พอต้องเปลี่ยนมา Work from Home ผมก็ได้อยู่กับครอบครัวมากขึ้น ได้กินข้าวด้วยกันทั้งครอบครัวในหลายๆ มื้อ และสำหรับบ้านผม การกินอาหารเป็นหนึ่งกิจกรรมส่วนใหญ่ของชีวิตแต่ละวัน 

เลยพบว่าอาหารในบ้านนั้นมีความหลากหลายมาก ผมมีหลานอายุ 1 ปี มีพ่อแม่ที่เลยวัยเกษียณมาหลายปีแล้ว รวมถึงตัวผมและน้องๆ ที่อยู่ในวัยทำงาน ทุกคนมีพฤติกรรมการกินไม่เหมือนกัน

อีกสิ่งที่หนึ่งสังเกตเห็นในช่วงที่ผ่านมาคือ ทุกวันนี้เรามีอาหารให้เลือกมากมาย เปิดเข้าไปในแอปพลิเคชันก็เจอเมนูให้เลือกจนตาลาย แต่พบว่าการแบ่งประเภทของอาหารยังเป็นหมวดหมู่ของประเภทอาหารทั้งสิ้น 

อาหารคนแก่ : อาหารแบบตามใจคนแก่ยุคสังคมสูงวัย โอกาสใหม่ที่ยังไม่มีใครเป็นเจ้าตลาด

ลำพังแค่ผมเองที่กินได้ทุกอย่าง คงไม่มีปัญหา แค่ดูว่าอันไหนไม่อยากกินก็เลื่อนผ่าน อันไหนอยากกินก็กดสั่ง บางครั้งเพราะอยากกินเลยเปิดหา แต่ก็มีบ้างที่ถูกยั่วยวนโดยความดูน่ากินของอาหาร ความเยอะ ความล้นทะลักของวัตถุดิบ ถึงผมไม่ใช่วัยรุ่น ต้องเริ่มระวังกับการกินอาหารมากแล้ว แต่เมื่อทนต่อความน่ากินไม่ไหว ก็เสียทีสั่งมากินจนได้ แล้วค่อยไปหาทางออกกำลังกายเอา

ส่วนหลาน 1 ขวบของผมก็มีปัญหาบ้างตามประสาเด็กแรกเกิด ยังกินนั่นกินนี่ไม่ได้หลายอย่าง แต่พ่อแม่ของเขาก็ทำอาหารแบบเด็กอ่อนให้กินเองอย่างระมัดระวัง และมีข้อมูลหมดว่าเจ้าตัวเล็กกินอะไรได้บ้างหรือต้องกินแบบไหน มีถึงขั้นกำหนดตารางการกินล่วงหน้าตลอดสัปดาห์ สลับกับดื่มนมแม่ 

เลยเห็นภาพชัดว่า กลุ่มคนที่ถูกสร้างความตระหนักเรื่องการให้ความสำคัญเรื่องอาหารการกินคือกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน มากเป็นพิเศษ เพราะคนที่ต้องคิดถึงเรื่องอาหารของเด็กอ่อน ก็เป็นคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ของเด็กอยู่ดี

ปัญหานี้เลยชัดเจนที่คนรุ่นพ่อแม่ของผม คนสูงวัยโดยเฉพาะคนที่ยังกินอาหารเองได้ เลยมีความสุ่มเสี่ยงเรื่องสุขภาพมากที่สุด เนื่องจากเขายังต้องกินอาหารในแบบที่มีอยู่ในตลาดทั่วๆ ไป ซึ่งส่วนใหญ่ทั้งขนาด ปริมาณ และโภชนาการนั้น ไม่ได้เหมาะสมกับวัยสักเท่าไหร่เลย

อาหารคนแก่ : อาหารแบบตามใจคนแก่ยุคสังคมสูงวัย โอกาสใหม่ที่ยังไม่มีใครเป็นเจ้าตลาด

สังเกตจากพ่อและแม่ของผมเองที่ยังอยากกินนั่นกินนี่เหมือนที่เคยกินมาทั้งชีวิต แต่ก็พบว่าบางอย่างไม่ได้กินง่ายๆ เหมือนเดิมแล้ว ของชอบของพ่อ เช่น เนื้อวัวหรือเนื้อที่ย่างไม่สุก มีปัญหาการเคี้ยวและมีผลต่อการย่อยมากขึ้น สุดท้ายเลยต้องค่อยๆ ปรับการกินเป็นเนื้อที่สุกมากขึ้น ไม่ติดมันได้ก็ดี เพราะมีผลต่อไขมันและโรคประจำตัวอีก กินน้อยลง แต่บ่อยมื้อขึ้น ไปจนถึงลดปริมาณของมื้อเย็นก่อนเข้านอนไว 

บางวันแม่ก็บ่นไม่อยากอาหาร หรือกินดึกเกินเดี๋ยวนอนไม่ได้ แล้วก็เปิดตู้เย็นคว้าไอศกรีมของผมกับหลานตักกินแทนก็มี

สรุปได้ง่ายๆ เลยว่าอาหารที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัยก็คืออาหารอร่อย 

และอุปสรรคใหญ่คือ ผู้ใหญ่นั้นผ่านประสบการณ์อาหารอร่อยมานักต่อนักแล้ว การห้ามใจจึงเป็นเรื่องยาก

เมื่อถึงวัยก็รู้ว่าเราต้องเริ่มที่จะเลือกกินมากขึ้น แต่จู่ๆ วันหนึ่งจะให้กินอาหารอ่อน หรือปรุงน้อยๆ ลดเค็ม ลดมันในทันที ก็ดูไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาในระยะยาวที่มีความสุขสักเท่าไหร่ และผมมองก็รู้ว่าความสุขในการกินของพ่อแม่หายไปทันที

มีงานวิจัยมากมายที่บอกว่า แล้วอาหารที่เหมาะกับคนแก่ควรเป็นอย่างไรล่ะ

สิ่งแรกคืออาหารต้องง่ายต่อการเคี้ยวและกลืน เนื่องจากคนแก่จะสูญเสียความสามารถทั้งสองด้านนี้ไปตามวัย ฟันที่เริ่มหายไป และการผลิตน้ำลายที่ไม่มีประสิทธิภาพเหมือนเดิม ทำให้การกลืนเป็นเรื่องยากมากขึ้น และเกิดปัญหาการสำลักได้ง่าย ไซส์ ความอ่อนนุ่ม ชุ่มชื้น และไม่เหนียวหนืดของอาหาร จึงมีความสำคัญมาก 

อาหารคนแก่ : อาหารแบบตามใจคนแก่ยุคสังคมสูงวัย โอกาสใหม่ที่ยังไม่มีใครเป็นเจ้าตลาด
การเพิ่มทางเลือกของอาหารเพื่อผู้สูงวัยที่มีข้อจำกัดในการกิน แต่ต้องการความอร่อยเหมือนเดิมในยุคสังคมสูงวัย

สิ่งที่พูดตรงกันคือ เรื่องโภชนาการสำหรับคนแก่โดยเฉพาะ เพราะคนแก่เป็นวัยที่ต้องควบคุมเรื่องอาหาร เรียกว่าเคร่งครัดพอๆ กับเด็ก การรับสารอาหารบางชนิดที่มากเกินไปอาจจะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย 

เนื่องจากปุ่มรับรสของลิ้นในผู้สูงอายุจะน้อยลง รับรสขม รสหวาน และรสเค็ม ได้น้อยลงไปด้วย และการกินให้ได้รสเท่าเดิมแปลว่าอาจจะได้รับโซเดียมกับน้ำตาลมากเกินปกติ ถ้าบ้านไหนที่พ่อแม่เป็นคนทำอาหารเอง อาจจะเคยเจอว่าอาหารมีรสเค็มจัด หวานจัด มากกว่าที่เคยกินสมัยก่อน แบบที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว

วิธีแก้ไขให้ใช้สารทดแทนน้ำตาล สารปรุงแต่งรสจากธรรมชาติ หรือสมุนไพรบางชนิดในการเพิ่มรสชาติ กลิ่น รสแบบที่ไม่เพิ่มปริมาณไขมัน โซเดียม และน้ำตาล ไปด้วย และต้องง่ายต่อการย่อย พูดง่ายๆ ก็คือทำเลียนแบบหน้าตาอาหารแบบเดิม รสชาติเดิม แต่ใช้ของที่ปลอดภัยกว่า

เราก็เห็นความพยายามที่มีผู้ผลิตอาหารเริ่มสร้างอาหารสังเคราะห์ให้มีทั้งกลิ่น สี รส และสัมผัส ให้ใกล้เคียงอาหารปกติ แต่ดีต่อผู้สูงวัย หรืออาหาร Plant-based ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ทำให้คนกินได้ความรู้สึกเหมือนกินเนื้อสัตว์แต่ย่อยได้ง่ายกว่า เพียงแต่ยังราคาสูง และบางชนิดยังมีโซเดียมที่มากเกินไป อาจจะยังไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ แต่ก็ดูเป็นความพยายามที่มีความหวัง 

การเพิ่มทางเลือกของอาหารเพื่อผู้สูงวัยที่มีข้อจำกัดในการกิน แต่ต้องการความอร่อยเหมือนเดิมในยุคสังคมสูงวัย

หรืออาจไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีขนาดนั้น การปรุงเองที่บ้านหรือด้วยฝีมือเชฟของร้านด้วยปัจจัยต่างๆ ที่ว่ามา ก็น่าจะสร้างอาหารอร่อยที่เป็นทางเลือกให้ผู้สูงอายุได้เหมือนกัน แต่คนที่ควรจะสนใจและเห็นโอกาสจากสิ่งนี้ น่าจะเป็นผู้ผลิตและผู้ประกอบการอาหารมากกว่า

ตอนนี้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์แล้ว เรามีสัดส่วนของผู้มีอายุ 60 – 65 ปี คิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ของทั้งประเทศ อีก 10 ปีข้างหน้าเราจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-aged Society) คือมีคนแก่เกิน 60 ปีมากกว่าร้อยละ 20 ของประเทศ

จะเห็นว่าตลาดของอาหารสำหรับผู้สูงอายุเติบโตขึ้นมาก และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มผู้สูงวัยเป็นกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่มีกำลังจ่าย อยากได้อาหารที่อร่อยและเข้าใจข้อจำกัดของตัวเขา 

ผู้ผลิตอาหารที่เห็นโอกาสจากตลาดกลุ่มนี้ได้ก่อนใครคงกลายเป็นเจ้าตลาดได้ไม่ยาก ที่ผ่านมาภาพในร้านอาหารสำหรับครอบครัวก็ไม่ใช่แค่สำหรับพ่อแม่ลูกเท่านั้นอยู่แล้ว เราเห็นภาพการพาปู่ ย่า ตา ยาย ไปด้วยเช่นกัน ร้านอาหารต่างๆ น่าจะลองคิดเมนูสำหรับคนแก่ใส่เข้าไปเพิ่มเป็นทางเลือก เหมือนชุดเมนูคุณหนูที่มีเป็นปกติแล้วบ้างนะครับ ยิ่งถ้าเป็นยุคเดลิเวอรี่ จะลองเพิ่มหมวดหมู่อาหารสำหรับผู้สูงอายุเข้าไปในแอปพลิเคชันสั่งอาหารดูก็ได้ 

ที่ผ่านมายังไม่เคยมีใครกล้าเพิ่มทางเลือกนี้เข้าไป ผมคิดว่าไม่น่ากังวลหรือกลัวว่าจะไม่มีคนซื้อ 

และคิดว่ายุคนี้พ่อแม่หลายๆ คน เตรียมเปิดมือถือกดสั่ง พร้อมโอนกันแล้วล่ะครับ

Writer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Eat Direction

ทิศทางการปรับตัวของอาหารและการกิน

เท่าที่ผมเคยรู้มา ยุคสมัยหนึ่งโรงแรมเป็นที่ที่คนต้องไปนั่งทานอาหาร หรืออาหารต่างชาติไม่ว่าจะชาติไหน อิตาเลียน ญี่ปุ่น ภัตตาคารจีน ก็มักมีจุดกำเนิดจากในโรงแรมหรูก่อนเพื่อน อาหารในโรงแรมยุคเริ่มต้นก็คงจะมีเพื่อรับรองแขกชาวต่างชาติที่มาพัก กุ๊กหรือพ่อครัวฝีมือดีก็มักจะอยู่ตามครัวโรงแรม 

แต่ก็ไม่แน่ใจว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่อาหารของโรงแรมไม่เฟื่องฟูเหมือนในยุคก่อน ๆ พูดคุยกับเพื่อน ๆ ความเห็นต่ออาหารโรงแรมมักไม่พ้นอาหารที่ไม่ถูกปาก ทำอาหารรสเอาใจฝรั่ง หรือไม่ค่อยมีอะไรใหม่ ๆ ให้ตื่นเต้น

ผมคิดว่าเรื่องอร่อยหรือไม่อร่อยก็คงแล้วแต่รสนิยมหรือประสบการณ์ของแต่ละคน แต่สองความเห็นหลังเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะที่จริงแล้วการที่โรงแรมจะทำอาหารรสชาติเอาใจฝรั่ง ก็เป็นมาแบบนั้นตั้งแต่แรกเริ่ม แต่แขกที่มาพักไม่ใช่ชาวต่างชาติเหมือนแต่แรกแล้ว ไม่ต้องถึงกับงัดสถิติมาดู ก็พอมองออกว่านักท่องเที่ยวชาวไทยน่าจะกลายเป็นกลุ่มลูกค้าของโรงแรมที่เติบโตขึ้นมาก

ถ้าอาหารของโรงแรมยังไม่แซ่บถูกปากรสชาติคนไทย ก็คงต้องโดนหาว่าทำอาหารเอาใจต่างชาติไปรู้ไม่จบแน่นอน แต่นั่นก็ยากอีก ที่เราจะบอกได้ว่ารสชาติคนไทยที่ว่า คือรสแบบไหน คำตอบที่ได้ร้อยทั้งร้อยก็คือรสจัด จะเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวานก็ว่ากันไป แต่อย่าลืมนะครับว่า ที่บอกว่ารสจัด มันก็คือการสรุปเอาเองแบบเหมารวมเช่นกัน

ผมลองเดาดูแบบไม่รู้ถูกผิดว่า ที่อาหารโรงแรมรสไม่จัด อาจเป็นเพราะต้องทำอาหารเพื่อทุกคนที่มาพักก็เป็นได้ รสชาติที่เอาใจใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ได้เลย เพราะแขกที่มาพักมีทุกเพศทุกวัย อาหารก็ควรจะต้องทำให้เป็นรสชาติที่ทุกคนกินได้ไว้ก่อน ผลที่ออกมาก็คงเป็นรสชาติที่พอกินได้ แต่ก็ยังไปไม่สุดสักทาง 

ส่วนเรื่องอาหารโรงแรมไม่มีอะไรใหม่ ๆ ให้ตื่นเต้นก็เป็นเรื่องที่น่าจะมีเหตุผลคล้าย ๆ กัน เพราะแขกที่พักมากหน้าหลายตา ช่วงที่พักของแขกแต่ละคนก็ไม่ได้นานจนถึงกับต้องออกเมนูใหม่ ๆ มาให้กินไม่ซ้ำ อาหารเลยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่เหมือนร้านอาหารทั่วไป ความสร้างสรรค์เลยลดน้อยลงไปด้วย จะทำอะไรที่ดูใหม่หรือผิดแปลกก็เสี่ยงต่อความชอบของแขกที่หลากหลาย

ข้อจำกัดหลาย ๆ อย่างเลยทำให้อาหารของโรงแรมเป็นเรื่องที่ได้รับความสำคัญน้อยลงไปเรื่อย ๆ จากมุมมองของคนกิน

แต่วันหนึ่งสิ่งที่เราคิดว่าไม่สำคัญ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุดขึ้นมาในมุมของโรงแรม ในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 โรงแรมเป็นธุรกิจบริการที่โดนผลกระทบหนักน่าจะเป็นอันดับต้น ๆ ของหลายธุรกิจ สิ่งที่ผมเห็นคือครัวของโรงแรมกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ของธุรกิจ การทำอาหารหรือเบเกอรี่ออกมาขาย เป็นเรื่องที่โรงแรมต้องทำและต้องแข่งขันกับธุรกิจร้านอาหารที่โดนผลกระทบไม่ต่างกัน 

เพียงแต่ร้านอาหารของโรงแรมนั้นมีแต้มต่อที่น้อยกว่ามาก จากมุมมองของคนกินอย่างที่เล่าไป 

มีบางโรงแรมที่ผมพอจะเห็นว่าอาหารโดดเด่นขึ้นมาบ้าง เช่นร้าน TAAN ร้านอาหารของโรงแรม Siam at Siam แต่ก็ต้องชื่นชมว่า TAAN วางตัวเองให้กลายเป็นร้านอาหารที่แยกออกมาจากโรงแรมตั้งแต่แรกเริ่มเปิดร้านใหม่ ๆ ภาพของห้องอาหารที่มีความคิดสร้างสรรค์และทำอาหารรสอร่อย ทำให้เป็นที่จดจำว่าเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารมากกว่าห้องอาหารของโรงแรมอื่น ๆ การทำเดลิเวอรี่ที่คนมักจะนึกถึงร้านอาหารก่อนห้องอาหารโรงแรม จึงรวมชื่อของ TAAN เข้าไปด้วย

แต่ถึงตอนนี้สถานการณ์ของธุรกิจโรงแรมกลับมาเกือบจะเป็นปกติแล้ว เริ่มจากนักท่องเที่ยวชาวไทยที่กลับมาเที่ยวภายในประเทศ โรงแรมเปิดบริการห้องพักตามปกติ แต่ผมสังเกตว่าพฤติกรรมการท่องเที่ยวนั้นก็เปลี่ยนไปมากเหมือนกัน ในช่วงแรก ๆ ที่คนเริ่มกล้าเดินทางได้ แต่ก็ไม่ได้ออกไปกินข้าวตามร้านในท้องถิ่น เหมือนที่เคยบูมมากก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดชะงัก อาจจะเพราะกลัวโรคระบาด หรือร้านยังไม่เปิดบริการให้นั่งกินที่ร้านก็ตาม ทำให้คนเลือกใช้ชีวิตอยู่ในโรงแรมเป็นส่วนใหญ่มากกว่า

โรงแรมเลยการเป็นจุดหมายหลักของการเดินทางไปโดยปริยาย

ในช่วงปีที่ผ่านมา ร้านอาหารหรือคาเฟ่ของโรงแรมมีการเปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร เราจะเริ่มสังเกตเห็นการแก้เกม พลิกวิกฤต หรือการเริ่มต้นทำอะไรใหม่ ๆ กับรูปแบบร้านอาหารของหลายโรงแรมในช่วงเดียวกันนี้ด้วย

ห้องอาหารโรงแรมแยกตัวเองออกจากโรงแรมชัดเจนขึ้น ทำให้รู้สึกว่าเป็นร้านอาหารร้านใหม่อีกหนึ่งร้าน รับลูกค้าร้านอาหารเป็นหลัก มากกว่าเป็นห้องอาหารในโรงแรมที่มีไว้ให้เฉพาะแขกที่มาพักเท่านั้น ยิ่งทำเลที่อยู่ใกล้การสัญจรไปมายิ่งได้เปรียบ เช่น หน้าโรงแรมหรือริมชายหาด เหมาะกับการสร้างร้านอาหารมากกว่าภายในโรงแรม ยกเว้นในบางกรณีที่จะมีวิวสวยชั้นสูง ๆ เป็นจุดขาย หรือเป็นร้านอาหารที่คนรอคอยมากินมากเป็นปกติอยู่แล้ว 

เมื่อออกไปไหนไม่สะดวกนัก ก็ต้องฝากท้องไว้กับครัวของโรงแรม อาหารโรงแรมไหนอร่อยก็ยิ่งดี แต่สิ่งที่คาดหวังเพิ่มขึ้นคือการมีส่วนร่วมกับท้องถิ่นมากขึ้น ไม่ใช่แค่เปลี่ยนบรรยากาศจากการอยู่บ้านมานาน แต่ต้องการอาหารใหม่ ให้รู้สึกว่ามาถึงที่หมายใหม่บ้าง

การแก้เกมหลังวิกฤตของโรงแรม เมื่ออาหารกลับมามีความสำคัญเท่าเทียมกับที่พัก

ถ้าเป็นโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยว อาหารที่สัมพันธ์กับท้องถิ่นอย่างเมนูพื้นบ้านได้ไม่ยาก คือการทำเมนูอาหารขึ้นชื่อของสถานที่ หรือถ้ายิ่งเห็นถึงการสนับสนุนวัตถุดิบท้องถิ่นไปด้วย ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้กับโรงแรมขึ้นอีกมาก 

ผมเคยเห็นโฮสเทลขนาดเล็ก ๆ หลาย ๆ ที่ที่ไปพัก มีเมนูอาหารให้เราเลือก ในเมนูเป็นอาหารจากร้านอาหารอร่อยในเมืองที่ขายช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น ทางโฮสเทลไปซื้อมาให้เรากินถึงโต๊ะโรงแรม ตามเมนูที่เราสั่งไป เป็นบริการที่น่ารัก เป็นมิตรกับชุมชน และดีกับแขกที่มาพัก ไม่ต้องไปร้านเอง แต่ก็ยังได้กินอาหารอร่อยแบบท้องถิ่นอยู่

บางโรงแรมก็ใช้โอกาสดีที่วัตถุดิบบางชนิดยังส่งออกไม่ได้ ขนส่งลำบาก ก็จะขอซื้อวัตถุดิบดี ๆ จากชาวบ้านมาใช้ในห้องอาหารของโรงแรม ตอนที่ผมไปพักที่โรงแรม Banana Fan Sea ที่เกาะสมุย ห้องอาหารใบตองของโรงแรมเสิร์ฟปลาเต๋าเต้ยหม้อไฟ เป็นปลาที่ปกติแล้วจะถูกส่งออกไปที่อื่น ไม่ค่อยได้เสิร์ฟในเกาะ พอสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย โรงแรมเลยได้ความสัมพันธ์ที่ดีกับชาวประมง เต๋าเต้ยหม้อไฟเลยกลายเป็นเมนูหลักของห้องอาหารใบตองไป แม้แต่ตอนที่สถานการณ์ปกติแล้ว ปลาเต๋าเต้ยหม้อไฟก็กลายเป็นเมนูที่ยังถูกสั่งเดลิเวอรี่ต่อเนื่องอยู่เรื่อย ๆ ด้วย

การแก้เกมหลังวิกฤตของโรงแรม เมื่ออาหารกลับมามีความสำคัญเท่าเทียมกับที่พัก
การแก้เกมหลังวิกฤตของโรงแรม เมื่ออาหารกลับมามีความสำคัญเท่าเทียมกับที่พัก

นอกเหนือจากการมีส่วนร่วมกับท้องถิ่น ทางเลือกที่หลากหลายขึ้นก็เป็นอีกวิธีที่หลายโรงแรมเริ่มใช้กัน Kimpton Kitalay Samui ในเครือ Kimpton มีห้องอาหารถึง 5 ห้องในโรงแรมเดียว แต่ละร้านมีคอนเซ็ปต์อาหารที่ต่างกันชัดเจน เช่น อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารพื้นบ้าน หรืออาหารสเปนจากฝีมือเชฟใหญ่ชาวสเปนซึ่งดูแลอาหารทั้งหมดของโรงแรม เรียกว่าแขกแทบไม่ต้องออกไปไหนเลยก็ได้ 

การปรับตัวของห้องอาหารธุรกิจโรงแรมหลังวิกฤต ที่อาจปลุกยักษ์หลับให้ตื่น
การปรับตัวของห้องอาหารธุรกิจโรงแรมหลังวิกฤต ที่อาจปลุกยักษ์หลับให้ตื่น
การปรับตัวของห้องอาหารธุรกิจโรงแรมหลังวิกฤต ที่อาจปลุกยักษ์หลับให้ตื่น

ปัญหาเรื่องการขาดความสร้างสรรค์ของอาหารในโรงแรมก็ถูกแก้ไปด้วย เพราะแต่ละห้องอาหารใส่ความคิดสร้างสรรค์ไปตามคอนเซ็ปต์ได้อย่างเต็มที่ เพราะมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว

การเลือกความเฉพาะทางให้กับร้านอาหารก็เป็นอีกทางแก้ปัญหาที่น่าสนใจ บางโรงแรมเลือกเน้นเฉพาะอาหารเพื่อสุขภาพ อาจจะเหมาะกับภาพลักษณ์ที่เป็น Wellness & Spa อยู่แล้ว เช่น Thaan Wellness and Spa หรือเลือกเป็นคาเฟ่ที่โดดเด่นเรื่องขนมอบอย่าง Ob-Oon ของโรงแรมพุทธรักษา หัวหิน นอกจากจะสร้างภาพจำที่ง่ายกับลูกค้าแล้ว ยังเสริมภาพลักษณ์ของโรงแรมให้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปด้วย

การปรับตัวของห้องอาหารธุรกิจโรงแรมหลังวิกฤต ที่อาจปลุกยักษ์หลับให้ตื่น
การปรับตัวของห้องอาหารธุรกิจโรงแรมหลังวิกฤต ที่อาจปลุกยักษ์หลับให้ตื่น

หลายโรงแรมเลือกสื่อสารความคิดสร้างสรรค์ของทีมครัวด้วยการจัดอีเวนต์พิเศษ ร่วมมือกันระหว่างทีมครัวโรงแรมกับเชฟรับเชิญ สร้างแรงกระเพื่อมใหม่ให้เห็นความเคลื่อนไหว ไม่อยู่นิ่งกับที่

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของอาหาร คือความอร่อยถูกปาก เมื่อแยกระหว่างร้านอาหารของแขกที่มาพัก กับร้านอาหารที่ลูกค้าอยากมาทานออกชัดเจน รสมือของเชฟหรือรสอาหารที่ไม่ต้องทำไว้เพื่อคนทุกกลุ่มก็ง่ายขึ้นมาก 

และถึงแม้ว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะคลี่คลายไปในทางที่ดีแล้ว แต่ผมเชื่อว่าอาหารของโรงแรมก็จะกลับมาเป็นตัวชี้วัดตัดสินของโรงแรมมากขึ้น และจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของท้องถิ่นที่ชัดเจน ร้านอาหารของโรงแรมบางร้านน่าจะกลายเป็นจุดหมายในการไปเยือนได้มากกว่าที่พักเสียด้วยซ้ำ

ผมอาจเล่าให้ฟังในมุมของโรงแรมได้ไม่มากเท่ามุมของผู้ใช้บริการ แต่จากหลายอย่างที่สังเกตเห็น การเปลี่ยนแปลงของโรงแรมทั้งเล็กใหญ่มีแนวโน้มที่ดี และถ้าเริ่มให้ความสำคัญกับอาหารมากขึ้นแล้ว ร้านอาหารของโรงแรมที่เพียบพร้อมทั้งความสามารถของคนและการบริการ น่าจะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ได้เหมือนในอดีตได้ไม่ยากอย่างแน่นอน

Writer & Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load