The Cloud X สารคดีสัญชาติไทย

ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นเวลาเที่ยงวัน แต่รอบตัวของเรานั้นมืดสนิท สายตามองเห็นได้แต่จุดที่แสงไฟส่องกระทบ ด้านล่างคือความลึก มืดสนิทขนาดที่แสงไฟฉายก็ถูกดูดกลืนหายไปจนหมด 

“ยังไม่มีใครรู้ว่าระบบถ้ำใต้นั้นสิ้นสุดที่ไหน” คุณคล้าว นักดำน้ำเทคนิคัลที่พ่วงดีกรีเป็นครูสอนดำถ้ำเพียงไม่กี่คนในเมืองไทย เล่าถึง ‘สองห้อง’ ให้เราฟังด้วยดวงตาลุกวาว “ข้างใต้นั้นมืดสนิท เราลอยตัวอยู่กลางน้ำ ด้านล่างใต้ตัวเราคือหลุมลึก ความลึกลงไปเป็นร้อยเมตร มันให้ความรู้สึกคล้ายกับการลอยอยู่ในห้วงอวกาศ”

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
ในโพรงถ้ำมืดสนิท สายตามองเห็นได้แต่สิ่งที่แสงไฟสาดกระทบ เบื้องล่างไม่มีสิ่งใดรองรับเป็นความมืดมิดที่ดูดกลืนแสงไปจนหมด

ตัวหนังสือทาสีสดใสวางเรียงเป็นชื่อ ‘ทะเลสองห้อง’ ตามสไตล์สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องแวะชม ช่างแตกต่างกับสิ่งที่อยู่ซ่อนข้างใต้นั้นอย่างห่างไกล ไกลจนถ้าใช้คำว่า ‘คนละโลก’ ก็คงไม่ผิดนัก

จุดท่องเที่ยวที่ดูเหมือนเป็นจุดชมวิวสระน้ำสีเขียวใส มีถ้ำและเส้นทางน้ำใต้ดินที่กว้างใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทยซ่อนอยู่ด้านล่าง โพรงถ้ำใต้น้ำวางตัวอยู่ใต้ถนนและอาคารบ้านเรือนในชุมชนแถวนั้น กว้างใหญ่กว่าพื้นที่ปากทะเลสาบที่เห็นจากด้านบน 

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
ป้ายสีสำหรับนักท่องเที่ยวแวะชมวิว แตกต่างราวกับคนละโลกกับถ้ำด้านล่าง

การสำรวจล่าสุดนักดำน้ำลงไปได้ถึงระดับความลึกเกือบ 200 เมตร โดยกินระยะทางยาวจากปากถ้ำเป็นกิโล แต่เส้นทางยังต่อเนื่องลาดลงลึกไปอีก และยังไม่มีทีท่าว่าจะพบจุดสิ้นสุดของโพรงถ้ำ

ถ้าหากถ้ำนี้เป็นถ้ำแห้งอยู่ในภูเขาสูง การสำรวจเส้นทางภายในทั้งหมดคงทำเสร็จได้ในเวลาไม่กี่ปี แต่ถ้ำใต้น้ำอย่างสองห้องนี้ ผ่านมาเกิน 10 ปีแล้ว ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดของมันเจอ ระยะทางที่เข้าไปหากมีความลึกทางแนวดิ่งเพิ่มขึ้นเพียง 10 เมตร นั่นคือเวลารวมของการดำน้ำสำรวจที่ยาวนานขึ้นหลายชั่วโมง

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
การลงดำน้ำในพื้นที่ลึกกว่าปกติ ไม่สามารถใช้อากาศธรรมดาเพียงถังเดียว บางครั้งต้องพกอากาศที่มีส่วนผสมพิเศษไปมากกว่าหนึ่งถัง

ร่างกายของมนุษย์เรานั้นสร้างขึ้นมาให้อยู่บนบก เมื่อเราลงไปหายใจอยู่ใต้แรงกดของน้ำเป็นเวลานาน ไนโตรเจนที่ปนอยู่ในอากาศจะละลายเข้าไปในร่างกาย แทรกซึมไปตามเส้นเลือดและกล้ามเนื้อ ถ้าหากเราจะกลับขึ้นมาจากใต้น้ำที่มีแรงกดนั้น เราต้องค่อยๆ ปรับระดับให้ไนโตรเจนละลายออกไป การเปลี่ยนความกดดันโดยเร็วจะทำให้ก๊าซที่อิ่มตัวในร่างกายเรากลายเป็นฟองอากาศ และก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บที่อาจอันตรายถึงชีวิตได้

การใช้เวลาที่ความลึก 30 เมตรเพียงครึ่งชั่วโมง จะต้องใช้เวลาตลอดทั้งไดฟ์รวมกันเกือบ 2 ชั่วโมง 

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
ตุ๊กตาเจ้าหญิงตัวนี้ตกอยู่ที่พื้นสระด้านบนหลังวันลอยกระทงเมื่อไม่นานมานี้ หนึ่งในนักดำถ้ำย้ายเธอลงมาเป็นเจ้าหญิงที่โดนพันธนาการไว้ และคอยเฝ้ามองทุกคนอยู่ที่ระดับความลึก 30 เมตร

ผนังถ้ำด้านหน้าที่เห็นอยู่แตกต่างกับผนังถ้ำบกที่คุ้นเคยเล็กน้อย ไม่มีร่องรอยของหินงอกหินย้อยให้เห็น บ่งบอกถึงอดีตของถ้ำที่ไม่เคยเป็นถ้ำแห้งมาก่อน ที่นี่เป็นถ้ำแบบหลุมยุบ น้ำที่ท่วมขึ้นมากัดเซาะส่วนที่อ่อนนุ่มกว่าไปเรื่อยๆ เหลือแต่โครงสร้างหินแข็งทิ้งเอาไว้

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
พื้นที่ถ้ำของสองห้อง มีศัพท์เฉพาะเรียกว่า Sink Hole โครงสร้างผนังถ้ำเกิดจากการกัดเซาะโครงสร้างที่อ่อนนุ่มกว่าไปเรื่อยๆ จนเหลือแต่โครงสร้างหินแข็ง

เราเตะขาว่ายตามแนวเส้นเชือกสีแดงที่พาดเลียบผนัง ไปเรื่อยอย่างช้าๆ เหมือนฮันเซลกับเกรเทลที่ทิ้งก้อนกรวดและขนมปังไว้เพื่อให้กลับบ้านได้อย่างปลอดภัย เชือกเส้นนี้คือเส้นอ้างอิงของเส้นทาง เป็นเส้นชะตาชีวิตของนักดำถ้ำ

นักดำน้ำสำรวจจะเป็นคนวางเส้นเชือก เมื่อเข้าไปสู่พื้นที่ใหม่ก็จะเข้าไปพร้อมกับเชือก เชือกทุกเส้นจะมีลูกศรผูกล็อกไว้เป็นระยะๆ หัวลูกศรจะชี้ไปสู่ทางออก เส้นทางที่จะพากลับบ้านเสมอ

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
นอกจากเชือกแล้วลูกศรชี้ทิศทางก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ ลูกศรภายในถ้ำจะชี้ไปสู่ทางออกเสมอ

ถ้ำใต้น้ำที่มีความลึกเกินธรรมดาแบบนี้ อุบัติเหตุหรือสิ่งที่คาดไม่ถึงพร้อมจะเกิดขึ้นตลอดเวลา มีนักดำถ้ำหลายคนที่ว่ายตามเชือกลงไป แล้วไม่ได้กลับขึ้นมา 

“กุญแจรถอยู่ในกระเป๋าข้างซ้ายของผม ถ้าหากเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณเอาผมขึ้นมาไม่ได้ทั้งตัว อย่างน้อยก็ขอให้หยิบกุญแจรถมาให้ได้ คุณจะได้กลับบ้านได้” คุณคล้าวพูดติดตลกก่อนลงน้ำ เราหัวเราะเบาๆ รู้ดีว่านั่นไม่ใช่มุกตลก มันคือความจริงที่ต้องพูดถึงและหลบเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้จะเป็นไดฟ์ง่ายหรือสั้นแค่ไหนก็ตาม โอกาสที่ใครสักคนจะไม่ได้กลับมาเกิดขึ้นได้เสมอ

มือของเรากำกล้องและไฟฉายแน่น แน่นกว่าปกติที่เราเคยทำ ความมืดด้านล่างทำให้เราระวังเพิ่มขึ้น ถ้าหากมีอะไรหลุดมือตกลงไป คงเป็นการยากที่จะได้คืนมา ในความมืด หัวใจเต้นเร็วขึ้น แต่ทุกอย่างกลับช้าลง 

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
บรรยากาศภายในถ้ำ

เรารู้สึกได้ถึงกระแสน้ำเย็นที่พัดมาเป็นวูบๆ มันคล้ายกับสายลมเบาที่พัดมาอย่างไม่รู้ทิศทาง เดี๋ยวก็มาจากทางซ้าย แล้วจางหายไป อีกเดี๋ยวก็มาจากด้านหน้า ความต่างของอุณหภูมิทำให้การมองเห็นของเราต่ำลง ภาพด้านหน้าเบลอไหววูบเหมือนเวลามองผ่านไอแดด หัวใจกำลังเต้นแรงขึ้นอีกด้วยความกลัวผสมปนกับความตื่นเต้น

“หายใจช้าๆ คิดแล้วทำไปทีละอย่าง” เสียงพูดกับตัวเองก้องขึ้นมาในหัว สายตากวาดไปที่เชือกสีแดงที่เป็นเส้นบอกระดับความลึก 30 เมตร เสียงในหัวของเราสั่งการต่อ มองเชือก-ดูเวลา-ถ่ายภาพ เหมือนร่างกายของเราเป็นหุ่นยนต์ที่กำลังถูกป้อนคำสั่งให้ทำไปทีละกิจกรรม หยิบกล้องขึ้นมา-สลับจอไปที่วิวไฟน์เดอร์-ดู Speed Shutter-ปรับ ISO-ปรับโฟกัส-กดชัตเตอร์

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
เชือกสีแดงที่เปรียบเหมือนเส้นทางชะตาชีวิตของนักดำถ้ำ

น่าแปลกที่คำสอนทางธรรมที่ให้พิจารณาสติในทุกขณะจิต ซึ่งเราไม่เคยทำได้ดีนักในชีวิตประจำวัน กลับเกิดขึ้นมาอย่างง่ายดายจนน่าประหลาดในสถานที่ประหลาดแห่งนี้

ไดฟ์คอมพิวเตอร์ที่ข้อมือแสดงค่าว่าเราอยู่ที่นี่มาเกินครึ่งชั่วโมงแล้ว เวลาของเราหมดลงแล้ว การเดินทางกลับสู่ผิวน้ำต้องใช้เวลายาวนานยิ่งกว่าเวลาที่ลงมา พวกเราหันหลังกลับ เตะขาว่ายไปตามทิศที่ลูกศรชี้ เพื่อกลับสู่แสงสว่างอันอบอุ่นด้านบน

ความมืดตอนเที่ยงวันในความลึกของ 'สองห้อง' ถ้ำใต้น้ำที่ยังไม่มีใครหาจุดสิ้นสุดเจอ, ทะเลสองห้อง
เมื่อขึ้นมาจากโพรงด้านล่างก็เริ่มมีแสงทะลุส่องมาให้เห็นจากด้านบน ในน้ำจืดมีการเจริญเติบโตที่ดีของสาหร่ายและตะไคร่ ทำให้สีน้ำเขียวเข้มแตกต่างกับน้ำทะเลอย่างมาก

“ผมอยากรู้ว่าเส้นทางถ้ำใต้น้ำนี้เชื่อมต่อไปที่ไหน” คุณคล้าวกล่าว “หวังว่าจะมีใครสักคนจะตอบคำถามนี้ได้ ภายในช่วงชีวิตของพวกเรา

สารคดีสัญชาติไทย

Writer & Photographer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

ราว ๆ สิบกว่าปีที่แล้ว ไม่นานนักหรอก ผมจำได้ว่าขณะทำงานในป่า เรามีความรู้สึกคล้ายอยู่ ‘หลังเขา’ เหมือนตัดขาดออกจากโลกภายนอก ติดต่อผู้คนได้เพียงจากวิทยุสื่อสาร ซึ่งหลายครั้งเราก็อยู่ในที่อับสัญญาณ ห่างไกลความเจริญ สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าในป่าที่เราอยู่ไม่กันดารนัก คือ มีเครื่องบินผ่าน 

ตอนดึก ๆ ทุกคืน เมื่อต้องใช้เวลาในแคมป์นาน ๆ เพื่อเฝ้ารอสัตว์ป่า หลาย ๆ ครั้งเราไม่รู้หรอกว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน เพราะการทำงานในป่านั้น สัตว์ป่าเป็นผู้กำหนดเวลา ไม่ใช่เรา นอกจากเครื่องมือ เครื่องใช้สำหรับทำงาน เสบียงและอื่น ๆ เพื่อการอยู่ในป่านาน ๆ แล้ว เรามีอุปกรณ์สำคัญซึ่งขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ วิทยุทรานซิสเตอร์ ไม่ใช่วิทยุยี่ห้อใดก็ได้ คนทำงานในป่ารู้ดีว่า ต้องเป็นวิทยุยี่ห้อ ธานินทร์ เพราะยี่ห้อนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า รับคลื่นได้ดีกว่า

เดินทางถึงแคมป์ บางคนหาที่ผูกเปล กางเต็นท์ เตรียมที่ประกอบอาหาร ที่วางเสบียง ห่างจากที่นอนอยู่หลายวัน ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยอันทำให้มดมารุม จะมีคนหนึ่งลากสายไฟปีนขึ้นต้นไม้เอาไปเกาะยอดไม้สูง ๆ เพื่อเป็นเสาอากาศวิทยุ อันจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่รู้สึกว่าอยู่หลังเขาเท่าใดนัก ไม่ได้ตัดขาดจากโลก

เรารับรู้เรื่องราวจากทั่วโลกด้วยคลื่นที่มาขาด ๆ หาย ๆ

ในตอนนั้น เป็นช่วงเวลาที่คนบนโลกรู้แล้วว่า โลกที่เราอยู่เริ่มเปลี่ยนแปลง มีการศึกษาวิจัยมีข้อมูลมากมาย อันทำให้รู้ว่าสาเหตุภัยพิบัติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั่นเป็นเพราะเราทำลายสภาพแวดล้อม จนกระทั่งวงจรต่าง ๆ ขาดสะบั้น

คนบนโลกจำนวนไม่น้อยพยายามร่วมมือแก้ไข ปกป้อง

ความรู้ต่าง ๆ ไม่ใช่ข้อมูลลับ ไม่ใช่ข้อมูลใหม่ แต่ดูเหมือนคนจำนวนหนึ่งจะไม่ใส่ใจฟัง รวมทั้งเชื่อว่า วิถีการพัฒนาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเท่านั้นจะทำให้มีชีวิตที่ดี

เป็นความจริงที่เชื่อว่าไกลตัว

แต่เมื่อรับฟังอยู่ในที่ไกล ๆ ในป่า เรารับรู้ได้ดีว่า หลายเรื่องราวไม่ไกลตัวเราเลย

หม่อมเชน-ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เข้าป่ากับวิทยุธานินทร์ และการค้นพบความจริงจากสัตว์
หมูป่า

ถึงวันนี้ ไม่น่าจะมีใครสงสัยอีกแล้วว่า ภาวะโลกร้อนเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และส่งผลกระทบรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และผลกระทบนี้ไม่ได้เดือดร้อนแค่คน ชีวิตต่าง ๆ ในป่าก็เลี่ยงไม่พ้น

ในความเป็นจริง คำว่า ‘ภาวะโลกร้อน’ หรือเรื่องของอุณหภูมิที่เพิ่มช้า ๆ ทั่วโลกนั้น เป็นเพียงหนึ่งในหลายสิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงเท่านั้น รวมทั้งเป็นแค่ดัชนีหลักตัวหนึ่งที่ใช้วัดสถานการณ์ สภาพภูมิอากาศ ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงไปทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นกระแสลม กระแสคลื่นในมหาสมุทร การเกิดพายุ การกระจายของโรคระบาด คลื่นความร้อน การก่อตัว การละลายของหิมะบนยอดเขา ไฟป่า อุทกภัย และภัยแล้ง

อุณหภูมิจึงคล้ายเป็นแค่เศษเสี้ยวของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น

สภาพอากาศหนาวเย็น ฝนตกกลางฤดูแล้ง พืชอาหารออกผลน้อย ไม่มีไฟป่าเผาทุ่ง ไม่มีระบัดหรือหญ้าอ่อน ๆ ที่สัตว์กินพืชรอ

หม่อมเชน-ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เข้าป่ากับวิทยุธานินทร์ และการค้นพบความจริงจากสัตว์
ค่าง กินใบไม้มากกว่าผลไม้ และพวกมันใช้แสงแดดอุ่น ๆ ยามเช้าช่วยให้หายเปียกชื้น
หม่อมเชน-ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เข้าป่ากับวิทยุธานินทร์ และการค้นพบความจริงจากสัตว์
สมเสร็จ พวกมันเดินทางโดยมีแหล่งอาหารเป็นตัวกำหนด

ในป่า ชีวิตต่างต้องปรับตัว นกเงือกตัวเมียจำนวนมากเลือกออกจากโพรงที่ขังตัวเองไว้ ทิ้งไข่ พวกมันรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ปีที่จะเลี้ยงลูกให้มีชีวิตที่ดีได้ หยุด เพื่อรอเวลาเหมาะสม เป็นสิ่งที่พวกมันเลือกทำ

ช่วงเวลาที่ฝนทิ้งช่วง ทั้งที่ควรเป็นเวลาแห่งฝน ช้างนำโขลงโดยตัวเมียอาวุโส พาสมาชิกในครอบครัวหยุดที่แอ่งน้ำเล็ก ๆ ใช้ตีนแข็งแรงขุดดินเป็นหลุมน้ำซึม ให้ดินทรายเป็นเครื่องกรองน้ำ 

สัตว์ป่ารับรู้ ยอมรับการปรับตัวเพื่ออยู่ให้รอด เป็นสิ่งหนึ่งในวิถี

วิทยุทรานซิสเตอร์ของ ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพสัตว์ป่า และพฤติกรรมของสัตว์ที่บอกเราว่า โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
วิทยุทรานซิสเตอร์ของ ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพสัตว์ป่า และพฤติกรรมของสัตว์ที่บอกเราว่า โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ช้างโขลงที่มีลูกเล็ก ใช้แอ่งน้ำเล็ก ๆ บรรเทาความกระหาย ในวันที่ป่าควรชื้นด้วยสายฝน

การปรับตัวจำเป็น คนทำงานเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ หากใครไม่พูดถึงภาวะโลกร้อน คล้ายจะตกขบวนรถ 

แต่งานก็ไม่ได้ง่ายขึ้นสักเท่าไหร่

โลกจะร้อนหรือเย็น มีความจริงอยู่ว่า สัตว์ป่ายังคงถูกล่า

13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ลูกเสือโคร่ง ลูกนกเงือกกรามช้างจำนวนหนึ่ง ถูกพบขณะเตรียมส่งผู้ซื้อ การซื้อขายสัตว์ป่าทั้งเป็นซากและยังมีชีวิตเฟื่องฟู

อวัยวะสัตว์ ตั้งแต่ช้าง เสือโคร่ง ลิ่น เป็นที่ต้องการ สัตว์ที่ถูกพบเดินทางไปไม่ถึงปลายทาง กลายเป็น ‘ของกลาง’ คล้ายจะต้องติดอยู่ในกรงไปตลอดชีวิต

สัตว์ป่าที่ดีคือสัตว์ป่าที่ตายแล้ว ดูเหมือนจะเป็นความเชื่ออันไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าโลกจะเดินไปถึงไหน

ความเชื่อในเรื่องราวสัตว์ป่า ทำให้พวกมันสิ้นอนาคต แต่มีความจริงที่ทำให้พวกมันอยู่รอด 

มีชาวสวนส่วนหนึ่งใช้นกที่หลายคนเชื่อว่า พวกมันเป็นลางร้ายช่วยกำจัดหนูในสวน แมลงอย่างผึ้งนั้น เกษตรกรใช้พวกมันผสมเกสรต้นผลไม้ให้นานแล้ว

ถึงวันนี้ ทำงานในป่า วิทยุทรานซิสเตอร์ไร้ความสำคัญ สัญญาณโทรศัพท์ครอบคลุมไปเกือบทั่วทุกพื้นที่

มีข่าวสาร ข้อมูลมหาศาล ข้อมูลหาได้ง่ายดาย

กระนั้นก็เถอะ บางสิ่งคล้ายจะไม่เปลี่ยนแปลง

แววตาลูกเสือโคร่งที่ตกเป็น ‘ของกลาง’ ทำให้ผมต้องยอมรับว่า ในวันที่ความรู้ข้อมูลหาได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว ยังมีคนจำนวนไม่น้อย ใช้ ‘ความเชื่อ’ ในการดำรงชีวิต

มีโอกาสได้อยู่ใกล้สัตว์ป่า พวกมันนี่แหละ สอนให้ผมรู้ว่า ความจริงบนโลกนี้เป็นอย่างไร

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load