“ถ้าท้ออย่าถอดใจ ให้ถอดทองไปจำนำ”

เข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้วว่าการตกเป็นทาสแมวนั้น อาการเป็นอย่างไร

เมื่อได้คนตรงหน้าสารภาพอย่างหมดจดว่าทั้งชีวิตเขายกให้แมว 17 ตัว (ที่อาจเพิ่มขึ้นอีกเร็ววันนี้)

คอลัมน์ Page Maker เดินทางมาจังหวัดนครปฐม ไปเยี่ยมบ้านครอบครัวแมวนักเดินทาง edward10516 เอ็ดเวิร์ด แฟนเพจอายุ 3 ปีที่มีผู้ติดตามกว่า 4.6 แสนคน ผู้ตั้งใจสร้างรอยยิ้มและเป็นความสุขในทุกวันให้กับคนรักแมว พูดคุยกันถึงเบื้องหลังการทำคอนเทนต์สนุกๆ ของแมวนักเดินทางที่เพิ่งมารับบทชาวสวนพ่อลูกอ่อนด้วยสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงประสบการณ์แมวนำพา ทั้งมิตรภาพต่างถิ่น ดราม่าน้ำตาร่วง การใช้ชีวิตอย่าง Complete and Balanced กับสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงเคล็ดลับการดูแลเจ้านายทั้ง 17 ให้สุขภาพดี แจ่มใส

'edward10516 เอ็ดเวิร์ด' เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

จิ๊บ-อรรถพล เอี่ยมพนากิจ และ ปู-พรวิภา มีเมฆ คู่รักเจ้าของผองเพื่อนสี่ขา รอต้อนรับเพื่อเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังอยู่นั่นแล้ว

ก่อนอื่นใด ขอไล่เรียงชื่อให้ทำความรู้จักสักเล็กน้อย เจ้าเหมียว 15 ตัวเป็นสายพันธุ์บริติชช็อตแฮร์ อเมริกันช็อตแฮร์ สก็อตติชโฟล์ดช็อตแฮร์ เริ่มจากตัวผู้พี่ใหญ่ เอ็ดเวิร์ด ต๊อด มาริโอ้ ณเดชน์ จอร์จ ตัวเมียมี ญาญ่า เบลล่า ฟองดู ฟองเบียร์ ดอลลาร์ ส่วนอีก 2 ตัว บิ๊กซีและเรนนี่ เป็นแมวไทยที่เขาเก็บมาเลี้ยงด้วยชะตาต้องกัน

เยี่ยมบ้าน ‘edward10516 เอ็ดเวิร์ด’ แมวนักเดินทางและชาวสวนประจำนครปฐม ผู้ตั้งใจสร้างคอนเทนต์ให้ทาสตกหลุมรักและอมยิ้มทุกครั้งที่กดเข้ามา

เราพบกันเพราะแมว

ย้อนกลับไปเมื่อราว 5 – 6 ปีก่อน จิ๊บเป็นคุณพ่อของเจ้าเอ็ดเวิร์ด ส่วนปู เธอเป็นคุณแม่ของ ต๊อด แมวขัดจรวด ทั้งสองอยู่ในกลุ่มทาสแมวมาเนิ่นนาน จนวันหนึ่งเอ็ดเวิร์ดและต๊อดก็ทำหน้าที่เป็นแมวสื่อรัก

จุดตั้งต้นของการทำแฟนเพจ เกิดจากจิ๊บผู้มีอาชีพเป็นเซลล์ขายเสื้อกีฬา เมื่อต้องเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ ก็มักพาเอ็ดเวิร์ด ต๊อด มาริโอ้ 3 หนุ่ม 3 มุมไปด้วยเสมอ แรกๆ เขาถ่ายภาพเจ้าตัวยุ่งตามสถานที่ท่องเที่ยวลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เห็นผลตอบรับเกินคาด จากนั้นจึงคิดสร้างแฟนเพจขึ้นมาไว้ดูเอง

“ลงรูปตัวเองไลก์นิดเดียว พอลงรูปแมวนี่ โอ้โห ไลก์เต็มเลย” พ่อแมวเล่าติดตลก

“เริ่มแรก ไปโพสต์ในกลุ่มทาสแมวว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเดินทางพาแมวไปเที่ยว คนติดตามเขาบอกว่าเราถ่ายรูปสวย ชอบมุมมองที่เอาแมวนั่งแล้วข้างหลังเป็นวิว” 

เยี่ยมบ้าน ‘edward10516 เอ็ดเวิร์ด’ แมวนักเดินทางและชาวสวนประจำนครปฐม ผู้ตั้งใจสร้างคอนเทนต์ให้ทาสตกหลุมรักและอมยิ้มทุกครั้งที่กดเข้ามา

ระยะเวลา 3 ปี เอ็ดเวิร์ดมีทาสอย่างเหนียวแน่น จิ๊บและปูเล่าวิธีสร้างคอนเทนต์ให้ฟังว่า การถ่ายภาพแต่ละครั้งได้ผ่านการคิดและวางแผนสถานที่ไว้แล้วทั้งสิ้น รวมถึงแคปชั่นกวนๆ ฮาๆ นั้นด้วย

“อย่างหน้าหนาวก็ต้องมีทะเลหมอก เราสองคนขับรถผ่านเส้นทางนี้ก็แวะถ่าย ทริปที่พาเอ็ดเวิร์ดไปด้วยไกลสุดคือ แม่ฮ่องสอน เชียงราย แม่สาย ภาคใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ทั่วไทย คือคนน่ะไปหมดแล้ว แต่แมวยังเหลือภาคตะวันออก จันทบุรี ตราด แล้วก็อีสานตอนบน” 

ไม่เสียชื่อแมวนักเดินทาง นับว่าเป็นความโชคดีของทั้งคู่ที่ทั้งสามตัวไม่มีอาการเมารถ พอออกสตาร์ทก็นอนหลับปุ๋ย แต่ถ้ารถใส่เกียร์จอดปั๊บ ก็ตื่นเตรียมพร้อมทุกตัว แถมยังนั่งนิ่งให้จับท่าทางแชะภาพได้อย่างไม่งอแง

น่ารัก!

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

แมวที่ทำให้คนยิ้ม

“หลักๆ ในการลงเพจของเราเลยคือเน้นสร้างรอยยิ้ม ทำยังไงก็ได้ให้คนยิ้ม อยากให้เขาเข้ามาดูแล้วไม่เครียด บวกกับความน่ารักของเอ็ดเวิร์ดด้วยที่เป็นแมวหน้าเดียว เราก็เลยพยายามหาคอนเทนต์อะไรก็ได้ที่คนเขาเข้ามาดูแล้วเขายิ้ม บางทีก็หาแคปชั่นให้กับรูปที่มันตลกๆ”

นอกจากแฟนๆ ในเฟซบุ๊ก เอ็ดเวิร์ดยังมียอดผู้ติดตามชีวิตประจำวันใน TikTok กว่า 2.126 แสนคน ส่วนอินสตาแกรม 1.01 แสนคน และในทวิตเตอร์อีกราว 6.74 หมื่นคน

เคล็บลับที่จิ๊บกับปูเผยให้ฟังถึงการทำคอนเทนต์ให้ปัง มีเพียงความจริงใจ และลงเป็นประจำ สม่ำเสมอ ไม่ห่างหายให้คิดถึง และพยายามไม่ให้ทุกช่องทางเป็นคอนเทนต์เดียวกัน เพราะผู้ติดตามอาจเป็นคนเดิม

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

“ผมเคยลองมาแล้ว คอนเทนต์เดียวกัน รูปเดียวกัน ลงเหมือนกันทุกแพลตฟอร์ม มันก็จะมีทั้งประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ บางทีผมสลับลงเพจแคปชั่นนี้ ผ่านไปอีกสองวันเอาของเพจลงอินสตาแกรม บางทีเราหวังกับรูปนี้คิดว่าปังแน่ แต่ว่าก็ไม่ปัง แต่ถ้าถ่ายธรรมดาอยู่ดีๆ มันก็ปัง

“เราสร้างคาแรกเตอร์ให้เขา อย่างเอ็ดเวิร์ดจะเป็นแนวเจ้าชู้ ช่วงมีลูกเขาก็จะอยู่กับลูก คนติดตามเยอะ แต่พอไม่มีลูกก็จะเป็นแคปชั่นอ่อยสาว”

อ่อยไปอ่อยมา ได้เรื่อง! จิ๊บกระซิบว่ามีสาวมาจีบเยอะมาก ทุกสายพันธุ์ ตั้งแต่ไทยยันต่างประเทศ ถึงขั้นจะบินมาจากรัสเซียเลยก็มี

แม้ว่าคุณไม่เคยรู้จักแมวตัวส้มนี้มากก่อน ก็อาจเคยผ่านตามีมอันโด่งดังจนเป็นที่รู้จัก คือ ตอนที่ทั้งจิ๊บและปูไปบริจาคของที่แม่ฮ่องสอน แล้วจับเอ็ดเวิร์ดกับต๊อดถ่ายภาพบนรถตำรวจ ซึ่งมาพร้อมกับแคปชั่นและคอมเมนต์สุดฮาจากแฟนๆ เรียกยอดไลก์ ยอดแชร์ถล่มทลาย

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

“ตอนนั้นออกทีวีหลายช่อง ทุกเพจ ทุกสื่อเอาไปลง จนมีคนเอาคลิปต่างประเทศที่แมวสีเดียวกับสองตัวนี้ตีกัน พอทะเลาะเสร็จเขาก็เอารูปนี้ไปใส่ตอนจบว่า สุดท้ายโดนตำรวจจับขึ้นรถ (หัวเราะ) แล้วก็มีเรื่องที่ลูกสีไม่เหมือนพ่อ เป็นพ่อลูกกันจริงหรือเปล่า มีรูปเปิดประตูเข้ามานอนหงาย มาดังอีกตอนที่ไปโคราช เป็นรูปนั่งขอตังค์ เปิดกระเป๋า ซึ่งจัดฉากหมดทุกอย่าง”

แม้หวังเรียกรอยยิ้ม แต่ก็มีเหตุการณ์พาดราม่าจากภาพนั่งเปิดกระเป๋าขอตังค์นั้น ถึงขั้นมีคนคอมเมนต์แรงต่อใจ

“เขาบอกทุเรศ พาแมวมาขอตังค์ ซึ่งถ้าเป็นลูกเพจเขาจะรู้ว่าเราจัดฉาก แต่พอถูกแชร์ออกไปเยอะ คนที่ไม่ได้ติดตามก็จะเข้ามาด่า หาว่าหากินกับแมว เราก็ปล่อยไป เพราะยิ่งตอบโต้ยิ่งบานปลาย นอกจากเป็นคอมเมนต์ที่มันเกินไปจริงๆ เราจะไปตอบด้วยเหตุผล ถ้าเขาไม่ฟังก็เลื่อนผ่าน” ปูย้อนเล่าถึงเรื่องราวที่ย้ำให้พวกเขายึดหลักการทำเพจเรียกเสียงหัวเราะต่อไป 

การเดินทางตลอด 3 ปี แฟนเพจของเอ็ดเวิร์ดเคยติดอันดับ 1 ของแมว ได้รางวัลอินฟลูเอนเซอร์มา 2 รอบ หากเทียบกับสุนัข เอ็ดเวิร์ดเป็นรองก็แต่เพจ ข้าวจ้าว หมากวนตีน นอกจากเอ็ดเวิร์ดแล้วยังมีเพจของพี่น้องแมวสายฮาอีก 2 เพจที่ทั้งคู่ดูแลอยู่ คือ ต๊อด แมวขัดจรวด ที่มีผู้ติดตาม 1.6 แสนคน และ มาริโอ้ เดอะแค๊ท มีผู้ติดตาม 3.9 หมื่นคน

“ต๊อดนี่จะเป็นนักเลง ดุ แคปชั่นกวนๆ ออกห้าวๆ ส่วนมาริโอ้เป็นกินกับนอน หลักๆ เน้นแค่สามเพจ เวลาไปไหนสองตัวนี้จะไปด้วยกันตลอด” ฝั่งพ่อว่า

“แต่ไม่ถูกกัน” ฝั่งแม่รีบเสริมอย่างขำๆ 

“เมื่อก่อนเขาก็อยู่ด้วยกันได้ แต่ทีนี้ไอ้ต๊อดไปหื่นใส่เอ็ดเวิร์ดซึ่งเป็นตัวผู้เหมือนกัน เอ็ดเวิร์ดเลยแว้งกัด หลังจากนั้นไม่ถูกกันอีกเลย แต่นั่งรถด้วยกันได้ (หัวเราะ) ตัวหนึ่งนั่งข้างหน้า อีกตัวนั่งตรงกลาง ในวงการทาสเขาจะว่าเอ็ดเวิร์ดลูกพ่อ ต๊อดลูกแม่ ทีนี้พอคนเขารู้ว่ามันไม่ถูกกัน เลยกลายเป็นแคปชั่นแขวะกัน ไม่ชอบหน้ากัน เป็นแนวคู่กัดอะไรประมาณนี้ เช่น เอ็ดเวิร์ดมีลูกก็ไม่เลี้ยงเอามาให้ลุงเลี้ยง ซึ่งต๊อดก็จะแนวรักหลานแต่เกลียดพ่อ”

น่ารัก!

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

แมวเยอะเลี้ยงไม่ยาก

หลายคนอาจกังวลว่าพอมีแมวเยอะๆ จะดูแลยาก เป็นห่วงเรื่องความสะอาด แต่การเลี้ยงระบบปิดมีผลต่อสุขภาพที่ดีของทั้งคนและแมว เพราะควบคุม-ป้องกันโรคได้ 

สำหรับเอ็ดเวิร์ดและผองเพื่อนนักเดินทาง สองเจ้าของออกตัวว่าเขาเลี้ยงกันแบบบ้านๆ ถ้าพาไปข้างนอก ก่อนกลับก็จะล้างและเช็ดแอลกอฮอล์ทั้ง 4 เท้า ป้องกันเชื้อโรคที่อาจเหยียบติดมา ตัวไหนเดินทางบ่อยก็อาบน้ำเดือนละครั้ง ถ้าตัวไหนอยู่บ้านก็ 2 เดือนครั้ง ซึ่งอาบให้ด้วยตัวเองทั้งหมด

ส่วนการกินอยู่ ก็ให้อาหารเม็ดแบบบุฟเฟต์ คือเทไว้ ตัวไหนหิวเมื่อไหร่ก็แวะมากินได้ตลอด เสริมเช้าเย็นเป็นอาหารซอง

“ปกติก็เลี้ยงด้วยอาหารเม็ด แต่อาหารซองก็ช่วยให้เขาไม่เบื่ออาหารเม็ด สารอาหารครบ ถ้าเขาเลือกกิน แสดงว่าเราตามใจเขา อย่างตัวนี้ ผมเคยเลี้ยงแบบตามใจ อันนู้นก็ไม่กิน อันนี้ก็ไม่กิน อะไรก็กินไม่ค่อยได้ จะอ้วกอย่างเดียว ถ้าเคยเลี้ยงมาแบบเสียนิสัย เราต้องบังคับถึงจะกินได้ ไม่กินก็ต้องตั้งทิ้งไว้ กับอีกอย่างคือป้อนเลย เอาอาหารใส่เข็มฉีดยาแล้วค่อยๆ ฉีดใส่ปาก แรกๆ เขาอาจจะฝืนนิดหนึ่ง แต่พอได้กินเดี๋ยวเขาก็จะกินเป็น”

ข้อสำคัญคือเรื่องขน ถ้าเกิดเปลี่ยนอาหารกะทันหัน จะทำให้ขนร่วงเป็นปกติ 

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส
เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

“เราต้องค่อยๆ ผสม เป็นสัดส่วนเก่าต่อใหม่ 25 : 75 จากนั้นก็ 50 : 50 และ 75 : 25 แล้วเดี๋ยวเขาปรับตัวได้ ขนจะฟูตัวแน่นเหมือนเดิม”

ส่วนการรักษาความสะอาด ปูแนะนำว่าแล้วแต่ความสะดวก สำหรับเธอที่กินนอนด้วยกันตลอดเวลา จึงดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ

“ดูดฝุ่นทั้งวัน ทรายตกมาสองสามเม็ดก็ต้องดูดแล้ว เราเป็นคนแบบนี้ สังเกตแมวเข้าห้องน้ำปุ๊บเราดูดเลย เพื่อความสะอาดของห้องด้วย จะได้ไม่ต้องเก็บทีเดียวให้เหนื่อย อย่างห้องน้ำแมวเก็บสองถึงสาม รอบ เช้า กลางวัน เย็น ทำให้ไม่มีกลิ่น นอกจากแมวจะสร้างอาณาเขต แต่ก็มีแค่ตัวเดียว คือ เอ็ดเวิร์ด เพราะที่เหลือทำหมันหมดแล้ว” เธอเล่าด้วยท่าทางสบายๆ พร้อมเสียงหัวเราะ

แมวสร้างมิตรภาพ

แน่นอนว่าการทำแฟนเพจ ต้องมีลูกเพจคอยแวะเวียนมาคุยเรื่องแมวๆ ทั้งคุยเล่นตามประสาแฟนคลับ ปรึกษา ขอคำแนะนำเรื่องสุขภาพและการดูแล ไปจนถึงขอลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวและโรงแรมที่เหล่าเจ้านายเข้าพักได้

“มีทุกแบบเลยครับ เช่น แมวหนูไม่กินต้องทำยังไง แมวอ้วกเป็นสีนี้ ถ่ายมาให้เราดูว่าต้องทำยังไง แมวจะคลอด น้ำแบบนี้ไหลแล้วหนูต้องทำยังไงดี บางทีแค่ส่งรูปมาเราก็ไม่รู้ เลยได้แต่แนะนำว่าให้ไปหาหมอดีที่สุด (หัวเราะ) คือถ้าถามว่าดูแลยังไง กินอาหารอะไรทำไมขนถึงไม่ร่วง อะไรแบบนี้เราตอบได้หมด เพราะเราเลี้ยงอยู่ทุกวัน”

มากไปกว่าการพูดคุยกันผ่านอินบ็อกซ์ เรื่องที่เจ้าตัวเล่าพร้อมรอยยิ้มตาหยีคือ การได้เจอเหล่าทาสทั้งหลายตามไปกระทบไหล่เจ้าเอ็ดเวิร์ดทุกแห่ง บางคนก็เข้ามาทักทาย จนกลายเป็นเพื่อนกันในชีวิตจริง

“วงการแมวนี่คือจากคนไม่รู้จักกันก็ได้รู้จัก ได้คุยกัน อย่างไปภาคเหนือ มีคนเจอเราที่ปายมาเคาะรถเลยนะ ถามว่าใช่เอ็ดเวิร์ด มาริโอ้ ต๊อด หรือเปล่า เขาดีใจ ยังคุยกันจนถึงทุกวันนี้ สามถึงสี่ปีแล้ว

“ตอนไปทุ่งบัวตอง แฟนคลับก็ตามขึ้นไปตั้งแคมป์ทำข้าวเย็นกินด้วยกัน กางเต็นท์นอนข้างๆ เพราะว่าเขาอยากเจอเอ็ดเวิร์ด ไปพิษณุโลกหรือไปแม่ฮ่องสอน แม่ค้าเจ้าของร้านข้าวมันไก่มาทักว่าใช่เจ้าของเอ็ดเวิร์ดหรือเปล่า ถ้าเสร็จแล้วขอถ่ายรูปได้ไหม ขนาดเราไม่ได้เอาแมวลงไปนะ อยู่ในรถ เขาจำเจ้าของได้ คือไปไหนก็มีแฟนคลับต้อนรับตลอดเลย เราก็ปลื้มนะที่เขาเอ็นดูลูกเราขนาดนี้ บางทีจากแฟนคลับกลายเป็นเพื่อนสนิทเลยก็มี

“เลี้ยงแมวมันได้อะไรมากกว่าที่คิด ได้เพื่อน ได้ประสบการณ์ ได้แลกเปลี่ยนความรู้กันเกี่ยวกับแมวบ้าง ไม่เกี่ยวกับแมวบ้าง ขนาดตอนไปภาคใต้ คนละศาสนากัน เขาเป็นมุสลิม ขับรถมาจากปัตตานีมาหาเราที่ตรัง ชวนเราไปนอนบ้าน ซึ่งตอนแรกจะไม่ไปนะเพราะว่าไม่ได้รู้จักกันเลย เราเกรงใจเขา คือเรากินหมู กินเหล้าเบียร์ แต่เขาก็พยายามบอกว่าถ้าไปปัตตานีไปบ้านหนูนะพี่ แล้วเขาก็พาไปกินข้าว กินโรตี กินอาหารพื้นบ้านของมุสลิม พอเขาขึ้นมากรุงเทพฯ ก็มาหาเราที่บ้าน พาแม่มา แล้วบอกว่าถ้าไปภาคใต้ต้องไปบ้านหนูอีกนะ คือไม่น่าเชื่อว่าการเลี้ยงแมวจะสร้างมิตรภาพ พาเพื่อนใหม่เข้ามา”

แมวสอนให้ผมสู้ชีวิต

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เช่นนี้ เอ็ดเวิร์ดผันตัวมาเป็นชาวสวน ตามผู้เป็นพ่อที่ยังเดินทางไปไหนไม่ได้ กลับมาอยู่บ้านทำสวนอินทผาลัมและกล้วยด่างอย่างจริงจัง

นอกจากกลุ่มคนรักแมว ตอนนี้เอ็ดเวิร์ดเลยได้ขยายฐานแฟนคลับไปยังกลุ่มคนรักต้นไม้

“มีลูกเพจที่มาซื้อกล้วยแล้วขออยากเจอแมวบ้าง ถ้าเราเอาไปส่งก็พาแมวไปด้วย ตอนนี้เอ็ดเวิร์ดเขาดังในกลุ่มกล้วย เวลาลงรูปต้นกล้วยคนก็มาคอมเมนต์ถามหาว่าแมวไปไหน”

การได้ทำงานอยู่บ้านทำให้จิ๊บและปูมีเวลาดูแลลูกๆ ทั้ง 17 ตัวเต็มวัน และมันก็มอบวิชาชีวิตให้พวกเขาเช่นกัน

“มันสอนให้เราท้อไม่ได้ ให้เราต้องสู้ เหมือนอย่างแคปชั่นที่พึ่งลงไป ‘ถ้าท้ออย่าถอดใจ ให้ถอดทองไปจำนำ’ เราถือคติคนไม่อิ่มแต่แมวต้องอิ่ม ขายกล้วยได้สามพันห้าร้อยบาท ซื้อของซื้อขนมให้แมวสี่พันถึงห้าพันบาท เป็นแบบนี้ประจำ มันเป็นความสุข เดือนหนึ่งค่าใช้จ่ายแมวประมาณสามหมื่นบาท” คุณพ่อแมวว่าก่อนระเบิดเสียงหัวเราะ

“คนป่วยไม่สบาย เรายังไม่อยากไปหาหมอเลยนะ แต่แมวเป็นนิดหน่อยคือต้องไปแล้ว เคยป่วยครั้งหนึ่งแปดหมื่นบาท ไม่มีเงิน ก็ต้องมีเอาทองไปขาย” แม่แมวเล่าเรื่องจริงเสริม

เยี่ยมบ้าน ‘edward10516 เอ็ดเวิร์ด’ แมวนักเดินทางและชาวสวนประจำนครปฐม ผู้ตั้งใจสร้างคอนเทนต์ให้ทาสตกหลุมรักและอมยิ้มทุกครั้งที่กดเข้ามา

แมวทำให้ชีวิต Complete and Balanced

ชีวิตหลังมีแมวของทั้งคู่เปลี่ยนไปแทบ 100 เปอร์เซ็นต์ และยกให้แมวเป็นลำดับแรก

“เรารักเขาเหมือนลูก เลยเลี้ยงเป็นลูก ไม่ได้เลี้ยงเป็นแมว เท่าไหร่ก็ต้องยอมขอแค่ให้เขารอด จริงๆ แล้วก็ครบทุกรสนะครับ บางทีหายเหนื่อย จับจอบขุดดินมาเปิดประตูเจอแมวอ้อน แมวถูเรา เราก็มีความสุขแล้ว”

คงไม่ต้องการันตีว่าทั้งคู่เป็นทาสแมวเลเวลไหน เพราะอยู่ในระดับที่ขาดกันไม่ได้ ทั้งยามตื่นยามนอน รายรอบด้วยลูกแมวและข้าวของแมวแทบทุกมุม 

“ในรถนี่ก็มีแต่ของใช้แมว ครึ่งคันเลย ห้องน้ำ ที่ดูดฝุ่น ไม้กวาด สเปรย์ทำความสะอาด เราพักโรงแรมที่ไหน เวลาเช็กเอาต์เสร็จแล้วก็ต้องทำความสะอาดให้เขาก่อน ดูดฝุ่น ปัดที่นอน เก็บขยะในโรงแรมออกมาทิ้ง คือเราไม่ได้อยากไปพักแค่ครั้งเดียว ครั้งหน้าเรายังต้องการไปนอนอีก เราก็ทำให้เขา

“ชีวิตมีแต่แมว ถ้าแมวไม่ได้ไปด้วยจะคิดถึงมาก ไปไหนเลยต้องเอาไปด้วย บางทีเราไปซื้อของในตลาด อีกคนก็ต้องเฝ้าในรถ จะเข้ากรุงเทพฯ ก็ต้องเอาแมวไปด้วย จากที่เคยอยากไปเที่ยวไหนก็ไปได้เลย แต่ตอนนี้ถ้าแมวเข้าไม่ได้คือไม่ได้ไป ที่ไหนที่เราอยากจอดถ่ายรูป แต่ถ้าเดินเข้าไปลึก แมวไปด้วยไม่ได้ ก็จะเลี้ยวรถกลับเลย เราไม่อยากทิ้งแมวไว้ในรถ แป๊บเดียวก็ไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

แววตาอ่อนโอนของสองทาสแมวตรงหน้าเปลี่ยนไปทันที เมื่อเล่าถึงเหตุการณ์เกือบจะเสียลูกไปครั้งแรก 

“ผมเคยพาแมวไปเชียงรายแล้วขับรถไม่ไหวเลยจอดนอนปั๊ม ได้ยินหมาเห่า ตื่นมาหายหมดสามสี่ตัว มันเปิดกระจกออกไปเอง ผมนี่ใจสลายเลย ทำอะไรไม่ถูก รีบลงไปหา ยังดีนะที่อยู่ข้างรถตัวหนึ่ง ใต้ท้องรถตัวหนึ่ง แล้วก็แอบอยู่ที่ล้อ อีกตัวเดินอยู่รอบๆ 

“อีกครั้งเราไปเชียงราย ขากลับพักที่พิษณุโลก เช็กอินได้สองชั่วโมง แม่โทรมาบอกว่าแมวที่บ้านหาย ผมนี่เหยียบรถไปร้องไห้ไป ทั้งบนไข่สองพันใบ กลับมาเจออยู่ในห้องหน้ากระจก วินาทีที่เห็นหน้าเขาน้ำตาแตกเลย ดีใจที่ไม่ได้หายไปไหน แค่แม่หาไม่เจอ ผมว่าแมวที่ตายไปเพราะป่วยเป็นโรคยังอยู่ในอ้อมอกเรานะ แต่แมวหายไป ไม่รู้เลยว่าเขาจะอยู่ยังไง”

และถ้าถามว่ายกทั้งชีวิตให้เจ้าก้อนทั้ง17 ขนาดไหน ไม่มีเอ็ดเวิร์ดจะอยู่ไหวหรือเปล่า เขาตอบอย่างหนักแน่นว่า

“อย่างเอ็ดเวิร์ดมีคนมาขอซื้อถามว่า ห้าหมื่นบาทขายไหม ผมก็บอก ห้าล้านบาทยังขายให้ไม่ได้เลย 

“ผมรัก”

เยี่ยมบ้าน ‘edward10516 เอ็ดเวิร์ด’ แมวนักเดินทางและชาวสวนประจำนครปฐม ผู้ตั้งใจสร้างคอนเทนต์ให้ทาสตกหลุมรักและอมยิ้มทุกครั้งที่กดเข้ามา

ติดตามความกวนปนน่ารักของ เอ็ดเวิร์ด แมวนักเดินทาง ได้ที่

Facebook : Edward10516 : เอ็ดเวิร์ด

Twitter : @edward10516

Instagram : @edward10516 

TikTok : @edward10516

ใหม่! มองชู บาลานซ์ อาหารแมวมื้อหลักสูตร Complete and Balanced ที่มี Zinc Chelate สังกะสีนวัตกรรมใหม่ ดูดซึมได้มากกว่า Zinc ทั่วไป ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นขนได้ดี มองชู รู้ใจเค้า..เข้าใจคุณ

เนื้อปลาดีมีโปรตีน มอบคุณค่าโปรตีนที่ได้จากเนื้อปลาแท้ ช่วยสร้างกล้ามเนื้อในการเจริญเติบโต และพลังงานที่เพียงพอกับพฤติกรรมของน้องๆ

Zinc Chelate (ซิงค์ คีเลต) สังกะสีนวัตกรรมรูปแบบใหม่ แร่ธาติที่มีกรดอะมิโนที่เล็กที่สุดของโปรตีน ช่วยดูดซึมของลำไส้ สามารถดูดซึมได้ดีกว่า Zinc ทั่วไป ช่วยบำรุงผิวหนัง ทำให้น้องๆ ขนไม่ร่วง ดูดีขนสวย พร้อมช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ยับยั้งอาการท้องเสียเฉียบพลัน

Prebiotic ช่วยการย่อยอาหาร ทำให้ลำไส้ทำงานได้ดี ขับถ่ายได้ดี สร้างสมดุลร่างกาย

Taurine เสริมสร้างกรดอะมิโน ช่วยบำรุงสมอง สายตา และหัวใจ

ตามไปช้อปได้ที่ 

Shopee : http://bit.ly/MonchouShopee

Lazada : http://bit.ly/MonchouLazada 

#มองชูรู้ใจเค้าเข้าใจคุณ #มองชู #monchou #monchoubalanced #completemeal #zincchelate

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

14 กุมภาพันธ์ 2561

โจทย์จากกองบรรณาธิการ The Cloud สัปดาห์นี้เป็นเรื่องความรัก

แต่นอกจากความรักงานแล้ว เราก็นึกอะไรไม่ออกอีกเลย

“แยกย้ายไปทำงานกันครับ” ตัวแทนคนรักงาน จากเพจชมรมคนรักงาน ตอบรับและตอบกลับสั้นๆ ทันทีที่เราส่งข้อความนัดหมายในเวลาทำการ

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนทำงานในสายงานวงการไหนๆ ถ้าคุณเป็นคนที่มีงานอยู่เต็มทุกห้องหัวใจเหมือนกันกับเรา เชื่อว่าคุณต้องเป็นหนึ่งในกว่าแสนคนของชมรมที่มีคติประจำใจว่า ‘รักงานยิ่งชีพ’ หรือมีความเชื่อเหมือนกันอย่าง ‘จงทำงานให้งานมันท้อเราไปเอง’ หรือหากใครเป็นสมาชิกชมรมระดับมงกุฎเพชร ก็ย่อมต้องมีสติกเกอร์ไลน์คนรักงานไว้ส่งตอบหัวหน้าที่รักให้สมกับความรักที่มี

มะ มะ ไม่รัก ไม่รัก ไม่รักได้ไง ลีโอ พุฒ ไม่ได้กล่าว เรากล่าวเอง

ถ้างานที่ทำอยู่พูดได้ มันก็คงเอ่ยคำขอแต่งงาน “Will you marry me?” นี้ไปแล้ว

งานแต่งงานที่เจ้าสาวแต่งงานกับฟุตเทจเทปสัมภาษณ์กองโต เสิร์ฟอาหารแช่แข็งเลี้ยงแขกที่มาเป็นสักขีพยาน บนโต๊ะจีนที่จัดเรียงแถวเหมือนแผนผังที่นั่งในออฟฟิศ พรีเวดดิ้งว่าจะไปถ่ายรูปที่เครื่องถ่ายเอกสาร และเครื่องสแกนนิ้วบันทึกเวลาเข้างาน มาถึงช่วงไฮไลต์ตัดเค้กสิบชั้นที่ทำจากแฟ้มงานกองรวมกัน ก่อนจะแจกของชำร่วยเป็นที่เย็บกระดาษและชุดอุปกรณ์สำนักงานสุดน่ารัก อาฟเตอร์ปาร์ตี้ด้วยเพลงเพื่อชีวิตและเสิร์ฟเครื่องดื่มชูกำลัง

ซึ่งพิธีการทั้งหมดนี้ต้องเสร็จก่อนเที่ยงคืน เพราะมีงานรออยู่

และใครที่วันนี้ติดงาน ไม่ได้ออกไปฉลองวาเลนไทน์ที่ไหน เราอยากชวนคุณมาสนทนากับแอดมินที่รักงานที่สุดในโลกนี้ด้วยกัน

ว่าแต่ว่า วันนี้แอดมินไม่ทำงานหรอคะ

ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน

ชีวิตจริงแอดมินชมรมคนรักงานได้ทำงานที่รักมั้ย

ได้ทำครับ เรียกว่าตรงกับวิชาชีพที่เรียนมามากกว่า ผมเลือกเรียนกราฟิก เพราะยุคนั้นบริษัท Propaganda ดังมาก เราก็อยากทำงานออกแบบ ซึ่งสมัยนั้นไม่สนุกเหมือนทุกวันนี้ เราอยากทำงานคิดก็เลยมาเป็นครีเอทีฟ

 

รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมั้ยที่ได้ทำงานที่เรารัก

ด้วยงานที่ทำมันเป็นชิ้นเป็นอัน ทำให้เห็นชัดเจนว่าถ้าเราตั้งใจทำแล้วงานมันจะออกมาดี เราก็ยิ่งตั้งใจ เหมือนลงทุนเวลาลงไปแล้วไม่เหนื่อยฟรี แม้บางงานจะเป็นงานเหนื่อยฟรี

 

คิดยังไงเวลาที่คนบอกว่า ก็ใช่สิ ทำงานครีเอทีฟก็ได้สนุกมากกว่าคนที่จมอยู่กับกองเอกสาร

เราว่ามันเป็นเรื่องทัศนคตินะ ถ้าเราไม่เห็นความสำคัญของสิ่งที่เราทำ เราก็จะรู้สึกว่าฉันทำแค่งานเอกสาร ฉันทำงานแค่นี้ไม่ได้สำคัญอะไร เรามักไม่รู้ว่าส่วนงานของเรา ถ้าเราทำอย่างดี คนที่รับงานไปทำต่อเขาจะไม่เสียเวลา ซึ่งเป็นเรื่องดีกับทุกคน ถ้าทุกคนตั้งใจทำงานของตัวเอง ทุกอย่างก็จะออกมาดี ทุกอย่างมันเป็นลูกโซ่ที่ส่งผลถึงกัน

คือถ้าเรารู้สึกเห็นความสำคัญของงานที่เราทำ เราก็จะไม่รู้สึกทุกข์ทรมานที่ต้องออกแรงเยอะๆ

 

นอกจากทัศนคติ มีปัจจัยอะไรอีกที่หล่อเลี้ยงให้เราทำงานอย่างมีความสุข

ทุกคนต้องส่งเสริมกัน คือถ้าเพื่อนๆ รอบตัวเป็นเพื่อนที่ไม่ทำงาน เราก็อยู่ในสภาพทุกคนไม่ทำงาน แล้วทำไมเราต้องเหี่ยวอยู่คนเดียว ทำไมต้องทำงานหนักแทนทุกคน ในทางกลับกัน ถ้าเราอยู่ในที่ที่ทุกคนทำแต่งาน ตายแล้วเราไม่ทำงานได้เหรอ นึกออกมั้ย มันส่งผลต่อกัน

 

เชื่อในเรื่องการทำงานให้หนักมั้ย

เชื่อนะ เพราะว่าทุกวันนี้ก็ยังทำงานหนักอยู่ มันทำให้เห็นว่าใครทำงานและใครไม่ทำงาน พอเราทำงานอย่างเต็มที่ เราก็อยากร่วมงานกับคนที่เต็มที่เหมือนกันกับเรา

ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน

คิดยังไงกับคำที่บอกว่า ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน

หากจะมีอะไรที่สามารถบอกวัดได้ว่าตัวตนเป็นยังไง เป็นคนตั้งใจหรือเปล่า ตั้งใจแค่ไหน มีทัศนคติต่อเรื่องบางเรื่องยังไง เราว่างานที่เขาทำสะท้อนสิ่งนี้ได้ทั้งหมดนะ

โอเค มันอาจจะวัดไม่ได้ว่าคนนี้มีค่ามากกว่าอีกคน แต่งานที่ออกมาวัดความตั้งใจของคนได้จริงๆ ซึ่งมันมีความหมายนะ ต่อให้เป็นคนไม่เก่งแต่เขาเป็นคนตั้งใจ เราจึงคิดว่าคนที่มีค่าก็คือคนที่ตั้งใจ

 

นิยามของความรักงานแบบคนรักงาน แบบไหนจึงเรียกว่ารัก

เป็นความรู้สึกกลัวว่ามันจะออกมาไม่ดี เหมือนมีแฟนแหละ จะชวนเขาไปดูหนังก็ต้องคิดเยอะว่าดูแล้วเขาจะชอบเหมือนเรามั้ย อยากจะซื้อเสื้อให้แล้วเขาจะชอบหรือเปล่า ถ้าชวนกินข้าวแล้วเขาจะชอบร้านนี้มั้ย นี่คือความรู้สึกกลัวไม่ดี กลัวทำออกมาแล้วเขาจะไม่ชอบ เหมือนกันกับงานที่ทำ เราก็กลัวว่าเราไม่ชอบงานที่ออกมา กลัวคนที่เห็นไม่ชอบ เราก็จะยิ่งพยายามที่จะทำ

 

แล้วมันมีเส้นบางๆ กั้นระหว่างรัก (งาน) จริงๆ กับหวังให้เธอมารักมั้ย

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด แค่อยากทำงานให้ดี หรือทำเพื่อหวังให้ใครเห็นความตั้งใจ ล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า แล้วเรามีความสุขที่จะทำมันมั้ย ถ้าเราไม่รัก ไม่อยากทำงานโรงแรม เราก็คงไม่อยากทำให้ลูกค้ามีความสุข ได้รับความสะดวกสบาย หรือพนักงานร้านรองเท้าวิ่งนี่ชัดเจนเลย ถ้าเขาเป็นคนวิ่งอยู่แล้ว ก็ยิ่งคุยกับลูกค้ารู้เรื่อง

เคยอ่านเจอ ที่เขาบอกว่าให้มองหาข้อดีของงานที่ตัวเองทำ ถ้าสมมติเราไม่ได้รักงานที่ทำ 100% ก็ต้องถามกลับมาที่ตัวเองว่าแล้วทำไมเราถึงมาทำมัน วันแรกที่เราทำสิ่งนี้ เราทำทำไม เงินดี หรือเพราะว่าฉันไม่มีอะไรทำ ซึ่งหากเป็นข้อหลังมันก็จะวกกลับมาที่ข้อแรกที่ว่าเพราะมันได้เงิน แล้วมีความสุขดีมั้ยที่ได้เงิน ถ้ามีความสุขก็แปลว่าทำได้นี่ แต่ถ้าไม่มีความสุข…เปลี่ยน แต่ถ้าไม่เปลี่ยนก็ให้มองหาว่าอะไรทำให้คุณไม่เปลี่ยน

 

แสดงว่าคนรักงานไม่ติดหรือมีปัญหากับการเปลี่ยนงานบ่อยๆ ใช่มั้ย

ไม่ติดเลย บังเอิญว่าโดยอาชีพของเราแล้ว ทุกคนย้ายงานไปมาเป็นปกติมาก แต่เราเชื่ออย่างหนึ่งว่าคงเหมือนตอนจีบกันมั้ง กว่าจะเจอใครสักคนที่แต่งงานอยู่ด้วยกันได้ เห็นหน้าคนนี้แล้วชอบ ลองเป็นแฟน ใช้เวลาด้วย ไม่ใช่ ก็ต้องเลิกนะ

ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน

คิดว่าอะไรทำให้บางคนเลือกที่จะอดทนทำงานแม้ว่าจะเจอปัญหา

แปลว่าเขาต้องเจออะไรสักอย่างหนึ่ง เปรียบเทียบง่ายๆ เรื่องแฟน ผู้ชายคนนี้นิสัยไม่ดี แต่เขาสามารถซื้อกระเป๋า Chanel ให้เธอได้ทุกเดือน ถ้าเธอมีความสุขกับกระเป๋า Chanel เธอก็จะทนความเลวมันได้ แต่ถึงจุดหนึ่งก็อาจจะทนไม่ได้

เราเชื่อว่าทุกคนมีเหตุผลของการทนทำงานบางอย่าง เจ้านายร้ายกับเรามาก แต่ออฟฟิศใกล้บ้านและมีลูกเล็กที่ต้องกลับไปดูแล เราไม่สามารถไปบอกเขาว่าเจ้านายแกร้าย ย้ายงานเถอะ แต่งานใหม่ต้องนั่งรถไปกลับ 5 ชั่วโมงไม่ได้เจอลูกเช้าเย็น ดังนั้น เราไม่สามารถตัดสินใครได้เลย ว่าทำไมใครถึงทนทำงานบางอย่าง

 

หากเหตุผลของการทำงานหนักเป็นเพราะการทำงานเสริมนอกจากงานประจำ นี่ถือเป็นการกระทำความนอกใจมั้ย

ถือเป็นการนอกใจ เป็นบาป แต่เราเห็นด้วยว่าทำได้นะ ถ้าหากบริหารจัดการได้ และสิ่งที่ทำช่วยเยียวยาชีวิต เยียวยาจิตใจ

ถ้างานที่ทำอยู่เงินเดือนดีแต่กัดกินจิตวิญญาณ แล้วอยากจะใช้เวลานอกทำงานที่อยากทำ ก็ทำสิ มันช่วยให้เรามีชีวิต ทำเลย หรือต่อให้งานที่ทำอยู่ปัจจุบันมีความสุขมาก แต่เงินไม่พอ ฉันก็ต้องทำอีกอย่างเพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้ ก็ต้องทำ แต่ก็ต้องไม่ลืมภาระความรับผิดชอบ

ความซวยคือ ฝิ่น (ชื่อเล่นของงานนอกที่เรียกกันในวงการ) มักจะเป็นงานที่เลว งานรีบ งานเร่ง งานยาก งานหินไม่มีใครทำ ซึ่งเป็นงานที่กัดกินเราอยู่แล้วในวันปกติ ดังนั้น ถ้าเราจะเอาเวลาไปทำอย่างอื่น ไปวิ่ง ไปถ่ายรูป ไปทำอะไรที่อยากทำเลยน่าจะดีกว่า

 

แล้วในมุมเจ้านายที่เห็นว่าลูกน้องรักงานนอกมากกว่างานประจำ คิดว่าเขาควรจะทำยังไง

อันนี้ก็คงต้องคุยกันว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำแบบนั้น เพราะถ้าทำเงินไม่พอใช้ ก็ต้องคุยกันว่าเป็นเพราะอะไร performance ไม่ถึงเลยไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง เงินเดือนไม่ขึ้น หรือจริงๆ งานที่ทำอยู่ระดับเพดานแล้ว มันไม่มีสูตรสำเร็จ มันสรุปไม่ได้ว่าแกทำงานนอกแกเลว

แต่สุดท้ายนะ ถ้ามันตั้งใจทำ มันก็จะไม่เสียอะไรสักอย่าง

 

จับปลาหลายมือเหรอ

จับไม่ได้หรอก มันจะตั้งใจทำได้อย่างเดียว และสุดท้ายพอตั้งใจทำมันจะถูกบีบให้เหลือเพียงอย่างเดียว

 

คนที่ทำงานมาสักพักแล้วก็คงจะใช่ แต่สำหรับเด็กจบใหม่ล่ะ คุณมีคำแนะนำยังไงบ้าง

ลงมือทำงานเข้าไป ลองทำทุกอย่าง เราพูดเรื่องนี้วันนี้ได้ เพราะเราผ่านการทดลองมาหลายแบบ เด็กๆ ก็จะยืนชี้หน้า แหงสิ ทำมาแล้วไง ไม่เดือนร้อนนี่

ช่วง 5 – 6 ปีที่ผ่านมามันมีเทรนด์อายุน้อยร้อยล้าน รีบประสบความสำเร็จ เพื่อจะไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ แล้วบ้านเราก็ไปตีความคำนี้ว่าหมายถึงการทำน้อยๆ ทำช้าๆ น่าเป็นห่วงนะ เพราะช่วงแรกของการทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนยังไงก็ลำบาก เงินไม่พอ เงินไม่มีทางพอ

น้องๆ ทำงานเพิ่งเริ่มใหม่ๆ จะชอบถามว่า ‘ทำยังไงถึงจะทำงานแล้วมีเงินเดือนดีๆ’

ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน

แล้วเด็กสมัยก่อนไม่คิดแบบนี้เหรอคะ

คิดนะ ทุกคนคิดเรื่องเงิน ทำงานนะไม่ได้ทำบุญ

คำตอบก็คือ ก็ต้องทำงาน โอเค เราอาจจะสู้คนที่ฟ้าชะตาฟ้าลิขิตเกิดเป็นลูกใหญ่คนโตไม่ได้ สู้คนที่จบเมืองนอก ปริญญาเอก 3 ใบ เงินเดือนก็ต้องไม่เท่าเขาอยู่แล้ว แต่เชื่อเถอะว่าถ้าเราตั้งใจทำ มันมีคนเห็น หรือถ้าที่นี่ไม่มีคนเห็น ก็ต้องไปตั้งใจในที่ที่มีคนเห็น

 

เป็นเพราะเราโตมากับการเห็นความสำเร็จที่ปลายทาง มากกว่าจะเห็นข้อดีของความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานหรือเปล่า

ใช่ๆ เราเห็นภาพความสำเร็จแบบสำเร็จรูป ในละครไทย เราไม่เคยเห็นตัวละครทำงานหนัก ไม่เคยมีพระเอกที่จีบนางเอกไปด้วย ทำงานถึงตี 2 ไปด้วยได้ หรือไม่เคยทำอย่างอื่นเลยนอกจากการเป็นลูกท่านประธาน แล้วเราจะเอาแบบอย่างภาพการทำงานอย่างหนักมาจากไหน

ในละครญี่ปุ่น พระเอกคือคนที่ตั้งใจทำงาน นี่คือทัศนคติที่ละครกระตุ้นความเชื่อนี้ลงไปในสังคม ชายหนุ่มจะกลายเป็นคนที่หญิงสาวชอบ เขาต้องเป็นคนที่ตั้งใจ ต่อให้เป็นคนที่กระจอกที่สุดแต่ถ้าตั้งใจนางเอกก็จะชอบมากกว่าลูกชายท่านประธาน และเหล่านี้ไม่เคยมีให้เห็นในละครไทยเลย

 

การตั้งใจเลือกงานแรกในชีวิตส่งผลต่อชีวิตเรายังไงบ้าง

ถ้าวัดจากตัวเรานะ ตอนที่เริ่มงานครั้งแรกเราไม่ได้เลือกงาน แค่รู้สึกว่าเป็นงานตรงสาย ได้ทำกราฟิกเท่านี้โอเค เพราะเป็นสิ่งที่อยากทำแล้ว เราเชื่อว่าสุดท้ายที่เรามาอยู่ถึงจุดนี้ได้เพราะมันมีคนเห็นว่าเราตั้งใจ และใครๆ ก็อยากทำงานกับคนตั้งใจทั้งนั้น จึงนำมาซึ่งค่าตอบแทนที่น่าดึงดูด จะว่าไป นี่คงเป็นกลไกราคาความตั้งใจหนึ่ง

 

สำหรับเด็กที่ทำงานไม่ตรงสิ่งที่เรียนมา คุณมีคำแนะนำว่า…

มันอาจจะเหนื่อยกว่า แต่เพราะความรักที่มีมันทำให้ใช้ความพยายามมากกว่าคนที่เรียนมา เรามีเพื่อนที่เรียนเศรษฐศาสตร์แล้วมาทำงานโฆษณา สุดท้ายก็ไปไกลถึงต่างประเทศ กลับมาเป็นใหญ่เป็นโตนะ ดังนั้น ทำงานตรงหรือไม่ตรงสายไม่เกี่ยวหรอก คำแนะนำสำเร็จรูปสำหรับทุกคนคือ ตั้งใจทำงานนะครับ

 

จริงมั้ยที่เด็กรุ่นใหม่ไม่อดทน

เราว่ามันเป็นช่องว่างระหว่างเจเนอเรชันเหมือนกันนะ เราเห็นน้องๆ ยุคนี้ต้องการความเร็ว ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงใช้เวลาสั้นๆ เพื่อไปสู่เป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จไม่ได้ อยากได้รางวัลเร็วๆ เลยไม่ได้เหรอ ทำไมต้องสเกตช์งานเยอะๆ และขายไม่ผ่านอีกแล้ว ทำไมงานอันนี้ถึงไม่โอเคเสียที โดยที่ลืมคิดไปว่า มันต้องใช้เวลาหุงข้าวให้มันอร่อย

เราพูดไม่ได้เต็มปากว่า ตั้งใจทำงานเถอะครับ ตั้งใจเข้าไปแล้วน้องจะได้คานส์ แต่พูดได้ว่าน้องจงตั้งใจทำงานแล้วต่อไปทุกอยางมันจะดี ต่อให้ไม่ได้คานส์ น้องก็จะเป็นพนักงานออฟฟิศที่ดีมาก ที่ทุกคนอยากทำงานกับน้อง

ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน

การตั้งใจทำงานมีโทษมั้ย ยังไงบ้าง

ที่แน่ๆ คือ สุขภาพ มันเป็นราคาที่ต้องจ่าย และถ้าเราดูแลบาลานซ์ของงานและชีวิตไม่ดี มันก็จะทำร้ายคนอื่น ทำร้ายครอบครัว ไม่ค่อยได้เจอกัน เพื่อนฝูง หรือว่าเราอาจจะเผลอไปมองว่าคนนี้คนนั้นตั้งใจน้อยกว่าเรา

บาลานซ์ก็คือ ความรู้สึกที่รู้ว่าทำประมาณนี้พอแล้วนะ แล้วแบ่งตัวเราไปโฟกัสกับสิ่งอื่น

ยกตัวอย่าง เราเป็นคนมีกิจกรรมเยอะ ทำงาน ทำเพจกับเพื่อน ถ่ายรูป และวิ่ง ทุกอย่างเราตั้งใจหมด กับเรื่องวิ่งเราให้ความสำคัญเป็นลำดับหลังๆ หน่อย แต่เราทิ้งไม่ได้ เพราะวิ่งทำให้เราสามารถทำทุกอย่างที่ว่ามาได้ แต่เราให้น้ำหนักต่อสิ่งต่างๆ ไม่เท่ากัน เราจะไม่วิ่งจนทำให้เราไปทำงานไม่ไหว หรือซ้อมวิ่งเยอะจนไม่มีเวลาทำอย่างอื่น เราชอบถ่ายรูป เพราะรู้ว่าเราถ่ายรูปแล้วดี แต่เราจะไม่ถ่ายรูปจนไม่มีเวลาไปวิ่งหรือทำงานออฟฟิศไม่รอด และเราจะไม่ทำงานออฟฟิศจนไม่มีเวลาวิ่งหรือไม่มีเวลาไปถ่ายรูป

 

เหมือนหรือแตกต่างกับ work-life balance ที่คนชอบพูดกัน?

เวลาที่คนพูดคำนี้ แล้วบอกว่าจะทำงานถึงแค่ 5 โมงเย็นเพราะ work-life balance บ้าเหรอ งานมันไม่เสร็จไง พอพูดว่าบาลานซ์มันแปลว่า แกมี 2 ฝั่ง และแกต้องทำทั้งสองฝั่งให้เท่ากัน คำมันทำร้ายอะ มันแปลว่าถ้าฉันทำงาน 6 ชั่วโมง ฉันต้องพัก 6 ชั่วโมง เราก็ไม่แน่ใจนะ แต่ว่ามันมีหลายอย่างที่อยากทำ มันไม่ได้มีแค่ตราชั่ง 2 ฝั่งที่เราต้องหาสมดุล

 

แล้วถ้าให้ชมรมคนรักงานนิยามความบาลานซ์นี้จะเป็นคำว่า…

เราคิดว่า พอดี เพราะพอดีแต่ละคนไม่เท่ากัน และเราเห็นว่าพอดีของเราคือเท่านี้ ทำงานออฟฟิศเยอะหน่อย วิ่งประมาณหนึ่ง และมีเวลาถ่ายรูปเรื่อยๆ พยายามไม่ให้มันหลุดจากโมเมนตัมนี้ ไม่ใช้เวลากับงานมากเกินไป แต่ถ้างานไหนต้องตั้งใจเยอะๆ ต้องการความละเอียด เราก็ต้องทำ ไม่หนีมัน เพื่อที่จะทำให้เรียบร้อยในทีเดียว และมีเวลาไปทำอย่างอื่น ถ้าทำไม่เรียบร้อยก็จะเสียเวลาหนักกว่าเดิม

 

คิดยังไงกับความสัมพันธ์ที่พังเพราะว่ารักงานมากกว่า

ไม่ควรปล่อยให้เป็นอย่างนั้นนะ เพราะสุดท้ายแล้วก็เป็นทุกข์จนทำงานไม่ได้อยู่ดี

ทุกปีที่เพจชมรมคนรักงานจะมีคอนเทนต์วาเลนไทน์ และคนก็จะอิน อินมากด้วย ซึ่งได้แก่ หนึ่ง เป็นมนุษย์ที่อยู่กับกองงาน เดตกับงานวันนั้น สอง ไม่มีใคร ไม่รู้จะไปไหน และสาม มนุษย์ที่อกหักมา เพื่อนสมัยเรียนมหา’ลัยของเราเคยบอกว่า “ทำงานให้หนักเพื่อลืมรักที่ทรมาน” เราเอาคำนี้มาใช้ในเพจทุกปีเลย

ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน

แล้วลืมได้จริงมั้ย

จริง เวลาที่ตั้งใจ เราก็จะโฟกัสแต่เรื่องนี้จนไม่มีเวลาไปสนใจว่าเขาไปกดไลก์รูปผู้หญิงคนนั้นอีกหรือเปล่า

 

อกหักจากความรัก กับ อกหักงานงาน อย่างไหนเจ็บกว่ากัน

คล้ายๆ กันนะ อกหักจากงานจะเป็นความรู้สึกเคว้งๆ เหมือนถือดอกไม้ไปให้ นัดกันไว้แล้วเธอก็ไม่มา เฮิร์ตแหละเพราะตั้งใจน่ะ เอาจริงๆ คนที่ทำอาชีพเราทุกคนตั้งใจ เพราะงานมันเห็นเป็นชิ้น แรงที่เราทุ่มเทลงไปมันออกมาเป็นสิ่งนี้ ผลออกมาดี ผู้คนแฮปปี้ เราก็แฮปปี้ แต่ขณะที่กำลังตั้งใจและตั้งใจกับมันอยู่จู่ๆ เธอก็ยกเลิก ลอยกลางอวกาศ แต่ว่าเศร้าได้ไม่นานหรอก เพราะมีงานอื่นรออยู่

 

จริงมั้ยที่งานไม่เคยทรยศเรา

จริงครับ ปัญหาเวลาทำงาน ตัวงานเองไม่เคยมีปัญหาเลย คนน่ะมีปัญหา งานไม่เคยทรยศแปลว่าอะไร แปลว่ามีโจทย์เลข 10 ข้อ ตั้งใจบวกเลข 10 ข้อ บวกถูก 10 มันก็ถูก 10 ข้อ ง่ายๆ แบบนี้เลย ไม่มีการทรยศ แต่การใช้คนไปบวกเลข 10 ข้อ บางทีอาจจะทำไม่เสร็จ ไม่ได้แปลว่าโจทย์มีปัญหา คนที่ทำงานต่างหากที่มีปัญหา

 

ทุกข์ของคนรักงานวันนี้คืออะไร

แต่ละวันเรามีเรื่องที่อยากทำเต็มไปหมดเลย แต่เวลาไม่เคยพอ ปัญหาคือมนุษย์มันต้องนอนไง ไม่นอนก็ทำไม่ไหว

 

รักงานขนาดนี้ เคยคิดภาพตัวเองตอนเกษียณงานมั้ย

คงเหงานะ นึกภาพตัวเองไม่ออกเลย สังเกตพ่อแม่เราที่บ้านสิ เวลาที่เขายังทำงานอยู่เขาดูมีชีวิตชีวาอยู่เลย พอหยุดทำงานปุ๊บแก่ทันที เขาไม่รู้ว่าวันนี้ลุกขึ้นมาแล้วจะทำอะไร

เห็นมั้ยว่าความว่างมันทำร้ายเรา

เราเชื่อว่าลุงๆ ป้าๆ วัยเกษียณเขามีอย่างหนึ่งที่พวกเราไม่มี เขาเห็นโลกมา และเขาสอนเราได้ เหมือนลุงๆ ป้าๆ ผู้สูงอายุ ที่มูลนิธิพระดาบส ซึ่งดีนะ เราเคยเห็นแคมเปญโฆษณาของต่างประเทศชื่อว่า ‘Speaking Exchange’ ที่จับผู้สูงอายุในบ้านพักคนชรากับเด็กๆ อีกฝั่งหนึ่งของโลกที่อยากเรียนภาษามาเจอกันผ่านวิดีโอคอล ผู้สูงอายุก็ไม่เหงา เด็กๆ ก็ได้ความรู้ ต่อให้เป็นแคมเปญส่งประกวดที่อาจจะไม่เกิดขึ้นจริง แต่อย่างน้อยๆ ก็สร้างแรงบันดาลใจแก่โลก ทำให้คนที่เห็นงานนี้รับรู้ว่าสิ่งนี้ทำได้ สิ่งนี้เกิดขึ้นได้

 

แอบใช้เวลางานมาทำเพจบ้างหรือเปล่า

ไม่ครับ โชคดีที่เรามีแอดมินหลายคน เวลาที่โพสต์จะเป็นเวลาว่างที่ไม่เท่ากันของแต่ละคนพอดี

ชมรมคนรักงานมีจุดเริ่มต้นมาจากเสียงบ่นระดับมืดหม่นเกี่ยวกับงานของคนทั่วไป งานมันยาก มันมีปัญหาและปัจจัยเยอะแยะ แล้วทุกคนก็บ่น ได้ระบาย และงานก็ไม่เสร็จ วนอยู่แบบนี้ และการนั่งฟังคนบ่นแบบนี้ก็ทำให้ท้อตามไปด้วย เราเชื่อว่ามันจะมีคนแบบเรา คนที่รู้สึกว่า พอแล้ว อย่าบ่นต่อไปเลยนะ ทำงานกันเถอะ พวกเราคิดแค่นี้เลย ก็เกิดเป็นเพจขึ้นมา

ซึ่งจะเห็นว่าเป็นเพจที่ฟรีฟอร์มมาก ถ้าสังเกตจะเห็นว่ามีคอนเทนต์ประมาณ 3 – 4 รูปแบบ รูปวาด ข้อความ และโปสเตอร์หนัง ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดก็แล้วแต่ว่าแอดมินคนไหนว่าง ไม่มีการนัดแนะ ทุกคนรู้ใจความหลักของเพจเหมือนกันนั่นคือ ‘รักงาน’ เท่านี้เลย จะทำอะไรก็ได้ แต่จะมีเสียงเดียวเหมือนมาจากแอดมินคนเดียว

 

คิดว่าอะไรทำให้คนรักงานเข้ามารวมตัวในชมรมคนรักงานมากมายขนาดนี้

คอนเทนต์คนบ้า (งาน) ด้วยแหละ

ลูกเพจ 80,000 คนแรกมาด้วยวิธีการออร์แกนิกทั้งหมดเลยนะ พอเราทำงานในวงการนี้เราจะรู้ว่าเฟซบุ๊กมันแกล้งเรา มันอั้นเราไว้ สมัยก่อนโพสต์ 100 ครั้ง เห็น 10 ครั้ง ปัจจุบันแทบไม่เห็นแล้วนะ ต้องจ่ายเงิน ขนาดกด see first ก็ไม่เห็นนะ ยุคแรกเราเอาชนะด้วยการทำเนื้อหาให้เยอะเข้าสู้ 100 โพสต์แล้วไม่เห็นใช่ไหม ได้!! เราทำ 200 โพสต์ โพสต์มันทุก 10 นาที และใช้วิธีทำเนื้อหาตามเทศกาล เช่น คลื่นเคานต์ดาวน์ ได้! มาทำเนื้อหาเคานต์ดาวน์ไปออฟฟิศกัน คนเห็นก็จะกรีดร้องเพราะมันอินไซด์ ทุกคนกรีดร้องเพราะไม่อยากกลับไปออฟฟิศที่มีงานรออยู่

 

คิดว่าทุกคนที่เข้ามารักงานจริงๆ หรือเป็นการประชดประชัน

เราเชื่อว่า ส่วนหนึ่งก็รักงานแหละ แต่แค่ยืมมือเราประชดหัวหน้า

อย่างน้อยๆ ชมรมคนรักงานไม่ได้เป็นเพจที่ชวนเขาบ่น แต่เพราะเราเป็นคนรักงานไง และทุกคนควรจะรู้ไว้ซะว่าเรารักงาน เรายังต้องทำงานอยู่ เป็นคนดีทันที ไม่ใช่การบ่นแล้วว่าทำงานหนักจังเลยเป็นทุกข์มาก ไม่มีประโยชน์จะมืดหม่น เพราะเราตั้งใจไง เราจึงยังทำงานอยู่ ต่อให้เป็นงานที่ยังไม่เสร็จ แต่ก็ยังนั่งทำงานอยู่ เพราะว่าฉันจะทำมันให้เสร็จ จะมากจะน้อยเราได้ตั้งใจแล้ว

ชมรมคนรักงาน, เพจ, ทัศนคติในการทำงาน

ใจเย็นๆ ค่ะ โอเค เชื่อแล้วว่าเป็นคนรักทำงาน

มันก็จะมีคนจริงจังเข้ามาในเพจบ้าง บอกว่าทำงานเยอะๆ แบบนี้เดี๋ยวก็ตายหรอก เราก็จะเข้าไปตอบคอมเมนต์ทุกครั้งว่า ตายไม่ได้นะ ถ้าคุณตาย คุณจะไม่ได้ทำงาน คุณต้องทำงานแบบที่ไม่ทำให้ตัวเองตาย คุณต้องแข็งแรง ดูแลตัวเอง

หรือส่วนใหญ่จะข้อความเข้ามาว่า ‘สามทุ่มวันเสาร์ เรายังอยู่ออฟฟิศอยู่เลย มีใครอยู่บ้างไหม’ เราก็จะตอบไปว่า ‘เรายังอยู่ๆ นายไม่ต้องห่วง พวกเราอีก 1 แสนคนยังทำงานอยู่กับนาย’  ซึ่งก็คงทำให้เขารู้สึกดี

 

นอกจากในเพจแล้ว ชมรมคนรักงานมีการต่อยอดคอนเทนต์ยังไงบ้าง

นอกจากสติกเกอร์ไลน์ก็ไม่มีอะไรแล้ว เคยคิดว่าจะมีสติกเกอร์ก็ทำออกมา เสร็จแล้วเราก็แยกย้ายกันไปทำงานต่อ เรื่องโฆษณา มีเข้ามาบ้างแต่มันจะยากนิดหนึ่ง เช่น โฆษณาโรงแรมรีสอร์ต เราจะรีสอร์ตยังไงนะเราเป็นคนรักงาน

 

มีอะไรอยากจะบอกคนรักงานที่นั่งอ่านบทสัมภาษณ์นี้อยู่ระหว่างพักผ่อนจากการทำงานบ้าง

มีหนึ่งสิ่งที่จะฝากถึงทุกคน โลกจะสงบสุข ถ้าทุกคนตั้งใจทำงานของตัวเองเต็มที่ จริงๆ นะ หมอตั้งใจทำงาน คนไข้รอด ครูตั้งใจสอน เด็กก็เก่ง พนักงานบริษัทตั้งใจทำงาน องค์กรก็เติบโต ตำรวจ ทหาร นักกฎหมาย ข้าราชการ นักการเมือง ตั้งใจทำงาน โลกมันไปไหนแล้วไม่รู้

โลกมันเป็นแบบนี้แหละ เราทำอะไรไม่ได้ เราบอกใครไม่ได้นอกจากตัวเอง

ออกไปหาคนที่เชื่อเหมือนกับเรา เลือกทำงานเหมือนคนที่ตั้งใจเหมือนกับเรา อย่างน้อยก็พาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกต้อง

FACEBOOK | ชมรมคนรักงาน

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load