The Cloud X สารคดีสัญชาติไทย

ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นเวลาเที่ยงวัน แต่รอบตัวของเรานั้นมืดสนิท สายตามองเห็นได้แต่จุดที่แสงไฟส่องกระทบ ด้านล่างคือความลึก มืดสนิทขนาดที่แสงไฟฉายก็ถูกดูดกลืนหายไปจนหมด 

“ยังไม่มีใครรู้ว่าระบบถ้ำใต้นั้นสิ้นสุดที่ไหน” คุณคล้าว นักดำน้ำเทคนิคัลที่พ่วงดีกรีเป็นครูสอนดำถ้ำเพียงไม่กี่คนในเมืองไทย เล่าถึง ‘สองห้อง’ ให้เราฟังด้วยดวงตาลุกวาว “ข้างใต้นั้นมืดสนิท เราลอยตัวอยู่กลางน้ำ ด้านล่างใต้ตัวเราคือหลุมลึก ความลึกลงไปเป็นร้อยเมตร มันให้ความรู้สึกคล้ายกับการลอยอยู่ในห้วงอวกาศ”

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
ในโพรงถ้ำมืดสนิท สายตามองเห็นได้แต่สิ่งที่แสงไฟสาดกระทบ เบื้องล่างไม่มีสิ่งใดรองรับเป็นความมืดมิดที่ดูดกลืนแสงไปจนหมด

ตัวหนังสือทาสีสดใสวางเรียงเป็นชื่อ ‘ทะเลสองห้อง’ ตามสไตล์สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องแวะชม ช่างแตกต่างกับสิ่งที่อยู่ซ่อนข้างใต้นั้นอย่างห่างไกล ไกลจนถ้าใช้คำว่า ‘คนละโลก’ ก็คงไม่ผิดนัก

จุดท่องเที่ยวที่ดูเหมือนเป็นจุดชมวิวสระน้ำสีเขียวใส มีถ้ำและเส้นทางน้ำใต้ดินที่กว้างใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทยซ่อนอยู่ด้านล่าง โพรงถ้ำใต้น้ำวางตัวอยู่ใต้ถนนและอาคารบ้านเรือนในชุมชนแถวนั้น กว้างใหญ่กว่าพื้นที่ปากทะเลสาบที่เห็นจากด้านบน 

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
ป้ายสีสำหรับนักท่องเที่ยวแวะชมวิว แตกต่างราวกับคนละโลกกับถ้ำด้านล่าง

การสำรวจล่าสุดนักดำน้ำลงไปได้ถึงระดับความลึกเกือบ 200 เมตร โดยกินระยะทางยาวจากปากถ้ำเป็นกิโล แต่เส้นทางยังต่อเนื่องลาดลงลึกไปอีก และยังไม่มีทีท่าว่าจะพบจุดสิ้นสุดของโพรงถ้ำ

ถ้าหากถ้ำนี้เป็นถ้ำแห้งอยู่ในภูเขาสูง การสำรวจเส้นทางภายในทั้งหมดคงทำเสร็จได้ในเวลาไม่กี่ปี แต่ถ้ำใต้น้ำอย่างสองห้องนี้ ผ่านมาเกิน 10 ปีแล้ว ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดของมันเจอ ระยะทางที่เข้าไปหากมีความลึกทางแนวดิ่งเพิ่มขึ้นเพียง 10 เมตร นั่นคือเวลารวมของการดำน้ำสำรวจที่ยาวนานขึ้นหลายชั่วโมง

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
การลงดำน้ำในพื้นที่ลึกกว่าปกติ ไม่สามารถใช้อากาศธรรมดาเพียงถังเดียว บางครั้งต้องพกอากาศที่มีส่วนผสมพิเศษไปมากกว่าหนึ่งถัง

ร่างกายของมนุษย์เรานั้นสร้างขึ้นมาให้อยู่บนบก เมื่อเราลงไปหายใจอยู่ใต้แรงกดของน้ำเป็นเวลานาน ไนโตรเจนที่ปนอยู่ในอากาศจะละลายเข้าไปในร่างกาย แทรกซึมไปตามเส้นเลือดและกล้ามเนื้อ ถ้าหากเราจะกลับขึ้นมาจากใต้น้ำที่มีแรงกดนั้น เราต้องค่อยๆ ปรับระดับให้ไนโตรเจนละลายออกไป การเปลี่ยนความกดดันโดยเร็วจะทำให้ก๊าซที่อิ่มตัวในร่างกายเรากลายเป็นฟองอากาศ และก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บที่อาจอันตรายถึงชีวิตได้

การใช้เวลาที่ความลึก 30 เมตรเพียงครึ่งชั่วโมง จะต้องใช้เวลาตลอดทั้งไดฟ์รวมกันเกือบ 2 ชั่วโมง 

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
ตุ๊กตาเจ้าหญิงตัวนี้ตกอยู่ที่พื้นสระด้านบนหลังวันลอยกระทงเมื่อไม่นานมานี้ หนึ่งในนักดำถ้ำย้ายเธอลงมาเป็นเจ้าหญิงที่โดนพันธนาการไว้ และคอยเฝ้ามองทุกคนอยู่ที่ระดับความลึก 30 เมตร

ผนังถ้ำด้านหน้าที่เห็นอยู่แตกต่างกับผนังถ้ำบกที่คุ้นเคยเล็กน้อย ไม่มีร่องรอยของหินงอกหินย้อยให้เห็น บ่งบอกถึงอดีตของถ้ำที่ไม่เคยเป็นถ้ำแห้งมาก่อน ที่นี่เป็นถ้ำแบบหลุมยุบ น้ำที่ท่วมขึ้นมากัดเซาะส่วนที่อ่อนนุ่มกว่าไปเรื่อยๆ เหลือแต่โครงสร้างหินแข็งทิ้งเอาไว้

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
พื้นที่ถ้ำของสองห้อง มีศัพท์เฉพาะเรียกว่า Sink Hole โครงสร้างผนังถ้ำเกิดจากการกัดเซาะโครงสร้างที่อ่อนนุ่มกว่าไปเรื่อยๆ จนเหลือแต่โครงสร้างหินแข็ง

เราเตะขาว่ายตามแนวเส้นเชือกสีแดงที่พาดเลียบผนัง ไปเรื่อยอย่างช้าๆ เหมือนฮันเซลกับเกรเทลที่ทิ้งก้อนกรวดและขนมปังไว้เพื่อให้กลับบ้านได้อย่างปลอดภัย เชือกเส้นนี้คือเส้นอ้างอิงของเส้นทาง เป็นเส้นชะตาชีวิตของนักดำถ้ำ

นักดำน้ำสำรวจจะเป็นคนวางเส้นเชือก เมื่อเข้าไปสู่พื้นที่ใหม่ก็จะเข้าไปพร้อมกับเชือก เชือกทุกเส้นจะมีลูกศรผูกล็อกไว้เป็นระยะๆ หัวลูกศรจะชี้ไปสู่ทางออก เส้นทางที่จะพากลับบ้านเสมอ

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
นอกจากเชือกแล้วลูกศรชี้ทิศทางก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ ลูกศรภายในถ้ำจะชี้ไปสู่ทางออกเสมอ

ถ้ำใต้น้ำที่มีความลึกเกินธรรมดาแบบนี้ อุบัติเหตุหรือสิ่งที่คาดไม่ถึงพร้อมจะเกิดขึ้นตลอดเวลา มีนักดำถ้ำหลายคนที่ว่ายตามเชือกลงไป แล้วไม่ได้กลับขึ้นมา 

“กุญแจรถอยู่ในกระเป๋าข้างซ้ายของผม ถ้าหากเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณเอาผมขึ้นมาไม่ได้ทั้งตัว อย่างน้อยก็ขอให้หยิบกุญแจรถมาให้ได้ คุณจะได้กลับบ้านได้” คุณคล้าวพูดติดตลกก่อนลงน้ำ เราหัวเราะเบาๆ รู้ดีว่านั่นไม่ใช่มุกตลก มันคือความจริงที่ต้องพูดถึงและหลบเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้จะเป็นไดฟ์ง่ายหรือสั้นแค่ไหนก็ตาม โอกาสที่ใครสักคนจะไม่ได้กลับมาเกิดขึ้นได้เสมอ

มือของเรากำกล้องและไฟฉายแน่น แน่นกว่าปกติที่เราเคยทำ ความมืดด้านล่างทำให้เราระวังเพิ่มขึ้น ถ้าหากมีอะไรหลุดมือตกลงไป คงเป็นการยากที่จะได้คืนมา ในความมืด หัวใจเต้นเร็วขึ้น แต่ทุกอย่างกลับช้าลง 

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
บรรยากาศภายในถ้ำ

เรารู้สึกได้ถึงกระแสน้ำเย็นที่พัดมาเป็นวูบๆ มันคล้ายกับสายลมเบาที่พัดมาอย่างไม่รู้ทิศทาง เดี๋ยวก็มาจากทางซ้าย แล้วจางหายไป อีกเดี๋ยวก็มาจากด้านหน้า ความต่างของอุณหภูมิทำให้การมองเห็นของเราต่ำลง ภาพด้านหน้าเบลอไหววูบเหมือนเวลามองผ่านไอแดด หัวใจกำลังเต้นแรงขึ้นอีกด้วยความกลัวผสมปนกับความตื่นเต้น

“หายใจช้าๆ คิดแล้วทำไปทีละอย่าง” เสียงพูดกับตัวเองก้องขึ้นมาในหัว สายตากวาดไปที่เชือกสีแดงที่เป็นเส้นบอกระดับความลึก 30 เมตร เสียงในหัวของเราสั่งการต่อ มองเชือก-ดูเวลา-ถ่ายภาพ เหมือนร่างกายของเราเป็นหุ่นยนต์ที่กำลังถูกป้อนคำสั่งให้ทำไปทีละกิจกรรม หยิบกล้องขึ้นมา-สลับจอไปที่วิวไฟน์เดอร์-ดู Speed Shutter-ปรับ ISO-ปรับโฟกัส-กดชัตเตอร์

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
เชือกสีแดงที่เปรียบเหมือนเส้นทางชะตาชีวิตของนักดำถ้ำ

น่าแปลกที่คำสอนทางธรรมที่ให้พิจารณาสติในทุกขณะจิต ซึ่งเราไม่เคยทำได้ดีนักในชีวิตประจำวัน กลับเกิดขึ้นมาอย่างง่ายดายจนน่าประหลาดในสถานที่ประหลาดแห่งนี้

ไดฟ์คอมพิวเตอร์ที่ข้อมือแสดงค่าว่าเราอยู่ที่นี่มาเกินครึ่งชั่วโมงแล้ว เวลาของเราหมดลงแล้ว การเดินทางกลับสู่ผิวน้ำต้องใช้เวลายาวนานยิ่งกว่าเวลาที่ลงมา พวกเราหันหลังกลับ เตะขาว่ายไปตามทิศที่ลูกศรชี้ เพื่อกลับสู่แสงสว่างอันอบอุ่นด้านบน

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
เมื่อขึ้นมาจากโพรงด้านล่างก็เริ่มมีแสงทะลุส่องมาให้เห็นจากด้านบน ในน้ำจืดมีการเจริญเติบโตที่ดีของสาหร่ายและตะไคร่ ทำให้สีน้ำเขียวเข้มแตกต่างกับน้ำทะเลอย่างมาก

“ผมอยากรู้ว่าเส้นทางถ้ำใต้น้ำนี้เชื่อมต่อไปที่ไหน” คุณคล้าวกล่าว “หวังว่าจะมีใครสักคนจะตอบคำถามนี้ได้ ภายในช่วงชีวิตของพวกเรา

สารคดีสัญชาติไทย

Writer & Photographer

Avatar

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

อ่าวไร่เลย์ จังหวัดกระบี่

บางคราวบนผาสูงก็ราวกับมีเราเพียงลำพังที่กำลังคืบขยับขึ้นไปทีละน้อย

หินนูนและร่องหลืบแข็งกระด้างกลายเป็นจุดหมายที่อบอุ่นทุกครั้งที่เหยียดจับและขยับยืน

ยิ่งสูงยิ่งหนาวใจ

ทว่าหากไม่หลงลืมจนเกินไป เราจะเห็นว่ามีเชือกเส้นหนึ่งที่ร้อยอยู่กับห่วงเอวฮาร์เนสส์อันเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญของการปีนผา โยงไปยังใครคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่เบื้องล่าง

เชือกเส้นยาวสีสันสดใสสะดุดตาในเวลานี้ไม่ได้เป็นเพียงเชือกเส้นหนึ่ง ทว่ามันคือสายใยที่ผูกพันคนบนพื้นทรายและคนบนผาสูงไว้ด้วยกัน

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

“Climbing”

“On belay”

คือคำกล่าวและขานรับระหว่างคนปีนหน้าผากับผู้ควบคุมเชือก (Belayer) ซึ่งยืนอยู่บนพื้น เป็นสัญญาณว่าคนหนึ่งพร้อมจะปีนขึ้นไป ส่วนอีกคนหนึ่งก็พร้อมจะผ่อนและดึงเชือกที่เกี่ยวผ่านห่วง ณ ปลายทางบนผาสูง เป็นการเดินทางแนวตั้งที่คล้ายไต่ตามความสูงไปเพียงลำพัง ทว่าแท้จริงแล้ว ยังมีอีกคนหนึ่งคอยดูแลคนปีนอยู่ไกลๆ

ความไว้วางใจและความใส่ใจเป็นเรื่องสำคัญสำหรับนักปีนทุกคน

รูปแบบการปีนหน้าผานั้นมีหลายประเภท เช่น ปีนแบบไม่ตอกหมุดหรือวัสดุใดๆ ลงบนหน้าผาเลย แต่ใช้อุปกรณ์สอดเข้าไปในร่องหลืบแล้วล็อกไว้ จากนั้นจึงนำกลับมาเมื่อปีนผ่านช่วงนั้นๆ ไปแล้ว เรียกว่า Traditional Climbing ถ้าเป็นการปีนในระยะความสูงไม่มากนัก แต่เน้นความยาก มีเบาะรองกันกระแทกหากตกลงมา เรียกว่า Bouldering Climbing แต่สำหรับการปีนเพื่อความเพลิดเพลินหรือเพื่อออกกำลังกายแบบไม่ยากนัก นักปีนนิยมปีนหน้าผาแบบ Sport Climbing ซึ่งหมายถึงการปีนไปบนเส้นทางที่มีการตอกหมุดให้คลิกอุปกรณ์สำหรับคล้องเชือกขึ้นไปเรื่อยๆ

แต่ไม่ว่าจะเลือกปีนแบบใด ก็นับว่าการปีนหน้าผาเป็นกิจกรรมสัมผัสธรรมชาติที่ท้าทายจิตใจ จุดหมายเหมือนไม่ไกล แต่ก็อาจกลายเป็นแสนไกลหากเราอ่านเส้นทางไม่ขาด

เสน่ห์ของการปีนหน้าผาอยู่ตรงนี้

การเดินทางในแนวตั้งด้วยการใช้แรงกายพาตัวเองขึ้นไป บางคนเปรียบเปรยว่าคล้ายดั่งการทำสมาธิ เพราะตาและใจจะจดจ่ออยู่กับก้อนหิน สมองคิดว่าจะจับหินก้อนไหนและจับอย่างไรเพื่อให้ไปถึงยังจุดหมายด้านบน การปีนป่ายไปตามหน้าผาสูงชันมีเทคนิคง่ายๆ คือวางเท้าให้มั่นคง แล้วสองแขนก็จะทำหน้าที่เบาลง ไม่ต้องออกแรงรับน้ำหนักตัวเองมากจนแขนล้า รางวัลที่ได้รับเมื่อไปถึงปลายทาง นอกจากความภูมิใจแล้ว ก็คือวิวกระจ่างตาของท้องทะเลสีมรกตระยิบระยับเปลวแดด และสายลมเย็นที่พัดอาบเนื้อตัวอย่างอ่อนโยน

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

แม้จะปีนสูงขึ้นมา แต่จุดหมายต่อไปก็อยู่สูงกว่า และนั่นก็ทำให้เรามองเห็นลักษณะหินไม่ถนัดตาเท่ากับมองตรงๆ ในระดับสายตา

เมื่อยืนอยู่บนพื้น มองนักปีนเคลื่อนขยับ บางทีก็ลังเลกับการไปต่อ เราจะรู้สึกว่าไม่น่ายากอะไร ร่องหินขนาดใหญ่อยู่ตรงนั้น ปุ่มหินขนาดเหมาะสำหรับวางเท้าก็อยู่ไม่ไกล ฯลฯ ทั้งหมดคือความคิดที่เกิดจากการมอง ทว่าเมื่อลงมือมาปีนเอง เท่านั้นล่ะ…จึงรับรู้ชัดเจนว่า ตราบใดที่ยังไม่ลงมือทำ อะไรๆ ก็ดูง่ายไปหมด

ระดับความยากง่ายของเส้นทางปีนที่ใช้ในเมืองไทย คือเริ่มต้นจากระดับ 5 ซึ่งเป็นทางปีนที่ง่ายสุด มีหินก้อนโตๆ ให้จับ ให้ยืน มีร่องหลืบขนาดใหญ่เห็นชัดและหน้าผาตั้งฉากกับพื้น ไม่ต้องอาศัยเทคนิคการถ่ายเทน้ำหนักของร่างกาย ไม่ต้องใช้กำลังแขนต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงเช่นการปีนหน้าผาที่เป็นชะง่อนยื่นล้ำออกไปในอากาศ ไล่เลยไปที่ระดับ 6 จนถึง 8C ซึ่งอาจเป็นผาตั้งชัน ผิวหินเรียบกริบ แทบไม่มีปุ่มปมหรือร่องหลืบให้จับให้ยืน หรือไม่ก็เป็นขอบโค้งปากถ้ำที่ต้องใช้พลังแขน การวางขาที่สมดุล และการถ่ายเทน้ำหนักตัวที่ต้องใช้เทคนิคและประสบการณ์อย่างยิ่งยวด

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์ ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

การปีนหน้าผาคือการเดินทางประเภทหนึ่ง ปลายทางมักอยู่บนผาสูง โดยมีสิ่งแวดล้อมเป็นความรื่นรมย์

แหล่งปีนหน้าผาโดดเด่นในเมืองไทย ที่รวมไว้ทั้งเส้นทางปีนหลากหลายกว่า 500 เส้นทาง แวดล้อมด้วยความสวยงามของธรรมชาติ อีกทั้งยังมากมีความสะดวกสบายและความบันเทิงเริงใจ คืออ่าวไร่เลย์ ซึ่งตั้งอยู่ตรงปลายแหลมในเขตอำเภอเมืองกระบี่ เพราะมีขุนเขาสูงกั้นขวางจนไม่อาจตัดถนนหนทางมาถึงได้ ต้องอาศัยเรือแล่นผ่านผืนทะเลมาถึงที่นี่ ทำให้หลายคนเข้าใจว่าไร่เลย์คือเกาะใกล้เมือง

น้ำทะเลที่โอบไว้เกือบรอบอ่าวนี้สวยใส เหมาะกับการลงไปแช่ตัว ทว่าสำหรับนักปีนบางคน มาถึงทะเล กลับไม่แตะทะเล เพราะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนหน้าผา ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบคึกคักด้วยผู้คน ได้บรรยากาศของการปีนท่ามกลางเสียงเชียร์ เสียงตะโกนบอกเส้นทาง และเส้นทางปีนเงียบสงบที่ต้องเดินลึกเข้าไปสักหน่อย อาจรู้สึกถึงความร้างไร้ผู้คน แต่แท้จริงแล้ว ไร่เลไม่เคยปราศจากนักเดินทาง และนักปีนผาก็ไม่เคยอ้างว้างแม้บนหน้าผาจะมีเพียงเขาหรือเธอไต่ตามทางชันขึ้นไปเพียงลำพัง เพราะบนผืนดิน ผืนทรายเบื้องล่างนั้น ยังมีอีกคนหนึ่งที่ผูกพันกันด้วยเชือกเส้นหนึ่ง และสำคัญกว่านั้นคือความใส่ใจในกันและกันตลอดการปีน

วิถีเช่นนี้เป็นอีกหนทางหนึ่งที่นำไปสู่การสัมผัสและโอบกอดธรรมชาติด้วยรักษ์และรัก ในโลกตั้งฉากกับพื้น…ที่ไม่ยากเกินเดินทางไปถึง

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

Writer

Avatar

ปิยะฤทัย ปิโยพีระพงศ์

นักเขียนอิสระผู้รักการเดินทางท่ามกลางธรรมชาติ และสนุกกับกิจกรรมผจญภัยหลากหลาย ทั้งปีนหน้าผา พายเรือคายัก เดินป่า ขี่ม้า วิ่งเทรล ฯลฯ ทั้งชีวิตคลุกคลีกับงานนิตยสารท่องเที่ยวมาโดยตลอด คือทำงานในกองบรรณาธิการ อนุสาร อ.ส.ท. และนิตยสาร Nature Explorer การเดินทางจึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และส่วนหนึ่งของการเดินทางก็คือกิจกรรมผจญภัย-ผจญไพรที่น่าจดจำ

Photographer

Avatar

ธีระพงษ์ พลรักษ์

ช่างภาพมาดติสท์ ประจำกองบรรณาธิการอนุสาร อ.ส.ท. รักการเดินทางผจญภัยพอๆ กับการถ่ายภาพ มีทักษะทางการใช้ร่างกายยอดเยี่ยม จึงได้รับมอบหมายงานแนวผจญภัย เช่น ปีนหน้าผา โรยตัว มุดถ้ำ ขี่จักรยาน ฯลฯ อยู่บ่อยครั้ง ไม่เพียงกดชัตเตอร์ แต่เขายังพาตัวเองไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างเข้าถึงทุกครั้งอีกด้วย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load