ชวน

ชวน มา ดู

ชวน มา ดู ที่ ดูๆ บลาๆ

กล้าและแก้วไม่ได้มารถไฟ แต่เราชวนคุณนั่งรถไฟก็ดี รถยนต์ก็ได้ ขับมาหน่อยไม่ไกลเมืองกรุง เยือนลาดกระบัง แวะพักกายริมคลองประเวศบุรีรมย์ ที่ Dodoblahblah คาเฟ่เรือนแถวไม้ชื่อน่ารักในตลาดหลวงแพ่ง 108 ปี

เราลัดเลาะจากจุดจอดรถผ่านบ้านไม้หลายสิบหลัง บ้างเป็นร้านของชำ บ้างเป็นร้านก๋วยเตี๋ยว (เจ้าถิ่นกระซิบว่าเด็ดมาก) ปะปนกับร่องรอยความงามและสีสันครั้งอดีตของสถาปัตยกรรมเรือนแถวไม้เลียบคลอง มีเสียงเรือยนต์แล่นชิวท้าทายสายตาคลอเคล้าบรรยากาศอยู่เป็นระยะ แถมผู้คนคราวปู่ย่ายังนั่งส่งยิ้มหวานทักทายตลอดเส้นทาง

Dodoblahblah คาเฟ่เรือนแถวไม้ริมน้ำย่านลาดกระบังที่เชื่อมวิถีคนกับวิถีคลอง
Dodoblahblah คาเฟ่เรือนแถวไม้ริมน้ำย่านลาดกระบังที่เชื่อมวิถีคนกับวิถีคลอง

ชิมรูป-รส ของชุมชมคลองหลวงแพ่งจนเพลิน สองเท้าก็หยุดหน้าคาเฟ่พ่วงที่พักแบบ Eco Stay ที่แต่งองค์ทรงเครื่องมาดโก้ ทว่ากลมกลืนกับเพื่อนบ้านละแวกเดียวกันอย่างไม่เคอะเขิน เรานั่งพักบริเวณชานไม้พอให้ลมเย็นๆ ชะความร้อนจากผิวกาย เพียงครู่เดียว เอก-สุเทพ พาทสุธีสุทธิ พี่ใหญ่ของบ้านก็เดินออกมาต้อนรับอย่างเป็นกันเอง

เขาส่งน้ำอัญชัญแก้วโตให้เราดับกระหาย ก่อนบทสนทนาจะเริ่มต้นขึ้นอย่าง (ไม่) งูๆ ปลาๆ

เยี่ยมๆ มองๆ

เอกแนะนำตัวว่าเป็นนักออกแบบ ภรรยาก็เป็นนักออกแบบ และเขาก็มีบริษัทรับออกแบบ

มา เป็นน้องที่ออฟฟิศ, เธอชอบคุยเกทับเรื่องบ้านริมคลองของคุณยายให้เอกฟังเสมอ ประจวบกับพี่ใหญ่ของบ้านดันหลงใหลคลองมาแต่ไหนแต่ไร ฟังมาก็หลายครา เอกเลยขอลงพื้นที่จริงสำรวจให้เห็นกับตาสักครั้ง

ริมคลองที่สาวเจ้าว่า คือริมคลองประเวศบุรีรมย์ สองฝั่งน้ำขนาบด้วยเรือนแถวไม้เรียงต่อกันยาวเหยียด มีตลาดหลวงแพ่งที่เคยคึกคักซ่อนตัวอยู่ด้านใน คลองเส้นนี้เปรียบเสมือนมอเตอร์เวย์ยุคก่อน เป็นเส้นทางขนส่ง-ค้าขายของพ่อค้าชาวจีน คลองประเวศฯ มีรอยต่อกับคลองหลวงแพ่ง ซึ่งเป็นเขตแดนแบ่งระหว่างกรุงเทพฯ กับฉะเชิงเทรา 

Dodoblahblah คาเฟ่เรือนแถวไม้ริมน้ำย่านลาดกระบังที่เชื่อมวิถีคนกับวิถีคลอง

“พอมาเดินละแวกนี้แล้วรู้สึกดีนะ ไม่ว่าจะนั่งตรงไหน เดินตรงไหน สถานที่ไม่กีดกันเราเลย ไม่มีสายตาจ้องว่าเราทำอะไรกัน ยิ่งเห็นเรือ เรายิ่งประหลาดที่เรารู้สึกตื่นเต้น ทั้งที่มันเป็นเรื่องปกติ” เขาเล่าความประทับใจครั้งแรก

มาเยือนครั้งแรกย่อมมาเยือนครั้งที่ 2 ครั้งที่ 4 และครั้งที่… นับไม่ถ้วน พอดีกันกับเอกเคยทำงานร่วมกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ เขามองเห็นศักยภาพบางอย่างจึงอยากทำความรู้จักผู้นำชุมชน แม่ไฝ-คือคนคนนั้น 

เธอเป็นแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวเจ้าเด็ดดั้งเดิมและเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของชุมชน หลังจากล้อมวงสนทนากับเจ้าถิ่น เอกได้ความว่า ชุมชนริมน้ำแห่งนี้กลมเกลียวและพยายามเคลื่อนไหวมาโดยตลอด มีตลาดทุกสุดสัปดาห์ มีกิจกรรมชวนเพื่อนบ้านเรือนเคียงมาร้องคาราโอเกะ เพื่อให้ชุมชนยังมีชีวิต มีคนไปมาหาสู่ คนพื้นที่ออกมาทำความรู้จักบ้านและวิถีริมน้ำของบรรพบุรุษ ความน่ารักมาก คือคนในชุมชนรวมเงินกันสร้างสะพานข้ามฟากให้สองฝั่งน้ำเชื่อมถึงกัน

“การเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนคือความจริงใจ” นั่นคือหัวใจสำคัญที่เขาติดตัวมาด้วยทุกครั้ง

“พอเราอยากเป็นส่วนหนึ่งกับที่นี่ เลยเทียวชวนคนมาดูว่าทำอะไรได้บ้าง” เอกเยี่ยมๆ มองๆ อยู่หลายปี ทั้งสังเกตการณ์ นั่งเรือ พูดคุย จนเข้าใจคนในชุมชน และผลลัพธ์ก็เริ่มสัมฤทธิ์ราว 3 ปีก่อน

Dodoblahblah คาเฟ่เรือนแถวไม้ริมน้ำย่านลาดกระบังที่เชื่อมวิถีคนกับวิถีคลอง

จริงๆ จังๆ

“สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ถ้าพูดให้ตลกมันเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ” เขาพูดพร้อมรอยยิ้มแต้มใบหน้า

เหตุแห่งอารมณ์เกิดจากเอกและน้องๆ ที่ออฟฟิศอยากเป็นส่วนหนึ่งกับชุมชนริมคลองหลวงแพ่งและอยากให้ชุมชนอยู่ได้ด้วยตนเอง บวกกับความหวังก้อนกลมของแม่ไฝที่อยากเห็นชุมชนเกิดการเคลื่อนไหวอีกครั้ง

อารมณ์ชั่ววูบตอนต้น เริ่มจากเอกและภรรยานั่งจิบกาแฟร้านหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ พนักงานร้านเป็นคนหนุ่มสาวอายุ 20 ปลาย นักออกแบบชายไม่สนในสิ่งที่คนเหล่านั้นกำลังทำ แต่สนใจวิธีการทำงานที่เปี่ยมด้วยความใส่ใจ ขนาดมีคนลุกจากโต๊ะ พวกเขาก็ขยับโต๊ะเก้าอี้ให้กลับมาเหมือนเดิม ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า หมกหมุ่นอยู่กับความตั้งใจ

“ทุกอย่างแวบเข้ามาค่อนข้างเร็ว เราเห็นน้องๆ แล้วอยากมีบรรยากาศแบบนั้นบ้าง เลยโทรหาแม่ไฝ ณ นาทีนั้น ตอนความคิดกำลังพลุ่งพล่าน กลัวว่าถ้าผ่านไปอีกสักนาที สติจะกลับมา เราถามแม่ไฝว่า มีห้องว่างให้เช่ามั้ย”

เอกได้รับคำตอบจากปลายสายเป็นเรือนแถวไม้ขนาด 2 ห้องริมสุดทางเดินที่ด้านหลังทะลุติดถนน

Dodoblahblah คาเฟ่เรือนแถวไม้ริมน้ำย่านลาดกระบังที่เชื่อมวิถีคนกับวิถีคลอง

จากตลาดริมน้ำที่เคยคึกคัก กลับเงียบซา ด้วยการคมนาคมที่สะดวกสบายขึ้น มีถนนตัดผ่าน ผู้คนทำมาค้าขายย้ายออกไปอยู่ตามเส้นสัญจรทางบก เรือนไม้หลังเดิมกลายเป็นบ้านเช่าหลังใหม่ คลองประเวศฯ ถูกลดบทบาทกลายเป็นคลองระบายน้ำ เอกว่าปัญหาของที่นี่คือไม่มีคน หมายความว่า คนอาศัยอยู่น้อย ทำให้สถานที่ไม่ได้รับการดูแล

 พอไม่ได้รับการดูแลก็เปรียบเหมือนสถานที่ร้าง คนเริ่มห่อเหี่ยวและไม่เกิดการปฏิสัมพันธ์กัน

“เราจะทำยังไงให้คนอยู่กับสถานที่นี้ได้นาน ไม่ใช่ทุกคนมาแล้วเขาจะรู้สึกเหมือนเรา วิธีที่จะทำให้เขารู้สึกดี เครื่องมือที่ง่ายที่สุดคือการให้เขาใช้เวลากับธรรมชาติมากขึ้นอีกหน่อย มากจนเขาเห็น มากจนเขาสัมผัสได้

“เป้าหมายของเราแค่ให้คนกับสถานที่ปฏิสัมพันธ์กันจนกระทั่งเกิดวัฒนธรรมชุมชน”

Dodoblahblah คาเฟ่เรือนแถวไม้ริมน้ำย่านลาดกระบังที่เชื่อมวิถีคนกับวิถีคลอง
Dodoblahblah คาเฟ่เรือนแถวไม้ริมน้ำย่านลาดกระบังที่เชื่อมวิถีคนกับวิถีคลอง

ดูๆ บลาๆ

การตัดสินใจด้วยอารมณ์และความรู้สึกแวบแรกในหัวใจ ก่อร่างเป็น Dodoblahblah คาเฟ่เรือนแถวไม้สองชั้นที่มีชานบ้านกว้างขว้างไว้นั่งๆ นอนๆ รับลมเย็นจากแอร์ธรรมชาติ ตัวบ้านมีชุดเก้าอี้รับแขกสำหรับจิบกาแฟและทานอาหาร แถมตกแต่งด้วยของกระจุกกระจิกน่ารักเหมือนเยือนบ้านมิตรสหาย อบอุ่นตั้งแต่วินาทีแรกที่เท้าก้าวเข้ามาสัมผัส

“การทำงานของเรา เราต้องเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน เราไม่ต้องการทำให้เราเป็นสัญลักษณ์ของชุมชน ชุมชนต้องอยู่ด้วยชุมชนเอง ส่วนเราลูบหน้าทาปากเยอะกว่าคนอื่นหน่อย และยังต้องใช้นามสกุลคลองหลวงแพ่ง”

Dodoblahblah คาเฟ่เรือนแถวไม้ริมน้ำย่านลาดกระบังที่เชื่อมวิถีคนกับวิถีคลอง
Dodoblahblah คาเฟ่เรือนแถวไม้ริมน้ำย่านลาดกระบังที่เชื่อมวิถีคนกับวิถีคลอง
Dodoblahblah คาเฟ่เรือนแถวไม้ริมน้ำย่านลาดกระบังที่เชื่อมวิถีคนกับวิถีคลอง

สถานที่บรรยากาศดีไม่ไกลเมืองกรุงแห่งนี้ เคยจัดกิจกรรมชวนคนมาเดินตลาดนัดงานคราฟต์ มีเพื่อนพ้องมาเล่นดนตรีสร้างสีสัน  สิ่งที่คนทำและคนมาเยือนได้รับคือความสุขอู้ฟู่ แน่นอนว่า ตลาดคลองหลวงแพ่งกลับมามีชีวิต

ส่วนคนทำงาน เอกไม่ได้จ้างพนักงานใหม่ แต่เป็นทีมที่รักจากออฟฟิศ ผลัดกันมาร่วมแรงร่วมใจช่วยกันดูแลบ้านหลังนี้ และคาเฟ่สุดป๊อปยังมีร้านรวงขนาดจิ๋วเคียงข้าง บรรจุสินค้างานคราฟต์จากคนรู้จัก มีไหมพรมสีสวยที่กลายเป็นกระเป๋าหลากทรง เสื้อผ้าฝ้ายจากธรรมชาติ หมวกทรงเท่ และข้าวของที่เห็นแล้วสีหน้าแสดงออกว่าอยากจับจอง

“ช่วงปีแรกเราชวนเพื่อน ชวนพี่น้อง และครอบครัวเรามา คนแถวนี้เขาก็ชวนคนในพื้นที่มา ซึ่งแขกเกินกว่าครึ่งเป็นลูกหลานที่มาก่อนแล้วกลับไปชวนพ่อแม่ บางคนอยู่ราชบุรีก็มา เหมือนเขาได้กลับมารำลึกวิถีริมน้ำด้วยกัน”

Dodoblahblah คาเฟ่เรือนแถวไม้ริมน้ำย่านลาดกระบังที่เชื่อมวิถีคนกับวิถีคลอง

ระหว่างบทสนทนากำลังลื่นไหนดั่งสายน้ำ มา สาวตาคมยกข้าวไก่ก้อนสูตรพิเศษ ปลาหมึกทอดหนึบหนับ และโรตีชีส มาเป็นของแกล้มบทสนทนา กินไป คุยไป อร่อยเพลินเกิมห้ามใจ แถมบรรยากาศริมน้ำก็รื่มรมย์ มีเสียงคาราโอเกะเพลงลูกกรุงของวัยเก๋าแว่วดังสลับกับเสียงเรือยนต์ ธรรมดาและเรียบง่ายจนเราพลอยอิ่มเอมใจ (อิ่มท้องด้วย)

เอกสะกิดห้วงความคิดที่ลอยในอากาศของเราด้วยการเชิญชวนให้แวะเยือน ไปๆ มาๆ ที่พัก Eco Stay หลังกะทัดรัดขนาด 3 ห้องนอน อยู่ถัดจาก ดูๆ บลาๆ เพียงผนังไม้กั้นกลาง แต่รับรองว่าเป็นส่วนตัวจนฉงน

ก่อนสาวเท้า เราถามเอกว่า ดูๆ บลาๆ ชื่อนี้ได้แต่ใดมา

“มาจากภรรยาเรา เป็นคำแฝงของ งูๆ ปลาๆ” เอกตอบด้วยเสียงหัวเราะ

“เขาสื่อสารไม่เก่ง แต่เขารู้ว่าการลงมือทำได้อะไรกลับมาเสมอ”

ไปๆ มาๆ

ไปๆ มาๆ ที่พักเรือนแถวไม้ริมน้ำเกิดหลังจากคาเฟ่ไม่กี่ขวบปี มีทั้งหมด 3 ห้องนอน แบ่งเป็น ป.1 ป.2 และ ป.3 เหตุผลที่ตั้งชื่อตามลำดับประถม เพราะบานหน้าต่างประตูไม้ที่ติดอยู่หน้าห้องดันคล้ายกับหน้าต่างโรงเรียน ซึ่งโครงสร้างของบ้านพักมีทั้งโครงสร้างเดิมประกอบกับไม้เก่า-ไม้ใหม่ ที่เอกตระเวนหาไม้ที่ถูกตาต้องใจมาผสมให้กลมกลืน

Dodoblahblah คาเฟ่เรือนแถวไม้ริมน้ำย่านลาดกระบังที่เชื่อมวิถีคนกับวิถีคลอง

ด้านในขนาดกำลังดีสำหรับ 2 คน มีเพียงข้าวของจำเป็น ส่วนห้องน้ำไม่มีประตูแต่เป็นผ้าผืนยาวกั้นระหว่างห้องนอน เพื่อประหยัดพื้นที่ให้ได้มากที่สุด แต่ละห้องจะมีชานหน้าบ้านส่วนตัวไว้นั่งรับลมและนอนดูดาว

ความสนุกของการพักท่ามกลางชุมชนริมน้ำคือการล่องเรือ ไปๆ มาๆ มีกิจกรรมนั่งเรือล่องคลอง มีจุดจอดแวะทักทายเพื่อนบ้าน อย่าง บ้านดนตรีเยาวชนคลองหลวงแพ่ง เปิดสอนดนตรีฟรีสำหรับเยาวชน มีร้านขายยาเต็กจือโอสถ สถานตำรับยาโบราณที่อยู่คู่คลองหลวงแพ่งมายาวนาน มีผักสวนครัวหลังบ้านให้เก็บมาปรุงอาหารด้วยนะ

“คนต่างชาติมาพักเยอะ เคยมีคนฮังการีเอาคายัคติดเครื่องมาเล่น บางคนสนใจคอมมูนิตี้ บางคนก็อินมากจินตนาการว่าเป็นบ้านเก่าแก่ร้อยปี เราว่าดีนะ การเหลือพื้นที่ว่างให้คนได้เติมเองจะทำให้เขาเข้าถึงได้ง่าย

Dodoblahblah คาเฟ่เรือนแถวไม้ริมน้ำย่านลาดกระบังที่เชื่อมวิถีคนกับวิถีคลอง
Dodoblahblah คาเฟ่เรือนแถวไม้ริมน้ำย่านลาดกระบังที่เชื่อมวิถีคนกับวิถีคลอง

“ไม่อย่างนั้นเราจะเป็นสถานที่ที่อิ่มเสียจนคนมาแล้วเขารู้สึกไม่มีส่วนร่วม เราว่าการที่คนมาแล้วรู้สึกดีกลับไป ไม่ใช่เพราะเราหรอก เป็นเพราะสภาพธรรมชาติ แม่ ป้า แกเขียนบทมาดี” เขายิ้มก่อนเสริมว่า “คนที่มาหาเรากลายเป็นครอบครัวทั้งที่ไม่เคยรู้จักกัน แต่สิ่งที่เชื่อมโยงเราเข้าหากันคือสถานที่ กลายเป็นว่าคุ้นเคยกันไปโดยปริยาย”

สิ่งที่ชายคนนี้และทีมงานอันเป็นที่รักมองเห็นในอนาคต คือเพื่อนบ้านที่คิดเหมือนกันกับเขา เพียงแรงของพวกเขาตลอดระยะเวลา 3 ปี อาจไม่พอให้ชุมชนคลองหลวงแพ่งกลับมาคึกคักเช่นอดีต เมื่อเทียบกับศักยภาพที่ชุมชนมี

“เราจำเป็นต้องออกแรงเพิ่ม เรากลายเป็นส่วนหนึ่งของท้องถิ่นแล้ว แต่จำนวนคนที่จะช่วยกันผลักดันให้ชุมชนเป็นไปยังไม่พอ เราเอาแรงพวกเรามาใส่ ก็ยังขาด มันยังไม่พอสำหรับอนาคตที่จะทำให้ชุมชนเดินต่อไปได้

“ต้องมีคนแบบเรา คนที่อยากเป็นครอบครัวเดียวกันกับเพื่อนบ้านเหล่านี้ เราหวังว่ามันจะเกิดขึ้น”

เราปล่อยให้สายตาและความรู้สึกของเอกทอดลงกับสายน้ำและธรรมชาติรอบตัว

Dodoblahblah คาเฟ่เรือนแถวไม้ริมน้ำย่านลาดกระบังที่เชื่อมวิถีคนกับวิถีคลอง

“การทำ Dodoblahblah เราต้องการให้คนรับรู้ถึงความอิ่มใจ เป็นเรื่องปรัชญาพุทธหน่อยนะ ความรู้สึกไม่มีทางอยู่กับเราได้ตลอด สุดท้ายเหลือแต่ความทรงจำ เราไม่ได้คาดหวังให้คนมาที่นี่แล้วเขาต้องมาอีกหรือไม่มาอีก 

“ถ้าเราได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความรู้สึกดีให้เขา แล้วเขาเอาความรู้สึกนั้นไปพัฒนาต่อเป็นอย่างอื่นหรือทำให้วันต่อไปของเขาดีขึ้น นั่นคือเป้าหมาย เพราะมันเป็นสิ่งเดียวกับสิ่งที่เราได้รับจากชุมชนนี้ตั้งแต่วันแรก”

บางครั้งประโยคบอกรัก ก็ไม่จำเป็นต้องมีคำว่ารัก

Dodoblahblah คาเฟ่เรือนแถวไม้ริมน้ำย่านลาดกระบังที่เชื่อมวิถีคนกับวิถีคลอง

Dodoblahblah Cafe

ที่อยู่ 14/3 ซอยแก้วเจริญ ตลาดหลวงแพ่ง 108 ปี  ถนนขุมทอง-ลำต้อยติ่ง แขวงขุมทอง กรุงเทพฯ (แผนที่)

เปิดวันศุกร์ เวลา 9.30 – 19.00 น.

เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 8.30 – 19.00 น.

เบอร์โทรศัพท์ 09 6946 8609

Facebook : Dodoblahblah cafe

*Dodoblahblah Cafe ปิดทำการถึงวันที่ 31 มกราคม 2564 เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสตัวร้าย เปิดเมื่อไหร่ไปดูๆ กันนะ

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

“ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก”

ถ้าพูดถึงเมืองแห่งผลไม้และนักกวีชื่อดังอย่างสุนทรภู่ ก็คงหนีไม่พ้นจังหวัดระยองเป็นแน่ 

ระยองเป็นเมืองแห่งเสน่ห์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและวิถีชีวิตพื้นบ้าน และยินดีต้อนรับผู้คนต่างถิ่นอย่างเป็นมิตรอยู่เสมอ ฉันผู้มาอำเภอแกลงเป็นครั้งที่สองของชีวิตได้เดินหลงเข้าไปในย่านเก่าของเมืองแกลง ที่นั่นเป็นชุมชนที่ดูอบอุ่น เช้า ๆ จะมีคนเฒ่าคนแก่ออกมานั่งสานตะกร้าหน้าบ้าน นั่งดูผู้คนและรถที่ผ่านไปผ่านมาบนถนน 

ฉันนั่งรถต่อไปสักพัก ก็สะดุดตากับร้านหนังสือสีฟ้าน้ำทะเลสดใสร้านหนึ่ง ด้านหน้าเขียนว่า ‘ร้านสุนทรภู่’ เลยแวะสำรวจบรรยากาศด้านในอันเงียบสงบ มีเด็กชายอายุราว ๆ 7 – 8 ขวบ กำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างเพลิดเพลิน ทำเอาฉันสนใจอยู่ไม่น้อย ก่อนจะมองไปรอบ ๆ ร้านเพื่อหาหนังสือมาอ่านและติดมือกลับบ้าน

แต่แล้วก็มีผู้หญิงท่าทางใจดีคนหนึ่งเข้ามาพูดคุยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม 

สุนทรภู่ : ร้านหนังสือเล็ก ๆ แห่งแรกของแกลง ที่เป็นพื้นที่อิสระให้นักอ่าน จ.ระยอง

ฐอน-รัสรินทร์ กิจชัยสวัสดิ์ เจ้าของร้านหนังสือสุนทรภู่เข้ามาทักทายด้วยท่าทางเป็นมิตร พร้อมนำชาร้อนและขนมเจ้าอร่อยมาให้ชิม พี่ฐอนเป็นคนน่ารัก ใจดี แถมคุยเรื่องหนังสือสนุก เธอเล่าให้ฟังว่าสมัยเรียนชอบอ่านหนังสือมาก ๆ หลายครั้งที่เข้าร่วมชมรมอ่านหนังสือเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ เรื่องราว วิเคราะห์และตีความหนังสือ เธอจะตื่นเต้นและเตรียมตัวเป็นอย่างดี เพื่อจะได้เล่าเรื่องของเธอกับหนังสือให้ทุกคนฟัง 

สมัยเรียนคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เธอมักแวะเวียนไปอ่านหนังสือ ‘ร้านแซงแซว’ ร้านหนังสือดอกหญ้าหน้า มช. อยู่เสมอ พี่ฐอนบอกว่าเจ้าของร้านใจดีเพราะให้เธอยืนอ่านเป็นประจำ นั่นเป็นเหตุการณ์ประทับใจและจุดประกายให้สาวเมืองแกลงคนนี้ อยากสร้างร้านหนังสือเล็ก ๆ ของตัวเองในบ้านเกิดเพื่อนักอ่านทุกคน

‘สุนทรภู่’ คือชื่อร้านที่ ปราย พันแสง และ อู๋-ดุษฎี พันธ์พจี เป็นผู้ตั้งให้ เพราะเมืองนี้เป็นบ้านเกิดของพระสุนทรโวหารหรือสุนทรภู่ กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงเหมาะสมที่สุดสำหรับร้านหนังสืออิสระในเมืองแกลงแห่งนี้

‘ร้านหนังสือ’ เป็นหนึ่งในความฝันของพี่ฐอน ชนวนเหตุที่ทำให้เธอกลับบ้านเกิดเริ่มต้นเมื่อสิบปีก่อน ลูกสาวกลับมาดูแลคุณแม่วัย 80 และเริ่มต้นกิจการกวดวิชาสอนเด็ก ๆ ไม่นานนักก็ได้รับคำชวนจากเพื่อนสนิทให้เปิดร้านหนังสืออิสระด้วยกัน

ช่วงนั้นโครงการร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่บ้านเกิดของ ปราย พันแสง กำลังเป็นที่นิยม ร้านสุนทรภู่ก็เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการด้วย ยุคนั้นร้านหนังสืออิสระฮอตฮิตมาก มีทั้งร้านหนังสือเดินทาง (กรุงเทพฯ), ร้านนำพุบุ๊คสโตร์ (บุรีรัมย์) , ร้านกาลครั้งหนึ่ง (อุทัยธานี) ฯลฯ ให้นักอ่านตามรอยไปสนับสนุนถึงที่ และมีอีกหลายร้านเกิดขึ้นเพื่อให้บรรดาหนอนหนังสือรู้สึกสนุกและติดตามการก่อตัวของร้านหนังสือในพื้นที่ต่าง ๆ 

ร้านสุนทรภู่เป็นร้านหนังสืออิสระสีฟ้าน้ำทะเลสดใสอยู่ในชุมชนเก่าของอำเภอแกลง เกิดขึ้นเพื่อรักษาวัฒนธรรมการอ่าน เพราะเจ้าของร้านเชื่อว่าการอ่านมีส่วนช่วยเพิ่มพูนทักษะชีวิต ซึ่งร้านนี้มีสโลแกนน่ารัก ๆ ว่า ‘Be blossom Book & Tea’ ด้วยอยากให้ผู้มาเยือนรู้สึกเบิกบานกายและใจไปกับการจิบชาและอ่านหนังสือ 

“คนที่มาอาจจะรู้สึก Blossom หรือไม่ก็ได้นะ ถ้าจะต้องปาดน้ำตาแล้วไปต่อ พี่ก็ยินดีนั่งคุยด้วย”

สถานที่ขนาดกะทัดรัดแห่งนี้พร้อมเป็นพื้นที่อิสระให้นักอ่านทุกคน จะแวะมานั่ง มานอน หรือมากินทุเรียนก็ได้ (ขอให้บอกกันก่อน) แถมยังเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน จุดนัดพบระหว่างนักเขียน-นักอ่าน งานเสวนาขนาดย่อม จนถึงมินิคอนเสิร์ต ซึ่งกิจกรรมทุกอย่างที่ว่ามาเกิดขึ้นมาแล้วก่อนสถานการณ์โควิด-19 ระบาด

ภายในร้านเต็มไปด้วยหนังสือมากมายที่น่าสนใจ ส่วนใหญ่คัดเลือกจากความชอบของเจ้าของร้านหนังสือ เพราะข้อจำกัดของร้านหนังสืออิสระหลาย ๆ ร้านกับการเลือกหนังสือเข้ามานั้น ทำให้ต้องใช้เวลาในการเลือกพอสมควร หนังสือส่วนใหญ่จึงเป็นแนวปรัชญา ศาสนา วรรณกรรม และท่องเที่ยว ซึ่งพี่ฐอนสนใจอยู่แล้ว

“การอ่านหนังสือทำให้พี่รู้สึกเหมือนได้ผจญภัย ได้ออกเดินทางและเห็นโลกมากขึ้น พี่เป็นคนชอบเดินทางจากการอ่านหนังสือมาก ตอนเด็ก ๆ พี่อ่านหนังสือแทบทุกเล่มในห้องสมุดโรงเรียน อ่านแม้กระทั่งถุงกล้วยแขก พออ่านมากก็อยากจะเดินทางมาก และมันเริ่มทำให้พี่เห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้นจากการเดินทางด้วยนะ”

เธอจึงกลายเป็นคนชอบท่องเที่ยว การเห็นโลกทำให้เธอเกิดไอเดีย ได้ความคิดใหม่ ๆ ที่จะกลับมาพัฒนาบ้านเมืองและพัฒนาตัวเอง เหมือนท่านสุนทรภู่ที่ออกเดินทางไปในที่ต่าง ๆ จนเกิดแรงบันดาลใจในการเขียนบทกวี

พี่ฐอนเขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า ‘Trekking กับหญิงอ้วน’ เป็นบันทึกการเดินป่าที่เนปาล เธอประทับใจมากจนตีพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือในสำนักพิมพ์ของตัวเอง (สำนักพิมพ์สุนทรภู่พับลิชชิ่ง) นอกจากนี้ยังมีหนังสืออีกเล่มหนึ่งในสำนักพิมพ์เดียวกัน ชื่อว่า ‘ปลาวาฬไม่ไปทำงาน’ เธอทำร่วมกับ เพจปลาวาฬไม่ไปทำงาน เป็นหนังสืออ่านสนุก มีเนื้อหาและข้อเขียนที่เข้าถึงง่าย เหมาะกับผู้อ่านทุกเพศทุกวัย (อาจจะโดนใจวัยทำงานเป็นพิเศษ)

นักอ่านหนังสือปรัชญามือใหม่อย่างฉันควรจะเลือกเล่มไหนดี นึกได้ดังนั้น ฉันจึงขอให้พี่ฐอนช่วยแนะนำหนังสือปรัชญาสำหรับมือใหม่ให้อ่าน เจ้าของร้านใจดีลุกออกจากเก้าอี้ไม้ สำรวจหนังสือ และหยิบมาเล่าให้ฉันฟัง

เธอบอกว่านักอ่านปรัชญามือใหม่ทุกคนควรเริ่มต้นจาก เจ้าชายน้อย เพราะเข้าถึงง่าย 

“การอ่าน เจ้าชายน้อย แต่ละครั้ง ในแต่ละช่วงอายุ จะมีปรัชญาแฝงที่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต นักอ่านแต่ละคนจึงตีความออกมาไม่เหมือนกัน มันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของหนังสือเล่มนี้”

เรื่องที่สอง คืนวันอันแสนงาม เป็นหนังสือจากประเทศจอร์เจีย และผู้ประพันธ์ก็เป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงที่สุดในบ้านเขา พี่ฐอนว่าเขาเป็นคนเขียนหนังสือดี ซึ่งหนังสือเล่มนี้เล่าถึงชีวิตวัยเด็กของเขาในจอร์เจีย

เรื่องที่สาม ปลาวาฬไม่ไปทำงาน เรื่องที่สี่ โต๊ะก็คือโต๊ะ เป็นหนังสือเก่าและหนังสือปรัชญาที่เข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา ถ้าหนักขึ้นมาหน่อยพี่ฐอนก็ยกให้งานของ มุราคามิ

เจ้าของร้านคนนี้แนะนำหนังสือแต่ละเล่มด้วยความเพลิดเพลินและจริงใจ เพื่อหวังให้ฉันพบเจอหนังสือปรัชญาเล่มที่ดีที่สุดที่ฉันต้องการ ว่ากันตามตรง ฉันได้รับความคิดใหม่ ๆ จากผู้หญิงคนนี้มาก ราวกับว่าร้านสุนทรภู่กำลังเปิดโลกทัศน์ให้ฉัน

แม้จะผ่านมาเกือบสิบปีที่เธอเริ่มต้นทำร้านสุนทรภู่ แต่ความรักในการอ่านของเจ้าของร้านไม่เคยลดลงหรือหายไป เธอยังคงแบ่งปันความรู้สึกและเรื่องราวดี ๆ ให้กับนักอ่านที่แวะเวียนมาอยู่เสมอ

น่าแปลกนิดหน่อยพอรู้ว่าตั้งแต่ร้านสุนทรภู่เกิดขึ้นมา ลูกค้าประจำส่วนใหญ่ไม่ใช่คนในชุมชน แต่เป็นนักอ่านต่างถิ่นที่ตั้งใจมาและต้องการหนังสือที่ทางร้านมีต่างหาก บางกลุ่มมาจากกรุงเทพฯ บางกลุ่มมาจากต่างจังหวัด 

“พี่ว่าดีนะ เพราะมันทำให้คนรู้จักเมืองแกลงขึ้นอีกเยอะเลย” เจ้าของร้านหนังสืออิสระว่าอย่างนั้น

แกลงเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ มีทั้งผลไม้ ทะเล แถมยังมีแหล่งล่องแพเที่ยวชมแม่น้ำประแส แต่เมื่อสิบปีที่แล้วเมืองนี้กลับไม่ค่อยมีคนรู้จัก ซึ่งร้านหนังสืออิสระเล็ก ๆ แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวตั้งใจแวะเวียนมา 

“อย่างน้อยร้านหนังสือของพี่ก็ช่วยให้คนรู้จักชุมชน รู้จักระยองมากขึ้น จากนักอ่านที่แวะเวียนเข้ามาในร้าน” เธอยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ ความต้องการต่อไปของพี่ฐอน คือการสร้างนักอ่านในชุมชนของระยองให้มากขึ้น

ฉันชวนพี่ฐอนคุยต่อถึงการปรับตัวของโลกหนังสือในวันที่ยุคดิจิทัลเข้ามาเยือน และการอ่านหนังสือผ่านเว็บไซต์ออนไลน์หรือช่องทางต่าง ๆ ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สาวเจ้าของร้านหนังสือหัวเราะพลางยอมรับว่า

“พี่หมดเงินกับนิยายออนไลน์เยอะมาก” ฉันอมยิ้มให้ ก่อนเธอจะเสริมต่อ “ตอนอ่านหนังสือเล่ม พี่รู้ว่ามันจะจบตอนไหน และจบยังไง พออ่านออนไลน์ มันเป็นการหยอดเงินเพื่ออ่านบทต่อ ๆ ไป และไม่ยอมจบง่าย ๆ 

“แต่มันดีนะคะ นักเขียนมีช่องทางและโอกาสมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนคนไหนก็สร้างสรรค์ผลงานของตัวเองลงในโลกออนไลน์ได้อย่างไม่จำกัด ไม่มีใครสนใจเรื่องชื่อเสียงหรือหน้าตาของนักเขียนคนนั้น แต่พวกเขาสนใจและให้คุณค่ากับผลงานของนักเขียนเหล่านั้นมากกว่า” นักอ่าน (ออนไลน์) ตัวยงเสริมข้อดีของโลกหนังสือออนไลน์

พี่ฐอนเป็นหนึ่งในนักอ่านที่ปรับตัวตามเทคโนโลยี เธอสนับสนุนนักเขียนออนไลน์หลายท่านและอ่านงานหลากหลายแนว ฉันหมายความอย่างนั้นจริง ๆ เธออ่านนิยายรักวัยรุ่น นิยายวาย นิยายจีน ระหว่างที่เล่า เธอยังคงชื่นชมนักเขียนเหล่านั้นไม่ขาดปาก ทำเอาฉันประหลาดใจและประทับใจกับเจ้าของร้านหนังสืออิสระคนนี้อีกครั้ง เธอเป็นคนที่ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ถึงแม้โลกการอ่านเปลี่ยนไปมากแค่ไหน เธอก็ยังคงรักมันไม่เปลี่ยนแปลง

นอกจากนักเขียนจะได้ประโยชน์จากโลกออนไลน์ ร้านหนังสืออิสระก็ได้รับผลพวงที่ดีตามไปด้วย เพราะเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้นักอ่านสั่งซื้อหนังสือจากที่ไหนก็ได้ ส่วนพี่ฐอนกระซิบว่า เธอยินดีให้นักอ่านมาเลือกหนังสือถึงหน้าร้าน เพราะการสัมผัสหนังสือด้วยมือตัวเองมีเสน่ห์เหลือเกิน ทั้งกลิ่นกระดาษ กลิ่นน้ำหมึก ฟิน!

และช่วงโควิด-19 ที่ทำเศรษฐกิจย่ำแย่ลงมาก นักท่องเที่ยวน้อยลง คนเดินทางน้อยลง กิจกรรมต่าง ๆ ที่ร้านสุนทรภู่เคยจัดก็ต้องพับเก็บไปหลายโครงการ พี่ฐอนพูดติดตลกปนความเศร้าว่าเธอเกือบจะต้องปิดร้าน เพราะพิษเศรษฐกิจทำร้ายอย่างหนัก ลำพังการขายหนังสืออย่างเดียวอาจจะอยู่ไม่ได้ จึงต้องทำงานอย่างอื่นเพิ่ม ด้วยความที่เธอเป็นคนชื่นชอบการดื่มชา จึงเปิดร้านชาควบคู่กับร้านหนังสือ เพื่อช่วยพยุงร้านเล็ก ๆ ให้อยู่ต่อไป

พอสถานการณ์โรคระบาดใหญ่มาเยือน แทบทุกพื้นที่ขาดรายได้จากการท่องเที่ยว จังหวัดระยองก็เช่นกัน ทำให้งบประมาณการดูแลพื้นที่ในจังหวัดระยองไม่เพียงพอต่อความต้องการ พี่ฐอนจึงอาสาเขียนหนังสืออนไลน์บนเฟซบุ๊ก เพื่อระดมทุนช่วยเหลือโรงพยาบาลแกลงและพื้นที่ขาดแคลนอื่น ๆ ซึ่งจากการเขียนในครั้งนั้นทำให้เธอระดมทุนไปได้กว่า 70 ล้านบาท โดยนำเงินทั้งหมดไปช่วยสร้างห้อง ICU ให้กับโรงพยาบาลแกลง และมอบให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์

สาวระยองพูดออกมาด้วยความภูมิใจและหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สิ่งที่เธอทำจะสร้างแรงบันดาลให้ให้กับคนระยอง เพื่อลุกขึ้นมาช่วยกันพัฒนาชุมชน พัฒนาจังหวัดระยองไปพร้อม ๆ กับรักษาขนบธรรมเนียม ความสวยงามของวิถีชีวิตท้องถิ่น และสื่อสารสิ่งนี้ออกไป สร้างการรับรู้ให้คนต่างถิ่น

บทสนทนาสุดท้าย ฉันถามพี่ฐอนว่า – ร้านสุนทรภู่มีความหมายกับเธออย่างไร

“มันคือความรัก มันคือตัวพี่ พี่อยากให้คนที่เข้ามาร้านหนังสือแห่งนี้ เพลิดเพลินกับการอ่าน จิบชา กินขนม และพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดกับนักอ่านคนอื่น ๆ ซึ่งภาพนี้มันคือความฝันของพี่ วันนี้พี่ได้เห็นภาพนั้นแล้ว

“ถึงแม้ความจริงร้านหนังสืออิสระจะไม่ใช่ธุรกิจที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ แต่มันมีคุณค่าทางจิตใจ พี่ว่าคนทำร้านอิสระ เขาคงทำใจตั้งแต่เริ่มต้น คงไม่มานั่งคิดเรื่องรายได้แล้ว เขาทำเพราะเขาชอบ ถึงอยู่ได้หรือไม่ได้ ก็อยู่กันแบบนี้แหละ พี่ทำเพราะความรัก” เธอยิ้มมีความสุข

“มีเหตุการณ์ที่พี่ประทับใจมาก มีเด็กคนหนึ่งมาอ่านหนังสือร้านทุกวันเลย จนวันนี้เขากลายเป็นนักเขียนและสร้างรายได้ให้กับตัวเอง พี่ดีใจมากแล้ว อย่างน้อยร้านของพี่ก็มีส่วนช่วยสร้างสิ่งเล็ก ๆ ให้กับใครสักคนหนึ่งได้ พี่มีความสุขมาก และจะทำต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ให้ร้านหนังสืออิสระหายไป และไม่ให้วัฒนธรรมการอ่านหายไป” นักอ่านและเจ้าของร้านหนังสือเล็ก ๆ จบบทสนทนาอย่างเรียบง่าย

ร้านสุนทรภู่ : ความฝันของสาวระยองที่กลับบ้านเกิดมาเปิดร้านหนังสืออิสระแห่งแรกของ อ.แกลง และอยากเป็นพื้นที่เสรีให้นักอ่าน

ร้านสุนทรภู่

ที่ตั้ง : 38/1 ทางเกวียน ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 09 5965 9265

เว็บไซต์ : www.soontornphu.com

Facebook : ร้านหนังสือสุนทรภู่ อำเภอแกลง

Writer

ตรีเนตร จตุพร

นักเขียนฝึกหัดที่ชื่นชอบงานศิลปะ ธรรมชาติ และบทกวี หลงใหลในความย้อนแย้งของโลกใบนี้ เช่น การกินไอศกรีมในหน้าหนาว

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load