The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ข้าวเม็ดนุ่มอวบสวย กุ้งแม่น้ำขนาดเบิ้ม ผลไม้รสอร่อยสดจากต้น ล้วนเป็นผลผลิตจากความอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดปราจีนบุรี มากไปกว่านั้นปราจีนฯ ยังเป็น 1 ใน 4 เมืองสมุนไพรของประเทศ

หากย้อนไปถึงวิชาภูมิศาสตร์จะสังเกตว่าพื้นที่ของเมืองปราจีนฯ ติดกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นพื้นที่ลุ่มและมีต้นไม้เยอะ ทำให้มีสมุนไพรและผลผลิตจากป่าเยอะตามไปด้วย

จากเมืองสมุนไพร ก่อเกิด ‘บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี’ เพื่อบอกเล่าและขานไขภูมิปัญญาของบรรพบุรุษกับสมุนไพรไทยผ่านบ้านหลังกะทัดรัดใจกลางตลาดเก่าปราจีนฯ คล้ายจะเป็น Public Space สำหรับเด็กนักเรียน คนในชุมชน รวมถึงนักท่องเที่ยวทั่วประเทศที่แวะพักปราจีนฯ ก่อนจะเดินทางไปท่องเที่ยวยังจังหวัดใกล้เคียง โดยมีสมุนไพรไทยเป็นหัวใจหลักในการยึดโยงผู้คนเข้าด้วยกัน

เล่าเรื่องบ้าน

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

เดิมที ‘บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี’ เป็นบ้านของครอบครัวเปี่ยมสมบูรณ์ ตระกูลขุนนางและพ่อค้าเก่าแก่ของเมือง สร้างขึ้นหลังเหตุการณ์ไฟไหม้ในตลาดปราจีนฯ และเป็นบ้านที่ทันสมัยมากใน พ.ศ. 2493 ก่อน ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ น้องคนสุดท้องของตระกูลจะมอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นผู้ดำเนินสาธารณะประโยชน์จวบจนปัจจุบัน

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

“บ้านเล่าเรื่องเป็นเหมือนแลนด์มาร์กของเมืองปราจีนฯ ไว้คอยต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง บ้านของเราเป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่รวบรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองปราจีนฯ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับเยาวชนและคนทั่วไป ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย หรือพักผ่อนหย่อนใจ และบ้านเล่าเรื่องยังเป็นร้านอาหารด้วยนะ”

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

อมรา อคมานนท์ ผู้จัดการบ้านเล่าเรื่องฯ อธิบายขณะชวนเราเดินทัวร์ทั่วบ้าน เริ่มตั้งแต่เราก้าวเท้าลงจากรถ จะเจอกับกองทัพสมุนไพรชูกิ่งก้านใบต้อนรับอยู่หน้าบ้าน พญายอ พลูคาว สันพร้าหอม หญ้าปักกิ่ง เป็นต้น แวะชมและทดลองดมสมุนไพรจนหนำใจแล้ว ออกกำลังขาเดินเข้าบ้านมองเห็นกำแพงสีเหลืองสดใสสะดุดตา พร้อมภาพวาดพิกัดร้านอาหารและแหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาดในปราจีนฯ โดยนักวาดการ์ตูนนามปากกา ชัย ราชวัตร เจ้าของลายเส้น ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

ก่อนเข้าตัวบ้านก็แวะดื่มเวลคัมดริงก์สมุนไพรเป็นน้ำฝางสีแดงสดดับกระหาย คนทั่วไปอาจคุ้นชินกับฝางในสถานะสีย้อมผ้าจากธรรมชาติ แท้จริงแล้วฝางยังมีสรรพคุณช่วยแก้อาการเลือดอุดตัน ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก และแก้อาการหัวใจขาดเลือดด้วย

ดับกระหายคลายร้อนด้วยสมุนไพรแล้ว เข้าไปดูในตัวบ้านดีกว่าว่าเป็นยังไงบ้าง

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

บ้านเล่าเรื่อง

บ้านเล่าเรื่องมีทั้งหมด 5 ห้อง ห้องแรกเป็นห้องเครื่องปั้นดินเผา อยู่บริเวณชานบ้าน จัดแสดงหม้อดินเผาโบราณที่ค้นพบในแม่น้ำปราจีนบุรี และมีภาพวาดสมุนไพรจากภูเขาและป่าไม้

ถัดจากชานบ้านเข้าไปด้านในจะเป็นห้องรับแขก พร้อมมุมสวยติดหน้าต่างมองเห็นสวนด้านนอก ภายในห้องเล่าความเป็นมาของบ้านเล่าเรื่อง พร้อมจัดแสดงวัตถุล้ำค่าโบราณหาชมยากจากคนใจดีที่มอบให้กับบ้านเล่าเรื่อง อย่างเหรียญและธนบัตรโบราณ โถสังคโลกสมัยสุโขทัย จานเชิงและกาน้ำชา

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

หลังจากสำรวจวัตถุล้ำค่าหาชมยากจนครบทุกชิ้น เราก้าวเท้าเพียงสองสามก้าวก็เจอกับห้องนิทรรศการซึ่งเป็นนิทรรศการหมุนเวียนบอกเล่าเรื่องราวของเมืองปราจีนฯ ในหลากหลายมุมมอง

ตอนนี้ในห้องยังคงจัดแสดงนิทรรศการบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ ว่าด้วยกษัตริย์แต่ละพระองค์ที่เสด็จฯ เยือนจังหวัดปราจีนบุรี สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการ ‘บ้านนี้ผู้หญิงเก่ง’ เล่าเรื่องราวความฉลาด ขยัน ซื่อสัตย์ มัธยัสถ์ และจิตใจสาธารณะ ของ คุณโปรยทิพย์ เปี่ยมสมบูรณ์ เจ้าของบ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี ตัวจริงเสียงจริง

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

อมราเล่าประวัติศาสตร์สนุกพลางพาเราเดินทะลุไปยังห้องสมุด มีหนังสือหลากหลายแบบและมีเรื่องราวของคนปราจีนฯ แอบซ่อนอยู่ในนั้นด้วย แถมช่วงเย็นหลังเลิกเรียนเด็กๆ จากโรงเรียนใกล้เคียงมักจะมานั่งทำการบ้าน อ่านหนังสือ และจิบน้ำสมุนไพรระหว่างรอคุณพ่อคุณแม่รับกลับบ้าน

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

ห้องสุดท้ายเรารอคอย นอกจากจะเป็นห้องนิทรรศการผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์แล้ว ยังเป็นห้องอาหารของบ้านเล่าเรื่องอีกด้วย บรรยากาศด้านหลังบ้านห้อมล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวและติดกับแม่น้ำปราจีนบุรีพอดิบพอดี

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

เมนูอาหารและเครื่องดื่มของครัวบ้านเล่าเรื่องล้วนมีสมุนไพรเป็นส่วนผสม เช่น เล็บครุฑเทมปุระ หั่นชิ้นพอดีคำ ทานเล่นก็เคี้ยวเพลินจนหยุดไม่อยู่ ถัดมาเป็นต้มจืดหูเสือบะช่อตำลึง ถ้วยนี้ขอบอกเลยว่าใครมาต้องสั่ง! ซดน้ำแกงจนหยดสุดท้ายแน่นอน ความพิเศษอยู่ตรงหมูบะช่อผสมใบหูเสือหั่นฝอย สรรพคุณของหูเสือช่วยขับเสมหะ แก้อาการไอ ถ้าลองขยี้ใบหูเสือด้วยมือจะส่งกลิ่นหอมคล้ายออริกาโน่ ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะได้ด้วย ส่วนจานสุดท้ายเสิร์ฟสารอาหารครบ 5 หมู่กับเมนูข้าวอบธัญพืชทานคู่กับน้ำพริกอ่อง ไข่ต้มและสารพัดผัก

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

“สมุนไพรเราปลูกเองจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ส่วนผักเราสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่นให้ปลูกผักอินทรีย์ เกษตรกรกลุ่มนี้จะส่งผักให้บ้านเล่าเรื่องสัปดาห์ละ 2 วัน แม้แต่ไข่ไก่ก็เป็นไข่ไก่อารมณ์ดี โดยกลุ่มเกษตรกรเขาสร้างเป็นสหกรณ์เพื่อให้อยู่ได้ นอกจากส่งให้เราเขาก็ส่งให้โรงพยาบาลด้วย”

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

เพลินกับ 3 เมนูเด็ดแล้วจะขาดเครื่องดื่มรสซาบซ่าได้อย่างไร แก้วแรกมีชื่อว่า ‘สามเกลอ’ เป็นการรวมตัวกันเฉพาะกิจของพุทราจีน กระเจี๊ยบ และใบเตย เคี่ยวรวมกันจนข้น วิธีดื่มง่ายมากเพียงเติมน้ำโซดาเพิ่มความสดชื่น ต่อด้วยสามเกลอ ถ้าใครชอบหวานเติมน้ำเชื่อมได้ไม่ว่ากัน อ้อ! พุทราจีนมีสรรพคุณช่วยลดความดันและไขมันในเส้นเลือดด้วยนะ แก้วถัดมาเป็น มะนาวอัญชัน คู่หูที่เจอกันเมื่อไหร่ก็เข้ากันสุดๆ

นอกจากเมนูสามเกลอและมะนาวอัญชัน ยังมีเครื่องดื่มชื่อสนุกและสรรพคุณเป็นเลิศ เช่น สามดอกไม้ มะลิ เก๊กฮวย ดาวเรือง และสามทหารเสือ ใบหูเสือ กำลังเสือโคร่ง (แก่นไม้) และไทเกอร์เฮิร์บ (ใบบัวบก) เห็นแค่ชื่อแต่ละเมนูเราก็ลืมไปเลยว่ากำลังดื่มน้ำสมุนไพรเพิ่มกำลังวังชาอยู่

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

ตบท้ายมื้ออร่อยด้วยมะม่วงแช่อิ่มฝีมือป้าเที่ยง มะม่วง 1,000 ไห เป็นเรื่องเล่าของคนปราจีนฯ ที่รู้กันดีว่าป้าเที่ยงทำธุรกิจมะม่วงดองมากว่า 1,000 ไห จนปัจจุบันอายุ 84 ปี อยู่ๆ ก็เกิดอยากเลิกกิจการ แต่ทางมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเล็งเห็นว่าพื้นที่ตรงนั้นอาจจะเป็นศูนย์การเรียนรู้ในเรื่องการทำมะม่วงดองในอนาคต เลยแนะให้ป้าเที่ยงอนุรักษ์อาชีพนี้ไว้ ส่วนบ้านเล่าเรื่องต่อยอดมะม่วงป้าเที่ยงโดยการทำเป็นมะม่วงแช่อิ่มจำหน่ายในราคาย่อมเยา เหมาะมากสำหรับเป็นของฝาก

เป็นมากกว่าบ้าน…ที่เล่าเรื่อง

บ้านเล่าเรื่องไม่เพียงแต่เป็นร้านอาหารสมุนไพรอร่อย หรือพื้นที่สาธารณะแสนรื่นรมย์ของขาประจำและขาจร ยังเป็นค่ายสมุนไพรขนาดย่อมแบบไปเช้า-เย็นกลับสำหรับเยาวชนอายุระหว่าง 8 – 11 ขวบ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับสมุนไพรไทยตั้งแต่พื้นฐาน รสชาติของสมุนไพรเป็นอย่างไร มีสรรพคุณช่วยบรรอาการอะไรบ้าง ตลอดจนลงมือปฏิบัติอย่างง่าย เช่น ทำน้ำสมุนไพรดื่มเองในครอบครัว ทำยาหม่อง ยาดม

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

“บ้านเล่าเรื่องอยากให้คนได้รู้จักสมุนไพรไทยและเอาไปใช้ได้อย่างหลากหลาย เราพยายามทำเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าสมุนไพรเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นด้านอาหารหรือยารักษาโรค

“จุดมุ่งหมายสูงสุดของเราคือการเห็นสมุนไพรอยู่ในชีวิตประจำวัน ถ้ามีการใช้สมุนไพรเป็นยา แน่นอนว่าการเจ็บป่วยน้อยลง และอัตราในการเข้ารักษาในโรงพยาบาลก็ย่อมลดลงด้วย” อดีตพยาบาลเล่าด้วยตาเป็นประกาย

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี
บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

หลังจากฟังเรื่องเล่าจากบ้านเล่าเรื่องฯ จบ เราหยิบเอาเรื่องเล่าบางส่วนมาเล่าเป็นเรื่องให้นักอ่านเห็นถึงความตั้งใจอันดี (มาก) ของคนตัวเล็กในบ้านหลังกะทัดรัดใจกลางตลาดเก่าเมืองปราจีนฯ ที่หมายมั่นและผลักดันสมุนไพรไทยให้คนไทยกันเองรู้จักผ่านการมองเห็นด้วยตา ชิมรสด้วยปาก และลงมือทำด้วยสองมือ

เอาล่ะ เราว่าถึงเวลาของนักอ่านจากทั่วทุกสารทิศ ล็อกประตูบ้านให้สนิทแล้วออกไปผจญภัยในเมืองสมุนไพรไทยแห่งภาคตะวันออกด้วยกัน!

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพร, ปราจีนบุรี

บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี

ที่อยู่ 51 ถนนหน้าเมือง ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี 25000

เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 19.30 น. (ครัวปิดเวลา 19.00 น.)

Facebook : บ้านเล่าเรื่อง เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ชายหาดสีขาวทอดตัวยาวเต็มไปด้วยสัตว์ทะเลตัวจิ๋ว ทิวสนเรียงราย แคมป์ช้างตัวเล็กใหญ่ ร้านอาหารและบาร์เครื่องดื่มในบรรยากาศอะโลฮ่า และมีโรงเรียนสอนเซิร์ฟบอร์ดสำหรับผู้ใหญ่ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหาดปะการัง หรือ Memories Beach จังหวัดพังงา จึงกลายเป็นหาดประจำของนักเซิร์ฟบอร์ดมือใหม่และมือเก๋าที่แวะเวียนไปมาบ่อย ๆ

ที่นี่กลายเป็นหมุดหมายปลายทางที่ใครหลายคนตั้งใจมาปักไว้ บ้างปักหมุดชั่วคราว บ้างก็ปักหลักอยู่ยาว แพร-เพียงแพร โชติฐ์สถาพรป์ ก็เป็นอีกคนที่หลงรักที่นี่อย่างถอนตัวไม่ขึ้น เธอเก็บกระเป๋าโยกย้ายมาอยู่เขาหลักเมื่อ 3 ปีก่อน พร้อมก่อตั้ง Seapiens Camp Khaolak แคมป์ธรรมชาติสำหรับเด็ก ๆ ที่สอนเล่นเซิร์ฟ ผจญภัยและทำความรู้จักกับท้องทะเลอย่างเป็นมิตรที่หาดปะการัง

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

“ชื่อของที่นี่มาจากคำว่า Sapiens เป็นหนังสือที่เล่าเกี่ยวกับวิวัฒนาการของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ความสัมพันธ์ของมนุษย์และธรรมชาติ แล้วเราก็อยากให้ที่นี่เป็นสถานที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของทะเลและมนุษย์ไว้ด้วยกัน ก็เลยเอาคำว่า Sea ไปใส่ไว้แทน กลายเป็น Seapiens” แพรเฉลยที่มาแสนน่ารักของชื่อแคมป์ให้เราฟัง 

“ที่นี่เริ่มต้นเมื่อ 4 ปีก่อน ตอนนั้นเขาหลักยังมีนักท่องเที่ยวไม่เยอะ เรากับ Co-founder มาที่นี่ครั้งแรก เจอเด็กคนหนึ่งกำลังเซิร์ฟอยู่ น้องเล่นเก่งมาก เล่นทั้งวันเลย สุดท้ายเราตัดสินใจเข้าไปทักทายน้อง พอได้คุยกันรู้สึกเลยว่าน้องแตกต่างจากเด็กคนอื่นที่เราเคยเจอ ดูมั่นใจ แววตาเขามีความสุขมาก ๆ ตอนนั้นน้องน่าจะอายุแค่ 7 – 8 ขวบ แต่น้องบอกกับเราว่า น้องอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติ มีเป้าหมายของตัวเองตั้งแต่ 7 ขวบ เราสองคนก็เลยคิดว่าอยากให้เด็กคนอื่นมีโอกาสลองมาเล่น เราอยากเห็นสิ่งที่อยู่ในเด็กคนนี้ ไปอยู่กับเด็ก ๆ คนอื่นด้วย” เธอย้อนความถึงจุดเริ่มต้น 

“โปรแกรมแรกของ Seapiens Camp Khaolak เลยเริ่มต้นมาจากสอนเซิร์ฟบอร์ดให้เจ้าตัวน้อยก่อน เพราะเราสองคนถนัดกันอยู่แล้ว จากนั้นเราคิดต่อว่า เขาหลักเป็นทะเลที่มีทรัพยากรสมบูรณ์มาก มีความพร้อมในเรื่องการท่องเที่ยว ก็เลยเกิดเป็นโปรแกรมอื่นตามมาด้วย ในคอนเซ็ปต์ Edutainment เรารู้สึกว่าการที่เขาเดินทางมาหาเราถึงพังงา จะทำยังไงให้มันไม่ใช่แค่สนุก แต่ต้องสนุกและได้เรียนรู้ ได้ Entertainment ได้ Education ไปพร้อม ๆ กัน ทุก ๆ โปรแกรมเลยเป็นความรู้ 40 เปอร์เซ็นต์ สอดแทรกอยู่บนพื้นฐานการเล่นอีก 60 เปอร์เซ็นต์ ให้ความสนุกเป็นตัวนำเด็ก ๆ ไป” เธอเล่าแนวคิด

ทำไมความสนุกถึงควบคู่ไปกับการเรียนรู้ได้ เด็กที่โตในยุคเรียนเป็นเรียน ห้ามเล่น! อดเอ่ยปากถามไม่ได้

“สำหรับเรา เด็กก็คือเด็ก สิ่งแรกที่เด็กคิด เด็กอยากทำ ก็คือการเล่น เพราะฉะนั้น..เล่นเลย! จากนั้นค่อยเอาความรู้เข้าไปใส่ในการเล่นของเขา เขาจะได้รับความรู้โดยไม่รู้สึกว่ากำลังฝืน ในทุกกิจกรรมเราจะมีสื่อการสอน ทั้งสื่อภาพ สื่อวิดีโอ ไปจนถึงเกมที่ให้เขาได้ลงมือด้วยตัวเองจริง ๆ” แพรเล่าวิธีการคิดกิจกรรมชนะใจเด็ก ๆ 

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา
Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

PRIVATE SURFING

โปรแกรมแรกที่ครองใจเด็ก ๆ มานักต่อนัก ทั้งเจ้าตัวน้อยจอมซนที่ชอบทะเล วิ่งไปลุยทรายตั้งแต่แรกเห็น จนถึงเจ้าตัวน้อยที่ยังกลัวเลอะ ไม่กล้าก้าวเท้าเหยียบทราย ให้เปลี่ยนใจไปหลงรักเขาหลัก คลื่นทะเล และหาดทราย

“เราให้เด็ก ๆ ได้ทำความรู้จักกับเซิร์ฟคัลเจอร์ก่อน เล่าประวัติความเป็นมา เปิดการ์ตูนสนุก ๆ เล่าให้เขาฟัง มีเกมที่เราคิดขึ้นเอง สอนให้เขาได้เรียนรู้ถึงการเกิดคลื่น ให้เขาเข้าใจว่าคลื่นมันเกิดจากอะไร ก่อนที่จะไปเล่นเซิร์ฟ มันก็เลยกลายเป็นเรื่องราวที่เชื่อมโยงกัน โดยที่เราไม่ต้องบังคับหรือยัดเยียดเนื้อหาให้เขา

“ซึ่งความปลอดภัยเป็นอย่างแรกที่เราคิด เพราะถ้าเด็กเล่นแล้วเจ็บขึ้นมา จะเป็นเรื่องที่ติดอยู่ในใจเด็ก เขาจะไม่เล่นแล้ว ไม่เอาแล้ว ความปลอดภัยที่แคมป์เลยมาเป็นอันดับหนึ่ง อย่างโปรแกรมเซิร์ฟ เด็กจะต้องใส่ทั้งหมวกกันน็อก ทั้งชูชีพ แล้วก็มีคุณครูที่ดูแลน้องเฉพาะคนเลย จริง ๆ คุณครูที่แคมป์ทุกคนเป็น Surfer ทั้งหมด เราเล่นเซิร์ฟอยู่แล้ว เราอยู่กับทะเลทุกวัน เราบอกกันตลอดว่าจะต้องดูแลน้องทุกคนเหมือนเป็นน้องสาวกับน้องชายของเราเอง เวลาที่น้องเล่นเซิร์ฟ เราผลักส่งเขาไป เราจะต้องไปรับเขาเหมือนไปรับน้องเรา ต้องไปถึงตัวเขาให้เร็วที่สุด” เธอย้ำอย่างหนักแน่น

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

เรียนรู้กันกันจนเหนื่อย และแล้วก็ถึงเวลา… แคมป์ไฟ! อีกหนึ่งกิจกรรมโปรดของเจ้าตัวแสบทั้งหลาย ที่เด็ก ๆ ติดใจไม่แพ้การ์ตูนหรือท้องทะเล คือการจุดไฟ ปิ้งมาร์ชเมลโล่ แม้จะเป็นกิจกรรมสนุก ๆ ที่อร่อยสำหรับเด็ก ๆ แต่ Seapiens Camp Khaolak ก็ยังไม่พลาดที่จะสอดแทรกความรู้ลงไปตามคอนเซ็ปต์ Edutainment

“เล่นเซิร์ฟเสร็จ ก็จะมีแคมป์ไฟ จุดไฟตรงกลางวงให้เด็ก ๆ ปิ้งมาร์ชเมลโล่กัน คุณครูที่คอยมาช่วยจุดไฟก็จะเล่าให้ฟังว่าทำไมต้องจุดไฟแบบนี้ ทำไมต้องวางหินแบบนี้ เด็ก ๆ ก็สนใจ เข้ามาดูเราใกล้ ๆ ช่วยเราหยิบจับฟืน เขาจะได้ความรู้เรื่องการเกิดไฟ รวมถึงทิศทางลม และทรายที่อยู่บริเวณนั้นด้วย” เธอเล่า ก่อนพาไปสู่กิจกรรมน่าสนุกถัดไป

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

SHAPER HOUSE

“หนูอยากทำอันนี้ (เซิร์ฟบอร์ด) กลับบ้านด้วย” เมื่อเสียงเจื้อยแจ้วเอ่ยขึ้นมา ลอยเข้าหูของคุณครูผู้รับฟังเสียงเจ้าตัวน้อยพอดี โปรแกรม Shaper House อันน่าสนุกจึงเกิดขึ้นในห้องเรียนกลางหาดทรายแห่งนี้ 

“Shaper เป็นชื่อเรียกอาชีพคนทำเซิร์ฟบอร์ดในต่างประเทศ ทำเงินได้มหาศาลเลย แต่ในประเทศไทย อาชีพนี้ยังไม่แพร่หลาย จุดเริ่มต้นของโปรแกรมนี้ เราอยากเอาอาชีพนี้มาเป็นตัวอย่างให้น้อง ๆ เห็นว่า ในโลกนี้มีอาชีพอะไรอีกเยอะมาก อยากให้น้องได้สนุกกับการดีไซน์เซิร์ฟบอร์ดของตัวเอง ผ่านกระบวนการเคลือบเซิร์ฟบอร์ด ได้หยิบจับอุปกรณ์ที่ใช้จริงในโรงงาน ให้น้องได้เป็นคนแรกที่สัมผัสว่ามันมีอะไรมากกว่าที่เรารู้จักในทุกวันนี้” เธอเล่าความตั้งใจ

ในคลาสเรียนนี้ เด็ก ๆ เริ่มต้นด้วยการดูการ์ตูนแสนสนุก เรียนรู้วิธีการทำเซิร์ฟบอร์ดด้วยเปลือกหอย ตามฉบับ Shaper มือโปรในอดีต ก่อนจะสำรวจรอบ ๆ ตัวภายในห้อง Shaper Room ที่ทำมาเพื่อ Shaper ตัวน้อยโดยเฉพาะ เพื่อหาอุปกรณ์ชิ้นใหม่ที่ยุคปัจจุบันใช้กัน จากนั้นมีวิดีโอสอนทำเซิร์ฟบอร์ดทีละขั้นตอน เพื่อตอบข้อสงสัยในใจเด็ก ๆ จากนั้นปล่อยให้วัยซนดีไซน์ ระบายสี และลงมือขัดเซิร์ฟบอร์ดอันจิ๋วด้วยตัวเองจนเสร็จ พร้อมพกเป็นของที่ระลึกกลับบ้าน

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา
Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

MEET MARINE LIFE

ไปสำรวจสัตว์ทะเลกัน! 

เมื่อได้ยินคำนี้ ขอยอมรับตามตรงว่าแม้ร่างกายและวัยจะไม่เด็กแล้ว ก็ยังแอบตื่นเต้นตามเสียงเรียกของคุณครูไม่ได้ แล้วเจ้าตัวน้อยที่ร่างกายและหัวใจยังเด็ก จะตื่นเต้นแค่ไหนกันนะ 

“เด็ก ๆ ชอบมาก!” คุณครูแพรขวัญใจเด็ก ๆ ยืนยันกับเรา 

“เราจะจับมือพาเขาไปสำรวจทะเล ให้เขาได้คว้าแว่นขยายและกล้องส่องทางไกล สวมชุดกันฝนหลากสีออกเดินทางไปกับเรา คุณครูจะคอยเล่าให้ฟังว่า ระบบนิเวศบริเวณนั้นเป็นอย่างไร วันนี้เราจะเจอใครกันบ้าง จะเจอพี่ทากทะเลหรือเปล่านะ จะเจอพี่ปลิงทะเลไหม แล้วทำไมพี่ปูเสฉวนถึงมาอยู่ตรงนี้กันนะ มื้อกลางวันของพี่ปักเป้าเขาเป็นอะไร

“เราอัปเดตลิสต์สัตว์ทะเลที่เด็ก ๆ เจอกันในเพจ Seapiens Camp ด้วยนะ เพราะบางครั้งเป็นสัตว์ชนิดใหม่ที่เราเพิ่งเคยเจอ บางครั้งเป็นสิ่งที่เจอประจำ เราสอนเขาได้ว่าทำไมพี่คนนี้ถึงมาให้เจอบ่อย ๆ ทำไมพี่คนนี้ไม่ค่อยมา” 

เด็ก ๆ จะได้ทบทวนความรู้ระหว่างทาง ด้วยเกมแปะสติกเกอร์ ให้เจ้าหนูเสนอว่าสัตว์ทะเลชนิดไหน อาศัยอยู่ตรงไหนของทะเลกันนะ ใต้โขดหินหรือเปล่า ในหาดทรายหรือเปล่า พี่คนไหนที่เจอเขาว่ายอยู่เยอะ ๆ ช่วยกันแปะสติกเกอร์รูปสัตว์ชนิดต่าง ๆ ลงบนภาพการ์ตูน ก่อนคุณครูใจดีจะชวนเด็ก ๆ สวมชุดปฏิบัติการสำหรับนักวิทยาศาสตร์ตัวน้อย ไปเก็บตัวอย่างสัตว์ทะเลที่สนใจ แล้วนำมาส่องกล้องจุลทรรศน์ เพื่อเรียนรู้เรื่องกายภาพจนถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต

ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกเป็นห่วง ว่าการเก็บตัวอย่างสัตว์ทะเลมาเรียนรู้ พี่ ๆ สัตว์ทะเลจะกลับบ้านถูกไหม แพรก็แอบกระซิบช่วยให้หมดห่วงว่า “สัตว์และปะการังทุกตัวที่เราเก็บไปเข้าห้องแล็บ เราจะพาเขากลับมาปล่อยที่เดิมทุกครั้ง เด็ก ๆ ก็จะได้เรียนรู้วิธีการเก็บตัวอย่างที่ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์และธรรมชาติด้วย” 

จบทริปด้วยการจูงมือเจ้าหนูกลับมาวาดรูป ทบทวนว่าวันนี้ได้ทำความรู้จักพี่ ๆ สัตว์ทะเลตัวไหนบ้าง

เรียนรู้วัฒนธรรมเซิร์ฟ โต้คลื่น สำรวจสัตว์ทะเล ในห้องเรียนธรรมชาติ ริมหาดปะการัง จังหวัดพังงา

OCEAN AND ART

“โปรแกรมนี้เราเริ่มต้นจากการที่อยากให้เด็ก ๆ เก็บขยะทะเล ถ้าเราบอกเขาว่า เด็ก ๆ ไปเก็บขยะกัน เขาคงไม่อยากไป เลยคิดกันว่าจะทำยังไงให้เขาอยากลุกออกไปเก็บขยะกับเรา โดยไม่รู้สึกว่ากำลังโดนบังคับ เริ่มต้นจากเราชวนเขาดูสื่อการเรียนรู้ก่อน ชวนให้เขาคิดกับเราว่าทำไมน้ำทะเลถึงมีสีฟ้านะ สื่อที่เราเตรียมมาก็จะช่วยตอบข้อสงสัยของเขา ว่ามันเป็นการสะท้อนของแสงนะ ออกมาเป็นโปรแกรมศิลปะ ชวนให้เขาได้มาสร้างเมืองริมทะเลตามจินตนาการ ได้สร้างหาดทราย น้ำทะเลของตัวเอง” แพรบรรยายถึงความสนุกที่มาของกิจกรรมน่าสนุกอย่าง Ocean and Art

พอเด็ก ๆ ทำทรายและทะเลเสร็จแล้ว ทีนี้ก็เข้าทาง!

“เด็ก ๆ ไปเก็บขยะมาสร้างบ้านกัน” น้ำเสียงน่าสนุกของคุณครูเกริ่นขึ้น ก่อนเจ้าตัวน้อยจะรีบลุกอย่างตื่นเต้นในทันที เพื่อไปเก็บขยะมาสร้างเป็นเมืองในจินตนาการของตัวเอง “โปรแกรมนี้สำหรับเราถือว่าประสบความสำเร็จมาก น้องบางคนเก็บขยะมาสร้างโมเดลบ้านเสร็จแล้ว ยังถือถุงมาบอกเราอีกว่าหนูอยากไปเก็บขยะต่อ เรายังสอนเขาต่อเรื่องของขยะได้อีก ชวนเขาคิดไปถึงของเล่นที่บ้าน ถ้าหนูเอาไปทิ้ง จะต้องใช้เวลากี่ปีในการย่อยสลาย หนึ่งร้อยปีเลยนะรู้ไหม สุดท้ายเขาก็จะเข้าใจเรื่องการทิ้งขยะมากขึ้น เล่นแบบระมัดระวัง คุ้มค่าที่สุด” เธอเล่าถึงเรื่องราวเรียกรอยยิ้ม

เรียนรู้วัฒนธรรมเซิร์ฟ โต้คลื่น สำรวจสัตว์ทะเล ในห้องเรียนธรรมชาติ ริมหาดปะการัง จังหวัดพังงา

Seapiens Camp 

“การที่เขาได้มาเข้าแคมป์ เขาจะต้องปรับตัวเข้ากับธรรมชาติรอบ ๆ เป็นฝ่ายที่คอยทำความเข้าใจกับธรรมชาติ เราว่าเรื่องนี้เด็ก ๆ จะได้พัฒนาการไปเต็ม ๆ เลย เดินไปสำรวจหินจะต้องทำยังไง เพราะหินก็เป็นหิน เป็นพื้นเรียบให้เขาไม่ได้ เขาก็จะต้องเรียนรู้ที่จะระมัดระวัง เดินช้า ๆ เพื่อไม่ให้ล้ม” เธออธิบายถึงวิธีคิด นอกจากปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ เจ้าตัวน้อยยังต้องคอยปรับตัวเข้ากับเพื่อนและคุณครู เรียนรู้ที่จะไว้ใจเพื่อนร่วมเดินทางด้วย

แล้วมีน้อง ๆ คนไหนที่งอแงบ้างไหมนะ – เราสงสัย

“เยอะเลยค่ะ แต่ด้วยความที่คุณครูเจอมาบ่อย ก็จะคิดกันเสมอว่านี่คือการพาน้อง ๆ ไปเล่น ต้องไม่ทิ้งน้องนะ เราก็จะมีวิธีการคุยกับน้อง ถ้าหนูไม่ไปกับพี่แพร หนูจะเสียดายนะ เพราะพี่แพรจะพาเราไปดูบ้านปูเสฉวน ทำให้เขารู้สึกว่าเราก็เล่นกับเขาได้นะ เราเป็นเพื่อนเขาได้ พอได้พาเขาไปดูปูเสฉวน เด็ก ๆ ก็จะเห็นว่าปูมันอยู่ในเปลือกหอย เราก็สอนเขาได้ ถ้าเขาไปทะเล แล้วเก็บเปลือกหอยกลับบ้าน พี่ปูเสฉวนก็จะไม่มีบ้านอยู่นะ เราเชื่อว่าทุกอย่างกลายเป็นกิจกรรมสำหรับเด็กได้หมด เพียงแต่ว่าเราต้องใส่เรื่องราวเข้าไป ที่นี่ทุกอย่างจะถูกเล่าผ่านเรื่องราวน่าสนุก พี่คนนี้เขาเกิดมาแบบนี้ มีเพื่อนเป็นพี่คนนี้นะ ทำเรื่องธรรมดาให้มันน่าสนุก เด็ก ๆ เขาก็จะตื่นตาตื่นใจ” แพรเผยเคล็ดลับมัดใจเจ้าหนู

แพรยังกระซิบให้เราฟังด้วยว่า การมาเปิดแคมป์ธรรมชาติให้เจ้าตัวน้อยมาเรียนรู้ ทั้งการเล่นเซิร์ฟ การจุดไฟ การดูคลื่น ไม่ทิ้งขยะในทะเล รวมถึงทำความรู้จักสิ่งมีชีวิตใต้น้ำหลากชนิดแล้ว ทั้งหมดนี้ไม่เป็นเพียงการสอนเด็ก ๆ เท่านั้น แต่ในฐานะผู้สอนก็ได้เรียนรู้หลายสิ่งเหมือนกัน, เรียนรู้เรื่องอะไรบ้างเหรอคะ – เราถามกลับ

เรียนรู้วัฒนธรรมเซิร์ฟ โต้คลื่น สำรวจสัตว์ทะเล ในห้องเรียนธรรมชาติ ริมหาดปะการัง จังหวัดพังงา

“เราได้เรียนรู้ว่า เด็กทุกคนต่างกัน เราต้องเข้าใจธรรมชาติของเด็ก โลกนี้มีอะไรที่เขาจะต้องเจออีกเยอะ ต้องค้นหาตัวตน เด็กบางคนได้เรียนรู้ เจอความเป็นตัวเองจากกิจกรรมนี้ บางคนเจอจากอีกกิจกรรมหนึ่ง เราก็ต้องพยายามทำกิจกรรมให้หลากหลายขึ้น เพื่อเด็ก ๆ ทุกคนจะได้สนุก แล้วก็เจอตัวตนของตัวเองจากที่นี่” เธอตอบ 

“มีหลายครอบครัวกลับมาที่ Seapiens Camp ปีละสองสามครั้ง มาอยู่อาทิตย์ สองอาทิตย์ บางครอบครัวมาบ่อยจนกลายเป็นเพื่อน ไปเล่นเซิร์ฟด้วยกันทั้งคุณครู พ่อแม่ลูก ไปกินข้าว ปิ้งบาร์บีคิวที่หาดด้วยกันก็มี พ่อแม่บางคนไม่คิดว่าลูกตัวเองจะทำได้ บางคนไม่คิดว่าลูกจะยอมเดินบนทราย พอมาที่นี่ลูกเขากลับกล้าเดินลุยทรายกับพี่ ๆ ไปสำรวจสัตว์ทะเล เราดีใจมาก มีความสุขมาก ที่เห็นเด็กตัวเล็ก ๆ ปลดล็อกความกลัวของตัวเอง แล้วยอมวิ่งลงไปเล่นกับเรา

“บางคนยังพูดไม่ชัดเลย บอกเราว่า ‘อยากไปเรียนเจิฟ ไปเรียนเจิฟ’ ที่สำคัญเราดีใจที่เด็กบางคนมาแคมป์เราแล้วเขามีเป้าหมายใหม่ในชีวิตเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งอย่าง บางคนบอกว่าอยากเป็นนักเซิร์ฟทีมชาติ บางคนบอกว่าอยากจับสัตว์ทะเลทุกวัน มันเกิดการพัฒนาต่อ เขาอาจจะโตไปเป็นสัตวแพทย์ เรียนประมง เราไม่รู้ว่าอนาคตเมื่อเขาโตขึ้น ความฝันจะเปลี่ยนไหม แต่อย่างน้อยวันนี้เขาเข้าใจการมีเป้าหมาย และเติบโตไปอย่างมีเป้าหมายแล้ว” แพรเสริม 

“เราอยากให้เขารู้สึกว่าทะเลเป็นบ้านของเขา ให้เขาสนุก สบายใจ อยากกลับมาที่นี่อีก คิดว่าการที่เขามาแคมป์กับเรา ต้องมีสักเรื่องที่โดนใจเขา พอเขารู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้าน เมื่อเขาเติบโตขึ้น เราไม่ได้คาดหวังว่าจะเห็นในวันนี้ ในอีก 2 หรือ 3 ปีนี้ แต่ว่าในอีก 10 ปี 20 ปี ที่เขาโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เหมือนเรา เขาจะไม่มีทางทำลายบ้านของเขาแน่ ๆ” 

เธอทิ้งท้ายถึงภาพอนาคตที่อยากเห็น

เรียนรู้วัฒนธรรมเซิร์ฟ โต้คลื่น สำรวจสัตว์ทะเล ในห้องเรียนธรรมชาติ ริมหาดปะการัง จังหวัดพังงา

Seapiens Camp Khaolak

ที่ตั้ง : หาดปะการัง ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา (แผนที่)

สอบถามวัน-เวลาจัดกิจกรรมและโปรแกรมห้องเรียนธรรมชาติได้ที่ 

โทรศัพท์ : 08 0991 2516

เว็บไซต์ : www.seapienscamp.comFacebook : Seapiens Camp Khaolak

Writer

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Photographer

ณัฐปคัลภ์ ทัศนวิริยกุล

ช่างภาพอิสระ | ภูเก็ต ชอบหาของอร่อยกิน รักการใช้เวลากับคนรัก ig : Kenhitive

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load