10 กุมภาพันธ์ 2561

มีความเป็นจริงอยู่ประการหนึ่งว่า

ชีวิตของเสือรวมทั้งสัตว์ผู้ล่าทุกชนิดนั้นดำเนินต่อไปได้เพราะมีเหยื่อและการล่าที่ประสบผลสำเร็จ

และมีความเป็นจริงอีกเช่นกันว่า

‘เหยื่อ’ จะมีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะเหล่านักล่า

อีกประการหนึ่ง เมื่อมีสัตว์ตัวหนึ่งจบชีวิตลงเพราะคมเขี้ยวในป่า นั่นคือเวลาที่งานเลี้ยงเริ่มต้น…    

 …

วัวแดง

วัวแดงตัวผู้คลอเคลียอยู่กับตัวเมียที่อยู่ในระยะเป็นสัด

โดยปกติ สายฝนชุดสุดท้ายของฤดูกาลในป่าจะจากไปราวปลายเดือนตุลาคม ท้องฟ้าสีครามเข้ม เมฆสีขาวรวมตัวเป็นกลุ่มปรากฏให้เห็น

ไอเย็นๆ แทรกมากับสายลม นกเด้าลมซึ่งเป็นกลุ่มแรกๆ ของเหล่านกอพยพเดินทางมาถึง

เราเห็นพวกมันบ่อยขึ้นบนเส้นทางที่ยังเละเทะลื่นไถล โคลนและน้ำในร่องลึกเจิ่งนอง

ก่อนจะจากไป สายฝนกระหน่ำหนัก ครอบคลุมผืนป่าด้านตะวันตกมากว่า 2 สัปดาห์

ระดับน้ำในลำห้วยสายหลักๆ ขึ้นสูง สะพานข้ามลำห้วยเกือบทุกแห่งถูกสายน้ำพัดพาไปหมด ต้นไม้ใหญ่ๆ จำนวนไม่น้อยล้มขวางทาง หลายต้นใหญ่เกินกว่าจะเลื่อย ต้องทำเส้นทางเบี่ยง

เส้นทางเชื่อมระหว่างหน่วยพิทักษ์ป่ากับสำนักงานเขตถูกตัดขาด รวมทั้งสำนักงานเขตกับเมือง พาหนะไม่สามารถข้ามลำห้วยที่สายน้ำขึ้นสูงและไหลแรงได้

ตลอดสัปดาห์ คนในป่าวุ่นอยู่กับการซ่อมบำรุงเส้นทาง

ท้องฟ้าสีครามเข้ม

สายฝนจากไป

ทิ้งไว้เพียงเส้นทางเละเทะ

เสือโคร่ง

เสือโคร่งมาวนเวียนในโป่ง การแอบซุ่ม พรางตัว เป็นวิธีที่เสือโคร่งใช้ในการล่า

สายลมเย็นระลอกแรกจากถิ่นไซบีเรียมาถึง

เป็นสัญญาณว่าป่ากำลังเริ่มต้นเปลี่ยนฤดูกาล อุณหภูมิลดต่ำ อีกไม่นานป่าเขียวทึบจะเริ่มมีสีสัน พื้นดินไม่ได้รับน้ำเพิ่ม ต้นไม้เตรียมลดการใช้น้ำ สารคลอโรฟิลล์หรือโมเลกุลสีเขียวๆ ในใบไม้จะหยุดทำงานและถูกดึงเข้าไปเก็บในลำต้น สารคาโรทีนอยด์เข้ามาอยู่ในใบไม้แทน

ใบไม้ปรากฏสีเหลือง แดง แสด ม่วง และชมพู

พันธุ์ไม้แต่ละชนิดอวดสีคาโรทีนอยด์แตกต่างกันออกไป

อุณหภูมิจะลดต่ำลงเรื่อยๆ ซีกโลกเหนือ เส้นศูนย์สูตรเอนเอียงออกจากดวงอาทิตย์ เวลากลางวันสั้นลง น้ำค้างยามค่ำคืนแรงจัด ตกกระทบพื้นดังเปาะแปะ

ลมหนาวเข้ามาแทนที่สายฝน ช่วงรอยต่อฤดูกาลคือเวลาที่ตามแหล่งอาหาร เช่น โป่งที่เคยว่างเปล่า เริ่มคึกคัก

ฝูงกระทิงที่อยู่บริเวณเชิงเขาและดงไผ่มุ่งหน้ามาโป่ง เช่นเดียวกับฝูงวัวแดงและพี่ใหญ่อย่างช้าง

เส้นทางด่านทุกด่านที่มุ่งเข้าโป่งเต็มไปด้วยรอยตีน ต่อจากนี้ โป่งจะเป็นที่ชุมนุมของทั้งสัตว์กินพืช  สัตว์ผู้ล่า และชีวิตอื่นๆ

ท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ ความตายคล้ายจะอยู่ไม่ไกล

งานของนักล่าส่วนใหญ่ประสบผลสำเร็จ

ซากเหยื่อปรากฏให้เห็นบ่อยๆ หลายซากเหลือเพียงหนังแห้งๆ มีไม่น้อยเหลือแค่เศษกระดูกกระจัดกระจาย

ฤดูกาลเปลี่ยน ต้นไม้หยุดการเติบโต ใบไม้หยุดคายน้ำ หมดหน้าที่ เตรียมพร้อมร่วงหล่นลงพื้น

สำหรับสัตว์ป่า อาจเรียกช่วงเวลานี้ได้ว่า เป็นฤดูกาลแห่งความรัก

สัตว์ตัวผู้เตรียมร่างกายให้กำยำ ขนเงางาม สัตว์โทนที่แยกฝูงไปไกลเริ่มเข้ามาอยู่ในฝูง คลอเคลีย กับตัวเมียที่พร้อมผสม

ในบรรยากาศของความรัก ความเป็นชีวิต งานของนักล่าไม่เคยหยุด

ความตายของเหยื่อเกิดขึ้นเสมอๆ

กระทิง

กระทิงก็ใช้เวลาในโป่งมากเช่นกัน

ทุกวัน ตั้งแต่ราว 11 โมงเช้าจนพลบค่ำ ผมอยู่กับวัวแดงฝูงหนึ่ง

อาจเป็นเพราะซุ้มบังไพรริมโป่งแห่งนี้ผมทำไว้นาน กระทั่งกลมกลืน ดูไม่แปลกปลอม และกระแสลมเป็นใจให้ผมอยู่ใต้ลม

ไม่ก็เพราะพวกมันทิ้งโป่งไปนาน จึงตั้งหน้าตั้งตากินอย่างกระหายโดยไม่สนใจอะไรมาก

แต่กระนั้นถ้ามีบางตัวเดินเข้ามาใกล้ซุ้มบังไพรในระยะไม่กี่เมตร อาการรู้ตัวก็ปรากฏ

มันจะหยุด ยืนจ้องเขม็ง ขาหน้ายกขึ้น จมูกสูดกลิ่น พ่นลมหายใจดัง ‘ฟืด’ กระทืบขาลงพื้น

ตัวที่อยู่ห่างเงยหน้าขึ้นมอง มันทำอย่างนั้นอยู่สักพักก่อนกลับเข้าสู่อาการปกติ แต่ก็ไม่วางใจเสียทีเดียว ก้มกินน้ำในโป่ง สลับกับเงยหน้าจ้องมาทางซุ้มบังไพรเป็นระยะๆ

ที่ดูคล้ายจะไม่สนใจอะไรรอบๆ ตัวเลยคือตัวผู้ที่สียังไม่คล้ำจัดตัวหนึ่ง

มันคลอเคลียอยู่กับตัวเมียที่คงอยู่ในระยะเวลาเป็นสัด เจ้าตัวผู้นั่นไม่กิน ไม่ระแวง ไม่ทำอะไรทั้งนั้น นอกจากเดินตามและเอาคางเกยไว้บนหลังตัวเมีย

พวกมันใช้เวลาในโป่งตลอดวัน กระทั่งพลบค่ำ

ผมออกจากซุ้มบังไพรหลังตรวจสอบว่าอยู่ใต้ลม

วัวแดงตัวที่สงสัยเงยหน้ามอง แต่ไม่ได้ตื่นหนี มันเชื่อจมูกมากกว่าสายตา

การอยู่ใต้ลมทำให้มีโอกาสอยู่ร่วมกับสัตว์ป่าบ้าง

แต่กระนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะวางใจและยอมให้อยู่ร่วมฝูง

ผมมีโอกาสอยู่ในเหตุการณ์ที่นักล่าทำงานหลายครั้ง ทุกๆ ครั้งบรรยากาศไม่แตกต่าง

เสียงร้องโหยหวน เสียงขย้ำเนื้อฉีกขาด รวมทั้งเสียงดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด เสียงต่างๆ จะเกิดเพียงชั่วครู่ จากนั้นคือความเงียบ

ก่อนการลงมือ นักล่าโดยเฉพาะเสือต้องใช้ความพยายามอย่างสูง อดทน รอคอย อำพราง จนกระทั่งได้จังหวะในการลงมือ

ใช่ว่าการล่าทุกครั้งจะประสบผลสำเร็จ

สัตว์ที่มีสถานภาพของความเป็นเหยื่อ แม้จะไม่มีเขี้ยวเล็บ แต่พวกมันก็มีทักษะอย่างอื่นทดแทน ไม่ว่าจะเป็นประสาทระวังภัยอันดีเลิศ ความว่องไว

รวมทั้ง ‘หัวใจ’ ที่ไม่ยอมจำนนง่ายๆ

ป่า

สายลมหนาวทำให้ต้นไม้เตรียมปรับตัว ลดการใช้น้ำ เปลี่ยนสีใบ เป็นลำดับแรก

วันหนึ่งในช่วงรอยต่อของฤดูกาล กระทิงตัวหนึ่งแสดงให้ผมเห็นว่า ในสภาพของความเป็นเหยื่อ หากฮึกเหิมลุกขึ้นสู้ การพ่ายแพ้ก็ไม่ใช่หนทางเดียวที่ต้องเผชิญ

มันกระโจนเข้าหาหมาในที่กำลังไล่ล่าวัวแดง ใช้สองขาหน้าโจมตีจนหมาในต้องหลบหลีกเป็นพัลวัน

ส่วนวัวแดงพบจุดจบ เพราะเอาแต่หนีกระทั่งจนมุม

ก่อนหน้าหลายปี ผมเห็นฝูงควายป่าตั้งกำแพงกันลูกเล็กๆ เอาไว้ ขณะเสือโคร่งต้องเดินเลี่ยงไปอย่างจำยอม

ความเป็นไปในป่าอย่างหนึ่งคือ ทั้งนักล่าและเหยื่อต่างชัดเจนในสถานภาพของตน

นักล่าแสดงตนเด่นชัด

เช่นเดียวกับเหยื่อ

ชีวิตสัตว์ผู้ล่าดำรงต่อไปได้เพราะมีเหยื่อและการล่าที่ประสบผล

ในบทบาทของผู้ควบคุมปริมาณสัตว์กินพืชให้อยู่ในปริมาณเหมาะสมเช่นนี้ จึงเป็นความจริงว่า เหยื่อย่อมจะมีชีวิตอันยากลำบาก หากไม่มีผู้ล่า

‘เหยื่อ’ ในป่าไม่ได้หมายถึงชีวิตที่พ่ายแพ้ ยอมจำนน

แต่ในเมือง ผมไม่แน่ใจ

เพราะที่นั่น เหล่าผู้ล่าไม่เคยแสดงตัว

ในป่า เมื่อการล่าด้วยคมเขี้ยวประสบผลสำเร็จ คือเวลาเริ่มต้นงานเลี้ยง

แต่ทุกครั้งที่มีสัตว์ป่าล้มตายด้วยคมกระสุน

เราเรียกมันว่า โศกนาฏกรรม

เสือดาว

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

24 พฤศจิกายน 2565

ต้นเดือนพฤศจิกายน 

ผมนั่งอยู่ที่เดิมตั้งแต่เช้าจนพลบค่ำเป็นเวลาหลายวัน ใช้ซุ้มบังไพรแคบ ๆ ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งลำห้วย ซึ่งขยายกว้างเพราะสายน้ำหลากรุนแรงในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา ฝั่งตรงข้ามเยื้อง ๆ กับซุ้มบังไพร ตลิ่งสูงมีร่องรอยสัตว์ป่าเดินลงลำห้วยเป็นเส้นทางประจำ บริเวณนี้ระดับน้ำไม่ลึกนัก ช้าง วัวแดง รวมทั้งหมูป่า เลือกใช้จุดนี้เป็นที่ข้ามมาอีกฝั่ง 

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
หมูป่าตัวผู้เดินข้ามลำห้วย โดยที่หมูป่าฝูงใหญ่เดินข้ามไปก่อนหน้า

ผมใช้เวลาร่วมกับพวกมัน ไม่ได้รับความไว้วางใจนักหรอก ช้างเดินข้ามน้ำเรื่อย ๆ ใช้งวงดูดน้ำส่งเข้าปาก มันชะงักเมื่อเดินถึงกลางลำห้วยเพราะได้กลิ่นผม หยุดเขม้นมองก่อนค่อย ๆ เดินต่อ สายตามองมาทางผมตลอด เช่นเดียวกับฝูงวัวแดงและหมูป่า กลิ่นกายคนสำหรับพวกมันคือสัตว์ผู้ล่าชนิดหนึ่งที่พวกมันไม่เคยวางใจ 

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
ช้างเลือกใช้จุดข้ามลำห้วยจุดเดียวกับสัตว์ตัวอื่น ๆ

ดูเหมือนจะมีแต่นกยูงซึ่งคล้ายจะไม่สนใจอะไร นกยูงตัวผู้ในช่วงเวลานี้มีหางยาวสลวย หางยาวเป็นเครื่องมือสำหรับรำแพนอวดความแข็งแรงเพื่อให้ตัวเมียเลือก ขณะตัวเมียนับสิบตัวคล้ายจะไม่สนใจ และเมื่อมีตัวผู้เข้ามามากกว่าหนึ่งตัว การรำแพนประชันจึงเลี่ยงไม่พ้น

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน

นกกระเต็นใหญ่ส่งเสียงก้อง มันบินมาเกาะกิ่งไผ่ที่ยาวโค้งลง การหันหลังให้ดวงอาทิตย์ช่วยซ่อนตัวจากปลา หากมองขึ้นมาจะเห็นเพียงเงาดำ เป็น ‘ทริค’ อย่างหนึ่งที่เหล่านกกินปลาใช้ กระนั้นก็เถอะ เช่นเดียวกับสัตว์ผู้ล่าตัวอื่น ๆ ร่างกายที่ได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสม รวมทั้งทักษะต่าง ๆ ซึ่งรับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ก็ใช่ว่าจะทำให้การโผลงจับปลาประสบผลทุกครั้ง

บินขึ้นกลับมา เกาะบนกิ่งไผ่ด้วยปากว่างเปล่า รอเพื่อเริ่มต้นอีกครั้ง

กับเหล่าสัตว์ผู้ล่า ความล้มเหลวของพวกมันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเห็น

การมาถึงที่นี่มีโอกาสได้ ‘เห็น’ ความเป็นไปรอบ ๆ ใช้เวลาไปไม่น้อย หนทางมาถึงไม่ราบเรียบ เพราะมันเป็นเส้นทางที่เราเรียกว่า ‘ทางป่า’

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
ต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นเวลาที่สายลมหนาวเข้าครอบคลุมผืนป่าแล้ว เป็นช่วงเวลาแห่งความรักของนกยูง เหล่าตัวผู้มีหางยาวเป็นเครื่องมือรำแพนเรียกร้องความสนใจจากตัวเมีย

การเดินทางสัญจรบนทางในป่าถึงวันนี้มีเครื่องมือบอกพิกัดอันบอกได้ว่าตอนนี้เราอยู่ที่ใด รวมทั้งบอกระยะทางทิศทางของจุดหมายที่กำลังมุ่งหน้า แม้ยังไม่เคยไปมาก่อนได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ละเลยหรือทิ้งวิธีการเดิม ๆ ขณะเดินทางในป่า การสังเกตทิวเขา ต้นไม้ จำเป็น สิ่งหนึ่งที่คนในป่าใช้คือตั้งชื่อเรียกสถานที่นั้น ๆ ไว้เป็นที่รับรู้ ใครพูดถึงก็จะเข้าใจกัน ทั้งเส้นทางที่ใช้รถ และด่านที่เราใช้ร่วมกับสัตว์ป่า

เรามี ‘มอเปรต’ ฟังชื่อแล้วน่ากลัว แต่เห็นภาพว่าชันมาก มี ‘เนินกระทิง’ มีคนถูกกระทิงวิ่งเข้าชาร์จ จนซี่โครงหักที่เนินนี้ อีกทั้งมี ‘มอตาจ่อย’ ได้ชื่อว่าชันและลื่น กระทั่งรถกำลังดี ๆ ก็ไต่พ้นไปได้ยาก ต้องเข็นรถจนจ่อยไปตาม ๆ กัน

ชื่อส่วนใหญ่สำหรับผู้ไม่คุ้นก็เข้าใจได้ แต่บางชื่อต้องถามที่มาที่ไปจากคนเก่า ๆ

ทางป่านั้น ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูกาลใดก็ผ่านไปไม่ง่ายนัก อุปสรรคเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะในช่วงฝนซึ่งกำหนดเวลาไม่ได้ เพราะเราไม่รู้หรอกว่าต้องเลื่อยไม้กี่ต้นที่ล้มขวาง ไม่รู้ว่าลำห้วยจะมีระดับน้ำสูงเกินรถจะข้ามได้หรือไม่ บางครั้งรถติดในหล่มจนต้องแขวนเปลนอนข้าง ๆ รถ รุ่งเช้าค่อยหาทางนำรถขึ้นจากหล่มต่อ

เช่นนี้เราอาจได้รับเกียรติให้เป็นชื่อหล่มนั้น

เรื่องจริงขณะอยู่บนทางในป่าอย่างหนึ่งคือ เมื่อรถติดหล่ม ดูเหมือนสายฝนพร้อมโปรยมาร่วมวง

เมื่อผ่านพ้นหล่มแรกไปแล้ว มีอีกหลายหล่มรออยู่เบื้องหน้า

สัญจรอยู่บนทางป่า หากยังตั้งใจไปให้ถึงจุดหมาย การผ่านพ้นหล่มไปให้ได้จำเป็น อีกเรื่องที่สำคัญคือขึ้นจากหล่มที่ติดอยู่ให้ได้ โดยไม่พะวงกับหล่มที่รออยู่ข้างหน้า

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
กลางวันแสงแดดจัด สภาพอากาศอบอ้าว ควายป่ามุ่งหน้ามาที่ลำห้วยเพื่อแช่น้ำคลายความร้อน

ทางป่า นอกจากฝนและหล่มลึกลื่นไถล บรรดารากไม้ใหญ่น้อยที่โผล่พ้นดินจะต้านล้อ ถ้าจับพวงมาลัยรถไม่ดีมืออาจถูกพวงมาลัยหมุนอย่างรวดเร็วฟาดมือเคล็ด จึงมีการสอนต่อ ๆ กันมาถึงวิธีขับรถในช่วงฤดูฝน และทักษะการเดินทางในป่าอีกสารพัด

รากไม้โผล่เพราะหน้าดินถูกสายน้ำพัดไปหมด อีกจุดที่ต้องระวังมาก ๆ คือสะพานข้ามลำห้วย

สะพานบางแห่งมีระดับต่ำ ๆ บางแห่งสูงลิบจากเบื้องล่าง แต่ที่เหมือน ๆ กันทุกสะพานคือ มีเพียงขอนไม้ขนาดพอดีล้อรถ 2 ท่อนพาดอยู่เท่านั้น

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะพลาดตกสะพาน ไม่ว่าจะเคยผ่านสะพานนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

 ฝนตก เดินในทางป่า เสื้อผ้ามี 2 ชุด ไว้เดินและอยู่ในแคมป์ ตกเย็นก่อกองไฟเสื้อผ้าเปียกย่างให้แห้ง รมควันจนเหลือง กลิ่นควันไฟติดทนนาน

กับคนทำงานในป่า หนทางกันดารและสิ่งที่พบเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ความยากลำบาก เป็นสิ่งอันมากับงานที่เราทำ

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน

ทุก ๆ วันผมอยู่บนเส้นทางขรุขระ รถกระเด้งกระดอน ตัดฟันไม้ไผ่ เลื่อยต้นไม้ที่ล้มขวาง ขุดทางเป็นบั้ง ๆ เพื่อไม่ให้รถลื่นไถล ลากสายวินซ์ หลายครั้งปูผ้านอนข้าง ๆ รถที่จมโคลน

หากเปรียบทางป่าเป็นคล้ายเส้นทางเดินของชีวิต ผมเลือกเดินบนทางป่านี้มานาน ว่าตามจริงมันไม่ใช่การเดินสู่จุดหมาย ตามหา หรือแสวงหาอะไร

เพราะผมถึงจุดหมายนั้นมานานแล้ว นับตั้งแต่วันที่ผมเลือกเดิน บน ‘ทางป่า’

แต่ก็นั่นแหละ ผมต้องใช้เวลาไปไม่น้อยกว่าจะรู้ความจริงนี้…

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load