความอ่อนนุ่ม ชุ่มชื้น และไม่เหนียวหนืดของอาหาร จึงมีความสำคัญมาก 

อาหารคนแก่ : อาหารแบบตามใจคนแก่ยุคสังคมสูงวัย โอกาสใหม่ที่ยังไม่มีใครเป็นเจ้าตลาด
การเพิ่มทางเลือกของอาหารเพื่อผู้สูงวัยที่มีข้อจำกัดในการกิน แต่ต้องการความอร่อยเหมือนเดิมในยุคสังคมสูงวัย

สิ่งที่พูดตรงกันคือ เรื่องโภชนาการสำหรับคนแก่โดยเฉพาะ เพราะคนแก่เป็นวัยที่ต้องควบคุมเรื่องอาหาร เรียกว่าเคร่งครัดพอๆ กับเด็ก การรับสารอาหารบางชนิดที่มากเกินไปอาจจะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย 

เนื่องจากปุ่มรับรสของลิ้นในผู้สูงอายุจะน้อยลง รับรสขม รสหวาน และรสเค็ม ได้น้อยลงไปด้วย และการกินให้ได้รสเท่าเดิมแปลว่าอาจจะได้รับโซเดียมกับน้ำตาลมากเกินปกติ ถ้าบ้านไหนที่พ่อแม่เป็นคนทำอาหารเอง อาจจะเคยเจอว่าอาหารมีรสเค็มจัด หวานจัด มากกว่าที่เคยกินสมัยก่อน แบบที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว

วิธีแก้ไขให้ใช้สารทดแทนน้ำตาล สารปรุงแต่งรสจากธรรมชาติ หรือสมุนไพรบางชนิดในการเพิ่มรสชาติ กลิ่น รสแบบที่ไม่เพิ่มปริมาณไขมัน โซเดียม และน้ำตาล ไปด้วย และต้องง่ายต่อการย่อย พูดง่ายๆ ก็คือทำเลียนแบบหน้าตาอาหารแบบเดิม รสชาติเดิม แต่ใช้ของที่ปลอดภัยกว่า

เราก็เห็นความพยายามที่มีผู้ผลิตอาหารเริ่มสร้างอาหารสังเคราะห์ให้มีทั้งกลิ่น สี รส และสัมผัส ให้ใกล้เคียงอาหารปกติ แต่ดีต่อผู้สูงวัย หรืออาหาร Plant-based ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ทำให้คนกินได้ความรู้สึกเหมือนกินเนื้อสัตว์แต่ย่อยได้ง่ายกว่า เพียงแต่ยังราคาสูง และบางชนิดยังมีโซเดียมที่มากเกินไป อาจจะยังไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ แต่ก็ดูเป็นความพยายามที่มีความหวัง 

การเพิ่มทางเลือกของอาหารเพื่อผู้สูงวัยที่มีข้อจำกัดในการกิน แต่ต้องการความอร่อยเหมือนเดิมในยุคสังคมสูงวัย

หรืออาจไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีขนาดนั้น การปรุงเองที่บ้านหรือด้วยฝีมือเชฟของร้านด้วยปัจจัยต่างๆ ที่ว่ามา ก็น่าจะสร้างอาหารอร่อยที่เป็นทางเลือกให้ผู้สูงอายุได้เหมือนกัน แต่คนที่ควรจะสนใจและเห็นโอกาสจากสิ่งนี้ น่าจะเป็นผู้ผลิตและผู้ประกอบการอาหารมากกว่า

ตอนนี้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์แล้ว เรามีสัดส่วนของผู้มีอายุ 60 – 65 ปี คิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ของทั้งประเทศ อีก 10 ปีข้างหน้าเราจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-aged Society) คือมีคนแก่เกิน 60 ปีมากกว่าร้อยละ 20 ของประเทศ

จะเห็นว่าตลาดของอาหารสำหรับผู้สูงอายุเติบโตขึ้นมาก และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มผู้สูงวัยเป็นกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่มีกำลังจ่าย อยากได้อาหารที่อร่อยและเข้าใจข้อจำกัดของตัวเขา 

ผู้ผลิตอาหารที่เห็นโอกาสจากตลาดกลุ่มนี้ได้ก่อนใครคงกลายเป็นเจ้าตลาดได้ไม่ยาก ที่ผ่านมาภาพในร้านอาหารสำหรับครอบครัวก็ไม่ใช่แค่สำหรับพ่อแม่ลูกเท่านั้นอยู่แล้ว เราเห็นภาพการพาปู่ ย่า ตา ยาย ไปด้วยเช่นกัน ร้านอาหารต่างๆ น่าจะลองคิดเมนูสำหรับคนแก่ใส่เข้าไปเพิ่มเป็นทางเลือก เหมือนชุดเมนูคุณหนูที่มีเป็นปกติแล้วบ้างนะครับ ยิ่งถ้าเป็นยุคเดลิเวอรี่ จะลองเพิ่มหมวดหมู่อาหารสำหรับผู้สูงอายุเข้าไปในแอปพลิเคชันสั่งอาหารดูก็ได้ 

ที่ผ่านมายังไม่เคยมีใครกล้าเพิ่มทางเลือกนี้เข้าไป ผมคิดว่าไม่น่ากังวลหรือกลัวว่าจะไม่มีคนซื้อ 

และคิดว่ายุคนี้พ่อแม่หลายๆ คน เตรียมเปิดมือถือกดสั่ง พร้อมโอนกันแล้วล่ะครับ

Writer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Eat Direction

ทิศทางการปรับตัวของอาหารและการกิน

2 กุมภาพันธ์ 2566
494

1 เดือนผ่านไปหลังจากปีใหม่ เป้าหมายเปลี่ยนแปลงตัวเองที่ตั้งไว้เป็นอย่างไรกันบ้างครับ

บางคนอาจยังอยู่ในแผน แต่บางคนอาจยอมแพ้ไปแล้ว

แต่ไม่เป็นไร ของแบบนี้เริ่มใหม่ได้ครับ

ใครที่จะเริ่มใหม่ อยากให้ลองเริ่มต้นกับ ‘Meatless Month’ แคมเปญง่าย ๆ ที่ The Cloud อยากชวนให้ผู้ที่สนใจมากินของอร่อย ๆ กันตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้ อ่านแค่นี้อาจดูไม่ยากอะไร แต่ขอแค่อย่างเดียว ของอร่อยที่ว่า ‘ต้องไม่มีเนื้อสัตว์เลย’ นะครับ 

ทั้งเดือนนี้เราจะหาร้านอาหารที่มีเมนูอาหารแบบไร้เนื้อสัตว์มาแนะนำ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นอาหารวีแกน มังสวิรัติ หรืออาหารเจ แต่เมนูไหนไม่มีเนื้อสัตว์แล้วอร่อย ก็จะเอามาแนะนำ

ชวนลองปรับการกินใหม่ 1 เดือน ด้วยการกินของอร่อย แต่ลดเนื้อสัตว์ลงอีกนิด

แคมเปญนี้ตั้งต้นจากความอร่อย เพราะเราคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากได้เป็นอย่างแรก ไม่ว่าจะเป็นอาหารชนิดไหน เราคงอยากให้ถูกปากไว้ก่อน

อีกอย่าง อาหารประเภทเจ วีแกน มังสวิรัติ หรืออาหารแห่งยุคอย่างแพลนต์เบส ต่างมีจุดยากที่หลายคนติดว่าอาหารเหล่านี้ไม่อร่อยและอยู่ในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ (หลายคนที่ว่ารวมผมไปด้วยคนหนึ่ง)

เราเลยคิดแบบง่ายที่สุดว่า ถ้าได้เจอของอร่อย เกิดลองแล้วชอบ ก็ไม่น่ายากที่จะเปิดใจให้กับอาหารไร้เนื้อสัตว์เหล่านี้ 

ที่จริงอยากเล่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ The Cloud เริ่มสนใจหมวดหมู่อาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ ก็เพราะได้ชิมบางจาน (จำไม่ได้แล้วว่าโดยบังเอิญหรือว่าตั้งใจ) พอชิมแล้วรู้สึกว่า เอ้ย เดี๋ยวนี้มันอร่อยกว่าที่เข้าใจมาตลอดเลยแฮะ จนเริ่มยอมเปลี่ยนความคิดนิด ๆ 

และเดี๋ยวนี้เนื้อแพลนต์เบสก็มีมากมาย เริ่มเห็นและหาง่ายในตลาดมากขึ้น รูปร่างหน้าตาก็ทำออกมาเหมือนเนื้อจริงขึ้นทุกวัน ถึงไม่ใช่ทางแต่ก็อยากลองดู แอบนึกไว้อยู่ในใจว่ารสชาติและสัมผัสยังไงก็คงไม่ใช่แบบที่เรากินตามปกติ และเนื้อจากพืชแบบนี้ก็มีร้านอาหารเอาไปปรุงออกมาไม่เหมือนกัน แถมส่วนใหญ่ทำออกมาได้ดีเลยด้วย ที่สำคัญคือต่างจากเนื้อสัตว์เลียนแบบ แบบเป็นเป็ด เป็นหมู ที่น่าจะเคยเจอกันมาเยอะมาก จนเริ่มคิดว่า หรือที่จริงแล้ววงการนี้มาไกลกว่าที่เราคิด ยิ่งค้นหาก็ยิ่งเจอร้านอาหารมากมายที่ทำอาหารแนวนี้

2 – 3 ปีที่ผ่านมามีจำนวนร้านที่ทำอาหารประเภทไร้เนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นเยอะ เป็นอาหารที่ไปทางอาหารสุขภาพ อาหารแบบนานาชาติมากขึ้นเสียด้วย ร้านอาหารอร่อยที่ปกติไม่ได้ขายเมนูไร้เนื้อสัตว์เป็นหลักหลายร้าน ก็เพิ่มเมนูที่เป็นมิตรกับคนกินวีแกนหรือมังสวิรัติเพิ่มขึ้น และมีแพลนต์เบสเป็นส่วนประกอบในเมนู

จึงน่าสนใจว่า จำนวนคนที่เริ่มไม่ทานเนื้อสัตว์น่าจะมีมาก และส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่เสียด้วย

ชวนลองปรับการกินใหม่ 1 เดือน ด้วยการกินของอร่อย แต่ลดเนื้อสัตว์ลงอีกนิด
ชวนลองปรับการกินใหม่ 1 เดือน ด้วยการกินของอร่อย แต่ลดเนื้อสัตว์ลงอีกนิด

ก่อนเริ่มแคมเปญ ผมต้องคุยกับเพื่อนที่อยู่ในวงการอาหาร นักโภชนาการ และคนที่กินอาหารวีแกน ว่าทำไมเราถึงต้องลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลง คำตอบที่ได้ออกมาในทางเดียวกันว่า เพราะในหลาย ๆ สิ่งที่เรากินเข้าไป เนื้อสัตว์เหมือนจะมีผลกระทบกับเรามากที่สุด ทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อม 

มีข้อมูลมากมายที่ถูกนำเสนอและถกเถียงกันอยู่ มีให้อ่านได้จากอินเทอร์เน็ตหรือดูจากสารคดี ส่วนใหญ่เล่าถึงความน่ากลัวและผลเสียของการเลี้ยงสัตว์แบบอุตสาหกรรมเพื่อนำมาเป็นอาหาร หรือการสะสมสารพิษต่าง ๆ ที่ปะปนอยู่ในธรรมชาติเข้าสู่สัตว์ที่เราจะต้องนำมากินเป็นอาหาร

ข้อมูลนำเสนอให้เห็นข้อเท็จจริงจนเราควรปรับเปลี่ยนอะไรบ้างเกี่ยวกับการเลือกกิน เลยลองทำแคมเปญ Meatless Month ขึ้นมา

แต่การลด ไม่ใช่การงดนะครับ 

เรารู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครสักคนจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงการกิน แบบงดอะไรที่เคยกินได้ไปเลยตลอดชีวิต หากไม่ได้แน่วแน่อย่างมีวินัย ก็น่าจะต้องกระทบกับปัญหาทางสุขภาพจนต้องเริ่มจริงจัง

ผมเชื่อว่าการทำอะไรแบบค่อยเป็นค่อยไปส่งผลดีมากกว่าในระยะยาว การค่อย ๆ ลดลงทีละนิด ลองปรับการไม่กินเนื้อสัตว์ลงในบางมื้อ จะทำให้เราปรับเปลี่ยนนิสัยการกินได้ ถึงแม้ว่าอาจไม่ดีเท่าคนที่ทำได้ทุกมื้อ แต่ก็เชื่อว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

บางคนใช้วิธีเลือกกินอาหารไร้เนื้อสัตว์เฉพาะมื้อเช้าที่จัดได้เองที่บ้าน บางคนงดมื้อเย็นเพราะดีต่อระบบย่อย และส่งผลให้นอนหลับสบายกว่า บางคนเลือกวันงดกินเนื้อสัตว์ไปเลย 1 วัน ทำได้ตามใจสะดวกเลยครับ

ชวนลองปรับการกินใหม่ 1 เดือน ด้วยการกินของอร่อย แต่ลดเนื้อสัตว์ลงอีกนิด
ชวนลองปรับการกินใหม่ 1 เดือน ด้วยการกินของอร่อย แต่ลดเนื้อสัตว์ลงอีกนิด

ขอแค่ก้าวแรกที่อยากลองเปิดใจปรับปรุงพฤติกรรมการกิน ยื่นขาเข้ามาก่อน เมื่อลดหรือจำกัดการกินบางอย่างลงแล้ว หวังว่าในมื้ออื่นที่เหลืออยู่ก็น่าจะเลือกอะไรที่ดี ๆ เข้าสู่ร่างกายทดแทนได้

ยิ่งตอนนี้มีคนที่เลี้ยงสัตว์หรือทำฟาร์มแบบดีต่อสุขภาพและดีต่อสิ่งแวดล้อมเยอะขึ้นมาก เรายิ่งมีทางเลือกในการกินโดยทดแทนมื้อซึ่งเป็นเนื้อสัตว์ตามปกติ 

เช่น การเลือกกินเนื้อสัตว์ที่ผ่านการเลี้ยงแบบมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ มีพื้นที่ให้สัตว์ในฟาร์มเพียงพอ ไม่แออัดจนเกิดโรค มีทางเลือกของฟาร์มที่ใส่ใจอาหารการกินของสัตว์ ซึ่งที่จริงแล้วเป็นช่องทางของสารปนเปื้อนหลายอย่างส่งต่อมาถึงคนกินแบบที่หลายคนไม่ค่อยรู้ตัว 

กลับมาที่เรื่องการลดเนื้อสัตว์แบบได้กินของอร่อยของเรากันต่อ ถึงจะบอกว่าเรื่องความอร่อยเป็นเรื่องส่วนบุคคล ส่วนหนึ่งก็จริงอย่างว่า แต่สิ่งที่อยากชวนลองพิสูจน์คือ อาหารเจ มังสวิรัติ หรืออาหารจากพืชเดี๋ยวนี้ใช้รสชาติเป็นตัวนำเกือบทั้งนั้น 

ชวนลองปรับการกินใหม่ 1 เดือน ด้วยการกินของอร่อย แต่ลดเนื้อสัตว์ลงอีกนิด

รสชาติเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากเย็นอะไรในการปรุงแต่งในระดับอุตสาหกรรมแล้ว ส่วนในครัวร้านอาหารก็มีเครื่องมือ เทคนิค อุปกรณ์ และฝีมือของเชฟ ซึ่งจะทำให้อาหารจานนั้นออกมาถูกปากได้ง่ายขึ้น 

เราอยากให้ลองแซนด์วิชที่ทำจาก Sourdough ประกบกับไส้ซอสเพสโต้ผสมพิสตาชิโอรสหอมมัน ใส่มะเขือเทศกับชีสแบบวีแกน หรือลองบะหมี่คลุกซอสงาข้น ๆ ลองข้าวหน้าทงคัตสึคลุกเกล็ดขนมปังทอด ราดไข่แบบนุ่ม ทงคัตสึเป็นเนื้อจากพืชที่สัมผัสดีมาก ๆ ลองซูชิห่อสาหร่ายที่ใช้อะโวคาโดเนื้อเนียนเป็นไส้ ราดซอสครีมรสเผ็ดหวาน 

อยากให้ลองกินซุปเต้าหู้กิมจิ หรือจะลองตำขนุน แกงเห็ดถอบแบบอาหารเหนือ และอีกมากมาย ที่จะมาแนะนำทุกวันพุธ เที่ยงตรง ผ่านทางเพจ The Cloud โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นวีแกน มังสวิรัติ หรือแพลนต์เบส

และคิดว่าน่าจะยิ่งดี หากใครรู้จักอาหารไร้เนื้อสัตว์อร่อย ๆ หรือทำอาหารไร้เนื้อสัตว์อยู่ อยากแนะนำให้เราด้วยจะยินดีมากเลยครับ

Writer & Photographer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load