ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เรื่องน่าตื่นเต้นและเป็นกระแสในวงการแฟชั่น หรืออาจรวมถึงวงการธุรกิจอื่นๆ คือการ Collaborate ระหว่างแบรนด์สองแบรนด์

ในแง่งานสร้างสรรค์ การที่แบรนด์สองแบรนด์ซึ่งอาจจะมีจุดเด่นต่างกันมาจับมือกันนั้นช่วยขยายพรมแดนความเป็นไปได้ในการออกแบบจนได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่แบรนด์แบรนด์เดียวไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง

ในแง่ธุรกิจ มีหลายเหตุผลที่แบรนด์ต่างๆ ตัดสินใจทำโปรเจกต์ Collaborate ร่วมกับแบรนด์หรือบุคคลระดับไอคอนในแต่ละยุคสมัย

บางโปรเจกต์เกิดขึ้นเพื่อปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูต่างออกไปจากภาพลักษณ์เดิมที่คนติดตา บางโปรเจกต์เกิดขึ้นเพื่อการแชร์ฐานแฟนคลับของแบรนด์ที่มาร่วม บางโปรเจกต์เกิดขึ้นแชร์ผลงาน นวัตกรรมหรือวัตถุดิบในการผลิตระหว่างกัน

นอกจากนั้นยังมีบางโปรเจกต์ที่เกิดขึ้นด้วยเหตุผลอื่นๆ เช่น เพื่อเฉลิมฉลองในวาระสำคัญของแบรนด์

วันที่ 20 พฤษภาคม ของทุกปีคือวัน 501® Day ซึ่งยึดเอาจากวันที่กางเกงยีนส์ LEVI’S® ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกบนโลก

ซึ่งเราคิดว่าน่าสนใจคือคอนเซปต์ที่เขียนไว้ในกระดาษแผ่นหนึ่งซึ่งเราได้รับเชิญให้ไปร่วมงาน

ประโยคนั้นเขียนว่า ‘WE ARE ALL COLLABORATORS’ หรือที่แปลให้เข้าใจง่ายๆ ว่า เราต่างล้วนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการ Collaborate

 

LEVI’S® x  Brand

‘WE ARE ALL COLLABORATORS’ คือประโยคที่น่าสนใจของแบรนด์ยีนส์อันดับหนึ่งของโลกอย่าง LEVI’S® 

หากย้อนทบทวน ที่ผ่านมาบนถนนสายแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ LEVI’S® เคยร่วมงานโปรเจกต์พิเศษกับแบรนด์ต่างๆ มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นแบรนด์ที่น่าสนใจทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการ Collaborate กับการ์ตูนที่อยู่ในความทรงจำใครหลายคนอย่าง Peanuts แบรนด์รองเท้าบาสเก็ตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง Air Jordan แบรนด์สตรีทระดับโลกอันลือลั่นอย่าง Supreme หรือแบรนด์แฟชั่นอันร้อนแรงของ Virgil Abloh ดีไซเนอร์แห่งยุคอย่าง OFF-WHITE

LEVI’S Air Jordan LEVI’S LEVI’S Supreme

โปรเจกต์ต่างๆ ที่ยกตัวอย่างทำให้เราได้เห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ ภายใต้ผลิตภัณฑ์เดิมๆ เราได้เห็นยีนส์ในมิติใหม่ๆ วิธีการตัดเย็บใหม่ๆ หรือการที่ผ้ายีนส์อันเป็นเอกลักษณ์ของ LEVI’S® ถูกใช้เป็นวัตถุดิบในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่แปลกใหม่

ซึ่งโปรเจกต์กับแบรนด์ยักษ์ใหญ่ต่างๆ ที่ว่ามาล้วนยืนยันถึงความแข็งแกร่งในแง่แบรนด์และการได้รับการยอมรับของ LEVI’S® ในระดับโลกได้เป็นอย่างดี

LEVI’S Snoopy LEVI’S Snoopy

หากแต่ในวาระสำคัญอย่าง 501® Day ปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่ครบรอบ 145 ปี LEVI’S® ไม่ได้เลือกที่จะ Collaborate กับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง หรือดีไซเนอร์คนใดคนหนึ่ง แต่ LEVI’S® จะ Collaborate กับทุกคน เพื่อสร้างกางเกงยีนส์ที่มีเพียงตัวเดียวในโลก-กางเกงยีนส์ของคุณ

ตามคอนเซปต์ที่ว่า ‘WE ARE ALL COLLABORATORS’

 

LEVI’S® x You

ในแง่แบรนด์ LEVI’S® ถือเป็นแบรนด์แสนพิเศษ ที่น้อยแบรนด์นักจะพาตัวเองไปยืนอยู่จุดนั้น นั่นคือสามารถเข้าไปอยู่ในใจผู้คนอันหลากหลาย ไร้กำแพงเรื่องเพศ วัย หรือสถานะทางสังคม

ด้วยความที่ผ่านยุคผ่านสมัยมากว่า 145 ปี ทำให้แบรนด์มีประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตของผู้คนหลากหลายยุคสมัย จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเครื่องนุ่งห่มสำหรับคนในเหมือง เชื่อว่าหากวันนี้ Levi Strauss ยังมีชีวิตอยู่เขาคงประหลาดใจไม่น้อยที่สิ่งที่เขาคิดค้นขึ้นจะมาไกลถึงเพียงนี้

LEVI’S

หากจะมีสิ่งใดที่ไม่เปลี่ยนไปจากวันแรกคงเป็นการที่กางเกงยีนส์ LEVI’S® ยังคงเป็นสิ่งที่ตอบสนองการใช้ชีวิตของผู้คน อยู่ในวิถีชีวิตของคนอันหลากหลาย ซึ่งสอดคล้องกับประโยคหนึ่งซึ่งใช้เป็นแคมเปญหลักของ LEVI’S® เสมอมา นั่นคือ ‘Live in Levi’s’

และหลายคนคงรู้อยู่แล้วว่ากางเกงยีนส์แต่ละตัวนั้นจะมีลวดลาย สีสัน แปรเปลี่ยนไปตามแต่ชีวิตของผู้ที่สวมใส่กางเกงยีนส์ตัวนั้นๆ

กางเกงยีนส์ที่ซื้อพร้อมกัน รุ่นเดียวกัน แต่ใส่โดยคนที่ใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน สุดท้ายลวดลายที่อยู่บนกางเกงยีนส์ก็จะแตกต่างกัน ซึ่งนั่นเป็นที่มาของคอนเซปต์ ‘WE ARE ALL COLLABORATORS’ ในวาระเฉลิมฉลอง ‘501® Day’

อย่างที่รู้กันว่าช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมาเทรนด์การ Collaborate นั้นเป็นกระแสในวงการแฟชั่น LEVI’S® จึงหยิบจับคำนี้มาใช้ ด้วยการตีความว่าการที่กางเกง LEVI’S® ของแต่ละคนมีลวดลายแตกต่างกันนั้นเปรียบเสมือนการ Collaborate ระหว่าง LEVI’S® ซึ่งเป็นผู้ผลิต กับผู้ที่สวมใส่ทุกคน

‘Invented by us. Reinvented by you.’ คือประโยคที่ทาง LEVI’S® ใช้สื่อสารถึงแคมเปญนี้ที่จะชวนให้ทุกคนลุกขึ้นมาสร้างสรรค์ยีนส์ที่มีเพียงตัวเดียวในโลกด้วยการใส่ตัวตนของแต่ละคนลงไปในยีนส์ด้วยการสวมใส่จนเกิดร่องรอย หรือประดิดประดอยด้วยเทคนิคต่าง เปรียบเสมือนยีนส์ LEVI’S® นั้นเป็นเหมือนผืนผ้าใบของศิลปิน

ซึ่งสิ่งต่างๆ ที่อยู่ภายในงาน 501® Day จะยิ่งยืนยันว่าเราทุกคนสามารถ Collaborate กับ LEVI’S® ได้

501 Day

LEVI’S® x Apostrophy’s

แม้ในต่างประเทศการตัดและแต่งกางเกงยีนส์จะได้รับอย่างแพร่หลาย โดยภายในร้านที่เป็น Flagship Store ของ LEVI’S® จะมีมุมที่ให้บริการในการ Customize กางเกงยีนส์ที่เรียกว่า ‘Levi’s Tailor Shop’ ซึ่งจะมี Tailor Master คอยให้บริการ แต่ในบ้านเราเรื่องนี้ยังนับเป็นเรื่องไม่คุ้น

และข้อมูลอินไซด์หนึ่งที่น่าสนใจซึ่งทางแบรนด์ LEVI’S® ประเทศไทยบอกเล่าให้ฟังคือ คนไทยเวลาได้ซื้อยีนส์ตัวใหม่มักไม่ค่อยกล้าดัดแปลงหรือทำอะไรมากนัก ไม่กล้าจับมาตัด เย็บอะไรติดเข้าไป

ด้วยอินไซต์ดังกล่าวจึงกลายเป็นที่ว่าของการร่วมมือกับ Apostrophy’s ซึ่งเป็นสตูดิโอดีไซน์ออกแบบที่โดดเด่นเรื่องของการออกแบบประสบการณ์ของผู้ใช้ ออกแบบเว็บไซต์ levis501day.com ขึ้นมา เนื่องในโอกาส 501® Day เพื่อให้จำลองประสบการณ์ในการสร้างกางเกงยีนส์ที่มีเพียงตัวเดียว

501 Day501 Day

โดยวิธีการทำงานของเว็บไซต์คือมันจะดึงข้อมูลเบื้องต้นอย่างเช่น ตัวอักษรจากชื่อ สีของรูปภาพในอัลบั้มรูปมาเปลี่ยนให้กลายเป็นลายกางเกงยีนส์ และสามารถแชร์ไปในโลกโซเชียลฯ ได้ด้วย

และใช่ ทำเพียงเพื่อเป็นกิมมิกเท่านั้น แต่ในวันงาน 501® Day ใครที่อยากได้กางเกงยีนส์ที่เป็นลวดลายจากเว็บไซต์สามารถเดินตรงไปที่โซนของ Apostrophy’s แล้วสั่งพิมพ์ลงบนกางเกงยีนส์ได้จริงๆLEVI’S x Apostrophy’sLEVI’S x Apostrophy’s

LEVI’S® x Thai Artist

อีกสิ่งที่น่าตื่นเต้นคือภายในงาน 501® Day มีการชวนศิลปินที่ได้รับการยอมรับในบ้านเรามาช่วยผู้ร่วมงาน Customize ยีนส์ให้สดๆ ในงาน โดยมีทั้งมานั่งเพนท์กางเกงยีนส์ และทำเป็น Exclusive Patch สำหรับเย็บติดกางเกงยีนส์ของแต่ละคน

Benzilla

โดยรายชื่อศิลปินประกอบด้วย Benzilla ศิลปินสตรีทอาร์ตเจ้าของคาแรกเตอร์คุ้นตาอย่าง Three Balls โอ–ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ ศิลปินนักวาดภาพประกอบเบอร์ต้นๆ ของประเทศ และ LALA SKETCH STAMP ศิลปินที่ซึ่งใช้เทคนิคการแกะยางลบจนกลายเป็นลวดลายต่างๆ

Benzilla

 

LALA SKETCH STAMP

ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์

นอกจากนั้นยังมีการ Collaborate กับแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยแสนสนุกอย่าง Lalalove ที่นำเอาการออกแบบมาทำให้ผ้าขาวม้ากลายเป็นงานออกแบบร่วมสมัยจนโด่งดังไปไกลถึงปารีส นิวยอร์ก โดยในวัน 501® Day จะมีเซ็ตแฟชั่นโชว์ให้ได้ชมกันด้วย

Lalalove

ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงล้วนสอดคล้องกับสิ่งที่ LEVI’S® พยายามสื่อสารว่ายีนส์ LEVI’S® คือผืนผ้าใบที่จะให้คุณสามารถทำอะไรก็ได้ เราต่างสามารถเปลี่ยนยีนส์ตัวหนึ่งให้เป็นตัวตนของเรา ซึ่งทำให้ยีนส์ไม่ใช่เพียงเรื่องของการสวมใส่เท่านั้น หากแต่เป็นสิ่งที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของเราด้วย

501® Day

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม เวลา 17.00 – 22.00 น. สถานที่ ACMEN Ekamai Complex

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

สูตรคูณ

เบื้องหลังงานสร้างสรรค์ครั้งพิเศษจากการ...

เมื่อใดก็ตามที่เนื้อร้องท่อนแรกของเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย หรือ Koisuru Fortune Cookie ขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนคลับของ BNK48 หรือไม่ คุณเป็นต้องยกมือทั้งสองขึ้นมาในระดับอก

นับจนถึงวันนี้ ในเวลาเพียงสั้นๆ ไม่ว่าคุณจะเงยหน้าไปที่ไหน เป็นต้องเห็นสาวๆ ในชุดสดใสหลากสีสันถูกจับวางอยู่คู่กันกับสินค้าทุกประเภท ตั้งแต่ในตู้เย็นที่บ้าน กิจกรรมนอกบ้าน ไปจนถึงสนามแข่งกีฬา

หลังจากมีประกาศเปิดสั่งจอง ชุดเครื่องเขียน สมใจ x BNK48 ล่วงหน้าไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา ความนิยมจากเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย Koisuru Fortune Cookie ก็ทำให้ยอดสั่งจองสดใสตามความคาดหมาย เช่นเดียวกับสินค้าที่ผ่านมาทุกตัวของ BNK48

เบื้องหลังการจับมือที่น่าสนใจระหว่าง สมใจ x BNK48

แต่มากไปกว่าการทำสินค้าร่วมกัน The Cloud เราสนใจวัฒนธรรม Collaboration ที่มากกว่าการเกิดสินค้าใหม่ และการแลกเปลี่ยนโอกาสในการสร้างแบรนด์ของกันและกัน

ในฐานะที่ติดตามแบรนด์ทั้งสองอยู่เสมอมา เราอยากรู้วิธีคิดเบื้องหลังและขึ้นตอนการทำงาน ของนิมิตรหมายอันดี และโชคดีที่เรามีโอกาสพูดคุยกับตัวแทนจากทั้งสองแบรนด์พร้อมกัน

ตาล-นพนารี พัวรัตนอรุณกร กรรมการบริหารด้านการตลาดของ ‘สมใจ’ แบรนด์ร้านเครื่องเขียนที่มีอายุกว่า 63 ปี หนึ่งในทายาทรุ่นสามที่นำพาแบรนด์ ‘สมใจ’ ให้ปรับตัวทันกับเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน และโรส-อรพรรณ มนต์พิชิต บวรวัฒนะ กรรมการบริหาร บริษัท บีเอ็นเค48 ออฟฟิศ จำกัด ผู้อยู่เบื้องหลังการบริหารทั้งหมดของ BNK48 รอเราอยู่แล้วที่นี่

เบื้องหลังการจับมือที่น่าสนใจระหว่าง สมใจ x BNK48

ก่อนพูดคุยเราไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าการใช้ปากกาดินสอเป็นหน้าศิลปินที่เราชอบจะมีความหมายอะไรไปมากกว่าการแสดงความรัก

แต่พอได้ฟังแนวคิดเบื้องหลัง วิธีการทำงานทั้งหมด และหลักคิด ความเชื่อ ของแบรนด์ทั้งสองก่อนมาบวกรวมกัน จนออกมาเป็นงานที่สร้างสรรค์อยู่บนความเชื่อที่เหมือนกัน ทำให้เรามองสิ่งตรงหน้ามากกว่าแค่ชุดเครื่องเขียนสีหวานที่มีหน้าตาของไอดอลคนโปรด

“…รู้ทั้งรู้ว่าเขาใช้อะไรตัดสินใจ

ต้องน่ารักใช่ไหม ที่ใครเขาคิดกัน

ฉันขอแค่ให้เขา ลองมองจากข้างใน

คงจะดี ถ้ามีใจให้กับฉัน…” – Koisuru Fortune Cookie

BNK48

“ตอนที่ปล่อยเพลง Koisuru Fortune Cookie ออกมา เราเห็นแฟนคลับที่เป็นกลุ่มเด็กค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิง

ที่ผ่านมา คนทั่วไปอาจจะเห็นว่าแฟนคลับผู้ที่ชื่นชอบ BNK48 เป็นผู้ชายเยอะ เพราะผู้ชายอาจจะแสดงออกมากกว่า ทั้งจากที่เห็นรวมกลุ่มยืนร้องเพลงหน้าเวทีหรือที่งานจับมือ คนจึงจดจำว่าแฟนคลับมีแต่กลุ่มผู้ชาย แต่จริงๆ แล้วมีสัดส่วนเป็นครึ่งต่อครึ่งเลยนะ ตอนแรกเราก็ยังไม่รู้จะรับรองแฟนคลับกลุ่มเด็กผู้หญิงด้วยอะไร จึงคิดไว้ว่าอยากได้อะไรที่กุ๊กกิ๊ก” โรสเล่าถึงฐานแฟนคลับกลุ่มใหม่ที่น้อยคนจะรู้

รักนะ แต่ไม่กล้าแสดงออก

แฟนคลับเด็กผู้หญิงของ BNK48 หมายรวมถึงเด็กหญิงที่มองพี่ๆ BNK48 เป็นไอดอลเด็กสาวที่ทำตัวน่ารักเหมาะสม เป็นตัวอย่างที่ดีไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองต่างก็เห็นดีเห็นงาม จากสิ่งที่สมาชิก BNK สื่อสารและถ่ายทอดออกมา จึงไม่ห้ามเด็กๆ ที่จะมาชื่นชอบ ดังจะเห็นจากการที่มีผู้ปกครองพาน้องๆ เด็กๆ ใส่ชุดมางานจับมือ

“เราอยากเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อไอดอล เรื่องอกโตและความเซ็กซี่” ซึ่งในวันนี้ BNK48 ค่อยๆ พิสูจน์ความเชื่อนี้ จุดประกายเรื่องคุณค่าในตัวเองให้ใครก็ตามที่เฝ้ามองอยู่กล้าเป็นตัวของตัวเอง โรสให้เครดิตทีมคุณครูที่บ่มเพาะน้องๆ เพราะนอกจากทักษะการเป็นไอดอล ชีวิตและความถนัดส่วนตัว ทัศนคติและมุมมองที่มี ก็ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ในตัวทำให้ BNK48 ทุกคนน่ารักและเป็นเด็กสาวมารยาทดีเสมอต้นเสมอปลาย

“เราสอนเด็กๆ เสมอเรื่องห้ามลืมตัวตนว่าเราเคยเป็นใคร เป็นคนยังไง มีครั้งหนึ่งเราคุยงานที่คาเฟ่ อยู่ๆ ซัทจังเดินมาสวัสดีเราและก็หันไปสวัสดีคนที่เราคุยงานด้วย ทั้งๆ ที่มองเผินๆ คนอาจจะคิดว่าไม่จำเป็น แค่ยิ้มก็ได้ แต่นั่นก็ทำให้คนที่เราคุยงานด้วยเปลี่ยนจากที่เป็นแฟนคลับเฉยๆ ก็กลายเป็นประทับใจ” ฟังแล้วก็อดชื่นใจตามคุณโรสไม่ได้

Fortune Collaboration

เบื้องหลังการจับมือที่น่าสนใจระหว่าง สมใจ x BNK48

โรสเล่าหลักการคัดเลือกแบรนด์หรือองค์กรที่ BNK48 เลือก Collaborate หรือพัฒนาสินค้าร่วมกัน สั้นๆ ว่า หลายๆ แบรนด์เริ่มจากติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์เพื่อไปผลิตสินค้าของตัวเอง

“วิธีการนี้ง่ายกับเรามากเลยนะ แต่เราก็ต้องการให้สิ่งนั้นออกมาเป็น BNK48 มากที่สุด จะเห็นว่าที่ผ่านมา BNK48 มีสินค้าหลากหลายมาก และเราก็รู้ว่าไม่อาจทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเองทั้งหมด เราอยากตั้งใจทำงานของเราหรือสิ่งที่เราถนัดอย่างการบริหารดูแลศิลปินของเราให้ดี สินค้าที่ออกมาจึงมีที่มาทั้งจากขายลิขสิทธิ์และการชวนพาร์ตเนอร์ทำงานร่วมกัน”

และเพราะรู้จักกับตาล ผู้บริหารรุ่นที่สามผู้ดูแลเรื่องแบรนด์และการตลาดของสมใจ แบรนด์ร้านเครื่องเขียนที่จริงใจ มีระบบจัดการที่ดี มีหน้าร้านและระบบร้านค้าออนไลน์ที่ช่วยกระจายสินค้าไปยังกลุ่มต่างๆ อย่างทั่วถึง โรสจึงเป็นตัวแทน BNK48 ชวนตาลและสมใจมาทำงานร่วมกัน

Somjai x BNK48

เบื้องหลังการจับมือที่น่าสนใจระหว่าง สมใจ x BNK48

นี่เป็นการทำงาน Collaboration ครั้งแรกของสมใจ

และแม้ตาลจะร้องเพลง Koisuru Fortune Cookie และเต้นตามสาวๆ BNK48 ได้หมด แต่เธอก็ยังไม่แน่ใจว่าต้องเริ่มอย่างไรในตอนแรก

“ตอนที่ BNK48 ชวนให้ทำงานร่วมกัน เราก็ปรึกษาครอบครัวก่อนเพราะคิดเผื่อว่าเขาจะไม่ยอม ปรากฏว่าพ่อแม่เรารู้จักและบอกให้ทำเลย จริงๆ ทุกคนในครอบครัวเปิดรับเรื่องนี้มาก ไม่แสดงความหวงหรือเป็นห่วงภาพลักษณ์ของสมใจเท่ากับพวกเราที่เป็นทายาทรุ่นสามด้วยซ้ำ ทางคุณแม่จะย้ำเสมอว่าให้ทำออกมาให้ดี อย่าให้แฟนคลับเสียใจ ส่วนคุณยายจะชอบเข้าไปอ่านคอมเมนต์มาก” ตาลเล่า ก่อนจะเสริมว่าคุณยายเจ้าของชื่อร้านถึงกับขอสั่งจอง 10 ชุดก่อนใครเพื่อแบ่งปันแก่เพื่อนๆ ชาวพุทธมณฑลสาย 4

กล่องดวงใจ

จากโจทย์หลักของที่ให้ออกแบบสินค้าเพื่อแฟนคลับอีกกลุ่ม กลุ่มที่ยังเป็นเด็ก เป็นนักเรียน

โจทย์ต่อมาของ BNK48 คือ สินค้าที่เป็นชุด เป็นกล่อง ประกอบด้วยสิ่งของหลายๆ อย่าง

“จากสีหลักของเพลง Koisuru Fortune Cookie อย่างสีชมพูและม่วง ทำให้เราคิดถึงการทำชุดเครื่องขียน โดยสีสันน่ารักที่มีช่วยทำให้จัดองค์ประกอบศิลป์และกราฟิกพื้นฐานง่าย แต่ก็มีมุมที่น่ากังวลเหมือนกัน เนื่องจากการทำอะไรเกี่ยวกับ BNK48 ค่อนข้างเป็นเรื่องอ่อนไหว ถ้าเราทำอะไรแล้วออกมาไม่ถูกใจ หรือการวางคาแรกเตอร์ในสินค้าเพียงเล็กน้อยก็อาจจะเป็นประเด็นได้” ทีมสมใจจึงเริ่มจากเรียนรู้เรื่องเซ็มบัตสึ หลักการวางคาแรกเตอร์ของ BNK48 และเลือกหยิบสินค้าขายดีของร้านมาจัดทำแบบพิเศษ

เบื้องหลังการจับมือที่น่าสนใจระหว่าง สมใจ x BNK48

อย่างเพลง Koisuru Fortune Cookie ที่มีโมบายล์เป็นเซ็นเตอร์ โมบายล์จึงอยู่ในตำแหน่งที่เด่นสุด อยู่ตรงกลาง หรือกฎเรื่องโลโก้ต้องไม่ทับกัน เป็นกฎทั่วไปที่ไม่ได้ทำให้การทำงานยากเกินไป

BNK48 ที่สุด

นอกจากคาแรกเตอร์ในเพลง การเลือกจับคู่กับสาวๆ บนเครื่องเขียน ใครจะอยู่บนปากกาทั้ง 3 ลาย ใครจะอยู่บนปกสมุดที่ 2 ลาย ใครอยู่ปกหน้า หรือใครจะอยู่ปกหลัง ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องอ่อนไหว

“สมใจไม่กล้าเลือกเลย” ตาลเล่า

เบื้องหลังการจับมือที่น่าสนใจระหว่าง สมใจ x BNK48

“เราไม่อยากเลือกว่าใครต้องอยู่ตำแหน่งไหน เพราะในเชิงการบริหาร เราดูแลปฏิบัติกับน้องทุกคนเท่ากัน” โรสรีบแถลง

วิธีการที่ต้นสังกัดกลุ่มไอดอลแฟรนไชส์ชื่อดังที่มีสาขาทั่วโลกใช้ก็คือ ให้คะแนนความนิยมเป็นตัวตัดสิน ทั้งจากโซเชียลมีเดียวทุกช่องทางและยอดคนที่มาร่วมงานจับมือ

เบื้องหลังการจับมือที่น่าสนใจระหว่าง สมใจ x BNK48

ความตั้งใจเดิมของโรส คืออยากให้ทุกคนอยู่บนปากกา เพราะไม่อยากให้แฟนคลับของใครต้องน้อยใจ แต่ปากกาแท่งเล็กเกินไปที่จะทำให้ทุกคนอยู่บนนั้นได้จริงๆ ไม่เหมือนไม้บรรทัดและกล่องดินสอ

“เราไม่สามารถทำปากกาเป็นลายครบทุกคนได้ มันบริหารจัดการยากเกินไปหากต้องทำอย่างนั้น จึงต้องลงเอยด้วยวิธีการสุ่ม ซึ่งไม่ใช้เพื่อหลอกล่อให้คนซื้อจำนวนมาก” โรสเสริม

ใช้ได้

“ตอนแรกเราอยากได้หัวปากกาที่เป็นคาแรกเตอร์น้องเลย” โรสเล่าติดตลก

ซึ่งทางสมใจก็กลับไปศึกษาและแนะนำว่าถ้าทำแบบนั้น อาจจะออกมาไม่น่ารักอย่างที่คิด

“ถ้าทำลักษณะที่เป็นยาง หน้าของน้องๆ จะไม่ชัดเจนซึ่งจะดูน่ากลัวมากกว่าน่ารัก เราก็มาคิดต่อว่าหรือทำเป็นตัวการ์ตูนดีมั้ย แต่ก็กลัวว่าภาพที่ออกมาจะไม่เหมือนกับที่แฟนคลับคิด เราจึงสรุปว่าทำอย่างไรก็ได้ให้หน้าของน้องๆ คมชัด” ตาลเล่าความตั้งใจที่อยากทำเครื่องเขียนที่ทั้งสวยงาม มีคุณภาพดี และมีรายละเอียดถูกต้องตามที่ BNK48 และ 48Group กำหนดไว้ เพราะอยากให้คนได้ใช้จริงๆ

เบื้องหลังการจับมือที่น่าสนใจระหว่าง สมใจ x BNK48

ตาลเล่าว่ามีแฟนคลับรุ่นใหญ่ (โอตะ-โอชิ) ส่งข้อความมามากมายความว่า “ปากกาชมพูมากครับ ผมไม่รู้จะถือยังไง ครั้งหน้าช่วยทำสีน้ำเงินหน่อยนะครับ” ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่แฟนคลับอาจจะไม่รู้ว่า จริงๆ แล้วจุดประสงค์ของการออกชุดเครื่องเขียนกับสมใจนั้นเพื่อกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็กผู้หญิงจริงๆ

นั่นคือด้วยลักษณะสินค้าที่สื่อสารออกไป สมใจ x BNK48 ต้องการให้ชุดเครื่องเขียนนี้ไปถึงกลุ่มแฟนฐานใหม่

เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล

อีกโจทย์สำคัญที่ BNK48 มอบหมายให้สมใจคือ ราคาชุดเครื่องเขียนนี้ต้องไม่แพงเกินไป

ถ้าใครคิดว่าราคา 990 บาทแพงไปสำหรับเครื่องเขียน 6 ชิ้น เราขอให้คุณจินตนาการถึงกล่องชุดเครื่องเขียนขนาด 40 x 50 เซนติเมตร ไปพร้อมกัน

“กล่องใหญ่มาก” ใครสักคนที่ร่วมฟังการสนทนานี้ร้องขึ้นอยากไม่รู้ตัว

ชุดกล่องเครื่องเขียนประกอบด้วยปากกาลายสมาชิก BNK48 1 ด้าม (สุ่มสาย 3 ลาย ได้แก่ เฌอปราง มิวสิค และปัญ) สมุดโน้ต 1 เล่ม (สุ่มแบบสมุด แบบมีและไม่มีเส้น) ไม้บรรทัด 2 ชิ้น (สุ่มลาย 4 แบบ) ดินสอ 1 แท่งและยางลบ ที่มีเฉพาะในชุดพิเศษนี้เท่านั้น

เบื้องหลังการจับมือที่น่าสนใจระหว่าง สมใจ x BNK48

“พนักงานเล่าให้ฟังว่า มีเด็กที่ใช้ชื่อพ่อแม่ผู้ปกครองในการโอนเงินเยอะมาก และตอนที่เห็นจำนวนผู้สั่งจองล่วงหน้า เรายังคุยกับพี่โรสเลยว่าเป็นไปตามที่เราตั้งใจกันไว้ เพราะมีแฟนคลับผู้ใหญ่และเด็กสัดส่วนที่เท่ากันเลย” ตาลเสริม ก่อนจะเล่าว่ามีแฟนคลับจำนวนมากใช้วิธีแลกลายที่ได้รับ หรือหาสมาชิกช่วยหารราคาค่าชุดเครื่องเขียนด้วย

ในขั้นตอนการทำงานโรสทิ้งท้ายว่า ถ้าในเรื่องการออกแบบ เธอเชื่อมั่นในทีมงานของสมใจเสมอ งานของเธอคือช่วยดูแลความถูกต้อง ส่วนเรื่องการขาย ทางสมใจก็แค่บอกว่าจะใช้ช่องทางไหนบ้าง ส่วนโรสจะคอยเล่าประสบการณ์หรือสิ่งที่เจอให้สมใจระวังและเตรียมรับมือ เช่นเรื่องใหญ่ๆ อย่างให้ระวังเว็บล่ม

“ไม่เคยมีใครไม่เว็บล่มนะ BNK48 ทำเว็บล่มทุกราย” โรสหัวเราะ

สมใจ x BNK48 = ชุดเครื่องเขียนเสี่ยงทาย

ไม่ใช่เรื่องที่จะยากเกินคาดเดา

ผลตอบรับของการทำงานร่วมกันครั้งนี้ถล่มทลายเช่นเดียวกับสินค้าทุกชิ้นของ BNK48

ตาลเป็นตัวแทนของสมใจเล่าถึงสิ่งที่ได้รับว่า เธอมองยอดขายเป็นเรื่องรองจากการรับรู้และตอบรับของแฟนคลับแบรนด์ทั้งสองแบรนด์ที่เพิ่มขึ้น

เครื่องเขียนเสี่ยงทาย

“เราไม่ได้มองว่าต้องเป็นแฟนคลับรุ่นใหญ่ซื้อชุดเครื่องเขียนนี้มากที่สุด เราแค่อยากให้เด็กๆ ได้ใช้จริงๆ สำหรับเรา เราคิดว่าเครื่องเขียนเป็นของแทนใจ ตอนเด็กๆ ที่เราชอบไอดอลหรือชอบตัวการ์ตูนอะไรเราก็อยากใช้ มีลูกพนักงานที่ออฟฟิศเดินมาหาเราทั้งชุดนักเรียนเลยบอกว่าอยากได้ ทุกครั้งที่เด็กมาคุยด้วยจะดีใจมากเพราะว่ารู้สึกว่าได้ทำตามโจทย์แล้ว เด็กได้ใช้จริงๆ” ตาล ตัวแทนของสมใจเล่า

“ถ้าเราจะทำเพื่อให้ตอบกลุ่มแฟนคลับรุ่นใหญ่ เราก็ทำเองได้เลยเพราะเป็นรูปแบบที่เราทำมาอยู่แล้ว และเราอาจจะได้ยอดขายมากกว่านี้ เพราะสามารถขายในราคาแพงกว่านี้ได้ แต่การร่วมกันทำงานกับสมใจครั้งนี้เราอยากขยายกลุ่มแฟนคลับจริงๆ เพราะเราเห็นแล้วว่าเรามันกลุ่มเด็กนักเรียน กลุ่มผู้หญิงที่ไม่มีของแทนใจแบบนั้นบ้าง” โรสกล่าว

สวยงามตามที่เป็น

“เราดูแลงานออกแบบชุดเครื่องเขียนก็จริง เราเห็นรูปเขาในจอคอมพิวเตอร์ตลอด แต่ก็ไม่คิดว่าจะอินตามขนาดนี้ จนกระทั่งไปงานคอนเสิร์ตจึงเข้าใจ ไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตา แต่เป็นพัฒนาการของน้องๆ ทุกคน เราชอบคำที่พี่โรสและพี่ต้อม (จิรัฐ บวรวัฒนะ) พูดว่า เขามองผู้หญิงสวยเหมือนดอกไม้ที่ต่างกัน ทุกคนมีคาแรกเตอร์ มีความดีงามในแบบของตัวเอง และแตกต่างกันออกไป ไม่เหมือนสมัยรุ่นตาลที่ความสวยจะถูกจำกัดอยู่เพียงไม่กี่แบบ ความสวยที่สมบูรณ์แบบมาแล้ว และในคอนเสิร์ต ไม่ใช่แค่การประกาศคนที่ชนะเป็นเซ็นเตอร์ของเพลงใหม่ แต่สำหรับสมาชิกใหม่ๆ ที่ไม่เคยขึ้นอันดับมาก่อน แล้วพยายามจนมาเป็น 1 ใน 16 คนของเพลงใหม่มันยิ่งใหญ่มาก” ตาลเล่าถึงความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

เช่นเดียวกับโรส ในฐานะที่เห็นเด็กๆ ทุกคนมาตั้งแต่วันแรก นอกจากความรู้สึกภูมิใจและดีใจกับเด็กทุกคน ที่ทำได้ขนาดนี้ในเวลาสั้นๆ เธอนับถือหัวใจที่ร่วมสู้ด้วยกันมาตลอด ทั้งที่ในวันแรกแทบไม่มีอะไรทำให้แน่ใจเลยว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้จริงในประเทศไทย

เบื้องหลังการจับมือที่น่าสนใจระหว่าง สมใจ x BNK48 เบื้องหลังการจับมือที่น่าสนใจระหว่าง สมใจ x BNK48 เบื้องหลังการจับมือที่น่าสนใจระหว่าง สมใจ x BNK48

“เราเชื่อในเสน่ห์ที่มีรูปแบบแตกต่างกันจากทัศนคติที่ดี และสุดท้ายทุกอย่างจะฉายแววออกมา ถ้าเปรียบเทียบรูปก่อนและหลังของแต่ละคน ทุกคนมาไกลจนเราเองยังตกใจ เราไม่มีการทำศัลยกรรมเลยนะ ทุกคนแค่รู้สึกต้องพยายามฝ่าฟัน ยังคุยกับผู้ปกครองของน้องๆ อยู่เลยว่า BNK48 เป็นเวทีที่เปิดโอกาสจริงๆ เพราะเป็นโครงการเดียวที่ไม่ประกาศส่วนสูงขั้นต่ำ และเรายืนยันเลยว่าไม่เด็กเส้นจริงๆ แม้ที่ผ่านมาเราจะเจอคนฝากเยอะมาก มาทุกทาง ในเมืองไทยอาจจะคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ แต่เราอยากทำ BNK48 ของเราแบบนี้” คำยืนยันจากโรส ทำให้เราสมัครใจขอร่วมเข้าทีมแฟนคลับผู้หญิงของ BNK48 ทันที ก่อนที่ตาลจะทิ้งท้ายถึงการทำงานร่วมกันครั้งนี้

“เรื่องนี้สำคัญมากๆ เลยนะ ผู้บริหารสมใจทุกคนนับถือสิ่งที่ BNK48 ทำ เรื่องความตั้งใจนำเสนอความเก่งด้านต่างๆ นอกจากการเป็นตัวของตัวเองแล้ว เราได้เห็นว่าแฟนคลับเขารักชอบไอดอลของเขาในสิ่งที่เป็นจริงๆ”

แม้จะหมดเขตสั่งซื้อล่วงหน้าชุดเครื่องเขียน Box Set Special Edition สมใจ X BNK48 ไปแล้ว ซึ่งใครหลายคนคงกำลังรอรับและรอใช้ด้วยใจจดจ่อ ใครที่พลาดไป เร็วๆ นี้ สมใจ X BNK48 กำลังจะกลับมาอีกครั้ง ติดตามได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียของ สมใจ และ BNK48

เบื้องหลังการจับมือที่น่าสนใจระหว่าง สมใจ x BNK48

ขอบคุณสถานที่
ร้าน Bar Storia del Caffè สาขาเพลินจิต
ภาพ : สมใจ

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load