The Cloud X สารคดีสัญชาติไทย

ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นเวลาเที่ยงวัน แต่รอบตัวของเรานั้นมืดสนิท สายตามองเห็นได้แต่จุดที่แสงไฟส่องกระทบ ด้านล่างคือความลึก มืดสนิทขนาดที่แสงไฟฉายก็ถูกดูดกลืนหายไปจนหมด 

“ยังไม่มีใครรู้ว่าระบบถ้ำใต้นั้นสิ้นสุดที่ไหน” คุณคล้าว นักดำน้ำเทคนิคัลที่พ่วงดีกรีเป็นครูสอนดำถ้ำเพียงไม่กี่คนในเมืองไทย เล่าถึง ‘สองห้อง’ ให้เราฟังด้วยดวงตาลุกวาว “ข้างใต้นั้นมืดสนิท เราลอยตัวอยู่กลางน้ำ ด้านล่างใต้ตัวเราคือหลุมลึก ความลึกลงไปเป็นร้อยเมตร มันให้ความรู้สึกคล้ายกับการลอยอยู่ในห้วงอวกาศ”

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
ในโพรงถ้ำมืดสนิท สายตามองเห็นได้แต่สิ่งที่แสงไฟสาดกระทบ เบื้องล่างไม่มีสิ่งใดรองรับเป็นความมืดมิดที่ดูดกลืนแสงไปจนหมด

ตัวหนังสือทาสีสดใสวางเรียงเป็นชื่อ ‘ทะเลสองห้อง’ ตามสไตล์สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องแวะชม ช่างแตกต่างกับสิ่งที่อยู่ซ่อนข้างใต้นั้นอย่างห่างไกล ไกลจนถ้าใช้คำว่า ‘คนละโลก’ ก็คงไม่ผิดนัก

จุดท่องเที่ยวที่ดูเหมือนเป็นจุดชมวิวสระน้ำสีเขียวใส มีถ้ำและเส้นทางน้ำใต้ดินที่กว้างใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทยซ่อนอยู่ด้านล่าง โพรงถ้ำใต้น้ำวางตัวอยู่ใต้ถนนและอาคารบ้านเรือนในชุมชนแถวนั้น กว้างใหญ่กว่าพื้นที่ปากทะเลสาบที่เห็นจากด้านบน 

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
ป้ายสีสำหรับนักท่องเที่ยวแวะชมวิว แตกต่างราวกับคนละโลกกับถ้ำด้านล่าง

การสำรวจล่าสุดนักดำน้ำลงไปได้ถึงระดับความลึกเกือบ 200 เมตร โดยกินระยะทางยาวจากปากถ้ำเป็นกิโล แต่เส้นทางยังต่อเนื่องลาดลงลึกไปอีก และยังไม่มีทีท่าว่าจะพบจุดสิ้นสุดของโพรงถ้ำ

ถ้าหากถ้ำนี้เป็นถ้ำแห้งอยู่ในภูเขาสูง การสำรวจเส้นทางภายในทั้งหมดคงทำเสร็จได้ในเวลาไม่กี่ปี แต่ถ้ำใต้น้ำอย่างสองห้องนี้ ผ่านมาเกิน 10 ปีแล้ว ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดของมันเจอ ระยะทางที่เข้าไปหากมีความลึกทางแนวดิ่งเพิ่มขึ้นเพียง 10 เมตร นั่นคือเวลารวมของการดำน้ำสำรวจที่ยาวนานขึ้นหลายชั่วโมง

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
การลงดำน้ำในพื้นที่ลึกกว่าปกติ ไม่สามารถใช้อากาศธรรมดาเพียงถังเดียว บางครั้งต้องพกอากาศที่มีส่วนผสมพิเศษไปมากกว่าหนึ่งถัง

ร่างกายของมนุษย์เรานั้นสร้างขึ้นมาให้อยู่บนบก เมื่อเราลงไปหายใจอยู่ใต้แรงกดของน้ำเป็นเวลานาน ไนโตรเจนที่ปนอยู่ในอากาศจะละลายเข้าไปในร่างกาย แทรกซึมไปตามเส้นเลือดและกล้ามเนื้อ ถ้าหากเราจะกลับขึ้นมาจากใต้น้ำที่มีแรงกดนั้น เราต้องค่อยๆ ปรับระดับให้ไนโตรเจนละลายออกไป การเปลี่ยนความกดดันโดยเร็วจะทำให้ก๊าซที่อิ่มตัวในร่างกายเรากลายเป็นฟองอากาศ และก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บที่อาจอันตรายถึงชีวิตได้

การใช้เวลาที่ความลึก 30 เมตรเพียงครึ่งชั่วโมง จะต้องใช้เวลาตลอดทั้งไดฟ์รวมกันเกือบ 2 ชั่วโมง 

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
ตุ๊กตาเจ้าหญิงตัวนี้ตกอยู่ที่พื้นสระด้านบนหลังวันลอยกระทงเมื่อไม่นานมานี้ หนึ่งในนักดำถ้ำย้ายเธอลงมาเป็นเจ้าหญิงที่โดนพันธนาการไว้ และคอยเฝ้ามองทุกคนอยู่ที่ระดับความลึก 30 เมตร

ผนังถ้ำด้านหน้าที่เห็นอยู่แตกต่างกับผนังถ้ำบกที่คุ้นเคยเล็กน้อย ไม่มีร่องรอยของหินงอกหินย้อยให้เห็น บ่งบอกถึงอดีตของถ้ำที่ไม่เคยเป็นถ้ำแห้งมาก่อน ที่นี่เป็นถ้ำแบบหลุมยุบ น้ำที่ท่วมขึ้นมากัดเซาะส่วนที่อ่อนนุ่มกว่าไปเรื่อยๆ เหลือแต่โครงสร้างหินแข็งทิ้งเอาไว้

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
พื้นที่ถ้ำของสองห้อง มีศัพท์เฉพาะเรียกว่า Sink Hole โครงสร้างผนังถ้ำเกิดจากการกัดเซาะโครงสร้างที่อ่อนนุ่มกว่าไปเรื่อยๆ จนเหลือแต่โครงสร้างหินแข็ง

เราเตะขาว่ายตามแนวเส้นเชือกสีแดงที่พาดเลียบผนัง ไปเรื่อยอย่างช้าๆ เหมือนฮันเซลกับเกรเทลที่ทิ้งก้อนกรวดและขนมปังไว้เพื่อให้กลับบ้านได้อย่างปลอดภัย เชือกเส้นนี้คือเส้นอ้างอิงของเส้นทาง เป็นเส้นชะตาชีวิตของนักดำถ้ำ

นักดำน้ำสำรวจจะเป็นคนวางเส้นเชือก เมื่อเข้าไปสู่พื้นที่ใหม่ก็จะเข้าไปพร้อมกับเชือก เชือกทุกเส้นจะมีลูกศรผูกล็อกไว้เป็นระยะๆ หัวลูกศรจะชี้ไปสู่ทางออก เส้นทางที่จะพากลับบ้านเสมอ

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
นอกจากเชือกแล้วลูกศรชี้ทิศทางก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ ลูกศรภายในถ้ำจะชี้ไปสู่ทางออกเสมอ

ถ้ำใต้น้ำที่มีความลึกเกินธรรมดาแบบนี้ อุบัติเหตุหรือสิ่งที่คาดไม่ถึงพร้อมจะเกิดขึ้นตลอดเวลา มีนักดำถ้ำหลายคนที่ว่ายตามเชือกลงไป แล้วไม่ได้กลับขึ้นมา 

“กุญแจรถอยู่ในกระเป๋าข้างซ้ายของผม ถ้าหากเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณเอาผมขึ้นมาไม่ได้ทั้งตัว อย่างน้อยก็ขอให้หยิบกุญแจรถมาให้ได้ คุณจะได้กลับบ้านได้” คุณคล้าวพูดติดตลกก่อนลงน้ำ เราหัวเราะเบาๆ รู้ดีว่านั่นไม่ใช่มุกตลก มันคือความจริงที่ต้องพูดถึงและหลบเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้จะเป็นไดฟ์ง่ายหรือสั้นแค่ไหนก็ตาม โอกาสที่ใครสักคนจะไม่ได้กลับมาเกิดขึ้นได้เสมอ

มือของเรากำกล้องและไฟฉายแน่น แน่นกว่าปกติที่เราเคยทำ ความมืดด้านล่างทำให้เราระวังเพิ่มขึ้น ถ้าหากมีอะไรหลุดมือตกลงไป คงเป็นการยากที่จะได้คืนมา ในความมืด หัวใจเต้นเร็วขึ้น แต่ทุกอย่างกลับช้าลง 

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
บรรยากาศภายในถ้ำ

เรารู้สึกได้ถึงกระแสน้ำเย็นที่พัดมาเป็นวูบๆ มันคล้ายกับสายลมเบาที่พัดมาอย่างไม่รู้ทิศทาง เดี๋ยวก็มาจากทางซ้าย แล้วจางหายไป อีกเดี๋ยวก็มาจากด้านหน้า ความต่างของอุณหภูมิทำให้การมองเห็นของเราต่ำลง ภาพด้านหน้าเบลอไหววูบเหมือนเวลามองผ่านไอแดด หัวใจกำลังเต้นแรงขึ้นอีกด้วยความกลัวผสมปนกับความตื่นเต้น

“หายใจช้าๆ คิดแล้วทำไปทีละอย่าง” เสียงพูดกับตัวเองก้องขึ้นมาในหัว สายตากวาดไปที่เชือกสีแดงที่เป็นเส้นบอกระดับความลึก 30 เมตร เสียงในหัวของเราสั่งการต่อ มองเชือก-ดูเวลา-ถ่ายภาพ เหมือนร่างกายของเราเป็นหุ่นยนต์ที่กำลังถูกป้อนคำสั่งให้ทำไปทีละกิจกรรม หยิบกล้องขึ้นมา-สลับจอไปที่วิวไฟน์เดอร์-ดู Speed Shutter-ปรับ ISO-ปรับโฟกัส-กดชัตเตอร์

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
เชือกสีแดงที่เปรียบเหมือนเส้นทางชะตาชีวิตของนักดำถ้ำ

น่าแปลกที่คำสอนทางธรรมที่ให้พิจารณาสติในทุกขณะจิต ซึ่งเราไม่เคยทำได้ดีนักในชีวิตประจำวัน กลับเกิดขึ้นมาอย่างง่ายดายจนน่าประหลาดในสถานที่ประหลาดแห่งนี้

ไดฟ์คอมพิวเตอร์ที่ข้อมือแสดงค่าว่าเราอยู่ที่นี่มาเกินครึ่งชั่วโมงแล้ว เวลาของเราหมดลงแล้ว การเดินทางกลับสู่ผิวน้ำต้องใช้เวลายาวนานยิ่งกว่าเวลาที่ลงมา พวกเราหันหลังกลับ เตะขาว่ายไปตามทิศที่ลูกศรชี้ เพื่อกลับสู่แสงสว่างอันอบอุ่นด้านบน

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
เมื่อขึ้นมาจากโพรงด้านล่างก็เริ่มมีแสงทะลุส่องมาให้เห็นจากด้านบน ในน้ำจืดมีการเจริญเติบโตที่ดีของสาหร่ายและตะไคร่ ทำให้สีน้ำเขียวเข้มแตกต่างกับน้ำทะเลอย่างมาก

“ผมอยากรู้ว่าเส้นทางถ้ำใต้น้ำนี้เชื่อมต่อไปที่ไหน” คุณคล้าวกล่าว “หวังว่าจะมีใครสักคนจะตอบคำถามนี้ได้ ภายในช่วงชีวิตของพวกเรา

สารคดีสัญชาติไทย

Writer & Photographer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

24 พฤศจิกายน 2565

ต้นเดือนพฤศจิกายน 

ผมนั่งอยู่ที่เดิมตั้งแต่เช้าจนพลบค่ำเป็นเวลาหลายวัน ใช้ซุ้มบังไพรแคบ ๆ ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งลำห้วย ซึ่งขยายกว้างเพราะสายน้ำหลากรุนแรงในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา ฝั่งตรงข้ามเยื้อง ๆ กับซุ้มบังไพร ตลิ่งสูงมีร่องรอยสัตว์ป่าเดินลงลำห้วยเป็นเส้นทางประจำ บริเวณนี้ระดับน้ำไม่ลึกนัก ช้าง วัวแดง รวมทั้งหมูป่า เลือกใช้จุดนี้เป็นที่ข้ามมาอีกฝั่ง 

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
หมูป่าตัวผู้เดินข้ามลำห้วย โดยที่หมูป่าฝูงใหญ่เดินข้ามไปก่อนหน้า

ผมใช้เวลาร่วมกับพวกมัน ไม่ได้รับความไว้วางใจนักหรอก ช้างเดินข้ามน้ำเรื่อย ๆ ใช้งวงดูดน้ำส่งเข้าปาก มันชะงักเมื่อเดินถึงกลางลำห้วยเพราะได้กลิ่นผม หยุดเขม้นมองก่อนค่อย ๆ เดินต่อ สายตามองมาทางผมตลอด เช่นเดียวกับฝูงวัวแดงและหมูป่า กลิ่นกายคนสำหรับพวกมันคือสัตว์ผู้ล่าชนิดหนึ่งที่พวกมันไม่เคยวางใจ 

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
ช้างเลือกใช้จุดข้ามลำห้วยจุดเดียวกับสัตว์ตัวอื่น ๆ

ดูเหมือนจะมีแต่นกยูงซึ่งคล้ายจะไม่สนใจอะไร นกยูงตัวผู้ในช่วงเวลานี้มีหางยาวสลวย หางยาวเป็นเครื่องมือสำหรับรำแพนอวดความแข็งแรงเพื่อให้ตัวเมียเลือก ขณะตัวเมียนับสิบตัวคล้ายจะไม่สนใจ และเมื่อมีตัวผู้เข้ามามากกว่าหนึ่งตัว การรำแพนประชันจึงเลี่ยงไม่พ้น

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน

นกกระเต็นใหญ่ส่งเสียงก้อง มันบินมาเกาะกิ่งไผ่ที่ยาวโค้งลง การหันหลังให้ดวงอาทิตย์ช่วยซ่อนตัวจากปลา หากมองขึ้นมาจะเห็นเพียงเงาดำ เป็น ‘ทริค’ อย่างหนึ่งที่เหล่านกกินปลาใช้ กระนั้นก็เถอะ เช่นเดียวกับสัตว์ผู้ล่าตัวอื่น ๆ ร่างกายที่ได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสม รวมทั้งทักษะต่าง ๆ ซึ่งรับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ก็ใช่ว่าจะทำให้การโผลงจับปลาประสบผลทุกครั้ง

บินขึ้นกลับมา เกาะบนกิ่งไผ่ด้วยปากว่างเปล่า รอเพื่อเริ่มต้นอีกครั้ง

กับเหล่าสัตว์ผู้ล่า ความล้มเหลวของพวกมันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเห็น

การมาถึงที่นี่มีโอกาสได้ ‘เห็น’ ความเป็นไปรอบ ๆ ใช้เวลาไปไม่น้อย หนทางมาถึงไม่ราบเรียบ เพราะมันเป็นเส้นทางที่เราเรียกว่า ‘ทางป่า’

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
ต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นเวลาที่สายลมหนาวเข้าครอบคลุมผืนป่าแล้ว เป็นช่วงเวลาแห่งความรักของนกยูง เหล่าตัวผู้มีหางยาวเป็นเครื่องมือรำแพนเรียกร้องความสนใจจากตัวเมีย

การเดินทางสัญจรบนทางในป่าถึงวันนี้มีเครื่องมือบอกพิกัดอันบอกได้ว่าตอนนี้เราอยู่ที่ใด รวมทั้งบอกระยะทางทิศทางของจุดหมายที่กำลังมุ่งหน้า แม้ยังไม่เคยไปมาก่อนได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ละเลยหรือทิ้งวิธีการเดิม ๆ ขณะเดินทางในป่า การสังเกตทิวเขา ต้นไม้ จำเป็น สิ่งหนึ่งที่คนในป่าใช้คือตั้งชื่อเรียกสถานที่นั้น ๆ ไว้เป็นที่รับรู้ ใครพูดถึงก็จะเข้าใจกัน ทั้งเส้นทางที่ใช้รถ และด่านที่เราใช้ร่วมกับสัตว์ป่า

เรามี ‘มอเปรต’ ฟังชื่อแล้วน่ากลัว แต่เห็นภาพว่าชันมาก มี ‘เนินกระทิง’ มีคนถูกกระทิงวิ่งเข้าชาร์จ จนซี่โครงหักที่เนินนี้ อีกทั้งมี ‘มอตาจ่อย’ ได้ชื่อว่าชันและลื่น กระทั่งรถกำลังดี ๆ ก็ไต่พ้นไปได้ยาก ต้องเข็นรถจนจ่อยไปตาม ๆ กัน

ชื่อส่วนใหญ่สำหรับผู้ไม่คุ้นก็เข้าใจได้ แต่บางชื่อต้องถามที่มาที่ไปจากคนเก่า ๆ

ทางป่านั้น ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูกาลใดก็ผ่านไปไม่ง่ายนัก อุปสรรคเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะในช่วงฝนซึ่งกำหนดเวลาไม่ได้ เพราะเราไม่รู้หรอกว่าต้องเลื่อยไม้กี่ต้นที่ล้มขวาง ไม่รู้ว่าลำห้วยจะมีระดับน้ำสูงเกินรถจะข้ามได้หรือไม่ บางครั้งรถติดในหล่มจนต้องแขวนเปลนอนข้าง ๆ รถ รุ่งเช้าค่อยหาทางนำรถขึ้นจากหล่มต่อ

เช่นนี้เราอาจได้รับเกียรติให้เป็นชื่อหล่มนั้น

เรื่องจริงขณะอยู่บนทางในป่าอย่างหนึ่งคือ เมื่อรถติดหล่ม ดูเหมือนสายฝนพร้อมโปรยมาร่วมวง

เมื่อผ่านพ้นหล่มแรกไปแล้ว มีอีกหลายหล่มรออยู่เบื้องหน้า

สัญจรอยู่บนทางป่า หากยังตั้งใจไปให้ถึงจุดหมาย การผ่านพ้นหล่มไปให้ได้จำเป็น อีกเรื่องที่สำคัญคือขึ้นจากหล่มที่ติดอยู่ให้ได้ โดยไม่พะวงกับหล่มที่รออยู่ข้างหน้า

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
กลางวันแสงแดดจัด สภาพอากาศอบอ้าว ควายป่ามุ่งหน้ามาที่ลำห้วยเพื่อแช่น้ำคลายความร้อน

ทางป่า นอกจากฝนและหล่มลึกลื่นไถล บรรดารากไม้ใหญ่น้อยที่โผล่พ้นดินจะต้านล้อ ถ้าจับพวงมาลัยรถไม่ดีมืออาจถูกพวงมาลัยหมุนอย่างรวดเร็วฟาดมือเคล็ด จึงมีการสอนต่อ ๆ กันมาถึงวิธีขับรถในช่วงฤดูฝน และทักษะการเดินทางในป่าอีกสารพัด

รากไม้โผล่เพราะหน้าดินถูกสายน้ำพัดไปหมด อีกจุดที่ต้องระวังมาก ๆ คือสะพานข้ามลำห้วย

สะพานบางแห่งมีระดับต่ำ ๆ บางแห่งสูงลิบจากเบื้องล่าง แต่ที่เหมือน ๆ กันทุกสะพานคือ มีเพียงขอนไม้ขนาดพอดีล้อรถ 2 ท่อนพาดอยู่เท่านั้น

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะพลาดตกสะพาน ไม่ว่าจะเคยผ่านสะพานนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

 ฝนตก เดินในทางป่า เสื้อผ้ามี 2 ชุด ไว้เดินและอยู่ในแคมป์ ตกเย็นก่อกองไฟเสื้อผ้าเปียกย่างให้แห้ง รมควันจนเหลือง กลิ่นควันไฟติดทนนาน

กับคนทำงานในป่า หนทางกันดารและสิ่งที่พบเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ความยากลำบาก เป็นสิ่งอันมากับงานที่เราทำ

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน

ทุก ๆ วันผมอยู่บนเส้นทางขรุขระ รถกระเด้งกระดอน ตัดฟันไม้ไผ่ เลื่อยต้นไม้ที่ล้มขวาง ขุดทางเป็นบั้ง ๆ เพื่อไม่ให้รถลื่นไถล ลากสายวินซ์ หลายครั้งปูผ้านอนข้าง ๆ รถที่จมโคลน

หากเปรียบทางป่าเป็นคล้ายเส้นทางเดินของชีวิต ผมเลือกเดินบนทางป่านี้มานาน ว่าตามจริงมันไม่ใช่การเดินสู่จุดหมาย ตามหา หรือแสวงหาอะไร

เพราะผมถึงจุดหมายนั้นมานานแล้ว นับตั้งแต่วันที่ผมเลือกเดิน บน ‘ทางป่า’

แต่ก็นั่นแหละ ผมต้องใช้เวลาไปไม่น้อยกว่าจะรู้ความจริงนี้…

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load