17 กรกฎาคม 2564
14.68 K

“ถ้าท้ออย่าถอดใจ ให้ถอดทองไปจำนำ”

เข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้วว่าการตกเป็นทาสแมวนั้น อาการเป็นอย่างไร

เมื่อได้คนตรงหน้าสารภาพอย่างหมดจดว่าทั้งชีวิตเขายกให้แมว 17 ตัว (ที่อาจเพิ่มขึ้นอีกเร็ววันนี้)

คอลัมน์ Page Maker เดินทางมาจังหวัดนครปฐม ไปเยี่ยมบ้านครอบครัวแมวนักเดินทาง edward10516 เอ็ดเวิร์ด แฟนเพจอายุ 3 ปีที่มีผู้ติดตามกว่า 4.6 แสนคน ผู้ตั้งใจสร้างรอยยิ้มและเป็นความสุขในทุกวันให้กับคนรักแมว พูดคุยกันถึงเบื้องหลังการทำคอนเทนต์สนุกๆ ของแมวนักเดินทางที่เพิ่งมารับบทชาวสวนพ่อลูกอ่อนด้วยสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงประสบการณ์แมวนำพา ทั้งมิตรภาพต่างถิ่น ดราม่าน้ำตาร่วง การใช้ชีวิตอย่าง Complete and Balanced กับสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงเคล็ดลับการดูแลเจ้านายทั้ง 17 ให้สุขภาพดี แจ่มใส

'edward10516 เอ็ดเวิร์ด' เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

จิ๊บ-อรรถพล เอี่ยมพนากิจ และ ปู-พรวิภา มีเมฆ คู่รักเจ้าของผองเพื่อนสี่ขา รอต้อนรับเพื่อเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังอยู่นั่นแล้ว

ก่อนอื่นใด ขอไล่เรียงชื่อให้ทำความรู้จักสักเล็กน้อย เจ้าเหมียว 15 ตัวเป็นสายพันธุ์บริติชช็อตแฮร์ อเมริกันช็อตแฮร์ สก็อตติชโฟล์ดช็อตแฮร์ เริ่มจากตัวผู้พี่ใหญ่ เอ็ดเวิร์ด ต๊อด มาริโอ้ ณเดชน์ จอร์จ ตัวเมียมี ญาญ่า เบลล่า ฟองดู ฟองเบียร์ ดอลลาร์ ส่วนอีก 2 ตัว บิ๊กซีและเรนนี่ เป็นแมวไทยที่เขาเก็บมาเลี้ยงด้วยชะตาต้องกัน

เยี่ยมบ้าน ‘edward10516 เอ็ดเวิร์ด’ แมวนักเดินทางและชาวสวนประจำนครปฐม ผู้ตั้งใจสร้างคอนเทนต์ให้ทาสตกหลุมรักและอมยิ้มทุกครั้งที่กดเข้ามา

เราพบกันเพราะแมว

ย้อนกลับไปเมื่อราว 5 – 6 ปีก่อน จิ๊บเป็นคุณพ่อของเจ้าเอ็ดเวิร์ด ส่วนปู เธอเป็นคุณแม่ของ ต๊อด แมวขัดจรวด ทั้งสองอยู่ในกลุ่มทาสแมวมาเนิ่นนาน จนวันหนึ่งเอ็ดเวิร์ดและต๊อดก็ทำหน้าที่เป็นแมวสื่อรัก

จุดตั้งต้นของการทำแฟนเพจ เกิดจากจิ๊บผู้มีอาชีพเป็นเซลล์ขายเสื้อกีฬา เมื่อต้องเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ ก็มักพาเอ็ดเวิร์ด ต๊อด มาริโอ้ 3 หนุ่ม 3 มุมไปด้วยเสมอ แรกๆ เขาถ่ายภาพเจ้าตัวยุ่งตามสถานที่ท่องเที่ยวลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เห็นผลตอบรับเกินคาด จากนั้นจึงคิดสร้างแฟนเพจขึ้นมาไว้ดูเอง

“ลงรูปตัวเองไลก์นิดเดียว พอลงรูปแมวนี่ โอ้โห ไลก์เต็มเลย” พ่อแมวเล่าติดตลก

“เริ่มแรก ไปโพสต์ในกลุ่มทาสแมวว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเดินทางพาแมวไปเที่ยว คนติดตามเขาบอกว่าเราถ่ายรูปสวย ชอบมุมมองที่เอาแมวนั่งแล้วข้างหลังเป็นวิว” 

เยี่ยมบ้าน ‘edward10516 เอ็ดเวิร์ด’ แมวนักเดินทางและชาวสวนประจำนครปฐม ผู้ตั้งใจสร้างคอนเทนต์ให้ทาสตกหลุมรักและอมยิ้มทุกครั้งที่กดเข้ามา

ระยะเวลา 3 ปี เอ็ดเวิร์ดมีทาสอย่างเหนียวแน่น จิ๊บและปูเล่าวิธีสร้างคอนเทนต์ให้ฟังว่า การถ่ายภาพแต่ละครั้งได้ผ่านการคิดและวางแผนสถานที่ไว้แล้วทั้งสิ้น รวมถึงแคปชั่นกวนๆ ฮาๆ นั้นด้วย

“อย่างหน้าหนาวก็ต้องมีทะเลหมอก เราสองคนขับรถผ่านเส้นทางนี้ก็แวะถ่าย ทริปที่พาเอ็ดเวิร์ดไปด้วยไกลสุดคือ แม่ฮ่องสอน เชียงราย แม่สาย ภาคใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ทั่วไทย คือคนน่ะไปหมดแล้ว แต่แมวยังเหลือภาคตะวันออก จันทบุรี ตราด แล้วก็อีสานตอนบน” 

ไม่เสียชื่อแมวนักเดินทาง นับว่าเป็นความโชคดีของทั้งคู่ที่ทั้งสามตัวไม่มีอาการเมารถ พอออกสตาร์ทก็นอนหลับปุ๋ย แต่ถ้ารถใส่เกียร์จอดปั๊บ ก็ตื่นเตรียมพร้อมทุกตัว แถมยังนั่งนิ่งให้จับท่าทางแชะภาพได้อย่างไม่งอแง

น่ารัก!

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

แมวที่ทำให้คนยิ้ม

“หลักๆ ในการลงเพจของเราเลยคือเน้นสร้างรอยยิ้ม ทำยังไงก็ได้ให้คนยิ้ม อยากให้เขาเข้ามาดูแล้วไม่เครียด บวกกับความน่ารักของเอ็ดเวิร์ดด้วยที่เป็นแมวหน้าเดียว เราก็เลยพยายามหาคอนเทนต์อะไรก็ได้ที่คนเขาเข้ามาดูแล้วเขายิ้ม บางทีก็หาแคปชั่นให้กับรูปที่มันตลกๆ”

นอกจากแฟนๆ ในเฟซบุ๊ก เอ็ดเวิร์ดยังมียอดผู้ติดตามชีวิตประจำวันใน TikTok กว่า 2.126 แสนคน ส่วนอินสตาแกรม 1.01 แสนคน และในทวิตเตอร์อีกราว 6.74 หมื่นคน

เคล็บลับที่จิ๊บกับปูเผยให้ฟังถึงการทำคอนเทนต์ให้ปัง มีเพียงความจริงใจ และลงเป็นประจำ สม่ำเสมอ ไม่ห่างหายให้คิดถึง และพยายามไม่ให้ทุกช่องทางเป็นคอนเทนต์เดียวกัน เพราะผู้ติดตามอาจเป็นคนเดิม

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

“ผมเคยลองมาแล้ว คอนเทนต์เดียวกัน รูปเดียวกัน ลงเหมือนกันทุกแพลตฟอร์ม มันก็จะมีทั้งประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ บางทีผมสลับลงเพจแคปชั่นนี้ ผ่านไปอีกสองวันเอาของเพจลงอินสตาแกรม บางทีเราหวังกับรูปนี้คิดว่าปังแน่ แต่ว่าก็ไม่ปัง แต่ถ้าถ่ายธรรมดาอยู่ดีๆ มันก็ปัง

“เราสร้างคาแรกเตอร์ให้เขา อย่างเอ็ดเวิร์ดจะเป็นแนวเจ้าชู้ ช่วงมีลูกเขาก็จะอยู่กับลูก คนติดตามเยอะ แต่พอไม่มีลูกก็จะเป็นแคปชั่นอ่อยสาว”

อ่อยไปอ่อยมา ได้เรื่อง! จิ๊บกระซิบว่ามีสาวมาจีบเยอะมาก ทุกสายพันธุ์ ตั้งแต่ไทยยันต่างประเทศ ถึงขั้นจะบินมาจากรัสเซียเลยก็มี

แม้ว่าคุณไม่เคยรู้จักแมวตัวส้มนี้มากก่อน ก็อาจเคยผ่านตามีมอันโด่งดังจนเป็นที่รู้จัก คือ ตอนที่ทั้งจิ๊บและปูไปบริจาคของที่แม่ฮ่องสอน แล้วจับเอ็ดเวิร์ดกับต๊อดถ่ายภาพบนรถตำรวจ ซึ่งมาพร้อมกับแคปชั่นและคอมเมนต์สุดฮาจากแฟนๆ เรียกยอดไลก์ ยอดแชร์ถล่มทลาย

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

“ตอนนั้นออกทีวีหลายช่อง ทุกเพจ ทุกสื่อเอาไปลง จนมีคนเอาคลิปต่างประเทศที่แมวสีเดียวกับสองตัวนี้ตีกัน พอทะเลาะเสร็จเขาก็เอารูปนี้ไปใส่ตอนจบว่า สุดท้ายโดนตำรวจจับขึ้นรถ (หัวเราะ) แล้วก็มีเรื่องที่ลูกสีไม่เหมือนพ่อ เป็นพ่อลูกกันจริงหรือเปล่า มีรูปเปิดประตูเข้ามานอนหงาย มาดังอีกตอนที่ไปโคราช เป็นรูปนั่งขอตังค์ เปิดกระเป๋า ซึ่งจัดฉากหมดทุกอย่าง”

แม้หวังเรียกรอยยิ้ม แต่ก็มีเหตุการณ์พาดราม่าจากภาพนั่งเปิดกระเป๋าขอตังค์นั้น ถึงขั้นมีคนคอมเมนต์แรงต่อใจ

“เขาบอกทุเรศ พาแมวมาขอตังค์ ซึ่งถ้าเป็นลูกเพจเขาจะรู้ว่าเราจัดฉาก แต่พอถูกแชร์ออกไปเยอะ คนที่ไม่ได้ติดตามก็จะเข้ามาด่า หาว่าหากินกับแมว เราก็ปล่อยไป เพราะยิ่งตอบโต้ยิ่งบานปลาย นอกจากเป็นคอมเมนต์ที่มันเกินไปจริงๆ เราจะไปตอบด้วยเหตุผล ถ้าเขาไม่ฟังก็เลื่อนผ่าน” ปูย้อนเล่าถึงเรื่องราวที่ย้ำให้พวกเขายึดหลักการทำเพจเรียกเสียงหัวเราะต่อไป 

การเดินทางตลอด 3 ปี แฟนเพจของเอ็ดเวิร์ดเคยติดอันดับ 1 ของแมว ได้รางวัลอินฟลูเอนเซอร์มา 2 รอบ หากเทียบกับสุนัข เอ็ดเวิร์ดเป็นรองก็แต่เพจ ข้าวจ้าว หมากวนตีน นอกจากเอ็ดเวิร์ดแล้วยังมีเพจของพี่น้องแมวสายฮาอีก 2 เพจที่ทั้งคู่ดูแลอยู่ คือ ต๊อด แมวขัดจรวด ที่มีผู้ติดตาม 1.6 แสนคน และ มาริโอ้ เดอะแค๊ท มีผู้ติดตาม 3.9 หมื่นคน

“ต๊อดนี่จะเป็นนักเลง ดุ แคปชั่นกวนๆ ออกห้าวๆ ส่วนมาริโอ้เป็นกินกับนอน หลักๆ เน้นแค่สามเพจ เวลาไปไหนสองตัวนี้จะไปด้วยกันตลอด” ฝั่งพ่อว่า

“แต่ไม่ถูกกัน” ฝั่งแม่รีบเสริมอย่างขำๆ 

“เมื่อก่อนเขาก็อยู่ด้วยกันได้ แต่ทีนี้ไอ้ต๊อดไปหื่นใส่เอ็ดเวิร์ดซึ่งเป็นตัวผู้เหมือนกัน เอ็ดเวิร์ดเลยแว้งกัด หลังจากนั้นไม่ถูกกันอีกเลย แต่นั่งรถด้วยกันได้ (หัวเราะ) ตัวหนึ่งนั่งข้างหน้า อีกตัวนั่งตรงกลาง ในวงการทาสเขาจะว่าเอ็ดเวิร์ดลูกพ่อ ต๊อดลูกแม่ ทีนี้พอคนเขารู้ว่ามันไม่ถูกกัน เลยกลายเป็นแคปชั่นแขวะกัน ไม่ชอบหน้ากัน เป็นแนวคู่กัดอะไรประมาณนี้ เช่น เอ็ดเวิร์ดมีลูกก็ไม่เลี้ยงเอามาให้ลุงเลี้ยง ซึ่งต๊อดก็จะแนวรักหลานแต่เกลียดพ่อ”

น่ารัก!

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

แมวเยอะเลี้ยงไม่ยาก

หลายคนอาจกังวลว่าพอมีแมวเยอะๆ จะดูแลยาก เป็นห่วงเรื่องความสะอาด แต่การเลี้ยงระบบปิดมีผลต่อสุขภาพที่ดีของทั้งคนและแมว เพราะควบคุม-ป้องกันโรคได้ 

สำหรับเอ็ดเวิร์ดและผองเพื่อนนักเดินทาง สองเจ้าของออกตัวว่าเขาเลี้ยงกันแบบบ้านๆ ถ้าพาไปข้างนอก ก่อนกลับก็จะล้างและเช็ดแอลกอฮอล์ทั้ง 4 เท้า ป้องกันเชื้อโรคที่อาจเหยียบติดมา ตัวไหนเดินทางบ่อยก็อาบน้ำเดือนละครั้ง ถ้าตัวไหนอยู่บ้านก็ 2 เดือนครั้ง ซึ่งอาบให้ด้วยตัวเองทั้งหมด

ส่วนการกินอยู่ ก็ให้อาหารเม็ดแบบบุฟเฟต์ คือเทไว้ ตัวไหนหิวเมื่อไหร่ก็แวะมากินได้ตลอด เสริมเช้าเย็นเป็นอาหารซอง

“ปกติก็เลี้ยงด้วยอาหารเม็ด แต่อาหารซองก็ช่วยให้เขาไม่เบื่ออาหารเม็ด สารอาหารครบ ถ้าเขาเลือกกิน แสดงว่าเราตามใจเขา อย่างตัวนี้ ผมเคยเลี้ยงแบบตามใจ อันนู้นก็ไม่กิน อันนี้ก็ไม่กิน อะไรก็กินไม่ค่อยได้ จะอ้วกอย่างเดียว ถ้าเคยเลี้ยงมาแบบเสียนิสัย เราต้องบังคับถึงจะกินได้ ไม่กินก็ต้องตั้งทิ้งไว้ กับอีกอย่างคือป้อนเลย เอาอาหารใส่เข็มฉีดยาแล้วค่อยๆ ฉีดใส่ปาก แรกๆ เขาอาจจะฝืนนิดหนึ่ง แต่พอได้กินเดี๋ยวเขาก็จะกินเป็น”

ข้อสำคัญคือเรื่องขน ถ้าเกิดเปลี่ยนอาหารกะทันหัน จะทำให้ขนร่วงเป็นปกติ 

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส
เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

“เราต้องค่อยๆ ผสม เป็นสัดส่วนเก่าต่อใหม่ 25 : 75 จากนั้นก็ 50 : 50 และ 75 : 25 แล้วเดี๋ยวเขาปรับตัวได้ ขนจะฟูตัวแน่นเหมือนเดิม”

ส่วนการรักษาความสะอาด ปูแนะนำว่าแล้วแต่ความสะดวก สำหรับเธอที่กินนอนด้วยกันตลอดเวลา จึงดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ

“ดูดฝุ่นทั้งวัน ทรายตกมาสองสามเม็ดก็ต้องดูดแล้ว เราเป็นคนแบบนี้ สังเกตแมวเข้าห้องน้ำปุ๊บเราดูดเลย เพื่อความสะอาดของห้องด้วย จะได้ไม่ต้องเก็บทีเดียวให้เหนื่อย อย่างห้องน้ำแมวเก็บสองถึงสาม รอบ เช้า กลางวัน เย็น ทำให้ไม่มีกลิ่น นอกจากแมวจะสร้างอาณาเขต แต่ก็มีแค่ตัวเดียว คือ เอ็ดเวิร์ด เพราะที่เหลือทำหมันหมดแล้ว” เธอเล่าด้วยท่าทางสบายๆ พร้อมเสียงหัวเราะ

แมวสร้างมิตรภาพ

แน่นอนว่าการทำแฟนเพจ ต้องมีลูกเพจคอยแวะเวียนมาคุยเรื่องแมวๆ ทั้งคุยเล่นตามประสาแฟนคลับ ปรึกษา ขอคำแนะนำเรื่องสุขภาพและการดูแล ไปจนถึงขอลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวและโรงแรมที่เหล่าเจ้านายเข้าพักได้

“มีทุกแบบเลยครับ เช่น แมวหนูไม่กินต้องทำยังไง แมวอ้วกเป็นสีนี้ ถ่ายมาให้เราดูว่าต้องทำยังไง แมวจะคลอด น้ำแบบนี้ไหลแล้วหนูต้องทำยังไงดี บางทีแค่ส่งรูปมาเราก็ไม่รู้ เลยได้แต่แนะนำว่าให้ไปหาหมอดีที่สุด (หัวเราะ) คือถ้าถามว่าดูแลยังไง กินอาหารอะไรทำไมขนถึงไม่ร่วง อะไรแบบนี้เราตอบได้หมด เพราะเราเลี้ยงอยู่ทุกวัน”

มากไปกว่าการพูดคุยกันผ่านอินบ็อกซ์ เรื่องที่เจ้าตัวเล่าพร้อมรอยยิ้มตาหยีคือ การได้เจอเหล่าทาสทั้งหลายตามไปกระทบไหล่เจ้าเอ็ดเวิร์ดทุกแห่ง บางคนก็เข้ามาทักทาย จนกลายเป็นเพื่อนกันในชีวิตจริง

“วงการแมวนี่คือจากคนไม่รู้จักกันก็ได้รู้จัก ได้คุยกัน อย่างไปภาคเหนือ มีคนเจอเราที่ปายมาเคาะรถเลยนะ ถามว่าใช่เอ็ดเวิร์ด มาริโอ้ ต๊อด หรือเปล่า เขาดีใจ ยังคุยกันจนถึงทุกวันนี้ สามถึงสี่ปีแล้ว

“ตอนไปทุ่งบัวตอง แฟนคลับก็ตามขึ้นไปตั้งแคมป์ทำข้าวเย็นกินด้วยกัน กางเต็นท์นอนข้างๆ เพราะว่าเขาอยากเจอเอ็ดเวิร์ด ไปพิษณุโลกหรือไปแม่ฮ่องสอน แม่ค้าเจ้าของร้านข้าวมันไก่มาทักว่าใช่เจ้าของเอ็ดเวิร์ดหรือเปล่า ถ้าเสร็จแล้วขอถ่ายรูปได้ไหม ขนาดเราไม่ได้เอาแมวลงไปนะ อยู่ในรถ เขาจำเจ้าของได้ คือไปไหนก็มีแฟนคลับต้อนรับตลอดเลย เราก็ปลื้มนะที่เขาเอ็นดูลูกเราขนาดนี้ บางทีจากแฟนคลับกลายเป็นเพื่อนสนิทเลยก็มี

“เลี้ยงแมวมันได้อะไรมากกว่าที่คิด ได้เพื่อน ได้ประสบการณ์ ได้แลกเปลี่ยนความรู้กันเกี่ยวกับแมวบ้าง ไม่เกี่ยวกับแมวบ้าง ขนาดตอนไปภาคใต้ คนละศาสนากัน เขาเป็นมุสลิม ขับรถมาจากปัตตานีมาหาเราที่ตรัง ชวนเราไปนอนบ้าน ซึ่งตอนแรกจะไม่ไปนะเพราะว่าไม่ได้รู้จักกันเลย เราเกรงใจเขา คือเรากินหมู กินเหล้าเบียร์ แต่เขาก็พยายามบอกว่าถ้าไปปัตตานีไปบ้านหนูนะพี่ แล้วเขาก็พาไปกินข้าว กินโรตี กินอาหารพื้นบ้านของมุสลิม พอเขาขึ้นมากรุงเทพฯ ก็มาหาเราที่บ้าน พาแม่มา แล้วบอกว่าถ้าไปภาคใต้ต้องไปบ้านหนูอีกนะ คือไม่น่าเชื่อว่าการเลี้ยงแมวจะสร้างมิตรภาพ พาเพื่อนใหม่เข้ามา”

แมวสอนให้ผมสู้ชีวิต

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เช่นนี้ เอ็ดเวิร์ดผันตัวมาเป็นชาวสวน ตามผู้เป็นพ่อที่ยังเดินทางไปไหนไม่ได้ กลับมาอยู่บ้านทำสวนอินทผาลัมและกล้วยด่างอย่างจริงจัง

นอกจากกลุ่มคนรักแมว ตอนนี้เอ็ดเวิร์ดเลยได้ขยายฐานแฟนคลับไปยังกลุ่มคนรักต้นไม้

“มีลูกเพจที่มาซื้อกล้วยแล้วขออยากเจอแมวบ้าง ถ้าเราเอาไปส่งก็พาแมวไปด้วย ตอนนี้เอ็ดเวิร์ดเขาดังในกลุ่มกล้วย เวลาลงรูปต้นกล้วยคนก็มาคอมเมนต์ถามหาว่าแมวไปไหน”

การได้ทำงานอยู่บ้านทำให้จิ๊บและปูมีเวลาดูแลลูกๆ ทั้ง 17 ตัวเต็มวัน และมันก็มอบวิชาชีวิตให้พวกเขาเช่นกัน

“มันสอนให้เราท้อไม่ได้ ให้เราต้องสู้ เหมือนอย่างแคปชั่นที่พึ่งลงไป ‘ถ้าท้ออย่าถอดใจ ให้ถอดทองไปจำนำ’ เราถือคติคนไม่อิ่มแต่แมวต้องอิ่ม ขายกล้วยได้สามพันห้าร้อยบาท ซื้อของซื้อขนมให้แมวสี่พันถึงห้าพันบาท เป็นแบบนี้ประจำ มันเป็นความสุข เดือนหนึ่งค่าใช้จ่ายแมวประมาณสามหมื่นบาท” คุณพ่อแมวว่าก่อนระเบิดเสียงหัวเราะ

“คนป่วยไม่สบาย เรายังไม่อยากไปหาหมอเลยนะ แต่แมวเป็นนิดหน่อยคือต้องไปแล้ว เคยป่วยครั้งหนึ่งแปดหมื่นบาท ไม่มีเงิน ก็ต้องมีเอาทองไปขาย” แม่แมวเล่าเรื่องจริงเสริม

เยี่ยมบ้าน ‘edward10516 เอ็ดเวิร์ด’ แมวนักเดินทางและชาวสวนประจำนครปฐม ผู้ตั้งใจสร้างคอนเทนต์ให้ทาสตกหลุมรักและอมยิ้มทุกครั้งที่กดเข้ามา

แมวทำให้ชีวิต Complete and Balanced

ชีวิตหลังมีแมวของทั้งคู่เปลี่ยนไปแทบ 100 เปอร์เซ็นต์ และยกให้แมวเป็นลำดับแรก

“เรารักเขาเหมือนลูก เลยเลี้ยงเป็นลูก ไม่ได้เลี้ยงเป็นแมว เท่าไหร่ก็ต้องยอมขอแค่ให้เขารอด จริงๆ แล้วก็ครบทุกรสนะครับ บางทีหายเหนื่อย จับจอบขุดดินมาเปิดประตูเจอแมวอ้อน แมวถูเรา เราก็มีความสุขแล้ว”

คงไม่ต้องการันตีว่าทั้งคู่เป็นทาสแมวเลเวลไหน เพราะอยู่ในระดับที่ขาดกันไม่ได้ ทั้งยามตื่นยามนอน รายรอบด้วยลูกแมวและข้าวของแมวแทบทุกมุม 

“ในรถนี่ก็มีแต่ของใช้แมว ครึ่งคันเลย ห้องน้ำ ที่ดูดฝุ่น ไม้กวาด สเปรย์ทำความสะอาด เราพักโรงแรมที่ไหน เวลาเช็กเอาต์เสร็จแล้วก็ต้องทำความสะอาดให้เขาก่อน ดูดฝุ่น ปัดที่นอน เก็บขยะในโรงแรมออกมาทิ้ง คือเราไม่ได้อยากไปพักแค่ครั้งเดียว ครั้งหน้าเรายังต้องการไปนอนอีก เราก็ทำให้เขา

“ชีวิตมีแต่แมว ถ้าแมวไม่ได้ไปด้วยจะคิดถึงมาก ไปไหนเลยต้องเอาไปด้วย บางทีเราไปซื้อของในตลาด อีกคนก็ต้องเฝ้าในรถ จะเข้ากรุงเทพฯ ก็ต้องเอาแมวไปด้วย จากที่เคยอยากไปเที่ยวไหนก็ไปได้เลย แต่ตอนนี้ถ้าแมวเข้าไม่ได้คือไม่ได้ไป ที่ไหนที่เราอยากจอดถ่ายรูป แต่ถ้าเดินเข้าไปลึก แมวไปด้วยไม่ได้ ก็จะเลี้ยวรถกลับเลย เราไม่อยากทิ้งแมวไว้ในรถ แป๊บเดียวก็ไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

แววตาอ่อนโอนของสองทาสแมวตรงหน้าเปลี่ยนไปทันที เมื่อเล่าถึงเหตุการณ์เกือบจะเสียลูกไปครั้งแรก 

“ผมเคยพาแมวไปเชียงรายแล้วขับรถไม่ไหวเลยจอดนอนปั๊ม ได้ยินหมาเห่า ตื่นมาหายหมดสามสี่ตัว มันเปิดกระจกออกไปเอง ผมนี่ใจสลายเลย ทำอะไรไม่ถูก รีบลงไปหา ยังดีนะที่อยู่ข้างรถตัวหนึ่ง ใต้ท้องรถตัวหนึ่ง แล้วก็แอบอยู่ที่ล้อ อีกตัวเดินอยู่รอบๆ 

“อีกครั้งเราไปเชียงราย ขากลับพักที่พิษณุโลก เช็กอินได้สองชั่วโมง แม่โทรมาบอกว่าแมวที่บ้านหาย ผมนี่เหยียบรถไปร้องไห้ไป ทั้งบนไข่สองพันใบ กลับมาเจออยู่ในห้องหน้ากระจก วินาทีที่เห็นหน้าเขาน้ำตาแตกเลย ดีใจที่ไม่ได้หายไปไหน แค่แม่หาไม่เจอ ผมว่าแมวที่ตายไปเพราะป่วยเป็นโรคยังอยู่ในอ้อมอกเรานะ แต่แมวหายไป ไม่รู้เลยว่าเขาจะอยู่ยังไง”

และถ้าถามว่ายกทั้งชีวิตให้เจ้าก้อนทั้ง17 ขนาดไหน ไม่มีเอ็ดเวิร์ดจะอยู่ไหวหรือเปล่า เขาตอบอย่างหนักแน่นว่า

“อย่างเอ็ดเวิร์ดมีคนมาขอซื้อถามว่า ห้าหมื่นบาทขายไหม ผมก็บอก ห้าล้านบาทยังขายให้ไม่ได้เลย 

“ผมรัก”

เยี่ยมบ้าน ‘edward10516 เอ็ดเวิร์ด’ แมวนักเดินทางและชาวสวนประจำนครปฐม ผู้ตั้งใจสร้างคอนเทนต์ให้ทาสตกหลุมรักและอมยิ้มทุกครั้งที่กดเข้ามา

ติดตามความกวนปนน่ารักของ เอ็ดเวิร์ด แมวนักเดินทาง ได้ที่

Facebook : Edward10516 : เอ็ดเวิร์ด

Twitter : @edward10516

Instagram : @edward10516 

TikTok : @edward10516

ใหม่! มองชู บาลานซ์ อาหารแมวมื้อหลักสูตร Complete and Balanced ที่มี Zinc Chelate สังกะสีนวัตกรรมใหม่ ดูดซึมได้มากกว่า Zinc ทั่วไป ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นขนได้ดี มองชู รู้ใจเค้า..เข้าใจคุณ

เนื้อปลาดีมีโปรตีน มอบคุณค่าโปรตีนที่ได้จากเนื้อปลาแท้ ช่วยสร้างกล้ามเนื้อในการเจริญเติบโต และพลังงานที่เพียงพอกับพฤติกรรมของน้องๆ

Zinc Chelate (ซิงค์ คีเลต) สังกะสีนวัตกรรมรูปแบบใหม่ แร่ธาติที่มีกรดอะมิโนที่เล็กที่สุดของโปรตีน ช่วยดูดซึมของลำไส้ สามารถดูดซึมได้ดีกว่า Zinc ทั่วไป ช่วยบำรุงผิวหนัง ทำให้น้องๆ ขนไม่ร่วง ดูดีขนสวย พร้อมช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ยับยั้งอาการท้องเสียเฉียบพลัน

Prebiotic ช่วยการย่อยอาหาร ทำให้ลำไส้ทำงานได้ดี ขับถ่ายได้ดี สร้างสมดุลร่างกาย

Taurine เสริมสร้างกรดอะมิโน ช่วยบำรุงสมอง สายตา และหัวใจ

ตามไปช้อปได้ที่ 

Shopee : http://bit.ly/MonchouShopee

Lazada : http://bit.ly/MonchouLazada 

#มองชูรู้ใจเค้าเข้าใจคุณ #มองชู #monchou #monchoubalanced #completemeal #zincchelate

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

27 มิถุนายน 2565
6.17 K

สุนัขเผลอกินกระดูกทำอย่างไร วัคซีนแมวควรฉีดตอนไหน มีอะไรบ้าง เชื่อว่าบรรดาทาสคงเคยเสิร์ชหาข้อมูลเหล่านี้บนอินเทอร์เน็ตเพื่อคลายสงสัย

แต่นกลูกป้อนควรกินอาหารที่อุณหภูมิเท่าไหร่ ซังข้าวโพดเหมาะสำหรับการเลี้ยงเม่นแคระหรือไม่ ให้หนูแกสบี้กินแต่ผักสดได้ไหม

ในอดีต ค้นหาคำถามเหล่านี้ไป ก็อาจได้คำตอบจากแอดมินกลุ่มหรือเจ้าของฟาร์ม มากกว่าหมอผู้เชี่ยวชาญสัตว์พิเศษ เพราะจำนวนหมอมีน้อยกว่าความต้องการ และใช่ว่าหมอทุกคนจะมีช่องทางการสื่อสารเป็นของตนเอง

นสพ.กฤตชัย ฉัตรเจริญสุข หรือ หมอหมู เจ้าของเพจ ‘Dr.monsters หมอสัตว์ประหลาด บอกกับเราว่า เขาเริ่มต้นแบบคนไม่มีความรู้เรื่องการทำเพจ หวังเพียงเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องให้กับคนเลี้ยงสัตว์พิเศษเท่านั้น ในฐานะคนรักสัตว์เหมือนกันที่คลุกคลีกับความแปลกมาตั้งแต่แมลง ปูนา ยันกิ้งก่าทะเลทราย

เริ่มเรียนหมอตอนอายุ 28 สู่เพจ Dr.monsters หมอสัตว์ประหลาด ผู้อาสาทำปากใหม่ให้นกฟรี
เริ่มเรียนหมอตอนอายุ 28 สู่เพจ Dr.monsters หมอสัตว์ประหลาด ผู้อาสาทำปากใหม่ให้นกฟรี

aka หมอสัตว์ประหลาด

“หมอทำคอนเทนต์ไม่เป็นหรอก ไม่มีเวลาทำโปสเตอร์ ไม่มีคนช่วยทำด้วย เราทำง่าย ๆ ไลฟ์สด คุยกันเหมือนเพื่อน อาการนกเป็นแบบนี้คืออะไร ให้ความรู้ที่คนเข้าใจผิดแล้วทำให้คุณภาพชีวิตสัตว์แย่ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมต้องมีเพจหมอสัตว์ประหลาด”

ท่ามกลางยุคสมัยที่ทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้หมดทั้งจริงและเท็จ หมอหมูเสนอแนะว่า การที่คุณหมอหรือโรงพยาบาลสัตว์ที่มีความชำนาญออกมาให้ความรู้ ถือเป็นประโยชน์โดยตรงต่อตัวคนเลี้ยง เพราะคุณภาพชีวิตสัตว์จะดีขึ้นแน่นอน

แรกเริ่ม หมอหมูให้ความรู้เรื่องนกเพียงอย่างเดียว เพราะความชอบส่วนตัว ต่อมาเริ่มมีเรื่องราวของสัตว์พิเศษชนิดอื่น จากการตระเวนรักษาแบบพาร์ตไทม์ตามโรงพยาบาลสัตว์ต่าง ๆ จนก้าวใหม่ของชีวิตนำพาให้หมอหมูเปิด ‘โรงพยาบาลสัตว์อเมโซเนีย’ ย่านมีนบุรีเป็นของตัวเอง ภาระงานที่หนักขึ้นจึงทำให้มีเวลาไลฟ์สดน้อยลงตามไปด้วย

สำหรับหมอ การไลฟ์สดไม่ใช่แค่นั่งเล่าเรื่องให้ฟัง แต่ต้องมีเวลาทำการบ้าน เตรียมข้อมูลอย่างดี มีการพิสูจน์หลักฐาน เพราะเป็นการถาม-ตอบโดยทันทีกับคนเลี้ยงที่ร้อนใจ และหมอเองก็ทราบว่า คำแนะนำจากปากหมอแต่ละครั้ง อาจกระเทือนถึงคนอื่นบ้างไม่มากก็น้อย เช่น อันตรายที่เกิดจากอาหารบางยี่ห้อ อาจส่งผลกระทบถึงผู้ประกอบการ

แต่อย่าเพิ่งคิดว่าเรื่องราวในเพจ Dr.monsters หมอสัตว์ประหลาด จะเต็มไปด้วยศัพท์วิชาการ ปัญหาการผ่าตัด หรือรูปสัตว์ที่ไม่น่าดู หมอหมูเองก็ไม่อยากลงรูปที่เครียดเกินไป ตลอดการเดินทางร่วม 2 ปีของเพจนี้ เขาจึงลงรูปน่ารักขำขันของเด็ก ๆ ให้ได้ยิ้มประจำวันมากกว่า 

แม้ยอดไลก์หลักหมื่นจะดูน้อยในสายตาใครหลายคน แต่หมอหมูก็คร่ำหวอดในวงการสัตว์ชนิดพิเศษ จนผู้คนรู้จักเขาในนาม ‘หมอสัตว์ประหลาด’ มากกว่าชื่อจริงของเขาเสียอีก

เริ่มเรียนหมอตอนอายุ 28 สู่เพจ Dr.monsters หมอสัตว์ประหลาด ผู้อาสาทำปากใหม่ให้นกฟรี

ส่วนที่มาที่ไปของ aka หมอสัตว์ประหลาด เป็นเรื่องที่ยังไงก็ต้องถามให้หายข้องใจ หมอหมูเล่าให้ฟังว่า เขาไม่ใช่คนตั้งชื่อ

“เราเลี้ยงสัตว์เยอะมากตั้งแต่เด็ก ที่บ้านคือสารพัดสัตว์ เพื่อนที่รู้จักกันมานานชอบบอกว่าเราเอาสัตว์ประหลาดมาเลี้ยงอีกแล้ว ทั้งตั๊กแตน จิ้งหรีด กบ ปู ปลากัด กระรอก ฯลฯ งั้นก็ชื่อหมอสัตว์ประหลาดไปเลย มันสะท้อนภาพตัวเราออกมาได้ชัดที่สุดว่า ไอ้คนนี้มันชอบเลี้ยงสัตว์หลาย ๆ อย่าง”

สมัยนั้น หมอหมูเลี้ยงสัตว์โดยไม่มีข้อมูลอะไรเลย แม้แต่ข้อมูลของสุนัขและแมวก็ยังหาแทบไม่ได้ ไม่ต้องไปพูดถึงสัตว์เอ็กโซติกอื่น ๆ พอโตขึ้นมาหน่อย ข้อมูลของเพื่อน 4 ขาก็มีเพิ่มมากขึ้นตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป แต่ข้อมูลของสัตว์พิเศษ ทั้งสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์น้ำ สัตว์ปีก หรือแมลง ยังคงหายาก

ถ้ากำลังคิดว่า อ๋อ เพราะเหตุนี้ที่ทำให้หมอหมูตัดสินใจเรียนสัตวแพทย์โดยทันทีล่ะก็ ผิดถนัด

เขาคว้าปริญญาใบแรกจากการเรียนเศรษฐศาสตร์ แล้วต่อโท MBA บริหารธุรกิจเป็นปริญญาใบที่สอง ประกอบอาชีพเพาะฟาร์มสัตว์เลี้ยงอีกนานนับสิบปี ก่อนค้นพบว่าเพื่อนร่วมทางที่อยู่กับเขามาตั้งแต่ยังอ่านหนังสือไม่แตกและไม่เคยห่างหายไปไหน คือสัตว์ตัวน้อยใหญ่

นั่นคือตอนที่เขากลับไปเป็นนักศึกษาอีกครั้งในวัย 28 ปี

เปิดเทอม

‘จุดเปลี่ยนชีวิต’ คือ วันที่แมวของเขาล้มป่วยเป็นโรคช่องท้องอักเสบ หมอบอกว่าคงอยู่ได้ไม่ถึง 1 สัปดาห์ เขาทำทุกวิถีทาง ศึกษาข้อมูล สั่งยาราคาแพงจากต่างประเทศ จนยื้อชีวิตน้องแมวได้นานถึง 2 เดือน แต่กฤตชัยกลับคิดว่า หากมีความรู้มากกว่านี้ ทำเต็มที่มากกว่านี้ เหตุการณ์อาจไม่ลงเอยแบบนี้ก็เป็นได้

“จากบรีดเดอร์ เรากลับไปเรียนปริญญาตรีสัตวแพทย์ตอนอายุ 28 ปี ในขณะที่น้อง ๆ คนอื่นอายุ 18 ระยะเวลาเรียน 6 ปีเท่ากัน

“เราจอดรถอยู่หน้าอาคารเรียนตั้งแต่เที่ยงยัน 4 โมงเย็น เห็นเด็ก ๆ ใส่ชุดนักเรียนไปรายงานตัว คิดเลยว่าถ้าจะต้องอยู่กับน้อง ๆ พวกนี้อีก 6 ปี เราคิดถูกไหม ใครก็บอกว่าเราบ้า แล้วจะเอาเวลาที่ไหน เพราะมันต้องเรียนฟูลไทม์ เช้าจนเย็น ต้องไปฝึกงานตามศูนย์ต่าง ๆ ฟาร์มก็ยังทำอยู่ แต่เป้าหมายของเราคือเป็นหมอที่รักษาสัตว์ชนิดพิเศษ มันชัดเจนมาตั้งแต่วันแรกที่ก้าวขาเข้าไปเรียน”

เริ่มเรียนหมอตอนอายุ 28 สู่เพจ Dr.monsters หมอสัตว์ประหลาด ผู้อาสาทำปากใหม่ให้นกฟรี
เริ่มเรียนหมอตอนอายุ 28 สู่เพจ Dr.monsters หมอสัตว์ประหลาด ผู้อาสาทำปากใหม่ให้นกฟรี

ไม่ใช่เรื่องง่ายกว่าจะเป็นหมอหมูได้อย่างทุกวันนี้ จากการเริ่มต้นช้ากว่าใคร ต้องพยายาม ขวนขวาย เสียสละมากขึ้นเพื่อให้เป็นดังใจหวัง การเรียนการสอนสัตวแพทย์ในไทยก็มุ่งเน้นไปที่สัตว์ 2 ประเภทคือ หนึ่ง ปศุสัตว์ เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย สุกร ไก่ สอง คือ สัตว์เล็กที่ได้รับความนิยมอย่างสุนัขและแมว เท่ากับว่าใครสนใจสัตว์พิเศษ ก็ต้องไปศึกษาต่อหรือหาประสบการณ์จากการทำงานเพิ่มเติมอีกหลายปี

แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นแรงผลักดันให้หมอหมูไม่เหนื่อยยากเกินไป คือความหลงใหลสัตว์เอ็กโซติกที่สอนกันไม่ได้

“การจะเป็นหมอรักษาสัตว์ชนิดหนึ่งได้ดีและรู้จริง ต้องมีความชอบเป็นพื้นฐาน จะเอาแค่ความคิดว่า หมอนกมีน้อยเลยอยากเป็น มันไม่เพียงพอ มันขาดความอิน

“เพราะความอินจะทำให้เราศึกษาค้นคว้าตั้งแต่ยังไม่ได้เรียนด้วยซ้ำ ช่วยให้คนที่เป็นหมอมีความอยากรู้ มีความพยายาม บางทีแค่ได้ยินเสียงนกในโรงพยาบาล เราอยู่ในห้องตรวจ ก็บอกได้เลยว่าเป็นนกชนิดอะไร ใครเอาซันคอนัวร์ กรีนชีค นกอเมซอน แอฟริกันเกรย์ มารักษา มันเป็นความรู้สึกที่เราอธิบายไม่ได้ 

“บางคนคิดว่าเราบ้าหรือประหลาด แต่มันเป็นความหลงใหลของเรา แค่ได้ยินเสียงก็บอกได้แล้ว ซึ่งคนที่ชำนาญกว่านี้ เขาบอกได้ด้วยซ้ำว่าเป็นนกเพาะพันธุ์หรือนกป่า”

เริ่มเรียนหมอตอนอายุ 28 สู่เพจ Dr.monsters หมอสัตว์ประหลาด ผู้อาสาทำปากใหม่ให้นกฟรี

หลังผ่านความยากลำบากมามาก เราถามหมอหมูว่า จำครั้งแรกที่สวมเสื้อกาวน์สีขาวในฐานะสัตวแพทย์ได้ไหม คาดหวังคำตอบว่าคนที่ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อให้ได้มาคงต้องประทับใจไม่รู้ลืม แต่หมอหมูตอบตรงกันข้าม

เขาไม่ได้มองว่าความเป็นหมอขึ้นอยู่กับเสื้อกาวน์หรือเครื่องแบบอื่นใด วันที่มีความหมายกับชีวิตกลับเป็นวันแรก ๆ ที่เริ่มงาน คนไข้ของเขาคือแมวตัวหนึ่งกับคุณป้าที่ร้องไห้ฟูมฟาย เพราะกลัวว่าก้อนเนื้อที่นมแมวจะเป็นมะเร็งร้าย

“พอหมอตรวจ สรุปว่าน้องเป็นเต้านมอักเสบ เราบอกให้คุณป้าใจเย็น ๆ ฉีดยาให้น้อง เอายาไปกิน 1 สัปดาห์ต่อมา คุณป้าเข้ามากอดเราและร้องไห้ที่น้องหายแล้ว ซึ่งสิ่งที่เราทำไม่มีอะไรซับซ้อนเลย ก็แค่เต้านมอักเสบ แต่คุณค่าในเรื่องของจิตใจมันมหาศาลมาก เรารู้สึกมีค่าที่ทำให้สัตว์และเจ้าของได้พ้นทุกข์ ยิ่งอยากเป็นหมอที่ดี”

คืนปากให้หนูหน่อย

ยอมรับว่าตกใจในตอนแรกที่ทราบว่าหมอหมูทำงานได้เพียง 5 ปี แต่ความอินจากแววตาและเรื่องราวความพยายามอย่างหนัก ทำให้หมอหมูเป็นชื่อแรก ๆ ที่คนเลี้ยงนกมักนึกถึงเมื่อนกมีอาการเจ็บป่วย โดยเฉพาะกับปากนก

ขออธิบายคร่าว ๆ ถึงตัวโครงการที่พาให้เราได้รู้จักกับหมอสัตว์ประหลาดอย่าง ‘#คืนปากให้หนูหน่อย’ สำหรับคนที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์หรือไม่รู้ว่าจะงอยปากของนกสำคัญอย่างไร

นกใช้ปากเหมือนที่เราใช้มือ ใช้หยิบจับอาหาร สัมผัส ปีนป่าย ถ้านกไม่มีปาก ก็เหมือนอยู่โดยปราศจากมือ เจ้าของต้องคอยป้อนอาหารเหลวให้กินไปตลอดชีวิต ตัวนกเองก็ทรมาน เจ้าของก็มีภาระให้ต้องเหนื่อยเพิ่ม

ค่าใช้จ่ายในการทำปากนกสูงมาก คล้ายกับการทำรากฟันเทียมในคน หมอหมูจึงสร้างโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อคืนปากให้นกโดยไม่คิดเงินสักบาท ไม่รับบริจาคหรือตั้งกองทุน เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ในแบบทันตกรรมของคนทั้งหมด เคสหนึ่งใช้เวลาพักฟื้นอยู่ที่อเมโซเนียนาน 7 – 10 วัน เหมือนแอดมิทอยู่โรงพยาบาลก็ว่าได้ เพื่อให้นกทุกตัวที่ปากมีปัญหา ได้กลับไปใช้ชีวิตปกติสุขอย่างที่ควรจะเป็น

เรื่องเล่าสัตว์แปลกของคนรักสัตว์ ผู้ผันตัวจาก ป.โท MBA มาเรียนสัตวแพทย์ตอนอายุ 28 เพื่อรักษาสัตว์ที่ผูกพันมาทั้งชีวิต
เรื่องเล่าสัตว์แปลกของคนรักสัตว์ ผู้ผันตัวจาก ป.โท MBA มาเรียนสัตวแพทย์ตอนอายุ 28 เพื่อรักษาสัตว์ที่ผูกพันมาทั้งชีวิต

“เมื่อก่อนไม่คิดว่าจะมีเยอะ คิดว่ามีนิดเดียว แต่กลายเป็นว่าเคสเยอะมาก ต่อคิวกันยาว 6 เดือน คนที่พานกมาทำปาก เขาร้องไห้ เสียใจมาก พอวันที่เขาได้น้องกลับ ก็ร้องไห้อีก เพราะดีใจมาก

“เคสกลับไปแล้ว เรายังนั่งยิ้มอยู่คนเดียว ดูคลิปจากแม่ ๆ ว่าเด็ก ๆ ใช้ชีวิตยังไง เปลี่ยนไปแค่ไหน หมอได้คำอวยพร ได้กำลังใจเยอะมาก เวลาเราทำงานเหนื่อย พอเจอความรู้สึกแบบนี้มันหายเหนื่อยนะ งานเรามีค่ามากกว่าเงินที่ได้เสียอีก เหมือนเป็นพลังให้เราได้ช่วยต่อไปเรื่อย ๆ

“มีคนพูดเยอะแยะมากว่า ทำฟรีต้องใช้ของไม่ดีชัวร์เลย บอกเลยว่าไม่ใช่สำหรับหมอ เพราะเราอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ให้อะไรกลับคืนสู่สังคม”

หมอหมูเล่าว่า มีเจ้าของเดินทางมาไกลจากทั่วทุกภาคในประเทศ ขับรถมาจากเชียงใหม่ อุบลราชธานี หรือกระบี่ก็มี เจอเคสยาก ๆ จนนั่งคุยกับทีมว่าจะทำได้ไหมก็บ่อยครั้ง แต่ต้องลองดูสักตั้ง แก้โจทย์ปัญหาที่ว่ายากให้ทำได้ขึ้นมา สมกับความตั้งใจของพ่อแม่ที่อยากให้นกน้อยกลับไปหายดี สถิติตั้งแต่ทำมาจึงยังไม่มีเคสไหนที่ไม่ฟื้น

แต่ปัญหาหนึ่งที่พบเจอบ่อย คือ เจ้าของจะไม่กล้าเล่ารายละเอียดให้ฟังทุกอย่างเพราะกลัวหมอดุ ในมุมหมอคือยิ่งได้ข้อมูลเยอะ ก็ยิ่งเป็นผลดีต่อการรักษา การสร้างบรรยากาศที่ดีและพูดคุยตามประสาคนเลี้ยงสัตว์เหมือนกัน จึงเป็นทางออกของเรื่องนี้ที่หมอหมูใช้เป็นประจำ

ความใส่ใจของหมอสัตว์ประหลาดนี้เอง ทำให้เขาเป็นหมอที่ใช้เวลาตรวจนานและอธิบายยาวมาก หมอแต่ละคนมีลักษณะนิสัยแตกต่างกันไปก็จริง บางคนพูดเยอะ บางคนไม่ชอบพูด แต่หมอหมูเลือกที่จะให้ความรู้โดยไม่กั๊ก เพื่อให้เจ้าของกลับไปดูแลเด็ก ๆ ที่บ้านได้อย่างถูกวิธี

เรื่องเล่าสัตว์แปลกของคนรักสัตว์ ผู้ผันตัวจาก ป.โท MBA มาเรียนสัตวแพทย์ตอนอายุ 28 เพื่อรักษาสัตว์ที่ผูกพันมาทั้งชีวิต

เรื่องไม่หมู

ก่อนที่หมอทุกคนจะรักษาสัตว์พิเศษ จะต้องรักษาสุนัขและแมวได้เป็นพื้นฐาน หัตถการบางอย่างของพวกมันใหญ่กว่าสัตว์เล็กจนคาดเดาไม่ได้ เช่น การแทงเส้นขนาดเล็กเท่าเส้นผมเพื่อเจาะเลือดนก ต้องใช้กล้องหรือแว่นขยายในการทำงาน ไม่มีโอกาสพลาดแม้แต่ครั้งเดียว พื้นที่การทำงานก็ค่อนข้างเล็ก ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนและสมาธิเป็นอย่างมาก วัสดุอุปกรณ์ก็ไม่เอื้ออำนวยทั้งหมด เพราะส่วนมากถูกออกแบบมาให้สุนัขและแมว

หมอจึงต้องรับบทเป็นนักประดิษฐ์ในหลาย ๆ เคส อย่างเต่าเดินไม่ได้ ก็ต้อง DIY ล้อให้สไลด์ไปแทน หรือปลาที่ตัวจม ไม่ลอยน้ำ ก็ต้องทำห่วงยางติดเอาไว้ที่หลัง แม้กระทั่งการประยุกต์ใช้ผ้าปิดปากที่เราใส่กันอยู่ทุกวัน ทำเป็นเปลช่วยพยุงให้กับนกที่กำลังเข้าเฝือก พอมีเพจเป็นช่องทางในการสื่อสาร พ่อ ๆ แม่ ๆ ก็ทำตามได้สบาย

แต่การเป็นหมอย่อมไม่พบแต่ความสุขสมหวังเป็นธรรมดา ไม่ได้มีแต่รอยยิ้มหรือน้ำตาแห่งความปลื้มปิติ เราขออนุญาตถามหมอหมูต่อว่า คนที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่ในทุกช่วงเวลาของชีวิตอย่างเขา รับมือกับความสูญเสียระหว่างทางอย่างไร

“เมื่อก่อนเรารู้สึกแย่มาก คนในสายงานนี้ต้องทำใจให้ได้ แต่ไม่ใช่ไม่มีหัวใจนะ เพราะว่าทุกครั้งเราต้องรู้ตัวว่า เราไม่ใช่เทวดาที่จะช่วยได้ทุกชีวิต แต่สำหรับทุกชีวิตที่รอดได้ เขาก็ควรจะต้องรอด

“ในบางกรณีที่เรามองว่า น้องสุขภาพดีพอที่จะวางยาสลบ แต่น้องกลับไม่ฟื้นขึ้นมา แบบนี้เหมือนฟ้าผ่าเราเลย ทั้งหมอ ทั้งทีม เรารู้สึกแย่มากทุกคน แต่ต้องบอกว่ามันเหมือนเครื่องบินตก เราไม่รู้ว่าเครื่องบินจะตกเมื่อไหร่ แต่ถ้าตกก็ตก ซึ่งมันก็ไม่ได้ตกบ่อย

“แต่พอเอาเข้าจริง ถ้าเป็นสัตว์ของตัวเองที่ต้องผ่าตัด หมอก็ให้คนอื่นทำให้นะ (หัวเราะ) หมอไม่ทำเอง เรากลัวมากเวลาเป็นลูกเรา รู้สึกประหม่าและกังวล ตัดสินใจเลยว่าถ้าเป็นลูกเรา ก็ให้รุ่นน้องหรือเพื่อนช่วยผ่าให้ที”

หมอหมูมองว่า ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาจะเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ระมัดระวังมากขึ้น มีหลายครอบครัวยินยอมให้ชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง กลายเป็นองค์ความรู้ช่วยเหลือสัตว์ตัวต่อ ๆ ไปได้ทันเวลา ปัจจุบันโรงพยาบาลสัตว์อเมโซเนียเองก็มีโครงการประสานงานกับมหาวิทยาลัย นำร่างน้องที่เสียชีวิตไปเป็นอาจารย์ใหญ่ให้นักศึกษาสัตวแพทย์ได้ใช้เรียน

“คนที่จะมาเป็นหมอรักษาสัตว์ ต้องมีจิตใจที่เมตตาก่อน ต้องมีความรู้สึกอยากช่วยเป็นที่ตั้ง เราก็มีคิดเรื่องเงินนะ แต่จุดยืนของเราคืออะไร เราอยากทำเพื่อธุรกิจ หรือคิดว่าเราอยากอุทิศตัว ช่วยทั้งเจ้าของและตัวสัตว์ มันเป็นคนละแบบ

“อาชีพเราไม่ได้เงินเยอะ ถ้าอยากได้ มีอีกหลายอาชีพที่ง่ายกว่า สบายกว่า อยากให้เข้ามาเป็นหมอเพื่อช่วยสัตว์จริง ๆ”

ก่อนจากกัน เราชวนให้หมอสัตว์ประหลาดผู้อุทิศตนทิ้งท้ายสั้น ๆ ว่า อะไรคือความพิเศษของสัตว์ชนิดพิเศษที่เขารักและหลงใหลมาทั้งชีวิต

“หมอก็ไม่รู้ใครให้คำจำกัดความคำว่า ‘เอ็กโซติก’ สำหรับหมอ มันก็ไม่ได้พิเศษกว่าสัตว์ชนิดอื่น ทุกสัตว์มีความน่ารักในตัวเองเหมือนกัน นกก็คือนก ปลาก็คือปลา กระรอกก็คือกระรอก กระต่ายก็คือกระต่าย อยากให้ใช้คำว่า ‘สัตว์เลี้ยง’ มากกว่าด้วยซ้ำ เพราะความพิเศษของพวกมัน ก็คือความธรรมดานี่แหละ”

เรื่องเล่าสัตว์แปลกของคนรักสัตว์ ผู้ผันตัวจาก ป.โท MBA มาเรียนสัตวแพทย์ตอนอายุ 28 เพื่อรักษาสัตว์ที่ผูกพันมาทั้งชีวิต

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load