ลมหนาวมาเยือนเดือนธันวาคม เป็นสัญญาณบอกว่าช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนมาถึงแล้ว

คอลัมน์ Take Me Out อยากชวนทุกคนแพ็กของแล้วออกเดินทาง จัดทริปเปลี่ยนบรรยากาศไปกางเต็นท์สัมผัสอากาศหนาวทั่วภาคอีสาน เราคัดลานกางเต็นท์มาให้แล้ว มีธรรมชาติในทุกรูปแบบที่คุณต้องตกหลุมรัก ไม่ว่าจะทะเลหมอก เกาะกลางน้ำ ภูเขาสูง น้ำตกใส ไปจนถึงผาแกรนแคนยอน (แม้อยู่นอกภาคอีสาน แต่เราแถมให้) และทุกสถานที่ยินดีต้อนรับชาวแคมป์มือใหม่

ไปพักผ่อนทั้งทีต้องเอาให้คุ้ม ชวนก๊วนเพื่อน ครอบครัว คนพิเศษ หรือจะลุยเดี่ยว ไปทำกิจกรรมตามถนัด จะอิงฟืนไฟคลายหนาว สวมบทแม่ครัว-พ่อครัว นอกสถานที่ ตื่นมายลพระอาทิตย์ขึ้น นั่งมองพระอาทิตย์ตก และหลับฝันดีพร้อมดวงดาว 

ถ้ายกกันไปทั้งครอบครัว ก็เป็นโอกาสดีให้เจ้าตัวเล็กได้สัมผัสธรรมชาติและเรียนรู้ที่จะเอาเท้าย่ำดิน ฟังเสียงนกร้อง และสารพัดความงามที่ธรรมชาติมอบให้ ไม่เพียงเท่านั้น บรรดาลานกางเต็นท์ยังเปิดให้พาสัตว์เลี้ยงมาวิ่งสนุกในลานโล่งกว้างด้วย

เราปรารถนาดีอยากให้วันหยุดของคุณพิเศษกว่าทุกปี เก็บลิสต์ จัดกระเป๋า แล้วไปกางเต็นท์นำกันเด้อ

01

หาดสวนแก้วแคมป์ (สวนตาเข็มทิศ) จังหวัดกาฬสินธุ์

ลานกางเต็นท์ริมน้ำ ชมสวนผัก ดูพระอาทิตย์ขึ้นและลับขอบฟ้า

7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว
7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว

จากพื้นที่ทำไร่ ทำสวนผลไม้ และค่ายลูกเสือ พัฒนาสู่ลานกางเต็นท์เนื้อที่ 80 ไร่ริมน้ำเขื่อนลำปาว 

หาดสวนแก้วแคมป์ บรรยากาศเงียบสงบ เป็นส่วนตัว แถมอากาศก็เย็นสบายจากลมที่พัดผ่านน้ำขึ้นมาที่ลานหญ้าเขียวชอุ่ม การปรับพื้นที่ทั้งหมดเป็นฝีมือของ เพ็ญ​พิไล​ และ โอฬารวิทย์ ​อินทสุวรรณ ลูกสาวและลูกเขยของคุณตาเข็มทิศ ผู้เป็นเจ้าของที่ดิน ครอบครัวอินทสุวรรณตั้งใจให้ที่นี่เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของครอบครัว และเป็นพื้นที่กระชับมิตรของเพื่อนฝูง

7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว

ที่นี่ไม่ได้มีดีเพียงวิวริมน้ำเท่านั้น แต่ยังมีวิวปะดู่ต้นสูงชะลูดเอาใจสายป่า พร้อมจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ในที่เดียวกัน เสน่ห์ของการมาเยือนที่นี่คือกิจกรรมที่มีให้เลือกทำหลากหลาย อย่างการตกปลานั่งชิลล์ริมน้ำ หรือจะอิ่มท้องพร้อมออกกำลังกาย ด้วยการเดินเยี่ยมชมพืชผักสวนครัวที่คุณตาเข็มทิศปลูกไว้ในแต่ละฤดูกาล ทั้งมะเขือเทศยันถั่วฝักยาว ซึ่งคุณตาใจดีให้เก็บเกี่ยวไปกินกับมื้ออาหารหรือเอาไปทำกับข้าวก็ได้ไม่มีหวง แต่ถ้าหากใครเป็นสายเขียว อยากทำสวน ก็ขอให้บอกกันก่อนตอนจองได้เลย เจ้าบ้านคนเก่งเต็มใจพาไปบุกดูขั้นตอนการทำสวนยาง สวนกล้วย และพาไปเก็บลูกหม่อนถึงต้นเองกับมือ แค่คิดก็สนุกแล้ว!

ที่นี่เคยเป็นค่ายลูกเสือมาก่อน ทำให้มีบ้านพักทดลองลำบากขนาด 4 คนนอนให้เช่าด้วย

หากผู้มาเยือนท่านใดไม่ปรารถนาจะนอนเต็นท์ ทางแคมป์ก็มีที่นอน หมอน และพัดลม ให้บริการ

ที่ตั้ง : 53 หมู่ 7 ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน

Facebook : หาดสวนแก้วแคมป์ – สวนตาเข็มทิศ

โทรศัพท์ : 09 5169 1165

02

Keeree-Wong At Phukhow-Wong จังหวัดขอนแก่น

แคมปิ้งติดเขื่อนอุบลรัตน์ ที่โอบกอดคุณด้วยวิวภูเขา 360 องศา

7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว
7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว

คีรีวง แปลว่า พื้นที่ที่โอบกอดและห้อมล้อมด้วยภูเขา คีรี แปลว่า ภูเขา ส่วนวงมาจากชื่อหมู่บ้านภูเขาวง วิวทิวทัศน์ 360 องศาของพื้นที่โล่งกว้างแห่งนี้ที่มี ณัฐดนัย เกาะหาร เจ้าของที่อินและติดใจบรรยากาศการไปแคมป์จนต้องกลับมาเปิดลานกางเต็นท์

วิวไฮไลต์ของคีรีวง คือการที่ในทุก ๆ วันผู้คนที่เดินทางมาพักจะมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นได้จากภูเขาสูง และลาลับขอบฟ้าที่ริมขอบน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ในตอนเย็น (โรแมนติกที่สุด) ความงามยังไม่หมด ถ้าหากคุณไปแคมปิ้งช่วงฤดูเก็บเกี่ยว คีรีวงไม่ได้มีแค่คีรีที่ล้อมเป็นวง แต่ยังมีทุ่งข้าวสีทองอร่ามโอบล้อมให้ความสวยงามสบายตาอีกด้วย ส่วนยามค่ำคืนที่นี่ เมื่อคุณเอนหลังลง แหงนหน้ามองบนผืนฟ้า จะเห็นดวงดาวอย่างชัดเจน จนชนิดที่ว่าคุณไม่ต้องพกกล้องส่องทางไกลไปส่องหรือซูมเพื่อดูเลย

แม้ที่นี่จะเป็นลานกว้าง แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้องน้ำ ไฟฟ้า จุดล้างจาน จุดทิ้งขยะ และสัญญาณโทรศัพท์ (ยามจำเป็น) ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ณัฐดนัยวางไว้อย่างตั้งใจว่า อยากคงความเป็นธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด ไม่อยากแต่งเติมเสริมสิ่งใดเข้ามาถ้าไม่จำเป็น เพราะหวังอยากให้ทุกคนที่มาได้ใกล้ชิด และสัมผัสบรรยากาศแบบธรรมชาติให้ได้มากที่สุด

ที่ตั้ง : ตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น 40250

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน (เนื่องด้วยสถานการณ์น้ำท่วม คีรีวงยินดีต้อนรับคุณอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์)

Facebook : Keeree-Wong At Phukhow-Wong

โทรศัพท์ : 08 3670 1879

03

ศรีสิรินแคมป์ จังหวัดอุบลราชธานี

แคมป์ริมเขื่อน เยือนหาด ปั่นจักรยาน สูดอากาศ และพายเรือเล่น 

7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว
7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว

จากรูปทริปไปแคมป์ของเพื่อน ที่มีทั้งแม่น้ำ หาด และป่า เป็นแรงบันดาลใจให้ ภัทราวรรณ เกษมพร เนรมิตรพื้นที่ส่วนตัวติดริมเขื่อนสิรินธร เป็นลานกางเต็นท์วิวทะเลสาบ มีพื้นที่มากพอให้ทุกคนมาทำกิจรรมตามถนัด เช่น เล่นเซิร์ฟบอร์ด ปั่นจักรยาน หรือตกปลา การมาที่นี่ไม่จำเป็นต้องค้างคืนเท่านั้น จะมาปิคนิกตอนเช้าและกลับตอนเย็น นั่งทานข้าว และดื่มกาแฟ ชิมเบเกอรี่ได้ที่คาเฟ่เล็ก ๆ สีขาวกลางสวน มีพร็อพถ่ายรูปเป็นชุดกาแฟดริป บนดาดฟ้าชั้นลอยยังเป็นจุดชมวิวมุมสูง ให้คุณดื่มด่ำบรรยากาศการมองเห็น และฟังเสียงธรรมชาติได้ชัดขึ้น จะเงี่ยหูฟังเสียงจิ้งหรีด หรือแอบส่องนกกระยางที่เดินหาปลาอยู่ที่ริมทะเลสาบก็ย่อมได้

การมากางเต็นท์ที่นี่ มีเสน่ห์วิถีชีวิตชุมชนให้คุณได้ยล ได้เห็นการต้อนฝูงวัวควายผ่านแคมป์ และพูดคุยยืมเบ็ด ซื้อปลาสด ๆ จากชาวประมงมาปิ้ง-เผาทาน อดใจรอเวลาชมพระอาทิตย์ตกที่สันภูเขา โดยพระอาทิตย์ตกในหน้าหนาวจะไล่เฉดจากเข้มไปอ่อน จนเป็นสีพาสเทลแบบวานิลาสกายที่น่ารักและสวยงามไปพร้อม ๆ กัน แค่จินตนาการภาพตามก็อยากยกเต็นท์ไปแคมป์เสียตอนนี้

แอบกระซิบว่า ในอนาคตจะมีอุปกรณ์ครบเซ็ตสายแคมป์ให้เช่าแบบจัดเต็ม มาตัวเปล่าก็ค้างคืนได้แบบสบาย ๆ

ที่ตั้ง : 89 หมู่ 1 ตำบลฝางคำ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี 34350

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 

Facebook : ศรีสิรินแคมป์

โทรศัพท์ : 09 4829 2226

04

เกาะภูกระแต จังหวัดอุบลราชธานี 

นอนเต็นท์ นั่งเรือรอบเกาะ ดูโขดหิน และกินอาหารท้องถิ่น

7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว
7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว

‘มาเกาะภูกระแต ฟรีสไตล์ จะเข้าออกเวลาไหนก็ได้ ไม่มีใครเป็นเจ้าของ’

เกาะภูกระแต สถานที่แคมปิ้งเกาะกลางน้ำแห่งนี้อยู่ในการควบคุมของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ให้ชาวบ้านโดยรอบช่วยดูแลและสอดส่อง ตลอดจนช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้กับนักกางเต็นท์ที่มาพักผ่อนบนเกาะโขดหินแห่งนี้

เกาะแห่งนี้ บุญมี บุญศักดิ์ กำนันตำบลโนนกลาง อำเภอพิบูลมังสาหาร เล่าว่าเกาะภูกระแต่มีมานานแล้ว เริ่มเป็นลานกางเต็นท์จริงจัง ก็เพราะพลังของนักรีวิวและโลกออนไลน์ที่แชร์กันไปไกล จึงดึงดูดผู้คนมาพักผ่อนจากทั่วทุกสารทิศ

บรรยากาศที่นี่มีต้นไม้เขียวชอุ่ม มีป้ายเช็กอินเอาใจสายโซเชียล มีพระพุทธรูปให้กราบไหว้ และรวบรวมวิวภูเขา ชายหาด น้ำ และช่องเม็กที่ชาวแคมป์เดินทางข้ามไปฝั่งลาวได้ (ในสถานการณ์ปกติ) ไว้ในที่เดียว ส่วนยามฟ้ามืดก็จะมีแสงสว่างจากตะเกียง และแสงดวงดาวที่เต็มฟ้าช่วยให้ค่ำคืนโรแมนติกขึ้นไปอีก เพราะบนเกาะแห่งนี้ไม่มีไฟฟ้า

กิจกรรมบนเกาะภูกระแตมีให้เลือกทำไม่ซ้ำ ไม่ว่าจะว่ายน้ำ ก่อทราย นั่งเรือดูบรรยากาศวิถีชีวิตชาวบ้านรอบเกาะ นั่งแพริมน้ำดื่มด่ำธรรมชาติ พร้อมทานอาหารท้องถิ่นจากฝีมือชาวบ้าน ทั้งปลาส้ม ต้มปลา หรือใครอยากตกปลาสด ๆ มาก่อฟืนทำเองก็ได้ไม่ว่ากัน แต่ทั้งหมดนี้ขอเพียงแค่แจ้งล่วงหน้ากับผู้ใหญ่บ้านให้คอยประสานงาน ก็จะทำให้ทุกอย่างโดยง่ายและพร้อมเมื่อคุณไปถึง

ที่ตั้ง : บ้านโนนกลาง หมู่ที่ 11 ตำบลโนนกลาง อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 

Facebook : องค์การบริหารส่วนตำบลโนนกลาง อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

โทรศัพท์ : 09 7332 9568 (ศริตา ทองเรือง – ผู้ใหญ่บ้าน)

*ช่วงนี้ทางเข้าเกาะน้ำท่วม หากต้องการข้ามไปต้องนั่งเรือหรือแพของชาวบ้านเท่านั้น รถยนต์ขับเข้าไปไม่ได้

05

เนิน 1408 อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย จังหวัดเลย

กางเต็นท์ชมทะเลหมอก สัมผัสอากาศหนาวใต้แสงจันทร์ และลงเขาเก็บสตรอว์เบอร์รี่

7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว
7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว

เนิน 1408 ชื่อนี้ไม่ได้ได้มาตามจำนวนเนินในอุทยานแห่งชาติภูสวนทรายหรอกนะ แต่เป็นจำนวนความสูงต่างหากที่ห่างจากระดับน้ำทะเลถึง 1408 เมตร โดย พัฒนา กมลรัตน์ หัวหน้าฝ่ายนันทนาการ เล่าที่มาของตัวเลขให้เราฟัง

การมาเนินแห่งนี้คุณจะได้ประสบการณ์การจำลองการใช้ชีวิตในป่าจริง ๆ เพราะที่นี่ไม่มีไฟฟ้า มีเพียงแสงจันทร์ที่จะช่วยส่องสว่างยามค่ำคืนเท่านั้น ไฮไลต์ของที่นี่คือคุณจะได้เห็นสายหมอกที่ฟูหนาจนกลายเป็นทะเลตลอดวัน ในช่วงปลายฝนต้นหนาว คุณจะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ในที่เดียวกัน โดยไม่ต้องย้ายโลเคชันไปไหนเลย 

แพ็กกระเป๋าไปแคมปิ้ง สัมผัสอากาศหนาว ดื่มด่ำธรรมชาติ ในดินแดนอีสานบ้านเฮา ในคอลัมน์ Take Me Out ลานกางเต็นท์ 7+1 ที่ในภาคอีสาน

ตำแหน่งของเนินแห่งนี้อยู่สูงจนเกือบสุดของอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย แน่นอนว่าการเดินทางจำเป็นต้องรับสมัครแต่สายลุย เพราะต้องเดินเท้าขึ้นไปกว่า 5 กิโลเมตร แต่เชื่อสิว่าจะไม่เหนื่อยเปล่าและแสนจะคุ้มค่า เพราะระหว่างทางขึ้นไปจนถึงที่หมายจะมีต้นไม้เล็กใหญ่คอยให้ร่มเงาพร้อม จงสูดเอาอากาศสะอาดบริสุทธิ์ใส่ให้เต็มปอด แถมมีเส้นทางไปดูนก ไหว้พระ เที่ยวน้ำตก และมีต้นไม้หายากอย่างกระโถนฤาษีให้ได้แวะชม ตอนขาลง หากพื้นที่กระเป๋ายังว่างก็อยากชวน แวะไร่สตรอว์เบอร์รี่ของชาวบ้าน เด็ด ชิม และนำมาชั่งกิโลติดมือกลับไปฝากเพื่อนสนิทมิตรสหายได้อีกด้วย

ป.ล. ด้วยรักและห่วงใย ทางอุทยานจึงไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงไปเที่ยวด้วยนะ

ที่ตั้ง : ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย 42170

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 

Facebook : อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย

โทรศัพท์ : 09 4239 2498

06

ไร่นายสิงห์ จังหวัดหนองบัวลำภู

ลานกางเต็นท์วิวภูเขาภูซาง ให้คุณจิบโรบัสต้าและดูดาวตก

แพ็กกระเป๋าไปแคมปิ้ง สัมผัสอากาศหนาว ดื่มด่ำธรรมชาติ ในดินแดนอีสานบ้านเฮา ในคอลัมน์ Take Me Out ลานกางเต็นท์ 7+1 ที่ในภาคอีสาน
แพ็กกระเป๋าไปแคมปิ้ง สัมผัสอากาศหนาว ดื่มด่ำธรรมชาติ ในดินแดนอีสานบ้านเฮา ในคอลัมน์ Take Me Out ลานกางเต็นท์ 7+1 ที่ในภาคอีสาน

ที่ดิน 100 ไร่ที่พ่อกับแม่ซื้อทิ้งไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2547 ไม่ได้ถูกทำประโยชน์ เป็นเหตุให้ รักพงษ์ วิทยาพร ลูกชายคนเก่งเข้ามาพัฒนา ลองผิดลองถูกจนเกิดเป็นลานกางเต็นท์ ไร่กาแฟโรบัสต้า สวนกล้วย สวนยางพารา สโลว์บาร์ที่มีวิวภูซางและลำธารเล็ก ๆ

บรรยากาศโดยรอบลานกางเต็นท์ของที่นี่เป็นวิวภูเขาภูซาง มีทะเลหมอกกับหญ้ามากในช่วงฤดูฝน และด้วยความที่เป็นที่โล่งแจ้ง พอตกกลางคืนจึงมองเห็นดาวชัด และรับประกันความพิเศษโดยเจ้าของไร่ ว่ามีดาวตกให้เห็นอยู่ทุกคืน

แพ็กกระเป๋าไปแคมปิ้ง สัมผัสอากาศหนาว ดื่มด่ำธรรมชาติ ในดินแดนอีสานบ้านเฮา ในคอลัมน์ Take Me Out ลานกางเต็นท์ 7+1 ที่ในภาคอีสาน

ไร่นายสิงห์เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่รักสงบ และปรารถณาอยากห่างกันสักพักจากโลกโซเชียล เนื่องจากที่แห่งนี้ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต เป็นเสน่ห์ที่จะทำให้เราได้พูดคุยกระชับมิตรและใส่ใจคนตรงหน้า พร้อมจิบกาแฟโรบัสต้าที่สโลว์บาร์ลอยฟ้าได้ในวันเสาร์-อาทิตย์ และก่อนกลับอย่าลืมแวะถ่ายรูปที่ลำธารเก็บไว้เป็นที่ระลึก แต่ถ้ายังไม่หนำใจอยากจับจ่ายของดีไปฝากคนที่รักที่นี่ก็ยินดี เพราะมีกาแฟจากไร่และกล้วยอบจากสวนที่ส่งไปให้ชาวบ้านทำถึงจังหวัดชุมพร ให้คุณได้ซื้อหาติดมือกลับบ้านด้วย

ที่ตั้ง : ตำบลนาดอกคำ อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย 42210

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 

Facebook : ไร่นายสิงห์

โทร : 08 1090 9923 

Line : 08 1090 9923 (แนะนำให้แอดไลน์เพื่อจอง เพราะโทรศัพท์ที่ไร่มักไม่มีสัญญาณ)

07

ลานกางเต้นท์กระต่ายป่า จังหวัดนครพนม

ตั้งแคมป์แบบส่วนตัวในป่าใหญ่ เดินขึ้นเขา และเล่นน้ำใสที่ลำธาร

แพ็กกระเป๋าไปแคมปิ้ง สัมผัสอากาศหนาว ดื่มด่ำธรรมชาติ ในดินแดนอีสานบ้านเฮา ในคอลัมน์ Take Me Out ลานกางเต็นท์ 7+1 ที่ในภาคอีสาน
แพ็กกระเป๋าไปแคมปิ้ง สัมผัสอากาศหนาว ดื่มด่ำธรรมชาติ ในดินแดนอีสานบ้านเฮา ในคอลัมน์ Take Me Out ลานกางเต็นท์ 7+1 ที่ในภาคอีสาน

เพราะสถานการณ์โควิด-19 ทำพิษ พาให้ชีวิต วรัญญา น้อยเภา ในช่วงที่ผ่านมาอดเที่ยว ซึ่งในสถานการณ์ปกติ พูดเลยว่าเธอเที่ยวไม่เคยขาด จนจุดประกายให้เธอคิดว่า ในเมื่อไปเที่ยวไม่ได้ ก็ทำที่เที่ยวเองเสียเลย ประจวบเหมาะกับมีที่ดินอยู่แล้วในป่าใหญ่ จึงเกิดเป็นแคมป์และคาเฟ่ที่อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติขึ้นมา

ถ้าหากคุณเป็นชาวแคมป์คนหนึ่งที่มองหาป่า ซึ่งหมายถึงป่าเงียบสงบและเป็นส่วนตัวจริง ๆ ที่นี่น่าจะตรงใจ เพราะแคมป์แห่งนี้รับผู้กางเต็นท์เพียงวันละ 1 กลุ่ม นั่นแปลว่าป่าทั้งป่าจะเป็นของคุณ คุณจะได้ฟังเสียงธรรมชาติ เสียงนก เสียงลมพัดใบไม้ไหว เสียงลำธารที่มีน้ำไหล หรือหากใครไปในฤดูฝน ก็จะพ่วงเสียงน้ำตกเข้าไปด้วยตลอดวันโดยไม่มีสิ่งใดรบกวน

ที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต แต่ว่ามีกิจกรรมเด็ด ๆ รอให้คุณไปเอนจอยอยู่เพียบ อย่างการปีนผา ขึ้นเขาภูแฮ้ง เล่นน้ำ ตกปลา หรือนั่งแพที่ลำธาร ถ่ายรูปสวนยางที่มีดวงอาทิตย์ตกเป็น Silhouette ช่วยให้ภาพคูลขึ้นอีก 10 เท่า และหากเที่ยวจนหมดแรง ท้องเริ่มร้อง ร่างกายต้องการความหวานก็ไม่ต้องกังวล ที่นี่มีคาเฟ่เล็ก ๆ บริการเครื่องดื่มและเบเกอรี่ให้คุณได้เลือกสรร

ในอนาคตอันใกล้ เจ้าของกระต่ายป่าจะนำรถ ATV เข้ามาให้ผู้มาเยือนได้ขับขี่ เพื่ออำนวนความสะดวกในการเข้ามากางเต็นท์ เพราะทางเข้าแคบ ไม่สะดวกในการนำรถยนต์เข้ามา และถือเป็นกิจกรรมเอาใจสายแอดเวนเจอร์ไปในตัว

ที่ตั้ง : ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม 48130

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 

Facebook : ลานกางเต้นท์ กระต่ายป่า Camping

โทร : 08 0329 6644

08

ไร่ผาหมอก จังหวัดเพชรบูรณ์

กางเต็นท์วิวผาสูง น้ำตกตัดหมอก และแกรนด์แคนยอนน้ำหนาว 

แพ็กกระเป๋าไปแคมปิ้ง สัมผัสอากาศหนาว ดื่มด่ำธรรมชาติ ในดินแดนอีสานบ้านเฮา ในคอลัมน์ Take Me Out ลานกางเต็นท์ 7+1 ที่ในภาคอีสาน
แพ็กกระเป๋าไปแคมปิ้ง สัมผัสอากาศหนาว ดื่มด่ำธรรมชาติ ในดินแดนอีสานบ้านเฮา ในคอลัมน์ Take Me Out ลานกางเต็นท์ 7+1 ที่ในภาคอีสาน

แม้ไร่ผาหมอกจะไม่ปักหมุดอยู่ในภาคอีสาน แต่ใกล้ชิดธรรมชาติจนเราต้องขอแนะนำ

ในยุคที่ยางพาราราคาตกต่ำ เกษตรกรคนเก่งอย่าง สุนีย์ ภูมิประเทศ เล็งเห็นว่าพื้นที่ว่างที่มีน่าเอามาทำประโยชน์ ปรับเปลี่ยนที่ดินให้กลายเป็นลานกางเต็นท์วิวหน้าผา มีทะเลหมอกและน้ำตกหุบเขาแกรนแคนยอนตรงหน้า ทำให้มีบรรยากาศใกล้ชิดสนิทกับธรรมชาติ แถมยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม มีสวนทุเรียน สวนองุ่นให้เด็ดกินได้ตามใจชอบด้วยนะ

ไร่ผาหมอกเหมาะกับชาวแคมป์สายธรรมชาติ เพราะหน้าฝนที่นี่จะมีน้ำตก 2 สายที่ไหลแรงจากหุบเขา และหมอกขาวชั้นหนาที่ธรรมชาติจัดสรรให้ได้ชมตามฤดูกาล มีดอกไม้ เช่น หอมหมื่นลี้ แตรหน้าฟ้า บุษบา ส่งกลิ่นหอม ผ่อนคลายตลอดคืนและตลอดปี 

ที่นี่มีบริการเช่าพร้อมกางและเก็บเต็นท์ให้ สำหรับลูกค้าสายชิลล์ไม่เน้นอุปกรณ์ก็มาเยือนได้ ส่วนเรื่องอาหารการกินก็ไม่ต้องเป็นห่วง หมูกระทะ ข้าวกล่องพร้อม แต่ถ้าใครจะติดตะหลิว หิ้วกระทะ มาต้มผัดแกงทอดก็ได้ตามสะดวกเช่นกัน 

ที่ตั้ง : 202 หมู่ 3 ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ 67260

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน

Facebook : ไร่ผาหมอก

โทร : 09 7319 1385

ภาพ : ลานกางเต้นท์กระต่ายป่า, Keeree-Wong At Phukhow-Wong, ไร่ผาหมอก, ไร่นายสิงห์, ศรีสิรินแคมป์, หาดสวนแก้วแคมป์-สวนตาเข็มทิศ

Writer

พลอยไพลิน กลิ่นบัวงาม

นักหัดเขียนสายคาเฟ่ รักการอบขนม เสพติดการหอมหมา และเชื่อว่าวันที่ดีจะเริ่มต้นด้วยชาเขียวเย็นในแก้วเก็บอุณหภูมิ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

“ตอนแรกเราเข้าใจว่าเราไม่มีวัฒนธรรม เพราะเราไม่ใช่เมืองหลวง ไม่เคยเป็นราชธานี แต่ในช่วงหลายปีมานี้มันมีกระแสหวนหาอดีต ภูเก็ตเป็นเมืองแรกๆ ที่หันกลับไปมองว่าตึกรามบ้านช่อง อาหาร และสิ่งที่เรามีอยู่แล้วนั่นแหละคือวัฒนธรรมของเรา จริงๆ ภูเก็ตแตกต่างจังหวัดอื่นโดยสิ้นเชิง อาหารก็คล้ายทางปีนัง กระเถิบไปอีกสองสามจังหวัดเราจะไม่ค่อยเจออะไรแบบนี้แล้ว

“ถึงภูเก็ตอ่อนแอเรื่องศิลปะ เราไม่มี art college ไม่มีหอศิลป์ แต่ความแข็งแรงของวัฒนธรรมภูเก็ตสะท้อนผ่านอาหารการกิน”

ตี่-วีระชัย ปรานวีระไพบูลย์ สถาปนิก นักธุรกิจ และสมาชิกกลุ่ม So Phuket อธิบายไอเดียเบื้องหลังโครงการ F. A.T. Phuket (Food Art Old Town) ที่แต่งเติมผนังย่านเมืองเก่าด้วยกราฟฟิตี้สีสันสดใส ในปี 2015 ภูเก็ตเพิ่งได้รับการจัดอันดับว่าเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร หรือ Creative City of Gastronomy จากยูเนสโก ชาว So Phuket เลยจับจุดแข็งเรื่องการกินที่ผูกพันกับวิถีคนภูเก็ต 12 หมวดมาเป็นโจทย์ให้ศิลปินเพ้นต์กำแพงเป็นอาหารตา ลวดลายมีชีวิตชีวาบอกใบ้อาหารจานเด็ด 88 รายการให้ผู้คนแกะรอยความอร่อยของไข่มุกอันดามัน

ไปภูเก็ตครั้งหน้า อย่ามองหาภาพสตรีทอาร์ตเพียงอย่างเดียว เรารวมเมนูห้ามพลาดจากแต่ละหมวดมาไว้ที่นี่แล้ว

1.เจอเต่าแดง กินเต่าแดง

ณ ปากซอยรมณีย์ ถนนถลาง น้องมาร์ดี เด็ก 3 ตาของ Alex Face กลายร่างเป็นเต่าแดงตัวใหญ่ ที่แขนขาเขียนว่าแก้ว แหวน เงิน ทอง พร้อมหางลายสมหวัง ภาพนี้มาจากความเชื่อเรื่องเทศกาลพ้อต่อหรือ Hungry Ghost Festival ที่วิญญาณคนตายจะออกมาเที่ยวบนโลกมนุษย์ ชาวบ้านจะแขวนโคมเพื่อนำทางดวงวิญญาณ และตั้งโต๊ะเซ่นอาหารเซ่นไหว้พร้อมขนมอังกู๊โก้ย หรือขนมเต่าทาสีแดง ในช่วงเทศกาลเดือน 7 ตามปฏิทินจีน ช่วงนั้นจะหาเต่าตัวใหญ่ทานได้ฟรี แต่ถ้าอยากลองชิมเต่าแดงเพื่อสิริมงคลนอกเทศกาล ก็หาซื้อขนมถั่วเขียวรูปเต่าตัวเล็กๆ รสหวานนุ่มนวลได้ในตลาดเช้าตลอดทั้งปี แนะนำว่าควรตื่นเช้าไปลอง เพราะในตลาดยังมีของกินสนุกๆ อีกเพียบ

2. ชมนก กินนก

รักกิจ ควรหาเวช ศิลปินสไตล์ Geometric ซ่อนสีสันและรูปทรงของขนมเด็ก 12 อย่างไว้ในภาพนกตัวใหญ่ที่ถนนถลาง ขนมที่กินหลังเลิกเรียนและขนมโบราณต่างๆ ของภูเก็ตเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำวัยเด็ก เช่น ก้องทึ๋ง (ขนมตุ๊บตั๊บ) ซิต่าวซ้อ (ขนมหน้าแตก) ขนมปลา ของอร่อยเหล่านี้ส่วนใหญ่หาซื้อได้ที่ร้านอาตั๊กแก ถนนดีบุก หรือร้านเค่งติ๊น ย่านบางเหนียว เราขอแนะนำขนมนก ขนมปังกรอบรูปนกจากร้านเค่งติ๊น วิธีกินให้อร่อยต้องจับนกจุ่มในช็อกโกแลตร้อนก่อนส่งเข้าปาก รสหวานมันกับความกรอบจะกลมกล่อมเข้ากันดีเป็นที่สุด

3. กินเจสู้เสือ

อีกภาพของรักกิจอยู่ที่หน้าโรงแรมสินทวี ถนนพังงา เป็นภาพหน้าเสือขนาดใหญ่ สีสันของพยัคฆ์สุดเท่นี้มาจากเทศกาลกินเจอันโด่งดังของภูเก็ต ในภาพซ่อนตะเกียง ประทัด กล่องไม้ขีด และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการถือศีลกินผัก ใครอยากทานอาหารมังสวิรัติ แนะนำให้ไปถนนระนองที่มีร้านอาหารเจเรียงราย ขอแนะนำผัดหมี่เจร้านเจี๊ยะฉ่าย รสชาติดีและราคาเป็นมิตร หรือจะลองเมนูอื่นๆ เช่น จับฉ่าย หรืออาจาด (ยำแตงกวาใส่เห็ดหูหนูกับผงกะหรี่) ก็ดีงามไม่แพ้กัน ที่สำคัญควรไปถนนระนองช่วงเช้าหรือกลางวันเพราะอาหารหมดเร็ว

4. เดินตลาดเช้า เข้าร้านเสี่ยวโบ๋ย

ตลาดดาวทาวน์มีทั้งของสด อาหาร และสิ่งของต่างๆ ขายจนคึกคักตลอดวัน ลองเลี้ยวเข้าไปถามหาภาพเด็กเข็นรถเข็น ทุกคนจะชี้ไปที่กำแพงรูปน้องมาร์ดีสวมชุดย่าหยาสีชมพู สะท้อนวิถีตลาดเช้าหรือบ่านซ้านของเมืองตื่นเช้า งานนี้จะเลือกกินข้าวต้มฮกเกี้ยน โรตีแกง หรือข้าวยำ ก็เหมาะสมตามธรรมเนียม แต่เราเลือกพุ่งไปร้านจ่วนเฮี้ยง ร้านเก่าแก่ที่ขายเสี่ยวโบ๋ยหรือติ่มซำมาเกือบร้อยปี ทีเด็ดอยู่ตรงขนมจีบ ฮะเก๋าร้อนๆ หอมนุ่ม และน้ำจิ้มปรุงเองที่นัวอร่อยเหนือจิ๊กโฉ่วธรรมดา มี 2 สาขาที่ถนนพูนผลและถนนชนะเจริญ ถ้าอยากกินก็ต้องตื่นเช้าเช่นเคย เพราะร้านจะเปิดแค่ 6 โมงเช้า – 11 โมงเท่านั้น

5. กินเปาะเปี๊ยะยามบ่าย ทักทายฝูงสัตว์

มื้อสำคัญมากของชาวภูเก็ตคือมื้อบ่าย เพราะเป็นเวลาชุมนุมสภากาแฟหรือสภาโกปี๊ เหนือเครื่องดื่มและจานอาหารคาวหวานสารพัดคือบทสนทนากระชับความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นโอ้เอ๋ว อาวโป้ ตูโบ้ หรือฉิ้งฉ้างทอด P7 ซ่อนสีและสัญลักษณ์ของมื้อบ่ายในลำตัวฉูดฉาดของเสือตัวนี้ ไปมองหาพี่เสือได้ที่ทางเข้าลานจอดรถโรงแรมสินทวี ถนนพังงา แล้วอย่าลืมไปชิมเปาะเปี๊ยะสด จานฮกเกี้ยนคลาสสิกประจำมื้อบ่ายมารับประทาน เราได้ชิมแป้งนุ่มๆ ไส้มันแกวผัดราสซอสกลมกล่อมนี้หน้าโรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว อร่อยประทับใจ แต่สายข่าวแนะนำให้ไปชิมอีกเจ้าที่ตลาดใต้ต้นฉำฉาด้วย เพราะนอกจากปอเปี๊ยะรสชาติเด็ดขาด แถวนั้นยังมีร้านอาหารพื้นเมืองอีกมากมาย

6. ดูนกปิกนิกเล่นน้ำ ตามไปโซ้ยก๋วยเตี๋ยวกุ้ย

เจ้านกตาโตที่จับเชือกตามเต่าลงทะเลเป็นผลงานของ ‘มือบอน’ (ไม่ได้ว่า เขาใช้ฉายานี้จริงๆ) บอกเล่ากิจกรรมเดินเต่าของชาวภูเก็ตบนฝาผนังร้านจี๊ดราดหน้ายอดผัก ซอยโรงแรมเพ้งหมินเก่า ถนนพังงา โดยสมัยก่อนชาวบ้านจะออกไปปิกนิกเล่นน้ำที่ชายหาด เฝ้าดูเต่าวางไข่เวลากลางคืน และบางครั้งก็เก็บไข่เต่ามากินหรือมาขาย สมัยนี้ไม่มีกิจกรรมนี้แล้วเพราะธรรมชาติเปลี่ยนแปลง แต่อาหารห่อไปปิกนิกยังคงอยู่ ไม่ว่าจะผัดไทย หมี่หุ้น หรือก๋วยเตี๋ยวกุ้ย จานเส้นผัดซอสกับถั่วงอกและเต้าหู้ ขอย้ำตรงนี้ว่าต้องไปกินที่ร้านกิมแจ้ ถนนพูนผล ซอย 9 เพราะร้านเก่าแก่นี้นอกจากผัดแบบออริจินัลอร่อย ยังมีจานพลิกแพลงใส่เนื้อสัตว์ และห่อหมกกับเกี้ยนทอดที่อร่อยจนลืมไม่ลงด้วย

7. เปิดครัวบ้านป้า กินปลาทอดเครื่อง

บนผนังตึกร้านซินเซ่งหลอง หัวถนนพังงา มีคุณป้าหน้าตาใจดีนั่งอยู่ที่โต๊ะกับข้าว งานเพนต์แบบ realistic นี้เป็นของ พิชิต ไปแดน สังเกตได้ว่าคุณป้าแต่งตัวแบบย่าหยา สวมเสื้อลูกไม้ติดกระดุมผ่าหน้า นุ่งผ้าปาเต๊ะ และท่าทางจะทำกับข้าวอร่อย ครัวในบ้านของภูเก็ตมีจานเด็ดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหมูฮ้อง หอยพงผัดขิง น้ำชุบคั่ว แกงตูหมี้ แต่งานนี้เราขอแนะนำปลาทอดเครื่องจากร้านข้าวแกงโกฮวดที่ถนนวิชิตสงคราม ดูภายนอกร้านนี้หน้าตาธรรมดา แต่รสชาติแต่ละจานบอกเลยว่าเข้าขั้นจอมยุทธ์ ตักเข้าปากแล้วได้กำซาบความเป็นภูเก็ตอย่างแท้จริง ควรเก็บร้านนี้เป็นมื้อกลางวัน เพราะเขาเปิดแค่ 8 โมง – บ่าย 3 ก่อนสั่งอย่าลืมถามว่าวันนี้ได้วัตถุดิบอะไรมา แล้วเลือกความอร่อยตามหน้างาน

8. เห็นลุงผัดโอต๊าว เลยตามไปกินเจ้าอร่อย

ผลงานอีกภาพของ พิชิต ไปแดน อยู่ข้างๆ คุณป้าในครัวที่ถนนพังงา ภาพคุณลุงผัดโอต๊าวสะท้อนวัฒนธรรมอาหารรถเข็นแผงลอยที่รสเด็ดเทียบชั้นจานเหลา โอต๊าวคือหอยนางรมทอดใส่เผือกที่ใช้แป้งเหนียวนุ่ม คนละสูตรกับหอยทอดภาคกลาง แต่ความดีงามมีมากไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน จานนี้ขอแนะนำร้านรถเข็นหน้าโรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว เคี้ยวแล้วมีความสุขจนบรรยายสรรพคุณไม่ถูก

9. เฮงรับตรุษจีน กินขนมฮวดโก้ย

สัตว์สีขาวดำตัวยาวของโลเลบนผนังตึกร้านสินดี ปากซอยโรงแรมเพ้งหมินเก่า ถนนพังงา คือสิงโตเหนียน สัตว์ประหลาดดุร้ายในตำนานของจีนที่กลัวเสียงดัง แสงสว่าง และของสีแดง เทศกาลตรุษจีนจึงต้องติดโคม จุดประทัด ใช้ของสีแดงต่างๆ เพื่อเฉลิมฉลองการปราบปิศาจและต้อนรับปีใหม่ รวมถึงกินของอร่อยประจำตรุษจีน เช่น ลักฉ่าย (ผักแห้ง 6 อย่าง) ขนมเข่ง ขนมรา ขนมท่อนไต้ และขนมฮวดโก้ยหรือขนมถ้วยฟูที่มีความหมายดี เป็นสิริมงคล นอกเทศกาลก็หาซื้อมากินเพิ่มโชคลาภความเฟื่องฟูได้ที่ตลาดเช้า

10. ไหว้เทวดา ตามหาเตเหลี่ยว

ภาพหุ่น 3 ตัวนี้อยู่ตรงทางเข้าศาลเจ้าแสงธรรม ถนนพังงา เป็นฝีมือศิลปินชาวรัสเซีย Ludmila Letnikova เล่าเรื่องหุ่นกาเหล้ที่นิยมเล่นหลังตรุษจีน 9 วัน เพื่อไหว้บูชาเทวดา เป็นมหรสพหุ่นที่มีตัวแสดง 3 ตัว คือ เซ่งกั่งเอี๋ย ผู้รับราชโองการจากสวรรค์ ใบหน้าสีแดง หุ่นจอหงวน หน้าตาหล่อเหลา และฮูหยินส้อหยกหลาน ผู้เป็นตัวแทนร้องเพลงบูชา สิ่งที่ขาดไม่ได้ในงานนี้คืออาหารเซ่นไหว้เทวดา เช่น อ้อย เจดีย์น้ำตาล ผลไม้ต่างๆ และเตเหลี่ยว หรือที่คนไทยเรียกว่าขนมจันอับ มีทั้งขนมถั่วตัด งาตัด ข้าวพอง ลองซื้อจากร้านเค่งติ๊น หรือร้านขนมพื้นเมืองอื่นๆ แล้วมากินคู่กับชาจีนร้อนๆ รับรองว่าอร่อยเข้ากันแน่นอน 

11. มองบ้านบ้าบ๋า คว้ากะละแมเข้าปาก

ลวดลายแบบชิโน-โปรตุกีสที่ต่อกันเป็นทรงบ้านนี้เป็นผลงานของ BeerPitch บนผนังทางเข้าลานจอดรถโรงแรมสินทวี ถนนพังงา สื่อถึงความสุขและงานวิวาห์แบบบ้าบ๋าที่ใช้ขนมหวาน 12 อย่างในงาน เช่น ขนมเทียน ขนมชั้น ขนมบูหลู และที่ขาดไม่ได้คือกะละแมหรือกันแมเหนียวหนุบหนับ สื่อถึงความรักของหนุ่มสาวที่หวานชื่น แน่นเหนียว ยืนนาน ถ้าอยากให้ความรักแน่นแฟ้นตามความเชื่อ ก็หาซื้อขนมหวานหอมนี้ได้จากร้านอาตั๊กแก ถนนดีบุก และในตลาดเช้า

12. ฉลองการเกิดด้วยอิ่วปึ่ง

ปิดท้ายด้วยเทศกาลการกำเนิดซึ่งเคยเป็นภาพแรกของโครงการ F.A.T. Phuket แต่ปัจจุบันภาพน้องมาร์ดีบนกำแพงธนาคารชาร์เตอร์เก่าหรือพิพิธภัณฑ์เพอรานากันนิทัศน์บนถนนพังงา ถูกลบไปแล้ว หลังชาวเมืองแสดงความเห็นว่าไม่เหมาะสม ในภาพน้องมาร์ดีถือเสี่ยหนาหรือปิ่นโตจีน ตามประเพณีการคลอดลูกของชาวจีนภูเก็ต เมื่อเด็กอายุครบ 1 เดือน พ่อแม่จะทำอิ่วปึ่ง หรือข้าวเหนียวผัดแบบฮกเกี้ยน ใส่กุ้งแห้งฝอย โรยหมูแดง หอมเจียว ห่อใบไผ่ ตบท้ายด้วยไข่ย้อมสีแดง ไปแจกจ่ายให้ญาติพี่น้องเพื่อส่งข่าวการเกิด แล้วคนอื่นๆ จะใส่ข้าวสาร ไข่ดิบ เงินก้นถุงหรือทองใส่เสี่ยหนาคืนให้ครอบครัวที่เพิ่งมีสมาชิกใหม่ ปัจจุบันแม้ไม่ได้ปิ่นโตก็หาอิ่วปึ่งกินได้ในภูเก็ต ทั้งในตลาดเช้าและร้านขนมพื้นเมืองทั่วไป

ภาพ: So Phuket 

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load