1 กันยายน 2560
1.31 K
The Cloud X  สารคดีสัญชาติไทย

“ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่า”

นี่คือคำพูดเมื่อ 30 ปีที่แล้วของผู้ชายร่างสูงผิวคล้ำที่มักใส่เสื้อเชิ้ตยับๆ สวมแว่นตาหนา รูปร่างหน้าตาธรรมดาไม่ได้สะดุดตาใครๆ นัก เขาจะเริ่มต้นด้วยประโยคนี้ในทุกที่ซึ่งเขามีโอกาสขึ้นไปพูดบนเวที

นอกจากคนที่ไปฟังและเพื่อนๆ ที่รู้จัก ไม่ค่อยมีใครได้ยินประโยคนี้หรอก

“ถ้าจะยิงลูกน้องกู มายิงกูดีกว่า”

นี่เป็นอีกประโยคหนึ่งที่ผู้ชายคนนี้พูด ในคืนวันหนึ่ง ไม่มีใครนอกจากลูกน้อง 3 – 4 คนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นที่ได้ยิน

เสียงตะโกนดังขึ้นและจางหายไปในความมืดมิด

“สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำและสัตว์เลื้อยคลาน นับเป็นกลุ่มสัตว์ป่าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากเป็นกลุ่มสัตว์ที่มีแหล่งที่อยู่ และแบบแผนการดำรงชีวิตที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง มีทั้งสัตว์ที่อยู่ตามผิวดิน ใต้ผิวดิน และตามต้นไม้ การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมอย่างฉับพลันเพราะการกักเก็บน้ำ ย่อมส่งผลกระทบรุนแรงต่อสัตว์กลุ่มนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น”

เขาพูดข้อความนี้บ่อยและเขียนไว้ในรายงาน ‘งานช่วยเหลือสัตว์ป่าตกค้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี’

บริเวณปากคลองพระแสง

ผืนป่าอุดมสมบูรณ์เปลี่ยนเป็นผืนน้ำกว้างกว่า 165 ตารางกิโลเมตร

ยอดเขากลายเป็นเกาะแก่งกลางทะเลสาบ

ชีวิตมากมายกระเสือกกระสน ดิ้นรน หลบหนี น้ำที่เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว

เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2529 ผู้ชายคนนี้เขียนบันทึกประจำวันไว้บางตอนว่า

“ระดับน้ำเพิ่มขึ้น พื้นดินถูกตัดขาดเป็นเกาะเล็กเกาะน้อย สัตว์ป่าต้องอดอาหาร และแก่งแย่งที่อยู่อันมีจำกัด บางตัวผอมโซ หลายตัวเป็นซากห้อยอยู่ตามกิ่งไม้”

เขาและทีมงานใช้เวลาทั้งสิ้น 2 ปี 4 เดือน กับงานช่วยเหลือสัตว์ป่า พวกเขาช่วยได้ 116 ชนิด 1,364 ตัว ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ

มีชีวิตจำนวนหนึ่งได้รับการช่วยเหลือ

แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้ชายร่างสูงสวมแว่นสายตาหนารู้ก็คือ

นี่คือการช่วยเหลือที่ปลายเหตุ

โครงการก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่เช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้น

แต่ดูเหมือนสิ่งที่เขาทำและพูดก็จางหายไปในสายลม

หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้งคือแหล่งรวมพืชพรรณและสัตว์จากทุกภูมิภาค สมเสร็จคือตัวอย่างหนึ่ง

ปี พ.ศ. 2530

งานหนักของชายร่างสูงผู้นี้เริ่มต้นอีกครั้ง

โครงการก่อสร้างเขื่อนน้ำโจนในพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรกำลังจะได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลในยุคนั้น

ความขัดแย้งระหว่างผู้ไม่เห็นด้วยและผู้สนับสนุนเริ่มรุนแรง

ชายร่างสูงและเพื่อนๆ ทำงานอย่างหนักติดต่อกัน  เขาตัดสินใจนำข้อมูลการอพยพสัตว์ป่าที่เขื่อนเชี่ยวหลานมาสรุป วิเคราะห์เพื่อใช้เป็นบทเรียนที่สำคัญเกี่ยวกับการพิจารณาผลกระทบด้านสัตว์ป่า และนำไปมอบให้คณะกรรมการพิจารณาผลกระทบการสร้างเขื่อนน้ำโจน

รายงานชิ้นนี้ทำให้หลายฝ่ายสิ้นข้อสงสัยว่า การสร้างเขื่อนก่อให้เกิดผลกระทบต่อสัตว์ป่าจริงหรือไม่

“อาจารย์ เราทำได้แล้ว เราทำได้แล้ว”

ชายร่างสูงเดินเข้ามาหา ดร.สุรพล สุดารา แห่งชมรมสภาวะแวดล้อมสยาม

การประชุมอย่างยาวนานเพื่อพิจารณาเรื่องเขื่อนน้ำโจนสิ้นสุด ผลการประชุมให้ชะลอการสร้างออกไปก่อน

เขากอด ดร.สุรพล พูดเสียงสั่นด้วยอารมณ์ที่อัดแน่น

ดร.สุรพล มองหน้าชายร่างสูง ความสำเร็จในการโน้มน้าวให้พิจารณายุติการก่อสร้างเขื่อนน้ำโจน ส่วนหนึ่งมาจากความมุ่งมั่นเอาจริงรวมทั้งข้อมูลของผู้ชายคนนี้

ผู้ชายที่ชื่อ สืบ นาคะเสถียร

หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา

กระทิง ประชากรส่วนใหญ่ในป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร

ปลายเดือนสิงหาคม พ.ศ 2540

ฝนลงเม็ดปรอยๆ ขณะผมเลี้ยวรถไปตามเส้นทางแคบๆ ขนาบด้วยกอไผ่ ก่อนถึงลานโล่งหน้าบ้านไม้ชั้นเดียวทาสีฟ้าอ่อนๆ

บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักของหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าหน่วยหนึ่งทางตอนใต้ของป่าห้วยขาแข้ง

มอเตอร์ไซค์เปื้อนโคลน 4 – 5 คันจอดอยู่ ข้างบนชานหน้าบ้านมีคนกลุ่มใหญ่นั่งล้อมวง

พวกเขาชะเง้อมองผมดับเครื่อง ก้าวเท้าลงจากรถ

หลังพูดคุยทักทาย “ขอคุยกันสักชั่วโมงครับพี่ เดี๋ยวค่อยไป” ชายหนุ่มหัวหน้าหน่วยพูด

ผมรับแก้วน้ำที่ชายคนหนึ่งส่งมาให้ ครึ่งนั่งครึ่งนอนหลังพิงฝาบ้าน มองไปที่คนกลุ่มนี้

นอกจาก ฟื้น ฤทธินาลา ที่คุ้นเคยกับผมดี เขาช่วยงานผมบ่อย อายุต้น 40 ทำให้เขาอาวุโสที่สุด คนอื่นคือชายหนุ่มวัย 20 ต้นๆ

เสียงรายงานหัวหน้าถึงการเดินลาดตระเวณด้วยแววตากระตือรือร้น

“10 ปีแล้วนะครับ เร็วจังเลย”  ฟื้นพูดเบาๆ กับผม

1 กันยายน พ.ศ. 2533  ฟื้นทำหน้าที่เป็นยามอยู่ในสำนักงานเขตรักษาพันธุสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ราวรุ่งสาง เขาได้ยินเสียงปืนนัดหนึ่ง

ช่วงสายๆ เขาถึงรู้ว่านั่นคือเสียงปืนที่นำพา ‘ชีวิต’ หัวหน้าสืบของเขาไป

สืบ นาคะเสถียร หัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งกระทำอัตวินิบาตกรรม

ดูคล้ายกับว่าจะเป็นเสียงปืนที่ดังกึกก้อง

หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา

หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา

ควายป่า การสำรวจพบควายป่าที่ใกล้สูญพันธ์ ทำให้ป่าห้วยขาแข้งได้รับการประกาศให้เป็น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

เขาตั้งใจมาเป็นหัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

ป่าที่ดูแลกว้างใหญ่ และปัญหาที่พบก็ใหญ่และซับซ้อนตาม

ปี พ.ศ. 2532 สภาพป่าที่มีพื้นที่ 1ล้าน 6 แสนกว่าไร่ มีข้าราชการ 12 คน พิทักษ์ป่า 30 คน ลูกจ้าง คนงานชั่วคราว 120 คน

และงบประมาณเพื่อดูแลป่าแห่งนี้ คือไร่ละ 80 สตางค์ต่อปี

วันนี้เราจะเดินทางไปที่สำนักงานเขต พรุ่งนี้จะมีงานทำบุญเพื่อรำลึกถึงหัวหน้าสืบ

10 ปีแล้วที่งานทำบุญเป็นไปอย่างง่ายๆ แต่ดูเหมือนว่าในแต่ละปีจะมีคนมาร่วมมากขึ้น

บนกองเป้มีปืนลูกซอง 5 นัดวางอยู่ สายสะพายมีรอยปะชุน

10 ปีก่อน สภาพคนงานและการทำงานในป่าไม่เปลี่ยนไปนัก

ยากลำบาก ขาดแคลน อาวุธด้อยกว่าคนล่าสัตว์

แต่น้ำเสียงและแววตากระตือรือร้นที่ชายหนุ่มเหล่านี้กำลังรายงานกับหัวหน้า

ผมสัมผัสได้ว่าพวกเขามีสิ่งหนึ่ง

สิ่งซึ่งงบประมาณมหาศาลจัดซื้อหามาไม่ได้

นั่นคือ จิตใจอันมุ่งมั่นและภาคภูมิใจในงานของพวกเขา

สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะเสียงจากปืนนัดหนึ่ง

หนึ่งชีวิตจากไป หลายชีวิตตื่นขึ้นมา

นกยูงไทย

“ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่า”

ถึงวันนี้ ปี พ.ศ. 2560  ผู้ชายร่างสูงผิวคล้ำจากไปแล้ว 27 ปี

นี่คือประโยคที่คนจำนวนมากได้ยิน

เช่นเดียวกับประโยคที่เขาตะโกนว่า

“ถ้าจะยิงลูกน้องกู มายิงกูดีกว่า”

ความตั้งใจของเขาคือ อยากบอกให้โลกได้รับรู้ว่าเหล่าสัตว์ป่า รวมถึงคนผู้ทำหน้าที่ปกป้องดูแลแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า ต้องพบกับปัญหาอันซับซ้อนเพียงไร จากที่เคยพูดมาตลอดและไม่มีใครได้ยิน

เขารู้วิธีที่จะให้คนฟัง

เลือกกระทำ

และวิธีที่เขาเลือกได้ผล

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

หลายปีมานี้เวลาฝนตกในเมือง กลิ่นดินที่ทำให้รู้สึกสดชื่น จืดจางลงไปกว่าที่เคยจำได้เมื่อตอนเด็ก ทุกครั้งเมื่อได้กลิ่นดิน ภาพสนามหญ้าหน้าโรงเรียนก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำ

หลังจากได้บัตรดำน้ำมาไม่นาน เราเดินทางไปดำน้ำที่เกาะเต่าเป็นทริปแรก ในตอนที่กำลังแกะแซนด์วิช ซึ่งเป็นอาหารกลางวันอยู่บนเรือที่โยกไปมา จู่ ๆ เราก็เริ่มผะอืดผะอม นี่คือการเมาเรือครั้งแรกในชีวิต กลิ่นหอมใหญ่สดของแซนด์วิชในมือลอยฟุ้งอยู่รอบตัว

หลังจากนั้น ทุกครั้งที่อยู่บนเรือ กลิ่นหอมใหญ่สดก็กลายเป็นกลิ่นต้องห้าม เพราะเมื่อไหร่ที่ได้กลิ่นขึ้นมา สมองเหมือนจะสั่งการให้ความจำของวันนั้นฟื้นกลับมา รวมไปถึงความรู้สึกผะอืดผะอมนั้นด้วย

น่าประหลาดใจที่ถึงแม้เราใช้ตาเป็นสัมผัสหลัก แต่กลิ่นบางกลิ่นกลับพาเราย้อนเวลากลับไปหาความทรงจำ ซึ่งชัดเจนยิ่งกว่าภาพที่เห็นด้วยตาเสียด้วยซ้ำ

กล่าวกันว่ากลิ่นนั้นเป็นสารเคมีที่ส่งตรงถึงสมอง ไม่ต้องผ่านการแปลงสัญญาณไปประมวลผลก่อน จึงทำให้เป็นสัมผัสที่ติดแน่นกับความทรงจำมากกว่าประสาทสัมผัสอื่น

ไขปริศนากลิ่นใต้ทะล ปะการังกำลังสื่อสารอะไรกันผ่านการส่งกลิ่น
เต่าทะเลว่ายผ่านแนวปะการังใต้ทะเลของเกาะเต่า

สำหรับมนุษย์ จมูกกลายเป็นประสาทสัมผัสที่ไร้ประโยชน์ในโลกใต้น้ำ เราเลยไม่เคยได้รู้ว่าแนวปะการังมีกลิ่นยังไง

เจ้าหน้าที่ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น หยิบปะการังที่ยังมีชีวิตอยู่ขึ้นมาจากบ่อเพาะเลี้ยงให้เราดม น่าแปลกใจที่มันมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ คล้ายดอกไม้ที่เรานึกชื่อไม่ออก หลายปีต่อมา นักวิชาการปะการังไทยช่วยตอบให้เราหายข้องใจว่า มันคล้ายกับกลิ่นดอกพิกุล 

นักวิจัยปะการังหลายคนเล่าให้ฟังว่า ปะการังแต่ละชนิดมีกลิ่นแตกต่างกันไป ไม่ใช่ทุกชนิดจะมีกลิ่นหอมเหมือนดอกไม้ บางชนิดมีกลิ่นคล้ายสาหร่ายเปียก ๆ บางชนิดก็เป็นกลิ่นที่เฉพาะตัวมากจนระบุไม่ได้

ไขปริศนากลิ่นใต้ทะล ปะการังกำลังสื่อสารอะไรกันผ่านการส่งกลิ่น

กลิ่นคือโมเลกุลทางเคมีที่กระจายล่องลอยออกไป ไม่ว่าตัวกลางที่พาไปจะเป็นอากาศหรือน้ำ

กลิ่นดินหลังฝนตกที่เราชอบ ที่จริงเป็นโมเลกุลทางเคมีที่แบคทีเรียในดินปล่อยออกมา เมื่อโดนน้ำฝนก็ฟุ้งตัวลอยกระจายไปในอากาศ แบคทีเรียชนิดนี้มีหน้าที่ช่วยย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ให้กลายเป็นธาตุอาหารในดิน กลิ่นที่พวกมันปล่อยออกมามีเป้าหมายหลักคือ ดึงดูดให้แมลงและสัตว์ขาปล้องหลายชนิดเข้ามาหา เพื่อจะนำสปอร์ของแบคทีเรียชนิดนี้กระจายออกไปสืบพันธุ์ในที่อื่น ๆ

ทากทะเลตัวจิ๋วมีอวัยวะรับกลิ่นขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัว ทากทะเลไม่มีอวัยวะรับภาพแบบดวงตาของมนุษย์ มันอาศัยกลิ่นพาไปสู่อาหารได้อย่างแม่นยำ บางชนิดอวัยวะรับกลิ่นคือเขาสูงคู่ที่อยู่บริเวณหัว บางชนิดมีขนเล็ก ๆ คล้ายขนจมูกยื่นออกมาจากท่อหลอดด้านหน้า

ไขปริศนากลิ่นใต้ทะล ปะการังกำลังสื่อสารอะไรกันผ่านการส่งกลิ่น
อวัยวะรับกลิ่นของทากทะเลตัวนี้คือเขาสูงสีดำคู่ใหญ่ที่อยู่ทางด้านหัว
ไขปริศนากลิ่นใต้ทะล ปะการังกำลังสื่อสารอะไรกันผ่านการส่งกลิ่น
ทากทะเลสายพันธุ์นี้มีขนยื่นออกมาจากท่อหลอดด้านหน้าคล้ายกับขนจมูก ซึ่งใช้ในการรับกลิ่น

ครั้งหนึ่งเรานั่งรอดูทากยิมโนดอริสเดินลัดเลี้ยวซ้ายที ขวาที แล้วเอาส่วนหัวมุดทรายลงไปงับทากอีกชนิดที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นทรายอย่างมิดชิด ทากยิมโนดอริสกินทากชนิดอื่นเป็นอาหาร พวกมันเป็นนักล่าและอาศัยการแกะรอยเหยื่อจากกลิ่น

ไขปริศนากลิ่นใต้ทะล ปะการังกำลังสื่อสารอะไรกันผ่านการส่งกลิ่น
ทากยิมโนดอริส

กระบะที่วางอยู่ท้ายเรือมีซากปลาตัวใหญ่ ๆ อยู่หลายตัว คนเรือใช้เท้าเหยียบบี้สลับกับตักน้ำทะเลราดให้ของเหลวจากซากปลากระจายออกมา กลิ่นคาวปลาจากทั้งเลือดและน้ำมันคลุ้งทั่วไปทั้งในอากาศ และในน้ำ

2 ใน 3 ส่วนของสมองฉลามยกให้การประมวลผลประสาทรับกลิ่น ฉลามใช้กลิ่นนำทางมากกว่าสายตา พวกมันรับกลิ่นได้ไกลเป็นระยะหลายร้อยเมตร

ในพื้นที่หลายแห่งมีฉลามใช้วิธีนี้เพื่อล่อให้คนเข้ามาดู ความอันตรายจากการใช้วิธีนี้คือ กลิ่นที่พวกมันรับเชื่อมโยงกับพฤติกรรมล่าเหยื่อ ทุกวันนี้หลายแห่งจึงเริ่มมีเสียงค้านการล่อฉลามด้วยคาวปลา เพราะกังวลถึงความปลอดภัยของนักดำน้ำ แต่อีกฝั่งก็ค้านกลับว่า การล่อให้ฉลามเข้ามาใกล้เรือ จะช่วยให้ได้พบเห็นตัวฉลามมากกว่าปกติ และช่วยในการวิจัยฉลามได้ดียิ่งขึ้น

การถกเถียงเรื่องนี้ยังไม่สิ้นสุด จนกว่าเราจะเข้าใจพวกมันได้อย่างแท้จริง

ไขปริศนากลิ่นใต้ทะล ปะการังกำลังสื่อสารอะไรกันผ่านการส่งกลิ่น
กระบะใส่ซากปลา ที่ร้านดำน้ำใช้กลิ่นละลายไปในน้ำเพื่อล่อฉลาม
ไขปริศนากลิ่นใต้ทะล ปะการังกำลังสื่อสารอะไรกันผ่านการส่งกลิ่น
ฉลามขาวว่ายเข้ามาตามกลิ่นของเหยื่อล่อ เพื่อเช็กว่ามีอาหารที่มันกินได้หรือไม่

ในห้องวิจัย ปะการังที่เครียดจากอุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้นส่งกลิ่นออกมาต่างจากปกติ พวกมันส่งกลิ่นออกมาว่าเริ่มเครียด ก่อนจะแสดงตัวให้เราเห็นว่าป่วยด้วยการฟอกขาว แนวปะการังที่ดูสวยสดงดงามใต้ทะเล อาจจะกำลังเริ่มป่วยโดยที่เรามองไม่เห็น

เหล่าปะการังแข็งที่ส่งเสียงพูดไม่ได้ พวกจึงมันสื่อสารผ่านกลิ่น

กลิ่นกับการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำใต้ทะเล การตามกลิ่นคาวของฉลาม ไปจนถึงความหมายของกลิ่นอันหลากหลายจากปะการัง
กลิ่นกับการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำใต้ทะเล การตามกลิ่นคาวของฉลาม ไปจนถึงความหมายของกลิ่นอันหลากหลายจากปะการัง

ที่อ่าวเล็ก ๆ ริมฝั่ง ค่ำคืนหนึ่งในรอบปี ปะการังแข็งสายพันธุ์เดียวกันที่อยู่ห่างกันหลายสิบเมตรทำให้ความสัมพันธ์ระยะไกลกลายเป็นเรื่องง่าย พวกมันพร้อมใจปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ออกมาในเวลาเดียวกัน ตามที่นัดหมายไว้ผ่านสัญญาณกลิ่น การบรรเลงเพลงรักอันครึกโครมท่ามกลางความเงียบของท้องทะเล

บางทีหน้าต่างของหัวใจ อาจจะไม่ใช่ดวงตาอย่างที่เคยได้ยินกันมา

กลิ่นกับการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำใต้ทะเล การตามกลิ่นคาวของฉลาม ไปจนถึงความหมายของกลิ่นอันหลากหลายจากปะการัง

Writer & Photographer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load