ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เรื่องน่าตื่นเต้นและเป็นกระแสในวงการแฟชั่น หรืออาจรวมถึงวงการธุรกิจอื่นๆ คือการ Collaborate ระหว่างแบรนด์สองแบรนด์

ในแง่งานสร้างสรรค์ การที่แบรนด์สองแบรนด์ซึ่งอาจจะมีจุดเด่นต่างกันมาจับมือกันนั้นช่วยขยายพรมแดนความเป็นไปได้ในการออกแบบจนได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่แบรนด์แบรนด์เดียวไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง

ในแง่ธุรกิจ มีหลายเหตุผลที่แบรนด์ต่างๆ ตัดสินใจทำโปรเจกต์ Collaborate ร่วมกับแบรนด์หรือบุคคลระดับไอคอนในแต่ละยุคสมัย

บางโปรเจกต์เกิดขึ้นเพื่อปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูต่างออกไปจากภาพลักษณ์เดิมที่คนติดตา บางโปรเจกต์เกิดขึ้นเพื่อการแชร์ฐานแฟนคลับของแบรนด์ที่มาร่วม บางโปรเจกต์เกิดขึ้นแชร์ผลงาน นวัตกรรมหรือวัตถุดิบในการผลิตระหว่างกัน

นอกจากนั้นยังมีบางโปรเจกต์ที่เกิดขึ้นด้วยเหตุผลอื่นๆ เช่น เพื่อเฉลิมฉลองในวาระสำคัญของแบรนด์

วันที่ 20 พฤษภาคม ของทุกปีคือวัน 501® Day ซึ่งยึดเอาจากวันที่กางเกงยีนส์ LEVI’S® ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกบนโลก

ซึ่งเราคิดว่าน่าสนใจคือคอนเซปต์ที่เขียนไว้ในกระดาษแผ่นหนึ่งซึ่งเราได้รับเชิญให้ไปร่วมงาน

ประโยคนั้นเขียนว่า ‘WE ARE ALL COLLABORATORS’ หรือที่แปลให้เข้าใจง่ายๆ ว่า เราต่างล้วนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการ Collaborate

 

LEVI’S® x  Brand

‘WE ARE ALL COLLABORATORS’ คือประโยคที่น่าสนใจของแบรนด์ยีนส์อันดับหนึ่งของโลกอย่าง LEVI’S® 

หากย้อนทบทวน ที่ผ่านมาบนถนนสายแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ LEVI’S® เคยร่วมงานโปรเจกต์พิเศษกับแบรนด์ต่างๆ มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นแบรนด์ที่น่าสนใจทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการ Collaborate กับการ์ตูนที่อยู่ในความทรงจำใครหลายคนอย่าง Peanuts แบรนด์รองเท้าบาสเก็ตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง Air Jordan แบรนด์สตรีทระดับโลกอันลือลั่นอย่าง Supreme หรือแบรนด์แฟชั่นอันร้อนแรงของ Virgil Abloh ดีไซเนอร์แห่งยุคอย่าง OFF-WHITE

LEVI’S Air Jordan LEVI’S LEVI’S Supreme

โปรเจกต์ต่างๆ ที่ยกตัวอย่างทำให้เราได้เห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ ภายใต้ผลิตภัณฑ์เดิมๆ เราได้เห็นยีนส์ในมิติใหม่ๆ วิธีการตัดเย็บใหม่ๆ หรือการที่ผ้ายีนส์อันเป็นเอกลักษณ์ของ LEVI’S® ถูกใช้เป็นวัตถุดิบในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่แปลกใหม่

ซึ่งโปรเจกต์กับแบรนด์ยักษ์ใหญ่ต่างๆ ที่ว่ามาล้วนยืนยันถึงความแข็งแกร่งในแง่แบรนด์และการได้รับการยอมรับของ LEVI’S® ในระดับโลกได้เป็นอย่างดี

LEVI’S Snoopy LEVI’S Snoopy

หากแต่ในวาระสำคัญอย่าง 501® Day ปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่ครบรอบ 145 ปี LEVI’S® ไม่ได้เลือกที่จะ Collaborate กับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง หรือดีไซเนอร์คนใดคนหนึ่ง แต่ LEVI’S® จะ Collaborate กับทุกคน เพื่อสร้างกางเกงยีนส์ที่มีเพียงตัวเดียวในโลก-กางเกงยีนส์ของคุณ

ตามคอนเซปต์ที่ว่า ‘WE ARE ALL COLLABORATORS’

 

LEVI’S® x You

ในแง่แบรนด์ LEVI’S® ถือเป็นแบรนด์แสนพิเศษ ที่น้อยแบรนด์นักจะพาตัวเองไปยืนอยู่จุดนั้น นั่นคือสามารถเข้าไปอยู่ในใจผู้คนอันหลากหลาย ไร้กำแพงเรื่องเพศ วัย หรือสถานะทางสังคม

ด้วยความที่ผ่านยุคผ่านสมัยมากว่า 145 ปี ทำให้แบรนด์มีประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตของผู้คนหลากหลายยุคสมัย จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเครื่องนุ่งห่มสำหรับคนในเหมือง เชื่อว่าหากวันนี้ Levi Strauss ยังมีชีวิตอยู่เขาคงประหลาดใจไม่น้อยที่สิ่งที่เขาคิดค้นขึ้นจะมาไกลถึงเพียงนี้

LEVI’S

หากจะมีสิ่งใดที่ไม่เปลี่ยนไปจากวันแรกคงเป็นการที่กางเกงยีนส์ LEVI’S® ยังคงเป็นสิ่งที่ตอบสนองการใช้ชีวิตของผู้คน อยู่ในวิถีชีวิตของคนอันหลากหลาย ซึ่งสอดคล้องกับประโยคหนึ่งซึ่งใช้เป็นแคมเปญหลักของ LEVI’S® เสมอมา นั่นคือ ‘Live in Levi’s’

และหลายคนคงรู้อยู่แล้วว่ากางเกงยีนส์แต่ละตัวนั้นจะมีลวดลาย สีสัน แปรเปลี่ยนไปตามแต่ชีวิตของผู้ที่สวมใส่กางเกงยีนส์ตัวนั้นๆ

กางเกงยีนส์ที่ซื้อพร้อมกัน รุ่นเดียวกัน แต่ใส่โดยคนที่ใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน สุดท้ายลวดลายที่อยู่บนกางเกงยีนส์ก็จะแตกต่างกัน ซึ่งนั่นเป็นที่มาของคอนเซปต์ ‘WE ARE ALL COLLABORATORS’ ในวาระเฉลิมฉลอง ‘501® Day’

อย่างที่รู้กันว่าช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมาเทรนด์การ Collaborate นั้นเป็นกระแสในวงการแฟชั่น LEVI’S® จึงหยิบจับคำนี้มาใช้ ด้วยการตีความว่าการที่กางเกง LEVI’S® ของแต่ละคนมีลวดลายแตกต่างกันนั้นเปรียบเสมือนการ Collaborate ระหว่าง LEVI’S® ซึ่งเป็นผู้ผลิต กับผู้ที่สวมใส่ทุกคน

‘Invented by us. Reinvented by you.’ คือประโยคที่ทาง LEVI’S® ใช้สื่อสารถึงแคมเปญนี้ที่จะชวนให้ทุกคนลุกขึ้นมาสร้างสรรค์ยีนส์ที่มีเพียงตัวเดียวในโลกด้วยการใส่ตัวตนของแต่ละคนลงไปในยีนส์ด้วยการสวมใส่จนเกิดร่องรอย หรือประดิดประดอยด้วยเทคนิคต่าง เปรียบเสมือนยีนส์ LEVI’S® นั้นเป็นเหมือนผืนผ้าใบของศิลปิน

ซึ่งสิ่งต่างๆ ที่อยู่ภายในงาน 501® Day จะยิ่งยืนยันว่าเราทุกคนสามารถ Collaborate กับ LEVI’S® ได้

501 Day

LEVI’S® x Apostrophy’s

แม้ในต่างประเทศการตัดและแต่งกางเกงยีนส์จะได้รับอย่างแพร่หลาย โดยภายในร้านที่เป็น Flagship Store ของ LEVI’S® จะมีมุมที่ให้บริการในการ Customize กางเกงยีนส์ที่เรียกว่า ‘Levi’s Tailor Shop’ ซึ่งจะมี Tailor Master คอยให้บริการ แต่ในบ้านเราเรื่องนี้ยังนับเป็นเรื่องไม่คุ้น

และข้อมูลอินไซด์หนึ่งที่น่าสนใจซึ่งทางแบรนด์ LEVI’S® ประเทศไทยบอกเล่าให้ฟังคือ คนไทยเวลาได้ซื้อยีนส์ตัวใหม่มักไม่ค่อยกล้าดัดแปลงหรือทำอะไรมากนัก ไม่กล้าจับมาตัด เย็บอะไรติดเข้าไป

ด้วยอินไซต์ดังกล่าวจึงกลายเป็นที่ว่าของการร่วมมือกับ Apostrophy’s ซึ่งเป็นสตูดิโอดีไซน์ออกแบบที่โดดเด่นเรื่องของการออกแบบประสบการณ์ของผู้ใช้ ออกแบบเว็บไซต์ levis501day.com ขึ้นมา เนื่องในโอกาส 501® Day เพื่อให้จำลองประสบการณ์ในการสร้างกางเกงยีนส์ที่มีเพียงตัวเดียว

501 Day501 Day

โดยวิธีการทำงานของเว็บไซต์คือมันจะดึงข้อมูลเบื้องต้นอย่างเช่น ตัวอักษรจากชื่อ สีของรูปภาพในอัลบั้มรูปมาเปลี่ยนให้กลายเป็นลายกางเกงยีนส์ และสามารถแชร์ไปในโลกโซเชียลฯ ได้ด้วย

และใช่ ทำเพียงเพื่อเป็นกิมมิกเท่านั้น แต่ในวันงาน 501® Day ใครที่อยากได้กางเกงยีนส์ที่เป็นลวดลายจากเว็บไซต์สามารถเดินตรงไปที่โซนของ Apostrophy’s แล้วสั่งพิมพ์ลงบนกางเกงยีนส์ได้จริงๆLEVI’S x Apostrophy’sLEVI’S x Apostrophy’s

LEVI’S® x Thai Artist

อีกสิ่งที่น่าตื่นเต้นคือภายในงาน 501® Day มีการชวนศิลปินที่ได้รับการยอมรับในบ้านเรามาช่วยผู้ร่วมงาน Customize ยีนส์ให้สดๆ ในงาน โดยมีทั้งมานั่งเพนท์กางเกงยีนส์ และทำเป็น Exclusive Patch สำหรับเย็บติดกางเกงยีนส์ของแต่ละคน

Benzilla

โดยรายชื่อศิลปินประกอบด้วย Benzilla ศิลปินสตรีทอาร์ตเจ้าของคาแรกเตอร์คุ้นตาอย่าง Three Balls โอ–ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ ศิลปินนักวาดภาพประกอบเบอร์ต้นๆ ของประเทศ และ LALA SKETCH STAMP ศิลปินที่ซึ่งใช้เทคนิคการแกะยางลบจนกลายเป็นลวดลายต่างๆ

Benzilla

 

LALA SKETCH STAMP

ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์

นอกจากนั้นยังมีการ Collaborate กับแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยแสนสนุกอย่าง Lalalove ที่นำเอาการออกแบบมาทำให้ผ้าขาวม้ากลายเป็นงานออกแบบร่วมสมัยจนโด่งดังไปไกลถึงปารีส นิวยอร์ก โดยในวัน 501® Day จะมีเซ็ตแฟชั่นโชว์ให้ได้ชมกันด้วย

Lalalove

ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงล้วนสอดคล้องกับสิ่งที่ LEVI’S® พยายามสื่อสารว่ายีนส์ LEVI’S® คือผืนผ้าใบที่จะให้คุณสามารถทำอะไรก็ได้ เราต่างสามารถเปลี่ยนยีนส์ตัวหนึ่งให้เป็นตัวตนของเรา ซึ่งทำให้ยีนส์ไม่ใช่เพียงเรื่องของการสวมใส่เท่านั้น หากแต่เป็นสิ่งที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของเราด้วย

501® Day

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม เวลา 17.00 – 22.00 น. สถานที่ ACMEN Ekamai Complex

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

สูตรคูณ

เบื้องหลังงานสร้างสรรค์ครั้งพิเศษจากการ...

สาวกสตรีทแฟชั่นคงคุ้นเคยกับ CARNIVAL กันเป็นอย่างดี Multi Brand สายสตรีทของไทยที่ฮอตฮิตทั้งสนีกเกอร์และเสื้อผ้า ได้รับการยอมรับระดับโลกทั้งคอลเลกชันแบรนด์ชั้นนำที่นำเข้ามาและออกแบบเอง
ความน่าตื่นเต้นในวันนี้คือ เจ้าแห่งสตรีทแฟชั่นจับมือกับเจ้าแห่งโจรสลัด มังงะระดับตำนานโดย เออิจิโร โอดะ (Eiichiro Oda) การ์ตูนขวัญใจคนไทยและแฟนคลับทั่วโลก

CARNIVAL x One Piece คอลเลกชัน 91 แบบที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว
CARNIVAL x One Piece คอลเลกชัน 91 แบบที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว

CARNIVAL x One Piece “Grand Line” Collection เลือกหยิบตัวละครตลอด 24 ปีของ One Piece มาเล่าเรื่องเป็นสินค้า 91 แบบ ทั้งเสื้อผ้าและไอเท็มแฟชั่นมากมายที่เรียกได้ว่าเป็นคอลเลกชันของ One Piece ที่ยิ่งใหญ่และดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาตามเสียงตอบรับของสาวกหลายคน

จากกระแสตอบรับที่ถล่มทลาย ขายเกลี้ยงในล็อตแรกอย่างรวดเร็ว คอลัมน์สูตรคูณในวันนี้พามาฟังความพิเศษของการ Collaboration กันระหว่างสองแบรนด์ว่า ออกคอลเลกชันร่วมกันอย่างไรให้คนแย่งกันตามหาเหมือนล่าสมบัติ

CARNIVAL x One Piece คอลเลกชัน 91 แบบที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว

สปิริตนักล่าสมบัติในแบบของ CARNIVAL

ปิ๊น-อนุพงศ์ คุตติกุล ผู้ปั้น CARNIVAL จากความชื่นชอบส่วนตัวเล่าว่า เขาโตมาในยุค 90 ชอบสตรีทแฟชั่น มีงานอดิเรกคือชอบแต่งตัว อ่านการ์ตูน ดูหนัง ฟังเพลง จึงดึงความชอบของตัวเองเหล่านี้ออกมาผ่านสินค้าแฟชั่นต่างๆ
แบรนด์ CARNIVAL เป็นเหมือนคนหนึ่งคนที่มีคาแรกเตอร์และความชอบเหมือนปิ๊น ที่ผ่านมาในแต่ละปีมักมีคอลเลกชันพิเศษที่ทำร่วมกับการ์ตูน ศิลปิน และแบรนด์ต่างๆ ออกมาตลอดอย่างต่อเนื่อง การ์ตูนทุกเรื่องที่เลือกมักเป็นระดับท็อปของยุค 90 อย่าง สตาร์วอร์ส นารูโตะ ดราก้อนบอล

แต่ละคอลเลกชันหมายถึงความสนุกที่ได้ทำสิ่งใหม่

One Piece เป็นการ์ตูนยุค 90 ที่ปิ๊นบอกว่าโตมาด้วยกัน ติดตามมาตั้งแต่เด็กจนถึงวัยทำงาน คิดว่าแฟน CARNIVAL หลายคนก็โตมากับการ์ตูนเรื่องนี้เช่นกัน และรู้สึกว่าเป็นหนึ่งในการ์ตูนยอดฮิตที่ไม่มีใครล้มแชมป์ได้ตลอดมากว่า 20 ปี มีตัวละครเยอะที่สุดในการ์ตูนญี่ปุ่น ในแต่ละเล่มมีตัวละครใหม่มากมายออกมาเสมอ จึงคิดว่าน่าสนุกถ้าหยิบมาเล่าเรื่องในแบบของ CARNIVAL

CARNIVAL x One Piece คอลเลกชัน 91 แบบที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว

ปิ๊นยังบอกว่าเรื่องราวในการ์ตูนสะท้อนโลกและประเทศที่เราอยู่ โลกของ One Piece มีเผ่ามังกรฟ้า รัฐบาลโลก ทหารเรือ คนปกครอง คนกดขี่ คนรวย คนจน ทำให้คนน่าจะอินกับสตอรี่ได้ไม่ยาก

นอกจากนี้ สิ่งที่เหมือนกันระหว่าง CARNIVAL กับ One Piece คือการเติบโตและฝ่าฟันเพื่อพิชิตเป้าหมาย ลูฟี่ เจ้าแห่งโจรสลัดมุ่งมั่นออกเดินทางเพื่อพิชิตเกาะ ช่วยเหลือคนและตามหาสมบัติ ไล่ล่าตามเป้าหมายใหม่ไปเรื่อยๆ คล้าย CARNIVAL ในตลอดหลายปีที่ผ่านมาที่พร้อมไล่ตามเป้าหมายใหญ่ขึ้นเสมอเหมือนเดินขึ้นขั้นบันได

CARNIVAL x One Piece คอลเลกชัน 91 แบบที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว

สุดเท่ด้วยคาแรกเตอร์ตัวร้าย

CARNIVAL x One Piece เป็นคอลเลกชันใหญ่ที่สุดที่ CARNIVAL เคยทำมา มีทั้งหมด 91 แบบ ทั้งเยอะที่สุดและหยิบตัวละครมาเล่าอย่างไม่เหมือนใคร

“ถ้าติดตาม CARNIVAL จะรู้ว่าเวลาแบรนด์เอาการ์ตูนอะไรก็ตามมาทำ จะไม่เน้นพระเอก แต่เอาคาแรกเตอร์ที่คนคาดไม่ถึงมาทำ เน้นฝั่งตัวร้าย” ปิ๊นบอกว่าสำหรับเขา เวลาอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นแล้วรู้สึกว่าตัวร้ายเท่ไม่แพ้ตัวเอก มีตัวละครที่ชอบเยอะมาก ทั้งมิสเตอร์ทู บอนเคร ชายตาเหยี่ยว ฟลามิงโก้ และอีกมากมาย เลยคิดว่าน่าสนุกดี ถ้าไม่ได้มีแค่เสื้อลายลูฟี่

จากความชอบตัวร้ายในการ์ตูน จึงนำไปสู่การเล่าเรื่องในสินค้า

CARNIVAL x One Piece คอลเลกชัน 91 แบบที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว

“แบรนด์อื่นมักเลือกเฉพาะพระเอกและตัวเด่นในการ์ตูนมาทำ พอเราพลิกเอาตัวร้ายมาทำด้วยเลยไม่น่าเบื่อ เป็นคาแรกเตอร์ที่คนคาดไม่ถึง อย่างถ้าเป็น ดราก้อนบอล ก็จะเลือกตัวละครอย่างมิสเตอร์ซาตาน อูลอน หยำฉา คนเห็นเสื้อแล้วรู้สึกเจ๋ง ตอน นารูโตะ เอาแสงอุษามาเป็นเสื้อลายหลักก็ทำให้คนฮือฮากัน”

ส่วนคอลเลกชัน One Piece มีตัวละครหลากหลายลายที่เป็นตัวร้ายและตัวรองเช่นกัน จากความชอบทหารเรือ ทำให้เลือกสามพลเอกยืนอยู่บนลายด้วยกัน มีลายแก็งบาล็อกเวิร์ก มิฮอว์ก เซอร์ครอคโคไดล์ และอีกมากมาย บางตัวละครที่ป็นที่นิยมก็จะใส่ในสินค้าหลายชิ้นหน่อย

เบื้องหลังมหากาพย์ CARNIVAL x One Piece “Grand Line” คอลเลกชันพิเศษที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว
เบื้องหลังมหากาพย์ CARNIVAL x One Piece “Grand Line” คอลเลกชันพิเศษที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว
เบื้องหลังมหากาพย์ CARNIVAL x One Piece “Grand Line” คอลเลกชันพิเศษที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว

นอกจากเสื้อผ้าที่เป็นจุดเด่น ทั้งเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เสื้อฮู้ด เสื้อเชิ้ตขนปีศาจ หมวกแก็ปลาย One Piece และอีกมากมายแล้วแบรนด์ยังเพิ่มความสนุกด้วยไอเท็มแฟชั่นของสะสมต่างๆ อย่าง Plush Toys หมอนผลไม้ปีศาจ ผลโกมุโกมุ ผลเมระเมระ ผลโอเปะโอเปะ และแพ็กเกจของเล่น 8 สีที่มีสีสันแตกต่างออกไปตามธีมตัวละคร สเก็ตบอร์ด สติกเกอร์ Tower Box Tableware ทั้งแก้วน้ำและจาน

จัดเต็มสมกับที่เป็นคอลเลกชันพิเศษ มีทั้งความหลากหลายและนำเสนอในสิ่งที่แบรนด์อื่นไม่เคยทำ

จากโลกการ์ตูนสู่โลกแฟชั่น

ปิ๊นเล่าว่าการทำงานกับ One Piece ที่ต้องคำนึงถึง License มีข้อจำกัดเยอะมาก ทำให้เตรียมตัวนานแต่สนุก

การทำงานร่วมกันเริ่มจากตกลงสัญญาว่าอยากทำสินค้ากี่ชิ้น มูลค่ากี่บาท ส่งแบบไปให้ทางนั้นดูว่าลายตัวละคร โลโก้ และ Wording อยู่ตรงไหน เมื่อวางลายลงบนเสื้อผ้าแล้ว ต้องเช็กรายละเอียดให้ตรงกับในการ์ตูน เช่น ความสูงของตัวละครถูกต้องไหม ลูฟี่จะสูงกว่าแฟรงกี้ไม่ได้ สีและเสื้อผ้าของตัวละครตรงไหม และมีข้อห้ามบางอย่าง อาทิ ไม่สามารถเอาตัวละครตัวนี้มายืนกับอีกตัวหนึ่ง หากเลือกตัวละครในคนละฉากมาอยู่บนลายเดียวกัน ต้องเป็นตัวละครที่อยู่ในเนื้อเรื่องเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันเท่านั้น และต้องใส่ชุดเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันด้วย ต้องเช็กแล้วปรับแก้จนกว่าจะเหมือนในโลกการ์ตูน 

เบื้องหลังมหากาพย์ CARNIVAL x One Piece “Grand Line” คอลเลกชันพิเศษที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว
เบื้องหลังมหากาพย์ CARNIVAL x One Piece “Grand Line” คอลเลกชันพิเศษที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว

การทำงานร่วมกันระหว่างทั้งสองแบรนด์จึงเป็นการช่วยกันนำตัวละครในโลกการ์ตูน ย้ายมาอยู่ในโลกจริงบนสินค้าแฟชั่น ได้ร่วมคิด ตัดสินใจ และเรียนรู้ร่วมกันในคอลเลกชันพิเศษนี้

เบื้องหลังมหากาพย์ CARNIVAL x One Piece “Grand Line” คอลเลกชันพิเศษที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว

เล่นใหญ่ให้ปัง

คอลเลกชัน One Piece มีคนต่อคิวซื้อหน้าร้านยาวเหยียด และขายล็อตแรกหมดในโลกออนไลน์ตั้งแต่วันแรก สื่อต่างประเทศสายสตรีทแฟชั่นรวมทั้งชาวต่างชาติต่างเข้ามาคอมเมนต์แสดงความสนใจกันในเพจของแบรนด์

ปิ๊นบอกว่าคอลเลกชันนี้ทำให้มองเห็นโอกาสการเติบโตของแบรนด์มากขึ้นว่า แบรนด์ไทยที่อายุไม่ถึง 10 ปีก็มีโอกาสทำให้ตลาดต่างประเทศยอมรับได้ เห็นโอกาสการเปิดร้าน Pop-up ที่ต่างประเทศในอนาคต 

เขาคิดว่าเคล็ดลับที่ทำให้คอลเลกชันพิเศษของ CARNIVAL ปังมาหลายครั้ง คือการหาสิ่งที่ Touch กับคน “ถ้าไม่เคยอ่าน One Piece จะทำคอลเลกชันนี้ไม่ได้ เราหยิบเอาตัวละครที่ Touch กับคนจริงๆ มา เอาตัวละครที่คนอื่นไม่คิดว่าจะเอามา ทำลายที่คนไม่คิดว่าจะทำ ลายดาบโซโล ลายแมลงสื่อสาร ทำลายที่คนเห็นแล้วรู้สึกเท่”

เบื้องหลังมหากาพย์ CARNIVAL x One Piece “Grand Line” คอลเลกชันพิเศษที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว
เบื้องหลังมหากาพย์ CARNIVAL x One Piece “Grand Line” คอลเลกชันพิเศษที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว

แม้ทั้งสองแบรนด์ต่างประสบความสำเร็จอยู่แล้ว แต่การร่วมงานกันทำให้ได้ผลักดันสิ่งสนุกๆ ให้เกิดขึ้น คนที่เขินการใส่เสื้อลายการ์ตูน ก็หันมากล้าใส่มากขึ้น ในกลุ่มสาวก CARNIVAL ที่ชื่นชอบแฟชั่นแต่ไม่รู้จัก One Piece มาก่อน ก็ได้รู้จักมหากาพย์การ์ตูนเรื่องนี้จากคอลเลกชันพิเศษที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน

ต่อไปในอนาคต CARNIVAL จะยังคงมีคอลเลกชันพิเศษแบบนี้ออกมาเรื่อยๆ ทำงานร่วมกับทั้งแบรนด์และศิลปินใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่เป็นไอเท็มแฟชั่น แต่ยังเล่าเรื่องแปลกใหม่และสนุกในรูปแบบของตัวเอง 

เบื้องหลังมหากาพย์ CARNIVAL x One Piece “Grand Line” คอลเลกชันพิเศษที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว

ขอบคุณรูปภาพจาก CARNIVAL

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load