16 มิถุนายน 2561
31 K

ยิ่งขับรถเข้ามาตามซอย ลัดเลาะบ้านคน ข้ามคลองเล็กๆ ข้างทางที่เป็นท้องร่องสวน ความเป็นเมืองก็ยิ่งถูกกลืนหายไปด้วยความเขียวของนานาพรรณไม้

สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างจากเมืองหลวงไม่กี่ชั่วโมง (หากเดินทางด้วยรถยนต์) แต่ก็ยังถือว่าไกลพอสมควรสำหรับคนกรุงเทพฯ หากจะมานั่งกินกาแฟ ขนม หรืออาหาร หลายครั้งในวันหยุดผมเลือกมาที่นี่แทนที่จะหาร้านนั่งพักผ่อนในเมือง คงเพราะเป็นความคิดแบบคนที่อาศัยในเมืองสมัยนี้ที่พออยู่กับตึกกับถนนนานๆ ก็โหยหาธรรมชาติ หาความเขียวของต้นไม้ใบหญ้าให้ตัวเองเพื่อความผ่อนคลาย

นั่งจิบชา ทานขนม กลางสวนไผ่ในท้องร่อง โซนใหม่ล่าสุดของ Little Tree Garden Cafe

นั่งจิบชา ทานขนม กลางสวนไผ่ในท้องร่อง โซนใหม่ล่าสุดของ Little Tree Garden Cafe

Little Tree Garden Cafe ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นสวนแบบอังกฤษ มีเรือนเพาะพันธุ์ไม้ ร้านอาหาร คาเฟ่เรือนกระจก โรงเรียน มีโบสถ์เล็กๆ สำหรับจัดงานแต่งงาน และจัดตลาดนัดขายของเป็นงานประจำปีซึ่งได้รับความสนใจจากคนกรุงเทพฯ มากมายจนพื้นที่กว้างๆ ดูแน่นขนัดไปเลย

นั่งจิบชา ทานขนม กลางสวนไผ่ในท้องร่อง โซนใหม่ล่าสุดของ Little Tree Garden Cafe

ผมได้รับการต้อนรับที่น่ารักเสมอจากพี่วิทย์ ผู้เนรมิต Little Tree Garden ขึ้นมา ครั้งล่าสุดที่มาเยี่ยมพี่วิทย์ก็เป็นตอนที่จัดตลาดนัด Little Tree โดยใช้ Whispering Land สวนดอกไม้และฟาร์มเลี้ยงเป็ดเล็กๆ เป็นที่จัดงาน พอเวลาผ่านไปไม่นาน คงอดไม่ได้ด้วยความที่เป็นนักออกแบบสวน เมื่อได้พื้นที่ต่อมาจากคุณอา พี่วิทย์ก็เลยคันไม้คันมือเปิดพื้นที่ใหม่อีกแล้ว

Bamboo Grove คือโซนใหม่ของ Little Tree Garden Cafe เป็นระเบียงไม้ขนาดใหญ่ต่อเติมยื่นเข้าไปในป่าไผ่กิมซุงที่ถูกปลูกขึ้นในท้องร่องเดิมตั้งแต่ 15 ปีก่อน มีที่นั่งหวายเทียมสานดีไซน์คล้ายรังนกถูกวางหันหน้าออกไปยังท้องร่องสีเขียวจากแหนที่ปิดผิวน้ำจนเหมือนสนามหญ้า มีต้นไผ่สูงชะลูดโน้มตัวสานกันเป็นอุโมงค์ดูเขียวสบายตาไปหมด

นั่งจิบชา ทานขนม กลางสวนไผ่ในท้องร่อง โซนใหม่ล่าสุดของ Little Tree Garden Cafe นั่งจิบชา ทานขนม กลางสวนไผ่ในท้องร่อง โซนใหม่ล่าสุดของ Little Tree Garden Cafe

ในฤดูหนาวจะมีลมพัดเข้ามาจากทางท้องร่อง ร่มเงาของใบไผ่ที่สานกันไปมาทำหน้าที่กรองแดดที่ส่องลงมาให้ไม่รู้สึกร้อนมากนัก สามารถนั่งเล่นกินขนม เครื่องดื่ม หรือจะนั่งอ่านหนังสือได้ทุกเวลาของวัน เสียแต่ว่าเสียงไผ่ลู่ลมก็จะทำให้หลับไปได้ทุกเมื่อเช่นกัน

พี่วิทย์เล่าว่าตอนเด็กๆ มาเดินเก็บพืชพันธ์ุและผลไม้ในท้องร่องนี้กิน ก่อนหน้าที่จะมีไผ่ พื้นที่ตรงนี้เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่อย่างชมพู่มะเหมี่ยว มะไฟ ลิ้นจี่ ขึ้นเขียวครึ้ม เมื่อเวลาผ่านไป ท้องร่องนี้ก็ถูกใช้ปลูกพืชเศรษฐกิจไปตามยุคสมัย

นั่งจิบชา ทานขนม กลางสวนไผ่ในท้องร่อง โซนใหม่ล่าสุดของ Little Tree Garden Cafe

อาหารและเครื่องดื่มของ Little Tree ล้วนเป็นรสที่พี่วิทย์คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ผมสังเกตว่าส่วนผสมบางอย่างในอาหารและเครื่องดื่ม หรือแม้แต่ขนม เป็นสิ่งที่เก็บได้จากในสวนและรอบๆ บ้าน เช่น ดอกพวงชมพูหรืออัญชันในเมี่ยงดอกไม้ ดอกกุหลาบ สะระแหน่ ตะลิงปลิง ในจานอาหารและในเครื่องดื่ม มะปิ๊ดหรือส้มจี๊ดลูกเล็กๆ ที่ผมจำได้ว่าพี่ปิ๋ม พี่สาวของพี่วิทย์ เคยเด็ดมาบีบน้ำมันหอมระเหยยื่นให้ดม แล้วบอกให้ลองแกะเปลือกชิมรสเปรี้ยวแสบกระพุ้งแก้ม ที่จากนั้นไม่นานก็กลายเป็นรสหวานติดลิ้น มะปี๊ดถูกใช้เป็นส่วนผสมของเค้กในร้านด้วย และแน่นอนว่าขนมทั้งหมดก็เป็นฝีมือของพี่ปิ๋มล้วนๆ ของที่ใช้ประกอบอาหารทั้งหมดปลอดสารทั้งสิ้น กินได้อย่างสบายใจ เกือบลืมพระเอกของโต๊ะอาหารในมื้อนี้ไป มันคือต้มกระดูกหมูหน่อไม้กิมซุงจาก Bamboo Grove ที่ต้องขุดและทำอาหารทันทีเพื่อให้คงรสหวานไว้ หากข้ามคืนรสหวานที่ควรจะได้ก็อาจจะหายไปหมด

นั่งจิบชา ทานขนม กลางสวนไผ่ในท้องร่อง โซนใหม่ล่าสุดของ Little Tree Garden Cafe นั่งจิบชา ทานขนม กลางสวนไผ่ในท้องร่อง โซนใหม่ล่าสุดของ Little Tree Garden Cafe นั่งจิบชา ทานขนม กลางสวนไผ่ในท้องร่อง โซนใหม่ล่าสุดของ Little Tree Garden Cafe นั่งจิบชา ทานขนม กลางสวนไผ่ในท้องร่อง โซนใหม่ล่าสุดของ Little Tree Garden Cafe นั่งจิบชา ทานขนม กลางสวนไผ่ในท้องร่อง โซนใหม่ล่าสุดของ Little Tree Garden Cafe

มาถึงเรื่องการออกแบบ ออกแบบสวนให้ลูกค้าก็มาก แต่พอทำ Bamboo Grove พี่วิทย์กลับตกแต่งมันน้อยที่สุดในบรรดาทุกๆ โซนใน Little Tree พี่วิทย์บอกว่ามันสวยของมันอยู่แล้ว แทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลย แค่สร้างส่วนที่นั่งให้กลมกลืนกับธรรมชาติ และเก็บต้นไม้ไว้ให้มากที่สุด

Bamboo Grove เพิ่งเปิดมาไม่กี่วันแต่เป็นโซนที่ลูกค้าชอบมานั่งเล่นเยอะมาก ได้นั่งเอนหลังสบายๆ ดื่มชา กินขนม อยู่กับลมกับแดด ขนาดช่วงนี้เป็นหน้าฝน พี่วิทย์บอกว่าถ้าฝนไม่ลงเม็ดหนักจริงๆ เวลาฝนตกแค่ปรอยๆ ลูกค้าก็ไม่ลุกหนีไปไหนเลย

ถึงพี่วิทย์จะบอกว่าไม่ตกแต่งอะไรเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าเป็นการออกแบบพื้นที่ให้คนอยู่กับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืนจริงๆ

นั่งจิบชา ทานขนม กลางสวนไผ่ในท้องร่อง โซนใหม่ล่าสุดของ Little Tree Garden Cafe

Bamboo Grove by Little Tree

เปิด-ปิด 09.00 – 18.00 น. ทุกวัน
FB : Little Tree

Writer & Photographer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

เดินเข้าซอยเจริญกรุง 14 มานิดหนึ่งจะเจอร้านไอศครีมเล็กๆ ตั้งอยู่ติดกับร้านอาหารเจ ถึงจะเป็นร้านไอศครีมแต่ก็ยังไม่หลุดจากความจีนที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นนัก สังเกตเห็นได้ง่ายจากหน้าร้านเท่ๆ อารมณ์คาเฟ่สักที่ในฮ่องกง สีดำขรึม มีหลอดไฟดัดเป็นตัวอักษรจีนเล็กๆ สองตัว อ่านว่า จิง จิง

จิง จิง เป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว แปลว่า จริง ปู-ชุตินาถ ทัศนานุพันธ์ เจ้าของร้าน เป็นคนบอกความหมายของร้านให้ผมฟัง

ในร้านเปิดเพลงจีนคลอเข้ากันกับบรรยากาศ แต่ปูบอกว่า ปกติที่ร้านไม่ได้เปิดเพลงจีนหรอก วันนี้เป็นวันพระจีนเลยเปิดเพลงจีนเสียหน่อย บรรยากาศร้านน่ารักมากครับ ตกแต่งแนวโมเดิร์นไชนีส ชั้นล่างเป็นบาร์กาแฟ ครัวแบบเปิด และตู้ไอศครีม ส่วนชั้นสองตกแต่งด้วยโต๊ะไม้และหินอ่อน ติดกระจกทรงกลมบนผนังทั้งสองด้านทำให้ร้านดูมีมิติ ติดโคมไฟสร้างบรรยากาศให้ดูมีความจีนเข้ากับย่านเยาวราช

Jing Jing Ice-cream Bar and Cafe

Jing Jing Ice-cream Bar and Cafe

Jing Jing Ice-cream Bar and Cafe

Jing Jing Ice-cream Bar and Cafe

ปูเป็นคนที่อยู่แถวชุมชนชาวจีนนี้มาตั้งแต่เด็ก คุ้นเคยกับคนแถวๆ นี้ดี สังเกตได้จากคนที่แวะเวียนมากินไอศครีมของเธอไม่ใช่คนที่มาจากที่อื่นไกลๆ เป็นคนที่เหมือนเดินมาจากบ้านใกล้ๆ มายืนสั่งกาแฟ ยืนจิ้มเลือกรสไอศครีมกินกัน บางทีลูกค้าจากร้านอาหารเจข้างหน้ากินอิ่มแล้วก็ยังมานั่งกินไอศครีมต่อ ปูเลยทำไอศครีมเพื่อให้คนที่มาทานอาหารเจได้เลือกทานได้ด้วย

ผมเองจะกินไอศครีมรสเดิมๆ วนอยู่แค่ไม่กี่รส แต่ถ้าหากร้านไหนมีไอศครีมรสแปลกๆ ที่ต่างออกไปแบบที่หาทานที่อื่นไม่ได้ ผมก็จะลองรสนั้น ในตู้แช่ไอศครีมมีไอศครีมที่ผมคิดว่าน่าสนใจอยู่ ไม่บ่อยมากที่เราจะเห็นไอศครีมผสมแอลกอฮอล์  

Jing Jing Ice-cream Bar and Cafe

Jing Jing Ice-cream Bar and Cafe

Jing Jing Ice-cream Bar and Cafe

ผมยืนเลือกไอศครีมอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็เลือก Gin Tonic Sobet กับ Kahlua Peanut Butter มาลอง

ผมเคยลองทานไอศครีมที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์มาบ้าง แต่มักเป็นไอศครีมที่มีส่วนผสมของนม ทำให้รสของแอลกอฮอล์ถูกนมกลบไปจนไม่ค่อยชัด พอลองแบบซอเบต์ทำให้รู้สึกว่าคล้ายๆ ทานจินโทนิกแบบเป็นเกล็ดน้ำแข็ง สดชื่นนะครับ แต่เจ้าของร้านที่นี่มือหนักใช้ได้ ผมเป็นคนที่ไวกับแอลกอฮอล์มาก ตักทานไปยังไม่ทันหมดหน้าผมก็เริ่มรู้สึกร้อนๆ แล้ว

Jing Jing Ice-cream Bar and Cafe

Jing Jing Ice-cream Bar and Cafe

แต่ผิดกับ Kahlua Peanut Butter ที่รสของ Peanut Butter จะชัดเจนกว่าเหล้า Kahlua แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารสชาติอ่อนแล้วฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะอ่อนตามลงไป กินหมด 2 สกู๊ป ผมต้องนั่งพักสักแป๊บหนึ่งเหมือนกัน (ถ้าออกไปเจอด่านตรวจแล้วถูกจับเพราะกินไอศครีมมาก็คงประหลาดดี)

ปูบอกผมว่าไอศครีมของร้านจิง จิง มีชื่อรสไอศครีมเหมือนกับหลายที่ แต่รสชาติจะแตกต่างออกไปแน่นอน เพราะรสของไอศครีมคือรสที่เธออยากทานเอง ปูไม่กล้าเรียกไอศครีมของเธอเองว่าเป็นสูตรแบบเจลาโต เพราะปูเลือกที่จะตัดส่วนผสมบางชนิดอย่างพวกนมผงหรือหางนมออก เพราะปูรู้สึกว่าส่วนผสมหลายอย่างจะทำให้รู้สึกเหนียวคอเวลากิน

Jing Jing Ice-cream Bar and Cafe

คอนเซปต์ของร้านนี้คือความจริง ตามความหมายเดียวกับชื่อร้าน ปูบอกว่า อยากให้ส่วนผสมทุกอย่างในร้านเป็นจริงให้หมด ผมก็เพิ่งสังเกตว่าร้านนี้ไม่มีขวดน้ำเชื่อมกลิ่นต่างๆ วางไว้เหมือนคาเฟ่หลายร้าน เพราะปูเลือกที่จะทำทุกอย่างขึ้นมาจากวัตถุดิบจริง ไม่ใส่สี ใส่กลิ่น เพื่อปรุงแต่ง

จิง จิง เป็นคาเฟ่ด้วยนะครับ ปูเป็นนักชิมกาแฟที่ชอบไปชิมกาแฟตามคาเฟ่ต่างๆ คนหนึ่งเลย ผมคุยเรื่องกาแฟกับปูจนเห็นว่าปูเลือกเมล็ดกาแฟ รวมถึงอุปกรณ์ที่เอามาใช้ในร้านอย่างมีเหตุผล เมนูกาแฟอย่าง ไทยจิงจิงลาเต้ หรือกาแฟที่ใส่น้ำตาลมะพร้าวผสมกับนมสด กับเอสเพรสโซ่น้ำมะพร้าว เป็นเมนูที่น่าสนใจ หรือ Piccolo x Pistachio กาแฟนมผสมเหล้าสกัดจากถั่วพิสตาชิโอก็ถือเป็นเมนูพิเศษที่หาทานที่ไหนไม่ได้นะครับ

Jing Jing Ice-cream Bar and Cafe

Jing Jing Ice-cream Bar and Cafe

Jing Jing Ice-cream Bar and Cafe

เห็นเมนูแล้วผมคิดว่าปูเป็นคนที่ชอบทดลอง ไอศครีมที่คิดขึ้นในร้านก็คิดขึ้นจากว่าตัวเองอยากกินรสแบบไหนก็ทดลองและทำขึ้นเลย ที่ร้านเลยจะมีรสชาติไอศครีมที่หมุนเวียนอยู่ตลอด ผมเห็นความเป็นคนชอบทดลองของปูได้จากขวดโหลจำนวนหนึ่งที่ปูหมักวัตถุดิบเอาไว้กับเหล้า ฉลากบนโหลแต่ละโหลบอกส่วนประกอบที่มีทั้งขิง ข่า เปลือกส้ม บ๊วยแห้ง โป๊ยกั้ก หรือแม้แต่เก๊กฮวยกับหล่อฮั้งก้วย ที่ล้วนเป็นการนำของที่หาได้จากชุมชนที่เธออยู่ ปูบอกว่า ในอนาคตสิ่งเหล่านี้อาจกลายไปเป็นรสชาติของไอศครีมในร้านของเธอ

น่าสนใจนะครับ น่าจะเป็นร้านไอศครีมที่สะท้อนความเป็นชุมชนชาวจีนได้อย่างดีเชียว

Jing Jing Ice-cream Bar and Cafe

Jing Jing Ice-cream Bar & Cafe

ซอยเจริญกรุง 14, ถนนเจริญกรุง
เปิด-ปิด  อาทิตย์-จันทร์ 09.30 – 17.00 น.
พุธ-เสาร์ 08.30 – 19.30 น.
หยุดวันอังคาร
Instagram | jingjingicecreambarandcafe

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load