อากาศร้อนเฆี่ยนตีจนผมรู้สึกแสบไปทั้งตัวในระหว่างที่เดินผ่านประตูใหญ่ ก่อนจะผ่านส่วนโรงเรือนเลี้ยงสัตว์เพื่อเข้าไปยังด้านในสุดของ ‘สอนศิริฟาร์มควายไทย’ เพื่อพบเจอกับคนที่นัดหมายไว้

หลังจากเดินเข้าไปถึงตัวบ้าน เจ้าของบ้านเชื้อเชิญให้นั่งในห้องปรับอากาศเย็นสบายและหยิบเครื่องดื่มเย็นๆ มาวางตรงหน้า ก่อนเชื้อเชิญให้เราได้ลองดื่ม

“ไม่เคยทานใช่ไหม ลองดูๆ” เสียงคะยั้นคะยอเอ่ยขึ้น ตรงหน้าเรานั้นคือ นมควายสดแช่เย็นเจี๊ยบ

สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว แค่ได้ยินชื่อนมควายก็คงรู้สึกไม่คุ้นหูเท่าไหร่นักเพราะในท้องตลาดนั้นเต็มไปด้วยนมวัวตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เราแทบนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่ายังมีนมชนิดอื่นที่กินได้อยู่

สอนศิริฟาร์ม, นมควาย

ยอมรับว่าตัวผมเองก็ไม่ต่างกับคนอื่นๆ ที่เมื่อได้ยินว่านมควายก็แอบเบือนหน้าหนี เพราะความรู้สึกว่าสกปรกหรือไม่ก็รู้สึกเหม็นสาบ แต่หลังจากที่ผมจิบนมสดเย็นตรงหน้าหมดแก้ว ความคิดก็เปลี่ยนไป

นมควายตรงหน้านั้นไม่มีกลิ่นสาบหรือกลิ่นคาวใดๆ ตรงกันข้าม กลับมีกลิ่นหอม รสหวานมัน แม้แต่ตอนที่กลืนลงไปแล้วก็ยังคงมีกลิ่นหอมหวานลอยอบอวลอยู่ในลำคอ

นอกจากนมสดแล้วยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ อีกทั้งไอติม โยเกิร์ต และชีสนมควายอีกด้วย ถ้าหลายคนยังคงรู้สึกสงสัยและไม่มั่นใจในผลิตภัณฑ์นมควายอยู่ล่ะก็ ผมก็ขอยืนยันอีกครั้งว่ามันไม่มีกลิ่นแบบนั้นจริงๆ ทำให้นึกถึงเวลาที่กินพิซซ่าเพราะชีสมอซซาเรลลายืดๆ เหนียวๆ บนหน้าพิซซ่านั้นต้นตำรับจริงๆ ทำมาจากนมควายไม่ใช่นมวัว

และนี่คือสาเหตุที่ทำให้วันนี้ผมเดินทางมายังสอนศิริฟาร์มนมควายไทยที่จังหวัดปราจีนบุรี และคนตรงหน้าผมก็คือ คุณเอก-พรหมพิริยะ สอนศิริ ผู้ก่อตั้งสอนศิริฟาร์มนมควายไทย และนายกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย ผู้ริเริ่มรีดและแปรรูปนมควายไทยเป็นเจ้าแรกในประเทศ จากผู้ทำฟาร์มวัว ก่อนจะเปลี่ยนมาทำฟาร์มควาย และจากการเลี้ยงเพื่อเพาะพันธุ์ขาย อะไรทำให้เขามาเริ่มต้นรีดนมควายแบบนี้กันได้ เราจะมาหาคำตอบไปพร้อมกัน

สอนศิริฟาร์ม, นมควาย

ภาพ : สอนศิริ ฟาร์มควายไทย

ความวัวหาย ความควายเข้ามาแทรก

เอกเล่าให้ฟังถึงเบื้องหลังก่อนจะมาเลี้ยงควายว่าตัวเองเคยทำฟาร์มเพาะเลี้ยงและจำหน่ายพันธุ์วัวมาก่อน แต่เมื่อเลี้ยงไปได้ระยะหนึ่งก็พบว่าวัวหลากหลายสายพันธุ์นั้นมีถิ่นกำเนิดจากประเทศเมืองหนาว จึงไม่ทนต่ออาหารและสภาพอากาศเมืองร้อนของบ้านเรา ทำให้วัวนั้นเจ็บป่วยและเป็นโรคค่อนข้างมาก จนเกษตรกรผู้เลี้ยงต้องลงทุนมากมายทั้งด้านอาหารและยาเพื่อให้ได้วัวที่มีคุณภาพ แต่ก็ถูกกดราคาจากผู้รับซื้อทำให้ขายได้กำไรน้อยมากเมื่อเทียบกับต้นทุนที่ลงทั้งเงินและแรงลงไป จึงค่อยๆ เปลี่ยนมาเลี้ยงควายไทยควบคู่กับวัวแทนเพื่อทดลองดูความแตกต่าง ก่อนจะพบว่าควายไทยเลี้ยงง่ายกว่าจริงๆ จึงค่อยๆ เปลี่ยนมาเลี้ยงควายแทนทั้งหมด

สอนศิริฟาร์ม, นมควาย สอนศิริฟาร์ม, นมควาย

“ควายไทยเป็นสัตว์เลี้ยงที่อดทนมาก เพราะเป็นสัตว์ที่เกิดในไทยเลยชินกับอากาศและสิ่งแวดล้อมของบ้านเรา ต่างกับวัวที่เกิดในย่านอื่นอย่างยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย พอเราเอามาเลี้ยงในไทยที่มีอากาศแตกต่างจากแหล่งกำเนิดก็จะป่วยบ่อย เป็นโรคง่าย

“เวลาฝนตกใหม่ๆ มีหญ้าอ่อนๆ ขึ้น บางตัวไปกินหญ้าอ่อนเข้าซึ่งเป็นส่วนที่มีสารอาหารไม่สมดุลกับในตัววัวก็ทำให้ล้มตายไปเลยก็มี ต่างกับควายไทยที่นอกจากจะทนกว่าแล้วยังฉลาดและเชื่องเป็นที่สุด” เอกเล่าให้ฟังถึงสาเหตุการเปลี่ยนจากวัวมาเลี้ยงควายไทยแทน และการเริ่มต้นเลี้ยงควายของเอกนั้นก็เอาจริงเอาจังมากซะจนมีการไปตามหาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่มีคุณลักษณะที่ดีจากหลากหลายที่ ก่อนจะค่อยๆ เลี้ยงดูและพัฒนาสายพันธุ์ จนกระทั่งเอกมีพ่อพันธุ์ควายที่ชนะการประกวดหลายเวทีอยู่ 2 ตัว ซึ่งค่าตัวของพ่อพันธุ์ทั้งสองตัวนี้นั้นมีราคาหลักหลายล้านบาทเลยทีเดียว

ฟังดูยังห่างไกลจากการมาทำนมควายเลยนะครับ

สอนศิริฟาร์ม, นมควาย สอนศิริฟาร์ม, นมควาย

หลังจากที่มีแม่ควายตกลูกมาตัวหนึ่ง แล้วเกิดเหตุไม่คาดฝันทำให้ลูกควายตัวนั้นตายไป ผู้ที่ไม่เคยเลี้ยงวัวนมควายนมมาก่อนอาจจะไม่รู้ แต่เวลาที่น้ำนมเหลือค้างเต้าอยู่จะทำให้เกิดอันตรายกับสัตว์เหล่านั้นได้ เพราะน้ำนมที่ค้างเต้าอาจทำให้เกิดโรคเต้านมอักเสบ เลยต้องรีดนมจากแม่ควายตัวนั้นออกมา

“ปกติเราก็จะรีดนมทิ้งไป แต่พอดีวันนั้นมีคนงานในฟาร์มเห็นว่าจะทิ้งนมควายไปเขาก็เลยมาขอไปให้ลูกเขากิน พอกินไปแล้วลูกเขาก็เกิดแข็งแรงขึ้นมาจากเดิมที่เป็นเด็กอ่อนแอขี้โรค ผมก็เลยเริ่มมาศึกษาอย่างจริงจัง จนมาพบว่านมควายนั้นนอกจากจะมีรสชาติที่ดีกว่า หวานกว่า หอมกว่า นมวัวแล้ว ยังมีคุณค่าทางโภชนาการไม่ว่าจะเป็นแคลเซียม โปรตีน ไขมัน สูงกว่า ในขณะที่มีคลอเลสเตอรอลที่ต่ำกว่าอีกด้วย

“นอกจากนี้คนที่แพ้นมวัวก็ทานได้โดยไม่มีปัญหา ปัญหาเดียวที่มีก็คือ ชื่อเสียงด้านลบของนมควาย ซึ่งแม้จะมีชื่อเสียงที่แย่ที่สุดไม่ค่อยดีเท่านมวัว แต่ก็มีคุณภาพที่ดีที่สุด”

นอกจากการศึกษาเรื่องประโยชน์และคุณค่าของนมควายแล้ว เอกยังพบอีกว่าในไทยมีการรีดนมควายดื่มกันอยู่แล้ว แต่เป็นควายอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีถิ่นกำเนิดในอินเดียชื่อว่า มูราห์ (ซึ่งนี่คือสายพันธุ์ควายที่เลี้ยงกันในอิตาลีและมีการนำนมควายมูราห์มาทำเป็นชีสมอซซาเรลลา) เอกจึงมีความคิดว่าควายไทยก็น่าจะนำมารีดนมได้เช่นเดียวกัน

และจากย่อหน้าแรกสุดที่เราได้ดื่มนมควายไปแล้ว ก็ขอยืนยันว่าเอกคิดไม่ผิดจริงๆ

สอนศิริฟาร์ม, นมควาย

สอนศิริฟาร์ม, นมควาย

นมจากเต้าเราดื่มเอง

“เราทำนมโดยคิดว่าทำให้ตัวเองทานเอง ทุกวันนี้พี่ก็ทานเอง หลานพี่ก็ทาน เราก็เลยทำทุกอย่างให้มันสะอาดและปลอดภัยที่สุด เพราะว่าเราก็ทานเองด้วย โดยเลือกเอาสิ่งที่ดีที่สุดมาให้เขา”

เอกเล่าขณะพาเราเดินชมบรรดาควายในโรงเรือนถึงวิธีการทำนมควายให้สะอาด ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่การรีดนม แต่ยังเชื่อมโยงไปจนถึงกระทั่งวิธีการเลี้ยงควายอีกด้วย

วิธีที่เอกเลือกใช้เลี้ยงควายในฟาร์ม คือการเลี้ยงในโรงเรือนระบบปิด เน้นให้สะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็น และแยกคอกควายออกจากกัน โดยให้แม่ควายและลูกควายอาศัยอยู่ในคอกด้วยกัน และในแต่ละคอกจะมีช่องใส่อาหาร น้ำดื่ม และมีแผ่นฟองน้ำปูรองพื้นเพื่อป้องกันไม่ให้ควายเป็นแผลจากการคุกเข่าบนพื้นปูน พร้อมติดตั้งระบบพ่นน้ำช่วยคลายร้อนและลดความเครียด นอกจากนี้ ยังมีการพ่นละอองน้ำเป็นหมอกรอบๆ โรงเรือนเพื่อป้องกันไม่ให้แมลงมารบกวนควายอีกด้วย

สอนศิริฟาร์ม, นมควาย

สอนศิริฟาร์ม, นมควาย

สอนศิริฟาร์ม, นมควาย

เรื่องของอาหารก็สำคัญไม่แพ้ที่อยู่อาศัย ที่สอนศิริฟาร์มควายไทยแห่งนี้เลยให้หญ้าและฟางเป็นอาหารแก่ควายเท่านั้น ไม่มีการให้อาหารเสริมหรืออาหารข้นสำหรับวัวขุน เพราะการให้ควายกินแต่หญ้าหรือฟางแบบนี้มีข้อดีคือจะมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เยอะและหลากหลายสายพันธุ์ในระบบย่อยอาหารมากกว่าควายปกติ ซึ่งทำให้สามารถย่อยอาหารให้เกิดสารอาหารได้มากกว่าเดิม รวมไปจนถึงในน้ำนมก็จะมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ออกมาด้วย ซึ่งเอกคัดเลือกหาหญ้าและฟางที่ปลอดยาฆ่าหญ้าและปุ๋ยเคมีต่างๆ ด้วย

“เวลาเลือกซื้อหญ้าหรือฟางก็ต้องเลือกจากแปลงเฉพาะที่รู้ว่าปลอดภัยมาให้ควายกิน โดยในหน้าฝนก็ใช้หญ้าสด แต่ถ้าเป็นหน้าอื่นก็ใช้ฟางแทน ซึ่งควายทั้งหมดที่มีคือ 300 ตัวก็ใช้ฟางทั้งปีประมาณ 4 – 5 หมื่นก้อน โดยการเก็บฟางก้อนเราก็ต้องเก็บในโรงเรือนที่ปิดทึบทั้งหมดไว้ ไม่ให้โดนลมโดนฝน เพื่อให้ฟางยังคงสมบูรณ์และคงคุณภาพดังเดิม”

ที่อยู่อาศัยปลอดภัยแล้ว อาหารปลอดภัยแล้ว ส่วนสุดท้ายก็คือส่วนของการรีดนมที่สำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นๆ

“แม่ควาย 1 ตัวจะให้นำ้นมได้วันละ 5 – 6 กิโลกรัม คือควายจะผลิตน้ำนมทุกๆ  8 ชั่วโมง แล้วเราเลี้ยงลูกกะแม่ให้อยู่ด้วยกัน ก็จะกั้นแม่กับลูกแค่ช่วง 2 ทุ่มถึง 8 โมงเช้าเพื่อจะรีดนม ซึ่งเราก็รีดนมจากเขาแค่ครั้งเดียวต่อวัน แล้วก็ปล่อยให้แม่ลูกเขาอยู่ด้วยกันต่อลูกก็กินนมแม่ที่เหลือไป นมที่ผลิตออกมาก็ถูกใช้หมดไปแบบพอดีๆ ไม่เหลือค้างเต้า ไม่ทำให้เกิดโรคเต้านมอักเสบ

“พอเลี้ยงให้ไม่มีโรคแบบนี้ก็ทำให้เราไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะเลย ทำให้นมที่ได้มามีความปลอดภัยจริงๆ พอเราไม่ได้ตั้งโจทย์บนการผลิตมากๆ ก็ทำให้เราได้น้ำนมคุณภาพ เป็นการต่างตอบแทนกันและกัน ทำให้เราอยู่ได้ยั่งยืนมากกว่า”

สอนศิริฟาร์ม, นมควาย สอนศิริฟาร์ม, นมควาย

ไม่ใช่ควายทำแทนไม่ได้

นอกเหนือไปจากนมควายพร้อมดื่มแล้ว เอกยังแปรรูปนมควายไปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีก ประกอบไปด้วยโยเกิร์ต ไอศครีม ชีส ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่มีรสชาติและรสสัมผัสที่ดีกว่าผลิตภัณฑ์จากนมวัวอย่างชัดเจน โดยตอนนี้อยู่ระหว่างการยื่นขอ อย. เพื่อวางจำหน่ายตามร้านค้าโมเดิร์นเทรดและที่อื่นๆ ในอนาคต

ในสายตาแสนตื้นที่ไม่ได้เข้าใจชีวิตเกษตรกรอะไรอย่างผม ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกเพราะมันต้องลงทุนเยอะมาก ในยุคที่ทุกคนตามหาความสบายกันแบบนี้ การขายน้ำนมอย่างเดียวหรือขายเป็นวัตถุดิบให้กับโรงงานนำไปแปรรูปต่อ น่าจะสร้างความสบายแก่เกษตรมากกว่าไม่ใช่หรือ

“ในความคิดผมเกษตรกรจะอยู่รอดได้คือต้องเป็น Smart Farmer” เอกตอบอย่างรวดเร็วก่อนจะอธิบายต่อ

“นั่นคือการยืนด้วยขาของตัวเองให้ได้ เป็นการทำทุกอย่างครบวงจรของการเกษตร ตั้งแต่เริ่มต้นจนเก็บเกี่ยวและแปรรูป ไปจนถึงจำหน่ายครบจบในที่เดียว เมื่อผลิตเหลือจากการกินก็ขาย ของที่เหลือในไร่นาก็เอามาต่อยอด อย่างของเราฟาร์มควายก็จะมีมูลเหลือเยอะมาก ถ้าไม่ต่อยอดเราก็เอาไปขายให้เขาทำปุ๋ย แต่ถ้าเราต่อยอดเอามาหมักเพื่อปรุงดินทำแปลงผักออร์แกนิกมันก็จะได้มูลค่ามากขึ้น และมันจะเป็นทางรอดของเกษตรกรจริงๆ

“อย่างโยเกิร์ตและชีสเนี่ยมันก็เป็นการต่อยอดจากนมควายที่ผลิตได้ ตอนเริ่มต้นเราก็พอมีความรู้พื้นฐานอยู่บ้าง ก็มาลองผิดลองถูกค่อยๆ เก็บความรู้ต่างๆ สะสมไป ทำอยู่เป็นปี ทำเองชิมเอง ค่อยๆ ปรับสูตรไปเรื่อยๆ จนได้สูตรที่เหมาะกับนมของที่นี่ อย่างชีสเราก็ทดลองจนรู้แล้วว่าการใช้น้ำมะนาวทำให้นมจับตัวกันเป็นก้อนก่อนจะหมักให้กลายเป็นชีสจะทำให้ได้กลิ่นหอมและรสที่ดีที่สุด”

สอนศิริฟาร์ม, นมควาย สอนศิริฟาร์ม, นมควาย

เปลี่ยนฟาร์มสู่โรงเรียน

ผมถามเอกต่อถึงอนาคตของตลาดนมควาย และอนาคตของฟาร์มควายไทยแห่งนี้

“ผมอยากเปิดให้ที่นี่เป็นเหมือนโรงเรียนให้คนทั่วไปหรือเกษตรกรเข้ามาเรียนรู้ศึกษาการเลี้ยงควายแบบปลอดภัยปลอดโรค เพื่อนำเอาความรู้ที่เรามีหยิบไปใช้งานกันต่อได้เลย เพราะผมลองผิดลองถูกมาให้หมดแล้ว ซึ่งก็จะทำให้ควายถูกเลี้ยงแบบปลอดภัยและให้น้ำนมที่มีคุณภาพต่อผู้บริโภค” เอกเล่าถึงสเต็ปถัดไปของฟาร์มแห่งนี้

“เพราะควายทั้งหมดในประเทศเรามีอยู่เกือบๆ 1 ล้านตัว คิดง่ายๆ ว่ามีควายตัวผู้ 5 แสน ตัวเมียอีก 5 แสน แล้วถ้าเรารีดนมควายออกมาแค่ตัวละ 1 กิโล เราก็จะมีนมควาย 5 แสนกิโลต่อวันแล้ว แค่นี้ก็ลดการนำเข้านมวัวได้เยอะแยะ ผมจึงอยากจะส่งเสริมให้ลูกหลานเกษตรกรที่เลี้ยงควายได้ดื่มนมควาย คุณภาพและสารอาหารก็ดีกว่า แล้วยังไม่ต้องเสียเงินแพงๆ ซื้อนมด้วย ในอนาคตถ้าเด็กๆ ลูกหลานเกษตรกรได้มีอาหารที่ดีกิน ก็จะมีร่างกายและสมองเพื่อไปพัฒนาประเทศต่อไปนะ”

ตอนนี้เนื่องจากผลิตภัณฑ์นมแปรรูปต่างๆ ของสอนศิริฟาร์มควายไทยเพิ่งได้ อย. ในอนาคตอีกไม่นานเราน่าจะหาซื้อนมควายกินกันได้อย่างสะดวกมากขึ้น และหวังว่าสิ่งที่เอกวาดฝันไว้มันจะเกิดขึ้นได้ในอีกไม่นานนี้

สอนศิริฟาร์ม, นมควาย สอนศิริฟาร์ม, นมควาย

สอนศิริฟาร์มควายไทย

66/1 หมู่ 2 ตำบลบางยาง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี

Writer & Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

2 กุมภาพันธ์ 2566
2 K

การประกาศยุติบทบาทการเป็นบริษัทพัฒนาและดูแลศิลปินของ บริษัท นาดาว บางกอก จำกัด เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 หลังจากดำเนินธุรกิจอย่างโดดเด่น สร้างผลงานและศิลปินผู้เป็นที่รักมาประดับวงการบันเทิงไทยมากมายตลอด 12 ปี ทิ้งคำถามให้หลายคนสงสัยว่า ทีมงานนาดาวบางกอกจะไปทำอะไรกันต่อ

วันนี้ ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ในบทบาท Chief Executive Officer จับมือกับผู้บริหารอีก 3 คน ทั้ง แท๊ด-รดีนภิส โกสิยะจินดา Chief Commercial Officer, ปรุง-ทัชระ ล่องประเสริฐ Artist Strategy Director (SONRAY MUSIC Co., Ltd.) และ ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร Managing Director (5×6 House Co., Ltd.) มาแถลงข่าวเปิดตัวบริษัทใหม่ ซึ่งประกอบไปด้วย 3 บริษัทย่อย ภายใต้บริษัทแม่ที่ชื่อว่า ‘TADA Entertainment (ทาดา เอ็นเทอร์เทนเมนท์)

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ชื่อ ‘ทาดา’ พ้องเสียงกับ ‘ธาดา’ ที่แปลว่าผู้สร้าง 

และเป็นเสียงประกอบเวลาที่ใครมีอะไรภูมิใจนำเสนอ

เราเคยคุยกับย้งเมื่อครั้งยังเป็นนาดาวบางกอก แล้วประทับใจกับความเป็นบริษัทที่พัฒนาศิลปินให้เป็น ‘คนมีคุณภาพ’ แบบที่คิดว่าให้วันหนึ่งศิลปินอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีนาดาวบางกอก และวันนั้นเขาก็ตั้งใจอยากหาคนมารับช่วงต่อในการบริหาร แต่ติดว่าต้องหาคนที่เชื่อและคิดเหมือนกัน เพื่อที่จะได้มั่นใจว่าผู้บริหารคนใหม่จะดูแลศิลปินเหล่านี้ได้อย่างที่เขาตั้งใจ

ในบทบาทการเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรรอบที่ 2 ของย้ง เขาจึงอยากสร้างทั้งผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่และศิลปินไอดอลคุณภาพสูง มาประดับวงการบันเทิงไทยแบบที่เขาภูมิใจนำเสนอ

แต่ก่อนจะคุยเรื่องการเปิดประตูบานนี้ เราเชื่อว่าทุกคนคงอยากรู้สาเหตุที่แท้จริงของการปิดประตูบ้านนาดาวบางกอกจากปากของย้ง ซึ่งเขายังไม่เคยพูดเรื่องนี้กับสื่อไหน เขายินดีจะพูดวันนี้ เพราะเขาบอกว่าฝุ่นหายตลบและทุกอย่างตกตะกอนแล้ว จึงมั่นใจว่าจะตอบคำถามนี้ได้ตรงกับใจจริง ๆ

เขาเล่าว่าก่อนยุติบทบาทของนาดาวบางกอก ทีมผู้บริหารใช้เวลาพิจารณา วางแผน และเตรียมตัวมาร่วม 3 ปี และยืนยันว่าไม่ได้มีใครในบริษัทหมดแพสชัน

“การปิดนาดาวฯ คือการไปต่อ ไม่ใช่การสิ้นสุด เพราะนาดาวฯ คือหมู่มวลคนซึ่งรักจะทำสิ่งที่สนใจเหมือนกันในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่พอถึงเวลาที่ต่างคนต่างมีเป้าหมายใหม่ น้อง ๆ นักแสดงเติบโตในวงการบันเทิงได้ดี หลายคนเรียนจบแล้ว บางคนก็แข็งแรงจนเปิดบริษัทเองได้ บางคนมีแนวคิดในการบริหารศิลปินหรือนักแสดงในแบบของตัวเอง เราก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการเป็นนาดาวบางกอกต่อไป เราแยกกันไปสนุกกับทางที่ตัวเองสนใจดีกว่า ซึ่งก็หมายถึงการต้องยุติธุรกิจเดิม เพื่อเริ่มต้นธุรกิจใหม่”

การเลือกปิดประตูบานเก่าอันโด่งดังและมั่นคงเพื่อเปิดประตูบานใหม่นี้ ย้งบอกว่าไม่มีอะไรที่เขาเสียดายเลย 

“มีแต่กลัวจะเสียดายเวลาและโอกาสของทุกคน ถ้าเราไม่ได้ให้อิสระพวกเขาไปเติบโตงอกงามในผืนดินของตัวเอง” ย้งบอก

สำหรับย้งและพนักงานบางส่วน เป้าหมายใหม่ของพวกเขาคือการสร้างศิลปินไอดอลชาวไทยประดับวงการบันเทิงไทยที่พวกเขารัก เพื่อเป็นความสุขและแรงบันดาลใจให้กับผู้คน 

“มันน่าสนุกดี” ย้งบอกเหตุผลที่คิดจะทำงานนี้

“ตอนเปิดออดิชัน เราได้เจอน้อง ๆ หลายคนที่มีความฝันอยากเป็นศิลปิน แต่เขาไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์หรือเก่งมาแล้ว พวกเขาเป็นเด็กที่ยังอยู่ในจุดเริ่มต้น มีความฝันและมีความพยายาม ผมว่ามันน่าสนุกที่เราจะได้เริ่มต้นกับคนที่มีความฝัน แล้วเราก็ฝึกหัดไปด้วยกัน เพื่อไปสู่ปลายทางซึ่งเขาเป็นศิลปินที่มีมาตรฐานที่ดีได้”

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ยุคนี้เป็นยุคของคนที่พยายามและตั้งใจ

SONRAY MUSIC (ซันเรย์ มิวสิค) ลูกชายที่สดใสเหมือนแสงแดด และ ILY LAB (ไอลี่ แล็บ) กลุ่มเด็กสาวที่เรียบง่ายและงดงาม เป็นบริษัทลูกของ TADA Entertainment สำหรับสร้างและพัฒนากลุ่มศิลปินไอดอล 

SONRAY MUSIC ผลิตศิลปินไอดอลชาย และ ILY LAB ผลิตศิลปินไอดอลหญิง ย้งเล่าว่าจากประสบการณ์ การดูแลศิลปินชายและหญิงมีรายละเอียดแตกต่างกัน จึงอยากแยกการบริหารออกเป็น 2 บริษัท แต่ศิลปินจาก 2 ค่ายก็จะได้ทำงานร่วมกันในบางโอกาส

สำหรับใครที่ไม่ใช่แฟนไอดอล เราขอชวนมาแวะฟังนิยามคำว่าศิลปินไอดอลจากย้งกันสักนิด

“ศิลปินไอดอลเป็นศิลปินที่มีการฝึกหัดและพัฒนาให้มาเป็นศิลปิน บอยแบนด์หรือเกิร์ลกรุ๊ปสมัยก่อนอาจอาศัยหน้าตาดี ความสามารถกลาง ๆ ได้ แต่ยุคนี้ผู้บริโภคต้องการศิลปินที่นอกจากภาพลักษณ์และบุคลิกดีแล้ว เขายังต้องมีความสามารถสูง ทั้งด้านการร้องเพลง การแสดง และการเต้นด้วย”

ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ย้งผู้ติดตามและชื่นชอบศิลปินไอดอลต่างชาติ มองไอดอลเหล่านั้นด้วยสายตานักปั้นดาวแล้วฟันธงว่า มีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่มีเสน่ห์ความเป็นไอดอลอยู่ในตัว 

“วัยรุ่นไทยมีจุดเด่นอย่างความสนุกสดใส ไม่ซีเรียสกับชีวิตมากเกินไป แต่ถ้าเขาจะเอาจริงกับอะไร เขาก็ตั้งใจและจริงจังกับมันได้ ความทะเล้น ความกวนที่มากับความมุ่งมั่นนี่แหละเป็นบุคลิกที่ผมอยากทำงานด้วย อยากเห็นพวกเขาค่อย ๆ เก่ง ค่อย ๆ เติบโต จนเป็นศิลปินที่ชนะใจแฟนเพลงหรือคนดูได้” 

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน
TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ความฝันของหนุ่มสาวกับหน้าที่การสร้างความสุขและแรงบันดาลใจ

ศิลปินไอดอลกลุ่มแรกที่ TADA Entertainment จะเปิดตัว เป็นกลุ่มศิลปินหญิงนามว่า ‘MXFRUIT (มิกซ์ฟรุต)’ ภายใต้สังกัด ILY LAB (ซึ่งย่อมาจาก I Love You)

ย้งไม่คิดแบบ Fail Fast, Fail Cheap และเราก็เห็นด้วยว่า ความฝันของเด็กสาวไม่ควรถูกเอามาใช้เป็นการทดลองทางธุรกิจ ศิลปินไอดอลหญิงกลุ่มนี้จึงเป็นเด็กที่เทรนมาแล้วเกือบ 2 ปี และพวกเธอกำลังจะได้เดบิวต์ในเดือนมีนาคมนี้

ย้งเล่าว่าเขาชวนสมาชิกทั้ง 5 ที่ตอนแรกต่างคนต่างมามารวมเป็น Girl Group และทำวงด้วยกัน เพื่อใช้พื้นที่นี้ค้นหาแนวทางของตัวเองในวัยที่เพิ่งเริ่มต้น และผนึกกันเป็นทีมที่แข็งแรงมากพอจะพากันไปสู่ความสำเร็จ 

“จริง ๆ ทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเองและมีความสามารถในการเป็นศิลปินเดี่ยว แต่โชคดีที่เด็ก 5 คนนี้มีความแตกต่างที่อยู่ด้วยกันแล้วลงตัว และยอมที่จะเปิดตัวร่วมกัน วันหนึ่งถ้าพวกเขามีประสบการณ์และความสามารถมากพอ มีอะไรที่อยากเล่าจากตัวเอง หรือมีแนวทางของตัวเองแล้ว อาจจะได้ทำเพลงแบบโซโล่ก็ได้” ย้งวางแผนแบบเล่นเกมยาวเอาไว้

ศิลปินไอดอลอีกกลุ่มที่พวกเขาปลุกปั้นอยู่เป็นกลุ่มศิลปินไอดอลชาย ชื่อ 789 TRAINEE ภายใต้สังกัด SONRAY MUSIC

ด้วยจุดแข็งการเป็นคนทำคอนเทนต์ของย้ง และประสบการณ์ในบริษัท SM Entertainment ของปรุง กลุ่มศิลปินฝึกหัดชายที่เปิดตัวบนโลกออนไลน์มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 จึงเป็นสีสันใหม่ในวงการที่น่าจับตามอง ศิลปินหนุ่มฝึกหัด 24 คนกำลังจะมีโปรเจกต์รายการ 789 SURVIVAL เป็นเรียลิตี้โชว์ ออกอากาศทางช่อง ONE31 พวกเขาจะได้ทำบททดสอบต่าง ๆ เพื่อแสดงความมุ่งมั่น ความตั้งใจพัฒนาตัวเองและทีม เพื่อเดบิวต์เป็นวงบอยกรุ๊ปวงต่อไป ซึ่งจำนวนคนในวงนั้นยังไม่แน่นอน อาจจะเป็น 7 8 หรือ 9 คนก็ได้ ย้งบอกไว้อย่างนั้น

สิ่งที่ย้งหมายมั่นปั้นมือในตัวศิลปินไอดอลก็คือ อยากให้พวกเขาสร้างความสุขให้แฟน ๆ และอยากให้เก่งพอที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้แฟน ๆ ได้

“ผมหมายมั่นปั้นมือที่ 2 อย่างนี้ เพราะเชื่อว่ายุคนี้มีคนไม่น้อยที่มีศิลปินเป็นกำลังและแรงบันดาลใจ ไม่รู้จะเรียกว่ายกระดับวงการบันเทิงไทยไหม แต่น่าจะทำให้คนไทยมีความสุข และในมุมคนทำงาน ผมคิดว่าผลลัพธ์จากความพยายามที่สังคมจะได้เห็น อาจไปสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ให้ทำงานดี ๆ เหมือนที่เราเคยได้แรงบันดาลใจจากคนรุ่นพี่ที่ทำงานดี ๆ ออกมาก่อนหน้านี้ก็ได้ ผมอยากทำศิลปินให้วงการบันเทิงไทย ให้คนไทยดู แล้วถ้าวันหนึ่งจะไประดับสากล เราก็จะไปแบบเป็นศิลปิน T-POP ของไทย”

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน
จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

โครงสร้างบริษัทย่อยที่เป็นอิสระ และมีบริษัทแม่ดูแลแบบไม่กำกับ

นอกจาก SONRAY MUSIC และ ILY LAB ซึ่งเป็นธุรกิจที่ย้งโฟกัสอยู่แล้ว TADA Entertainment ยังมีบริษัทโปรดักชันชื่อ 5×6 House ทำงานด้านคอนเทนต์อย่างที่พวกเขาถนัด ดูแลโดย ปิง เกรียงไกร 

3 บริษัทย่อยนี้บริหารในแบบของตัวเอง โดยมีบริษัทแม่เป็นหน่วยกลางดูแลเรื่องส่วนรวมต่าง ๆ เช่น การตลาด กฎหมาย บัญชี เป็นต้น 

ย้งบอกว่า “นี่อาจจะเป็นช่วงท้าย ๆ ในชีวิตการทำงานของผมแล้ว การมีบริษัทยิบย่อยคือการให้คนอื่นได้ขึ้นมาลองบริหารบริษัทนั้นในมุมมองของเขาเอง เขากำหนดทิศทางที่อยากเป็นได้เอง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เรามีอิสระมากขึ้นหลังจากมาเปิดบริษัทใหม่”

5×6 House เป็นบริษัทโปรดักชันเฮาส์ที่ย้งบอกว่าให้อิสระปิงออกแบบได้เต็มที่ ไม่มีข้อจำกัดว่าต้องเป็นงานที่เข้ากับศิลปินไอดอล หรือเป็นงานที่เน้นสร้างนักแสดงจากศิลปินในค่าย ซึ่งทำให้ปิงสร้างสรรค์และบริหารบริษัทของตัวเองได้เต็มที่ยิ่งขึ้น

ย้งบอกอีกว่าในอนาคตเราอาจได้เห็นบริษัทภายใต้ TADA Entertainment เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย หากมีคนสนใจอยากมาร่วมทำอะไรสนุก ๆ ด้วยกัน “ถ้าใครทำดี ความสำเร็จก็จะเป็นของเขา โดยมีพวกผมเป็นเบื้องหลัง ซัพพอร์ตและให้ความช่วยเหลือ แนะนำในพาร์ตหลังบ้าน” 

จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่
จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

สุดท้าย ผู้บริหารที่โดดเด่นคนหนึ่งในยุคสมัยของเรายังยืนยันว่า เขาอยากเป็นคนทำงานมากกว่าเป็นผู้บริหารมืออาชีพ เขายังรอวันที่จะได้สร้างศิลปินไอดอลและผู้บริหารรุ่นใหม่ให้แข็งแรงพอที่เขาจะปล่อยมือจากงานบริหารและหันไปจับกล้อง จับงานกำกับที่รักได้อีกครั้ง

“ผมโชคดีที่ได้ใช้ชีวิตในงานที่ผมรัก สิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาคือ การให้อิสระกับทุกคนในการบริหารงานและชีวิตของตัวเอง

“การปิดนาดาวบางกอกทำให้เรียนรู้ว่า อย่าไปยึดติดกับทั้งความทุกข์และความสุข เพราะในช่วง 2 – 3 ปีที่ต้องตัดสินใจและเตรียมการปิดนาดาวฯ เป็นช่วงเวลาที่กังวลมาก เป็นห่วงอะไรเต็มไปหมด แต่พอตัดสินใจได้แล้ว ใกล้เวลาที่จะปิดแล้วจริง ๆ กลับรู้สึกว่ามันไม่ได้ยากขนาดนั้น การไม่มีนาดาวฯ ไม่ได้ทำโลกแตกสลาย ไม่ได้จะทำให้เด็กนักแสดงไปต่อไม่ได้ หรือแม้กระทั่งน้อง ๆ พนักงานเขาก็จะเดินต่อไปได้ด้วยตัวเองกันทั้งนั้น”

จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

เขาเล่าด้วยว่าแม้แต่งานฉลองเพื่อร่ำลาอย่างการไป Outing นาดาวฯ ที่ย้งต้องพลาดเพราะติดโควิด สุดท้ายก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าฟูมฟายอย่างที่เขารู้สึกในตอนแรก เพราะมิตรภาพที่ชาวนาดาวฯ ยังมีให้กันและกันก็เห็นได้ชัดว่ามันยังอยู่ 

“เท่านั้นก็พอแล้วมั้ง” ย้งกล่าวปิดท้ายก่อนขอพุ่งตัวไปดูน้องซ้อมและมีประชุมต่อ

Lessons Learned

  • อย่ายึดติดกับความสำเร็จหรือไม่สำเร็จที่เคยเป็นมาก่อน เมื่อถึงคราวต้องเปลี่ยนแปลงก็เปลี่ยน ยิ่งถ้าเราเคยล้มมาก่อนแล้วลุกขึ้นมาได้ ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว
  • สร้างงานแล้ว อย่าลืมสร้างคนทำงานด้วย เพราะการจะทำให้ธุรกิจที่เราฝันอยู่เป็นไปได้อย่างยั่งยืน วันหนึ่งจำเป็นต้องมีคนรับช่วงต่อ
  • เลือกทำสิ่งที่อยากทำให้ดีจนกลายเป็นธุรกิจได้ เป็นหนทางแห่งความสุขที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมไปกับงาน

ภาพ : TADA Entertainment

Writer

Avatar

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load