หากพลิกดูด้านหลังฉลากช็อกโกแลตบาร์รสขมเข้ม ซองเครื่องดื่มโกโก้ไซส์พอดีชง หรือเครื่องประทินผิวจาก Cacao Butter เรามักเห็นชื่อ เอกวาดอร์ หนึ่งในประเทศผู้ผลิตและส่งออกโกโก้ที่ใหญ่และสำคัญของทวีปอเมริกาใต้ เป็นรองก็แต่โกตดิวัวร์กับกานาแห่งแอฟริกาตะวันตก โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เอกวาดอร์มีศักยภาพในการผลิตโกโก้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องราว 340,000 ตัน ต่อปี

หากถามถึงการเดินทางสู่การเป็นเมืองช็อกโกแลต ก็ต้องเล่าย้อนไปปลายศตวรรษที่ 18 เมื่อ Guayaquil กลายเป็นท่าเรือโกโก้แรกของโลก เมืองรอบ ๆ Guayas อย่าง Los Rios, Manabi, Esmeraldas และ El Oro จึงกลายเป็นแหล่งปลูกโกโก้ชั้นยอด

คำถามต่อมา เมื่อผลิตและส่งออกโกโก้มากมายขนาดนั้น ขยะหรือของเสียที่มาจากกระบวนการผลิตและแปรรูปจะมหาศาลแค่ไหน แล้วพวกเขาหาทางไปต่ออย่างไรให้กับมัน

นี่คือคอลัมน์หมู่บ้าน ฉะนั้นคุณคงเดาไม่ผิดว่า ก็เอาไปสร้างบ้านเลยสิ!

Cacao Eco Village

ไอเดียหมู่บ้านจากขยะโกโก้แห่งนี้มาจาก Valentino Gareri Atelier บริษัทออกแบบแห่งเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียและนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ผู้ฝันจะใช้สถาปัตยกรรมสร้างอิมแพคเพื่อโลกที่ดีกว่า ร่วมมือกับโรงงานช็อกโกแลต MUZE Cacao และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Avanti ซึ่งทำโครงการนวัตกรรมทางสังคมเพื่อสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่ชนบทและในเมืองเอกวาดอร์ พวกเขาตั้งใจทำให้ที่นี่เป็นเครือข่ายแรกของโลกในเรื่องหมู่บ้านที่ยั่งยืนและอัจฉริยะ เมืองแห่งความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) และศูนย์นวัตกรรมสำหรับการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมโกโก้

เมื่อเอกวาดอร์สร้างหมู่บ้านสีสด ‘Cacao Eco Village’ จากขยะในอุตสาหกรรมโกโก้

Cacao Eco Village จะได้รับการสร้างขึ้นภายในปี 2022 ใน Pedernales เมืองชายฝั่งของ Manabi ที่เกษตรกรและครอบครัวหรือผู้ที่อยู่ในแวดล้อมอุตสาหกรรมการผลิตโกโก้อาศัยและทำงานอยู่ ซึ่งเมืองกลางโลกนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องชายหาดแบบพาโนรามาที่ยังไม่ถูกทำลาย อากาศดีตลอดปี เป็นแหล่งโบราณคดี คติชนวิทยา และประเพณีการทำอาหารอันโดดเด่น

สำหรับเป้าหมายหลักที่ทั้ง 3 วางไว้ให้แก่เมืองนี้ คือ เป็นพื้นที่ผลิตผลิตภัณฑ์จากโกโก้ตามหลักจริยธรรมใหม่ ๆ ที่โปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้สูง ชดเชย Carbon Footprint ในขณะเดียวกันก็ช่วยเกษตรกรและครอบครัวให้พ้นจากความยากจน ปัญหาการถูกกดขี่ และบูรณาการเข้ากับห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก นั่นจึงไม่ใช่แค่การสร้างที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงานร่วมกัน ยังรวมถึงโรงงานผลิตและแปรรูปโกโก้ สถานที่ศึกษาและวิจัยการผลิตด้วย

Valentino Gareri ผู้ก่อตั้งบริษัทออกแบบเล่าว่า หลังจากได้ผลักดันเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนไปมาก ทำให้เขาเข้าใจหลักการของมันอย่างแท้จริง กากของเสียจากการผลิต จะไม่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นเพียงทรัพยากรเท่านั้น แต่จะเป็นตัวสถาปัตยกรรมด้วยการขึ้นรูป 3D Printing แล้วนำมาสร้างอาคาร ซึ่งในอนาคตอันใกล้ เขาจะออกแบบอาคารที่ทำจากวัสดุธรรมชาติทั้งหมด และรีไซเคิลได้เมื่อสิ้นสุดวงจรชีวิต เพื่อนำไปสร้างอาคารใหม่หรือทำให้วัสดุเหล่านั้นกลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เมื่อเอกวาดอร์สร้างหมู่บ้านสีสด ‘Cacao Eco Village’ จากขยะในอุตสาหกรรมโกโก้

5 Sustainable Architectural Design

เบื้องหลังแนวทางออกแบบหมู่บ้านโกโก้อย่างยั่งยืนมีอยู่ 5 หลักการ ได้แก่ Modular, Functional, Sustainable, Tech-enabled และ Connected 

อย่างแรกคือ Modular ต้องขยายได้ จำลองได้ และปรับให้เข้ากับพื้นที่ ขนาด และรูปทรงต่าง ๆ ได้ เจ้าโมดูลาร์นี้ประกอบด้วย 3 รูปแบบโครงสร้าง ซึ่งทำให้ก่อสร้างได้เร็ว พร้อมลดต้นทุน

เมื่อเอกวาดอร์สร้างหมู่บ้านสีสด ‘Cacao Eco Village’ จากขยะในอุตสาหกรรมโกโก้

ต่อมาคือ Functional หมู่บ้านจะเป็นทั้งโรงงานแปรรูปโกโก้ โรงงานช็อกโกแลต ศูนย์การศึกษาและวิจัย Co-living, Co-working เป็นศูนย์กลางการสร้างวัฒนธรรมและจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอย่างใส่ใจ รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่น 

สำหรับความยั่งยืน ที่นี่จะเป็นหมู่บ้านแห่งความพอเพียงด้านพลังงาน ใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลัก และออกแบบอาคารเพื่อรองรับการเก็บน้ำฝน โดยรวมถังเก็บน้ำเข้ากับหลังคา ซึ่งรูปทรงนั้นก็ได้รับแรงบันดาลใจจากแพตเทิร์นศิลปะดั้งเดิมของชาวเอกวาดอร์

เมื่อเอกวาดอร์สร้างหมู่บ้านสีสด ‘Cacao Eco Village’ จากขยะในอุตสาหกรรมโกโก้
เมื่อเอกวาดอร์สร้างหมู่บ้านสีสด ‘Cacao Eco Village’ จากขยะในอุตสาหกรรมโกโก้

นอกจากนี้ยังสร้างอาคารให้มีการระบายอากาศตามธรรมชาติและใช้วัสดุในท้องถิ่น เช่น ไม้ไผ่ ไม้ซุง และที่น่าจับตา คือ โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่ขึ้นรูป 3D Printed ด้วยเส้นใยชีวภาพจากของเสียจากเปลือกโกโก้ ปัจจุบันมีของเสียจากการผลิตและแปรรูปโกโก้เกิดขึ้นประมาณร้อยละ 80 เลยทีเดียว 

ขออธิบายเพิ่มเติมสักเล็กน้อย เส้นใยชีวภาพหรือ Bio Filaments นี้ โดยทั่วไปทำมาจากพลาสติกชีวภาพ ที่ได้จากแหล่งชีวมวลหมุนเวียน เช่น น้ำมันพืชและไขมัน พลาสติกเหล่านี้ไม่ได้ผลิตจากผลพลอยได้ทางการเกษตรเท่านั้น แต่ยังผลิตจากพลาสติกแบบดั้งเดิมที่ย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ด้วย

 เปลี่ยนเศษขยะจากอุตสาหกรรมโกโก้ เป็นทรัพยากรและวัสดุสร้างหมู่บ้านให้ชาวมานาบี เมืองชายฝั่งทะเลของเอกวาดอร์

แม้จะเป็นหมู่บ้านแห่งความยั่งยืน แต่ก็ปรับตัวเข้ากับโลกาภิวัตน์ ด้วยการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น Blockchain, IOT และ NFTs ผนึกเข้าไป โดยหมายมั่นปั้นมือจะเป็น ‘Silicon Valley*’ สำหรับนวัตกร ผู้คิดค้นนวัตกรรมเกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียน และเป็นพื้นที่สำหรับนวัตกรรม AgTech, FinTech, FoodTech, Startups และบริษัทอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จนถึงผู้ผลิตและนักวิจัยด้วย

(*Silicon Valley เป็นภูมิภาคในแคลิฟอร์เนียเหนือ บริเวณทางใต้อ่าวแคลิฟอร์เนีย เป็นที่ตั้งของบริษัทไฮเทคมากที่สุดของโลก จึงที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางโลกเทคโนโลยีชั้นสูงและนวัตกรรม ในที่นี้ ซิลิคอนแวลลีย์เลยใช้เรียกพื้นที่มีอัตราคนทำงานไฮเทคสูงสุดในเมืองต่าง ๆ บนโลก)

สุดท้ายพวกเขาหมายใจว่าที่นี่จะเป็นแหล่งบ่มเพาะผู้อยากสร้างความเปลี่ยนแปลง ให้และรับแรงบันดาลใจ ตลอดจนจุดประกายการสร้างผลลัพธ์ทางสังคม (Social Impact) ขึ้นมา และไม่ลืมเชื่อมต่อชุมชนใหม่ให้กลมกลืนเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่นเดียวกับเปลือกอาคารสีสันสดสวยที่เบื้องหน้าเทควิวชายฝั่งสุดลูกหูลูกตา ซึ่ง Valentino Gareri นำแรงบันดาลใจมาจากบ้านของชาวเอกวาดอร์และจากต้นโกโก้ ซึ่งมีหลากสีสันเหมือนกัน

 เปลี่ยนเศษขยะจากอุตสาหกรรมโกโก้ เป็นทรัพยากรและวัสดุสร้างหมู่บ้านให้ชาวมานาบี เมืองชายฝั่งทะเลของเอกวาดอร์

Reducing Environmental Footprint

อย่างที่ได้เกริ่นไปถึงเรื่องการเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ และได้รับการวางแผนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเคารพสิ่งแวดล้อมและผู้คน เขาจึงวางเครือข่ายเส้นทางจักรยานขนาดใหญ่เอาไว้ พร้อมถนนคนเดิน กระตุ้นให้ผู้มาเยือนและผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ผ่านจักรยานหรือเดินเท้า

 เปลี่ยนเศษขยะจากอุตสาหกรรมโกโก้ เป็นทรัพยากรและวัสดุสร้างหมู่บ้านให้ชาวมานาบี เมืองชายฝั่งทะเลของเอกวาดอร์

และเพื่อให้ Cacao Eco Village เป็นเมืองที่มีอัตราการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ ก็เลยเน้นให้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดยมีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั่วทั้งชุมชน และอนุญาตให้รถยนต์หรือรถบรรทุกขับได้เฉพาะในพื้นที่ที่กำหนดรอบโรงงานเท่านั้น

“หมู่บ้านแห่งนี้จะกลายเป็นวิธีแก้ปัญหาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมของอุตสาหกรรมโกโก้อย่างยั่งยืน โดยใช้แบบจำลองเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นโซลูชันที่สร้างสรรค์ในการลดรอยเท้าทางสิ่งแวดล้อม สร้างรายได้เพิ่มขึ้น ลดการพึ่งพาทรัพยากร และลดของเสียให้เหลือน้อยที่สุด” เจ้าของบริษัทสถาปัตยกรรมกล่าว

น่าดีใจเหลือเกินที่ได้เห็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการจัดการขยะอุตสาหกรรม และทำให้ยังกลมกลืนไปกับบริบทรอบด้าน หากในอนาคตก็อยากเห็นหมู่บ้านที่มีแนวคิดหรือนวัตกรรมเจ๋ง ๆ เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมแบบนี้เกิดขึ้นในประเทศเราบ้าง เผื่อมันจะน่าอยู่ขึ้นอีกไม่มากก็น้อย

ภาพ : Valentino Gareri Atelier

ที่มาข้อมูล : 

valentinogareri.com

avanti.ec/about-cacao-ecovillage

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

หมู่บ้าน

แนวคิดของผู้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่

รีสอร์ทสู่เรสสิเดนซ์

คอลัมน์หมู่บ้านคราวนี้ พามุ่งหน้าสู่จังหวัดเพชรบุรี เยือน ‘Veranda Pool Villas hua hin – cha am’ โครงการบ้านพักตากอากาศแบบพูลวิลล่าติดกับโครงการวีรันดา รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน ชะอำ ซึ่งตั้งใจทำให้วันหยุดของเจ้าของบ้านมีคุณค่ามากขึ้น โดย คุณบุ๊ค-คุณวีรวัฒน์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) จะมาเล่าถึงความพิเศษของที่นี่ และการขยับขยายธุรกิจจากโรงแรม-รีสอร์ทสู่ที่พักอาศัยแบรนด์วีรันดา  

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น

“ตอนแรกรีสอร์ทของเราเปิดที่หัวหิน-ชะอำมากว่า 18 ปี ไม่มีส่วน Residence เพราะความต้องการของลูกค้าในตอนนั้นมีไม่มากครับ มาเริ่มทำเล็ก ๆ ที่เชียงใหม่ สร้างเป็น Residence ติดกับรีสอร์ท 20 ยูนิต”

การขยับไปทำที่พักอาศัยของวีรันดา จึงไม่ใช่การเริ่มใหม่จากศูนย์ซะทีเดียว แต่เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จเดิมของหนึ่งในโรงแรม-รีสอร์ทดีไซน์ดีมีเอกลักษณ์ที่ผู้คนมักจะนึกถึง เมื่อมองหาการบริการแบบ 5 ดาว วิวสวย นอนสบาย หาที่พักง่าย เพราะกระจายอยู่ตามหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ไม่ว่าจะเชียงใหม่ พัทยา หัวหิน หรือ So/Bangkok ที่ได้วิวสวนลุมพินีใจกลางเมือง โรงแรมที่มีสระว่ายน้ำวิวสวยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติ จนอยากเปลี่ยนมาเป็นลูกบ้านก็มีไม่น้อย

บ้านพักตากอากาศที่ดีเป็นอย่างไร 

โครงการ Veranda Pool Villas hua hin – cha am ที่วีรันดากำลังดำเนินการสร้างอยู่ ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นทางเลือกใหม่ของบ้านพักตากอากาศในย่านหัวหิน-ชะอำ เราเลยอดไม่ได้ที่จะถามถึงหัวใจของบ้านพักตากอากาศที่ดีผ่านมุมมองเจ้าของโครงการ 

เขาบอกกับเราว่า ‘การทำวันหยุดให้มีคุณค่ามากขึ้น’ เป็นหัวใจสำคัญ

แต่จะทำด้วยวิธีไหน… ไปดูกัน

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น

องค์ประกอบสำคัญที่วีรันดาคิดว่าจะทำให้วันหยุดของเจ้าของบ้านมีคุณค่ามากขึ้นนั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 – 4 ข้อ 

1. Location

โลเคชันสำคัญเพราะเกี่ยวพันกับเวลา Veranda Pool Villas hua hin – cha am เลยเลือกที่ตั้งที่อยู่บริเวณรอยต่อของชะอำกับหัวหิน บนถนนเพชรเกษมซึ่งเป็นถนนเส้นหลักรถวิ่งได้สะดวก ใช้เวลาขับรถจากกรุงเทพฯ ไม่นานก็ถึงที่พัก ทำให้วันหยุดเริ่มต้นได้เร็ว เมื่อเทียบกับโลเคชันอื่นที่ต้องขับรถลงใต้ไปจากตัวเมืองหัวหินอีกครึ่งชั่วโมง อย่างเขาเต่าหรือปราณบุรี

2. Early Check-in / Late Check-Out

อีกข้อดีของการมีบ้านพักตากอากาศ นอกจากการมีห้องพักแน่นอน ไม่ต้องจองล่วงหน้า และไม่โดนฟันราคาในช่วงวีกเอนด์แล้ว ยังมีเรื่องความยืดหยุ่นในการเช็กอิน-เช็กเอาต์ ที่คุณบุ๊คมองว่าสำคัญ และได้เปรียบกว่าการพักโรงแรม รีสอร์ท เพราะเป็นอีกส่วนที่ช่วยยืดเวลาวันหยุดของเราให้ยาวนานขึ้น ออกจากกรุงเทพฯ ได้แต่เช้า เลี่ยงเวลารถติด พอมาถึงแล้วก็เข้าที่พักได้เลย ไม่ต้องรอเช็กอินหลังบ่าย 3 หรือตอนขากลับ ถ้ายังอยากละเลียดใช้เวลาพักผ่อน อ้อยอิ่งได้อีกหน่อย ไม่ต้องรีบตื่นมาเก็บข้าวของให้ทันก่อนเที่ยง

3. Service 

เนื่องจาก Pool Villa ใหม่นี้สร้างติดกับวีรันดา รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน-ชะอำ เจ้าของบ้านจะสามารถเข้าถึงการบริการมาตรฐานเดียวกับรีสอร์ท ทั้งบริการจากส่วนของรีสอร์ทที่เข้ามาเซอร์วิสในที่พัก หรือการเข้าไปใช้บริการในส่วนต่าง ๆ ของโรงแรม เช่น สปา สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ร้านอาหาร และเดินผ่านรีสอร์ทไปถึงหน้าหาดได้โดยไม่ต้องขับรถออกไปนอกโครงการ นอกจากนั้นยังอยู่ในระยะที่สามารถใช้บริการจากภายนอก เช่น การสั่งอาหารเดลิเวอรี่ที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบันอีกได้อีกด้วย 

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น
Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น

4. Design

โครงการนี้เป็นพูลวิลล่า เพราะจากการสังเกตเทรนด์ท่องเที่ยวพักผ่อนในระยะหลังที่เริ่มเปลี่ยนไป มีความต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 นักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนเลือกที่จะพักในบ้านตากอากาศแบบพูลวิลล่ามากขึ้น เพราะทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันได้ ไม่ต้องเข้าไปปะปนกับผู้อื่นในพื้นที่ส่วนกลาง ที่นี่จึงมีวิลล่าเพียง 13 หลัง เพราะเน้น Optimum Return มากกว่า Maximum Return

โครงการนี้คุณบุ๊คลงไปเลือกที่ดินด้วยตัวเอง และพัฒนาแบบร่วมกับนักออกแบบมือดีที่ร่วมงานกันมาหลายโครงการ อย่างบริษัทสถาปนิกกรุงเทพ (OBA) รับหน้าที่ออกแบบสถาปัตยกรรม และบริษัท August Design ดูแลด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในให้น่าอยู่

“เขาเข้าใจว่าเราต้องการสร้างโปรดักต์แบบไหน อันที่ดูง่ายไป เขาก็จะทำให้มันดูยากขึ้นนิดหน่อย เพื่อให้ได้โครงการที่แตกต่าง ซึ่งเขาก็ได้เครดิตไปด้วยครับ” หัวเรือใหญ่ของวีรันดาเล่าถึงการร่วมงานกับดีไซเนอร์คู่ใจกลั้วเสียงหัวเราะ

บ้านพักทั้ง 13 หลังแบ่งเป็น Pool Villa แบบ 2 ห้องนอน 6 หลัง พื้นที่ใช้สอย 248 ตร.ม. แบบ 3 ห้องนอน 6 หลัง พื้นที่ใช้สอยประมาณ 481 ตร.ม. และแบบ 5 ห้องนอน เพียง 1 หลัง พื้นที่ใช้สอยประมาณ 756 ตร.ม. สำหรับลูกค้าที่ต้องการทั้งบริการและพื้นที่แบบพรีเมียม โดยแยกเป็น 2 ฝั่ง คั่นกลางด้วยสระว่ายน้ำ ระหว่าง Pool Villa 2 ห้องนอน ชั้นเดียวสูงโปร่ง และ Pool Villa แบบ 3 กับ 5 ห้องนอนซึ่งจะพิเศษกว่าตรงที่สระว่ายน้ำขนาดใหญ่อยู่บนดาดฟ้าอีกด้วย  

“ส่วนของสระว่ายของ 3 ห้องนอน กับ 5 ห้องนอน เรายกขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า เพราะเคยเห็นหลายโครงการที่คนเดินผ่านหน้าสระแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยเป็นส่วนตัว พอเป็นวิลล่าที่แพงหน่อย เราเลยยกสระไปอยู่บนชั้นดาดฟ้า นอกจากเพิ่มพื้นที่ด้านล่างแล้ว ด้านบนยังเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ได้ด้วย ผมมองว่าลูกค้าน่าจะโหยหาพื้นที่แบบนี้ เพราะถ้าเป็นคอนโดมิเนียมปกติ ต่อให้เป็นห้อง Penthouse คุณก็ต้องไปเล่นสระรวมอยู่ดี แต่ที่นี่คุณได้สระส่วนตัว เข้ากับไลฟ์สไตล์ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา” 

นี่คือเคล็ดลับความสำเร็จของวีรันดาหรือ?

“ไม่ถึงกับเคล็ดลับหรอกครับ แต่ผมมองว่าตอนเราตั้งโจทย์ เราต้องตั้งบนความแตกต่างที่เรามีและตอบโจทย์ลูกค้าได้ อย่างตอนนี้ลูกค้าชอบความ Instagramable ชอบมุมถ่ายรูปอะไรแบบนี้ เราก็ต้องจัดหาให้ ถึงแม้ว่าจะต้องเสียพื้นที่บางส่วน ทำให้ไม่ได้ผลตอบแทนต่อตารางเมตรสูงสุด อย่างเช่นการสร้างสระน้ำบนดาดฟ้า แทนที่จะสร้างบนพื้นเพราะค่าโครงสร้างถูกกว่า แต่พอลงทุนสร้างชั้นบนแล้วได้มุมแบบที่ที่อื่นไม่มี มันก็จะเป็นจุดเด่นของเราไปตลอด ซึ่งลูกค้าที่มาหรือใครที่จะลงทุนต่อจากเราก็จะแฮปปี้ นอกจากนั้นก็ยังเพิ่มดีเทลอื่น เช่น ที่ชาร์จรถ EV ที่พยายามทำให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ด้วยครับ”

“เวลาพูดถึง 3 ห้องนอน คนอาจจะนึกถึงห้องขนาด 100 – 200 ตร.ม. แต่ที่นี่จะพิเศษตรงที่ Pool Villa แบบ 3 ห้องนอน เราให้พื้นที่ 400 กว่าตารางเมตรเลย เพราะเราเน้นเทรนด์ที่มีหมู่เพื่อนหรือญาติเข้ามาใช้งานด้วย เขาอาจจะมาเล่นน้ำทำกิจกรรมในวิลล่าเราก็ได้ ส่วนห้องนอนที่ต้องเพิ่ม สามารถจองห้องพักในโรงแรมได้เลย เจ้าของบ้านประหยัดขึ้น ไม่ต้องลงทุนทำวิลล่า 7 – 8 ห้องนอนไว้รับแขก มีแค่ 2 – 3 ห้องนอนสำหรับครอบครัวก็เพียงพอ” 

ชั้น 1 มีที่จอดรถได้ 2 คัน มีห้องนั่งเล่น ห้องทานข้าว และห้องนอนที่ตัวห้องน้ำออกแบบมาพร้อมระยะและสิ่งอำนวยสะดวกสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่ต้องนั่งวีลแชร์ ฝั่งข้างบ้านเป็นระเบียงที่นั่งเล่น รับลมแบบ Semi-outdoor ส่วนชั้น 2 เป็นห้อง Master Bedroom ที่มองออกไปเป็นวิวสระว่ายน้ำส่วนกลาง พร้อมห้องน้ำส่วนตัว และชั้นดาดฟ้ามีสระว่ายน้ำกับ Pool Deck สำหรับนั่งพักผ่อนและจัดปาร์ตี้ ซึ่งมองเห็นวิวได้กว้างขึ้น และมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นจากระดับอาคารที่สูงกว่า Pool Villa แบบ 2 ห้องนอนชั้นเดียว 

ส่วน Pool Villa แบบ 5 ห้องนอน จอดรถได้ทั้งหมด 3 คัน มีจุดเด่นเป็นคอร์ตบริเวณกลางบ้าน มีช่องแสงเจาะทะลุลงมาจากสระว่ายน้ำ สร้างมิติแสงเงาน่าสนใจเปลี่ยนไปตลอดวัน ฝั่งซ้ายเป็นห้องนั่งเล่นกับห้องทานข้าว ความพิเศษของหลังนี้คือมีครัวไทยและห้องแม่บ้านให้กับลูกค้าด้วย เหมาะกับการยกพลมาพักผ่อนกันทั้งบ้าน และได้ทานอาหารรสมือที่คุ้นเคย ในขณะที่ฝั่งขวาประกอบไปด้วย 2 ห้องนอน มีห้องน้ำซึ่งออกแบบมาพร้อมระยะและสิ่งอำนวยสะดวกสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่ต้องนั่งวีลแชร์

ส่วนชั้นสอง ห้อง Master Bedroom อยู่ฝั่งซ้าย มีจากุซซี่ที่ระเบียงไว้สำหรับแช่น้ำและดื่มด่ำกับวิวจากมุมสูง ในขณะที่พื้นที่ดาดฟ้าเข้าถึงได้ด้วยลิฟต์ เป็นอีกความพิเศษที่โครงการเตรียมเอาไว้ให้ เมื่อเปิดออกไปจะเห็นวิวกว้างของท้องฟ้าและธรรมชาติรอบ ๆ มีพื้นที่ Pool Deck ขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการพักผ่อนและจัดปาร์ตี้ พร้อมสระน้ำ 2 แบบ คือ Shallow Pool ที่วาง Daybed ไว้สำหรับนอนเล่น อาบแดด รับลม และสระว่ายขนาดประมาณ 5 x 10 ม. ที่ใช้ว่ายออกกำลังกายได้จริง 

นอกจากความสะดวกในตัวบ้านพักแล้ว เจ้าของบ้านยังเข้าไปใช้พื้นที่ Recreation Space ที่อยู่บริเวณจุดเชื่อมต่อกับทางเข้าของโรงแรมอีกด้วย โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ส่งเสริมให้ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Fitness พื้นที่ Meeting ที่กั้นเป็นยูนิต เป็นสัดส่วน มีความเป็นส่วนตัวนั่งทำงานได้ พื้นที่นั่งเล่น เป็น Lifestyle Area ใช้ร่วมกันระหว่างโรงแรมและส่วน Pool Villa 

Facilities ที่โดดเด่นอันเป็นจุดขายของวีรันดา รีสอร์ท คือเรื่อง Branded Residence ทุกโครงการเรสซิเดนซ์จะเปิดติดกับรีสอร์ทเสมอ จากความตั้งใจอยากให้ลูกค้าที่ซื้อโครงการได้รับบริการต่าง ๆ เสมือนมาพักรีสอร์ท รวมถึงเข้าถึง Facilities ของรีสอร์ทได้ ตั้งแต่อาหารเช้า รูมเซอร์วิส แม่บ้านทำความสะอาด ร้านอาหารภายในรีสอร์ท สปา ซึ่งการมาใช้เวลาพักผ่อนก็แทบไม่ต้องออกไปไหน จึงใช้เวลาพักผ่อนในวันหยุดได้มากขึ้น 

รวมถึงสิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือเรื่องความปลอดภัย ที่นี่มีทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีการบริหารการปล่อยเช่าโครงการโดย วีรันดา รีสอร์ท ซึ่งจะทำให้มีรายได้เข้ามาในวันที่ไม่ได้เข้าใช้บริการเองอีกด้วย  

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศแบบพูลวิลล่าริมหาดหัวหินที่สบายเหมือนนอนรีสอร์ต
Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศแบบพูลวิลล่าริมหาดหัวหินที่สบายเหมือนนอนรีสอร์ต

5. คุณค่าในการส่งต่อ

โครงการ Veranda Pool Villas hua hin – cha am สำหรับวิลล่าแบบ 2 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 16.5 ล้านบาท 

“ราคาอาจจะดูสูงนะครับ แต่ลูกค้าจะได้พื้นที่ใช้สอยที่มากกว่าพูลวิลล่าทั่วไป เมื่อหารออกมา ตารางเมตรหนึ่งจะอยู่ที่ 50,000 – 60,000 บาท หาได้ยากนะครับ อย่างคอนโดมิเนียมที่ราคาตารางเมตรละ 60,000 ไม่มีหรอกครับที่จะลงทุนตกแต่งและดีไซน์แบบนี้ อันนี้เป็นอีกมุมมองเรื่องความคุ้มค่านะครับ”

คุณบุ๊ครีบเสริมขึ้นมาทันทีที่เราตาโตกับราคาค่างวดของวิลล่าแต่ละแบบ เขาให้เหตุผลเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากเรื่องราคาต่อตารางเมตรแล้ว ยังมีความคุ้มค่าในแง่ที่พูลวิลล่าแห่งนี้ เป็น Property ที่อยู่ใน Branded Residence ตัวอาคารจะอยู่ในสภาพค่อนข้างดี เพราะเมื่อที่พักติดกับโรงแรม ก็จะจูงใจให้เจ้าของดูแล เป็นหน้าเป็นตา ทำให้ส่วนกลางหรือตัวบ้านน่าไปอยู่เสมอ เมื่อผ่านเวลาไปราคาขายต่อก็จะมีแต่จะเพิ่มขึ้น 

ปกติแล้วเจ้าของบ้านพักตากอากาศบางหลัง นอกจากจะใช้เองในวันพักผ่อนแล้ว ก็ยังปล่อยเช่าผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Airbnb ด้วยเช่นกัน ซึ่งสำหรับที่ Veranda Pool Villas hua hin – cha am มีอีกบริการเสริมเป็น Option สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการปล่อยเช่าแต่ไม่ต้องการบริหารเอง โดยทีมของวีรันดาจะดูแลให้ทั้งหมดทั้งการติดต่อ การจัดการที่พักด้วยการบริการแบบ 5 ดาว เพราะนอกจากการซื้อเก็บเพื่อเก็งกำไรขายต่อ เจ้าของยังสร้างกำไรเพิ่มเติมจากการปล่อยเช่า ซึ่งผลตอบแทนที่ได้ นำมาแบ่งเบาค่าใช้จ่ายรายเดือนและค่าบำรุงรักษาบ้านได้อีกด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ Veranda Pool Villas hua hin – cha am ตั้งใจทำเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเกี่ยวกับบ้านพักตากอากาศสมัยใหม่ ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัยชั่วคราวในช่วงสุดสัปดาห์อีกต่อไป แต่จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำช่วยทำให้วันหยุดของลูกค้ามีคุณค่ามากขึ้นในทุก ๆ ด้าน 

ภาพ : Veranda 

ลงทะเบียนเพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษ

Website : https://bit.ly/3gVH5aW 

สอบถามข้อมูลโครงการเพิ่มเติม โทร 092 354 5511 

Add LINE : https://line.me/R/ti/p/@024qgfee

*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯกำหนด

Writer

นิปุณ แสงอุทัยวณิชกุล

สถาปนิกที่สนใจในงานเขียน สถาปัตยกรรม ที่ว่าง เวลา และหมาฟลัฟฟี่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load