The Cloud X  สารคดีสัญชาติไทย

ร้อยกว่าปีแห่งความโดดเดี่ยวของปู่จอร์จ เต่ายักษ์ตัวสุดท้ายของเกาะพินตา (Pinta) แห่งกาลาปากอส (Galapagos) นั้น เป็นเรื่องเศร้าราวกับนิยายรันทดที่แต่งขึ้นจากปลายปากกาของนักประพันธ์

แต่ทุกสิ่งทั้งหมดนี้คือเรื่องจริง… เรื่องราวของโลกที่ร้างไร้คู่ของปู่จอร์จผู้รอคู่ของมันจนวาระสุดท้ายของชีวิต

ผมมีโอกาสพบกับปู่จอร์จครั้งแรกในปี 2005 เป็นครั้งแรกที่ผมไปเยือนหมู่เกาะกาลาปากอส ซึ่งตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิกทางฝั่งตะวันตกของประเทศเอกวาดอร์ หลังจากที่เราใช้เวลานานกว่าสัปดาห์ล่องเรือไปดำน้ำตามหมู่เกาะต่างๆ ของกาลาปากอส วันสุดท้ายเรือของเราก็มาจอดที่หน้า Charles Darwin Reserch Station ซึ่งเป็นบ้านหลังสุดท้ายของปู่จอร์จ

กาลาปากอส

เต่ายักษ์แห่งหมู่เกาะกาลาปากอสเป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่พบในบริเวณหมู่เกาะกาลาปากอสกลางมหาสมุทรแปซิฟิกนั้นมีชนิดแยกย่อยไปมากกว่า 14 สายพันธุ์ กระจัดกระจายกันอยู่ไปตามเกาะแก่งต่างๆ ในบริเวณหมู่เกาะแห่งนี้

เต่ายักษ์แห่งกาลาปากอสเป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สิ่งที่น่าสนใจนอกเหนือจากขนาดใหญ่โตของมันก็คือ ในหมู่เกาะกาลาปากอสนั้น เต่ายักษ์ที่พบในแต่ละเกาะมีชนิดย่อยที่มีลักษณะแตกต่างกันไปตามลักษณะของแหล่งอาหารและการกินอาหารของมัน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ชาร์ลส์ ดาร์วิน นักชีววิทยาชาวอังกฤษที่มีโอกาสมาเยือนเกาะแห่งนี้เมื่อปี 1835 ได้ข้อสรุปในทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติ หรือ Natural Selection และตีพิมพ์หนังสือชื่อยาวมากๆ คือ On the Origin of Species by Means of Natural Selection, or the Preservation of Favoured Races in the Struggle for Life หรือที่เรารู้จักกันในชื่อย่อๆ ว่า On the Origin of Species ขึ้นมาในปี 1859 ไม่ใช่เพียงแค่พื้นฐานของการศึกษาวิชาชีววิทยาสมัยใหม่เท่านั้น ในอีกมุมหนึ่ง หนังสือเล่มนี้คือการปรับเปลี่ยนพื้นฐานทางความคิดครั้งใหญ่ของมนุษยชาติ จากแนวคิดที่ว่าสิ่งมีชีวิตถูกสรรค์สร้างขึ้นมาอย่างสมบูรณ์โดยพระผู้เป็นเจ้า กลายมาเป็นทฤษฎีที่ว่าด้วยวิวัฒนาการของสรรพสิ่งในธรรมชาติบนโลกใบนี้

ปู่จอร์จเป็นเต่าตัวสุดท้ายของเผ่าพันธุ์เฉพาะถิ่นที่พบบนเกาะพินตา คือ Chelonoidis abingdonii ถูกพบอยู่เพียงลำพังตัวเดียวท่ามกลางฝูงแกะ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 1971 บนเกาะที่แห้งแล้งปราศจากพืชพันธุ์ที่เต่ายักษ์แห่งเกาะพินตาสามารถใช้เป็นอาหารได้เลย เนื่องมาจากการขยายพันธุ์ของฝูงแกะที่ชาวเรือผู้มาตั้งถิ่นฐานในยุคแรกได้นำมาปล่อยไว้บนเกาะเพื่อใช้เป็นอาหาร และฝูงแกะผู้รุกรานนั้นได้ขยายเผ่าพันธุ์ไปจนมีเป็นจำนวนมาก และทำให้พืชพันธุ์ที่อยู่ในระดับสูงพอที่เต่ายักษ์บนเกาะแห่งนี้จะเอื้อมคอขึ้นกินถึงได้นั้นหายไปหมด และสิ่งนั้นเองคือที่มาของการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์

ปู่จอร์จถูกนำกลับมาดูแลที่ Charles Darwin Reserch Station และนักวิทยาศาสตร์ยังคงไม่ละความพยายามที่จะค้นหาคู่ให้ปู่จอร์จมาตลอด 40 ปี ในทางทฤษฎีแล้วอาจจะถือว่าเต่ายักษ์แห่งเกาะพินตานั้นได้เริ่มต้นนับถอยหลังสู่วันที่จะสูญพันธุ์นับตั้งแต่วันที่เราค้นพบปู่จอร์จแล้ว

มิถุนายน 2012 ผมกลับมาเยือนหมู่เกาะกาลาปากอสอีกครั้งหนึ่ง วันสุดท้ายของการเดินทางผมก็ไปเดินใน Charles Darwin Reserch Station อีกเช่นเคย ในวันนั้นเราเห็นปู่จอร์จนอนอยู่ใต้ร่มไม้ในมุมที่ห่างไกลเพียงลำพัง และไม่มีใครล่วงรู้ได้เลยว่าเราจะไม่ได้มีโอกาสพบกับปู่จอร์จอีกแล้ว

กาลาปากอส

หมู่เกาะกาลาปากอสกลางมหาสมุทรแปซิฟิกที่เกิดขึ้นจากเถ้าลาวาของภูเขาไฟ เมื่อประมาณ 7-8 ล้านปีที่แล้ว เป็นดินแดนที่สะท้อนถึงกระบวนการวิวัฒนาการของสายพันธุ์ต่างๆ ที่เด่นชัดที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

กาลาปากอส

ปู่จอร์จและฉลามหัวค้อนคือสัญลักษณ์ที่อยู่บนตราประทับของอุทยานแห่งชาติกาลาปากอส ซึ่งจะประทับลงไปบนหนังสือเดินทางทุกเล่มของผู้ที่มาเยือนหมู่เกาะแห่งนี้

24 มิถุนายน 2012 ปู่จอร์จในวันที่มีอายุมากกว่า 100 ปี (ไม่มีใครรู้ว่าปู่จอร์จมีอายุจริงๆ เท่าไรกันแน่) ก็จากโลกไปพร้อมกับสายพันธุ์เต่ายักษ์แห่งเกาะพินตาตัวสุดท้ายที่ถูกบันทึกว่าสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปจากโลกใบนี้

แล้วเต่าตัวหนึ่งที่สูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปจากธรรมชาตินั้นมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับพวกเรา ก็แค่เต่าตัวหนึ่งที่น่าสงสาร หรือว่าเป็นแค่เผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอก็แพ้ไปเท่านั้นหรือ…

ในแต่ละวัน นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่ามีสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นพืชพันธุ์ แมลง หรือว่าสัตว์ต่างๆ สูญพันธุ์ไปจากโลกนับร้อยชนิด และสาเหตุส่วนใหญ่ของการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์นั้นเกิดจากมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม

กิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการล่าเพื่อหาอาหาร การเปิดพื้นที่เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ สร้างโรงไฟฟ้า สร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ หรือแม้กระทั่งขนย้ายเอาสัตว์ต่างถิ่นเข้ามาเลี้ยงจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ย่อมส่งผลกระทบต่อการคัดสรรทางธรรมชาติอย่างที่เราอาจจะคาดไม่ถึง เช่น การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของเมือง ทำให้ท้องทุ่งริมป่าที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของสมันในแถบชายทุ่งรังสิตเมื่อ ร้อยกว่าปีก่อนกลายมาเป็นพื้นที่ทางการเกษตร ก่อนจะกลายเป็นโรงงานอุตสาหกรรม และหมู่บ้านจัดสรรในปัจจุบัน ย่อมทำให้ไม่มีสมันเหลืออยู่บนโลกใบนี้ เพราะสูญสิ้นแหล่งอาศัยไปตลอดกาลแล้ว

กาลาปากอส

ลักษณะของคอและรูปทรงของกระดองหลังที่แตกต่างกันไปของเต่ายักษ์กาลาปากอสแต่ละสายพันธุ์ย่อยนั้นเกิดจากการลักษณะของการกินอาหารในภูมิประเทศที่แตกต่างกันไปของแต่ละเกาะในหมู่เกาะกาลาปากอสแห่งนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้ชาร์ลส์ ดาร์วิน นำเสนอทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติหรือ Natural selection อันโด่งดังขึ้นมา

กรณีของปลาซักเกอร์ ปลาที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ กลายเป็นสายพันธุ์ต่างถิ่นที่เข้ามารุกรานแหล่งน้ำแทบทุกแห่งในประเทศไทย ในช่วงเวลาไม่ถึง 30 ปีที่ผ่านมานี้เอง อาจจะส่งผลให้ปลาหลายสายพันธุ์ที่เป็นพันธุ์พื้นเมืองสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปได้ในอนาคตอันใกล้

ในช่วงชีวิตของเรามีสรรพสิ่งรอบๆ ตัวที่สูญพันธุ์ไปมากและรวดเร็วกว่าสิ่งที่เราค้นพบ และดูเหมือนว่าอัตราเร่งของการสูญพันธุ์จะยิ่งรวดเร็ว รุนแรง เพิ่มขึ้นทุกปีตามการขยายตัวของมนุษยชาติ

โลกเพิ่งจะได้รู้จักกับเต่ายักษ์แห่งหมู่เกาะกาลาปากอสเมื่อไม่ถึง 200 ปีมานี้เอง ช่วงเวลา 200 ปีที่ดูเหมือนจะยาวนานในความรู้สึกเมื่อเทียบกับชีวิตอันแสนสั้นของเรา

แต่เชื่อไหมว่าระยะเวลา 200 ปีที่ผ่านไปนั้น อาจจะไม่ใช่เวลาที่ยาวนานเท่าไรของโลกและธรรมชาติ

กาลาปากอส

หลังจากที่ปู่จอร์จ เต่ายักษ์กาลาปากอสตัวสุดท้ายแห่งเกาะพินตาเสียชีวิตลง หมายถึงการสูญสิ้นของเต่าสายพันธุ์นี้ไปตลอดกาล ปู่จอร์จถูกส่งไปสตัฟฟ์และจัดแสดงไว้ที่ American Museum of Natural History ในมหานครนิวยอร์กชั่วคราว ก่อนที่จะถูกส่งกลับมาจัดแสดงไว้ที่ Charles Darwin Research Station เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธุ์ 2017 ที่ผ่านมานี้เอง

Harriet เต่ากาลาปากอสตัวหนึ่งที่ชาร์ลส์ ดาร์วิน นำใส่เรือ HMS Beagal กลับไปอังกฤษด้วย และถูกส่งไปอยู่ที่ออสเตรเลียในที่สุด เนื่องจากมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะกว่าในอังกฤษนั้น เพิ่งจะตายลงในปี 2006 และมีอายุราวๆ 175 ปี

ในขณะที่ชาร์ลส์ ดาร์วิน จากโลกนี้ไปตั้งแต่ปี 1882 สิ่งหนึ่งที่ดาร์วินอาจจะไม่มีโอกาสได้รู้ก็คือ ในช่วงระยะเวลาร้อยกว่าปีหลังจากทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติของเขาได้รับการตีพิมพ์ มนุษย์ก็ได้ทำหน้าที่ในการคัดเลือกสายพันธุ์ที่จะคงเหลือไว้แทนที่ธรรมชาติ

มรดกที่ดาร์วินทิ้งไว้ให้กับเราก็คือ คำถามที่มนุษย์เพียรพร่ำหาคำตอบมาแต่โบราณกาล อาจจะตั้งแต่แรกมีมนุษย์คนแรกเกิดขึ้นบนโลกนี้ก็คือ เรามาจากที่ไหน

แต่สิ่งที่คนรุ่นเราอาจจะต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ก็คือ แล้วอนาคต ถ้าหากมนุษย์ได้ทำลายกฎเกณฑ์ต่างๆ ของธรรมชาติบนโลกใบนี้ไปจนหมดสิ้นแล้ว

เผ่าพันธุ์ของเราจะไปอยู่ที่ไหน…

Save

Writer

นัท สุมนเตมีย์

ช่างภาพใต้น้ำมืออาชีพที่เรียกได้ว่าคนแรกๆ ของประเทศไทย เริ่มต้นจากการเป็นช่างภาพและนักเขียนให้กับนิตยสาร อ.ส.ท. และ อีกหลากหลายนิตยสารทั้งในและต่างประเทศมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 ปัจจุบันนอกเหนือจากการถ่ายภาพแล้ว นัท ยังถ่ายภาพยนต์สารคดีใต้ท้องทะเล และบันทึกภาพทางอากาศให้กับทีมงานสารคดีหลายทีม

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

หลายปีมานี้เวลาฝนตกในเมือง กลิ่นดินที่ทำให้รู้สึกสดชื่น จืดจางลงไปกว่าที่เคยจำได้เมื่อตอนเด็ก ทุกครั้งเมื่อได้กลิ่นดิน ภาพสนามหญ้าหน้าโรงเรียนก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำ

หลังจากได้บัตรดำน้ำมาไม่นาน เราเดินทางไปดำน้ำที่เกาะเต่าเป็นทริปแรก ในตอนที่กำลังแกะแซนด์วิช ซึ่งเป็นอาหารกลางวันอยู่บนเรือที่โยกไปมา จู่ ๆ เราก็เริ่มผะอืดผะอม นี่คือการเมาเรือครั้งแรกในชีวิต กลิ่นหอมใหญ่สดของแซนด์วิชในมือลอยฟุ้งอยู่รอบตัว

หลังจากนั้น ทุกครั้งที่อยู่บนเรือ กลิ่นหอมใหญ่สดก็กลายเป็นกลิ่นต้องห้าม เพราะเมื่อไหร่ที่ได้กลิ่นขึ้นมา สมองเหมือนจะสั่งการให้ความจำของวันนั้นฟื้นกลับมา รวมไปถึงความรู้สึกผะอืดผะอมนั้นด้วย

น่าประหลาดใจที่ถึงแม้เราใช้ตาเป็นสัมผัสหลัก แต่กลิ่นบางกลิ่นกลับพาเราย้อนเวลากลับไปหาความทรงจำ ซึ่งชัดเจนยิ่งกว่าภาพที่เห็นด้วยตาเสียด้วยซ้ำ

กล่าวกันว่ากลิ่นนั้นเป็นสารเคมีที่ส่งตรงถึงสมอง ไม่ต้องผ่านการแปลงสัญญาณไปประมวลผลก่อน จึงทำให้เป็นสัมผัสที่ติดแน่นกับความทรงจำมากกว่าประสาทสัมผัสอื่น

ไขปริศนากลิ่นใต้ทะล ปะการังกำลังสื่อสารอะไรกันผ่านการส่งกลิ่น
เต่าทะเลว่ายผ่านแนวปะการังใต้ทะเลของเกาะเต่า

สำหรับมนุษย์ จมูกกลายเป็นประสาทสัมผัสที่ไร้ประโยชน์ในโลกใต้น้ำ เราเลยไม่เคยได้รู้ว่าแนวปะการังมีกลิ่นยังไง

เจ้าหน้าที่ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น หยิบปะการังที่ยังมีชีวิตอยู่ขึ้นมาจากบ่อเพาะเลี้ยงให้เราดม น่าแปลกใจที่มันมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ คล้ายดอกไม้ที่เรานึกชื่อไม่ออก หลายปีต่อมา นักวิชาการปะการังไทยช่วยตอบให้เราหายข้องใจว่า มันคล้ายกับกลิ่นดอกพิกุล 

นักวิจัยปะการังหลายคนเล่าให้ฟังว่า ปะการังแต่ละชนิดมีกลิ่นแตกต่างกันไป ไม่ใช่ทุกชนิดจะมีกลิ่นหอมเหมือนดอกไม้ บางชนิดมีกลิ่นคล้ายสาหร่ายเปียก ๆ บางชนิดก็เป็นกลิ่นที่เฉพาะตัวมากจนระบุไม่ได้

ไขปริศนากลิ่นใต้ทะล ปะการังกำลังสื่อสารอะไรกันผ่านการส่งกลิ่น

กลิ่นคือโมเลกุลทางเคมีที่กระจายล่องลอยออกไป ไม่ว่าตัวกลางที่พาไปจะเป็นอากาศหรือน้ำ

กลิ่นดินหลังฝนตกที่เราชอบ ที่จริงเป็นโมเลกุลทางเคมีที่แบคทีเรียในดินปล่อยออกมา เมื่อโดนน้ำฝนก็ฟุ้งตัวลอยกระจายไปในอากาศ แบคทีเรียชนิดนี้มีหน้าที่ช่วยย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ให้กลายเป็นธาตุอาหารในดิน กลิ่นที่พวกมันปล่อยออกมามีเป้าหมายหลักคือ ดึงดูดให้แมลงและสัตว์ขาปล้องหลายชนิดเข้ามาหา เพื่อจะนำสปอร์ของแบคทีเรียชนิดนี้กระจายออกไปสืบพันธุ์ในที่อื่น ๆ

ทากทะเลตัวจิ๋วมีอวัยวะรับกลิ่นขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัว ทากทะเลไม่มีอวัยวะรับภาพแบบดวงตาของมนุษย์ มันอาศัยกลิ่นพาไปสู่อาหารได้อย่างแม่นยำ บางชนิดอวัยวะรับกลิ่นคือเขาสูงคู่ที่อยู่บริเวณหัว บางชนิดมีขนเล็ก ๆ คล้ายขนจมูกยื่นออกมาจากท่อหลอดด้านหน้า

ไขปริศนากลิ่นใต้ทะล ปะการังกำลังสื่อสารอะไรกันผ่านการส่งกลิ่น
อวัยวะรับกลิ่นของทากทะเลตัวนี้คือเขาสูงสีดำคู่ใหญ่ที่อยู่ทางด้านหัว
ไขปริศนากลิ่นใต้ทะล ปะการังกำลังสื่อสารอะไรกันผ่านการส่งกลิ่น
ทากทะเลสายพันธุ์นี้มีขนยื่นออกมาจากท่อหลอดด้านหน้าคล้ายกับขนจมูก ซึ่งใช้ในการรับกลิ่น

ครั้งหนึ่งเรานั่งรอดูทากยิมโนดอริสเดินลัดเลี้ยวซ้ายที ขวาที แล้วเอาส่วนหัวมุดทรายลงไปงับทากอีกชนิดที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นทรายอย่างมิดชิด ทากยิมโนดอริสกินทากชนิดอื่นเป็นอาหาร พวกมันเป็นนักล่าและอาศัยการแกะรอยเหยื่อจากกลิ่น

ไขปริศนากลิ่นใต้ทะล ปะการังกำลังสื่อสารอะไรกันผ่านการส่งกลิ่น
ทากยิมโนดอริส

กระบะที่วางอยู่ท้ายเรือมีซากปลาตัวใหญ่ ๆ อยู่หลายตัว คนเรือใช้เท้าเหยียบบี้สลับกับตักน้ำทะเลราดให้ของเหลวจากซากปลากระจายออกมา กลิ่นคาวปลาจากทั้งเลือดและน้ำมันคลุ้งทั่วไปทั้งในอากาศ และในน้ำ

2 ใน 3 ส่วนของสมองฉลามยกให้การประมวลผลประสาทรับกลิ่น ฉลามใช้กลิ่นนำทางมากกว่าสายตา พวกมันรับกลิ่นได้ไกลเป็นระยะหลายร้อยเมตร

ในพื้นที่หลายแห่งมีฉลามใช้วิธีนี้เพื่อล่อให้คนเข้ามาดู ความอันตรายจากการใช้วิธีนี้คือ กลิ่นที่พวกมันรับเชื่อมโยงกับพฤติกรรมล่าเหยื่อ ทุกวันนี้หลายแห่งจึงเริ่มมีเสียงค้านการล่อฉลามด้วยคาวปลา เพราะกังวลถึงความปลอดภัยของนักดำน้ำ แต่อีกฝั่งก็ค้านกลับว่า การล่อให้ฉลามเข้ามาใกล้เรือ จะช่วยให้ได้พบเห็นตัวฉลามมากกว่าปกติ และช่วยในการวิจัยฉลามได้ดียิ่งขึ้น

การถกเถียงเรื่องนี้ยังไม่สิ้นสุด จนกว่าเราจะเข้าใจพวกมันได้อย่างแท้จริง

ไขปริศนากลิ่นใต้ทะล ปะการังกำลังสื่อสารอะไรกันผ่านการส่งกลิ่น
กระบะใส่ซากปลา ที่ร้านดำน้ำใช้กลิ่นละลายไปในน้ำเพื่อล่อฉลาม
ไขปริศนากลิ่นใต้ทะล ปะการังกำลังสื่อสารอะไรกันผ่านการส่งกลิ่น
ฉลามขาวว่ายเข้ามาตามกลิ่นของเหยื่อล่อ เพื่อเช็กว่ามีอาหารที่มันกินได้หรือไม่

ในห้องวิจัย ปะการังที่เครียดจากอุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้นส่งกลิ่นออกมาต่างจากปกติ พวกมันส่งกลิ่นออกมาว่าเริ่มเครียด ก่อนจะแสดงตัวให้เราเห็นว่าป่วยด้วยการฟอกขาว แนวปะการังที่ดูสวยสดงดงามใต้ทะเล อาจจะกำลังเริ่มป่วยโดยที่เรามองไม่เห็น

เหล่าปะการังแข็งที่ส่งเสียงพูดไม่ได้ พวกจึงมันสื่อสารผ่านกลิ่น

กลิ่นกับการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำใต้ทะเล การตามกลิ่นคาวของฉลาม ไปจนถึงความหมายของกลิ่นอันหลากหลายจากปะการัง
กลิ่นกับการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำใต้ทะเล การตามกลิ่นคาวของฉลาม ไปจนถึงความหมายของกลิ่นอันหลากหลายจากปะการัง

ที่อ่าวเล็ก ๆ ริมฝั่ง ค่ำคืนหนึ่งในรอบปี ปะการังแข็งสายพันธุ์เดียวกันที่อยู่ห่างกันหลายสิบเมตรทำให้ความสัมพันธ์ระยะไกลกลายเป็นเรื่องง่าย พวกมันพร้อมใจปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ออกมาในเวลาเดียวกัน ตามที่นัดหมายไว้ผ่านสัญญาณกลิ่น การบรรเลงเพลงรักอันครึกโครมท่ามกลางความเงียบของท้องทะเล

บางทีหน้าต่างของหัวใจ อาจจะไม่ใช่ดวงตาอย่างที่เคยได้ยินกันมา

กลิ่นกับการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำใต้ทะเล การตามกลิ่นคาวของฉลาม ไปจนถึงความหมายของกลิ่นอันหลากหลายจากปะการัง

Writer & Photographer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load