13 ธันวาคม 2561
2 PAGES
3 K
The Cloud X สารคดีสัญชาติไทย

 

สำหรับสัตว์ป่า พวกมันมีแค่ 2 ฤดูกาล คือฤดูแล้งและฤดูฝน การเปลี่ยนฤดูกาลหมายถึงแหล่งอาหารเปลี่ยนไป และพวกมันก็ปรับตัวไปตามฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง

สัตว์ป่าไม่ได้รู้สึกเช่นคน ซึ่งมีร้อน หนาว ฝน

ในช่วงเวลาแห่งความแห้งแล้ง ไฟป่าเผาไหม้ลุกลามดูน่าหวาดวิตก แต่เมื่อไฟผ่านพ้นความสมบูรณ์ก็กลับมา

ในช่วงเวลาแห่งไฟ ความบอบบางของคนทำให้การทำงานในป่าไม่น่ารื่นรมย์นัก

ในหน่วยพิทักษ์ป่าซึ่งรายล้อมด้วยป่าเต็งรัง บริเวณโดยรอบแม้ไฟป่าจะเบาบางลงมากแล้ว แต่ดวงจันทร์ของคืนขึ้น 14 ค่ำก็ไม่กระจ่างใส ดวงจันทร์กลมโตถูกบดบังด้วยกลุ่มหมอกควัน มองเห็นแค่ดวงจันทร์สีซีดๆ ป่าโดยรอบมีตอไม้แห้ง พื้นกลายเป็นสีดำเพราะขี้เถ้า

เครื่องปั่นไฟดับตั้งแต่ 2 ทุ่ม เพิงเล็กๆ หรือที่เราเรียกว่าห้องอาหารยังคึกคัก

เสียงหัวเราะดังไม่ได้ทำให้เก้งตัวเมียตื่นตกใจ มันเดินเละเลียบสนามตะกร้อ เห็นตะคุ่มๆ

วันนี้มีคนออกไปในเมือง ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางราว 6 ชั่วโมงเราจึงมีน้ำแข็งและกับข้าวอุดมสมบูรณ์

เสียงดังขึ้นเมื่อเหล้าขาว 35 ดีกรีหมดไปอีก 2 ขวด

นี่เป็นเวลาของการพูดคุย เราแยกย้ายกันออกไปทำงานตั้งแต่เช้ามืด

เดฟ หรือ ดร.เดวิด สมิธ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเสือโคร่งจากรัฐมินนิโซตาไปกับทีม เขานำรถไปตามเส้นทางด้านทิศใต้ จุดหมายห่างไป 15 กิโลเมตร ส่วนบาธ ผู้ช่วย เดินเลาะไปตามลำห้วย

ผมเดินไปเข้าซุ้มบังไพร ใช้เวลาเดินจากหน่วย 2 ชั่วโมง พลบค่ำเราพบกันพร้อมหน้า

“เป็นอย่างไรบ้างครับวันนี้” ผมถาม เป็นคำถามใช้แทนคำทักทาย เหมือนกันทุกวันแบบนี้มากว่า 2 สัปดาห์แล้ว ดร.เดวิด หรือที่เราเรียกเขาว่า เดฟ แบมือยักไหล่เหมือนทุกวัน งานยังไม่คืบหน้า เสือโคร่งยังไม่ปรากฏกาย

“คุณล่ะ” เขาถาม

“วัวแดง 3 ตัวลงมากินน้ำไกลๆ ครับ” ผมตอบ

วัวแดง ตัวผู้จะเข้ามาในฝูงเมื่อมีตัวเมียพร้อมรับการผสม

วัวแดงตัวเมียอาวุโสจะนำลูกฝูงมาวนเวียนอยู่ในบริเวณเถ้าดำๆ หลายตัวลงนอนคลุก ขณะบางตัวก้มเอาเขา เสยกอหญ้าที่ไฟไหม้ไปมา ถึงช่วงบ่ายก็มุ่งหน้าลงลำห้วย พวกมันจะกัดกินหญ้าแบบเร็วๆ ในปริมาณมาก และกลืนไว้ในกระเพาะพัก เดินไปถึงที่หมาะๆ จะสำรอกออกมาเคี้ยว อาการที่เราเรียกว่า เคี้ยวเอื้อง

วัวแดงจะเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งนาน เพราะในสถานภาพความเป็นเหยื่อ การระมัดระวังตัวสูงสุดคือสิ่งจำเป็น

“วัวแดงมันใจเสาะ ไม่เหมือนกระทิง” ใครสักคนในวงพูดดังๆ

ในช่วงที่ป่าโปร่งโล่ง วัวแดงมองเห็นได้ง่าย ขนสีขาวเป็นวงรอบก้นและขาทั้งสี่มีสีขาวเหมือนใส่ถุงเท้ายาวๆ

ในฝูงมีสมาชิกเป็นตัวเมียและเด็ก ส่วนตัวผู้จะตามฝูงมาห่างๆ

สัตว์ฝูง ส่วนใหญ่นำฝูงโดยตัวเมีย

วัวแดงตัวผู้เมื่อโตเต็มวัยไม่เพียงต้องแยกจากฝูง แต่ร่างกายมันจะเปลี่ยนแปลง กำยำมากขึ้น สีบริเวณไหล่และลำคอจะคล้ำ และดำคล้ำยิ่งขึ้นไปตามอายุ

วัวสีคล้ำๆ เช่นนี้ บางแห่งคนเรียกมันว่า วัวบา เขารูปทรงเป็นวงกว้าง สวยงาม เป็นที่ต้องการ ขายได้ราคา และพวกมันยังตกเป็นเป้าหมายการล่า

กระทิง เข้มแข็ง ผู้ล่า ล่าได้ยาก แต่ลูกเล็กคือเป้าหมายของนักล่าอย่างหมาใน

“วัวแดงจมูกดี” มีเสียงพูดต่อ “ถ้าไม่ใจเสาะนักก็คงหลบพวกเสือหรือหมาพ้น”

วัวแดงเหมือนกับสัตว์กินพืชตัวอื่นๆ มีดวงตากลมโต ค่อนมาทางหู เวลาก้มกินอาหารแค่เหลือบตาก็มองเห็นรอบๆ

แต่ถึงจะได้รับการออกแบบมาดีอย่างไร เวลากินต้องมีตัวหนึ่งทำหน้าที่ยามคอยระวัง

วันนี้ผมพบวัวแดง เป็นเรื่องปกติ เพราะในฤดูแล้งอย่างนี้กระทิงเดินทางเคลื่อนย้ายทำเล ส่วนวัวแดงคล้ายพอใจกับการอยู่บริเวณเดิมมากกว่า

และไม่แปลกเช่นกันที่เราจะพบซากวัวแดงที่โดนฆ่าโดยเสือโคร่งเสมอ

 

“เล่าตอนอยู่ในเหตุการณ์ที่หมาในฆ่าวัวแดงให้ฟังหน่อยครับ” บาธรู้ว่าผมเคยมีโอกาสนี้

“อยู่ในเหตุการณ์ที่หมาในทำงาน จะอดรู้สึกไม่ได้หรอกครับว่าหมาในนี่พวกมันเป็นเครื่องจักรสังหารขนาดใหญ่จริงๆ”

หมาในตัวเดียวไม่มีพิษสง แต่พวกมันทำงานเป็นทีม นี่คือสิ่งที่น่าเกรงขาม

เหยื่อจะถูกกัดทึ้ง กระชากชิ้นส่วนออกไป ก่อนจะล้ม อวัยวะส่วนก้นถูกกัด ดึง ล้วง เครื่องใน ลูกนัยน์ตาก็เป็นอีกส่วนที่จะถูกกัดก่อน

“เหตุการณ์นั้นทำให้ผมรู้ว่าหมาในไม่มีเทคนิคอะไรมากเลย ใช้ความเร็วไล่ต้อนจนเหยื่ออ่อนล้า ขณะไล่ก็เปิดแผลไปเรื่อยๆ” ผมบอกบาธ เพื่อนชาวแคนาดาที่มาช่วยงาน ดร.เดฟ

“ถ้าวัวแดงหันมาสู้บ้าง บางทีอาจจะรอดนะ ผมเคยเห็นแม่กวางไม่ยอม เธอและลูกเล็กถูกฝูงหมาในไล่ไปจนมุมในห้วย เธอหันมาสู้ ใช้ตีนเตะหมาในที่เข้ามาใกล้ สู้แบบถวายชีวิต กระทั่งหมาในยอมล่าถอยไป แม่กวางบาดเจ็บไม่น้อย แต่วันนั้นเธอและลูกก็ยังมีชีวิตอยู่ต่อไป” ผมเล่าต่อ บาธฟังอย่างตั้งใจ

หมาใน ในฝูงจะมีตัวที่ทำหน้าที่ลาดตระเวนล่วงหน้า

กวาง เช่นกัน ในช่วงที่ลูกยังเล็กต้องระมัดระวังอย่างสูงเมื่อออกมาอยู่ในที่โล่ง

“เล่าได้ดี ตกลงวันนั้นวัวแดงตายไหม” เขาถามยิ้มๆ มีสำเนียงล้อเล่น

“ตายสิ” ผมตอบเสียงดัง

“วัวแดงน่ะเหรอที่ตาย” เดฟที่ออกไปเดินเล่นข้างนอกกลับเข้ามาทันได้ยิน

“คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะ สัตว์ป่าไม่ได้ตายหรอก” เดฟพูดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ผมสบตาผู้ชายวัย 62 เคราสีขาว ช่วยให้ใบหน้าอันมีดวงตาสีฟ้าดูอ่อนโยน เขาไม่ได้หมายถึงวัวแดงที่เป็นเหยื่อหมาในตัวนั้น

ผมสบตาเขาพักใหญ่ ก่อนพยักหน้าอย่างเข้าใจและเห็นด้วย

ไม่มีสัตว์ป่าตัวไหนตายหรอก ไม่ได้ตาย

เพราะขณะที่อยู่พวกมันไม่ได้รับ ‘โอกาส’ ให้มีชีวิต…

 

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน