ICONCRAFT x The Cloud

สงกรานต์ปีนี้มาทำน้ำอบใช้เองกันดีไหม

ตอนนี้ ICONCRAFT และ The Cloud เปิดเวิร์กช็อปพิเศษชื่อ ‘สารพัดช่าง’ เพื่อชวนผู้อ่านมาเรียนรู้ศาสตร์งานช่างไทยผ่านการลงมือทำด้วยตนเองเดือนละครั้งที่ ICONCRAFT ตลาดขายงานคราฟต์แสนเก๋จากทั่วไทยที่ ICONSIAM

เริ่มต้นจากหมวดช่างบำบัด ‘สารพัดช่าง 01 : The Therapist’ ชวนสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และ สุชิน แก้วอุดร ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Butterfly Thai Perfume มาแบ่งปันเคล็ดลับการสร้างกลิ่นหอมด้วยการลงมือทำน้ำอบคลายร้อนสำหรับเทศกาลสงกรานต์ และเรียนรู้การออกแบบต่อยอดกลิ่นไทยๆ

น้ำอบ
น้ำอบ

หอมแบบไทย

เครื่องหอมไทยเริ่มเฟื่องฟูมากในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เนื่องจากการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ ทำให้ชาวไทยสนใจการทำน้ำหอม ของหอมอย่างฝรั่งมังค่า

น้ำอบ
น้ำอบ

ผู้ที่มีบทบาทมากในตอนนั้นคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพวงสร้อยสอางค์ พระขนิษฐาผู้ทรงเป็นพระราชธิดาองค์ที่ 77 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระองค์มีฝีพระหัตถ์ในการปรุงพระสุคนธ์ (น้ำอบ) จึงมีหน้าที่ปรุงพระสุคนธ์ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นผู้ดูแลห้องพระสุคนธ์หรือห้องร่ำ อบ และปรุง ของหอมในพระราชวัง

น้ำหอมที่คนโบราณใช้แบ่งเป็น 2 แบบคือ น้ำอบ และน้ำปรุง น้ำอบลักษณะคล้ายโคโลญจน์ฝรั่ง กลิ่นหอมเบาบาง ไม่ติดทนนานนัก นิยมใช้สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ใช้ชโลมหลังอาบน้ำเพื่อดับร้อน วิธีสังเกตคือมีแป้งเป็นส่วนผสมเสมอ ส่วนน้ำปรุงลักษณะเหมือน Perfume กลิ่นติดทนนานกว่า ดัดแปลงมาจากน้ำหอมฝรั่ง

สูตรน้ำอบนี้เป็นตำรับที่สืบทอดมาจากพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพวงสร้อยสอางค์ ซึ่งผู้เรียนอาจนำไปพลิกแพลงปรับใช้ในการสร้างสรรค์กลิ่นหอมแบบฉบับของตัวเอง

อุปกรณ์ทำน้ำอบ

น้ำอบ
  1. หม้อเคลือบใบใหญ่ 2 ใบ
  2. กระบวยไม้
  3. ทัพพี
  4. ผ้าขาวบาง
  5. ถ้วยกระเบื้องจำนวนมาก
  6. ทวยดินเผา
  7. ตะคันดินเผา 2 อัน
  8. เทียนอบร่ำ
  9. ไม้ขีดไฟ / ไฟแช็ก
  10. เตาถ่าน

วิธีทำน้ำอบเปล่า

วัตถุดิบ

น้ำอบ
  1. ใบเตย 5 ใบ
  2. เปลือกชะลูด 3 กำมือ
  3. น้ำเปล่า 50 ถ้วยตวง
  4. ผิวมะกรูดเฉือนไม่ถึงเนื้อขาว 1 กำมือ
  5. ดอกมะลิ 1 กำมือ
  6. ดอกจำปา 12 ดอก
  7. ดอกกุหลาบมอญ 1 กำมือ
  8. ดอกชมนาด 1 กำมือ
  9. ดอกกระดังงา 1 กำมือ
  10. ดอกพิกุล 1 กำมือ

ขั้นตอนการทำ

น้ำอบ
น้ำอบ
  1. นำใบเตย เปลือกชะลูด และน้ำเปล่า ใส่ในหม้อเคลือบ ต้มประมาณ 30 นาที
  2. เมื่อน้ำเดือด ยกหม้อลงจากเตา ใส่ผิวมะกรูดและดอกไม้สดทั้งหมดแล้วปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีจนดอกไม้ซีด ช้อนดอกไม้ออก กรองน้ำด้วยผ้าขาวบางอีก 1 ครั้ง แล้วพักไว้
น้ำอบ

วิธีปรุงแป้ง

วัตถุดิบ

น้ำอบ
  1. แป้งหินบดละเอียด 3 ถ้วยตวง
  2. ชะมดเช็ด
  3. ใบเนียม / ใบพลู / ใบเตย 1 ใบ
  4. กำยานบดละเอียด 1 ช้อนชา
  5. ผิวมะกรูดแห้งบดละเอียด 1 ช้อนชา
  6. พิมเสนบดละเอียด 1 ช้อนชา
  7. ใบเตยแห้งบดละเอียด 1 ช้อนชา
  8. น้ำตาลอ้อยบดละเอียด 1 ช้อนชา
  9. เปลือกชะลูดบดละเอียด 1 ช้อนชา
  10. ดอกมะลิแห้งบดละเอียด 1 ช้อนชา
  11. ดอกจำปาแห้งบดละเอียด 1 ช้อนชา
  12. ดอกกุหลาบมอญแห้งบดละเอียด 1 ช้อนชา
  13. ดอกชมนาดแห้งบดละเอียด 1 ช้อนชา
  14. ดอกกระดังงาแห้งบดละเอียด 1 ช้อนชา
  15. ดอกพิกุลแห้งบดละเอียด 1 ช้อนชา
  16. น้ำมันหอม 5 ชนิด (มะลิ กุหลาบ ลำเจียก กระดังงา ไฮยาซินธ์) อย่างละ 1 ช้อนชา
  17. น้ำมันจันทน์ 1 ช้อนชา

ขั้นตอนการทำ

น้ำอบ
  1. นำแป้งหินบดละเอียด 3 ถ้วยตวงอบควันเทียนขั้นต่ำ 3 ครั้ง (โบราณนิยมอบ 11 ครั้งหรือจำนวนเลขคี่ 3 5 7 9)
  2. สะตุชะมดเช็ด นำชะมดเช็ดใส่ในใบเนียม ใบพลู หรือใบเตย เพื่อกลบกลิ่นคาว แล้วลนกับไฟเทียนอบจนเป็นน้ำมัน การสะตุช่วยฆ่าเชื้อและดึงกลิ่นชะมดเช็ดมาใส่ให้น้ำอบกลิ่นติดทนนาน
  3. ใส่ชะมดเช็ดที่สะตุแล้วลงในแป้งหินบดละเอียด
  4. นำวัตถุดิบที่เหลือใส่ลงในแป้งหิน คลุกให้เข้ากัน
  5. นำน้ำอบเปล่าใส่ในแป้งหิน 1 – 2 กระบวย คนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน พักไว้
น้ำอบ
น้ำอบ

วิธีอบกำยานและอบเทียน

วัตถุดิบ

  1. ผิวมะกรูดแห้ง 1 กำมือ
  2. น้ำตาลอ้อยบด 1 กำมือ
  3. กำยานบด 1 กำมือ

ขั้นตอนการทำ

น้ำอบ
น้ำอบ
น้ำอบ
  1. นำผิวมะกรูด น้ำตาลอ้อยบด และกำยานบด มาผสมกัน
  2. นำตะคันไปเผาไฟในเตาถ่านให้ร้อนจัด
  3. วางทวยในหม้อน้ำอบเปล่า แล้ววางตะคันร้อนๆ อันหนึ่งบนทวย
  4. ใส่เครื่องปรุงกำยานใส่ในตะคัน 1 ช้อนชา ปิดฝาหม้อทิ้งไว้ 20 – 30 นาทีหรือจนกว่าจะหมดควัน
  5. อบกำยานซ้ำอย่างต่ำ 3 ครั้ง (โบราณนิยมอบ 11 ครั้งหรือจำนวนเลขคี่ 3 5 7 9) ทุกครั้งให้นำตะคันไปเผาไฟให้ร้อนก่อนใช้
  6. ใส่น้ำแป้งที่เตรียมไว้ในน้ำอบเปล่า คนให้เข้ากัน
  7. โกรกน้ำอบด้วยการคนแล้วยกกระบวยขึ้นสูง ทำซ้ำจนน้ำอบหายร้อน
  8. นำเทียนอบใส่ตะคัน ลอยในน้ำอบแล้วจุดไฟ เมื่อดับเทียนจะมีควันลอยออกมา ปิดฝาหม้อทันทีและอบจนหมดควัน
  9. อบควันเทียนขั้นต่ำ 3 ครั้ง (โบราณนิยมอบ 11 ครั้งหรือจำนวนเลขคี่ 3 5 7 9)
  10. นำน้ำอบที่ได้กรองด้วยผ้าขาวบาง แล้วกรอกใส่ขวด
น้ำอบ
น้ำอบ
น้ำอบ
 

ขอขอบคุณ

  • มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
  • ศิริภัสสร โชควศิน
  • ชนะภพ วัณณโอฬาร
  • สุชิน แก้วอุดร

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographers

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

ICONCRAFT x The Cloud

ราว 20,000 ปีก่อน ชาวจีนสังเกตเห็นว่าดินเหนียวบริเวณเตาไฟมีลักษณะเป็นดินแข็งและละลายน้ำยากจึงนำมาปั้นเป็นภาชนะ เกิดเป็นที่มาของเครื่องปั้นดินเผาสารพัดประโยชน์ ต่อมาชาวจีนยังนำดินขาวมาผสมดินเหนียว และเผาด้วยอุณหภูมิสูง 1,200 องศาเซลเซียสขึ้นไปเป็นพอร์ซเลนหรือเซรามิกเนื้อขาวละเอียด ทั้งยังวาดลวดลายและลงสีด้วยแร่ภูเขาสีน้ำเงินสวยงามที่เรียกว่า Cobalt Oxide 

เรียนวิชาเพนต์จานด้วยสีแร่ภูเขากับ Lively Ware แบรนด์ที่ชุบชีวิตเครื่องปั้นลายครามขึ้นมาอีกครั้ง
เรียนวิชาเพนต์จานด้วยสีแร่ภูเขากับ Lively Ware แบรนด์ที่ชุบชีวิตเครื่องปั้นลายครามขึ้นมาอีกครั้ง

เครื่องกระเบื้องนี้เป็นที่ต้องการของทุกคน ตั้งแต่ชาวจีนเอง แพร่หลายไปทั่วเอเชียและยุโรป ในราชอาณาจักรสยามเองก็นิยมนำเข้ามาใช้อย่างล้นหลาม โดยเรียกเครื่องกระเบื้องเคลือบเหล่านี้ว่า ‘เครื่องกังไส’ หรือ ‘เครื่องลายคราม’ 

เรียนรู้วิธีวาดลวดลาย ลงสี บนจานเซรามิกขาวด้วยตัวเองทีละใบตาม สารพัดช่าง 04 : The Painter

ปัจจุบันเทคนิคการทำเซรามิกและวาดลวดลายได้พัฒนาจนทำได้ง่ายขึ้น ICONCRAFT และ The Cloud จึงร่วมมือกันจัดกิจกรรมสารพัดช่าง 04 : The Painter ให้ทุกคนเรียนรู้วิชาเพนต์จานเซรามิกด้วยตัวเองกับ Lively Ware แบรนด์เซรามิกลายครามสุดคราฟต์ของ กิตต์ กัลยาณพงศ์ และ ณปภัช เศรษฐาวงศ์ ที่วาดผลงานด้วยมือทีละใบ โดยทุกคนที่เรียนได้รับภาชนะฝีมือตัวเองกลับไปใช้ที่บ้าน 

เรียนวิชาเพนต์จานด้วยสีแร่ภูเขากับ Lively Ware แบรนด์ที่ชุบชีวิตเครื่องปั้นลายครามขึ้นมาอีกครั้ง
เรียนวิชาเพนต์จานด้วยสีแร่ภูเขากับ Lively Ware แบรนด์ที่ชุบชีวิตเครื่องปั้นลายครามขึ้นมาอีกครั้ง

อุปกรณ์เพนต์เซรามิก

  • จานเผาดิบ หรือจานที่ผ่านการเผาขึ้นรูป (Biscuit Firing)
  • Cobalt Oxide 1 ช้อน
  • Gum Arabic ⅓ ช้อน
  • ถ้วย
  • น้ำสะอาด
  • พู่กัน
  • คัตเตอร์
  • ดินสอ

วิธีทำ

  1. ร่างลวดลายที่ต้องการบนจานด้วยดินสอ
  2. ใส่ Cobalt Oxide และ Gum Arabic ลงในถ้วย ใส่น้ำเปล่าเล็กน้อย คนให้เข้ากัน
  3. ลงสีตามลายที่ร่างไว้ (หากลงสีพลาด ใช้คัตเตอร์ค่อยๆ ขูดสีออกอย่างเบามือ) และทิ้งไว้ให้แห้งสนิท
เรียนรู้วิธีวาดลวดลาย ลงสี บนจานเซรามิกขาวด้วยตัวเองทีละใบตาม สารพัดช่าง 04 : The Painter
เรียนรู้วิธีวาดลวดลาย ลงสี บนจานเซรามิกขาวด้วยตัวเองทีละใบตาม สารพัดช่าง 04 : The Painter
เรียนรู้วิธีวาดลวดลาย ลงสี บนจานเซรามิกขาวด้วยตัวเองทีละใบตาม สารพัดช่าง 04 : The Painter

ข้อดีของลายเส้นสีน้ำเงินบนจานขาวคือความสวยคลาสสิก ไม่ว่าฝีมือสะบัดพู่กันจะพลิ้วไหวแบบมืออาชีพหรือเป็นมือสมัครเล่น ผลงานที่ออกมาก็ดูดีเสมอ 

เมื่อวาดลายเสร็จแล้วให้นำจานไปชุบเคลือบในน้ำเคลือบ แล้วเผาเคลือบด้วยอุณหภูมิ 1,250 องศาเซลเซียส  8 – 10 ชั่วโมง เพื่อให้ได้จานเซรามิกลายสวยที่ทนคววามร้อน ใช้ใส่อาหารได้ปลอดภัย 

หากไม่สะดวกเผาเคลือบหลังเพนต์จาน สามารถเพนต์จานเซรามิกเปล่าที่เผาเคลือบมาแล้วได้ แต่ไม่ควรใช้ใส่อาหาร เพราะสารโลหะหนักอาจปนเปื้อนในอาหารได้

เรียนรู้วิธีวาดลวดลาย ลงสี บนจานเซรามิกขาวด้วยตัวเองทีละใบตาม สารพัดช่าง 04 : The Painter
เรียนวิชาเพนต์จานด้วยสีแร่ภูเขากับ Lively Ware แบรนด์ที่ชุบชีวิตเครื่องปั้นลายครามขึ้นมาอีกครั้ง

Writers

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Photographer

ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์

นักศึกษาถ่ายภาพที่กำลังตามหาแนวทางของตัวเอง ผ่านมุมมอง ผ่านการคิด และ ดู

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load