10 กุมภาพันธ์ 2561
2 K

มีความเป็นจริงอยู่ประการหนึ่งว่า

ชีวิตของเสือรวมทั้งสัตว์ผู้ล่าทุกชนิดนั้นดำเนินต่อไปได้เพราะมีเหยื่อและการล่าที่ประสบผลสำเร็จ

และมีความเป็นจริงอีกเช่นกันว่า

‘เหยื่อ’ จะมีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะเหล่านักล่า

อีกประการหนึ่ง เมื่อมีสัตว์ตัวหนึ่งจบชีวิตลงเพราะคมเขี้ยวในป่า นั่นคือเวลาที่งานเลี้ยงเริ่มต้น…    

 …

วัวแดง

วัวแดงตัวผู้คลอเคลียอยู่กับตัวเมียที่อยู่ในระยะเป็นสัด

โดยปกติ สายฝนชุดสุดท้ายของฤดูกาลในป่าจะจากไปราวปลายเดือนตุลาคม ท้องฟ้าสีครามเข้ม เมฆสีขาวรวมตัวเป็นกลุ่มปรากฏให้เห็น

ไอเย็นๆ แทรกมากับสายลม นกเด้าลมซึ่งเป็นกลุ่มแรกๆ ของเหล่านกอพยพเดินทางมาถึง

เราเห็นพวกมันบ่อยขึ้นบนเส้นทางที่ยังเละเทะลื่นไถล โคลนและน้ำในร่องลึกเจิ่งนอง

ก่อนจะจากไป สายฝนกระหน่ำหนัก ครอบคลุมผืนป่าด้านตะวันตกมากว่า 2 สัปดาห์

ระดับน้ำในลำห้วยสายหลักๆ ขึ้นสูง สะพานข้ามลำห้วยเกือบทุกแห่งถูกสายน้ำพัดพาไปหมด ต้นไม้ใหญ่ๆ จำนวนไม่น้อยล้มขวางทาง หลายต้นใหญ่เกินกว่าจะเลื่อย ต้องทำเส้นทางเบี่ยง

เส้นทางเชื่อมระหว่างหน่วยพิทักษ์ป่ากับสำนักงานเขตถูกตัดขาด รวมทั้งสำนักงานเขตกับเมือง พาหนะไม่สามารถข้ามลำห้วยที่สายน้ำขึ้นสูงและไหลแรงได้

ตลอดสัปดาห์ คนในป่าวุ่นอยู่กับการซ่อมบำรุงเส้นทาง

ท้องฟ้าสีครามเข้ม

สายฝนจากไป

ทิ้งไว้เพียงเส้นทางเละเทะ

เสือโคร่ง

เสือโคร่งมาวนเวียนในโป่ง การแอบซุ่ม พรางตัว เป็นวิธีที่เสือโคร่งใช้ในการล่า

สายลมเย็นระลอกแรกจากถิ่นไซบีเรียมาถึง

เป็นสัญญาณว่าป่ากำลังเริ่มต้นเปลี่ยนฤดูกาล อุณหภูมิลดต่ำ อีกไม่นานป่าเขียวทึบจะเริ่มมีสีสัน พื้นดินไม่ได้รับน้ำเพิ่ม ต้นไม้เตรียมลดการใช้น้ำ สารคลอโรฟิลล์หรือโมเลกุลสีเขียวๆ ในใบไม้จะหยุดทำงานและถูกดึงเข้าไปเก็บในลำต้น สารคาโรทีนอยด์เข้ามาอยู่ในใบไม้แทน

ใบไม้ปรากฏสีเหลือง แดง แสด ม่วง และชมพู

พันธุ์ไม้แต่ละชนิดอวดสีคาโรทีนอยด์แตกต่างกันออกไป

อุณหภูมิจะลดต่ำลงเรื่อยๆ ซีกโลกเหนือ เส้นศูนย์สูตรเอนเอียงออกจากดวงอาทิตย์ เวลากลางวันสั้นลง น้ำค้างยามค่ำคืนแรงจัด ตกกระทบพื้นดังเปาะแปะ

ลมหนาวเข้ามาแทนที่สายฝน ช่วงรอยต่อฤดูกาลคือเวลาที่ตามแหล่งอาหาร เช่น โป่งที่เคยว่างเปล่า เริ่มคึกคัก

ฝูงกระทิงที่อยู่บริเวณเชิงเขาและดงไผ่มุ่งหน้ามาโป่ง เช่นเดียวกับฝูงวัวแดงและพี่ใหญ่อย่างช้าง

เส้นทางด่านทุกด่านที่มุ่งเข้าโป่งเต็มไปด้วยรอยตีน ต่อจากนี้ โป่งจะเป็นที่ชุมนุมของทั้งสัตว์กินพืช  สัตว์ผู้ล่า และชีวิตอื่นๆ

ท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ ความตายคล้ายจะอยู่ไม่ไกล

งานของนักล่าส่วนใหญ่ประสบผลสำเร็จ

ซากเหยื่อปรากฏให้เห็นบ่อยๆ หลายซากเหลือเพียงหนังแห้งๆ มีไม่น้อยเหลือแค่เศษกระดูกกระจัดกระจาย

ฤดูกาลเปลี่ยน ต้นไม้หยุดการเติบโต ใบไม้หยุดคายน้ำ หมดหน้าที่ เตรียมพร้อมร่วงหล่นลงพื้น

สำหรับสัตว์ป่า อาจเรียกช่วงเวลานี้ได้ว่า เป็นฤดูกาลแห่งความรัก

สัตว์ตัวผู้เตรียมร่างกายให้กำยำ ขนเงางาม สัตว์โทนที่แยกฝูงไปไกลเริ่มเข้ามาอยู่ในฝูง คลอเคลีย กับตัวเมียที่พร้อมผสม

ในบรรยากาศของความรัก ความเป็นชีวิต งานของนักล่าไม่เคยหยุด

ความตายของเหยื่อเกิดขึ้นเสมอๆ

กระทิง

กระทิงก็ใช้เวลาในโป่งมากเช่นกัน

ทุกวัน ตั้งแต่ราว 11 โมงเช้าจนพลบค่ำ ผมอยู่กับวัวแดงฝูงหนึ่ง

อาจเป็นเพราะซุ้มบังไพรริมโป่งแห่งนี้ผมทำไว้นาน กระทั่งกลมกลืน ดูไม่แปลกปลอม และกระแสลมเป็นใจให้ผมอยู่ใต้ลม

ไม่ก็เพราะพวกมันทิ้งโป่งไปนาน จึงตั้งหน้าตั้งตากินอย่างกระหายโดยไม่สนใจอะไรมาก

แต่กระนั้นถ้ามีบางตัวเดินเข้ามาใกล้ซุ้มบังไพรในระยะไม่กี่เมตร อาการรู้ตัวก็ปรากฏ

มันจะหยุด ยืนจ้องเขม็ง ขาหน้ายกขึ้น จมูกสูดกลิ่น พ่นลมหายใจดัง ‘ฟืด’ กระทืบขาลงพื้น

ตัวที่อยู่ห่างเงยหน้าขึ้นมอง มันทำอย่างนั้นอยู่สักพักก่อนกลับเข้าสู่อาการปกติ แต่ก็ไม่วางใจเสียทีเดียว ก้มกินน้ำในโป่ง สลับกับเงยหน้าจ้องมาทางซุ้มบังไพรเป็นระยะๆ

ที่ดูคล้ายจะไม่สนใจอะไรรอบๆ ตัวเลยคือตัวผู้ที่สียังไม่คล้ำจัดตัวหนึ่ง

มันคลอเคลียอยู่กับตัวเมียที่คงอยู่ในระยะเวลาเป็นสัด เจ้าตัวผู้นั่นไม่กิน ไม่ระแวง ไม่ทำอะไรทั้งนั้น นอกจากเดินตามและเอาคางเกยไว้บนหลังตัวเมีย

พวกมันใช้เวลาในโป่งตลอดวัน กระทั่งพลบค่ำ

ผมออกจากซุ้มบังไพรหลังตรวจสอบว่าอยู่ใต้ลม

วัวแดงตัวที่สงสัยเงยหน้ามอง แต่ไม่ได้ตื่นหนี มันเชื่อจมูกมากกว่าสายตา

การอยู่ใต้ลมทำให้มีโอกาสอยู่ร่วมกับสัตว์ป่าบ้าง

แต่กระนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะวางใจและยอมให้อยู่ร่วมฝูง

ผมมีโอกาสอยู่ในเหตุการณ์ที่นักล่าทำงานหลายครั้ง ทุกๆ ครั้งบรรยากาศไม่แตกต่าง

เสียงร้องโหยหวน เสียงขย้ำเนื้อฉีกขาด รวมทั้งเสียงดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด เสียงต่างๆ จะเกิดเพียงชั่วครู่ จากนั้นคือความเงียบ

ก่อนการลงมือ นักล่าโดยเฉพาะเสือต้องใช้ความพยายามอย่างสูง อดทน รอคอย อำพราง จนกระทั่งได้จังหวะในการลงมือ

ใช่ว่าการล่าทุกครั้งจะประสบผลสำเร็จ

สัตว์ที่มีสถานภาพของความเป็นเหยื่อ แม้จะไม่มีเขี้ยวเล็บ แต่พวกมันก็มีทักษะอย่างอื่นทดแทน ไม่ว่าจะเป็นประสาทระวังภัยอันดีเลิศ ความว่องไว

รวมทั้ง ‘หัวใจ’ ที่ไม่ยอมจำนนง่ายๆ

ป่า

สายลมหนาวทำให้ต้นไม้เตรียมปรับตัว ลดการใช้น้ำ เปลี่ยนสีใบ เป็นลำดับแรก

วันหนึ่งในช่วงรอยต่อของฤดูกาล กระทิงตัวหนึ่งแสดงให้ผมเห็นว่า ในสภาพของความเป็นเหยื่อ หากฮึกเหิมลุกขึ้นสู้ การพ่ายแพ้ก็ไม่ใช่หนทางเดียวที่ต้องเผชิญ

มันกระโจนเข้าหาหมาในที่กำลังไล่ล่าวัวแดง ใช้สองขาหน้าโจมตีจนหมาในต้องหลบหลีกเป็นพัลวัน

ส่วนวัวแดงพบจุดจบ เพราะเอาแต่หนีกระทั่งจนมุม

ก่อนหน้าหลายปี ผมเห็นฝูงควายป่าตั้งกำแพงกันลูกเล็กๆ เอาไว้ ขณะเสือโคร่งต้องเดินเลี่ยงไปอย่างจำยอม

ความเป็นไปในป่าอย่างหนึ่งคือ ทั้งนักล่าและเหยื่อต่างชัดเจนในสถานภาพของตน

นักล่าแสดงตนเด่นชัด

เช่นเดียวกับเหยื่อ

ชีวิตสัตว์ผู้ล่าดำรงต่อไปได้เพราะมีเหยื่อและการล่าที่ประสบผล

ในบทบาทของผู้ควบคุมปริมาณสัตว์กินพืชให้อยู่ในปริมาณเหมาะสมเช่นนี้ จึงเป็นความจริงว่า เหยื่อย่อมจะมีชีวิตอันยากลำบาก หากไม่มีผู้ล่า

‘เหยื่อ’ ในป่าไม่ได้หมายถึงชีวิตที่พ่ายแพ้ ยอมจำนน

แต่ในเมือง ผมไม่แน่ใจ

เพราะที่นั่น เหล่าผู้ล่าไม่เคยแสดงตัว

ในป่า เมื่อการล่าด้วยคมเขี้ยวประสบผลสำเร็จ คือเวลาเริ่มต้นงานเลี้ยง

แต่ทุกครั้งที่มีสัตว์ป่าล้มตายด้วยคมกระสุน

เราเรียกมันว่า โศกนาฏกรรม

เสือดาว

10 กุมภาพันธ์ 2561
2 K

มีความเป็นจริงอยู่ประการหนึ่งว่า

ชีวิตของเสือรวมทั้งสัตว์ผู้ล่าทุกชนิดนั้นดำเนินต่อไปได้เพราะมีเหยื่อและการล่าที่ประสบผลสำเร็จ

และมีความเป็นจริงอีกเช่นกันว่า

‘เหยื่อ’ จะมีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะเหล่านักล่า

อีกประการหนึ่ง เมื่อมีสัตว์ตัวหนึ่งจบชีวิตลงเพราะคมเขี้ยวในป่า นั่นคือเวลาที่งานเลี้ยงเริ่มต้น…    

 …

วัวแดง

วัวแดงตัวผู้คลอเคลียอยู่กับตัวเมียที่อยู่ในระยะเป็นสัด

โดยปกติ สายฝนชุดสุดท้ายของฤดูกาลในป่าจะจากไปราวปลายเดือนตุลาคม ท้องฟ้าสีครามเข้ม เมฆสีขาวรวมตัวเป็นกลุ่มปรากฏให้เห็น

ไอเย็นๆ แทรกมากับสายลม นกเด้าลมซึ่งเป็นกลุ่มแรกๆ ของเหล่านกอพยพเดินทางมาถึง

เราเห็นพวกมันบ่อยขึ้นบนเส้นทางที่ยังเละเทะลื่นไถล โคลนและน้ำในร่องลึกเจิ่งนอง

ก่อนจะจากไป สายฝนกระหน่ำหนัก ครอบคลุมผืนป่าด้านตะวันตกมากว่า 2 สัปดาห์

ระดับน้ำในลำห้วยสายหลักๆ ขึ้นสูง สะพานข้ามลำห้วยเกือบทุกแห่งถูกสายน้ำพัดพาไปหมด ต้นไม้ใหญ่ๆ จำนวนไม่น้อยล้มขวางทาง หลายต้นใหญ่เกินกว่าจะเลื่อย ต้องทำเส้นทางเบี่ยง

เส้นทางเชื่อมระหว่างหน่วยพิทักษ์ป่ากับสำนักงานเขตถูกตัดขาด รวมทั้งสำนักงานเขตกับเมือง พาหนะไม่สามารถข้ามลำห้วยที่สายน้ำขึ้นสูงและไหลแรงได้

ตลอดสัปดาห์ คนในป่าวุ่นอยู่กับการซ่อมบำรุงเส้นทาง

ท้องฟ้าสีครามเข้ม

สายฝนจากไป

ทิ้งไว้เพียงเส้นทางเละเทะ

เสือโคร่ง

เสือโคร่งมาวนเวียนในโป่ง การแอบซุ่ม พรางตัว เป็นวิธีที่เสือโคร่งใช้ในการล่า

สายลมเย็นระลอกแรกจากถิ่นไซบีเรียมาถึง

เป็นสัญญาณว่าป่ากำลังเริ่มต้นเปลี่ยนฤดูกาล อุณหภูมิลดต่ำ อีกไม่นานป่าเขียวทึบจะเริ่มมีสีสัน พื้นดินไม่ได้รับน้ำเพิ่ม ต้นไม้เตรียมลดการใช้น้ำ สารคลอโรฟิลล์หรือโมเลกุลสีเขียวๆ ในใบไม้จะหยุดทำงานและถูกดึงเข้าไปเก็บในลำต้น สารคาโรทีนอยด์เข้ามาอยู่ในใบไม้แทน

ใบไม้ปรากฏสีเหลือง แดง แสด ม่วง และชมพู

พันธุ์ไม้แต่ละชนิดอวดสีคาโรทีนอยด์แตกต่างกันออกไป

อุณหภูมิจะลดต่ำลงเรื่อยๆ ซีกโลกเหนือ เส้นศูนย์สูตรเอนเอียงออกจากดวงอาทิตย์ เวลากลางวันสั้นลง น้ำค้างยามค่ำคืนแรงจัด ตกกระทบพื้นดังเปาะแปะ

ลมหนาวเข้ามาแทนที่สายฝน ช่วงรอยต่อฤดูกาลคือเวลาที่ตามแหล่งอาหาร เช่น โป่งที่เคยว่างเปล่า เริ่มคึกคัก

ฝูงกระทิงที่อยู่บริเวณเชิงเขาและดงไผ่มุ่งหน้ามาโป่ง เช่นเดียวกับฝูงวัวแดงและพี่ใหญ่อย่างช้าง

เส้นทางด่านทุกด่านที่มุ่งเข้าโป่งเต็มไปด้วยรอยตีน ต่อจากนี้ โป่งจะเป็นที่ชุมนุมของทั้งสัตว์กินพืช  สัตว์ผู้ล่า และชีวิตอื่นๆ

ท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ ความตายคล้ายจะอยู่ไม่ไกล

งานของนักล่าส่วนใหญ่ประสบผลสำเร็จ

ซากเหยื่อปรากฏให้เห็นบ่อยๆ หลายซากเหลือเพียงหนังแห้งๆ มีไม่น้อยเหลือแค่เศษกระดูกกระจัดกระจาย

ฤดูกาลเปลี่ยน ต้นไม้หยุดการเติบโต ใบไม้หยุดคายน้ำ หมดหน้าที่ เตรียมพร้อมร่วงหล่นลงพื้น

สำหรับสัตว์ป่า อาจเรียกช่วงเวลานี้ได้ว่า เป็นฤดูกาลแห่งความรัก

สัตว์ตัวผู้เตรียมร่างกายให้กำยำ ขนเงางาม สัตว์โทนที่แยกฝูงไปไกลเริ่มเข้ามาอยู่ในฝูง คลอเคลีย กับตัวเมียที่พร้อมผสม

ในบรรยากาศของความรัก ความเป็นชีวิต งานของนักล่าไม่เคยหยุด

ความตายของเหยื่อเกิดขึ้นเสมอๆ

กระทิง

กระทิงก็ใช้เวลาในโป่งมากเช่นกัน

ทุกวัน ตั้งแต่ราว 11 โมงเช้าจนพลบค่ำ ผมอยู่กับวัวแดงฝูงหนึ่ง

อาจเป็นเพราะซุ้มบังไพรริมโป่งแห่งนี้ผมทำไว้นาน กระทั่งกลมกลืน ดูไม่แปลกปลอม และกระแสลมเป็นใจให้ผมอยู่ใต้ลม

ไม่ก็เพราะพวกมันทิ้งโป่งไปนาน จึงตั้งหน้าตั้งตากินอย่างกระหายโดยไม่สนใจอะไรมาก

แต่กระนั้นถ้ามีบางตัวเดินเข้ามาใกล้ซุ้มบังไพรในระยะไม่กี่เมตร อาการรู้ตัวก็ปรากฏ

มันจะหยุด ยืนจ้องเขม็ง ขาหน้ายกขึ้น จมูกสูดกลิ่น พ่นลมหายใจดัง ‘ฟืด’ กระทืบขาลงพื้น

ตัวที่อยู่ห่างเงยหน้าขึ้นมอง มันทำอย่างนั้นอยู่สักพักก่อนกลับเข้าสู่อาการปกติ แต่ก็ไม่วางใจเสียทีเดียว ก้มกินน้ำในโป่ง สลับกับเงยหน้าจ้องมาทางซุ้มบังไพรเป็นระยะๆ

ที่ดูคล้ายจะไม่สนใจอะไรรอบๆ ตัวเลยคือตัวผู้ที่สียังไม่คล้ำจัดตัวหนึ่ง

มันคลอเคลียอยู่กับตัวเมียที่คงอยู่ในระยะเวลาเป็นสัด เจ้าตัวผู้นั่นไม่กิน ไม่ระแวง ไม่ทำอะไรทั้งนั้น นอกจากเดินตามและเอาคางเกยไว้บนหลังตัวเมีย

พวกมันใช้เวลาในโป่งตลอดวัน กระทั่งพลบค่ำ

ผมออกจากซุ้มบังไพรหลังตรวจสอบว่าอยู่ใต้ลม

วัวแดงตัวที่สงสัยเงยหน้ามอง แต่ไม่ได้ตื่นหนี มันเชื่อจมูกมากกว่าสายตา

การอยู่ใต้ลมทำให้มีโอกาสอยู่ร่วมกับสัตว์ป่าบ้าง

แต่กระนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะวางใจและยอมให้อยู่ร่วมฝูง

ผมมีโอกาสอยู่ในเหตุการณ์ที่นักล่าทำงานหลายครั้ง ทุกๆ ครั้งบรรยากาศไม่แตกต่าง

เสียงร้องโหยหวน เสียงขย้ำเนื้อฉีกขาด รวมทั้งเสียงดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด เสียงต่างๆ จะเกิดเพียงชั่วครู่ จากนั้นคือความเงียบ

ก่อนการลงมือ นักล่าโดยเฉพาะเสือต้องใช้ความพยายามอย่างสูง อดทน รอคอย อำพราง จนกระทั่งได้จังหวะในการลงมือ

ใช่ว่าการล่าทุกครั้งจะประสบผลสำเร็จ

สัตว์ที่มีสถานภาพของความเป็นเหยื่อ แม้จะไม่มีเขี้ยวเล็บ แต่พวกมันก็มีทักษะอย่างอื่นทดแทน ไม่ว่าจะเป็นประสาทระวังภัยอันดีเลิศ ความว่องไว

รวมทั้ง ‘หัวใจ’ ที่ไม่ยอมจำนนง่ายๆ

ป่า

สายลมหนาวทำให้ต้นไม้เตรียมปรับตัว ลดการใช้น้ำ เปลี่ยนสีใบ เป็นลำดับแรก

วันหนึ่งในช่วงรอยต่อของฤดูกาล กระทิงตัวหนึ่งแสดงให้ผมเห็นว่า ในสภาพของความเป็นเหยื่อ หากฮึกเหิมลุกขึ้นสู้ การพ่ายแพ้ก็ไม่ใช่หนทางเดียวที่ต้องเผชิญ

มันกระโจนเข้าหาหมาในที่กำลังไล่ล่าวัวแดง ใช้สองขาหน้าโจมตีจนหมาในต้องหลบหลีกเป็นพัลวัน

ส่วนวัวแดงพบจุดจบ เพราะเอาแต่หนีกระทั่งจนมุม

ก่อนหน้าหลายปี ผมเห็นฝูงควายป่าตั้งกำแพงกันลูกเล็กๆ เอาไว้ ขณะเสือโคร่งต้องเดินเลี่ยงไปอย่างจำยอม

ความเป็นไปในป่าอย่างหนึ่งคือ ทั้งนักล่าและเหยื่อต่างชัดเจนในสถานภาพของตน

นักล่าแสดงตนเด่นชัด

เช่นเดียวกับเหยื่อ

ชีวิตสัตว์ผู้ล่าดำรงต่อไปได้เพราะมีเหยื่อและการล่าที่ประสบผล

ในบทบาทของผู้ควบคุมปริมาณสัตว์กินพืชให้อยู่ในปริมาณเหมาะสมเช่นนี้ จึงเป็นความจริงว่า เหยื่อย่อมจะมีชีวิตอันยากลำบาก หากไม่มีผู้ล่า

‘เหยื่อ’ ในป่าไม่ได้หมายถึงชีวิตที่พ่ายแพ้ ยอมจำนน

แต่ในเมือง ผมไม่แน่ใจ

เพราะที่นั่น เหล่าผู้ล่าไม่เคยแสดงตัว

ในป่า เมื่อการล่าด้วยคมเขี้ยวประสบผลสำเร็จ คือเวลาเริ่มต้นงานเลี้ยง

แต่ทุกครั้งที่มีสัตว์ป่าล้มตายด้วยคมกระสุน

เราเรียกมันว่า โศกนาฏกรรม

เสือดาว

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 คือทริปดำน้ำนอกประเทศครั้งล่าสุด ชีวิตก่อน COVID-19 ของเรา เต็มไปด้วยการเดินทาง ทริปดำน้ำนอกประเทศมีต่อเนื่อง การเดินทางเพื่อออกไปตามหาทะเลที่มีฉลามเยอะกว่า ทะเลที่มีฝูงปลาเยอะกว่า ทะเลที่น้ำใสกว่า ทะเลที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่า

ภาษาอังกฤษมีคำกล่าวที่ว่า สนามหญ้าข้างบ้านเขียวกว่าบ้านเราเสมอ เรามักจะมองออกไปสู่สิ่งที่ไม่ใช่ของเรา และเผลอคิดอิจฉาเปรียบเทียบกับสิ่งที่เรามีอยู่เสมอ

ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา การเดินทางออกนอกประเทศถูกจำกัด หลายคนเดินทางย้อนอดีตด้วยการนั่งไล่ดูภาพเก่าจากฮาร์ดดิส เฝ้ารอวันที่จะได้กลับไปเดินทางดำน้ำต่างประเทศอีกครั้ง สำหรับเราการออกไปดำน้ำหลายๆ ที่ในไทย กลายเป็นการย้อนอดีตโดยไม่ได้ตั้งใจ การเดินทางพากลับสู่พื้นที่ละแวกบ้านเก่าที่ไม่ได้แวะเวียนไปเสียนาน

แนวปะการังแข็งที่สมบูรณ์ของเกาะราชาน้อย
แนวปะการังแข็งที่สมบูรณ์ของเกาะราชาน้อย 
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน
ทรายขาวละเอียดของเกาะราชาน้อย
ทรายขาวละเอียดของเกาะราชาน้อย

แสงแดดจ้า ท้องฟ้าใส พื้นทรายและกองหินใต้น้ำมองเห็นได้ชัดจากบนเรือ ทรายสีขาวที่เป็นลักษณะเด่นของเกาะราชาน้อยเป็นเหมือนแผ่นรีเฟล็กต์ขนาดใหญ่ สะท้อนแดดที่ส่องผ่านลงมาทำให้ทุกอย่างสว่างสดใส ปลาตัวเล็กสีสดกระจายตัวไปทั่ว เหมือนดอกไม้ประดับทุ่งปะการัง

20 ปีที่แล้วสมัยยังทำงานเป็นไกด์ดำน้ำดูแลลูกค้าที่ภูเก็ต ร้านดำน้ำที่ทำงานประจำด้วยจะไปดำน้ำที่เกาะราชาน้อยทุกวันพุธ ชีวิตของไกด์ดำน้ำสมัยนั้นคือต้องโทรเช็กงานทุกวันว่าพรุ่งนี้มีงานให้เราทำหรือไม่ ถ้าหากวันไหนไม่มีงานทำ ก็มีสิทธิ์ขอติดเรือไปเพื่อดำน้ำเล่นได้ ทุกสัปดาห์เราคอยลุ้นอยากให้วันพุธเป็นวันว่างงาน เพราะอยากไปดำน้ำเล่นที่เกาะราชาน้อย กอปะการังอ่อนหลายสีที่อัดตัวแน่นตามซอกหิน กัลปังหาต้นใหญ่แผ่กิ่งกว้าง ขวางทางกระแสน้ำไหล กลางน้ำมีปลาสากตัวใหญ่ว่ายเป็นฝูง ลานทรายด้านนอกมีโอกาสให้ลุ้นเจอฉลามเสือดาวนอนนิ่งอยู่ สภาพใต้น้ำของที่นี่คล้ายกับสภาพใต้น้ำของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันมากกว่าจุดดำน้ำอื่นๆ ของภูเก็ต หากจะเรียกว่านี่คือจุดดำน้ำลับที่ซ่อนอยู่ก็คงไม่ผิด

เกาะราชาน้อยเคยเป็นเกาะที่อยู่นอกเส้นทางของทริปดำน้ำแบบ Liveaboard เพราะตำแหน่งที่ตั้งซึ่งห่างไกลจากจุดดำน้ำหลักที่นิยมกันอยู่หลายชั่วโมง หลังจาก COVID-19 มาเยือน ทุกคนมองหาจุดดำน้ำใหม่เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ เกาะราชาน้อยกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของหลายคน

พอได้กลับมาลงดำน้ำในจุดที่คุ้นเคย ความตื่นเต้นและความคิดถึงผสมปนเปกันไปหมด หินใต้น้ำหลายก้อนดูคุ้นตา คลับคล้ายคลับคลาเหมือนจะจำได้ แต่พอมองอีกสักพักก็เริ่มไม่แน่ใจ ความทรงจำในอดีตคอยกระตุกให้เราแวะดูตามซอกเล็กซอกน้อย มองหาสิ่งที่เคยพบที่นี่เมื่อหลายปีก่อน

การเดินทางสู่อดีตไม่ได้สนุกสนานประทับใจไปเสียทั้งหมด ปะการังเขากวางที่เคยแผ่ตัวเป็นลานกว้างกอใหญ่ในอดีตหายไปแล้ว ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ใจหายอย่างบอกไม่ถูก พื้นที่เดิมถูกแทนที่ด้วยปะการังอื่นๆ ที่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นมาใหม่ ปลากัดทะเลว่ายออกมาจากโพรงกอปะการังใหม่นี้ ปลาชนิดนี้พบตัวได้ยาก ในอดีตเราก็เคยเจอพวกมันอยู่บ้างที่เกาะนี้ ภาพจากอดีตกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ถึงแม้พื้นที่จะไม่เหมือนเดิม แต่ผู้อยู่อาศัยหน้าเดิมๆ ยังคงมีให้เห็นอยู่

 ฉลามวาฬแห่งหินแปดไมล์
 ฉลามวาฬแห่งหินแปดไมล์
บางครั้งหินแปดไมล์ก็มีสภาพน้ำขุ่น การโผล่มาใกล้ๆ ของฉลามวาฬเป็นเซอร์ไพรส์ให้นักดำน้ำ
บางครั้งหินแปดไมล์ก็มีสภาพน้ำขุ่น การโผล่มาใกล้ๆ ของฉลามวาฬเป็นเซอร์ไพรส์ให้นักดำน้ำ

เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2563 ชาวประมงในพื้นที่หลีเป๊ะนำข่าวฉลามวาฬหลายตัวเข้าพื้นที่มาบอกนักดำน้ำท้องถิ่น จากปากต่อปาก จากภาพถ่ายไม่กี่ใบ เพียงไม่กี่อาทิตย์ จุดดำน้ำที่ชื่อว่าหินแปดไมล์ซึ่งเคยถูกเมินจากเรือ Liveaboard มาหลายปีเพราะความไกลและเงียบเหงา กลายเป็นจุดดำน้ำที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ฉลามวาฬ 4 – 5 ตัวว่ายวนรอบกองหินโชว์ตัวให้นักดำน้ำเห็นพร้อมๆ กันเกือบทุกวัน บางตัวเข้ามาใกล้นักดำน้ำอย่างอยากรู้ พวกมันผลัดกันเข้าออกวนรอบกองหินตลอดทั้งชั่วโมงที่เราอยู่ใต้น้ำ

ฉลามวาฬเปรียบเหมือนเป็นจอกศักดิ์สิทธิ์ของนักดำน้ำ เป็นเควสต์ที่ต้องผ่าน เป็นเป้าหมายในชีวิตของนักดำน้ำ ทุกคนอยากจะเห็นฉลามวาฬอย่างน้อยครั้งหนึ่ง และถ้าหากได้พบมากกว่าหนึ่งตัวพร้อมกัน มันคือสุดยอดความฝันที่เป็นจริง

แทบไม่เคยมีการพบเจอฉลามวาฬหลายตัวพร้อมๆ กันแบบนี้ในเมืองไทย บางคนถึงกับพูดว่าไม่ต้องไปถึงต่างประเทศอีกแล้วก็ได้ เพื่อจะได้สัมผัสบรรยากาศของการดำน้ำกับฉลามวาฬหลายตัว เมืองไทยคือที่สุดของแหล่งดำน้ำ

เหตุการณ์ ‘ฉลามวาฬแห่งหินแปดไมล์’ ดำเนินอยู่ประมาณ 2 เดือน หลังจากนั้น ทุกอย่างก็กลับสู่สภาพเดิม ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าพวกมันมารวมตัวกันทำไม สิ่งที่ทุกคนทำได้คือแค่รอให้เดือนสิงหาคมกลับมาอีกครั้ง

ปลาไหลมอเรย์ตาขาว เป็นปลาธรรมดาๆ ที่หาดูได้ไม่ยาก แต่เราก็ชอบที่จะมองหามันตามซอกเล็กของกองหินริเชลิว
ปลาไหลมอเรย์ตาขาว เป็นปลาธรรมดาๆ ที่หาดูได้ไม่ยาก แต่เราก็ชอบที่จะมองหามันตามซอกเล็กของกองหินริเชลิว 
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน

“แหล่งดำน้ำของไทยเป็นหนึ่งในสิบสุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก” 

นักดำน้ำส่วนใหญ่ต้องเคยได้ยินประโยคนี้มาแล้วอย่างน้อยครั้งหนึ่ง ที่มาของประโยคนี้ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว นักดำน้ำรุ่นบุกเบิกซึ่งเป็นตำนานของการสำรวจโลกใต้ทะเล ฌาร์ก คูสโต (Jacques Cousteau) นำเรือคาลิปโซที่เป็นฐานในการสำรวจทะเลรอบโลก เข้ามาสำรวจทะเลไทย จากการเดินทางครั้งนั้น คูสโตยกให้กองหินริเชลิวเป็นหนึ่งในสุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก เพราะความหลากหลายอัดแน่น และความตื่นตาที่เขาพบเจอตลอดทั้งไดฟ์

ทุกวันนี้กองหินริเชลิวเป็นจุดหมายที่ไม่มีเรือลำไหนอยากพลาด รูปทรงเกือกม้าของกองหินฝังแน่นอยู่ในใจ ถ้าหากปิดตาแล้วพาเราไปหย่อนไว้ตรงไหนก็ตาม เราก็มั่นใจว่าจะหาทางกลับไปสู่จุดที่มีทุ่นผูกเรือได้ถูกแน่นอน ทุกปีเราได้กลับมาดำน้ำที่กองหินนี้อยู่เสมอ แต่ทุกไดฟ์ล้วนแตกต่างกันออกไปไม่ซ้ำเดิม

ที่นี่คือจุดที่เราได้เจอฉลามวาฬครั้งแรกในชีวิตของการดำน้ำ พอว่ายผ่านมุมหินด้านเดิม ภาพของฉลามวาฬตัวแรกที่ว่ายตรงเข้ามาหาก็ผุดขึ้นมาในใจ โพรงถ้ำเก่าที่เคยเป็นที่อยู่ของกุ้งตัวตลกตัวแรกที่เคยเจอ ยังคงอยู่ในสภาพเดิม ถึงแม้ว่าไม่ได้เจอพวกมันที่จุดนี้มาหลายปีแล้วก็ตาม แต่เราก็แอบหยุดมองหาไม่ได้ ปีนี้ที่ริเชลิวก็มีกุ้งตัวตลกอาศัยอยู่ แต่พวกมันหลบอยู่อีกฝากหนึ่งของหินทรงเกือกม้า กุ้งตัวตลกคู่ล่าสุดของริเชลิวมีขนาดตัวเล็กกว่าตัวอื่นๆ ที่เคยเห็นมา เราแวะดูพวกมันทุกครั้งที่ทำได้ ถึงแม้บางครั้งจะเป็นการแวะเพื่อทักทายเฉยๆ ไม่ได้หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปพวกมันเลยด้วยซ้ำ

ท่องอดีตแหล่งดำน้ำเมืองไทยที่ได้ชื่อว่า 1 ใน 10 สุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก
ปลาปักเป้าสองตัวว่ายไล่กัน
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน
ท่องอดีตแหล่งดำน้ำเมืองไทยที่ได้ชื่อว่า 1 ใน 10 สุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก
ปลาสากเจ้าประจำลอยตัวนิ่ง
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน
ท่องอดีตแหล่งดำน้ำเมืองไทยที่ได้ชื่อว่า 1 ใน 10 สุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก
ฝูงปลาข้างเหลืองว่ายเกาะกลุ่มตามกันเป็นสาย

ในพื้นที่อ่าวด้านทิศใต้ ปลาปักเป้าตัวใหญ่สองตัวว่ายไล่กันโดยไม่สนใจทิศทางและนักดำน้ำที่คอยแอบมองอยู่ข้างๆ 2 – 3 ปีหลังที่มาที่นี่จะเจอปลาสากหนึ่งตัวลอยนิ่งอยู่ด้านในกองหิน เราไม่เคยแน่ใจว่ามันเป็นปลาสากตัวเดิมหรือเปล่า แต่ก็คอยมองหามันทุกรอบ ฝูงปลาข้างเหลืองที่อยู่ประจำข้างแนวหินสูงที่โผล่พ้นน้ำดูเหมือนน้อยลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เหล่าปลานักล่าที่คอยวนอยู่รอบกองก็น้อยลงไปเช่นกัน

ทุกจุดที่ว่ายผ่าน เราอดเปรียบเทียบสิ่งที่เห็นกับภาพในอดีตไม่ได้ ภาพจากความทรงจำมักจะหอมหวานกว่าปัจจุบันเสมอ ปลาเยอะกว่า ปะการังแน่นกว่า แต่เมื่อตั้งใจมองภาพปัจจุบันอย่างเป็นกลาง สิ่งที่เห็นตรงหน้าก็ไม่ได้แย่กว่าอดีตไปเสียทั้งหมด

ปีนี้ปลากบสีดำตัวใหญ่ใช้กองหินด้านนอกเป็นที่อยู่อาศัยตลอดทั้งซีซั่น ปลากบตัวใหญ่ถือเป็นของหายากในน่านน้ำไทย สีตัวของมันค่อยๆ เปลี่ยนจากดำล้วนตอนช่วงต้นฤดูกาล กลายเป็นโทนสีเหลืองเปรอะแซมมากขึ้นเรื่อยๆ ที่หินก้อนเดียวกัน 2 – 3 เดือนล่าสุด มีปลาหมอทะเลตัวใหญ่ ลอยนิ่งอยู่ท่ามกลางฝูงลูกปลา ทำหน้าที่เป็นแบบให้นักดำน้ำช่างภาพอย่างดี ผิดกับปลาหมอทะเลทั่วไปที่พบเจอ เจ้าตัวนี้ยอมให้นักดำน้ำเข้าใกล้มันได้มากโดยที่ไม่ว่ายหนีไป

ท่องอดีตแหล่งดำน้ำเมืองไทยที่ได้ชื่อว่า 1 ใน 10 สุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก
ปลากบยักษ์ที่เป็นสีดำสนิทตอนช่วงต้นฤดูกาล เริ่มมีสีเหลืองเปรอะมากขึ้นทุกที 
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน
ท่องอดีตแหล่งดำน้ำเมืองไทยที่ได้ชื่อว่า 1 ใน 10 สุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก
ปลาหมอทะเลตัวใหญ่ลอยนิ่งเป็นแบบให้ช่างภาพโดยไม่ว่ายหนี

การระบาดรอบที่ 3 ทำให้ปีนี้เราต้องบอกลาหินเกือกม้าและจุดดำน้ำอื่นทางฝั่งอันดามันเร็วกว่าปกติ หลังจากเดือนพฤษภาคม ลมมรสุมก็จะเริ่มเข้ามา ฤดูกาลตามธรรมชาติก็จะหมุนไปอีกปีหนึ่ง

เมื่อวันที่ทางเลือกในการเดินทางเปิดกว้างอย่างอิสระกลับมา การเลือกมองหาร่องรอยที่เปลี่ยนไปของอดีต หรือมองออกไปหาความตื่นเต้นที่มากกว่าข้างหน้า ล้วนแล้วแต่เป็นทางเลือกของแต่ละคน แต่ไม่ว่าจะไปที่ไหน สิ่งที่ทำให้สุขใจอย่างแท้จริงไม่ได้อยู่ที่สถานที่ที่ล้อมเราอยู่ แต่อยู่ภายในใจของเราเอง

สารคดีสัญชาติไทย

พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 คือทริปดำน้ำนอกประเทศครั้งล่าสุด ชีวิตก่อน COVID-19 ของเรา เต็มไปด้วยการเดินทาง ทริปดำน้ำนอกประเทศมีต่อเนื่อง การเดินทางเพื่อออกไปตามหาทะเลที่มีฉลามเยอะกว่า ทะเลที่มีฝูงปลาเยอะกว่า ทะเลที่น้ำใสกว่า ทะเลที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่า

ภาษาอังกฤษมีคำกล่าวที่ว่า สนามหญ้าข้างบ้านเขียวกว่าบ้านเราเสมอ เรามักจะมองออกไปสู่สิ่งที่ไม่ใช่ของเรา และเผลอคิดอิจฉาเปรียบเทียบกับสิ่งที่เรามีอยู่เสมอ

ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา การเดินทางออกนอกประเทศถูกจำกัด หลายคนเดินทางย้อนอดีตด้วยการนั่งไล่ดูภาพเก่าจากฮาร์ดดิส เฝ้ารอวันที่จะได้กลับไปเดินทางดำน้ำต่างประเทศอีกครั้ง สำหรับเราการออกไปดำน้ำหลายๆ ที่ในไทย กลายเป็นการย้อนอดีตโดยไม่ได้ตั้งใจ การเดินทางพากลับสู่พื้นที่ละแวกบ้านเก่าที่ไม่ได้แวะเวียนไปเสียนาน

แนวปะการังแข็งที่สมบูรณ์ของเกาะราชาน้อย
แนวปะการังแข็งที่สมบูรณ์ของเกาะราชาน้อย 
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน
ทรายขาวละเอียดของเกาะราชาน้อย
ทรายขาวละเอียดของเกาะราชาน้อย

แสงแดดจ้า ท้องฟ้าใส พื้นทรายและกองหินใต้น้ำมองเห็นได้ชัดจากบนเรือ ทรายสีขาวที่เป็นลักษณะเด่นของเกาะราชาน้อยเป็นเหมือนแผ่นรีเฟล็กต์ขนาดใหญ่ สะท้อนแดดที่ส่องผ่านลงมาทำให้ทุกอย่างสว่างสดใส ปลาตัวเล็กสีสดกระจายตัวไปทั่ว เหมือนดอกไม้ประดับทุ่งปะการัง

20 ปีที่แล้วสมัยยังทำงานเป็นไกด์ดำน้ำดูแลลูกค้าที่ภูเก็ต ร้านดำน้ำที่ทำงานประจำด้วยจะไปดำน้ำที่เกาะราชาน้อยทุกวันพุธ ชีวิตของไกด์ดำน้ำสมัยนั้นคือต้องโทรเช็กงานทุกวันว่าพรุ่งนี้มีงานให้เราทำหรือไม่ ถ้าหากวันไหนไม่มีงานทำ ก็มีสิทธิ์ขอติดเรือไปเพื่อดำน้ำเล่นได้ ทุกสัปดาห์เราคอยลุ้นอยากให้วันพุธเป็นวันว่างงาน เพราะอยากไปดำน้ำเล่นที่เกาะราชาน้อย กอปะการังอ่อนหลายสีที่อัดตัวแน่นตามซอกหิน กัลปังหาต้นใหญ่แผ่กิ่งกว้าง ขวางทางกระแสน้ำไหล กลางน้ำมีปลาสากตัวใหญ่ว่ายเป็นฝูง ลานทรายด้านนอกมีโอกาสให้ลุ้นเจอฉลามเสือดาวนอนนิ่งอยู่ สภาพใต้น้ำของที่นี่คล้ายกับสภาพใต้น้ำของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันมากกว่าจุดดำน้ำอื่นๆ ของภูเก็ต หากจะเรียกว่านี่คือจุดดำน้ำลับที่ซ่อนอยู่ก็คงไม่ผิด

เกาะราชาน้อยเคยเป็นเกาะที่อยู่นอกเส้นทางของทริปดำน้ำแบบ Liveaboard เพราะตำแหน่งที่ตั้งซึ่งห่างไกลจากจุดดำน้ำหลักที่นิยมกันอยู่หลายชั่วโมง หลังจาก COVID-19 มาเยือน ทุกคนมองหาจุดดำน้ำใหม่เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ เกาะราชาน้อยกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของหลายคน

พอได้กลับมาลงดำน้ำในจุดที่คุ้นเคย ความตื่นเต้นและความคิดถึงผสมปนเปกันไปหมด หินใต้น้ำหลายก้อนดูคุ้นตา คลับคล้ายคลับคลาเหมือนจะจำได้ แต่พอมองอีกสักพักก็เริ่มไม่แน่ใจ ความทรงจำในอดีตคอยกระตุกให้เราแวะดูตามซอกเล็กซอกน้อย มองหาสิ่งที่เคยพบที่นี่เมื่อหลายปีก่อน

การเดินทางสู่อดีตไม่ได้สนุกสนานประทับใจไปเสียทั้งหมด ปะการังเขากวางที่เคยแผ่ตัวเป็นลานกว้างกอใหญ่ในอดีตหายไปแล้ว ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ใจหายอย่างบอกไม่ถูก พื้นที่เดิมถูกแทนที่ด้วยปะการังอื่นๆ ที่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นมาใหม่ ปลากัดทะเลว่ายออกมาจากโพรงกอปะการังใหม่นี้ ปลาชนิดนี้พบตัวได้ยาก ในอดีตเราก็เคยเจอพวกมันอยู่บ้างที่เกาะนี้ ภาพจากอดีตกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ถึงแม้พื้นที่จะไม่เหมือนเดิม แต่ผู้อยู่อาศัยหน้าเดิมๆ ยังคงมีให้เห็นอยู่

 ฉลามวาฬแห่งหินแปดไมล์
 ฉลามวาฬแห่งหินแปดไมล์
บางครั้งหินแปดไมล์ก็มีสภาพน้ำขุ่น การโผล่มาใกล้ๆ ของฉลามวาฬเป็นเซอร์ไพรส์ให้นักดำน้ำ
บางครั้งหินแปดไมล์ก็มีสภาพน้ำขุ่น การโผล่มาใกล้ๆ ของฉลามวาฬเป็นเซอร์ไพรส์ให้นักดำน้ำ

เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2563 ชาวประมงในพื้นที่หลีเป๊ะนำข่าวฉลามวาฬหลายตัวเข้าพื้นที่มาบอกนักดำน้ำท้องถิ่น จากปากต่อปาก จากภาพถ่ายไม่กี่ใบ เพียงไม่กี่อาทิตย์ จุดดำน้ำที่ชื่อว่าหินแปดไมล์ซึ่งเคยถูกเมินจากเรือ Liveaboard มาหลายปีเพราะความไกลและเงียบเหงา กลายเป็นจุดดำน้ำที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ฉลามวาฬ 4 – 5 ตัวว่ายวนรอบกองหินโชว์ตัวให้นักดำน้ำเห็นพร้อมๆ กันเกือบทุกวัน บางตัวเข้ามาใกล้นักดำน้ำอย่างอยากรู้ พวกมันผลัดกันเข้าออกวนรอบกองหินตลอดทั้งชั่วโมงที่เราอยู่ใต้น้ำ

ฉลามวาฬเปรียบเหมือนเป็นจอกศักดิ์สิทธิ์ของนักดำน้ำ เป็นเควสต์ที่ต้องผ่าน เป็นเป้าหมายในชีวิตของนักดำน้ำ ทุกคนอยากจะเห็นฉลามวาฬอย่างน้อยครั้งหนึ่ง และถ้าหากได้พบมากกว่าหนึ่งตัวพร้อมกัน มันคือสุดยอดความฝันที่เป็นจริง

แทบไม่เคยมีการพบเจอฉลามวาฬหลายตัวพร้อมๆ กันแบบนี้ในเมืองไทย บางคนถึงกับพูดว่าไม่ต้องไปถึงต่างประเทศอีกแล้วก็ได้ เพื่อจะได้สัมผัสบรรยากาศของการดำน้ำกับฉลามวาฬหลายตัว เมืองไทยคือที่สุดของแหล่งดำน้ำ

เหตุการณ์ ‘ฉลามวาฬแห่งหินแปดไมล์’ ดำเนินอยู่ประมาณ 2 เดือน หลังจากนั้น ทุกอย่างก็กลับสู่สภาพเดิม ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าพวกมันมารวมตัวกันทำไม สิ่งที่ทุกคนทำได้คือแค่รอให้เดือนสิงหาคมกลับมาอีกครั้ง

ปลาไหลมอเรย์ตาขาว เป็นปลาธรรมดาๆ ที่หาดูได้ไม่ยาก แต่เราก็ชอบที่จะมองหามันตามซอกเล็กของกองหินริเชลิว
ปลาไหลมอเรย์ตาขาว เป็นปลาธรรมดาๆ ที่หาดูได้ไม่ยาก แต่เราก็ชอบที่จะมองหามันตามซอกเล็กของกองหินริเชลิว 
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน

“แหล่งดำน้ำของไทยเป็นหนึ่งในสิบสุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก” 

นักดำน้ำส่วนใหญ่ต้องเคยได้ยินประโยคนี้มาแล้วอย่างน้อยครั้งหนึ่ง ที่มาของประโยคนี้ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว นักดำน้ำรุ่นบุกเบิกซึ่งเป็นตำนานของการสำรวจโลกใต้ทะเล ฌาร์ก คูสโต (Jacques Cousteau) นำเรือคาลิปโซที่เป็นฐานในการสำรวจทะเลรอบโลก เข้ามาสำรวจทะเลไทย จากการเดินทางครั้งนั้น คูสโตยกให้กองหินริเชลิวเป็นหนึ่งในสุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก เพราะความหลากหลายอัดแน่น และความตื่นตาที่เขาพบเจอตลอดทั้งไดฟ์

ทุกวันนี้กองหินริเชลิวเป็นจุดหมายที่ไม่มีเรือลำไหนอยากพลาด รูปทรงเกือกม้าของกองหินฝังแน่นอยู่ในใจ ถ้าหากปิดตาแล้วพาเราไปหย่อนไว้ตรงไหนก็ตาม เราก็มั่นใจว่าจะหาทางกลับไปสู่จุดที่มีทุ่นผูกเรือได้ถูกแน่นอน ทุกปีเราได้กลับมาดำน้ำที่กองหินนี้อยู่เสมอ แต่ทุกไดฟ์ล้วนแตกต่างกันออกไปไม่ซ้ำเดิม

ที่นี่คือจุดที่เราได้เจอฉลามวาฬครั้งแรกในชีวิตของการดำน้ำ พอว่ายผ่านมุมหินด้านเดิม ภาพของฉลามวาฬตัวแรกที่ว่ายตรงเข้ามาหาก็ผุดขึ้นมาในใจ โพรงถ้ำเก่าที่เคยเป็นที่อยู่ของกุ้งตัวตลกตัวแรกที่เคยเจอ ยังคงอยู่ในสภาพเดิม ถึงแม้ว่าไม่ได้เจอพวกมันที่จุดนี้มาหลายปีแล้วก็ตาม แต่เราก็แอบหยุดมองหาไม่ได้ ปีนี้ที่ริเชลิวก็มีกุ้งตัวตลกอาศัยอยู่ แต่พวกมันหลบอยู่อีกฝากหนึ่งของหินทรงเกือกม้า กุ้งตัวตลกคู่ล่าสุดของริเชลิวมีขนาดตัวเล็กกว่าตัวอื่นๆ ที่เคยเห็นมา เราแวะดูพวกมันทุกครั้งที่ทำได้ ถึงแม้บางครั้งจะเป็นการแวะเพื่อทักทายเฉยๆ ไม่ได้หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปพวกมันเลยด้วยซ้ำ

ท่องอดีตแหล่งดำน้ำเมืองไทยที่ได้ชื่อว่า 1 ใน 10 สุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก
ปลาปักเป้าสองตัวว่ายไล่กัน
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน
ท่องอดีตแหล่งดำน้ำเมืองไทยที่ได้ชื่อว่า 1 ใน 10 สุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก
ปลาสากเจ้าประจำลอยตัวนิ่ง
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน
ท่องอดีตแหล่งดำน้ำเมืองไทยที่ได้ชื่อว่า 1 ใน 10 สุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก
ฝูงปลาข้างเหลืองว่ายเกาะกลุ่มตามกันเป็นสาย

ในพื้นที่อ่าวด้านทิศใต้ ปลาปักเป้าตัวใหญ่สองตัวว่ายไล่กันโดยไม่สนใจทิศทางและนักดำน้ำที่คอยแอบมองอยู่ข้างๆ 2 – 3 ปีหลังที่มาที่นี่จะเจอปลาสากหนึ่งตัวลอยนิ่งอยู่ด้านในกองหิน เราไม่เคยแน่ใจว่ามันเป็นปลาสากตัวเดิมหรือเปล่า แต่ก็คอยมองหามันทุกรอบ ฝูงปลาข้างเหลืองที่อยู่ประจำข้างแนวหินสูงที่โผล่พ้นน้ำดูเหมือนน้อยลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เหล่าปลานักล่าที่คอยวนอยู่รอบกองก็น้อยลงไปเช่นกัน

ทุกจุดที่ว่ายผ่าน เราอดเปรียบเทียบสิ่งที่เห็นกับภาพในอดีตไม่ได้ ภาพจากความทรงจำมักจะหอมหวานกว่าปัจจุบันเสมอ ปลาเยอะกว่า ปะการังแน่นกว่า แต่เมื่อตั้งใจมองภาพปัจจุบันอย่างเป็นกลาง สิ่งที่เห็นตรงหน้าก็ไม่ได้แย่กว่าอดีตไปเสียทั้งหมด

ปีนี้ปลากบสีดำตัวใหญ่ใช้กองหินด้านนอกเป็นที่อยู่อาศัยตลอดทั้งซีซั่น ปลากบตัวใหญ่ถือเป็นของหายากในน่านน้ำไทย สีตัวของมันค่อยๆ เปลี่ยนจากดำล้วนตอนช่วงต้นฤดูกาล กลายเป็นโทนสีเหลืองเปรอะแซมมากขึ้นเรื่อยๆ ที่หินก้อนเดียวกัน 2 – 3 เดือนล่าสุด มีปลาหมอทะเลตัวใหญ่ ลอยนิ่งอยู่ท่ามกลางฝูงลูกปลา ทำหน้าที่เป็นแบบให้นักดำน้ำช่างภาพอย่างดี ผิดกับปลาหมอทะเลทั่วไปที่พบเจอ เจ้าตัวนี้ยอมให้นักดำน้ำเข้าใกล้มันได้มากโดยที่ไม่ว่ายหนีไป

ท่องอดีตแหล่งดำน้ำเมืองไทยที่ได้ชื่อว่า 1 ใน 10 สุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก
ปลากบยักษ์ที่เป็นสีดำสนิทตอนช่วงต้นฤดูกาล เริ่มมีสีเหลืองเปรอะมากขึ้นทุกที 
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน
ท่องอดีตแหล่งดำน้ำเมืองไทยที่ได้ชื่อว่า 1 ใน 10 สุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก
ปลาหมอทะเลตัวใหญ่ลอยนิ่งเป็นแบบให้ช่างภาพโดยไม่ว่ายหนี

การระบาดรอบที่ 3 ทำให้ปีนี้เราต้องบอกลาหินเกือกม้าและจุดดำน้ำอื่นทางฝั่งอันดามันเร็วกว่าปกติ หลังจากเดือนพฤษภาคม ลมมรสุมก็จะเริ่มเข้ามา ฤดูกาลตามธรรมชาติก็จะหมุนไปอีกปีหนึ่ง

เมื่อวันที่ทางเลือกในการเดินทางเปิดกว้างอย่างอิสระกลับมา การเลือกมองหาร่องรอยที่เปลี่ยนไปของอดีต หรือมองออกไปหาความตื่นเต้นที่มากกว่าข้างหน้า ล้วนแล้วแต่เป็นทางเลือกของแต่ละคน แต่ไม่ว่าจะไปที่ไหน สิ่งที่ทำให้สุขใจอย่างแท้จริงไม่ได้อยู่ที่สถานที่ที่ล้อมเราอยู่ แต่อยู่ภายในใจของเราเอง

สารคดีสัญชาติไทย

Writer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay และเป็นหนึ่งในทีม #สารคดีสัญชาติไทย

Photographers

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay และเป็นหนึ่งในทีม #สารคดีสัญชาติไทย

พลพิชญ์ คมสัน

เริ่มต้นชีวิตจากการเป็นสถาปนิกแต่ชอบหนีงานไปเข้าป่าลงทะเล ผสมกับความอินโทรเวิร์ตเล็กๆ เลยเปลี่ยนสายอาชีพมาเป็นช่างภาพใต้น้ำและคนทำสารคดี เคยทำนิตยสารดำน้ำระดับอินเตอร์ ผลิตงานสารคดีใต้น้ำ และงานโฆษณาหลายชิ้น ปัจจุบันเป็นแอดมินเพจ Digitalay และหนึ่งในทีมสารคดีสัญชาติไทย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load