ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เรื่องน่าตื่นเต้นและเป็นกระแสในวงการแฟชั่น หรืออาจรวมถึงวงการธุรกิจอื่นๆ คือการ Collaborate ระหว่างแบรนด์สองแบรนด์

ในแง่งานสร้างสรรค์ การที่แบรนด์สองแบรนด์ซึ่งอาจจะมีจุดเด่นต่างกันมาจับมือกันนั้นช่วยขยายพรมแดนความเป็นไปได้ในการออกแบบจนได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่แบรนด์แบรนด์เดียวไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง

ในแง่ธุรกิจ มีหลายเหตุผลที่แบรนด์ต่างๆ ตัดสินใจทำโปรเจกต์ Collaborate ร่วมกับแบรนด์หรือบุคคลระดับไอคอนในแต่ละยุคสมัย

บางโปรเจกต์เกิดขึ้นเพื่อปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูต่างออกไปจากภาพลักษณ์เดิมที่คนติดตา บางโปรเจกต์เกิดขึ้นเพื่อการแชร์ฐานแฟนคลับของแบรนด์ที่มาร่วม บางโปรเจกต์เกิดขึ้นแชร์ผลงาน นวัตกรรมหรือวัตถุดิบในการผลิตระหว่างกัน

นอกจากนั้นยังมีบางโปรเจกต์ที่เกิดขึ้นด้วยเหตุผลอื่นๆ เช่น เพื่อเฉลิมฉลองในวาระสำคัญของแบรนด์

วันที่ 20 พฤษภาคม ของทุกปีคือวัน 501® Day ซึ่งยึดเอาจากวันที่กางเกงยีนส์ LEVI’S® ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกบนโลก

ซึ่งเราคิดว่าน่าสนใจคือคอนเซปต์ที่เขียนไว้ในกระดาษแผ่นหนึ่งซึ่งเราได้รับเชิญให้ไปร่วมงาน

ประโยคนั้นเขียนว่า ‘WE ARE ALL COLLABORATORS’ หรือที่แปลให้เข้าใจง่ายๆ ว่า เราต่างล้วนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการ Collaborate

 

LEVI’S® x  Brand

‘WE ARE ALL COLLABORATORS’ คือประโยคที่น่าสนใจของแบรนด์ยีนส์อันดับหนึ่งของโลกอย่าง LEVI’S® 

หากย้อนทบทวน ที่ผ่านมาบนถนนสายแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ LEVI’S® เคยร่วมงานโปรเจกต์พิเศษกับแบรนด์ต่างๆ มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นแบรนด์ที่น่าสนใจทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการ Collaborate กับการ์ตูนที่อยู่ในความทรงจำใครหลายคนอย่าง Peanuts แบรนด์รองเท้าบาสเก็ตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง Air Jordan แบรนด์สตรีทระดับโลกอันลือลั่นอย่าง Supreme หรือแบรนด์แฟชั่นอันร้อนแรงของ Virgil Abloh ดีไซเนอร์แห่งยุคอย่าง OFF-WHITE

LEVI’S Air Jordan LEVI’S LEVI’S Supreme

โปรเจกต์ต่างๆ ที่ยกตัวอย่างทำให้เราได้เห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ ภายใต้ผลิตภัณฑ์เดิมๆ เราได้เห็นยีนส์ในมิติใหม่ๆ วิธีการตัดเย็บใหม่ๆ หรือการที่ผ้ายีนส์อันเป็นเอกลักษณ์ของ LEVI’S® ถูกใช้เป็นวัตถุดิบในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่แปลกใหม่

ซึ่งโปรเจกต์กับแบรนด์ยักษ์ใหญ่ต่างๆ ที่ว่ามาล้วนยืนยันถึงความแข็งแกร่งในแง่แบรนด์และการได้รับการยอมรับของ LEVI’S® ในระดับโลกได้เป็นอย่างดี

LEVI’S Snoopy LEVI’S Snoopy

หากแต่ในวาระสำคัญอย่าง 501® Day ปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่ครบรอบ 145 ปี LEVI’S® ไม่ได้เลือกที่จะ Collaborate กับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง หรือดีไซเนอร์คนใดคนหนึ่ง แต่ LEVI’S® จะ Collaborate กับทุกคน เพื่อสร้างกางเกงยีนส์ที่มีเพียงตัวเดียวในโลก-กางเกงยีนส์ของคุณ

ตามคอนเซปต์ที่ว่า ‘WE ARE ALL COLLABORATORS’

 

LEVI’S® x You

ในแง่แบรนด์ LEVI’S® ถือเป็นแบรนด์แสนพิเศษ ที่น้อยแบรนด์นักจะพาตัวเองไปยืนอยู่จุดนั้น นั่นคือสามารถเข้าไปอยู่ในใจผู้คนอันหลากหลาย ไร้กำแพงเรื่องเพศ วัย หรือสถานะทางสังคม

ด้วยความที่ผ่านยุคผ่านสมัยมากว่า 145 ปี ทำให้แบรนด์มีประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตของผู้คนหลากหลายยุคสมัย จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเครื่องนุ่งห่มสำหรับคนในเหมือง เชื่อว่าหากวันนี้ Levi Strauss ยังมีชีวิตอยู่เขาคงประหลาดใจไม่น้อยที่สิ่งที่เขาคิดค้นขึ้นจะมาไกลถึงเพียงนี้

LEVI’S

หากจะมีสิ่งใดที่ไม่เปลี่ยนไปจากวันแรกคงเป็นการที่กางเกงยีนส์ LEVI’S® ยังคงเป็นสิ่งที่ตอบสนองการใช้ชีวิตของผู้คน อยู่ในวิถีชีวิตของคนอันหลากหลาย ซึ่งสอดคล้องกับประโยคหนึ่งซึ่งใช้เป็นแคมเปญหลักของ LEVI’S® เสมอมา นั่นคือ ‘Live in Levi’s’

และหลายคนคงรู้อยู่แล้วว่ากางเกงยีนส์แต่ละตัวนั้นจะมีลวดลาย สีสัน แปรเปลี่ยนไปตามแต่ชีวิตของผู้ที่สวมใส่กางเกงยีนส์ตัวนั้นๆ

กางเกงยีนส์ที่ซื้อพร้อมกัน รุ่นเดียวกัน แต่ใส่โดยคนที่ใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน สุดท้ายลวดลายที่อยู่บนกางเกงยีนส์ก็จะแตกต่างกัน ซึ่งนั่นเป็นที่มาของคอนเซปต์ ‘WE ARE ALL COLLABORATORS’ ในวาระเฉลิมฉลอง ‘501® Day’

อย่างที่รู้กันว่าช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมาเทรนด์การ Collaborate นั้นเป็นกระแสในวงการแฟชั่น LEVI’S® จึงหยิบจับคำนี้มาใช้ ด้วยการตีความว่าการที่กางเกง LEVI’S® ของแต่ละคนมีลวดลายแตกต่างกันนั้นเปรียบเสมือนการ Collaborate ระหว่าง LEVI’S® ซึ่งเป็นผู้ผลิต กับผู้ที่สวมใส่ทุกคน

‘Invented by us. Reinvented by you.’ คือประโยคที่ทาง LEVI’S® ใช้สื่อสารถึงแคมเปญนี้ที่จะชวนให้ทุกคนลุกขึ้นมาสร้างสรรค์ยีนส์ที่มีเพียงตัวเดียวในโลกด้วยการใส่ตัวตนของแต่ละคนลงไปในยีนส์ด้วยการสวมใส่จนเกิดร่องรอย หรือประดิดประดอยด้วยเทคนิคต่าง เปรียบเสมือนยีนส์ LEVI’S® นั้นเป็นเหมือนผืนผ้าใบของศิลปิน

ซึ่งสิ่งต่างๆ ที่อยู่ภายในงาน 501® Day จะยิ่งยืนยันว่าเราทุกคนสามารถ Collaborate กับ LEVI’S® ได้

501 Day

LEVI’S® x Apostrophy’s

แม้ในต่างประเทศการตัดและแต่งกางเกงยีนส์จะได้รับอย่างแพร่หลาย โดยภายในร้านที่เป็น Flagship Store ของ LEVI’S® จะมีมุมที่ให้บริการในการ Customize กางเกงยีนส์ที่เรียกว่า ‘Levi’s Tailor Shop’ ซึ่งจะมี Tailor Master คอยให้บริการ แต่ในบ้านเราเรื่องนี้ยังนับเป็นเรื่องไม่คุ้น

และข้อมูลอินไซด์หนึ่งที่น่าสนใจซึ่งทางแบรนด์ LEVI’S® ประเทศไทยบอกเล่าให้ฟังคือ คนไทยเวลาได้ซื้อยีนส์ตัวใหม่มักไม่ค่อยกล้าดัดแปลงหรือทำอะไรมากนัก ไม่กล้าจับมาตัด เย็บอะไรติดเข้าไป

ด้วยอินไซต์ดังกล่าวจึงกลายเป็นที่ว่าของการร่วมมือกับ Apostrophy’s ซึ่งเป็นสตูดิโอดีไซน์ออกแบบที่โดดเด่นเรื่องของการออกแบบประสบการณ์ของผู้ใช้ ออกแบบเว็บไซต์ levis501day.com ขึ้นมา เนื่องในโอกาส 501® Day เพื่อให้จำลองประสบการณ์ในการสร้างกางเกงยีนส์ที่มีเพียงตัวเดียว

501 Day501 Day

โดยวิธีการทำงานของเว็บไซต์คือมันจะดึงข้อมูลเบื้องต้นอย่างเช่น ตัวอักษรจากชื่อ สีของรูปภาพในอัลบั้มรูปมาเปลี่ยนให้กลายเป็นลายกางเกงยีนส์ และสามารถแชร์ไปในโลกโซเชียลฯ ได้ด้วย

และใช่ ทำเพียงเพื่อเป็นกิมมิกเท่านั้น แต่ในวันงาน 501® Day ใครที่อยากได้กางเกงยีนส์ที่เป็นลวดลายจากเว็บไซต์สามารถเดินตรงไปที่โซนของ Apostrophy’s แล้วสั่งพิมพ์ลงบนกางเกงยีนส์ได้จริงๆLEVI’S x Apostrophy’sLEVI’S x Apostrophy’s

LEVI’S® x Thai Artist

อีกสิ่งที่น่าตื่นเต้นคือภายในงาน 501® Day มีการชวนศิลปินที่ได้รับการยอมรับในบ้านเรามาช่วยผู้ร่วมงาน Customize ยีนส์ให้สดๆ ในงาน โดยมีทั้งมานั่งเพนท์กางเกงยีนส์ และทำเป็น Exclusive Patch สำหรับเย็บติดกางเกงยีนส์ของแต่ละคน

Benzilla

โดยรายชื่อศิลปินประกอบด้วย Benzilla ศิลปินสตรีทอาร์ตเจ้าของคาแรกเตอร์คุ้นตาอย่าง Three Balls โอ–ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ ศิลปินนักวาดภาพประกอบเบอร์ต้นๆ ของประเทศ และ LALA SKETCH STAMP ศิลปินที่ซึ่งใช้เทคนิคการแกะยางลบจนกลายเป็นลวดลายต่างๆ

Benzilla

 

LALA SKETCH STAMP

ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์

นอกจากนั้นยังมีการ Collaborate กับแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยแสนสนุกอย่าง Lalalove ที่นำเอาการออกแบบมาทำให้ผ้าขาวม้ากลายเป็นงานออกแบบร่วมสมัยจนโด่งดังไปไกลถึงปารีส นิวยอร์ก โดยในวัน 501® Day จะมีเซ็ตแฟชั่นโชว์ให้ได้ชมกันด้วย

Lalalove

ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงล้วนสอดคล้องกับสิ่งที่ LEVI’S® พยายามสื่อสารว่ายีนส์ LEVI’S® คือผืนผ้าใบที่จะให้คุณสามารถทำอะไรก็ได้ เราต่างสามารถเปลี่ยนยีนส์ตัวหนึ่งให้เป็นตัวตนของเรา ซึ่งทำให้ยีนส์ไม่ใช่เพียงเรื่องของการสวมใส่เท่านั้น หากแต่เป็นสิ่งที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของเราด้วย

501® Day

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม เวลา 17.00 – 22.00 น. สถานที่ ACMEN Ekamai Complex

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

สูตรคูณ

เบื้องหลังงานสร้างสรรค์ครั้งพิเศษจากการ...

ไม่มีใครไม่รู้จัก UNIQLO แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังจากญี่ปุ่น อย่างน้อยในตู้เสื้อผ้าของทุกคนจะมีสินค้าของยูนิโคล่ 1 ชิ้น 

สำหรับใครที่มีมากกว่านั้น เราคือเพื่อนกัน

ไม่ว่ายูนิโคล่จะออกคอลเลกชันใหม่เป็นอะไร Collaborate กับแบรนด์ไหน หรือเสื้อสีใหม่มาเมื่อไหร่ เราไม่เคยพลาด ยิ่งช่วงหลังที่กระแสแฟชั่นวินเทจ 70 – 80 กลับมา ไม่ใช่กางเกงยีนส์เอวสูงเท่านั้นที่ต้องมี เสื้อยืดลายการ์ตูนสมัยเด็กหรือกราฟิกเท่ๆ ก็เป็นไอเทมที่ต้องมีติดตู้เสื้อผ้า และกลายเป็นว่าเข้าร้านยูนิโคล่เมื่อไหร่ ต้องแวะไปที่ชั้นและราววางของ UT หรือเสื้อยืดพิมพ์ลายของยูนิโคล่ก่อนทุกที

ระหว่างที่ลังเลเลือกหยิบ UT คอลเลกชัน Keith Haring Party of Life ของ Keith Haring กับเสื้อลาย ‘Break The Mold’ ในคอลเลกชัน Rise Again By Verdy ของ Verdy ใส่ตะกร้า ก็อยากรู้วิธีคิดเบื้องหลังของ UT และที่มาของเสื้อยืดกว่า 1,000 แบบ

“คล้ายกับการเลือกแผ่นเสียงที่ร้านนะ ต่างกันก็แค่เปลี่ยนจากแผ่นเสียงเป็นเสื้อยืด” ใครสักคนตอบ เมื่อเราถามถึงความรู้สึกที่มีต่อ UT

เราเห็นด้วย รู้สึกสนุกทุกครั้งที่ค่อยๆ รูดราวแขวนเสื้อเพื่อค้นหาลายใหม่ๆ

ว่าแล้วก็เลิกลังเลใจ หยิบ UT 2 ชิ้นใส่ตระกร้าเดินตรงไปที่จุดชำระเงิน

Art of Life

ยูนิโคล่เป็นแบรนด์ที่เชื่อว่าเสื้อผ้าไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่ต้องช่วยแก้ปัญหาหรือทำให้ชีวิตของผู้สวมใส่ดีขึ้น เป็น LifeWear ที่คิดถึงคุณภาพ สวยทันสมัย ทุกคนเอื้อมถึงได้ และใส่สบายในทุกวัน

สินค้าของยูนิโคล่ทุกชิ้นถูกคิดเพื่อตอบโจทย์เหล่านั้น

จากปรัชญาของยูนิโคล่ที่อยากนำเสนอคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่ลูกค้า พวกเขาพบว่าศิลปะทำให้คนมีชีวิตที่รื่นรมย์ขึ้น แต่สิ่งที่ท้าทายคือ วิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นที่นับวันยิ่งห่างเหินจากศิลปะมากขึ้นทุกที

จะทำอย่างไรให้ศิลปะเข้ามาสู่ชีวิตผู้คน ไม่ใช่แค่ชื่นชม แต่ต้องทำให้รู้สึกสนุกกับงานศิลปะ

คำถามคือ เสื้อผ้าชิ้นไหนคือชิ้นที่ทุกคนมีในตู้เสื้อผ้า

คำตอบก็คือ เสื้อยืด ซึ่งแสดงตัวตนและทัศนคติของผู้สวมใส่ชัดเจนกว่าเสื้อผ้าชิ้นอื่นๆ

UT เสื้อยืดพิมพ์ลายของยูนิโคล่ จากชื่อเดิม UNIQLO T-Project จึงรับบทผืนผ้าใบแสดงงานศิลปะสำหรับทุกคนตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เป็นเสื้อยืดที่มากกว่าเสื้อยืด เพราะวิธีคิดเบื้องหลัง UT ฉลาดและสนุกมาก โดยเสื้อ UT รุ่นแรกเป็นเสื้อยืดลายการ์ตูนญี่ปุ่น เพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมญี่ปุ่นสู่สายตาชาวโลก

ก่อนตามมาด้วยเสื้อยืดกว่า 1,000 แบบ ทำให้ตัวละคร ภาพยนตร์ งานของศิลปินรุ่นใหม่ชาวญี่ปุ่น หรือแม้แต่แบรนด์เก่าแก่ กลายเป็นที่รู้จักในโลก UT ในปัจจุบันนอกจากเสื้อยืดแล้ว ยังมีเสื้อแขนยาว กางเกง ชุดกระโปรง ชุดใส่อยู่บ้าน รองเท้าในบ้าน ไปจนถึงตุ๊กตา

Wear Your World

เมื่อ UT ตั้งใจจะเป็นเสื้อยืดที่สะท้อนตัวตนและคุณค่าของผู้สวมใส่ บอกว่าคุณเป็นใคร มาจากไหน และความเชื่อของคุณคืออะไร ทำให้ UT จำเป็นต้องมีคอนเทนต์หรือเรื่องราวที่หลากหลายมากพอครอบคลุมตัวตนที่แตกต่างของคนทุกเพศทุกวัย โดยแบ่งเนื้อหาเป็น 9 ประเภท ได้แก่ From Japan, Art, Character, The Brands, Magic For All, Women’s Wardrobe, Musician & Celebrity, Sweat และ Goods

UT กับที่มาของเสื้อยืดพิมพ์ลายกว่า 1,000 แบบของ UNIQLO

From Japan เช่น Game, Manga and Anime คอลเลกชันที่นำสุนทรียะของศิลปะวัฒนธรรมญี่ปุ่นมานำเสนอในรูปแบบใหม่ที่มีความร่วมสมัย เช่น คอลเลกชัน Hokusai Blue ที่เน้นสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ของโฮคุไซ หรือ Katsushika Hokusai ศิลปินภาพพิมพ์ผู้ให้กำเนิดศิลปะแนวอิมเพรสชันนิสม์และแรงบันดาลสำคัญของ Van Gogh

รวมถึงคอลเลกชันคาแรกเตอร์และโลโก้จากการ์ตูนและเกมโปรด ซึ่งเป็นวัฒนธรรมและความบันเทิงที่คนญี่ปุ่นภูมิใจ ทั้งยังพาเรากลับหาความสนุกแบบเด็กๆ เช่น งานของ Makoto Shinkai ผู้กำกับแอนิเมชันเรื่องดังอย่าง Your Name ซึ่งภายใต้เรื่องราวโรแมนติกแฟนตาซีมีรายละเอียดเรื่องประเพณีญี่ปุ่นซ่อนอยู่ ล่าสุดชินไคกำลังจะมีผลงานเรื่องใหม่เข้าฉายเร็วๆ นี้ ชื่อเรื่อง Weathering With You

Art คอลเลกชันที่ผสมผสานผลงานจากศิลปินชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นจากวงการศิลปะ ภาพยนตร์ และวงการออกแบบภายใน เช่น Sprz NY Andy Warhol หรือ เซอร์ไพรส์นิวยอร์ก คอลเลกชันของศิลปินป๊อปอาร์ตแนวหน้า KAWS:Summer งานของศิลปินสตรีทอาร์ตระดับไอคอนที่คนไปรอซื้อตั้งแต่ร้านเปิด หรืองานของ Miranda July ศิลปิน นักเขียน และผู้กำกับภาพยนตร์อิสระ ที่สร้างสรรค์ลายเสื้อจากวลีและประโยคสนุกๆ

Character คอลเลกชันจากแอนิเมชันและคาแรกเตอร์ที่ทุกคนชื่นชอบ นำเสนอในรูปแบบของ LifeWear ให้เก็บสะสมได้ เช่น Sanrio คอลเลกชันพิเศษ Hello Kitty ครบรอบ 45 ปี Peanuts เรื่องราวการผจญภัยของ Charlie Brown กับ Snoopy สุนัขคู่ใจ ที่สอดแทรกบทเรียนชีวิตลึกซึ้งจนคนทั้งโลกหลงรัก

The Brands คอลเลกชันจากการทำงานร่วมกันระหว่างยูนิโคล่และแบรนด์ที่มีปรัชญาความเชื่อคล้ายกัน ซึ่งเต็มไปด้วยแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่คุณชื่นชอบ เช่น The Brand Okashi หรือขนมหวาน ซึ่งกลายเป็นเสื้อ UT ที่ขายดีมากในไทยอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะลายกราฟิกขนม Milky

Magic For All คอลเลกชันที่จับมือกันระหว่างยูนิโคล่และ Walt Disney เพื่อเฉลิมฉลองความเป็นเด็กของเราทุกคนผ่านคาแรกเตอร์ที่คุ้นเคย เช่น Mickey Art คอลเลกชันที่ชวนนักวาดภาพประกอบ 5 คน 5 สไตล์ตีความมิกกี้เมาส์ผ่านลายเส้นของตัวเอง หรือ Marvel X Jason Polan คอลเลกชันฮีโร่มาร์เวลในลายเส้นของ Jason Polan ศิลปินจากนิวยอร์กที่ใครเห็นเป็นต้องใจเต้นตาม

Women’s Wardrobe หรือเหล่าคอลเลกชันที่ยูนิโคล่ร่วมทำงานกับแบรนด์ออกแบบลายผ้าชื่อดัง เช่น Marimekko แบรนด์เสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์จากฟินแลนด์ หรือคอลเลกชันที่ทำงานร่วมกับ Sanderson แบรนด์วอลเปเปอร์อายุ 159 ปีจากอังกฤษ เปลี่ยนเสื้อยืดลายดอกไม้ให้หรูหราขึ้นถนัดตา

Musician & Celebrity รวมคอลเลกชันที่ชวนศิลปินและบุคคลที่มีชื่อเสียงมาออกแบบลายเสื้อ เช่น คอลเลกชัน Save Japan! เมื่อปี 2011 ที่ชวน Lady Gaga, Karl Lagerfeld, Gwyneth Paltrow, Nicole Kidman, Blake Lively, Victoria Beckham และ Orlando Bloom ออกแบบลายเสื้อเพื่อระดมทุนช่วยผู้ประสบภัยสึนามิ

นอกจากเสื้อยืดแล้ว UT ยังมี Sweat คอลเลกชันเสื้อแขนยาว และ สินค้าอื่นๆ เช่น ตุ๊กตาและกระเป๋าออกแบบพิเศษด้วย

การคัดสรรเนื้อหาจากทั่วโลก ตั้งแต่งานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินร่วมรุ่นใหม่ที่น่าจับตา ตัวละครจากการ์ตูนที่ทุกคนชอบ ไปจนถึงแบรนด์ดังที่ทุกคนรัก เพื่อเล่าวัฒนธรรมที่หลากหลายผ่านเสื้อยืด ยูนิโคล่จะเลือกทำงานกับพาร์ตเนอร์ที่เชื่อในเรื่องเดียวกัน เช่น แบรนด์ที่มีปรัชญาคล้ายกัน หรือเรื่องราวของตัวละครที่มีวิธีคิดไม่ต่างกับยูนิโคล่

More Than T-Shirt

เรามาเพื่อบอกว่า UT ไม่ใช่เสื้อยืดลายการ์ตูนน่ารักๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจ

นอกจากแนวคิดเบื้องหลัง คุณค่าที่บ่งบอกตัวตนผู้สวมใส่ และการสะท้อนวัฒนธรรม สิ่งที่ทำให้ UT เป็นเสื้อยืดที่ไม่ธรรมดา ได้แก่

หนึ่ง คุณภาพตามปรัชญาของแบรนด์ซึ่งคิดถึงคนใส่ในทุกขั้นตอน ทั้งการพิมพ์ลายที่ไม่ทำให้เสียดสีระคายเคืองขณะสวมใส่ และตำแหน่งป้ายแท็กที่อยู่ตรงชายเสื้อด้านล่างแทนหลังคอเสื้อ

สอง เนื้อหาบนเสื้อที่ไม่ซ้ำใคร และหาซื้อไม่ได้จากร้านทั่วไป เพราะสร้างสรรค์ขึ้นมาพิเศษเฉพาะ UT เช่น คอลเลกชัน Pixar ปีนี้ เล่าเหตุการณ์พักร้อนที่แคลิฟอร์เนียของเหล่าตัวละครจากค่ายพิกซาร์ หรือการทำงานร่วมกันซ้อนในการทำงานร่วมกันอีกทอดหนึ่ง เช่น UNIQLO x KAWS x Sesame Street และ UNIQLO x MARVEL x Jason Polan โดยเนื้อหาที่นำเสนอต้องไม่ส่งผลกระทบต่อใคร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และเพศ

สาม ที่สำคัญ UT ทำให้เราเข้าถึงงานของศิลปินหรือแบรนด์ดังในราคาที่เอื้อมถึง จากงานออกแบบราคาหลักพันหลักหมื่น UT ทำให้เราเป็นเจ้าของเสื้อลาย KAWS และ Marimekko ในราคาเพียง 390 หรือ 590 บาท 

UT Weekly

สิ่งที่น่าสนใจคือ วิธีคาดการณ์ความชอบของตลาดของทีมยูนิโคล่ ที่ไม่ว่าจะออก UT คอลเลกชันไหนก็ได้รับการตอบรับที่ดีเสมอ

UT ไม่จำกัดจำนวนคอนเทนต์ในแต่ละปี แต่เฉลี่ยให้งานของศิลปิน คาแรกเตอร์ และแบรนด์ มีจำนวนคอลเลกชันใหม่ใกล้เคียงกัน โดยติดตามกระแสไปพร้อมๆ กับมองหาผลงานศิลปะร่วมสมัย แล้วใช้สถิติเพื่อวิเคราะห์ความต้องการของตลาดและบริหารจัดการคลังสินค้า

ก่อนส่งไม้ต่อให้ทีมสื่อสารและการตลาดแต่ละประเทศเลือกหยิบเรื่องราวของแต่ละลายมาสื่อสารซึ่งไม่ซ้ำกัน โดยหนึ่งในกลยุทธ์คือ การสื่อสารให้สอดคล้องกับเทศกาลและวันสำคัญต่างๆ เช่น มีเสื้อลายมิกกี้เมาส์สีทองต้อนรับวันตรุษจีน หรือมีเสื้อลาย SPRZ MoMA วางขายในวันเปิด The Museum of Modern Art หรือ MoMA และหากเป็นช่วงหน้าร้อนผ้าของเสื้อยืดจะใส่สบายกว่า รวมถึงสินค้าที่เป็นเสื้อแขนยาวและผ้าห่มสำหรับฤดูหนาวด้วย นั่นทำให้แต่ละปี UT ออกคอลเลกชันใหม่จำนวนไม่เท่ากัน โดยเฉลี่ยแล้ว UT มีคอนเทนท์ใหม่ให้แฟนยูนิโคล่ติดตามทุกสัปดาห์

ไม่แปลกใจว่าเดินเข้าร้านยูนิโคล่ทีไร ทำไมได้เสื้อติดมือกลับบ้านทุกสัปดาห์ การมีอยู่ของ UT ทำให้แฟนคลับยูนิโคล่หลายคนเดินเข้าร้านเพื่ออัพเดตเสื้อลายใหม่โดยเฉพาะ

คล้ายการเลือกแผ่นเสียงในร้านแผ่นเสียง การรูดราวเสื้อยืด UT เพื่อดูลายใหม่ๆ ให้ความรู้สึกไม่ต่างกัน

ของไทยใน UT

ไม่เพียงลายเสื้อของคาแรกเตอร์เจ้าประจำ และงานของศิลปินชื่อดังซึ่งมีแฟนคลับอยู่ทั่วโลก UT ยังเปิดโอกาสให้ศิลปินหน้าใหม่ที่มีแฟนคลับเฉพาะกลุ่ม ไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างแต่ทำงานเจ๋งๆ มากมาย เช่น Miranda July ศิลปิน นักเขียน และผู้กำกับภาพยนตร์อินดี้ รวมถึงศิลปินท้องถิ่น เช่น คอลเลกชัน Feel the SEA UT ที่ทำงานร่วมกับศิลปินจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีงานของ รักกิจ ควรหาเวช ศิลปินสตรีทอาร์ต และ มินชญา ชโยสัมฤทธิ์ กราฟิกดีไซเนอร์และศิลปินภาพพิมพ์เจ้าของสตูดิโอ The Archivist จากประเทศไทยรวมอยู่ด้วย

ที่น่าตื่นเต้นที่สุด คือ UT Grand Pix หรือ UTGP ที่เปิดโอกาสให้แฟนคลับ UT ทุกคน ส่งแบบประกวดการออกแบบลายเสื้อตามโจทย์ที่กำหนด เป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะเป็นศิลปินที่มีงานวางขายในร้าน UNIQLO ทุกสาขาทั่วโลก โดยปีที่ผ่านมามีผลงานของนักออกแบบชาวไทยได้รางวัล UTGP Nintendo 2017 และ UTGP Marvel 2018 ด้วย สำหรับ UTGP ปีนี้เป็นคิวของ UTGP Pokemon 2019

ผลงานของ Viva นักออกแบบชาวไทย ได้รับรางวัลที่สอง UTGP Marvel 2018

หรือหากใครอยากออกแบบลายเสื้อไว้ใส่เองคนเดียว เป็นเสื้อ UT คู่ หรือเสื้อกลุ่ม ก็ออกแบบได้เลยที่แอปพลิเคชัน UTme และนำลายที่ออกแบบไปพิมพ์ได้ที่ร้านยูนิโคล่สาขาเซนทรัลเวิลด์

LifeWear

ไม่ใช่แค่เสื้อยืดลายกราฟิกของยูนิโคล่ แต่ UT เป็นตัวแปรที่สำคัญมากของยูนิโคล่

แม้จะออกคอลเลกชันใหม่บ่อยมาก แต่ UT ก็ไม่ใช่แฟชั่นจานด่วนที่เดี๋ยวมาเดี๋ยวไป

UT นำพาศิลปะเข้ามาในชีวิตผู้คน จากเดิมที่งานของศิลปินหรือแบรนด์ที่ชอบมีราคาค่อนข้างสูงเกินเอื้อม เราจึงได้แต่ชื่นชมอยู่ห่างๆ แต่ UT ทำให้ทุกคนมีโอกาสตามซื้องานที่ชอบมาเก็บสะสมในราคาที่เข้าถึงได้

UT ทำให้งานศิลปะระดับตำนานกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ทำให้งานของศิลปินญี่ปุ่นเป็นที่รู้จัก ทำให้งานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินหน้าใหม่มีพื้นที่แสดงงานพิสูจน์ความสามารถ

เป็นภัณฑารักษ์อันดับหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เสื้อผ้ามีชีวิต

UT ทำให้เจอเสื้อยืดที่เราอยากใส่ เป็นตัวแทนโลกทั้งใบของเรา ทำให้กล้าประกาศตัวตนและความชอบของตัวเองออกมาตรงๆ

UT มีบางอย่างที่เชื่อมโยงกับความทรงจำของผู้คน มีคนบอกว่าเห็นเสื้อลายมิกกี้แล้วนึกถึงตุ๊กตาตัวแรกที่แม่ซื้อให้ นึกถึงเกมและการ์ตูนที่อ่านเล่นกับเพื่อน เป็นต้น

UT ทำให้แบรนด์ยูนิโคล่เข้าไปนั่งอยู่ในใจกลุ่มคนที่กว้างขึ้น จากเดิมที่ลูกค้าประจำยูนิโคล่ ได้แก่ วัยทำงาน ไปจนถึงวัยกลางคนชนชั้นกลางที่ต้องการเสื้อผ้าคุณภาพดีสำหรับวันทำงานและวันสบายๆ แต่เพราะของดีมีคุณภาพ ราคาถูก ได้เลือกเสื้อลายที่ถูกใจ ทำให้ UT ขยายกลุ่มลูกค้าไปยังแฟนคลับของแบรนด์หรือศิลปินที่ยูนิโคล่ทำงานด้วย ยิ่งสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และจากจำนวนคอลเลกชัน UT ในแต่ละปี แต่ละฤดูกาล ทำให้การออกคอลเลกชันใหม่ของ UT โดยเฉลี่ยคือทุกสัปดาห์ เพิ่มโอกาสและแรงจูงใจให้คนอยากแวะเวียนมาที่หน้าร้านมากขึ้นติดตาม UT คอลเลกชันใหม่ที่จะปล่อยช่วงครึ่งปีหลังนี้ได้ที่ Uniqlo Thailand

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load