00 ประชาธิปไตยในการศึกษาเติบโตเพื่อให้รักและเคารพ

เมื่อเราคิดถึงประชาธิปไตย เราพูดถึงประชาธิปไตย เราอาจคิดถึงสองขั้วตรงข้ามกันทางความคิด 

แต่สำหรับโรงเรียนที่ให้ประชาธิปไตยเป็นหัวใจในการเรียนรู้ เชื่อว่าประชาธิปไตยทำให้เติบโตขึ้นด้วยรักและเคารพ ด้วยการตัดสินใจด้วยตัวเอง โรงเรียน Democratic School of Hadera ในอิสราเอล เป็นโรงเรียนประชาธิปไตยที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สิ่งที่ผู้ก่อตั้งโรงเรียนนี้ให้คำมั่นสัญญาในการสร้างโรงเรียนขึ้นมา คือ บรรยากาศแห่งการเรียนรู้ที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง และความรักจากการรู้จักตัวเองดีขึ้น จากเคารพตัวเองและเคารพซึ่งกันและกัน 

Democratic School of Hadera โรงเรียนอิสราเอลที่มีประชาธิปไตยเป็นหัวใจการเรียนรู้
Democratic School of Hadera โรงเรียนอิสราเอลที่มีประชาธิปไตยเป็นหัวใจการเรียนรู้

01 คนเราเรียนรู้ด้วยสิ่งที่รู้สึก

ยาคอบ เฮนซ์ (Yaacov Hecht) คือผู้นำในการจัดการศึกษาแนวทางประชาธิปไตยในการศึกษาในอิสราเอลและขยายไปหลายพันโรงเรียนทั่วโลก เราได้พบกับเขาครั้งแรกที่การประชุมการศึกษาทางเลือกที่ชื่อว่า IDEC (International Democratic Education Conference) นิวยอร์ก เมื่อตอนศึกษาวิชาครูโรงเรียนทางเลือกที่โรงเรียน Upattinas School 

Democratic School of Hadera โรงเรียนอิสราเอลที่มีประชาธิปไตยเป็นหัวใจการเรียนรู้

กลาง พ.ศ. 2562 เมื่อเราได้เริ่มทำข้อมูลรายการ บินสิ! สารคดีเดินทางเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาทางเลือก ทางสถานีไทยพีบีเอส เรานึกถึงยาคอบเป็นคนแรก เขาเป็นเพื่อนกับเราทางเฟซบุ๊ก เราเขียนข้อความไปหาเขาขอสัมภาษณ์ ยาขอบวิดีโอคอลกลับมาหาเราทันที และเหมือนเขาจะจำเราได้แม่นมาก 

เราถามยาคอบไปว่าจำเราได้ตรงไหน เขาบอกว่าในการประชุม IDEC นั้นเขาไม่สบาย เราเป็นคนหนึ่งที่เห็นว่าเขาไม่สบาย แล้วเดินเอายาหม่องยาดมยาอม สารพัดยาสมุนไพรไปให้เขา นั่นทำให้เขาจำเราได้ไม่เคยลืม เราเองกลับจำเหตุการณ์นั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ 

บทเรียนแรกยาคอบบอกเราว่า “คนเราไม่ได้จำกันได้ในสิ่งที่เราสอนหรือเราพูด แต่จำสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกว่าใส่ใจ” 

“เช่นเดียวกับการจัดการศึกษา ครูที่สักแต่สอน แต่ไม่ได้ทำให้เด็กรู้สึกในสิ่งที่เด็กได้เรียนรู้และรู้สึกจริงๆ เขาจะไม่เคยจำ แล้วก็ไม่เปลี่ยนแปลง”

02 Democratic Education

Democratic School of Hadera โรงเรียนอิสราเอลที่มีประชาธิปไตยเป็นหัวใจการเรียนรู้

ทำไมยาคอบถึงลุกขึ้นมาทำการศึกษาที่เขาเรียกว่า การศึกษาแบบประชาธิปไตย (Democratic Education) เรื่องเล่าของยาขอบมีอยู่ว่า ตอนเป็นเด็กเขาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้เก่ง จนกระทั่งอายุ 10 กว่าๆ ครูในโรงเรียนต่างบอกว่า เขาเป็นเด็กมีปัญหา จนเขารู้สึกว่าเป็นปัญหาใหญ่โตจริงๆ 

แต่แล้วก็มีครูคนหนึ่งบอกเขาว่าเขาไม่ใช่เด็กมีปัญหา เขาเป็นเด็กที่เรียนรู้ต่างจากคนอื่น เขาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้เพราะยังไม่พร้อม เมื่อวันหนึ่งที่พร้อม เขาจะพัฒนาด้านเขียนอ่านเอง ยังมีด้านอื่นๆ ของเขาที่ระบบโรงเรียนทั่วไปไม่เอามาวัดผล เขาเป็นอัจฉริยะด้านการมีมนุษยสัมพันธ์ เชื่อมโยง และคิดแก้ปัญหารอบตัวได้อย่างเป็นผู้นำ 

“โรงเรียนแบบนี้ไม่เหมาะกับเธอ” เมื่อครูคนหนึ่งพูดอย่างนั้น ยาคอบตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน และบอกกับครอบครัวว่าเขาจะสร้างโรงเรียนที่เหมาะกับเด็กอย่างเขา และเมื่อเขาอายุ 20 ต้นๆ เขาเป็นผู้สร้างโรงเรียนประชาธิปไตย Democratic School ในเมือง Hadera เป็นแห่งแรกในอิสราเอล ใน ค.ศ. 1987 และตอนนี้มีโรงแรียนแบบนี้ในอิสราเอลนับพัน และขยายไปนานาชาติ ใน ค.ศ. 1993 เขาได้จัดการประชุมการศึกษาประชาธิปไตยนานาชาติขึ้นครั้งแรก (IDEC) และจัดต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ทุกปี และวนไปจัดในประเทศต่างๆ ทั่วโลก

“โรงเรียนที่เชื่อในความแตกต่างหลากหลายตัวเด็กแต่ละคน และเชื่อว่าความแตกต่างหลากหลายเหล่านั้นอยู่ร่วมกันได้ในสังคม” 

03 โรงเรียนที่จัดการศึกษาแบบประชาธิปไตย 

Democratic School of Hadera โรงเรียนอิสราเอลที่มีประชาธิปไตยเป็นหัวใจการเรียนรู้
Democratic School of Hadera โรงเรียนอิสราเอลที่มีประชาธิปไตยเป็นหัวใจการเรียนรู้

ยาคอบบอกว่า เขาไม่มีคำจำกัดความที่กว้างพอและแคบพอ แต่เขาพอจะบอกสิ่งที่เป็นสังเขปและคุณลักษณะของโรงเรียนประชาธิปไตยในแบบของเขาได้ว่า 

หนึ่ง เป็นโรงเรียนที่เกิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองปัญหาของชุมชนเฉพาะนั้นๆ “ฉันรู้ว่าฉันต้องการอะไรในชีวิต” 

สอง เป็นโรงเรียนที่ออกแบบการเรียนการสอนโดยผู้เรียนและผู้สอน “ฉันรู้ว่าฉันจะเรียนรู้อย่างไรเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ฉันต้องการ” 

สาม เป็นโรงเรียนที่รู้จักตัวเอง เป็นแบบฉบับของตัวเอง “ฉันรู้ว่าฉันเป็นใคร” 

04 กระบวนการในโรงเรียน Democratic School 

โรงเรียนที่จัดการศึกษาแบบประชาธิปไตยต้องกำจัด ‘เผด็จการทางความคิด’ และ ‘ปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิด’ ของเด็กๆ โรงเรียนมีหน้าที่รักษาเปลวไฟในความอยากรู้อยากเห็นของเด็กๆ ด้วยการให้พื้นที่พวกเขาสำรวจความอยากเรียนรู้ของพวกเขาให้เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ 

นักเรียนสามารถเลือกเรียนในสิ่งที่เขาสนใจ หรือเปิดห้องเรียนใหม่ที่เขาสนใจขึ้นมาได้ แต่เมื่อเขาเลือกที่จะเปิดห้องเรียนใหม่ขึ้นมา ต้องปฏิบัติตามกฎที่พวกเขาตั้งขึ้นมาในการเข้าชั้นเรียนนั้นๆ ด้วย 

ครูแต่ละคนกำหนดชั้นเรียนของตนเพื่อเป็นตัวเลือกแรกให้เด็กๆ เลือกวิธีการเรียนการสอนที่ครูคิดว่าน่าสนใจ 

แต่หากเด็กไม่รู้สึกว่าอยากมีส่วนร่วมเพียงพอ ก็สามารถมองหาวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะกับตัวเองได้ตลอดเวลา เช่น เรียนรู้ด้วยตัวเอง เรียนออนไลน์นอกชั้นเรียน

‘รัฐสภา’ เป็นหัวใจสำคัญของโรงเรียนในการตัดสินใจทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในแต่ละวันในโรงเรียน ทุกคนสามารถนำหัวข้อมาอภิปราย เช่น เรื่องการเมนูอาหารกลางวันของโรงเรียน นักเรียน ครู ผู้ปกครอง มีคะแนนเสียงนับเป็นหนึ่งเท่ากัน 

‘พี่เลี้ยง’ เปรียบเสมือนครูที่ปรึกษาในทุกเรื่อง นักเรียนมีสิทธิเลือกพี่เลี้ยงของเขาเอง และมีเวลาให้คำปรึกษาอย่างชัดเจนในทุกสัปดาห์ 

‘เพิ่มพลังให้ครู’ ครูจะรวมตัวกันเสริมพลังบวกให้กันในทุกสัปดาห์ และอภิปรายสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน แต่ละปีพวกเขาได้ออกไปชาร์จพลังร่วมกันในพื้นที่ธรรมชาติ 

‘คัดเลือกครูของพวกเขา’ นักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการครู เลือกครูของพวกเขาเอง คุณลักษณะที่สำคัญในการเลือกครูของพวกเขา คือมองเด็กอย่างเคารพและเท่าเทียมและไร้ซึ่งระบบอุปถัมภ์ 

‘คุยกันได้ทุกความขัดแย้ง’ ทุกวันจะมีเวลาจัดการความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในโรงเรียน การพูดคุยกันในที่สว่าง และเรียนรู้ที่จะสื่อสารอย่างเคารพกันโดยไม่ใช่ความรุนแรง (Non-violence Language)

05 I See YOU ฉันเห็นคุณ 

Democratic School of Hadera โรงเรียนอิสราเอลที่มีประชาธิปไตยเป็นหัวใจการเรียนรู้
Democratic School of Hadera โรงเรียนอิสราเอลที่มีประชาธิปไตยเป็นหัวใจการเรียนรู้

รูปร่างสูงใหญ่ อ้วนกลม คล้ายกับโตโตโร่ของยาคอบทำให้เรารู้สึกอบอุ่น เวลาที่ได้พูดคุยกับเขาจากวิดีโอคอลเมืองไทย-ลำพูน กับอิสราเอล กลาง พ.ศ. 2562 ถึงกรุงโซลเกาหลีใต้ ปลาย พ.ศ. 2562 

เราได้พบยาขอบกลางสวนสาธารณะนัมซาน ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ยาขอบเลี้ยงกาแฟอุ่นๆ ให้ทีมงานของเราในช่วงที่แดดกำลังจะหมดวัน สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากยาคอบไม่ใช่หลักการของโรงเรียนแบบประชาธิปไตยเท่านั้น แต่ที่สำคัญกว่าหลักการศึกษาแบบนั้นคือคน 

ครูต่างหาก พ่อแม่ต่างหาก ที่ต้องเห็นตัวตนเด็ก เชื่อในตัวเด็ก เพราะความรู้สึกว่าการที่ใครสักคนเชื่อในเรา เห็นบางสิ่งบางอย่างที่มีเฉพาะในตัวเรา พิเศษแบบเรา ไม่เหมือนใคร ทำให้เรากล้าก้าวเดินและบินได้สูงในวันข้างหน้า ความเชื่อนั้นเป็นเหมือนลมใต้ปีก ทำให้เราบินได้สูงแบบไม่ต้องกระพือปีก

เรารู้สึกว่านิยามการศึกษาแบบประชาธิปไตยของเขาช่างยิ่งใหญ่และแผ่ขยายไปทั่วโลก ยาคอบบอกว่าครูที่ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงไม่มีความต้องการเปลี่ยนโลกนี้เลย เขาเป็นครูประเภทที่อยากจะแบ่งปันส่งต่อความรู้สึกข้างในที่เขามีออกไปสู่โลก 

ถ้าครูรู้สึกว่ารักที่จะให้ รักที่จะเรียนรู้ และอยากให้นักเรียนของเขาเรียนรู้ แล้วก็ส่งต่อความรู้สึกนั้นออกไปมันจะทำให้คนรับรู้สึกเบา ไม่มีความคาดหวัง ไม่มีถูกผิด เต็มไปด้วยอิสระภาพและเสรีที่จะเติบโตแบบที่ตัวเองอยากจะเป็น

06 ช่องว่างระหว่างความฝันกับความจริง 

Democratic School of Hadera โรงเรียนอิสราเอลที่มีประชาธิปไตยเป็นหัวใจการเรียนรู้
Democratic School of Hadera โรงเรียนอิสราเอลที่มีประชาธิปไตยเป็นหัวใจการเรียนรู้

เราเล่าเรื่องห้องเรียนศิลปะ ป.5 ให้ยาขอบฟัง ตอนที่เราวาดภาพใบไม้สีม่วงไปส่งครู แล้วครูบอกว่า “วาดอย่างนี้จะไม่ได้รางวัล ใบไม้สีม่วงไม่มีจริง” ฆ่าจินตนาการของเราไปเด็กอย่างเราไปนานเท่าไหร่ สิ่งที่เด็กคนนั้นรู้สึกคือความไม่มั่นใจที่จะคิดแปลกแตกต่างอย่างเป็นตัวเอง 

ถ้าย้อนกลับไปวันนั้นแล้วครูบอกว่า “ต้องอย่างนี้สิ วาดอย่างที่เธอจินตนาการไปเลย” 

เราถามยาคอบว่า “เด็กคนนั้นจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่แบบที่แตกต่างไปจากวันนี้อย่างไร” 

ยาคอบบอกกับเราว่า “ช่องว่างระหว่างความฝันกับความจริง คือการลงมือทำในสิ่งที่เชื่อ” 

“เราย้อนกลับไปตำหนิอดีตไม่ได้ สุดท้ายแล้วถ้าไม่มีใครเห็นเรา เราก็ต้องไม่สูญเสียตัวเอง”

Writer & Photographer

เสาวนีย์ สังขาระ

Film Maker, Farmer, Facilitator ผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีอิสระ บินสิ! โปรดักส์ชั่นเฮาส์ และรายการบินสิ! ผู้ก่อตั้งและอำนวยการเรียนการสอน ที่สวนศิลป์บินสิ Films Farm School

โรงเรียนทางเลือก

เรื่องราวของโรงเรียนทางเลือกเปลี่ยนโลกจากทั่วโลก

01 ความรัก ความยุติธรรม และแรงบันดาลใจในการเก็บเมล็ดพันธุ์ 

ยังจำความรู้สึกวันนั้นได้อยู่เลยว่าตื่นเต้นขนาดไหน… 

วันนั้นเป็นวันที่ได้รับอีเมลจากคนต้นแบบของเราคนหนึ่ง ทำให้เราตื่นเต้น จองตั๋วจากอินเดียไปลงเดลี แล้วจองรถไฟจากเดลี ไปที่เมืองเดราดุน (Dehradun) ทางตอนเหนือของอินเดียในวันเดียวกัน ครั้งนั้นเป็นทริปที่ไปอินเดียครั้งที่เท่าไหร่นับไม่ถ้วน แม้ว่าทุกครั้งจะมีเรื่องราวน่าประทับใจไม่ซ้ำกัน แต่ครั้งนี้ฉันกำลังจะได้ไปพบกับป้าคนแกร่งคนหนึ่งของอินเดียชื่อ วันทนา ศิวะ เธอตอบอีเมลด้วยตัวเอง และบอกว่ายินดีมากที่จะให้ฉันเข้าพบและสัมภาษณ์ ในช่วงบ่ายของวันหนึ่งที่ศูนย์การเรียนรู้ ‘นวธัญญะ’ (Navdanya) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมุนาที่ไหลมาจากเทือกเขาหิมาลัย และมาหลอมรวมเป็นแม่น้ำคงคา ได้ยินมาว่าเมืองนี้สวยมาก 

นวธัญญะ หมายถึง เมล็ดพันธุ์เก้าเมล็ด และ ของขวัญใหม่ เป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม ผู้รักษาเมล็ดพันธุ์คือผู้ให้เมล็ดพันธุ์ที่แท้จริง

โรงเรียนเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ การต่อสู้ของหญิงอินเดียเพื่อเอกราชทางอาหารและพืชพื้นบ้าน
โรงเรียนเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ การต่อสู้ของหญิงอินเดียเพื่อเอกราชทางอาหารและพืชพื้นบ้าน

แม้เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางจากไทยไปถึงที่นั่นรวดเดียว เพื่อพบ ป้าวันทนา ศิวะ เช้าวันนั้นเราก็ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย ถ้าใครรู้จักเธอจากภาพข่าว บทความสัมภาษณ์ หรือสารคดีต่างๆ บทสัมภาษณ์และท่าทางของเธอออกรสออกชาติดุเดือด เมื่อเธอพูดถึงปัญหาการตัดต่อ ครอบครองเมล็ดพันธุ์ของบรรษัทยักษ์ข้ามชาติและรัฐ แต่วันนั้นเธอเดินเข้ามาหาเราด้วยรอยยิ้มเปี่ยมความเมตตาเอ็นดู 

คำถามแรกที่พุ่งไปหาเราพุ่งไปหาเธอเลยคือ “อะไรทำให้เธอมีความกล้าและอาวุธ ที่จะต่อสู้กับบรรษัทยักษ์ใหญ่ที่จ้องจะครอบครองเมล็ดพันธุ์บนโลกใบนี้” 

เธอยิ้มอีกครั้ง แต่สายตาเธอเปลี่ยนไป ความดุดันเอาเรื่องและจริงจังส่อมาในแววตา 

คำตอบของเธอมี 3 ข้อ 

ข้อที่ 1 ‘ความรัก’ เธอบอกว่า เพราะว่าเธอเคยเป็นแม่คน และเป็นลูกสาวมาก่อน เธอทั้งรู้จักและให้และรับ ความรักแบบที่ไม่มีเงื่อนไข เธอบอกว่าเมล็ดพันธุ์ก็มีความรักแบบนั้นให้กับผืนดิน มนุษย์ และสรรพสิ่ง เมล็ดพันธุ์เป็นสิ่งที่ไม่ควรมีใครครอบครอง ตัดต่อ และหาผลประโยชน์ 

ข้อที่ 2 ‘ความยุติธรรม’ ถึงให้เราแสร้งปิดตา เราก็ต้องเห็นความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับชาวนา เกษตรกรในอินเดียที่ฆ่าตัวตายปีละเป็นแสน เพราะการหลอกลวงของบรรษัทข้ามชาติเหล่านี้ การตัดต่อพันธุกรรมเมล็ดพันธุ์ทำให้วิถีการปลูก การกิน การขาย เป็นไปทางที่พวกเขากำหนดได้ ไม่ว่าจะเป็นราคา วิถีการปลูกที่ต้องใส่ปุ๋ย ยา และตลาดที่พวกเขาสร้างกลไกตลาดขึ้นมา ถ้ามองเห็นความยุติธรรมนี้แล้วไม่ทำอะไร จะมีไปสู่หน้ากับชาวนาที่ปลูกข้าวให้เรากินอยู่ทุกวันได้อย่างไร 

ข้อที่ 3 ‘แรงบันดาลใจ’ เธอได้แรงบันดาลใจจากคานธีที่ต่อสู้กับราชอาณาจักรอังกฤษ โดยใช้เมล็ดฝ้ายเล็กๆ ทำให้คนกลับมาปั่นฝ้าย ทอผ้าฝ้ายใช้เอง ไม่ใช้ผ้านำเข้าจากราชอาณาจักรในยุคสมัยนั้น และปลุกประเทศให้ได้รับเอกราชในเวลาต่อมา 

เธอคิดว่าโรงเรียนเก็บเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ กำลังต่อสู้เพื่อเอกราชอีกครั้งของประเทศอินเดีย ด้วยการเก็บเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน 

โรงเรียนเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ การต่อสู้ของหญิงอินเดียเพื่อเอกราชทางอาหารและพืชพื้นบ้าน
โรงเรียนเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ การต่อสู้ของหญิงอินเดียเพื่อเอกราชทางอาหารและพืชพื้นบ้าน

02 ความฝันเปลี่ยนไป เมื่อรักษาภูเขาลูกนั้นไว้ได้ 

คำถามที่สอง 2 เราคือ “อะไรที่เป็นจุดเปลี่ยนให้ ป้าวันทนา ศิวะ ทำในสิ่งที่ทำทุกวันนี้ ครอบครัว การศึกษา หรืออะไร”

เธอเล่าให้ฟังว่าเคยฝันจะเป็นนักฟิสิกส์ เรียนตรงมาทางสาขานั้น แต่ว่าเติบโตมาในครอบครัวนักกิจกรรมยุคคานธีที่ต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราช จุดเปลี่ยนจากนักฟิสิกส์ของเธอเริ่มจากงานวิจัยชิ้นหนึ่ง เธอต้องออกไปเก็บข้อมูลที่หมู่บ้านในหุบเขาแห่งหนึ่งหกเดือน แทนที่เธอจะได้งานวิจัยฟิสิกส์ของเธอกลับมา เธอกลับได้มีส่วนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเข้าร่วมขบวนการต่อสู้เพื่อรักษาภูเขาและป่าไม้ตรงนั้น ไม่ให้ถูกสัมปทานโดยบริษัทข้ามชาติ ตั้งแต่นั้นการอยู่ในห้องแล็บไม่มีความหมายกับเธออีกต่อไป 

เธอเริ่มการทำงานกับขบวนการภาคสังคม เพื่อต่อสู้เรียกร้องเรื่องอธิปไตยในการเก็บเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม เพื่อรักษาเมล็ดพันธุ์อันอุดมสมบูรณ์ของอาหารที่หลากหลาย เธอทำงานในท้องไร่ ท้องนา สวนของเกษตรกรเป็นเวลาหลายปี จนเห็นว่ามันจับต้องและเห็นเป็นรูปธรรมได้ยาก จึงตั้งนวธัญญะขึ้นมา

นวธัญญะเป็นทั้งโรงเรียนเรื่องเมล็ดพันธุ์ มหาวิทยาลัยเรื่องนิเวศวิทยาในการดูแลโลก ฟื้นดูดิน น้ำ และความหลากลายทางชีวภาพ ผู้สอนและผู้เรียนส่วนใหญ่เป็นคุณย่าคุณยายชาวนา เกษตรกรชาวบ้านกันเอง รื้อฟื้นความรู้พื้นเมืองที่อุดมไปด้วยอารยธรรมเชิงนิเวศของคนรุ่นก่อน 

นวธัญญะ มีธนาคารเก็บเมล็ดพันธุ์พื้นเมืองจากชุมชนทั่วอินเดียกว่า 150 แห่ง โดยการออม แบ่งปัน และเพาะพันธุ์พันธุ์พื้นเมืองจาก 22 รัฐในอินเดีย เก็บโดยการ ปลูก กิน แจกจ่าย เมล็ดพันธุ์จึงจะมีวงจรชีวิตจริง 

นวธัญญะ ทำให้อาหารไม่ใช่สินค้าที่ผลิตด้วยสารพิษและสารเคมีสังเคราะห์ ซึ่งผลักดันให้สัตว์สูญพันธุ์ ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แพร่โรคภัยไข้เจ็บ และโรคระบาดใหญ่ 

อาหารคือชีวิต อาหารคือสุขภาพ การปลูกอาหารในระบบนิเวศ คือการดูแลโลกและการฟื้นฟูดิน น้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพ เมื่อคุณเชื่อมต่อโดยตรงผ่านการรับประทานอาหารออร์แกนิก เพื่อดูแลสุขภาพและสุขภาพของผู้ผลิต เกษตรกร ผู้บริโภค และโลก ไปด้วยกัน 

ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย

03 กลับมาเรียนรู้จากคนรุ่นย่ายาย 

คำถามที่ 3 คือ “เธอเรียนรู้เรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์นี้จากไหน” 

เธอชี้ไปยังผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังนั่งแกะเมล็ดข้าวโพด เธอบอกว่าป้าคนนั้นชื่อ บิจา (Bija) เป็นคนทำงานในบ้านของเธอตั้งแต่ยังเล็ก ลำพังเธอเองโตมากับการศึกษากระแสหลักในโรงเรียน ไม่เคยได้เรียนรู้เรื่องเหล่านี้หรอก ตอนที่เธอประกาศว่าจะทำโรงเรียนเก็บเมล็ดพันธุ์ เธอก็ให้ป้าบิจาพาไปที่หมู่บ้านที่ป้าเกิด และเรียนรู้เรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์ที่นั่น 

เธอได้เห็นพันธุ์ข้าวที่ไม่กลัวน้ำท่วม แต่จะสูงกระโดดยืดขึ้นมาในเวลาที่น้ำหลาก ได้เห็นพันธุ์มะเขือเทศหลายสิบชนิด และพืชพรรณธัญญาหารอื่นๆ ที่เธอไม่เคยได้กินมาก่อนในชีวิต เธอจึงขอให้ป้าบิจามาเป็นครูคนแรกของโรงเรียนเก็บเมล็ดพันธุ์แห่งนี้ รวมทั้งเชิญคุณป้าคุณย่าคุณยายที่อยู่ในหมู่บ้านทั่วประเทศอินเดียมาเป็นครู และแลกเปลี่ยนรวบรวมความรู้เรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์ โดยทุกคนนำเมล็ดพันธุ์ที่ตัวเองและบรรพบุรุษเก็บสะสมต่อเนื่องกันไว้มาที่นี่ด้วย การเรียนรู้เรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์เหล่านี้จากบรรพบุรุษ ได้ถูกส่งต่อไปให้กับชาวนาเกษตรกรทั่วประเทศอินเดียแล้ว 

ที่นี่ยังทำงานวิจัย มีอาสาสมัครนักฝึกงานที่มาทำฐานข้อมูลเรื่องความหลากหลายทางชีวิภาพของเมล็ดพันธุ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเธอเคยเป็นนักฟิสิกส์มาก่อน เธอจึงต้องการฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ เหล่านี้ไว้ด้วย 

วันที่เราไป เรายังได้พบกับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยในฝรั่งเศส อเมริกา เยอรมนี ที่มาเข้าเรียนโปรแกรม Earth Democracy University พวกเขาบอกว่าคอร์สเรียนมีระยะเวลา 6 เดือน ในช่วง 2 เดือนแรกต้องเขียนหลักสูตรการเรียนรู้ขึ้นมาเอง จากการได้ลงภาคสนามไปอยู่กับชาวนา เกษตรกร สืบค้นปัญหา ทดลองปฏิบัติ จนเข้าใจชีวิตและกลไกและหายนะของการครอบครองตัดต่อพันธุกรรมของเมล็ดพันธุ์ในสังคมอินเดียก่อน จากนั้นพวกเขาถึงจะได้เริ่มสืบค้นหาคำตอบ และวิธีการที่จะนำเมล็ดพันธุ์ดั้งเดิมและความหลากหลายกลับมา 

ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย

04 การศึกษาผลิตผู้บริโภคที่เชื่อง 

คำถามสุดท้าย “การศึกษาในกระแสหลักมีส่วนทำให้เมล็ดพันธุ์พื้นบ้านและความหลากหลายหายไปได้อย่างไร” 

เธอหัวเราะให้คำถามนี้ และมีคำตอบที่ทำให้เรายิ้มไม่ออก เธอบอกว่าการศึกษาในโรงเรียนในสถาบันทุกวันนี้ ได้แต่สอนให้เราไปเป็นลูกจ้างของบรรษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่เหล่านั้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และเปลี่ยนวิถีให้เราเป็นผู้บริโภคที่เชื่อง เราคิดว่าเราเป็นผู้มีการศึกษาเลือกอยู่เลือกกินได้ แต่ที่ไหนล่ะ ในตลาดทุกวันนี้มีพืชพันธุ์ผักอยู่ไม่กี่ชนิด ล้วนเป็นพืชพันธุ์ผักที่ตัดต่อพันธุกรรมเพื่อให้ขนส่งและเก็บได้นาน แต่หารสชาติที่แท้จริงของพืชพันธุ์เหล่านั้นไม่ได้เลย เราจึงต้องพึ่งสารปรุงรสต่างๆ ในอาหาร ซึ่งก่อให้เกิดโรคอีกมากมาย การศึกษาส่งเราไปในวิถีชีวิตที่เร่งรีบ และสุดท้ายเก็บเงินเพื่อรักษาตัวในบั้นปลายชีวิต 

นวธัญญะนอกจากเป็นโรงเรียนสำหรับชาวนา เกษตรกร นักกิจกรรมแล้ว ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้คนที่มีการศึกษาแล้วรู้ตัวว่าได้เดินออกไปไกลจาก ปัจจัยพื้นฐานในการมีชีวิตที่แท้นั่นก็คือ ปัจจัย 4 อาหาร บ้าน ยา และความสุขเรียบง่ายที่ได้กลับมาใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติรอบตัว ดิน น้ำ อากาศบริสุทธิ์ ผีเสื้อ ดอกไม้ มากกว่านี้ อะไรอีกที่ชีวิตเราต้องการนักหนา 

และที่นี่ทำให้คนเห็นว่า เมื่อเรามีพื้นฐานในชีวิตที่เรียบง่ายมากเท่าไหร่ เราก็จะแบ่งปันได้มากกว่า 

ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย

05 การส่งต่อเมล็ดพันธุ์

หลังจากได้พบกับ ป้าวันทนา ศิวะ ที่นวธัญญะในทริปอินเดียครั้งนั้น ฉันก็ไม่ได้กลับอินเดียอีกเลยในอีกหลายปี 

เมล็ดพันธุ์ที่ ป้าวันทนา ศิวะ ได้มอบให้ ไม่ได้เป็นเมล็ดพันธุ์สักเมล็ดที่จับต้องได้ในวันนั้น สิ่งที่ป้าวันทนาได้ส่งต่อให้ฉัน อาจจะเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เติบโตอยู่ในใจของฉันมาตลอด วันหนึ่งที่ฉันได้มีโอกาสปักหลักลงดิน สร้างอาณาจักรเล็กๆ สวนศิลป์บินสิ Films Farm School ของฉันเอง ฉันก็ได้เริ่มเก็บเมล็ดพันธุ์ และส่งต่อของขวัญและเมล็ดพันธุ์ให้กับคนอื่นๆ ด้วยเช่นกันทั้งในไร่นาสวน และในใจของพวกเขา  

ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย

Writer & Photographer

เสาวนีย์ สังขาระ

Film Maker, Farmer, Facilitator ผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีอิสระ บินสิ! โปรดักส์ชั่นเฮาส์ และรายการบินสิ! ผู้ก่อตั้งและอำนวยการเรียนการสอน ที่สวนศิลป์บินสิ Films Farm School

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load