โดยปกติทั่วไปเมื่อนักกีฬาคนใดได้แชมป์กลับบ้าน ภาพเคลื่อนไหวที่เราเห็นมักเป็นคลิปวิดีโอในหมวดข่าวกีฬา ภาพกีฬามันๆ หรือสกู๊ปพิเศษที่ออกอากาศในรายการข่าวภาคค่ำ

แต่จากการป้องกันแชมป์โลกครั้งล่าสุดของ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น เราได้เห็นคลิปวิดีโอคลิปหนึ่ง เป็นสารคดีขนาดสั้นที่ถ่ายทำในวาระที่แชมป์โลกชาวไทยเดินทางไปลอสแอนเจลิสป้องกันแชมป์โลกกับ โรมัน กอนซาเลซ

พอรู้ว่าคลิปนั้นเป็นฝีมือการกำกับของ โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล เราก็ทั้งแปลกใจและไม่แปลกใจ

แปลกใจ-ที่ผู้กำกับพันล้านผู้นี้ตกปากรับทำงานนี้ทั้งที่เจ้าตัวออกปากว่าไม่ได้อินกีฬามวยสากลมาก่อน และงานสารคดีกับโต้งดูเหมือนจะไม่ใช่สิ่งคุ้นเคย

ไม่แปลกใจ-ที่รู้ว่าคลิปที่การถ่ายทำเนี้ยบเกินคลิปกีฬาทั่วไปที่เราคุ้นเคยจะเป็นผลงานของผู้กำกับอย่างเขา และผลตอบรับก็เข้าถึงใจคนดูเหมือนอย่างที่ภาพยนตร์ของโต้งเคยทำได้เสมอมา ถึงนาทีนี้ ยอดวิวคลิปที่ลงในเพจของ M-150 ทะลุ 2 ล้านไปแล้วเรียบร้อย

แปลกใจอีกที-เมื่อเรานัดพบกับโต้งที่ GDH เพื่อพูดคุยถึงเบื้องหลังการถ่ายทำคลิปความยาว 4 นาทีเศษๆ คลิปนี้ แล้วรู้ว่าเขาและทีมงานรวม 4 ชีวิตใช้เวลาผลิต-หมายถึงทั้งถ่ายทำ ตัดต่อ ใส่เสียง ปรับสี เสร็จภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 วัน นับตั้งแต่นาทีที่โรมัน กอนซาเลซ ลงไปนอนกองกับพื้น

ต่อไปนี้คือบันทึกเบื้องหลังภารกิจสุดระทึกที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาและควบคุมอะไรแทบไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นผลแพ้ชนะหรือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

3 เดือนก่อนขึ้นชก

“ลูกค้าอยากได้หนังเกี่ยวกับการแข่งขันของ แหลม-ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น เพื่อไปลงในสื่อออนไลน์ของ M-150 จริงๆ แล้วเขาเคยทำคลิปวิดีโอมาแล้วครั้งหนึ่งตอนแหลมชิงแชมป์ครั้งแรก ตอนนั้น HUB HO HIN ทำเหมือนกัน ผู้กำกับคือ ต้น-วุฒิดนัย อินทรเกษตร ซึ่งคลิปนั้นเน้นถ่ายตอนซ้อม เล่าความมุ่งมั่น เป็นเสียงแหลมวอยซ์โอเวอร์ว่า ผมจะมุ่งมั่น ผมจะสู้ แล้วก็ซ้อมๆ พอผมต้องทำ ผมเห็นว่าเขาทำเรื่องซ้อมไปแล้ว แล้วเราจะทำยังไงล่ะ ตอนแรกก็กลุ้มเหมือนกัน เพราะเราไปถึงลอสแองเจลิสทั้งที เราก็ไม่อยากจะทำแค่บันทึกธรรมดา”

 

2 เดือนก่อนขึ้นชก

“ก่อนแข่ง 2 เดือนเป็นช่วงที่ผมคิดสตอรี่บอร์ดและรีเสิร์ช ผมก็ดูประวัติเขาก่อน รู้เรื่องราวความยากลำบากในชีวิตเขาที่เคยเป็นยาม เคยเก็บขยะกิน แล้วก็เลยรู้สึกว่าไอเดียบาดแผลกับนักมวยน่าจะสนุก เพราะคิดว่าเขาต้องมีอยู่แล้วล่ะ นักมวย โดนต่อยเละเทะ แล้วก็คิดว่าจะเจาะความรู้สึกตอนที่เขาลงไปนอนที่พื้น ว่ารู้สึกยังไง ปรากฏว่าเขาไม่เคยลงไปนอนเลย (หัวเราะ) แต่ผมก็เห็นว่ามือเขาปูดมาก นักมวยคนอื่นไม่เป็นขนาดนี้นะ อาจจะเพราะซ้อมเยอะมากหรืออะไรสักอย่าง

“ผมคิดได้เลยตั้งแต่ก่อนสัมภาษณ์ว่าจะเป็นไอเดีย 1 วันหลังแข่ง แล้วก็จะพูดเรื่องบาดแผล จะถ่ายหน้าเขาที่โดนต่อย แต่ที่ท้าทายคือตอนทำเราไม่รู้ว่าวันแข่งเขาจะชนะหรือแพ้ แต่ผมรู้สึกว่าไอเดียที่ว่า ‘บาดแผลจะทำให้เราแกร่งขึ้น’ ถึงแพ้เราก็พูดได้ว่า บาดแผลครั้งนี้จะทำให้คราวต่อไปสู้หนักกว่าเดิม แต่ผมก็กังวลมาก เราไม่รู้ว่าถ้าแพ้จริงๆ ใจเขาจะเป็นยังไง หรือใจเราเองด้วยนะ เพราะเขาไม่ใช่แค่ subject ของเรา แต่เขาคือประเทศชาติ เราเองก็ไม่อยากให้เขาแพ้หรอก”

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

1 สัปดาห์ก่อนขึ้นชก

“โจทย์อีกข้อคือลูกค้าบอกว่าต้องการเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปกติถ้าไปถ่ายเมืองนอก กว่าจะไป กว่าจะกลับ เร็วสุดก็ต้องเป็นสัปดาห์ แต่นี่สองสามวันต้องปล่อยหนังแล้ว ถือว่าเร็วมากๆ ตอนนั้นก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นเอาทีมไปที่ลอสแอนเจลิสด้วยกันเลย ไปถ่ายที่นั่นแล้วตัดที่นั่นเลย เราไปกัน 4 คน มีผมเป็นผู้กำกับ คนตัดต่อ 1 คน ตากล้อง 1 คน โปรดิวเซอร์ 1 คน ตากล้องคนเดียวที่ไปคือพี่สีบาน ที่เคยถ่าย พี่มากฯ, แฟนเดย์ฯ ด้วยกัน ก็บอกเขาว่ามีเวลาทำงาน 3 วัน ต่อยวันที่ 9 กันยายน ถ่ายวันที่ 10 แล้วก็ตัดวันที่ 11 กับ 12 เราไปถึงก่อนเป็นสัปดาห์เลย ก็ทำงานบล็อคช็อต 2 วันก่อน แล้วก็ไปที่อื่น แล้วจึงกลับมาวันแข่ง”

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

9 กันยายน : วันแข่งขัน

“ก่อนแข่งเราห้ามไปยุ่งกับนักมวยเลย คือเราอยากถ่ายอยู่แล้วแหละ แต่ก็รู้สึกว่ามันละเอียดอ่อนมาก เขาคงตั้งใจกับการแข่งมาก ถ้าเกิดเราไปเกะกะอะไรเขา ผมก็คงไม่แฮปปี้ เลยตั้งใจเขียนสคริปต์มาให้มันเป็นเรื่องหลังวันแข่งไปเลย คือไม่ใช่ว่าเราอยากได้หนัง แต่เขาก็ต้องชนะด้วย ต้องได้ทั้งคู่”

 

ยกที่ 1

“จริงๆ แล้วมุมที่เราถ่ายจำกัดมาก เพราะแม้เรานั่งริงไซด์ก็จริง แต่เราก็ได้ภาพแค่มุมเดียว แต่กลายเป็นว่ามุมทั้งหมดที่พี่สีบานถ่ายไว้โคตรมีพลังเลย มันเหมือนกำลังแอบถ่ายอะไรบางอย่าง มันไม่เหมือนกล้องไหนที่ถ่ายเลย ภาพในอุดมคติผมรู้สึกว่าอยากให้เขาชนะแหละ เหมือนคนไทยทุกคน แต่ผมอยากให้หน้าเขาเละ จะได้เข้ากับคอนเซปต์หนังที่พูดเรื่องบาดแผล ประมาณว่าไม่ใช่ได้มาง่ายๆ”

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

ยกที่ 4

“ปรากฏสุดท้ายดันชนะเร็วมาก น็อกตั้งแต่ยก 4 อย่างที่บอก ไอเดียบาดแผลที่อยากได้ในอุดมคติคือต่อยชนะแต่หน้าเขาต้องมีบาดแผลให้เราถ่าย แต่ปรากฏว่าตอนถ่ายจริงไม่โดนต่อยเลย คือไม่มีรอยอะไรเลย ผมนึกในใจ ฉิบหายแล้วกู (หัวเราะ)

“หลังจากน็อกโปรโมเตอร์เขาก็เรียกตากล้องขึ้นไปบนเวที พี่สีบานก็ถ่ายทุกอย่างเลย มีภาพภาพหนึ่งที่พอแหลมชนะแล้วเขาตีลังกา ภาพนี้ไม่มีใครถ่ายได้ ยกเว้นคนเดียวที่ถ่ายทั้งแมตช์ด้วยกล้องมุมกว้าง แต่เราได้ถ่ายภาพมุมแคบตอนตีลังกามา ซึ่งพิเศษมาก แล้วตอนถ่ายแหลมมาเฮฝั่งเราตลอด ผมรู้สึกว่ามันได้ฟุตเทจที่พิเศษมากอยู่แล้ว ได้เข้าไปหลังเวทีด้วย

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

10 กันยายน : วันถ่ายทำ

10.30 น.

“คืนหลังกลับจากแข่งเราก็ถกกันว่าถ่ายอะไรก่อน สุดท้ายตัดสินใจถ่ายสัมภาษณ์ก่อน หวังว่าเนื้อหาจากการสัมภาษณ์จะได้อะไรอย่างที่เราอยากได้ คือเรารีเสิร์ชไว้ก่อนแล้วว่าจะคุยอะไร มีโครงหมดแล้ว

“เราเริ่มถ่ายตั้งแต่ 10 โมงครึ่ง แล้วถึงบ่าย 4 โมงต้องเลิก ซึ่งเรารู้แค่ว่าต้องถ่ายที่ห้องเขา แสงจะเป็นยังไงไม่รู้ แต่สุดท้ายเป็นอย่างที่คิดเลย คือพี่เขาต้องนั่งอยู่บนเตียงแล้วถ่ายย้อนแสง

“เข้าห้องไปเราถ่ายสัมภาษณ์ก่อน จิตใจเขาดีมาก แต่เขาพูดไม่เก่งเลย เขาเรียบเรียงไม่เก่ง แล้วยิ่งหลายๆ เรื่องเราคุยกันไปหมดแล้ว เขาก็จะตอบแบบมีแพตเทิร์น เราต้องตะล่อมทุกอย่าง ต้องเทกเยอะเหมือนกัน เราต้องหลอกล่อ ซึ่งคนตัดต่อที่ไปด้วยคืออาร์ม ชลสิทธิ์ ที่เคยตัดต่อหนังเรื่อง แฟนเดย์ฯ กับ ฉลาดเกมส์โกง เขาต้องนั่งจดทุกคำ

“ที่เซอร์ไพรส์คือแหลมพูดเรื่องแฟนเยอะมากจริงๆ ซึ่งผมว่ามันเป็นมุกที่เป็นฮุกของหนัง ผมถามไปว่า แล้วแฟนว่ายังไงบ้าง เขาบอกว่าแฟนเขาจะไปหลายทีแล้ว แต่เขาก็รั้งไว้ ซึ่งมันจี๊ดมากเลย เขาพูดแล้วเสียงสั่น ซึ่งเราไม่ได้คาดหวังว่าจะได้อย่างนี้ แล้วปรากฏว่าตอนกลับมาเมืองไทยเขาขอแต่งงานกับแฟนที่สนามบิน มันเลยทำให้หนังเรื่องนี้ยิ่งจี๊ด”

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วันบทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

13.00 น.

“ตอนที่ออกไปถ่ายข้างนอกทีแรกเราไม่อยากจะเป็นคลิเช่แอลเอ แต่เราก็คิดว่าทางลูกค้าคงอยากได้ เราเลยต้องคิดว่าถ่ายยังไงให้ไม่สะเหล่อ ให้มันเท่ๆ สุดท้ายเราตัดสินใจใช้สูตรสำเร็จ คือใช้โลเคชันที่คุ้นตากับคน เช่น ป้ายฮอลลีวู้ด ที่โคมไฟเยอะๆ หรือ Hollywood Walk of Fame ซึ่งผมรู้สึกว่ามันมีความหมายบางอย่าง เหมือนเป็นการเดินทางไปสู่ดาว ผมอยากจะให้ทุกที่มีความหมาย ตอนแรกเล็งไว้ 4 – 5 จุด แต่สุดท้ายไปได้แค่ 3 จุด ก็มีไปวิ่งบ้าง เดินบ้าง โพสบ้าง ก็มีคนจำเขาได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ขนาดว่าทำให้ถ่ายทำยากอะไร

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

16.00 น.

“เราถ่ายกันเสร็จตอนบ่าย 4 โมง หลังถ่ายแหลมก็แยกย้ายไปกินข้าวกับกงสุลฯ เราก็แยกกลับมาตัด คืนนั้นอาร์มไม่ได้นอนเลย ดูฟุตเทจที่มีแล้วตัดเลย แต่อาร์มยังไม่ให้ผมดู

“ตอนที่ได้ฟุตเทจสัมภาษณ์มาผมไม่ค่อยมั่นใจ ตลอดเวลาผมจะกลัวว่าหนังเรื่องนี้จะออกมากลางๆ ด้วยเงื่อนไขมันเยอะมาก เวลาถ่ายทำก็ไม่มี ห้ามไปยุ่งกับเขาก่อน แล้วเขาพูดไม่เก่ง แต่ผมว่าหลายๆ อย่างเราค้นพบตอนตัดต่อ มันกลายเป็นว่าการพูดไม่เก่งคือความจริงใจอย่างหนึ่ง เราได้ความซื่อของเขาและความรู้สึกจริงๆ ของเขามาช่วย แล้วเหตุการณ์จริงๆ ในชีวิตที่เขาเจอมามันดรามาติกอยู่แล้ว”

 บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

11 กันยายน

ตีสอง

“วันรุ่งขึ้นอาร์มก็ยังไม่ให้ดู เขาบอกว่าพี่ไปเที่ยวเลย กว่าผมจะได้ดูก็ประมาณตี 2 พอดูแล้วผมบอกอาร์มเลยว่า ‘รอดว่ะ นี่กูดูแล้วรื้นเลย’ คือมันได้มากกว่าที่เราคิด แต่มันก็ยังมีประเด็นหลายอันที่หลุดๆ ไป ก็เลยบอกว่าอันไหนไม่เอา หรือเอาอันไหนคืนมา เพราะเราก็มีที่เล็งไว้แล้ว แต่สิ่งที่อาร์มตัดให้เราก็มีสิ่งใหม่ๆ หลายอัน

“อาร์มเขาก็ไปขุดมาว่าในแมตช์เก่าๆ มีคนเคยถ่ายอะไรไว้บ้าง ตอนโดนต่อยอะไรทั้งหลาย แล้วตอนที่ตัดมาประโยคว่า ‘สู้ต่อไป วันหนึ่งจะเป็นของเรา’ แล้วเห็นฟุตเทจที่แหลมต่อยคนอื่นกลิ้งไปกับพื้นเลย ผมรู้สึกว่ามันโคตรมีพลัง พอดูร่างแรกผมก็สบายใจแล้ว มันไม่น่าจะเป็นแค่บันทึกธรรมดาแล้ว

“ส่วนคลิปที่แหลมขอแฟนแต่งงานที่สนามบินสุวรรณภูมิก็เป็นฟุตเทจข่าวที่เมืองไทย ซึ่งทุกฟุตเทจที่ใช้ทาง M-150 เคลียร์ให้ แล้วมีการซื้อฟุตเทจที่จำเป็นต้องใช้เพิ่มด้วย เช่นลอสแอนเจลิสยามเช้าที่มันดูแพงๆ หรือตอนที่พูดถึงตอนเริ่มต่อยมวยตอนเด็ก ตอนแรกอาร์มเอาอะไรสักอย่างมาใส่ ซึ่งเราบอกว่ามันซื้อไม่ได้นะ ผมก็เลยเสิร์ชเฟซบุ๊กคำว่า มวยวัด แล้วไปเจอคลิปที่คนถ่ายไว้ ก็เลยอินบอกซ์ไปซื้อกับเขา แล้วเอามาเปลี่ยนเป็นภาพขาวดำ ตอนตัดสนุกมาก”

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

12 กันยายน

ตีหนึ่ง

“วันรุ่งขึ้นกว่าจะได้ดูอีกทีก็ตอนเย็น ทีนี้เรานั่งอยู่ด้วยกันแล้วก็ทำต่อจนตี 1 จริงๆ มันเสร็จก่อนหน้านี้พักหนึ่งแล้ว แต่ยังเก็บไม่ละเอียด เงื่อนไขคือเราไม่มีเวลาทำสกอร์เลย ก็ต้องใช้เพลงใน Library แล้วไปเจอเพลงหนึ่งที่ดีมากๆ ก็ซื้อเลย คืนเดียวตัดต่อ ใส่ซาวนด์ ทำสี

“โปรดิวเซอร์กลับมาตอนตี 1 ก็เลยเปิดให้เขาดู แล้วบอกว่า ‘พี่ ผมมั่นใจมากว่ะ’ พอเขาดูปุ๊บก็บอกว่า เรียกลูกค้ามาเลยเถอะ (หัวเราะ) คืออยู่คนละโรงแรมด้วยนะ โปรดิวเซอร์เขามั่นใจว่าลูกค้ายังไม่นอน เพราะเจ็ตแล็กเหมือนกัน”

ตีสี่

“ตอนนั้นเมืองไทยสว่างอยู่ ถ้ายิ่งเสร็จเร็วก็สามารถคุยกับผู้บริหารใหญ่ที่เมืองไทยได้ทันที จะได้รีบปล่อยวิดีโอ พอดูแล้วลูกค้าเขาคอมเมนต์น้อยมาก แก้ตอนช่วงท้ายนิดหน่อย โปรดิวเซอร์ต้มมาม่าให้ลูกค้ากินตอนตี 4 แล้วก็คอนเฟอเรนซ์กับที่เมืองไทย สุดท้ายเขาก็แฮปปี้กัน

“สิ่งที่เปลี่ยนจากตอนแรกคือก๊อปปี้ที่คิดไว้คือ ‘ขอบคุณบาดแผล’ แต่จะขอบคุณอะไร เพราะหน้าเขาไม่มีแผลเลย ก็เลยถกกัน โปรดิวเซอร์ก็บอกว่าเปลี่ยนเป็นคำว่า ‘ทุกบาดแผล’ ไง เพราะคำว่าทุกบาดแผลมันแปลว่าอะไรก็ได้ที่เคยเกิด แล้วผมก็เคาะเลย ซึ่งผมชอบประโยคภาษาอังกฤษมาก ผมคิดไว้ตั้งแต่แรกเลย Be thankful to your wounds.”

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

ทีมงาน

ผู้กำกับ บรรจง ปิสัญธนะกูล
กำกับภาพ นฤพล โชคคณาพิทักษ์
ตัดต่อ ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต
โปรดิวเซอร์ อาฬาวี ชูประวัติ

Creative Campaign

เรื่องราวเบื้องหลังโฆษณา

หนึ่งในความต้องการพื้นฐานของมนุษย์คือ การครอบครองพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง แต่เราต่างก็รู้ว่าเราไม่อาจอยู่ในพื้นที่นั้นได้ตลอดเวลา วิธีการที่พอจะทำได้ก็คือ ขยายพื้นที่ปลอดภัยของเราให้กว้างขึ้น หรือสร้างพื้นที่ปลอดภัยร่วมกับคนอื่นในสังคม

ที่น่าสนใจคือ เราพบว่าเมื่อใดก็ตามที่พูดถึงการทำเพื่อสังคม สิ่งที่เกิดขึ้นมักจะเป็นโปรเจกต์ขนาดใหญ่ ในพื้นที่ขนาดใหญ่ และการใช้ทรัพยากรใหญ่ๆ อีกจำนวนมาก น้อยคนนักที่จะคิดถึงการร่วมมือเล็กๆ ในพื้นที่เล็กๆ

และในมุมเล็กๆ มุมหนึ่งในพื้นที่นั้น มีคนกลุ่มหนึ่งตระหนักความสำคัญของชีวิตจากภาวะโรคที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับ 3 รองจากมะเร็งและอุบัติเหตุ คิดเป็น 54,000 คนต่อปี เฉลี่ยชั่วโมงละ 6 คน

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันเป็นภาวะที่หัวใจไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายอย่างทันที ซึ่งเกิดได้กับทุกคนโดยไม่จำเป็นต้องเป็นโรคหัวใจหรือมีโรคประจำตัวอื่นๆ และไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงนี้ที่คนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้นซึ่งสวนทางกับตัวเลขทางสถิติ

โปรเจกต์ The Smallest Space to Save Lives #ขอพื้นที่เล็กๆให้หัวใจได้เต้นต่อ เป็นโปรเจกต์ของบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่สร้างการตระหนักให้กับสังคมว่าพื้นที่ที่สำคัญต่อชีวิต อาจมีขนาดเพียง 0.1 ตร.ม.

แม้เล็กเกินกว่าจะก่อร่างสร้างสิ่งใดๆ แต่ใหญ่พอที่จะบรรจุอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยรักษาชีวิต

เรานัดคุยกับทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์นี้ ในพื้นที่ที่ใหญ่กว่า ‘0.1 ตร.ม.’ ตามคอนเซปต์อยู่หลายสิบเท่า

และนี่คือเบื้องหลังความคิดของโปรเจกต์ที่เรายกให้เป็นโปรเจกต์ CSR ในอุดมคติ

AED, หัวใจ, ช่วยชีวิต,

AED, หัวใจ, ช่วยชีวิต, AED, หัวใจ, ช่วยชีวิต,

1 เริ่มต้นอย่างเฉียบพลัน

เริ่มต้นจากเอพี ต้องการต่อยอดความชำนาญในการเป็นผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาสเปซที่ให้ความสำคัญไปมากกว่าการสร้าง สเปซเพื่ออยู่อาศัย แต่คือการสร้างพื้นที่ชีวิตที่พร้อมดูแลและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกิดขึ้นในสังคมเอพี ประกอบกระแสการเสียชีวิต ที่เกิดจากความไม่รู้ในขั้นตอนการกู้ชีพผู้ที่ประสบกับภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ตลอดจนอุปกรณ์ในการกู้ชีพที่หลายหน่วยงาน ก็ยังไม่ตื่นตัว ด้วยเหตุนี้จะกระตุ้นให้เอพีสนใจที่จะลงทุนติดตั้งเครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (AED) เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตของลูกบ้าน ในคอนโดเอพี

2   สร้างความรู้สึกร่วมกันว่าเรื่องพื้นฐานต้องอยู่ในทุกพื้นที่

เมื่อรวมกับข้อมูลจาก มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป พันธมิตรทางธุรกิจของเอพี พบว่าในประเทศญี่ปุ่นเครื่อง AED ถือเป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิตพื้นฐานที่ติดตั้งในพื้นที่ที่มีคนหนาแน่น ทั้งพื้นที่สาธารณะและพื้นที่อยู่อาศัย ซึ่งญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีเครื่อง AED ติดตั้งมากที่สุดในโลก นั่นคือประมาณ 6 แสนกว่าเครื่อง ในขณะที่ประเทศไทยคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญ บางคนไม่รู้จักด้วยซ้ำ

ดังนั้น วิธีลดอัตราการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันที่สำคัญ คือส่งต่อความรู้ให้คนทั่วไปสามารถทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้เมื่อเกิดเหตุ และควรมีอุปกรณ์เครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ AED ติดตั้งอยู่ในจุดที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ทันที

AED, หัวใจ, ช่วยชีวิต,AED, หัวใจ, ช่วยชีวิต,

3   มองหาสิ่งที่ทำได้

จากโจทย์ที่คิดถึงความปลอดภัยของลูกบ้าน AP จึงเริ่มจากติดตั้งเครื่อง AED ในทุกพื้นที่เปิดของคอนโดจำนวน 40 โครงการ พร้อมสอนวิธีการช่วยชีวิตให้กับบุคลากร โดยทำงานร่วมกับคณะกรรมการช่วยชีวิต สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท รักษาความปลอดภัยไทยซีคอม จำกัด  เกิดเป็นโปรเจกต์ The Smallest Space to Save Lives #ขอพื้นที่เล็กๆให้หัวใจได้เต้นต่อ

AED, หัวใจ, ช่วยชีวิต, AED, หัวใจ, ช่วยชีวิต,

4 พานักสร้างบ้านไปไกลถึงเรื่องการรักษาชีวิต

จากข้อมูลของแพทย์ในสมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ พบว่า ในประเทศไทยนอกจากท่าอากาศยานแล้ว สถานที่สำคัญใหญ่ๆ ที่ติดตั้งเครื่อง AED มีอยู่จำนวนไม่เกินนิ้วนับ ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของคน แทนที่จะทำการสื่อสารส่งข่าวประชาสัมพันธ์ในวิธีการปกติ ทีมงานเปลี่ยนให้สิ่งนี้มีพลังมากขึ้น พาแบรนด์ที่มีบทบาทเป็นผู้สร้างบ้านไปไกลกว่าการสร้างคอนโดขาย ด้วยการพูดเรื่องการรักษาชีวิต ใช้ความคิดสร้างสรรค์ส่งต่อแรงบันดาลใจ ทำให้มีเครื่อง AED ติดตั้งในหลายๆ พื้นที่ทั้งสาธารณะและไม่สาธารณะ

5 สร้างกระแส vs สร้างผลกระทบ

ก่อนจะเป็นโปรเจกต์ The Smallest Space to Save Lives #ขอพื้นที่เล็กๆให้หัวใจได้เต้นต่อ

หลังจากได้รับโจทย์และข้อมูลจากคุณหมอ ทีมงานในส่วนความคิดสร้างสรรค์กลับมาพร้อมวิธีการนำเสนอใน 2 แนวทาง แนวทางแรกสื่อสารว่า ‘เรื่องนี้เกิดขึ้นกับใครก็ได้ ที่ไหนก็ได้ ในเวลาที่คุณไม่ทันตั้งตัว’ ด้วยการทำ LIVE TVC จำลองเหตุการณ์ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันให้เกิดขึ้นในรายการสดที่มียอดผู้ชมสูงๆ โดยซื้อช่วงเวลาต่อจากการออกอากาศปกติ เป็น fear approach ให้เห็นความสำคัญของความรวดเร็วในการช่วยชีวิตคน ฟังแล้วเป็นแนวทางที่ได้ผลดีในเชิงสร้างการรับรู้และการพูดถึงในสังคมวงกว้าง แต่ไอเดียนี้กลับต้องพ่ายให้กับแนวทางที่สอง ‘โปรเจกต์พื้นที่เล็กๆ ที่ช่วยชีวิตได้มากกว่า’ อย่างเป็นเอกฉันท์ เพราะไม่เพียงสร้างผลกระทบที่ยั่งยืนกว่า โปรเจกต์พื้นที่ 0.1 ตร.ม. ยังพากลับมาหาแบรนด์ที่พูดเรื่องการเป็นผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบพื้นที่

6 ไกลแค่ไหนคือใกล้

การนำเสนอเรื่องความสำคัญของการติดตั้งเครื่อง AED เพียงอย่างเดียว อาจจะทำให้คนจะรู้สึกว่านี่ไม่ใช่เรื่องของฉัน ฝั่งครีเอทีฟจึงคิดถึงการสื่อสารเรื่อง CPR ไปพร้อมกัน ดังนั้นนอกจากวิดีโอโปรโมต The Smallest Space to Save Lives ที่พูดถึงพื้นที่ 0.1 ตร.ม. โปรเจกต์นี้ยังประกอบด้วยคลิปสั้นสอนวิธีการทำ CPR ที่เข้าใจง่ายผ่านโซเชียลมีเดียของแฟนเพจต่างๆ ในสไตล์ตัวเอง และโครงการรณรงค์ใน change.org เรื่องการบรรจุชั่วโมงเรียนวิธีปั๊มหัวใจช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นหรือ CPR ในหลักสูตรการเรียนการสอน (ร่วมลงชื่อสนับสนุนได้ที่นี่)

7 จริงจังแค่ไหน แค่ไหนเรียกจริงจัง

จากภาพรวมอันแสนจริงจังของโปรเจกต์ The Smallest Space to Save Lives ทีมครีเอทีฟเล่าให้ฟังว่า เหตุผลที่ไม่ทำให้ mood & tone ออกมาสนุกสนานอย่างโปรเจกต์เกี่ยวกับการช่วยชีวิตขององค์กรในต่างประเทศ เป็นเพราะเรื่องการช่วยชีวิตเป็นเรื่องใหม่ในสังคม จึงเลือกสื่อสารในแนวทาง emotional ก่อน และหากในอนาคตที่สังคมมองว่าเรื่อง CPR นี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เราก็อาจจะเห็นอะไรสนุกๆ อย่างที่ทีมครีเอทีฟคิดไว้ เช่น สร้างการจดจำจังหวะหรือ beat ของการปั้มหัวใจเพื่อช่วยชีวิตอย่างถูกต้องผ่านเพลง ทำเว็บไซต์ให้คนใส่เพลงอะไรก็ได้ลงไปแล้วโปรแกรมจะ render ออกมาเป็นมิวสิกวิดีโอสอนทำ CPR ในจังหวะที่ถูกต้อง

AED, หัวใจ, ช่วยชีวิต, AED, หัวใจ, ช่วยชีวิต, AED, หัวใจ, ช่วยชีวิต,

8 0.1 ตร.ม. เป็นอะไรได้บ้าง

ไอเดียแรกๆ ครีเอทีฟตีความพื้นที่ 0.1 ตร.ม. ไว้หลายแนวทาง ทั้งทำ media ทุกชิ้นในขนาด 0.1 ตร.ม. ไม่ว่าจะเป็นบิลบอร์ดใหญ่ๆ หรือหน้าโฆษณาในหนังสือพิมพ์ ทุกอย่างจะมีขนาด 0.1 ตร.ม. เพื่อให้คนรู้ว่าขนาดแค่นี้ช่วยชีวิตคนได้ แต่สุดท้ายทีมงานเลือกที่จะกลับมาโฟกัสที่ของและขนาดจริงๆ ของพื้นที่ ซึ่งได้แก่ พื้นที่กรอบฐานตัวเครื่อง AED ในขนาด 0.1 ตร.ม.

9 ติดตั้งตามตอนต่อไป

ขั้นตอนต่อมา คือการนำเครื่องไปติดตั้งในพื้นที่จริง โดยเลือกจากจำนวนคนที่ใช้พื้นที่นั้นและความต้องการใช้งาน จึงลงตัวใน 3 พื้นที่ ได้แก่ ท่าเรือสาทร ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค และศูนย์ประสานงานอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เขตธนบุรี ซึ่งในวันรุ่งขึ้นก็มีเหตุการณ์ให้ใช้เครื่อง AED นี้จริงที่ อปพร.

ทีมงานเล่าความยากของการติดตั้งในพื้นที่จริงให้ฟังว่า นอกจากกระบวนการขออนุญาตติดตั้ง และสอนวิธีใช้อุปกรณ์ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนตามที่เสียงบรรยายของเครื่อง AED ยังมีเรื่องความกังวลของคนในพื้นที่ว่าใครจะดูแลเครื่องนี้ และความเข้าใจด้วยกลัวว่าเด็กจะเล่นซนจนเกิดอันตราย ซึ่งหลักการทำงานของเครื่อง AED นี้ จะวินิจฉัยและรักษาด้วยการปล่อยกระแสไฟกระตุ้นให้หัวใจกลับมาเต้นปกติอีกครั้ง ในภาวะที่หัวใจของผู้ป่วยเต้นอ่อนแรงเท่านั้นเท่านั้น ดังนั้นถ้าร่างกายเป็นปกติเครื่องจะไม่ทำงานปล่อยกระแสไฟฟ้าจนเกิดอันตราย

AED, หัวใจ, ช่วยชีวิต, AED, หัวใจ, ช่วยชีวิต, AED, หัวใจ, ช่วยชีวิต,

10 #ขอพื้นที่เล็กๆให้หัวใจได้เต้นต่อ

อ่านมาถึงตรงนี้ เราเชื่อว่าใครหลายคนคงกำลังเอาใจช่วยให้เกิดการติดตั้งเครื่อง AED นี้ในที่ต่างๆ มากขึ้น

สำหรับใครที่สนใจร่วมรณรงค์เรื่องการบรรจุชั่วโมงเรียนวิธีปั๊มหัวใจช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นหรือ CPR ในหลักสูตรการเรียนการสอน สามารถร่วมลงชื่อได้ที่นี่ และสำหรับหน่วยงานทั่วไปและพื้นที่สาธารณะที่สนใจติดตั้งเครื่อง AED สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ www.SmallestSpaceToSaveLives.com

ทีมงาน

Client : บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

Agency : บริษัท ซีเจ เวิร์ค จำกัด

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load