วีรกรรมปราบฮ่อ หลวงพ่อพระใส สะพานไทยลาว” เป็นคำขวัญที่รวบรวมสิ่งสร้างชื่อและความภาคภูมิประจำจังหวัดชายแดนเล็กๆ ในภาคอีสานชื่อหนองคาย เอาไว้ตามขนบ

แต่นอกจากความเป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกอันดับ 7* ที่ไม่ได้ถูกระบุไว้ในคำขวัญแล้ว หนองคายยังมีร้านอาหารเวียดนามชื่อ ‘แดงแหนมเนือง’ เป็นอีกหนึ่งหน้าตา ถ้าใครได้โอกาสไปเยือนเมืองชายแดนแห่งนี้ ไม่ว่าเป็นจุดหมายหรือทางผ่านก็มักไม่พลาดไปเยือนแน่ๆ 

การบริหารธุรกิจของ ‘แดงแหนมเนือง’ ร้านอาหารเวียดนามที่กลายเป็นห้องรับแขกแห่งหนองคาย

ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคายถึงกับให้ฉายาร้านแดงแหนมเนืองเอาไว้ว่า เป็น ‘ห้องรับแขกประจำจังหวัดหนองคาย’

เราก็เป็นแฟนเหนียวแน่นของร้านแดงแหนมเนืองเช่นกัน เมื่อไปหนองคายในฤดูกฐินที่ผ่านมา หนองคายเงียบเหงาไปมากเพราะสถานการณ์ COVID-19 ด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ก็ยังคงปิดอยู่ การค้าในจังหวัดชายแดนแห่งนี้เลยเงียบเหงาจนคนในจังหวัดเปรยว่า “รู้สึกเหมือนเป็นวันอาทิตย์ทุกวัน” 

แต่เมื่อเราไปเยือนร้านแดงแหนมเนืองตามสูตร ความคึกคักที่คุ้นเคยกลับไม่เปลี่ยนไปเลย ร้านอาหารเวียดนามเก่าแก่ริมแม่น้ำโขงแห่งนี้มีลูกค้าเยอะระเบิดระเบ้อ ขนาดทำให้ถนนหน้าร้านแดงเป็นจุดเดียวในจังหวัดหนองคายที่การจราจรติดขัด 

การบริหารธุรกิจของ ‘แดงแหนมเนือง’ ร้านอาหารเวียดนามที่กลายเป็นห้องรับแขกแห่งหนองคาย

จากไม่เคยสงสัย ก็อยากรู้ขึ้นมาเลยว่า แนวคิดในการทำธุรกิจของแดงแหนมเนืองเป็นอย่างไร ถึงประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้ และในเมื่อมีคนต้องการแดงแหนมเนืองมากจนเต็มร้านขนาดนี้ ทำไมเรายังแทบไม่เห็นร้านแดงแหนมเนืองนอกจังหวัดหนองคายเลย

ความสงสัยพาให้เราไปทำความรู้จักกับ ศัตภัทร สหัชพงษ์ ผู้จัดการร้านแดงแหนมเนืองคนปัจจุบัน และได้โอกาสต่อสายพูดคุยกับเขาในไม่กี่สัปดาห์ต่อมา 

การบริหารธุรกิจของ ‘แดงแหนมเนือง’ ร้านอาหารเวียดนามที่กลายเป็นห้องรับแขกแห่งหนองคาย

เขาแนะนำตัวเองและประวัติร้านไปพร้อมกันอย่างสั้นๆ ว่า เขาเป็นน้องชายคนเล็กของ แดง-วิภาดา จิตนันทกุล ผู้ก่อตั้งร้านแดงแหนมเนืองเพื่อสืบทอดธุรกิจและสูตรอาหารเวียดนามจากมารดาบิดาชาวเชื้อสายเวียดนาม แม่ของเขาหาบสาแหรกขายแหนมเนืองและอาหารเวียดนามอื่นๆ แบบต้นตำรับมาตั้งแต่ พ.ศ. 2511 และเปิดเป็นร้านในตึกแถวเล็กๆ ให้ชื่อว่าแดงแหนมเนือง ตามชื่อลูกสาวคนโตผู้เป็นผู้ช่วยมือหนึ่งในตอนนั้น 

หลังจากพี่แดงเสียชีวิตไปเมื่อ พ.ศ. 2560 ศัตภัทรผู้ใกล้ชิดกับธุรกิจร้านแดงแหนมเนืองมาตลอดก็เข้ามาดูแลกิจการต่อเป็นรุ่นที่ 3 

“ร้านนี้ไม่ใช่แค่ของผม แต่เป็นของคนหนองคาย” แม้จะมีตำแหน่งพ่วงท้ายว่าเป็นผู้จัดการร้าน แต่เขาก็ยังยืนยันแบบนี้ “เราภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดหนองคาย ผมอยากให้คนหนองคายบอกคนอื่นได้ว่าเรามีอะไรดี อยากให้ทุกคนรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของร้านแดงแหนมเนือง อยากให้เขาปลื้มเวลาพาใครมากินที่ร้านเราแล้วแขกของเขาประทับใจ”

ด้วยความใกล้ชิดกับธุรกิจนี้มานาน และมุ่งมั่นแน่วแน่จะสร้างคุณค่าให้ตำนานบทนี้ ศัตภัทรจึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงบางอย่างในรุ่นของเขา ถึงกระนั้น แก่นแกนและเรื่องสำคัญๆ หลายอย่างก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย 

“อาหารอร่อยเพราะเราทำใหม่ตลอดเวลา”

การบริหารธุรกิจของ ‘แดงแหนมเนือง’ ร้านอาหารเวียดนามที่กลายเป็นห้องรับแขกแห่งหนองคาย

ศัตภัทรยอมบอกเคล็ดลับความสำเร็จของแดงแหนมเนืองแบบไม่หวงว่า คือความสดใหม่ซึ่งเกิดจากวัตถุดิบที่ดี การจัดการที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และความซื่อตรงที่จะรักษาคุณภาพทั้งหมดนี้ให้ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

เรื่องที่ยืนหนึ่งเลย เรายกให้เรื่องผัก

ศัตภัทรเล่าว่า “ถ้าคุณมากินแดงแหนมเนืองวันเสาร์อาทิตย์ ผักที่คุณกินจะเป็นผักที่ตัดมาใหม่ทุกๆ ชั่วโมง แต่ถ้าคุณมาระหว่างสัปดาห์ เกษตกรในจังหวัดหนองคายจะขนผักจากแปลงมาส่งให้ที่แดงแหนมเนืองวันละสามรอบ” 

การบริหารธุรกิจของ ‘แดงแหนมเนือง’ ร้านอาหารเวียดนามที่กลายเป็นห้องรับแขกแห่งหนองคาย

ฟังดูเป็นความพยายามระดับไม่ธรรมดา สำหรับธุรกิจที่ต้องใช้ผักมากมายรายวัน แต่เพื่อความสดของผักที่เสิร์ฟและการบริหารตู้เย็นให้ไม่มีผักเหลือ แดงแหนมเนืองจึงเลือกทำแบบนี้ 

ในบางช่วงของปี แดงแหนมเนืองถึงกับมีแปลงผักอยู่ในร้าน ถ้าใครไปกินช่วงนั้น ก็จะได้กินผักสดๆ กันข้างๆ แปลงเลยทีเดียว

แดงแหนมเนืองจริงจังเรื่องผักมาก ขนาดที่ว่าการเปิดสาขาใหม่ของแดงแหนมเนืองต้องพิจารณาว่าจังหวัดที่เปิดนั้นมีแปลงผักได้มาตรฐาน มีปริมาณมากพอ และอยู่ในรัศมีที่ส่งผักมาที่ร้านได้วันละหลายๆ รอบ เพื่อความสดตามต้นตำรับ 

ศัตภัทรเล่าว่า เขารับผักจากเกษตรกรที่ได้การรับรองมาตรฐานในระดับจังหวัด โดยเลือกแปลงที่อยู่ในเทศบาลเมืองให้มาส่งเพื่อเสิร์ฟที่ร้าน ส่วนผักจากแปลงในแถบอำเภออื่นๆ ก็เอามาแช่ห้องเย็นไว้สำหรับบรรจุขายแบบกล่อง

การบริหารธุรกิจของ ‘แดงแหนมเนือง’ ร้านอาหารเวียดนามที่กลายเป็นห้องรับแขกแห่งหนองคาย
การบริหารธุรกิจของ ‘แดงแหนมเนือง’ ร้านอาหารเวียดนามที่กลายเป็นห้องรับแขกแห่งหนองคาย

“หลังจากตัดราก ผักที่ร้านจะถูกล้างสามขั้นตอน คือ ล้างเศษดิน ล้างด่างทับทิม ล้างน้ำเปล่า แล้วสุดท้ายค่อยคัดใส่กล่องหรือลงจาน ถ้าเจอว่ามีใบไหนที่ไม่สวยหรือปลายช้ำ ก็จะตกรอบทันที” ศัตภัทรเล่าให้เห็นภาพความเด็ดขาดของทีมผัก

การบริหารธุรกิจของ ‘แดงแหนมเนือง’ ร้านอาหารเวียดนามที่กลายเป็นห้องรับแขกแห่งหนองคาย

อีกหนึ่งเรื่องใหญ่ของแดงแหนมเนืองคือ เนื้อหมู 

ศัตภัทรบอกเราว่า ทุกๆ เช้า บริษัทเบทาโกรซึ่งเป็นคู่ค้าและอะไรอีกมากมาย จะส่งเนื้อหมูใหม่ๆ ถึงโรงงานของแดงแหนมเนือง และเนื้อหมูก็จะถูกแปรรูปและขายเป็นวันต่อวัน 

แหนมเนืองเป็นอาหารที่ต้องกินด้วยมือ ศัตภัทรใช้เครื่องจักรที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อปั้นและปิ้งหมูก้อนกลมๆ ที่มีรูตรงกลางอย่างที่เราคุ้นเคย ให้ได้ความหอม อร่อยตามสูตร และมีขายอย่างสม่ำเสมอ

การบริหารธุรกิจของ ‘แดงแหนมเนือง’ ร้านอาหารเวียดนามที่กลายเป็นห้องรับแขกแห่งหนองคาย

กับเมนูอื่น แดงแหนมเนืองก็ทำสดๆ สำหรับลูกค้าโต๊ะใหม่ๆ ที่หลั่งไหลมาตลอดเวลาทั้งวันเช่นกัน 

“ปอเปี๊ยะเราห่อและทอดใหม่ตลอดเวลา พันหอมเราก็ทำแต่ละส่วนประกอบและพันใหม่ๆ ก่อนเสิร์ฟทุกจาน กุ้งพันอ้อยก็ทำใหม่ รวมไปถึงพวกไส้กรอกอีสานที่จะเปรี้ยวน้อยกว่าร้านอื่น เพราะเราทำใหม่ทุกวัน” ผู้จัดการร้านบรรยายจนเราน้ำลายสอ

การบริหารธุรกิจของ ‘แดงแหนมเนือง’ ร้านอาหารเวียดนามที่กลายเป็นห้องรับแขกแห่งหนองคาย
การบริหารธุรกิจของ ‘แดงแหนมเนือง’ ร้านอาหารเวียดนามที่กลายเป็นห้องรับแขกแห่งหนองคาย

ความพิถีพิถันระดับนี้ ทำให้ร้านแดงแหนมเนืองเลือกมีเพียง 12 เมนู แต่แดงแหนมเนืองก็ต้องใช้ทีมงานหลังบ้านเป็นกองทัพ เพื่อมอบความสดอร่อยนี้ให้กับลูกค้า 

“ช่วงเทศกาล เราต้องใช้พนักงานเกือบ 200 คน”

ความตั้งใจทำอาหารเสิร์ฟใหม่ๆ ทุกจาน ทำให้ต้องมีพนักงานเยอะมาก เพราะขั้นตอนสำหรับอาหารแต่ละจานของแดงแหนมเนืองนั้นไม่น้อย 

ลองคิดถึงอาหารเวียดนามที่คุณรู้จัก หรือจะคิดถึงแหนมเนืองก็ได้ ส่วนประกอบมีเยอะมาก และการเตรียมก็จุกจิก (พริกหั่นไม่เล็กไปไม่ใหญ่ไป กระเทียมปอกเปลือกและหั่น ส่วนกล้วยดิบใช้ทั้งเปลือกหั่นสี่ มะเฟืองหั่นแว่น ต้นหอมต้องกรีดและมัด และอื่นๆ และอื่นๆ) ไม่แปลกใจเลยที่แดงแหนมเนืองจะใช้พนักงานครัว 100 คน พนักงานเสิร์ฟ 50 คน ในวันปกติ และในช่วงเทศกาลก็มีพนักงานชั่วคราวมาเพิ่มอีกราว 50 คน รวมแล้วก็เกือบ 200 คน

การบริหารธุรกิจของ ‘แดงแหนมเนือง’ ร้านอาหารเวียดนามที่กลายเป็นห้องรับแขกแห่งหนองคาย

พนักงานร้านแดงแหนมเนืองเป็นคนจากหมู่บ้านต่างๆ ในจังหวัดหนองคาย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่กันยาวนานเป็นคนเก่าคนแก่ 

คนที่อยู่นานสุดคือ 30 ปี เป็นพนักงานรุ่นแรกและทุกวันนี้ก็ยังอยู่

นอกจากดูแลพนักงานประจำแล้ว ศัตภัทธยังคิดเผื่อไปถึงลูกหลานของพนักงานด้วย เพราะนอกจากเป็นห้องรับแขกของจังหวัด ศัตภัทรยังภูมิใจที่ได้สร้างงานให้คนในจังหวัด

“ทำยังไงให้เขาอยู่ดีกินดี เขาก็จะอยู่กับเรา ไม่ต้องไปขายแรงงานจังหวัดอื่น เสาร์อาทิตย์ หน้าเทศกาล เราขายดีก็ไม่ต้องไปจ้างพนักงานเพิ่ม แต่เราให้ลูกหลานพนักงานมาหารายได้พิเศษ ช่วงปิดเทอมก็ช่วยเหลือลูกหลานพนักงานให้มีรายได้ พอมีรายได้ก็แบ่งเบาปัญหาค่าเทอม” 

การบริหารธุรกิจของ ‘แดงแหนมเนือง’ ร้านอาหารเวียดนามที่กลายเป็นห้องรับแขกแห่งหนองคาย

การใช้พนักงานชั่วคราวที่มาช่วยแค่ช่วงเทศกาลไม่ทำให้ประสบการณ์ของแขกด้อยลงด้วยการบริการที่ไม่คล่องแคล่ว ศัตภัทรเลือกสอนลูกหลานของพนักงานให้เป็นผู้ช่วยพนักงานประจำ เช่นเป็นคนเดินอาหาร โดยมีพนักงานประจำเป็นคนรับออเดอร์และเสิร์ฟลงโต๊ะ เพื่อตรวจสอบอาหาร แล้วก็เป็นคนเก็บจาน ล้างจาน ทำให้ร้านรับลูกค้าโต๊ะใหม่ได้ไวขึ้น 

“เด็กนักเรียนเป็นคนมีไหวพริบ ทำให้การบริการของร้านเราดีขึ้น ทำให้ลูกค้าได้การบริการที่เร็วขึ้น ถูกใจลูกค้า เด็กก็มีรายได้ ส่วนเราอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ครอบครัวของพนักงานก็ได้ใกล้ชิดกัน พ่อแม่ได้ดูแลลูก” 

เราเรียกสิ่งนี้ว่า วิน-วิน 

ศัตภัทรก็เห็นด้วย 

การบริหารธุรกิจของ ‘แดงแหนมเนือง’ ร้านอาหารเวียดนามที่กลายเป็นห้องรับแขกแห่งหนองคาย

“แม่กับพี่บอกว่าเราทำธุรกิจ ก็อย่าไปทำให้คนอื่นลำบาก”

ทายาทแดงแหนมเนืองเชื่อว่า อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้ความสดและอร่อย คือราคา

 “อาหารของเราต้องราคาไม่แพง ใครๆ ต้องเข้าถึงได้ แหนมเนืองชุดเล็กมีหมูห้าไม้ ประมาณสามร้อยกรัม กินได้สามคน เราขายแค่ร้อยแปดสิบบาท แม้ต้นทุนมาก แต่หน้าที่ของเราคือการบริหารจัดการ”

หนึ่งในหลายวิธีที่ศัตภัทรใช้บริหารต้นทุน คือการถ้อยทีถ้อยอาศัยกับคู่ค้า 

“ช่วงที่มีผักเยอะ ราคาตามท้องตลาดถูก เราให้ราคาแปลงผักดีกว่าที่อื่น พอช่วงที่ผักมีน้อย ราคาแพง เขาก็ขายให้เราถูกกว่าที่อื่น ช่วยเหลือเกื้อกูลกันไป

“การทำธุรกิจบางครั้งก็ต้องส่งเสริมให้คนอื่นมีรายได้ด้วย เราจะเอาแต่ประโยชน์เราอย่างเดียวไม่ได้ อย่างบางทีเราก็ยอมซื้อผักจากคนกลาง โดยไม่ตัดราคาเขา แค่ขอให้เขามาส่งให้เราโดยตรง เราก็ไม่ต้องเสียแรงคนของเราเพื่อไปซื้อที่ตลาด ค่าใช้จ่ายตรงนั้นก็ได้ถัวๆ กันไป

 “แกนกลางที่ปิ้งหมูจริงๆ แล้วเราใช้แท่งสเตนเลสได้ เพราะตอนออกแบบเครื่องปิ้ง เราวางแผนไว้เผื่อไม้ไผ่จะหายากขึ้น แต่ทุกวันนี้ก็ยังใช้ไม้ไผ่อยู่ เพราะไม่อยากทิ้งคนขายไม้ให้เรา ลองคิดดูสิ ใจเขาใจเรา ถ้าวันหนึ่งเราทำธุรกิจอยู่แล้วเขาทิ้งเรา เราก็ลำบาก”

ในฐานะร้านอาหารชื่อดังประจำจังหวัด ถ้าแดงแหนมเนืองจะขยายเวลาเปิด แตกไลน์มาขายอาหารเช้า เพื่อขายเมนูยอดฮิตอย่างไข่กระทะ ข้าวจี่ หรือต้มเส้น ก็ย่อมทำได้ แต่ศัตภัทรบอกว่า 

“แม่กับพี่บอกไว้ เราจะทำธุรกิจอย่างไม่เบียดเบียนคนที่อยู่ในจังหวัดหนองคาย อาหารที่คนในจังหวัดเขาขาย แดงแหนมเนืองจะไม่ทำขาย จะไม่ไปแย่งลูกค้าเขา” 

ถ้าคิดในแง่โอกาสก็น่าเสียดาย แต่ถ้าคิดในแง่การบริหารวัตถุดิบและการควบคุมคุณภาพ ก็ถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ เพราะแดงแหนมเนืองไม่ต้องมีวัตถุดิบประเภทใหม่ที่ต้องบริหารจัดการเพิ่มขึ้น และถ้าคิดแบบเข้าข้างตัวเองสุดๆ เวลานักท่องเที่ยวไปกินอาหารเช้าที่ร้านไหน ร้านนั้นก็คงเต็มใจแนะนำให้ลูกค้ามากินกลางวันที่แดงแหนมเนือง

“เราซื้อเขา เขาก็จริงใจกับเรา”

นอกจากวัตถุดิบต่างๆ แล้ว องค์ความรู้เรื่องการแปรรูปและหีบห่อก็สำคัญมากในการบริหารต้นทุน เรื่องนี้ศัตภัทรเล่าว่า ผู้ช่วยคนสำคัญที่เข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจด้านนี้ของแดงแหนมเนืองนี้คือ บริษัทเบทาโกร จำกัด 

การบริหารธุรกิจของ ‘แดงแหนมเนือง’ ร้านอาหารเวียดนามที่กลายเป็นห้องรับแขกแห่งหนองคาย

บริษัทเบทาโกร จำกัด เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหารและการแปรรูปเนื้อสัตว์ หนึ่งเหตุผลที่แดงแหนมเนืองเลือกเป็นคู่ค้ากับเบทาโกร เพราะคุณภาพที่เป็นที่ยอมรับไปถึงต่างประเทศ ซึ่งผลพลอยได้คือความรู้เรื่องการทำบรรจุภัณฑ์ 

แต่เหตุผลที่ทำให้แดงแหนมเนืองผูกพันกับเบทาโกรจนเป็นมากกว่าแค่คู่ค้าของกันและกัน คือการช่วยเหลือเกื้อกูล

“เขาส่งคนมาช่วยเราเพราะว่าเป็นคู่ค้ากัน เราไว้ใจเลือกซื้อกับเขาแค่เจ้าเดียว เขาก็จริงใจกับเรา เราซื้อหมูเขาวันหนึ่งหลายตัน เขาก็ส่งคนมาให้ความรู้และช่วยพัฒนาทั้งเรื่องเครื่องจักรโรงงานและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ประธานบริษัทก็มาพบและช่วยสนับสนุน ถือว่าเป็นเกียรติมาก และธุรกิจเราก็ดีขึ้น”

 เชื่อหรือไม่ ตั้งแต่ยุคก่อตั้งมาถึงวันนี้ ยอดขาย 60 – 70 เปอร์เซ็นต์ของแดงแหนมเนืองมาจากการบรรจุกล่องส่งขายตามที่ต่างๆ โดยมีตลาดใหญ่คือกรุงเทพมหานคร

การบริหารธุรกิจของ ‘แดงแหนมเนือง’ ร้านอาหารเวียดนามที่กลายเป็นห้องรับแขกแห่งหนองคาย

เราขอยกมือเป็นพยานรู้เห็นวิวัฒนาการของแดงแหนมเนืองแบบบรรจุกล่อง ตั้งแต่เริ่มแรกเป็นการห่อผักด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ น้ำจิ้มใส่ถุงมัดด้วยยาง หมูก็ยกมาทั้งไม้ ใส่ลังเบียร์ส่งขึ้นรถไฟเดินทางหลายร้อยกิโลเมตรมากรุงเทพฯ จนถึงวันนี้ที่แหนมเนืองบรรจุมาในกล่องแข็งแรงและออกแบบมาเป็นการเฉพาะ ทั้งน้ำจิ้ม หมู ผัก และแผ่นแป้งแพ็กมาในถุงที่ปิดสนิทอย่างดีจากโรงงาน เป็นพัฒนาการที่น่าประทับใจจนเราทดไว้ตั้งแต่เริ่มว่าต้องชวนศัตภัทรคุยเรื่องนี้

แพ็กเกจจิ้งของแดงแหนมเนืองได้มาตรฐาน GMP การบรรจุไม่มีการใช้มือสัมผัส และคนที่ควบคุมเครื่องจักรต่างๆ ต้องใส่ถุงมือ ผ้าปิดจมูก แดงแหนมเนืองมีเทคโนโลยีในการเก็บรักษาอาหารและน้ำจิ้มให้ส่งได้ไกลๆ แบบไม่ต้องใส่สารกันเสีย โดยการใช้อุณหภูมิสูงๆ เพื่อฆ่าเชื้อและอุณหภูมิต่ำๆ เพื่อจัดเก็บ กระบวนการนี้ทำให้น้ำจิ้มอยู่ได้ 90 วัน และเหมือนกับของที่ขายที่ร้าน อาหารที่ขายแบบใส่กล่องก็ทำวันต่อวันเช่นกัน

การบริหารธุรกิจของ ‘แดงแหนมเนือง’ ร้านอาหารเวียดนามที่กลายเป็นห้องรับแขกแห่งหนองคาย

“แดงแหนมเนืองส่งแหนมเนืองไปกรุงเทพฯ ตั้งแต่ยุคที่ส่งด้วยรถทัวร์ รถไฟ และลูกค้าต้องไปรับเองที่สถานีปลายทาง วันนี้เรามีส่งด้วยไปรษณีย์ที่ส่งถึงบ้านได้เลย จะสั่งแค่กล่องเดียวเราก็ส่ง เพราะไม่อยากไปสร้างเงื่อนไขให้คนเข้าถึงยาก” ศัตภัทรเล่าถึงการค่อยๆ ปรับธุรกิจให้เข้ากับยุคสมัยของแดงแหนมเนือง โดยยึดความตั้งใจดั้งเดิมไว้ไม่ให้ถูกกระทบกระเทือน

การบริหารธุรกิจของ ‘แดงแหนมเนือง’ ร้านอาหารเวียดนามที่กลายเป็นห้องรับแขกแห่งหนองคาย

“แม้จะเป็นไปได้อย่างช้าๆ แต่ธุรกิจก็ต้องเติบโต”

 “นอกจากความเห็นอกเห็นใจคนอื่นแล้ว พี่แดงยังรักน้องมากด้วย ก่อนหน้านี้ที่พี่แดงยังบริหารอยู่ ไม่มีการขยายสาขา เพราะไม่อยากให้น้องลำบากบริหารงานหลายสาขา แกมองว่าที่เป็นอยู่มันก็พอแล้ว ความเป็นอยู่ก็ดีพอแล้ว” ศัตภัทรเฉลยว่าทำไมแดงแหนมเนืองถึงไม่มีสาขาทั้งๆ ที่มีคนเรียกร้อง

“แต่พอมาถึงยุคของผม ผมอยากทำเพื่อลูกหลานเราในอนาคต จึงศึกษาวิธีการดู ก็เห็นว่ามันมีวิธีการที่ทำได้”

ต้องขอบคุณความกล้าออกจากกรอบของศัตภัทร ที่จะทำให้เราได้กินแดงแหนมเนืองแบบสดๆ โดยที่ไม่ต้องไปถึงหนองคายในอีกไม่ช้า

“ตอนนี้เรามีเปิดสาขากับเซ็นทรัล คือเซ็นทรัลโคราช โรบินสันชัยภูมิ และท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ หนองหาน เปิดมาสามปีแล้ว และเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เราเพิ่งเปิดร้านแดงแหนมเนืองที่ขอนแก่น เป็นร้านสแตนด์อโลน”

การขยายสาขาที่เป็นไปอย่างช้าๆ ทั่วอีสานนี้มีเหตุเนื่องมาจากความตั้งใจของศัตภัทรคือ “เราต้องการขายสดๆ” 

การบริหารธุรกิจของ ‘แดงแหนมเนือง’ ร้านอาหารเวียดนามที่กลายเป็นห้องรับแขกแห่งหนองคาย

“สาขาเท่าที่มีตอนนี้ต้องรับของจากจุดกระจายสินค้าในหนองคายโดยรถตู้เย็น ที่จะวิ่งไปทุกวัน วันละสามรอบ ฉะนั้น จะอยู่ไกลมากไม่ได้ ยกเว้นผักที่จะซื้อจากแปลงในจังหวัดนั้นๆ โดยเราหาแหล่งมาตั้งแต่ก่อนตัดสินใจเปิด”

เรื่องการบริหารสาขา ศัตภัทรส่งพนักงานจากร้านที่หนองคายไปเป็นผู้จัดการสาขา พอถามถึงคุณสมบัติ เขาสรุปสั้นๆ ว่าต้องเป็นคนที่เหมือนกันกับเขา คือมีทัศนคติกัดไม่ปล่อยในเรื่องคุณภาพ และการทำงานกับคู่ค้าอย่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน

นอกจากได้ขยายธุรกิจแล้ว ศัตภัทรยังใช้โอกาสนี้พัฒนาบุคลากรอีกด้วย

“ผู้จัดการในแต่ละสาขาคือคนที่เคยเป็นพนักงานของแดงแหนมเนือง แต่ละคนอยู่ด้วยกันมาไม่ต่ำกว่าสิบปี เป็นคนที่มีความรู้เรื่องในร้านครบถ้วน ทั้งเรื่องรสชาติอาหาร การเตรียมอาหาร การบริการ และที่สำคัญต้องใช้เทคโนโลยีได้ เพราะต้องรายงานผ่านระบบออนไลน์ ส่งกลับมาสำนักงานใหญ่ที่หนองคายทุกวัน

“คนที่ไปเป็นผู้จัดการจะได้เงินพิเศษ แล้วเราก็มีการฝึกผู้ช่วยผู้จัดการไปพร้อมกันด้วย ฉะนั้น ถ้าใครอยากไปเป็นผู้จัดการสาขาที่ได้เงินมากขึ้น มีหน้าที่รับผิดชอบมากขึ้นก็ต้องขยันเรียนรู้”

“เป้าหมายต่อไปของแดงแหนมเนือง คือการเข้าเมืองหลวง”

ในภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ศัตภัทรเลือกทำธุรกิจเชิงรุก เพราะหลายอย่างราคาจะถูกลง แต่เขาบอกว่าก็ต้องทำอย่างรอบคอบ 

“เราต้องชัวร์เราถึงจะเปิด” ศัตภัทรกล่าว

การเข้าเมืองหลวงของแดงแหนมเนืองถูกวางแผนมานาน แต่ก็เหมือนกับการเปิดสาขาอื่นๆ ศัตภัทรไม่ยอมอ่อนข้อให้กับการ ‘เสิร์ฟแบบสดๆ’ จึงต้องเริ่มจากการหาพื้นที่สำหรับสร้างเป็นศูนย์กระจายสินค้าที่ใกล้กรุงเทพฯ เสียก่อน

ที่หนองคาย ส่วนที่เป็นครัวและเครื่องจักรกินพื้นที่ไปไร่กว่าๆ และเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าให้ร้านแดงแหนมเนืองในภาคอีสาน ร้านที่อยู่ในห้างไม่ได้มีพื้นที่มากขนาดนั้น และกรุงเทพฯ ก็อยู่ไกลจากหนองคายมากเกินไป ถ้ามีสาขากรุงเทพฯ แดงแหนมเนืองจำเป็นต้องมีจุดผลิต แปรรูป และแปลงผัก เพื่อส่งไปขายที่ร้านในห้างอีกที 

โลเคชันของร้านที่ศัตภัทรมองไว้ คือตั้งใจเปิดในห้างที่ลูกค้าเข้าถึงง่าย สะดวก ไม่อยู่ไกลมากนัก เพื่อรักษาความตั้งใจดั้งเดิม ว่าทุกคนต้องเข้าถึงได้ง่ายของแดงแหนมเนืองเอาไว้

ในอีกไม่เกิน 3 ปี ศัตภัทรบอกเราว่าน่าจะได้เห็นร้านแดงแหนมเนืองในกรุงเทพมหานคร ที่สด อร่อยอย่างที่ทุกคนชื่นชอบ 

แต่อย่างไรก็ดี ห้องรับแขกประจำจังหวัดหนองคายก็ยังรอต้อนรับทุกคนอยู่เสมอ

การบริหารธุรกิจของ ‘แดงแหนมเนือง’ ร้านอาหารเวียดนามที่กลายเป็นห้องรับแขกแห่งหนองคาย

Lesson Learn

  1. อย่าทำธุรกิจเหมือนแฟชั่น คือทำเหมือนๆ กันตามๆ กัน แต่ควรทำในสิ่งที่ตัวเองรักจริงๆ 
  2. หาความรู้อย่างจริงจังกับอาชีพที่เราจะมาค้าขายและทำทุกอย่างให้อย่างดีเต็มที่เสมอ เพื่อลูกค้าและคนที่มาใช้บริการของเรา
  3. หาข้อแตกต่างในธุรกิจที่เราทำ และทำให้ดีกว่าคนอื่น

ข้อมูลอ้างอิง*

พ.ศ. 2544 นิตยสาร Modern Maturity ของสหรัฐอเมริกา จัดให้หนองคายเป็นเมืองน่าอยู่ลำดับที่ 7 ของโลก สำหรับคนวัยเกษียณชาวอเมริกัน จากการสำรวจ 40 เมืองทั่วโลก โดยอาศัยตัวชี้วัด 12 ตัว คือ ภูมิอากาศ ค่าครองชีพ วัฒนธรรม ที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภค การคมนาคม บริการทางการแพทย์ สภาพแวดล้อม กิจกรรมนันทนาการ ความปลอดภัย ความมั่นคงทางการเมืองและเทคโนโลยี

Writer

Avatar

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographer

Avatar

รักอิสระ มุกดาม่วง

เป็นคนจังหวัดอุดรธานี-ถิ่นภาคอีสาน โดยกำเนิด รักอิสระเคยดร็อปเรียนตอนมัธยมแล้วไปเป็นเด็กล้างจานที่ร้านอาหารไทยในอเมริกา 1 ปี ชอบเดินทางท่องเที่ยว ถ่ายรูป และสนใจภาพเชิงสารคดีเป็นพิเศษ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

Merry Christmas! สุขสันต์วันคริสต์มาสล่วงหน้า

ใครกันเล่าจะไม่ชอบคริสต์มาส เทศกาลส่งท้ายปีที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก หากย้อนกลับไปตอนเป็นเด็ก หลายคนอาจจะเคยไปเดินตามห้างสรรพสินค้ากับครอบครัว ภายในห้างจะตกแต่งต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่ ประดับประดาด้วยของตกแต่งชิ้นน้อยใหญ่หลากสีสัน ทั้งถุงมือ ถุงเท้า ลุงซานตาคลอส ลูกกวาด กวางเรนเดียร์ สายรุ้ง กล่องของขวัญ และอีกมากมาย

แต่เคยสงสัยไหมว่า ของตกแต่งที่สร้างความสุข และความสุนทรีในช่วงเทศกาลนี้มาจากไหน ใช่คุณลุงซานต้าหรือเปล่า ที่เป็นผู้เนรมิตสิ่งมหัศจรรย์ทั้งหมดขึ้นมา 

Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ

เปล่าเลยครับ ความจริงแล้วต้นคริสต์มาสสุดอลังการที่เราเห็นกันในหลายศูนย์การค้าชั้นนำ มีจุดเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ‘ของชำร่วยประดับรถ’ เมื่อ 35 ปีที่แล้วต่างหาก

ต้นคริสต์มาสและลุงซานตาคลอสมากมายเรียงรายอยู่ด้านหน้าอาคาร 4 ชั้นของโกดังของ Bangkok Christmas บริษัทส่งออกและขายของตกแต่งคริสต์มาสแห่งแรกในประเทศไทย เมื่อเดินเข้ามาภายในถึงกลับต้องอุทานใจว่า ว้าว! นี่มันคนละโลกกันเลย 

Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ

เรามีโอกาสมาพูดคุยกับ แม่วิไลวัลย์ วัชสิริเสรี ผู้ก่อตั้งดินแดนแห่งนี้ และ แนน-ศรีวิตตา วัชสิริเสรี ทายาทรุ่นสองที่มุ่งมั่นให้ธุรกิจครอบครัว จากที่เคยเป็นเพียงร้านขายของตกแต่งหน้าเทศกาล มาเป็น One-stop Service โดยเพิ่มบริการรับออกแบบและตกแต่งเข้าไป เพื่อให้ลูกค้าได้สินค้าทุกอย่างตามต้องการ

เรื่องราวต่อไปนี้คือการทำธุรกิจเพื่อส่งมอบความสุข ในช่วงเวลารื่นรมย์ที่สุดของปี

จากพาหุรัด สู่บางกอกคริสมัส

ปี 1987 คือจุดกำเนิดของ Bangkok Christmas Decoration

“โรงงานนี้เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2530 นะคะ 30 กว่าปีแล้วค่ะ” แม่วิไลวัลย์เล่า

จุดเริ่มต้นมาจากแม่วิไลวัลย์ผู้เคยทำของชำร่วยสำหรับตกแต่งรถหรืองานแต่งเพื่อนำส่งตลาดพาหุรัด ในเวลาต่อมา เพื่อนชาวไต้หวันที่เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องจักรและการทำโรงงาน เสนอให้พัฒนาเป็นโรงงานทำของตกแต่งคริสต์มาส ประกอบกับด้วยความที่ว่า ณ เวลานั้น เมืองไทยยังไม่มีธุรกิจประเภทนี้ คุณแม่และคุณพ่อจึงตัดสินใจเริ่มต้นกิจการ โดยเรียนรู้วิธีการทำธุรกิจต่าง ๆ มาจากเพื่อนชาวไต้หวันคนนั้น

ในช่วงแรกพวกเขาเน้นทำธุรกิจส่งออกเป็นหลัก เป็นธุรกิจแบบ B2B ส่งออกตั้งแต่ของตกแต่งต้นคริสต์มาส เครื่องประดับต่าง ๆ สู่ห้างร้านในต่างประเทศ เช่น Kmart และ Walmart ที่สหรัฐอเมริกา เพราะตลาดคริสต์มาสในเมืองไทยตอนนั้นยังไม่บูมเท่าไหร่

“ส่ง Kmart นี่ทำกันทั้งวันทั้งคืนเลย ตอนเรายังเด็ก ๆ ขายดีมาก” แนนเล่าความหลังวัยเด็กด้วยรอยยิ้ม

Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ

ทว่าภายหลังจากที่โรงงานเปิดได้ไม่กี่ปี ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่เริ่มเปิดประเทศ เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมการผลิตอื่น ๆ ธุรกิจการทำของตกแต่งคริสต์มาสเพื่อส่งออกก็ผุดขึ้นมามากมายในเมืองจีน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นโรงงานขนาดใหญ่และมีค่าแรงถูก ยากที่จะสู้ หลายโรงงานจึงต้องปิดตัวลง

บางกอกคริสมัสต้องปรับโมเดลธุรกิจใหม่ จากที่เน้นส่งออกเป็นหลักในช่วงแรก ผันมาตีตลาดในเมืองไทยมากขึ้น ซึ่งโชคดีที่ช่วงเวลาเดียวกัน มีการเกิดขึ้นของธุรกิจการค้าขายสินค้าและบริการอย่างทันสมัย (Modern Trade) ในบ้านเรา

ธุรกิจอย่างห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่เพิ่งเริ่มเข้ามาตีตลาดในเมืองไทย บางกอกคริสมัสส่งสินค้าไปตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ทั่วประเทศ 

ผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าในประเทศ ทำให้ในเวลาต่อมา แม่วิไลวัลย์ได้มีการขยับขยายไปเปิดโรงงานแห่งที่สอง ที่อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร

Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ

จุดเปลี่ยน

“พอเขาจบธรรมศาสตร์ ก็ไปเรียนต่อที่อังกฤษ ตอนหลังแม่บอกว่า พอแล้ว ให้กลับมา ไม่ต้องเรียนแล้ว จบโทก็พอแล้ว” คุุณแม่วิไลวัลย์พูดด้วยความภาคภูมิใจในตัวลูกสาว

แนนเรียนจบปริญญาตรีบัญชีและบริหารธุรกิจหลักสูตรนานาชาติ (BBA) ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นเรียนต่อปริญญาโทหลักสูตรบริหารธุรกิจ (MBA) ที่มหาวิทยาลัยเซาท์แฮมป์ตัน ประเทศอังกฤษ กระทั่งช่วงปี 2004 – 2005 ก็กลับเข้ามาช่วยบริหารธุรกิจของคุณแม่ และมองเห็นถึงโอกาสในการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น

กล่าวคือ ช่วงเวลานั้นบางกอกคริสมัสเพิ่มบริการรับจัดตกแต่งดิสเพลย์ตามห้างสรรพสินค้าและโรงแรม เนื่องจากคนไทยเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับเทศกาลคริสต์มาส เราจึงเริ่มเห็นต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่ตามสถานที่โอ่อ่าเหล่านั้น 

Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ

“คนไทยเริ่มเห็นความสำคัญของเทศกาลคริสต์มาสมากขึ้น แม้ไม่ใช่ชาวคริสต์ แต่ก็พร้อมที่จะเฉลิมฉลองทุกซีซั่น โดยเฉพาะคริสต์มาสซึ่งพอดีเป็นช่วงท้ายปี คนก็อยากเฉลิมฉลอง”

นับว่าเป็นความโชคดีที่โมเดิร์นเทรดเข้ามาในช่วงนั้น นอกจากจะนำสินค้าไปวางขาย ยังได้ให้บริการตกแต่งสถานที่แบบ One-stop Service ซึ่งส่งเสริมวัฒนธรรมการเฉลิมฉลองเทศกาลนี้ในสังคมบ้านเรา

“ปกติสมัยก่อนไม่มีใครตั้งต้นคริสต์มาสในบ้านหรอก” แนนเล่า “เดี๋ยวนี้มันกลายเป็นเทรนด์ คนก็อยากจะซื้อมาตั้งให้มีบรรยากาศ ร้านอาหาร คาเฟ่ ก็มีหมดค่ะ”

สินค้าเกือบทั้งหมดของบางกอกคริสมัสเป็นงานคราฟต์คุณภาพ ทางโรงงานนำไอเดียหรือรูปแบบของสินค้าตกแต่งที่ต้องการ ให้กลุ่มแม่บ้านหรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชนต่าง ๆ ในภาคเหนือและภาคกลางเป็นผู้ผลิต เพื่อให้ได้งานฝีมือที่มีคุณภาพ และยังเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน

เกือบทั้งหมดจึงได้ชื่อว่า Made in Thailand มีบางส่วนที่นำเข้ามาเพราะอยากให้สินค้าหลากหลาย ทั้งรูปแบบที่เรียบง่าย ไปจนถึงลวดลายสุดอลังการ

Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ
Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ

เอกลักษณ์คือแตกต่าง

ธุรกิจผลิตของตกแต่งคริสต์มาสที่คล้ายคลึงกันก็มีอยู่บ้าง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ บางกอกคริสมัสจึงต้องมีการดึงเอาความแตกต่างและเอกลักษณ์ของตัวเองออกมา เพื่อสู้กับการผลิตในแถบอี้อู (Yiwu) เจ้อเจียง (Zhejiang) ที่เป็นเมืองทำของตกแต่งคริสต์มาสโดยเฉพาะในประเทศจีน

เมื่อวางตัวเป็น One-stop Service จึงมั่นใจได้เลยว่า หากมาที่บางกอกคริสมัส ทุกคนจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพอย่างแน่นอน เพราะสินค้าทั้งหมดทำจากวัสดุคุณภาพสูง ยกตัวอย่างเช่น ของตกแต่งต้นคริสต์มาสทำจาก PVC ที่ป้องกันการติดไฟแบบฉับพลัน คงทน เก็บไว้ใช้ซ้ำในปีต่อไปได้ ไม่ต้องทิ้งพลาสติกทุุกปี รวมไปถึงรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างสีสันและสัมผัสของกระดาษ หรือสินค้าบางชนิดที่บริษัทอื่นไม่ทำ แต่ที่นี่ทำ

ถึงแม้ว่าในหนึ่งปีจะมีเทศกาลคริสต์มาสเพียงหนึ่งครั้ง แต่ความต้องการของลูกค้าต่างประเทศก็ยังคงมีอยู่พอสมควร เพราะเอกลักษณ์ที่แตกต่าง งานคราฟต์แบบไม่เหมือนที่อื่น คุณภาพของวัสดุที่ใช้ หรือแม้แต่ไอเดียใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ สิ่งเหล่านี้ตอบสนองความต้องการแทบจะตลอดทั้งปี โดยเฉพาะสินค้าส่งออกเมืองนอกปิดการขายตั้งแต่ต้นปี แล้วใช้ช่วงเวลาระหว่างปีผลิตและขนส่ง

“เราแตกต่างในเรื่องของคุณภาพ เน้น Niche Market มากกว่า เราไม่ได้เน้น Volume เยอะเป็นหลักร้อยล้านอยู่แล้ว เราทำเพื่อให้พนักงานมีงานทำ ให้ธุรกิจอยู่รอด 

“เราจะไม่ลดคุณภาพ นั่นไม่ใช่แนวเรา เพราะเน้นตลาด Niche ที่คนมองหาสินค้าที่คุณภาพสูงมากกว่า ต่อให้ลดคุณภาพ ราคาก็สู้เขาไม่ได้ แล้วก็จะพากันสู่แนวล่างทั้งตลาด ซึ่งเราไม่ใช่แนวนั้น เราควรรักษาคุณภาพไว้และทำให้มันดีขึ้นเรื่อย ๆ”

นอกจากความแตกต่างแล้ว ดีไซน์ที่หลากหลายของสินค้ายังเป็นเอกลักษณ์ที่ต่างจากที่อื่นในเมืองไทยหรือเมืองจีน ซึ่งมัดใจลูกค้าทั้งไทยและเทศให้กลับมาซื้อใหม่ในทุก ๆ ปี ได้อีกด้วย

Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ
โรงงานขายของตกแต่งคริสต์มาส Bangkok Christmas เทศกาลส่งท้ายปีที่ส่งมอบความสุขให้ผู้คนมานานกว่า 3 ทศวรรษ

สู้และยืนหยัด

ตลอดระยะเวลากว่า 35 ปีที่บริษัท Bangkok Christmas Decoration ดำเนินกิจการสร้างความสุขให้กับผู้คนทุกสิ้นปี ธุรกิจผ่านวิกฤตมากมาย ตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้ง (Asian Financial Crisis) วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ (Subprime Mortgage Crisis) วิกฤตน้ำท่วม พ.ศ. 2554 แต่ไม่มีครั้งไหนรุนแรงเท่าวิกฤตโควิด-19

“ช่วงวิกฤตนั้นเราไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะว่าส่งออกไม่เยอะ ที่สำคัญเรามีการจ่ายมัดจำก่อน มี Fixed Term ที่กระทบหนักสุดก็โควิดนี่แหละ หนักที่สุดเท่าที่เคยเจอมา” 

ภายหลังจากวิกฤตโควิด-19 ผู้คนในสังคม รวมถึงธุรกิจน้อยใหญ่ต่างได้รับผลกระทบ บางกอกคริสมัสก็เช่นเดียวกัน จากที่เน้นตีตลาดในประเทศ ไปจนถึงบริการรับจัดตกแต่งตามห้างสรรพสินค้าและโรงแรมต่าง ๆ พอเจอมรสุมของโรคระบาดใหญ่เข้าปกคลุม ธุรกิจที่เป็นลูกค้าหลักก็ดำเนินการต่อไปไม่ได้ ผู้คนก็ไม่มีอารมณ์จะออกมาเดินจับจ่ายใช้สอย หลายกลุ่มเริ่มหันไปช้อปปิ้งออนไลน์กันมากขึ้น 

บางกอกคริสมัสต้องปรับเปลี่ยนมาจัดจำหน่ายผ่านออนไลน์ผสมผสานไปด้วยเช่นกัน

กระทั่งใน 2022 เมื่อสถานการณ์โรคระบาดดีขึ้น ทุกอย่างเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะเกือบเป็นปกติ ลูกค้าเริ่มกลับมาซื้อสินค้า มีการจัดงานตามห้างสรรพสินค้าและโรงแรมมากขึ้น แนนบอกกับเราว่า มีโปรเจกต์จัดตกแต่งใหญ่ ๆ มากกว่า 20 โปรเจกต์ 

แต่การทำธุรกิจมาพร้อมอุปสรรค บางกอกคริสมัสยังคงเผชิญปัญหาคู่แข่งที่หลากหลายมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นคู่แข่งที่มีการรับพรีออร์เดอร์จากต่างประเทศเข้ามาขาย การตัดราคาสินค้าของโรงงานผลิต ซึ่งทำให้ราคาการขายของตลาดโดยรวมควบคุมยาก แต่ด้วยความมุ่งมั่นและยืนหยัดในคุณภาพ ประกอบกับการขายที่เน้นเฉพาะกลุ่ม ธุรกิจจึงยังคงยืนหยัดอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้

โรงงานขายของตกแต่งคริสต์มาส Bangkok Christmas เทศกาลส่งท้ายปีที่ส่งมอบความสุขให้ผู้คนมานานกว่า 3 ทศวรรษ

ต้นคริสต์มาสที่เติบโต

แล้วความสำเร็จของ Bangkok Christmas Decoration คืออะไร – เราถาม

จากของชำร่วยแขวนรถ ทำด้วยมือส่งตลาดพาหุรัด สำหรับแม่วิไลวัลย์ ธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเพราะเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนจะไม่ได้สลักสำคัญอะไร กระทั่งเปลี่ยนผ่านมาสู่การทำธุรกิจของตกแต่งคริสต์มาสรายใหญ่แห่งแรกในเมืองไทย

ส่วนแนนมองอีกมุม

“ถ้าถาม Organizer หรือคนจัดงานคริสต์มาส เขาจะนึกถึงเราเป็นอันดับแรก ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนั้น เพราะเราพัฒนามาจนมีชื่อเสียงในด้านการจัด Display เขาก็บอกต่อกันมา ดาราที่มาซื้อ เราก็ไม่เคยชวนหรือจ้างเขามาเลย เกิดจากการบอกต่อทั้งหมด 

“ในแง่นั้น เรามองว่าประสบความสำเร็จแล้ว แต่ยังอยากทำให้ดีกว่านี้ อาจจะมีการต่อยอดทำอะไรที่กว้างขึ้น จริง ๆ ก็คิดอยากจะทำคาเฟ่คริสต์มาสนะคะ”

ฟังแล้วก็อยากเห็นคาเฟ่คริสต์มาสเกิดขึ้นจริง ๆ ในเมืองไทย

โรงงานขายของตกแต่งคริสต์มาส Bangkok Christmas เทศกาลส่งท้ายปีที่ส่งมอบความสุขให้ผู้คนมานานกว่า 3 ทศวรรษ

ธุรกิจแห่งการสร้างความสุข

ท้ายที่สุดแล้วสำหรับคนที่อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจ บทเรียนจากการเรียนรู้ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษที่แนนอยากส่งต่อคือ

“เราต้องหาตัวเราให้เจอว่าถนัดแนวไหน เราจะสร้างความแตกต่างของเราให้แตกต่างจากคนอื่นได้อย่างไร คนทำธุรกิจ อย่าทำอะไรตามคนอื่น พยายามหาจุดของตัวเองให้ได้ ถ้าทำตามคนอื่น เราก็ต้องตามเขาไปเรื่อย ๆ”

สำคัญที่สุดคือคุณภาพของสินค้า ความสุขที่อยากส่งต่อ และคุณค่าในทางธุรกิจที่ไม่ใช่เพียงเงินตรา

ความสุขของแนนคือการได้เห็นลูกค้าที่ซื้อสินค้าไปตกแต่งแล้วมีความสุข เขาชมว่าสวย หรือเวลาเดินผ่านไป มองไปเห็นแล้วก็มีความสุข แนนเองก็มีความสุขไปด้วย เพราะเธอบอกว่าสินค้าของบางกอกคริสมัสเป็นสินค้าที่สร้างความสุขในตัวอยู่แล้ว จะมีอะไรที่สุขไปกว่าการได้เป็นส่วนหนึ่งของผู้สร้างความสุข แล้วตัวเองก็มีความสุขไปด้วย

และนี่คือ Bangkok Christmas Decoration

คริสต์มาสปี 2022 นี้ ทุกคนมีของตกแต่งต้นคริสต์มาสกันหรือยังครับ

โรงงานขายของตกแต่งคริสต์มาส Bangkok Christmas เทศกาลส่งท้ายปีที่ส่งมอบความสุขให้ผู้คนมานานกว่า 3 ทศวรรษ

Lessons Learned

  • การเริ่มต้นทำธุรกิจ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม อย่าทำตามคนอื่น หาจุดยืนของตัวเองแล้วลงมือทำ
  • ความสุขและความสำเร็จอยู่ที่มุมมองของปัจเจกบุคคล ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวใด ๆ
  • คุณค่าที่มากกว่าเงินตรา เป็นได้ทั้งการทำสินค้าคุณภาพ ความพอใจของลูกค้า และประสบการณ์ใหม่ที่ลูกค้าจะได้รับ

Writer

Avatar

เสฎฐวุฒิ สุขสวัสดิ์

นักฝึกเขียน ผู้เป็นทาสแมว ชอบฟังเพลงป๊อป หลงใหลในประวัติศาสตร์ ภาษา และแนวคิดยุโรปสมัยใหม่ พยายามรักการอ่าน และชอบเรียนรู้วัฒนธรรมต่างถิ่นผ่านสื่อสารคดีการท่องเที่ยว

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load