ผมไม่ใช่นักพฤกษศาสตร์

แต่ผมเขียนเพราะอยากจะพาไปรู้จักทวีปแอฟริกา ผ่านต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ที่นั่น

ในฐานะคนที่อยากรู้จักแอฟริกา อยากรู้จักทวีปนี้อย่างที่เป็น ทั้งผู้คน ชีวิต ความคิด ประวัติศาสตร์ ความเป็นอยู่ของคนและสัตว์ ป่าเขาชายทะเล รวมทั้งต้นไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศโมซัมบิก ประเทศขนาดยาวกว่า 2,500 กิโลเมตรริมชายฝั่งทวีปแอฟริกาด้านตะวันออก ซึ่งที่ทำงานของผม-กระทรวงการต่างประเทศ ส่งไปทำงานครั้งล่าสุดเมื่อเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา

เพราะอยากให้คนอื่นๆ ได้รู้จักทวีปแอฟริกาผ่านต้นไม้ใบหญ้าเหมือนอย่างที่ผมได้เห็นด้วย

เคยสงสัยเหมือนผมบ้างไหมว่า หากเรานึกและมองแผนที่ดีๆ ทวีปแอฟริกาไม่ได้อยู่ไกลจากประเทศไทยเลย เราห่างไกลเพียงแค่มหาสมุทร (อินเดีย) กั้น แต่ทำไมเราถึงรู้จักและรับรู้เรื่องราวและความเป็นไปของประเทศนี้น้อยมาก

หรือจะเป็นดั่งที่เขาว่ากันว่า แอฟริกานั้น ‘Too near yet far – แม้ใกล้แต่กลับไกลแสนไกล’

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา

ไม่เว้นแม้แต่ต้นไม้หลากหลายชนิดที่เราคุ้นเคย แต่เราอาจไม่รู้ว่า แท้จริงแล้วมีถิ่นกำเนิดอยู่ในแอฟริกา ยกตัวอย่างเช่นไม้ยอดนิยมอย่าง ‘ลิ้นมังกร’ หรือกวักมรกต ที่เราคงรู้จักดีเพราะเป็นไม้ใบชั้นเยี่ยมที่ปลูกได้ในออฟฟิศ บ้างก็ว่ามีสรรพคุณฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ บ้างก็ว่าเป็นไม้มงคล กวักเรียกสารพัดโชคลาภให้เข้ามาหาต้นไม้อีกหลายชนิดที่เราเห็นจนชินตา และอยู่คู่กับบ้านทุกหลังมาอย่างยาวนานจนเราไม่เคยสังเกต ไม่ว่าจะเป็น ‘ชวนชม’ หรือ ‘ว่านหางจระเข้’ ก็มาจากแอฟริกาเหมือนกัน

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา

เอาล่ะ พร้อมหรือยัง

ผมขอชวนไปดูต้นไม้เหล่านี้ รวมทั้งต้นไม้แปลกตาอื่นๆ ที่ถิ่นกำเนิดของมันอยู่ที่โมซัมบิกในแอฟริกากันเลย

สภาพทุ่งหญ้าป่าเขาในแอฟริกา

ก่อนอื่น ผมขอชวนหลับตาและนึกภาพตาม… แบบนี้

ในทวีปแอฟริกาอันกว้างใหญ่ ทุ่งหญ้าขึ้นเป็นพงแห้งอยู่ที่เส้นขอบฟ้าเมื่อฤดูกาลผลัดเปลี่ยน บ้านเรือนผู้คนสร้างขึ้นอย่างง่ายๆ ด้วยอิฐบล็อกและหลังคาสังกะสี ถนนฝุ่นสีน้ำตาลพาเราเข้าไปพื้นที่เขตชานเมือง

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
ใครจะไปเชื่อว่า เราจะได้เจอต้นไม้โกร๋นๆในสภาพภูมิประเทศแห้งๆ สีน้ำตาลแบบนี้ ชูดอกเป็นสีแดงสดเต็มต้น

แต่เดี๋ยวก่อน เราอาจคิดแปลกใจไปแล้วล่ะสิว่า ทวีปแอฟริกาไม่ได้ร้อนและแห้งแล้ง มองไปทางไหนก็มีแต่ทรายและฝุ่นสีน้ำตาล ดั่งทะเลทรายที่ไม่มีแม้ชีวิตและสีเขียวของต้นไม้อย่างที่เรานึกกันสิ

ใช่ครับ แต่นั่นก็อาจจะถูกเพียงแค่เสี้ยวเดียว ภาพนั้นที่ผมยังบรรยายไม่จบไม่ได้ร้อนและแห้งแล้งอย่างที่ว่าสักทีเดียว

จริงอยู่ที่ประเทศแอฟริกามีเขตทะเลทรายเป็นดังว่า โดยเฉพาะในเขตทะเลทรายซาฮาราทางตอนเหนือที่กินพื้นที่ 1 ใน 3 ของทวีป และเขตทะเลทรายนามิบทางชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงใต้ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก

ครั้นพูดถึงทะเลทรายแล้ว ขอเปรยไว้ก่อนว่า ทะเลทรายที่แห้งแล้งนั้นก็ไม่ได้ปราศจากสรรพชีวิตสัตว์หรือต้นไม้ แต่กลับอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณและนานาสัตว์ที่วิวัฒนาการปรับตัวได้อย่างดีในเขตแห้งแล้งแบบทะเลทรายเช่นนี้ เช่น อูฐป่าในทะเลทรายซาฮาราที่อดน้ำได้เป็นวันๆ หรือต้นไม้ในทะเลทรายนามิบที่มีใบหนาลดการระเหยของน้ำและเก็บน้ำไว้ที่ใบได้

เมื่อฤดูกลางผลัดเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูฝน ความชื้นและเม็ดฝนจากฟากฟ้าทำให้เมล็ดหญ้าจิ๋วที่โปรยปลิวไปทั่วงอกขึ้นเป็นพงหญ้าเขียวขจี ภายในระยะเวลาสั้นๆ ต้นไม้แข่งกันเจริญเติบโต สร้างและเก็บกักตุนอาหารไว้ให้ให้ได้มากที่สุด

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
เมื่อฝนตก สภาพความเขียวขจีก็กลับมาอีกครั้ง เพียงไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ สภาพพื้นที่เดียวกัน ยังเป็นแต่สีน้ำตาลแห้งๆ ต้นหญ้างอกจากเมล็ด และต้นไม้ผลิใบมาเฉลิมฉลองฝนฉ่ำที่โปรยปรายลงมา

กลับมาที่กิจกรรมออกไปเดินเล่นมอง-เก็บต้นไม้ดอกไม้ในแอฟริกาของผม

ผมขอชวนให้ลองนึกบรรยากาศแบบนี้

แทบจะทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ในช่วงปีสุดท้ายของผมที่ทำงานอยู่ในกรุงมาปูโต เมืองหลวงของประเทศโมซัมบิก

ผมตื่นเช้า นัดหมายกับลูกชายเมื่อคืนก่อนว่าพรุ่งนี้เราจะตื่นเช้าไปดูต้นไม้กัน และก็ไม่ลืมนัดแนะกับพนักงานทำความสะอาดของคนสนิท พอเช้าวันรุ่นขึ้น ภรรยาเตรียมอาหารใส่กล่องเล็กๆ ให้ลูกชายคนเดียว ของผมมีแต่กล้วยและห่อบิสกิตสำเร็จรูป เมื่อสมาชิกหลัก 3 คนของเราพร้อมเพียง บางครั้งก็จะมีเพื่อนหรือแขกเหรื่อที่แวะผ่านมาทำงานพอดีไปด้วยกับเรา

ชุดดูต้นไม้ของเราง่ายๆ กางเกงขายาว สวมกับเสื้อยืดไม่ก็เสื้อเชิ้ตแขนยาวป้องกันแดดแผดเผาและหนามแหลมคมจากพงไม้เกี่ยว ผมเตรียมหมวกให้กับลูกชาย แต่สำหรับผมเอง แว่นตาดำกรองแสงจ้าป้องกันโรคไมเกรนโรคประจำตัวก็เพียงพอแล้ว

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง
เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา

แล้วก็ขับรถออกเดินทางไปแถบชานเมือง ใกล้บ้าง ไกลบ้าง แต่อยู่ในรัศมีการเดินทางโดยรถยนต์ไม่เกิน 1 ชั่วโมงนิดๆ จากกรุงมาปูโต เพื่อที่จะกลับมาได้ก่อนหัวค่ำในวันเดียวกัน

ต้นไม้ในแอฟริกาไม่เหมือนใครและเท่ด้วย

ผมขอเล่าให้ฟังอีกนิดว่าสิ่งที่เราจะไปดูกันมันมีลักษณะเป็นอย่างไร

ต้นไม้ที่เราจะไปดูกันอาจเป็นเพียงแค่ ‘วัชพืช’ หรือไม่ก็ ‘ดอกไม้ริมทาง’

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
ว่านแสงอาทิตย์ (Scadoxus multiflorus) ที่เราคุ้นตาและมีความเชื่อในประเทศไทยว่าเป็นไม้มงคล สร้างเมตตามหานิยม แท้จริงแล้วเป็นต้นไม้ริมทางที่มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา

พวกมันคือต้นไม้ต้นเล็กที่ขึ้นอยู่ดาดๆ ไม่มีใครสนใจ เพราะอาจมิได้มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่ไม้ใหญ่ที่ให้เนื้อไม้แข็งแน่นหนานำมาทำบ้านเรือนหรือเฟอร์นิเจอร์ได้ อีกทั้งยังนำมากินหรือปรุงอาหารไม่ได้ นำไปให้สัตว์กินก็ไม่ได้

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา

ใช่ครับ เราชอบไปดูต้นไม้เหล่านี้กันจริงๆ เพื่อนๆ หลายคนสงสัยว่าไปดูต้นไม้เหล่านี้ทำไม ไม่เห็นมีอะไรน่าดูเลย

เพราะผมรู้สึกว่า พวกมันน่าสนใจมาก อย่างแรกเลยคือมันมีลักษณะแปลกตา เพราะได้วิวัฒนาการสร้างอวัยวะและชิ้นส่วนของต้นให้เก็บน้ำไว้ได้ ไม่ว่าจะที่ราก ใบ หรือลำต้น จนอยู่ได้ในสภาพกึ่งแห้งแล้ง หรือที่เรียกว่าเขต Semi-arid ที่พบได้ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปแอฟริกา

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
ต้นไม้หลายชนิดอย่างเช่นต้นนี้ที่ไม่ทราบชื่อ ออกดอกเพียงไม่กี่วัน ฝูงผึ้งแมลงบินปรี่มาผสมเกสร ก่อนที่ดอกจะร่วงโรยและกลายเป็นเมล็ด ฤดูกาลกึ่งแห้งแล้งที่มีช่วงฝนสั้นๆ ทำให้ต้นไม้ต้องปรับตัวเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป

เขตพื้นที่แบบนี้ในยามแล้งก็แล้งจัด แต่พอในยามฝนตกซู่ พวกมันก็งอกขึ้นจากเมล็ดที่โปรยปราย ร่วงหล่นและปลิวไปขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และออกดอกเป็นจำนวนมากเพื่อล่อแมลงให้มาผสมพันธุ์ ก่อนที่จะกลายเป็นเมล็ดพร้อมเพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ในรุ่นต่อไป พอๆ กับที่ความแห้งแล้งจะเข้ามาเยี่ยมเยือนอีกครั้ง ชีวิตของมันแบบนี้ถือเป็นความน่าสนใจมากสำหรับผมในประการต่อมา

เท่เลยใช่ไหมครับ

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
กระเปาะที่ขึ้นอยู่ตามกิ่งก้านต้นไม้ เป็นที่อยู่อาศัยของมด ที่อยู่อิงอาศัยกับต้นไม้ชนิดนี้ ฝรั่งเรียกว่าต้นไม้ผิวปาก (Whistling tree) เพราะเมื่อลมพัดผ่านรูเล็กๆ จะทำให้เกิดเสียงคล้ายเสียงผิวปาก

แต่ในความเท่ก็มีความน่าสงสารอยู่ด้วย (ผมพยายามเลี่ยงไม่ใช้คำว่าสงสารกับธรรมชาติ เวลาลูกชายมาถามว่า สัตว์กินกัน สู้กัน ตัวที่แพ้น่าสงสารไหม ซึ่งนั่นเป็นวัฏจักรและความเป็นไปของธรรมชาติมากกว่า)

ต้นไม้เหล่านี้เป็นต้นไม้ต้นเล็กๆ ขึ้นอยู่สูงก็ไม่เกินระดับหัวเข่า ไม่ก็ระดับอกหรือเอว แถมในยามแล้ง พวกมันก็ทิ้งใบหรือไม่ก็ใบแห้งเหี่ยว จนกลายเป็นตอไม้หรือเศษไม้แห้งๆ ถูกกลืนไปกับพงหญ้าแห้ง ในยามหลังฤดูฝน ซึ่งส่วนมากกินระยะเวลาสั้นๆ 2 ครั้งต่อปี ดอกไม้สีสดที่สวยงามก็แย้มกลีบออกเพียงในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะร่วงโรยพัฒนาต่อไป เพราะพวกมันจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาที่มีอยู่สั้นๆ ก่อนที่ความแห้งแล้งจะมาเยือนอีกครั้งนี้ให้ได้ดีที่สุด จะมีใครเล่าสนใจคิดว่าพวกมันมีประโยชน์

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
ในช่วงวันว่าง ผม ลูกชาย และชีวิตติ พาอาสาสมัครชาวไทยที่มาช่วยแนะนำชาวบ้านสอนทำการเกษตร ออกไปดูต้นไม้ในพื้นที่ในเขตชานเมืองที่กำลังถูกถางเป็นบ้านเรือนของผู้คน มีต้นไม้ต้นเล็กๆ ที่น่าสนใจอยู่เต็มไปหมด

เมื่อไม่มีใครเห็นต้นไม้เหล่านี้ จึงไม่มีใครสังเกต เมื่อไม่มีใครเห็นความสวยงามและคุณค่า แหล่งที่อยู่อาศัยของมันจึงถูกเผาเพื่อเปิดพื้นที่เพาะปลูกเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่ชาวบ้านจะย้ายไปปลูกในที่อื่น หรือที่เรียกว่า Slash and Burn หนำซ้ำ ความเป็นเมืองที่กำลังรุกคืบเข้ามายังเขตพื้นที่รอบๆ กรุงมาปูโต เช่นเดียวกับพื้นที่ในเขตเมืองอื่นๆ ในแอฟริกา ก็ทำให้ผู้คนเข้ามาจับจองซื้อขายแลกเปลี่ยนที่ดิน และถากถางพื้นที่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิดเหล่านี้เพื่อสร้างเป็นที่อยู่อาศัย

ผมได้แต่เพียงมองอย่างเข้าใจ

และบอกตัวเองว่า อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจว่าอะไรถูกหรืออะไรผิด

แล้วก็ออกจากบ้าน ไปดูต้นไม้ในธรรมชาติต่อไป

ต้นไม้รูปร่างแปลกตาที่เห็นได้พาผมไปในที่แปลกๆ ได้ทำให้พบเจอกับผู้คนหลากหลาย ได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนที่เป็นจริง เหล่านี้ทำให้ชีวิตของผมในแอฟริกาที่โมซัมบิกแสนวิเศษ

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง
ต้นไม้ในแอฟริกาโตเร็วและมีอยู่มาก ผู้คนส่วนหนึ่งมีอาชีพเผาถ่านโดยตัดต้นไม้ในทุ่งหญ้าโล่งท่อนขนาดเท่าแขนแล้วเผาด้วยวิธีแบบบ้านๆ ขุดหลุมแล้วเอาทรายกลบต่อท่ออากาศขึ้นมาเพื่อให้การเผาไหม้เป็นไปช้าๆ ถ่านหนึ่งกระสอบใหญ่ในรูปราคาประมาณ 250 บาทไทย เขาต้องขี่จักรยานไกลหลายสิบกิโลเมตรเพื่อนำถ่านไปขายหาเงินประทังชีวิตและครอบครัว

ไม่ได้มีเพียงแค่เราที่ชอบไปดูต้นไม้

ผมไม่ได้เดียวดายอยู่คนเดียวที่ชอบไปดูต้นไม้ในธรรมชาติ

นอกจากคู่มือต้นไม้ Wildflowers of Southern Mozambique เล่มเล็กที่ตีพิมพ์ขึ้นและหนังสือคู่มือต้นไม้ของประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งมีชายแดนและลักษณะภูมิประเทศใกล้เคียงกับโมซัมบิกอีก 2 – 3 เล่ม ที่ผมใช้ในการจำแนกและทำความเข้าใจกับต้นไม้ชนิดต่างๆ แล้ว ผมยังโชคดีที่ได้รู้ว่ามีอีกหลายคนที่สายตาสอดส่องเห็นต้นไม้รูปร่างแปลกในธรรมชาติ เห็นดอกไม้ดอกจิ๋วสารพัดสีเหมือนกัน

ผมเข้าร่วมในกลุ่มเฟซบุ๊ก Flora of Tropical Africa ที่มีคนหลายสิบคนที่อาศัยอยู่ในแอฟริกาส่งรูปภาพ สภาพถิ่นที่อยู่ และแหล่งที่พบต้นไม้ชนิดนั้นๆ มาแบ่งปัน สอบถาม เล่าสู่กันฟังในชุมชนเสมือนแห่งนี้

เพื่อนสมาชิกที่ผมไม่เคยรู้จักและไม่รู้ค่าหน้าตากัน เป็นแรงบันดาลใจชั้นดี เพิ่มความกระเหี้ยนกระหือรืออยากรู้จักต้นไม้ให้มากขึ้น และได้รู้จักต้นไม้อื่นๆ อีกมาก

ผมออกไปดูต้นไม้ ถ่ายรูป และส่งภาพเข้าไปในกลุ่ม ถือเป็นกิจวัตรที่ผมทำแล้วสนุกและทำให้ไม่รู้สึกเดียวดาย เพื่อแบ่งปันกับสมาชิกของกลุ่มที่อยู่ทั่วแอฟริกา ไม่ว่าจะในแองโกลา แอฟริกาใต้ แทนซาเนีย เคนยา ซิมบับเว บอตสวานา และอีกหลายคนที่ไม่ได้อยู่ในแอฟริกา แต่มีความรู้และความสนใจในต้นไม้ของแอฟริกา ทั้งในยุโรปและเอเชีย

บ่อยครั้ง ผมส่งภาพต้นไม้ที่พบเจอแต่ไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามไปสอบถามสมาชิกในกลุ่ม เพื่อให้ช่วยจำแนกชนิดให้

หลายครั้งที่ภาพต้นไม้ของผมได้เป็นข้อมูลใหม่ (new record) ของต้นไม้บางชนิดที่ไม่เคยมีรายงานว่า พบในเขตตอนใต้ของประเทศโมซัมบิก ที่ผมตระเวนดูต้นไม้ไปทั่ว อย่างเช่น ต้นกล้วยไม้ดินชนิด Eulophia angolaensis ที่ขึ้นในเขตชุ่มน้ำ ที่ไม่เคยมีรายงานว่าพบในประเทศโมซัมบิกหรือทางตะวันออกของทวีปแอฟริกามาก่อน ดังที่ชื่อชนิด angolaensis ที่แปลว่าพบในประเทศแองโกลา ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของทวีป 

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
ต้นกล้วยไม้ดินชนิด Eulophia angolensis 

หรือต้นไม้ของต้นไม้ที่เป็นญาติๆ กับต้นแคบ้านเรา ชนิด Rhigozum zambesiacum ซึ่งไม่เคยมีรูปถ่ายในธรรมชาติจากโมซัมบิกมาก่อน ที่ผ่านมามีเพียงภาพที่พบในอุทยานแห่งชาติ Kruger ของประเทศแอฟริกาใต้

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง
ภาพต้นแคในสภาพธรรมชาติ ที่ผมพบในเขตโมซัมบิกทางตอนใต้ ถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลออนไลน์ เป็นเรื่องเล็กๆ ที่ทำให้ผมดีใจมากจนใจเต้นไปหลายวัน

หลายครั้ง ภาพต้นไม้ที่ผมถ่ายด้วยกล้องจากโทรศัพท์มือถือแบบง่ายๆ และความรู้แบบมือสมัครเล่นที่ผมบันทึกไว้ กลายเป็นภาพต้นไม้ในธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์ แสดงลักษณะของต้นไม้ชนิดนั้นๆ พอจะเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ จึงได้ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ www.mozambiqueflora.com ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่อาจสมบูรณ์ที่สุดที่รวบรวมพันธุ์ไม้ที่พบในโมซัมบิกไว้ด้วยกัน

ต้นไม้ที่เราได้เห็นกับตา ความรู้เกี่ยวกับนิเวศวิทยาและลักษณะทางสันฐานเกี่ยวกับต้นไม้ที่ได้เห็นและได้รับจากการอ่านหนังสือ รวมถึงข้อมูลที่ได้รับการแบ่งปันจากกลุ่มในเฟซบุ๊กและเว็บไซต์นี้ ทำให้ผมยิ่งสนุกและตื่นเต้นกับการดูต้นไม้

จนหลายครั้ง ผมเก็บเอาไปฝันเป็นเรื่องเป็นราว

เมื่อรู้จักต้นไม้แล้ว แอฟริกาอาจอยู่ใกล้กว่าที่คิด

ผมไม่เคยนึกถึงเรื่องแบบนี้เลย จนนึกถึงเรื่องนี้

ครั้งหนึ่ง พี่ก้อง-ทรงกลด บางยี่ขัน ที่เคยไปเยี่ยมเยือนเมื่อครั้งที่ผมทำงานอยู่ที่เคนยา ก็ทักขึ้นมาในทำนองว่า ในความแตกต่างของผู้คนและวัฒนธรรม แต่ต้นไม้ที่พี่ก้องเห็นในแอฟริกานั้นแทบไม่แตกต่างจากที่เห็นไทยเลย

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
ต้นไม้จำพวกเดียวกับต้นพลับพลึงที่เห็นในบ้านเรา
เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
ต้นไม้ริมทางจำพวกเดียวกับผักบุ้งที่เราเอามาผัดผักบุ้งไฟแดงกินในบ้านเรา และมีหน้าคล้ายๆ กับวัชพืชที่เมล็ดปลิวมาตามสายลมหรือมากับนกที่บินว่อนไปมาที่บ้านเรา ก็มีขึ้นริมทางในแอฟริกา
เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
ต้นไม้จำพวกแกลดิโอลัส ต้นไม้ตัดดอกยอดนิยมของโลก ก็มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา ก่อนจะได้รับการปรับปรุงพันธุ์ให้มีสีสันและดอกดกอย่างที่เราคุ้นเคย

จริง… ก็จริงอย่างที่ว่า

หลายปีต่อมาจนผมย้ายกลับกรุงเทพฯ และออกมาที่โมซัมบิกอีกทีแล้ว พี่ก้องคนเดิมซึ่งตอนนี้กำลังบ้าเลี้ยงต้นไม้ใบในบ้านก็ส่งข้อความมาเล่าให้ฟังว่า พี่ก้องอ่านหนังสือแล้วเห็นว่ามี ‘ต้นกวักมรกต’ ต้นไม้ชื่อมงคลให้โชคลาภแถมปลูกเลี้ยงง่ายของเมืองไทยที่มาจากโมซัมบิกด้วย

ผมอ่านด้วยความตื่นเต้น เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่ากวักมรกตเป็นต้นไม้ของแอฟริกา

แล้วก็ตอบกลับไปว่า เดี๋ยวผมจะลองชายตาดูว่าจะได้เจอบ้างไหม

จนวันหนึ่ง ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่า ผมเคยเห็นต้นไม้รูปร่างหน้าตาคล้ายต้นกวักมรกตที่ผมเห็นทั่วไปที่เมืองไทย ขึ้นอยู่บนเนินทรายใกล้ๆ ที่พักของผม และเป็นที่ที่ผมออกไปดูต้นไม้เป็นประจำ เพียงแต่ที่ผมเห็นไม่ได้สวยงามสมบูรณ์แบบที่เรามาปลูกเลี้ยงกัน

แล้วผมก็กลับไปที่นั่น ที่ที่ผมคิดว่าเคยเห็นกวักมรกต เพื่อที่จะไปดูใกล้ๆ ให้เห็นจริงว่าใช่หรือไม่ ซึ่งปรากฏว่าก็ใช่จริงๆ ผมส่งข้อความพร้อมรูปถ่ายเป็นหลักฐานกลับไปบอกพี่ก้องว่า ผมเจอต้นกวักมรกตของโมซัมบิกแล้ว

ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ระบุว่า กวักมรกต ในชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zamioculcas zamiifolia พบทั่วไปได้ในชายฝั่งแอฟริกาตะวันออก รวมไปถึงบนเกาะแซนซิบาร์ เกาะใหญ่ทางชายฝั่งประเทศแทนซาเนีย

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
ต้นกวักมรกต (Zamioculcas zamiifolia) ในธรรมชาติที่ขึ้นอยู่ในเนินทราย เพียงไม่เกิน 15 นาที หากขับรถจากบ้านที่ผมพักในกรุงมาปูโต น่าเสียดายว่า อีกไม่กี่ปี ถิ่นที่อยู่ในธรรมชาติของต้นกวักมรกตและต้นไม้อีกหลายชนิดก็คงจะไม่หลงเหลืออยู่แล้ว เพราะความเจริญของเมืองได้รุกเข้ามาทุกวัน

อีกครั้งหนึ่งผมกลับมาพักที่เมืองไทย เดินเข้าร้านสะดวกซื้อ ก็เห็นยาสมุนไพร ‘เพชรสังฆาต’ หรือ Cissus quadrangularis วางขายในรูปแคปซูล ซึ่งทำให้นึกถึงต้นไม้ชนิดเดียวกันที่ขึ้นเป็นไม้เลื้อยอยู่แทบทุกที่ที่ผมไปในโมซัมบิก

ต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาอย่างต้นเพชรสังฆาตนี้ อาจเข้ามาเมืองไทยผ่านยาตำรับอายุรเวทของอินเดีย ซึ่งได้มีการติดต่อกับแอฟริกามาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยก่อนอาณานิคม โดยเฉพาะในช่วงที่มีการค้าขายในมหาสมุทรอินเดียที่นำโดยชาวอาหรับ

เมื่อได้รู้จักต้นไม้ และพอนึกแบบนี้แล้ว แอฟริกาอาจอยู่ใกล้กว่าที่เราคิดไว้จริงๆ

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา, อาทิตย์ ประสาทกุล

ผมไม่ใช่นักพฤกษศาสตร์

แต่ผมเขียนเพราะอยากจะพาไปรู้จักทวีปแอฟริกา ผ่านต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ที่นั่น

ในฐานะคนที่อยากรู้จักแอฟริกา อยากรู้จักทวีปนี้อย่างที่เป็น ทั้งผู้คน ชีวิต ความคิด ประวัติศาสตร์ ความเป็นอยู่ของคนและสัตว์ ป่าเขาชายทะเล รวมทั้งต้นไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศโมซัมบิก ประเทศขนาดยาวกว่า 2,500 กิโลเมตรริมชายฝั่งทวีปแอฟริกาด้านตะวันออก ซึ่งที่ทำงานของผม-กระทรวงการต่างประเทศ ส่งไปทำงานครั้งล่าสุดเมื่อเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา

เพราะอยากให้คนอื่นๆ ได้รู้จักทวีปแอฟริกาผ่านต้นไม้ใบหญ้าเหมือนอย่างที่ผมได้เห็นด้วย

เคยสงสัยเหมือนผมบ้างไหมว่า หากเรานึกและมองแผนที่ดีๆ ทวีปแอฟริกาไม่ได้อยู่ไกลจากประเทศไทยเลย เราห่างไกลเพียงแค่มหาสมุทร (อินเดีย) กั้น แต่ทำไมเราถึงรู้จักและรับรู้เรื่องราวและความเป็นไปของประเทศนี้น้อยมาก

หรือจะเป็นดั่งที่เขาว่ากันว่า แอฟริกานั้น ‘Too near yet far – แม้ใกล้แต่กลับไกลแสนไกล’

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา

ไม่เว้นแม้แต่ต้นไม้หลากหลายชนิดที่เราคุ้นเคย แต่เราอาจไม่รู้ว่า แท้จริงแล้วมีถิ่นกำเนิดอยู่ในแอฟริกา ยกตัวอย่างเช่นไม้ยอดนิยมอย่าง ‘ลิ้นมังกร’ หรือกวักมรกต ที่เราคงรู้จักดีเพราะเป็นไม้ใบชั้นเยี่ยมที่ปลูกได้ในออฟฟิศ บ้างก็ว่ามีสรรพคุณฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ บ้างก็ว่าเป็นไม้มงคล กวักเรียกสารพัดโชคลาภให้เข้ามาหาต้นไม้อีกหลายชนิดที่เราเห็นจนชินตา และอยู่คู่กับบ้านทุกหลังมาอย่างยาวนานจนเราไม่เคยสังเกต ไม่ว่าจะเป็น ‘ชวนชม’ หรือ ‘ว่านหางจระเข้’ ก็มาจากแอฟริกาเหมือนกัน

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา

เอาล่ะ พร้อมหรือยัง

ผมขอชวนไปดูต้นไม้เหล่านี้ รวมทั้งต้นไม้แปลกตาอื่นๆ ที่ถิ่นกำเนิดของมันอยู่ที่โมซัมบิกในแอฟริกากันเลย

สภาพทุ่งหญ้าป่าเขาในแอฟริกา

ก่อนอื่น ผมขอชวนหลับตาและนึกภาพตาม… แบบนี้

ในทวีปแอฟริกาอันกว้างใหญ่ ทุ่งหญ้าขึ้นเป็นพงแห้งอยู่ที่เส้นขอบฟ้าเมื่อฤดูกาลผลัดเปลี่ยน บ้านเรือนผู้คนสร้างขึ้นอย่างง่ายๆ ด้วยอิฐบล็อกและหลังคาสังกะสี ถนนฝุ่นสีน้ำตาลพาเราเข้าไปพื้นที่เขตชานเมือง

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
ใครจะไปเชื่อว่า เราจะได้เจอต้นไม้โกร๋นๆในสภาพภูมิประเทศแห้งๆ สีน้ำตาลแบบนี้ ชูดอกเป็นสีแดงสดเต็มต้น

แต่เดี๋ยวก่อน เราอาจคิดแปลกใจไปแล้วล่ะสิว่า ทวีปแอฟริกาไม่ได้ร้อนและแห้งแล้ง มองไปทางไหนก็มีแต่ทรายและฝุ่นสีน้ำตาล ดั่งทะเลทรายที่ไม่มีแม้ชีวิตและสีเขียวของต้นไม้อย่างที่เรานึกกันสิ

ใช่ครับ แต่นั่นก็อาจจะถูกเพียงแค่เสี้ยวเดียว ภาพนั้นที่ผมยังบรรยายไม่จบไม่ได้ร้อนและแห้งแล้งอย่างที่ว่าสักทีเดียว

จริงอยู่ที่ประเทศแอฟริกามีเขตทะเลทรายเป็นดังว่า โดยเฉพาะในเขตทะเลทรายซาฮาราทางตอนเหนือที่กินพื้นที่ 1 ใน 3 ของทวีป และเขตทะเลทรายนามิบทางชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงใต้ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก

ครั้นพูดถึงทะเลทรายแล้ว ขอเปรยไว้ก่อนว่า ทะเลทรายที่แห้งแล้งนั้นก็ไม่ได้ปราศจากสรรพชีวิตสัตว์หรือต้นไม้ แต่กลับอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณและนานาสัตว์ที่วิวัฒนาการปรับตัวได้อย่างดีในเขตแห้งแล้งแบบทะเลทรายเช่นนี้ เช่น อูฐป่าในทะเลทรายซาฮาราที่อดน้ำได้เป็นวันๆ หรือต้นไม้ในทะเลทรายนามิบที่มีใบหนาลดการระเหยของน้ำและเก็บน้ำไว้ที่ใบได้

เมื่อฤดูกลางผลัดเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูฝน ความชื้นและเม็ดฝนจากฟากฟ้าทำให้เมล็ดหญ้าจิ๋วที่โปรยปลิวไปทั่วงอกขึ้นเป็นพงหญ้าเขียวขจี ภายในระยะเวลาสั้นๆ ต้นไม้แข่งกันเจริญเติบโต สร้างและเก็บกักตุนอาหารไว้ให้ให้ได้มากที่สุด

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
เมื่อฝนตก สภาพความเขียวขจีก็กลับมาอีกครั้ง เพียงไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ สภาพพื้นที่เดียวกัน ยังเป็นแต่สีน้ำตาลแห้งๆ ต้นหญ้างอกจากเมล็ด และต้นไม้ผลิใบมาเฉลิมฉลองฝนฉ่ำที่โปรยปรายลงมา

กลับมาที่กิจกรรมออกไปเดินเล่นมอง-เก็บต้นไม้ดอกไม้ในแอฟริกาของผม

ผมขอชวนให้ลองนึกบรรยากาศแบบนี้

แทบจะทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ในช่วงปีสุดท้ายของผมที่ทำงานอยู่ในกรุงมาปูโต เมืองหลวงของประเทศโมซัมบิก

ผมตื่นเช้า นัดหมายกับลูกชายเมื่อคืนก่อนว่าพรุ่งนี้เราจะตื่นเช้าไปดูต้นไม้กัน และก็ไม่ลืมนัดแนะกับพนักงานทำความสะอาดของคนสนิท พอเช้าวันรุ่นขึ้น ภรรยาเตรียมอาหารใส่กล่องเล็กๆ ให้ลูกชายคนเดียว ของผมมีแต่กล้วยและห่อบิสกิตสำเร็จรูป เมื่อสมาชิกหลัก 3 คนของเราพร้อมเพียง บางครั้งก็จะมีเพื่อนหรือแขกเหรื่อที่แวะผ่านมาทำงานพอดีไปด้วยกับเรา

ชุดดูต้นไม้ของเราง่ายๆ กางเกงขายาว สวมกับเสื้อยืดไม่ก็เสื้อเชิ้ตแขนยาวป้องกันแดดแผดเผาและหนามแหลมคมจากพงไม้เกี่ยว ผมเตรียมหมวกให้กับลูกชาย แต่สำหรับผมเอง แว่นตาดำกรองแสงจ้าป้องกันโรคไมเกรนโรคประจำตัวก็เพียงพอแล้ว

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง
เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา

แล้วก็ขับรถออกเดินทางไปแถบชานเมือง ใกล้บ้าง ไกลบ้าง แต่อยู่ในรัศมีการเดินทางโดยรถยนต์ไม่เกิน 1 ชั่วโมงนิดๆ จากกรุงมาปูโต เพื่อที่จะกลับมาได้ก่อนหัวค่ำในวันเดียวกัน

ต้นไม้ในแอฟริกาไม่เหมือนใครและเท่ด้วย

ผมขอเล่าให้ฟังอีกนิดว่าสิ่งที่เราจะไปดูกันมันมีลักษณะเป็นอย่างไร

ต้นไม้ที่เราจะไปดูกันอาจเป็นเพียงแค่ ‘วัชพืช’ หรือไม่ก็ ‘ดอกไม้ริมทาง’

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
ว่านแสงอาทิตย์ (Scadoxus multiflorus) ที่เราคุ้นตาและมีความเชื่อในประเทศไทยว่าเป็นไม้มงคล สร้างเมตตามหานิยม แท้จริงแล้วเป็นต้นไม้ริมทางที่มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา

พวกมันคือต้นไม้ต้นเล็กที่ขึ้นอยู่ดาดๆ ไม่มีใครสนใจ เพราะอาจมิได้มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่ไม้ใหญ่ที่ให้เนื้อไม้แข็งแน่นหนานำมาทำบ้านเรือนหรือเฟอร์นิเจอร์ได้ อีกทั้งยังนำมากินหรือปรุงอาหารไม่ได้ นำไปให้สัตว์กินก็ไม่ได้

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา

ใช่ครับ เราชอบไปดูต้นไม้เหล่านี้กันจริงๆ เพื่อนๆ หลายคนสงสัยว่าไปดูต้นไม้เหล่านี้ทำไม ไม่เห็นมีอะไรน่าดูเลย

เพราะผมรู้สึกว่า พวกมันน่าสนใจมาก อย่างแรกเลยคือมันมีลักษณะแปลกตา เพราะได้วิวัฒนาการสร้างอวัยวะและชิ้นส่วนของต้นให้เก็บน้ำไว้ได้ ไม่ว่าจะที่ราก ใบ หรือลำต้น จนอยู่ได้ในสภาพกึ่งแห้งแล้ง หรือที่เรียกว่าเขต Semi-arid ที่พบได้ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปแอฟริกา

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
ต้นไม้หลายชนิดอย่างเช่นต้นนี้ที่ไม่ทราบชื่อ ออกดอกเพียงไม่กี่วัน ฝูงผึ้งแมลงบินปรี่มาผสมเกสร ก่อนที่ดอกจะร่วงโรยและกลายเป็นเมล็ด ฤดูกาลกึ่งแห้งแล้งที่มีช่วงฝนสั้นๆ ทำให้ต้นไม้ต้องปรับตัวเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป

เขตพื้นที่แบบนี้ในยามแล้งก็แล้งจัด แต่พอในยามฝนตกซู่ พวกมันก็งอกขึ้นจากเมล็ดที่โปรยปราย ร่วงหล่นและปลิวไปขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และออกดอกเป็นจำนวนมากเพื่อล่อแมลงให้มาผสมพันธุ์ ก่อนที่จะกลายเป็นเมล็ดพร้อมเพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ในรุ่นต่อไป พอๆ กับที่ความแห้งแล้งจะเข้ามาเยี่ยมเยือนอีกครั้ง ชีวิตของมันแบบนี้ถือเป็นความน่าสนใจมากสำหรับผมในประการต่อมา

เท่เลยใช่ไหมครับ

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
กระเปาะที่ขึ้นอยู่ตามกิ่งก้านต้นไม้ เป็นที่อยู่อาศัยของมด ที่อยู่อิงอาศัยกับต้นไม้ชนิดนี้ ฝรั่งเรียกว่าต้นไม้ผิวปาก (Whistling tree) เพราะเมื่อลมพัดผ่านรูเล็กๆ จะทำให้เกิดเสียงคล้ายเสียงผิวปาก

แต่ในความเท่ก็มีความน่าสงสารอยู่ด้วย (ผมพยายามเลี่ยงไม่ใช้คำว่าสงสารกับธรรมชาติ เวลาลูกชายมาถามว่า สัตว์กินกัน สู้กัน ตัวที่แพ้น่าสงสารไหม ซึ่งนั่นเป็นวัฏจักรและความเป็นไปของธรรมชาติมากกว่า)

ต้นไม้เหล่านี้เป็นต้นไม้ต้นเล็กๆ ขึ้นอยู่สูงก็ไม่เกินระดับหัวเข่า ไม่ก็ระดับอกหรือเอว แถมในยามแล้ง พวกมันก็ทิ้งใบหรือไม่ก็ใบแห้งเหี่ยว จนกลายเป็นตอไม้หรือเศษไม้แห้งๆ ถูกกลืนไปกับพงหญ้าแห้ง ในยามหลังฤดูฝน ซึ่งส่วนมากกินระยะเวลาสั้นๆ 2 ครั้งต่อปี ดอกไม้สีสดที่สวยงามก็แย้มกลีบออกเพียงในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะร่วงโรยพัฒนาต่อไป เพราะพวกมันจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาที่มีอยู่สั้นๆ ก่อนที่ความแห้งแล้งจะมาเยือนอีกครั้งนี้ให้ได้ดีที่สุด จะมีใครเล่าสนใจคิดว่าพวกมันมีประโยชน์

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
ในช่วงวันว่าง ผม ลูกชาย และชีวิตติ พาอาสาสมัครชาวไทยที่มาช่วยแนะนำชาวบ้านสอนทำการเกษตร ออกไปดูต้นไม้ในพื้นที่ในเขตชานเมืองที่กำลังถูกถางเป็นบ้านเรือนของผู้คน มีต้นไม้ต้นเล็กๆ ที่น่าสนใจอยู่เต็มไปหมด

เมื่อไม่มีใครเห็นต้นไม้เหล่านี้ จึงไม่มีใครสังเกต เมื่อไม่มีใครเห็นความสวยงามและคุณค่า แหล่งที่อยู่อาศัยของมันจึงถูกเผาเพื่อเปิดพื้นที่เพาะปลูกเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่ชาวบ้านจะย้ายไปปลูกในที่อื่น หรือที่เรียกว่า Slash and Burn หนำซ้ำ ความเป็นเมืองที่กำลังรุกคืบเข้ามายังเขตพื้นที่รอบๆ กรุงมาปูโต เช่นเดียวกับพื้นที่ในเขตเมืองอื่นๆ ในแอฟริกา ก็ทำให้ผู้คนเข้ามาจับจองซื้อขายแลกเปลี่ยนที่ดิน และถากถางพื้นที่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิดเหล่านี้เพื่อสร้างเป็นที่อยู่อาศัย

ผมได้แต่เพียงมองอย่างเข้าใจ

และบอกตัวเองว่า อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจว่าอะไรถูกหรืออะไรผิด

แล้วก็ออกจากบ้าน ไปดูต้นไม้ในธรรมชาติต่อไป

ต้นไม้รูปร่างแปลกตาที่เห็นได้พาผมไปในที่แปลกๆ ได้ทำให้พบเจอกับผู้คนหลากหลาย ได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนที่เป็นจริง เหล่านี้ทำให้ชีวิตของผมในแอฟริกาที่โมซัมบิกแสนวิเศษ

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง
ต้นไม้ในแอฟริกาโตเร็วและมีอยู่มาก ผู้คนส่วนหนึ่งมีอาชีพเผาถ่านโดยตัดต้นไม้ในทุ่งหญ้าโล่งท่อนขนาดเท่าแขนแล้วเผาด้วยวิธีแบบบ้านๆ ขุดหลุมแล้วเอาทรายกลบต่อท่ออากาศขึ้นมาเพื่อให้การเผาไหม้เป็นไปช้าๆ ถ่านหนึ่งกระสอบใหญ่ในรูปราคาประมาณ 250 บาทไทย เขาต้องขี่จักรยานไกลหลายสิบกิโลเมตรเพื่อนำถ่านไปขายหาเงินประทังชีวิตและครอบครัว

ไม่ได้มีเพียงแค่เราที่ชอบไปดูต้นไม้

ผมไม่ได้เดียวดายอยู่คนเดียวที่ชอบไปดูต้นไม้ในธรรมชาติ

นอกจากคู่มือต้นไม้ Wildflowers of Southern Mozambique เล่มเล็กที่ตีพิมพ์ขึ้นและหนังสือคู่มือต้นไม้ของประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งมีชายแดนและลักษณะภูมิประเทศใกล้เคียงกับโมซัมบิกอีก 2 – 3 เล่ม ที่ผมใช้ในการจำแนกและทำความเข้าใจกับต้นไม้ชนิดต่างๆ แล้ว ผมยังโชคดีที่ได้รู้ว่ามีอีกหลายคนที่สายตาสอดส่องเห็นต้นไม้รูปร่างแปลกในธรรมชาติ เห็นดอกไม้ดอกจิ๋วสารพัดสีเหมือนกัน

ผมเข้าร่วมในกลุ่มเฟซบุ๊ก Flora of Tropical Africa ที่มีคนหลายสิบคนที่อาศัยอยู่ในแอฟริกาส่งรูปภาพ สภาพถิ่นที่อยู่ และแหล่งที่พบต้นไม้ชนิดนั้นๆ มาแบ่งปัน สอบถาม เล่าสู่กันฟังในชุมชนเสมือนแห่งนี้

เพื่อนสมาชิกที่ผมไม่เคยรู้จักและไม่รู้ค่าหน้าตากัน เป็นแรงบันดาลใจชั้นดี เพิ่มความกระเหี้ยนกระหือรืออยากรู้จักต้นไม้ให้มากขึ้น และได้รู้จักต้นไม้อื่นๆ อีกมาก

ผมออกไปดูต้นไม้ ถ่ายรูป และส่งภาพเข้าไปในกลุ่ม ถือเป็นกิจวัตรที่ผมทำแล้วสนุกและทำให้ไม่รู้สึกเดียวดาย เพื่อแบ่งปันกับสมาชิกของกลุ่มที่อยู่ทั่วแอฟริกา ไม่ว่าจะในแองโกลา แอฟริกาใต้ แทนซาเนีย เคนยา ซิมบับเว บอตสวานา และอีกหลายคนที่ไม่ได้อยู่ในแอฟริกา แต่มีความรู้และความสนใจในต้นไม้ของแอฟริกา ทั้งในยุโรปและเอเชีย

บ่อยครั้ง ผมส่งภาพต้นไม้ที่พบเจอแต่ไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามไปสอบถามสมาชิกในกลุ่ม เพื่อให้ช่วยจำแนกชนิดให้

หลายครั้งที่ภาพต้นไม้ของผมได้เป็นข้อมูลใหม่ (new record) ของต้นไม้บางชนิดที่ไม่เคยมีรายงานว่า พบในเขตตอนใต้ของประเทศโมซัมบิก ที่ผมตระเวนดูต้นไม้ไปทั่ว อย่างเช่น ต้นกล้วยไม้ดินชนิด Eulophia angolaensis ที่ขึ้นในเขตชุ่มน้ำ ที่ไม่เคยมีรายงานว่าพบในประเทศโมซัมบิกหรือทางตะวันออกของทวีปแอฟริกามาก่อน ดังที่ชื่อชนิด angolaensis ที่แปลว่าพบในประเทศแองโกลา ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของทวีป 

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
ต้นกล้วยไม้ดินชนิด Eulophia angolensis 

หรือต้นไม้ของต้นไม้ที่เป็นญาติๆ กับต้นแคบ้านเรา ชนิด Rhigozum zambesiacum ซึ่งไม่เคยมีรูปถ่ายในธรรมชาติจากโมซัมบิกมาก่อน ที่ผ่านมามีเพียงภาพที่พบในอุทยานแห่งชาติ Kruger ของประเทศแอฟริกาใต้

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง
ภาพต้นแคในสภาพธรรมชาติ ที่ผมพบในเขตโมซัมบิกทางตอนใต้ ถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลออนไลน์ เป็นเรื่องเล็กๆ ที่ทำให้ผมดีใจมากจนใจเต้นไปหลายวัน

หลายครั้ง ภาพต้นไม้ที่ผมถ่ายด้วยกล้องจากโทรศัพท์มือถือแบบง่ายๆ และความรู้แบบมือสมัครเล่นที่ผมบันทึกไว้ กลายเป็นภาพต้นไม้ในธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์ แสดงลักษณะของต้นไม้ชนิดนั้นๆ พอจะเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ จึงได้ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ www.mozambiqueflora.com ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่อาจสมบูรณ์ที่สุดที่รวบรวมพันธุ์ไม้ที่พบในโมซัมบิกไว้ด้วยกัน

ต้นไม้ที่เราได้เห็นกับตา ความรู้เกี่ยวกับนิเวศวิทยาและลักษณะทางสันฐานเกี่ยวกับต้นไม้ที่ได้เห็นและได้รับจากการอ่านหนังสือ รวมถึงข้อมูลที่ได้รับการแบ่งปันจากกลุ่มในเฟซบุ๊กและเว็บไซต์นี้ ทำให้ผมยิ่งสนุกและตื่นเต้นกับการดูต้นไม้

จนหลายครั้ง ผมเก็บเอาไปฝันเป็นเรื่องเป็นราว

เมื่อรู้จักต้นไม้แล้ว แอฟริกาอาจอยู่ใกล้กว่าที่คิด

ผมไม่เคยนึกถึงเรื่องแบบนี้เลย จนนึกถึงเรื่องนี้

ครั้งหนึ่ง พี่ก้อง-ทรงกลด บางยี่ขัน ที่เคยไปเยี่ยมเยือนเมื่อครั้งที่ผมทำงานอยู่ที่เคนยา ก็ทักขึ้นมาในทำนองว่า ในความแตกต่างของผู้คนและวัฒนธรรม แต่ต้นไม้ที่พี่ก้องเห็นในแอฟริกานั้นแทบไม่แตกต่างจากที่เห็นไทยเลย

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
ต้นไม้จำพวกเดียวกับต้นพลับพลึงที่เห็นในบ้านเรา
เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
ต้นไม้ริมทางจำพวกเดียวกับผักบุ้งที่เราเอามาผัดผักบุ้งไฟแดงกินในบ้านเรา และมีหน้าคล้ายๆ กับวัชพืชที่เมล็ดปลิวมาตามสายลมหรือมากับนกที่บินว่อนไปมาที่บ้านเรา ก็มีขึ้นริมทางในแอฟริกา
เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
ต้นไม้จำพวกแกลดิโอลัส ต้นไม้ตัดดอกยอดนิยมของโลก ก็มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา ก่อนจะได้รับการปรับปรุงพันธุ์ให้มีสีสันและดอกดกอย่างที่เราคุ้นเคย

จริง… ก็จริงอย่างที่ว่า

หลายปีต่อมาจนผมย้ายกลับกรุงเทพฯ และออกมาที่โมซัมบิกอีกทีแล้ว พี่ก้องคนเดิมซึ่งตอนนี้กำลังบ้าเลี้ยงต้นไม้ใบในบ้านก็ส่งข้อความมาเล่าให้ฟังว่า พี่ก้องอ่านหนังสือแล้วเห็นว่ามี ‘ต้นกวักมรกต’ ต้นไม้ชื่อมงคลให้โชคลาภแถมปลูกเลี้ยงง่ายของเมืองไทยที่มาจากโมซัมบิกด้วย

ผมอ่านด้วยความตื่นเต้น เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่ากวักมรกตเป็นต้นไม้ของแอฟริกา

แล้วก็ตอบกลับไปว่า เดี๋ยวผมจะลองชายตาดูว่าจะได้เจอบ้างไหม

จนวันหนึ่ง ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่า ผมเคยเห็นต้นไม้รูปร่างหน้าตาคล้ายต้นกวักมรกตที่ผมเห็นทั่วไปที่เมืองไทย ขึ้นอยู่บนเนินทรายใกล้ๆ ที่พักของผม และเป็นที่ที่ผมออกไปดูต้นไม้เป็นประจำ เพียงแต่ที่ผมเห็นไม่ได้สวยงามสมบูรณ์แบบที่เรามาปลูกเลี้ยงกัน

แล้วผมก็กลับไปที่นั่น ที่ที่ผมคิดว่าเคยเห็นกวักมรกต เพื่อที่จะไปดูใกล้ๆ ให้เห็นจริงว่าใช่หรือไม่ ซึ่งปรากฏว่าก็ใช่จริงๆ ผมส่งข้อความพร้อมรูปถ่ายเป็นหลักฐานกลับไปบอกพี่ก้องว่า ผมเจอต้นกวักมรกตของโมซัมบิกแล้ว

ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ระบุว่า กวักมรกต ในชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zamioculcas zamiifolia พบทั่วไปได้ในชายฝั่งแอฟริกาตะวันออก รวมไปถึงบนเกาะแซนซิบาร์ เกาะใหญ่ทางชายฝั่งประเทศแทนซาเนีย

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา
ต้นกวักมรกต (Zamioculcas zamiifolia) ในธรรมชาติที่ขึ้นอยู่ในเนินทราย เพียงไม่เกิน 15 นาที หากขับรถจากบ้านที่ผมพักในกรุงมาปูโต น่าเสียดายว่า อีกไม่กี่ปี ถิ่นที่อยู่ในธรรมชาติของต้นกวักมรกตและต้นไม้อีกหลายชนิดก็คงจะไม่หลงเหลืออยู่แล้ว เพราะความเจริญของเมืองได้รุกเข้ามาทุกวัน

อีกครั้งหนึ่งผมกลับมาพักที่เมืองไทย เดินเข้าร้านสะดวกซื้อ ก็เห็นยาสมุนไพร ‘เพชรสังฆาต’ หรือ Cissus quadrangularis วางขายในรูปแคปซูล ซึ่งทำให้นึกถึงต้นไม้ชนิดเดียวกันที่ขึ้นเป็นไม้เลื้อยอยู่แทบทุกที่ที่ผมไปในโมซัมบิก

ต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาอย่างต้นเพชรสังฆาตนี้ อาจเข้ามาเมืองไทยผ่านยาตำรับอายุรเวทของอินเดีย ซึ่งได้มีการติดต่อกับแอฟริกามาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยก่อนอาณานิคม โดยเฉพาะในช่วงที่มีการค้าขายในมหาสมุทรอินเดียที่นำโดยชาวอาหรับ

เมื่อได้รู้จักต้นไม้ และพอนึกแบบนี้แล้ว แอฟริกาอาจอยู่ใกล้กว่าที่เราคิดไว้จริงๆ

เที่ยวแอฟริกา แบบไม่ซ้ำใคร ขับรถไปตามหาต้นไม้ประหลาดข้างทาง, ต้นไม้ ทวีปแอฟริกา, อาทิตย์ ประสาทกุล

Writer & Photographer

อาทิตย์ ประสาทกุล

ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และแฟนคลับ The Cloud

แอฟริกันเอง

เรื่องราวเกี่ยวกับแอฟริกาที่จะทำให้รู้สึกว่า เราไม่ได้อยู่ไกลกันอย่างที่คิด

เมื่อเกือบสิบปีก่อน ผมเป็นเพียงเด็กหนุ่มวัยต้น 30 ในโลกใหม่ในแอฟริกาตะวันออกที่อ่อนต่อโลก มีแต่ความมุทะลุ กระหายกับการผจญภัยแบบบ้าๆ มีแต่ความปรารถนาที่จะค้นหาเรื่องไม่เป็นเรื่อง มีแต่ความกระเหี้ยนกระหือรือที่จะเอาชนะ นั่นคือตัวตนที่ไร้เดียงสา แม้เพียรจะแสวงหาความจริงของชีวิต และเพรียกหาความฝันที่วันนี้เมื่อสิบปีผ่านไปก็พบว่าไม่มีวันเป็นจริง

Tingatinga ภาพวาดไร้เดียงสาของหนุ่มบ้านนอก สู่สไตล์ภาพแอฟริกาตะวันออกที่ทั่วโลกอยากได้

ในคราบของเด็กหนุ่มคนนั้น เป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้จักกับ งานศิลปะ Tingatinga ที่เป็นตัวแทนของแอฟริกาตะวันออก เป็นประตูเปิดโลกทำให้ได้เข้าใจและรู้จักแอฟริกาในการรับรู้ใหม่ เป็นหน้าต่างที่ช่วยให้มองเห็นความงามและเสน่ห์ของความเรียบง่าย และความสูงส่งของการไม่รู้ไม่เห็นโลกภายนอก 

งานศิลปะ Tingatinga ที่ผมรู้จักในวันนั้นเมื่อสิบปีก่อน และผลงานศิลปะในแนว Tingatinga ราว 100 ชิ้นที่ส่วนหนึ่งนำมาแปะไว้และอีกส่วนหนึ่งกองระเกะระกะไว้ที่บ้านที่กรุงเทพฯ ในวันนี้ ชวนให้นึกย้อนถึงเรื่องราวที่ผ่านมา เรื่องราวที่ทำให้ผมได้รู้จักแอฟริกาตะวันออกอย่างที่เป็นผ่านงานศิลปะในรูปแบบนี้

Tingatinga ภาพวาดไร้เดียงสาของหนุ่มบ้านนอก สู่สไตล์ภาพแอฟริกาตะวันออกที่ทั่วโลกอยากได้
Tingatinga ภาพวาดไร้เดียงสาของหนุ่มบ้านนอก สู่สไตล์ภาพแอฟริกาตะวันออกที่ทั่วโลกอยากได้

ภาพเขียนสัตว์และชีวิตท้องถิ่นของชาวบ้านในแอฟริกาแบบง่ายๆ ด้วยสีน้ำมันที่หาได้จากร้านขายวัสดุก่อสร้างทั่วเมืองบนแผ่นไม้สี่เหลี่ยมจัตุรัสเก่า ภาพวาดที่ชวนให้ชาวต่างชาตินำไปทำเป็นตัวการ์ตูนแอนิเมชันสำหรับเด็กในชื่อ Tinga Tinga Tales ที่ฉายผ่านสถานีโทรทัศน์ BBC ของอังกฤษ 

ภาพวาดคล้ายเด็กเขียนจากศิลปินผู้ที่ไม่เคยเข้าโรงเรียนศิลปะ หรือมีทักษะการวาดภาพตามทฤษฎีองค์ประกอบศิลป์ใดๆ เหล่านี้กลับทำให้ผมในวันนั้นที่ยังอ่อนหัดและอ่อนเยาว์เกิดความรู้สึกหัวใจฟูฟ่องไปด้วยความหวังและความปรารถนาในผืนดินแห่งใหม่ที่ผมเพิ่งรู้จักและกำลังตื่นตาตื่นใจ

1

หมุนเวลากลับไปใน ค.ศ. 2012 หน้าที่การงานทำให้ผมได้เดินทางมายังเมืองดาร์ เอส ซาลาม (Dar es Salaam) อดีตเมืองหลวงของแทนซาเนีย และเมืองท่าแห่งใหญ่ของแอฟริกาฝั่งตะวันออกในประเทศแทนซาเนีย ย่าน Oyster Bay ซึ่งเป็นเขตที่เต็มไปด้วยสถานทูต ห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่ บ้านพักของคนชาวต่างชาติและคนมีสตางค์ การเดินทางมาทำงานต่างเมืองเช่นนั้น คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่มาพัก ขลุกตัวอยู่ในย่านแบบนี้ จะเดินทางหรือติดต่อผู้คนและทางการก็เป็นไปได้สะดวก แถมปลอดภัยและมีชีวิตสะดวกสบายอย่างที่เป็น

ที่ Oyster Bay ใจกลางเมือง Dar es Salaam แห่งนี้เองถือเป็นจุดเริ่มของ งานศิลปะ Tingatinga ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งของศิลปะสมัยใหม่ที่มีจุดเริ่มต้นในแอฟริกา และที่นี่เป็นที่ที่ทำให้ผมได้รู้จักกับ งานศิลปะTingatinga ผู้ริเริ่มวาดรูปในแนวนี้คือ Edward Saidi Tingatinga คนบ้านนอกจากเผ่า Makua จากจังหวัดทางใต้สุดของแทนซาเนียติดกับประเทศโมซัมบิก 

ไม่แตกต่างจากคนอื่นในวัยหนุ่ม เขาเข้ามาหางานทำในเมือง Dar es Salaam เพื่อหางานรับจ้างตั้งแต่เป็นคนขายของ คนสวน รับรายได้รายวันไม่มาก จนกระทั่งโชคชะตาทำให้เขาได้งานเป็นผู้ช่วยในห้องแล็บของโรงพยาบาลในเมือง Dar es Salaam ผ่านการแนะนำของสมาชิกกลุ่มดนตรีพื้นถิ่นของเผ่าของเขา ที่เขาเป็นนักระนาดไม้ท้องถิ่นมือฉมัง

เมื่อการงานเข้าที่เข้าทางแล้ว E.S. Tingatinga ก็เริ่มเขียนรูปสัตว์ตัวเดียวบนแผ่นไม้อัดขนาดราว 60 x 60 เซนติเมตร ที่เป็นของเขาที่ใช้เป็นแผ่นฝ้าเพดาน ว่ากันว่าภาพสัตว์คล้ายเด็กเขียนแบบนี้ได้รับอิทธิพลมาจากภาพวาดบนกำแพงของชาว Makua ที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศแทนซาเนียและทางเหนือของประเทศโมซัมบิก แล้วเขาก็ให้ภรรยานำไปเร่ขายให้ชาวต่างชาติริมถนนในย่าน Oyster Bay

Tingatinga ภาพวาดไร้เดียงสาของหนุ่มบ้านนอก สู่สไตล์ภาพแอฟริกาตะวันออกที่ทั่วโลกอยากได้
Tingatinga ภาพวาดไร้เดียงสาของหนุ่มบ้านนอก สู่สไตล์ภาพแอฟริกาตะวันออกที่ทั่วโลกอยากได้
เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก

แม้ตัวเขาเองก็อาจไม่เชื่อว่าภาพวาดของตัวเองจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ว่ากันว่าภาพที่ E.S. Tingatinga นำมาเร่ขายนี้เป็นที่นิยมในหมู่ชาวเดนมาร์ก ฟินแลนด์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมาทำงานสถานทูตหรือในองค์กรทั้งของรัฐและเอกชนที่ให้ความช่วยเหลือ งานลักษณะนี้คงถูกจริต เพราะเป็นงานเรียบง่าย แสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นแอฟริกา ทำให้เห็นเรื่องราวของชนบท ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาโหยหาและต้องการเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่าได้เคยมาทำงานในแอฟริกาแล้ว ทูตสวิตฯ​ ในแทนซาเนียในตอนนั้น ชอบภาพของ E.S. Tingatinga มาก เลยซื้อมาประดับสถานทูตไว้เป็นร้อยภาพ ซึ่งต่อมาได้เป็นงานศิลปะและทรัพย์สินอันมีค่าของรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ ในภายหลังได้ย้ายภาพเหล่านั้นไปเป็นสมบัติของชาติและนำไปเก็บไว้อย่างดี

เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก

เมื่อขายดีเช่นนี้ E.S. Tingatinga จึงเริ่มชักชวนญาติๆ และคนจากบ้านเดียวกันมาวาดภาพ คล้ายเป็นโรงงานผลิตภาพวาดเพื่อนำไปขาย และมีการทำซ้ำภาพที่ขายดีซ้ำๆ กันหลายภาพ แล้วก็เซ็นชื่อ E.S. Tingatinga แบบเดียวกันหมด เคยมีแกลเลอลิสต์ชาวสวิตฯ​ ถึงกับพยายามศึกษาและแกะลายเซ็นที่ปรากฏในภาพเหล่านั้นว่า แบบไหนถึงจะเป็นภาพวาดที่ลงชื่อด้วยตัว E.S. Tingatinga ของจริงกันแน่

น่าเสียดาย ที่ E.S. Tingatinga ผู้นี้ได้โลดแล่นในวงการศิลป์ได้เพียงไม่นาน จนในเย็นวันหนึ่งใน ค.ศ. 1972 เขาก็ถูกตำรวจยิงและตายระหว่างทางไปโรงพยาบาล ผลการสอบสวนว่าเป็นความเข้าใจผิดว่าเขาและเพื่อนที่เขายืมรถโฟล์กมาขับเล่นเป็นโจรคนร้ายที่กำลังพยายามหนีตำรวจ 

ชีวิตของ E.S. Tingatinga ในแวดวงศิลปะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ เพียงไม่ถึง 4 ปี ตั้งแต่ที่เขาเริ่มขายภาพวาดของเขาครั้งแรกใน ค.ศ. 1968 จนกระทั่งถึง ค.ศ. 1972 ที่เขาเสียชีวิต แต่สิ่งที่เขาเริ่มไว้ก็ยังยืนยาวมาจนถึงทุกวันนี้

2

งานศิลปะแบบ Tingatinga เป็นหนึ่งในของที่ระลึกที่เห็นได้ทุกที่ในแอฟริกาตะวันออก โดยเฉพาะในแทนซาเนียและเคนยา ในเมือง Dar es Salaam มีสหกรณ์ Tingatinga เป็นจุดท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติไม่เคยพลาด ภาพวาดแบบ Tingatinga ยังมีอยู่ แต่ก็ได้เปลี่ยนรูปแบบและสไตล์ไปจากในยุคเริ่มแรก จากเดินที่วาดบนแผ่นไม้ ก็เปลี่ยนมาวาดบนผืนผ้าแคนวาส เพราะหาได้ง่ายและสะดวกกับชาวต่างชาติที่จะม้วนและขนขึ้นเครื่องบินกลับไปเป็นที่ระลึก

เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
ภาพเขียนแบบ Tingatinga บนผ้าใบวางขายเป็นที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว ภาพที่มีขนาดไม่ใหญ่สามารถพับเก็บใส่กระเป๋าเดินทาง และมีเรื่องราวที่พบเห็นในการท่องเที่ยวในแอฟริกา เป็นของที่ระลึกที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนจะต้องซื้อติดมือกลับไปหรือเป็นของฝาก
เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
 ถังเก็บน้ำถูกระบายสีแต่งแต้มสีสันให้ด้วยฝีแปรงแบบ Tingatinga (ภาพถ่ายเมื่อ ค.ศ. 2012)

ในวันนั้น ผมก็ไม่แตกต่างจากชาวต่างชาติคนอื่นที่หาซื้อภาพ Tingatinga กลับไปเป็นที่ระลึกเหมือนกับคนอื่นๆ แต่ก็ด้วยความบังเอิญหรือความโชคดี เพราะกระตือรือร้นบนความหวังว่าจะได้เห็นและครอบครองภาพ Tingatinga ในยุคเริ่มแรก

ในเวลาว่างหลังจากทำงานเสร็จแล้ว ผมกับเพื่อนที่สถานทูตซึ่งเดินทางไปทำงานด้วยกันที่เมือง Dar es Salaam ชวนกันไปดูแกลเลอรี่ท้องถิ่น ร้านขายงานศิลปะท้องถิ่นที่มีเจ้าของเป็นคนแทนซาเนียเชื้อสายอินเดีย ได้ข้อมูลว่าในสมัยก่อนแกลเลอรี่แห่งนี้มีชื่อเสียงมาก และเป็นที่ที่ศิลปินท้องถิ่นนำผลงานมาฝากขายเป็นประจำ แต่ในวันนั้นเมื่อสิบปีก่อนที่ผมแวะเข้าไปเยี่ยมเยียน กลับเห็นเจ้าของร้านในวัยชรานั่งกันอยู่เหงาๆ ในร้านที่ไม่เหลือคราบของความรุ่งเรืองในอดีต

ผมและเพื่อนไปถึงด้วยความผิดหวัง ในความผิดหวังเต็มไปด้วยความสงสัย ผมคุยกับเจ้าของร้านที่เป็นสุภาพสตรีในวัยสูงอายุที่กำลังนั่งหงอยถึงภาพ Tingatinga ที่ผมกำลังตามหา เธอพยักหน้าเหมือนจะเข้าใจ หยุดพักคิดสักครู่ ก่อนค่อยๆ ลุกออกจากโต๊ะทำงานที่นั่งประจำ เปิดประตูเข้าไปในห้องเก็บของหลังร้าน แล้วชี้มือไปมุมห้องเก็บของมืดๆ

กองแผ่นไม้ซ้อนกัน ฝุ่นคลั่ก ผมถลาตัวไปที่กองแผ่นไม้นั้น เพราะรู้ว่าเธอน่าจะหมายถึงภาพเขียน Tingatinga ที่ผมกำลังตามหาอยู่ ตอนนั้นฝุ่นคลุ้งไปทั่ว ผมค่อยๆ ใช้มือพลิกแผ่นไม้นั้นไปทีละแผ่น เห็นได้ชัดและรู้ทันทีว่านี่คืองาน Tingatinga ในยุคแรก เวลาเหมือนหยุดชะงักไว้ตรงนั้น ชัยชนะได้มาเยี่ยมเยือนจิตใตเด็กหนุ่มคนนั้นแล้ว

ชัยชนะแลกมาด้วยเงินเก็บเท่าทั้งหมดที่ผมมี ผมบอกสุภาพสตรีเจ้าของร้านในวัยชราว่าผมขอซื้องานเหล่านี้ทั้งหมดที่มีอยู่เกือบ 30 ภาพ ผมพยายามถามถึงที่มาที่ไปของแผ่นภาพเหล่านี้ แต่คำตอบที่ได้ก็มีเพียงแต่ว่า มันอยู่ตรงนี้นานแล้ว นานจนเธอไม่คิดที่จะนำออกมาขายให้ใคร

เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
ผมกับ ใหม่-สุดคนึง นิเวศน์รัตน์ กับภาพเขียนของ E.S. Tingatinga ที่แกลเลอรี่ท้องถิ่น (ภาพถ่ายเมื่อ ค.ศ. 2012)

เย็นวันนั้น ผมชวนเพื่อนไปฉลองชัยชนะกันที่ชายหาดใกล้ๆ ย่าน Oyster Bay จุดเริ่มต้นที่ E.S. Tingatinga นำงานศิลปะมาขายเป็นครั้งแรก เราย้อนนึกพูดคุยกับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปที่แกลเลอรี่ขายรูปเมื่อบ่าย ผมบอกเพื่อนถึงความดีใจและความตื่นเต้นลิงโลดที่ผมรู้สึกในแวบนั้น เธอเล่าย้อนถึงความตื่นเต้นกระดี๊กระด๊าที่เธอเห็นผมแสดงออก บทสนทนาของเราถูกปลดปล่อยออกมา ควบคู่ไปกับไก่ย่างบนชายหาดแกล้มกับเบียร์เย็นๆ และน้ำมะพร้าวจืดๆ ที่ชาวบ้านเร่ขายไปบนชายหาดภาพเบื้องหน้า พระอาทิตย์กำลังคล้อยลับขอบฟ้าตกลงไปในทะเล เหมือนจะนำมาซึ่งคำตอบว่า ในช่วงเวลาที่ผมเหลืออยู่ในแอฟริกา ผมควรจะทำอะไรต่อไปเพื่อให้มีประโยชน์ต่อสังคมไทยที่ผมคิดคำนึง

3

เมื่อกลับไปที่กรุงไนโรบี ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานทูตไทยที่ผมทำงานอยู่ในขณะนั้น ผมนำภาพที่ซื้อมาจากแทนซาเนียแกะออกมาจากกล่อง แล้ววางเรียงรายไปรอบๆ บ้าน เพ่งพินิจพิจารณาด้วยความชื่นชม สลับกับนึกกังวลถึงสตางค์ที่เป็นเงินเก็บของตัวเองที่จะต้องหมดไป ในขณะเดียวกัน ผมก็ไล่ซื้อหนังสือเกี่ยวกับ Tingatinga ค้นข้อมูลที่มีอยู่ทุกชิ้นในอินเทอร์เน็ต และเขียนอีเมลหานักสะสมและผู้มีความรู้เกี่ยวกับ Tingatinga ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในยุโรป 

ผมจำได้ว่า ได้ติดต่อทางอีเมลกับชายสูงอายุชาวเยอรมันที่เล่าให้ฟังว่า เขาเป็นกัปตันเรือสินค้าทำให้ได้เดินทางไป Dar es Salaam อย่างสม่ำเสมอ ในวัยใกล้ 80 ปี เขามีรูปภาพ Tingatinga จำนวนมหาศาลอยู่และส่งภาพมาให้ผมดูเป็นระยะ

ที่สนุกคือได้ฟังเขาเล่าเรื่องที่ฟังต่อมาจากนักสะสมชาวเดนมาร์ก ซึ่งเข้าไปทำงานองค์กร NGO ใน Dar es Salaam ว่า จริงแล้วๆ สาเหตุที่เขาถูกตำรวจยิงตายไม่ใช่เพราะว่าตำรวจยิงผิดคนตามข่าวหรอก แต่ก็เพราะความหึงหวงที่ภรรยาของตำรวจไปสนิทสนมพูดคุยกับ E.S. Tingatinga ที่บ้านอยู่ติดกันต่างหาก

ภาพ Tingatinga ได้เพิ่มเข้ามาในกองสะสมของผมอีกหลายครั้งในต่างกรรม ต่างวาระกัน เหมือนเมื่อได้รู้จักคุ้นเคยหรือดื่มด่ำกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้ว เราก็มีจะมีดวงตาเห็นสิ่งนั้น ได้พบเจอสิ่งแบบนั้นอยู่เรื่อยๆ 

อาทิ เมื่อจนใกล้จะต้องกลับประเทศไทยเพราะครบวาระการประจำการที่สถานทูตแล้ว ผมได้มีโอกาสพบกับคนงานที่เคยทำงานในแกลเลอรี่ชื่อดังที่เพิ่งปิดไปเพราะเจ้าของเสียชีวิต เขาพยายามติดต่อมาเพื่อหวังว่าจะหางานศิลปะมาขายแลกกับค่านายหน้าเล็กๆ น้อยๆ พอนำไปประทังชีวิตเขาและครอบครัวมากกว่า ผมถามไปอย่างลอยๆ ว่า เขาพอจะมีงาน Tingatinga ไหม เพราะผมทราบว่าดี ในสมัยก่อนกรุงไนโรบีก็เป็นตลาดงานศิลปะ Tingatinga เช่นกัน 

กรุงไนโรบีเป็นเมืองใหญ่ มีทั้งชาวต่างประเทศย้ายมาอยู่มาทำงานและเป็นแหล่งท่องเที่ยวซาฟารีที่มีชื่อเสียงแล้วเขาก็พาเพื่อนมาพบ พร้อมกับของหนักห่อใหญ่ ทันทีที่เขาค่อยเปิดห่อนั้นออก ก็เป็นไปตามคาดว่าสิ่งของที่อยู่ในนั้นคือสิ่งที่ผมเพียรหา ผมบอกเขาทันทีว่าผมอยากได้งานศิลปะ Tingatinga ทั้งหมดที่เขามี

ผมขอแลกงาน Tingatinga ทั้งหมดกับรถยนต์มือสองจากญี่ปุ่นที่ผมใช้อยู่และกำลังจะขาย เพราะใกล้กลับประเทศไทยแล้ว โดยช่วยเขาจ่ายเงินค่าโอนและค่าภาษีด้วย รถยนต์เก่าพอจะเป็นทรัพย์สินชิ้นสุดท้ายๆ ที่ผมจะแปรเปลี่ยนเป็นเงินได้ ผมยังหวังว่ารถยนต์ที่เขาได้รับไปก็อาจจะสร้างอาชีพอื่นๆ ต่อไปให้เขาได้ด้วย เขาตอบตกลงโดยไม่รีรอ

เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
ภาพเขียน Tingatinga กองนี้ที่พนักงานแกลเลอรี่นำมาให้ดู ผมยังจำความตื่นเต้นที่ได้เห็นภาพเขียนที่ชอบจำนวนมหาศาลอยู่ตรงหน้า และได้เสนอขอแลกรถยนต์มือสองส่วนตัวที่กำลังจะขายเพราะใกล้กลับเมืองไทย กับภาพเขียนเหล่านี้ พร้อมแถมเงินเล็กน้อยอีกจำนวนหนึ่งให้เขา (ภาพถ่ายเมื่อ ค.ศ. 2013)

หลังจากนั้น ผมก็ได้งานศิลปะ Tingatinga เพิ่มเติมมาในคอลเลกชันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในคนสำคัญคือ ใหม่-สุดคนึง นิเวศรัตน์ ที่กลับจากเคนยาหลังจากผม 3 ปี ก็ได้รับการติดต่อคนขายภาพคนเดิม และซื้อภาพที่ยังเหลืออยู่มาฝาก ใหม่คือเพื่อนคนเดียวกับที่ไปเหมางานศิลปะ Tingatinga มาด้วยกันตั้งแต่ในครั้งแรกที่แทนซาเนีย 

เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ในราว ค.ศ. 2017 ผมได้กลับมาที่แอฟริกาอีกครั้ง โดยมาประจำการที่สถานทูตไทยในโมซัมบิก ก็ได้พบเจอกับภาพ Tingatinga อีกครั้งเมื่อคราวไปเที่ยวทัศนาจรที่ประเทศเอสวาตินี (ชื่อเดิมของประเทศสวาซิแลนด์) และเห็นภาพ Tingatinga ของศิลปินในรุ่นที่ 2 ซึ่งน่าจะทำขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980 วางขายอยู่ในร้านขายของที่ระลึก ผมก็วายเหมาทุกภาพเท่าที่มีขายอยู่มาเหมือนเดิม คนขายบอกว่าเป็นคอลเลกชันของคนเยอรมันที่เคยอยู่ที่นี่ และย้ายกลับไปเยอรมนียามชรา

มานั่งนึกดู ก็ทำให้นึกได้ว่า โอกาสได้ทำให้ต้องมาได้พบภาพ Tingatinga ในที่แปลกๆ แบบนี้หลายครั้ง

4

ภาพวาดแบบ Tingatinga อาจจะไม่ต่างอะไรกับพระเครื่อง อาจเป็นการยากที่จะบอกว่าภาพไหนคือ ‘ของแท้’ ภาพไหนคือ ‘ของปลอม’ 

น่าสนใจว่า แนวคิด ‘ของแท้’ หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Authenticity อาจจะเป็นแนวคิดของตะวันตก งานศิลปะในเอเชียหรือแอฟริกามีลักษณะเป็น ‘หัตถกรรม’ หรืองานคราฟต์ที่ทำซ้ำเหมือนๆ กัน มากกว่า ‘งานศิลปะ’ ที่ทำขึ้นและมีขึ้นเพียงชิ้นเดียว ซึ่งไม่ต่างอะไรกับงานในแบบ Tingatinga ที่มีคนช่วยกันวาดในครัวเรือน อะไรขายดีก็ทำขายเพิ่ม แล้วก็ลงลายเซ็นแบบเดียวกัน

เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
ลายเซ็น E.S. Tingatinga ในแบบต่างๆ ที่เขียนเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด บ้างมีการขีดเส้นใต้ใต้ภาพ บ้างมีการเขียนชื่อภาพ ซึ่งโดยมากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง Dar es Salaam บ้างมีการลง ค.ศ. ที่วาด ผู้เชี่ยวชาญให้สังเกตตำแหน่งของจุดหลังตัวอักษร E และ S และวรรคระหว่างคำว่า Tinga 2 คำ สำหรับผม ไม่มีวันรู้หรอกว่า ภาพเขียนเหล่านี้เป็นของแท้ที่ตัว E.S. Tingatinga เป็นผู้เขียนหรือผู้ช่วยของเขา

หลังจาก E.S. Tingatinga เสียชีวิตใน ค.ศ. 1972 คนที่เคยช่วยเขาวาดภาพขายก็ยังวาดภาพต่อ โดยในช่วงแรกๆ ก็ยังอาจจะลงชื่อลายเซ็นบนภาพว่า E.S. Tingatinga เพราะรู้ว่าขายได้ดี แต่ต่อมาคนเหล่านี้ก็ได้กลายเป็นศิลปินที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง คนเหล่านี้มีอาทิ Simon George Mpata ซึ่งต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่ประเทศเคนยาในกรุงไนโรบี และเป็นคนที่นักสะสมชาวญี่ปุ่นชอบมาก จนมีเศรษฐีคนหนึ่งที่สะสมงานของเขามาลงทุนทำธุรกิจโรงแรมในอุทยานแห่งชาติ Masai Mara แล้วตั้งชื่อที่พักว่า Mpata Safari Club ตามศิลปินคนโปรด

เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
เมื่อ E.S. Tingatinga เสียชีวิตหลังจากที่เขาโลดแล่นอยู่ในวงการศิลปะอยู่เพียงไม่ถึง 4 ปีเต็ม ผู้ช่วยของเขาที่เคยช่วยเขียนภาพภายใต้ชื่อ E.S. Tingatinga ก็มาเขียนภาพและลงลายเซ็นเป็นชื่อตัวเอง ผู้ช่วยเหล่านี้ต่อมาได้กลายเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน ภาพเหล่านี้เปรียบเทียบภาพที่ลงลายเซ็น E.S. Tingatinga กับอดีตผู้ช่วยที่ต่อมาเป็นศิลปิน Tingatinga ที่มีชื่อเสียง เช่น R. Chiyawa, K.H. Tedo และ Mpata 

งานของ Tingatinga มีการพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ลูกศิษย์รุ่นแรกตามมาด้วยศิลปินรุ่นสอง เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงสไตล์และแนวทางการวาดรูป โดยแทนที่จะเป็นรูปสัตว์เดี่ยวๆ ในหนึ่งภาพก็มีหลากหลายขึ้น แต่ยังวาดอยู่บนแผ่นไม้ใส่กรอบทาสีเหมือนเดิม ว่ากันว่าเป็นเพราะตลาดหรือผู้ซื้อต้องการเห็นภาพสัตว์ที่หลากหลายในหนึ่งภาพมากกว่ามีสัตว์เพียงตัวเดียว จนกระทั่งมาถึงรุ่นปัจจุบันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเทคนิคการวาดไปอย่างสิ้นเชิง แม้จะใช้สีน้ำมันเหมือนเดิม แต่วาดบนผืนผ้าใบที่ม้วนและนำขึ้นเครื่องบินกลับได้โดยง่าย และภาพที่วาดก็หลากหลายขึ้น มีทั้งเป็นช่องๆ คล้ายการ์ตูนช่อง หรือเป็นภาพตลาดและวิถีชีวิตของผู้คนในเมือง Dar es Salaam

เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
ภาพของศิลปิน Tingatinga ในรุ่นที่ 2 ผลิตขึ้นในราวทศวรรษ 1980 ซึ่งหลายคนก็เคยเป็นผู้ช่วยของ E.S. Tingatinga มาก่อน เช่น Amondo, Mruta, Mussa อาจสังเกตได้ถึงสไตล์และวิธีการวาดที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยซึ่งกำหนดด้วยความต้องการของตลาด จากเดิมภาพเขียนของ E.S. Tingatinga มีเพียงสัตว์ตัวเดียวๆ อยู่โดดๆ ในสมัยต่อมีมีรายละเอียดมากขึ้น แต่ยังวาดอยู่บนกระดานขนาด 60 x 60 ซม. ไม่ได้วาดบนพื้นผ้าใบแคนวาสที่พับม้วนได้เหมือนในรุ่นปัจจุบัน

ปัจจุบัน ศิลปิน Tingatinga มีจำนวนหลายร้อยคน และกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่ผลิตของที่ระลึกขายให้กับนักท่องเที่ยว มีการรวมตัวกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Dar es Salaam ให้นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมได้ และศิลปินก็ตั้งโต๊ะวาดภาพอยู่ที่นั่น นักท่องเที่ยวสามารถซื้อแผ่นไม้และให้เขียนชื่อตัวเองหรือคนอื่นเพื่อนำไปฝากเป็นที่ระลึกก็ได้

Tingatinga ภาพวาดไร้เดียงสาของหนุ่มบ้านนอก สู่สไตล์ภาพแอฟริกาตะวันออกที่ทั่วโลกอยากได้
เรื่องราว ศิลปะแบบ Tingatinga ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ กับการบุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
หลายสิบปีผ่านไป ศิลปิน Tingatinga รุ่นต่อๆ มา ได้รวมตัวกันก่อตั้งสหกรณ์ Tingatinga Arts Cooperative Society ขึ้นที่เมือง Dar es Salaam ใช้เป็นร้านและที่ทำงานของศิลปินรุ่นหลานๆ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมือง (ภาพถ่ายเมื่อ ค.ศ. 2012)

ภาพเขียนในแบบ Tingatinga จึงเป็นตัวแทนของความเป็นแอฟริกาตะวันออก โดยเฉพาะประเทศในประเทศที่พูดสวาฮิลีเช่น เคนยา แทนซาเนีย และตอนเหนือของโมซัมบิก

5

หลายคนถามว่า ทำไมผมถึงอินและบ้าซื้องานศิลปะแบบ Tingatinga มากมายขนาดนี้

แม้อาจตอบไม่ได้ในทันที แต่… 

ถ้าจะให้ตอบแบบเร็วๆ ผมรู้ว่าตัวเองชอบงานแบบ Tingatinga มาก อาจพูดได้ว่าเป็นภาพที่มองแล้วใช่เลย มองแล้วเห็นแต่ความงดงามแบบนั้นก็ได้ เพื่อนและพี่ๆ หลายคนชอบแซวว่า หรือเพราะยังมีความเป็นเด็กอยู่ เพราะภาพ Tingatinga เหมือนเด็กวาด เต็มไปด้วยความไร้เดียงสา หรือที่ฝรั่งเรียกว่าเป็น Naïve Art ที่คนวาดไม่ได้ผ่านโรงเรียนศิลปะ เป็นศิลปินคนนอกในวงนอกตัวจริง เขาไม่รู้เทคนิคการใช้สี ไม่รู้จักแสงเงา องค์ประกอบภาพ สัดส่วนหรือเปอร์สเปกทีฟ

ถ้าจะให้ตอบแบบพินิจพิเคราะห์ความตั้งใจของตัวเองให้ดีๆ แล้ว ก็อาจตอบได้ว่า คงเป็นความตั้งใจอยากจะให้คนไทยได้รู้จักแอฟริกามากกว่าที่เป็นอยู่ และภาพ Tingatinga เหล่านี้ ก็น่าจะช่วยเล่าเรื่องให้พวกเราได้รู้จักแอฟริกามากกว่านี้ได้

เรื่องราว ศิลปะแบบ Tingatinga ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ กับการบุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
ใน พ.ศ. 2556 นายกรัฐมนตรีของไทยในขณะนั้นเดินทางเยือนประเทศแทนซาเนียอย่างเป็นทางการ เราก็ต้องเทียวไปเทียวมาจากเคนยามายังเมือง Dar es Salaam อยู่หลายครั้งเพื่อเตรียมการเยือนในครั้งนี้ เมื่องานเสร็จก็เป็นข่าวใหญ่บนหน้าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ผมกับใหม่ (สุดคนึง นิเวศน์รัตน์) ทั้งในฐานะเจ้าหน้าที่สถานทูตและคนชื่นชอบศิลปะแบบ Tingatinga ก็นึกสนุกนำหนังสือพิมพ์ไปให้ Malikita ศิลปิน Tingatinga รุ่นล่าสุดอ่านและวาดรูปตาม ปรากฏได้ดังภาพ เรามอบภาพนี้ให้นำไปติดไว้ที่กองแอฟริกาที่กระทรวงการต่างประเทศ ที่ทำงานของเรา

ถ้าจะให้ตอบแบบสนุกๆ ผมอาจเหมือนคนบ้า เหมือนคนอยากเอาชนะ ผมพอรู้ว่าในตอนนั้น คนญี่ปุ่นและคนเกาหลีต่างก็เข้ามากว้านซื้อภาพ Tingatinga ในยุคแรกๆ แบบนี้ไปเป็นจำนวนมาก ผมไม่อยากให้มันตกไปอยู่ในมือของคนอื่นโดยเฉพาะว่าเมื่อมีโอกาสที่จะเป็นเจ้าของภาพที่อยู่ตรงหน้าทั้งหมดนี้แล้ว

แล้วถ้าถามว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ล่ะ ผมจะบ้าซื้อบ้าสะสมภาพแบบนี้อีกไหม สำหรับอีกคำถามนี้ ผมคงต้องขอเวลาคิดอีกนาน เพราะยังลังเลไม่น้อยกว่าอาจจะไม่กลับไปทำเยี่ยงนั้นอีกแล้ว

เพราะเรื่องบางเรื่อง เป็นเรื่องที่เราอาจบ้าดีเดือดทำได้แค่ในช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตเท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติม

The Authenticity of Today’s Tingatinga Art โดย Kiagho B. Kilonzo

ผมได้นำภาพ Tingatinga และศิลปินแอฟริกาที่สะสมไว้บางส่วนจัดแสดงที่บ้าน และยินดีเปิดให้เข้ามาชมด้วยความเต็มใจ เพราะอยากจะให้ได้รู้จักแอฟริกาตามความตั้งใจที่มีอยู่ตั้งแต่แรก หากสนใจติดต่อมาที่ Line ID : tihtra ได้ด้วยความยินดี

เมื่อเกือบสิบปีก่อน ผมเป็นเพียงเด็กหนุ่มวัยต้น 30 ในโลกใหม่ในแอฟริกาตะวันออกที่อ่อนต่อโลก มีแต่ความมุทะลุ กระหายกับการผจญภัยแบบบ้าๆ มีแต่ความปรารถนาที่จะค้นหาเรื่องไม่เป็นเรื่อง มีแต่ความกระเหี้ยนกระหือรือที่จะเอาชนะ นั่นคือตัวตนที่ไร้เดียงสา แม้เพียรจะแสวงหาความจริงของชีวิต และเพรียกหาความฝันที่วันนี้เมื่อสิบปีผ่านไปก็พบว่าไม่มีวันเป็นจริง

Tingatinga ภาพวาดไร้เดียงสาของหนุ่มบ้านนอก สู่สไตล์ภาพแอฟริกาตะวันออกที่ทั่วโลกอยากได้

ในคราบของเด็กหนุ่มคนนั้น เป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้จักกับ งานศิลปะ Tingatinga ที่เป็นตัวแทนของแอฟริกาตะวันออก เป็นประตูเปิดโลกทำให้ได้เข้าใจและรู้จักแอฟริกาในการรับรู้ใหม่ เป็นหน้าต่างที่ช่วยให้มองเห็นความงามและเสน่ห์ของความเรียบง่าย และความสูงส่งของการไม่รู้ไม่เห็นโลกภายนอก 

งานศิลปะ Tingatinga ที่ผมรู้จักในวันนั้นเมื่อสิบปีก่อน และผลงานศิลปะในแนว Tingatinga ราว 100 ชิ้นที่ส่วนหนึ่งนำมาแปะไว้และอีกส่วนหนึ่งกองระเกะระกะไว้ที่บ้านที่กรุงเทพฯ ในวันนี้ ชวนให้นึกย้อนถึงเรื่องราวที่ผ่านมา เรื่องราวที่ทำให้ผมได้รู้จักแอฟริกาตะวันออกอย่างที่เป็นผ่านงานศิลปะในรูปแบบนี้

Tingatinga ภาพวาดไร้เดียงสาของหนุ่มบ้านนอก สู่สไตล์ภาพแอฟริกาตะวันออกที่ทั่วโลกอยากได้
Tingatinga ภาพวาดไร้เดียงสาของหนุ่มบ้านนอก สู่สไตล์ภาพแอฟริกาตะวันออกที่ทั่วโลกอยากได้

ภาพเขียนสัตว์และชีวิตท้องถิ่นของชาวบ้านในแอฟริกาแบบง่ายๆ ด้วยสีน้ำมันที่หาได้จากร้านขายวัสดุก่อสร้างทั่วเมืองบนแผ่นไม้สี่เหลี่ยมจัตุรัสเก่า ภาพวาดที่ชวนให้ชาวต่างชาตินำไปทำเป็นตัวการ์ตูนแอนิเมชันสำหรับเด็กในชื่อ Tinga Tinga Tales ที่ฉายผ่านสถานีโทรทัศน์ BBC ของอังกฤษ 

ภาพวาดคล้ายเด็กเขียนจากศิลปินผู้ที่ไม่เคยเข้าโรงเรียนศิลปะ หรือมีทักษะการวาดภาพตามทฤษฎีองค์ประกอบศิลป์ใดๆ เหล่านี้กลับทำให้ผมในวันนั้นที่ยังอ่อนหัดและอ่อนเยาว์เกิดความรู้สึกหัวใจฟูฟ่องไปด้วยความหวังและความปรารถนาในผืนดินแห่งใหม่ที่ผมเพิ่งรู้จักและกำลังตื่นตาตื่นใจ

1

หมุนเวลากลับไปใน ค.ศ. 2012 หน้าที่การงานทำให้ผมได้เดินทางมายังเมืองดาร์ เอส ซาลาม (Dar es Salaam) อดีตเมืองหลวงของแทนซาเนีย และเมืองท่าแห่งใหญ่ของแอฟริกาฝั่งตะวันออกในประเทศแทนซาเนีย ย่าน Oyster Bay ซึ่งเป็นเขตที่เต็มไปด้วยสถานทูต ห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่ บ้านพักของคนชาวต่างชาติและคนมีสตางค์ การเดินทางมาทำงานต่างเมืองเช่นนั้น คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่มาพัก ขลุกตัวอยู่ในย่านแบบนี้ จะเดินทางหรือติดต่อผู้คนและทางการก็เป็นไปได้สะดวก แถมปลอดภัยและมีชีวิตสะดวกสบายอย่างที่เป็น

ที่ Oyster Bay ใจกลางเมือง Dar es Salaam แห่งนี้เองถือเป็นจุดเริ่มของ งานศิลปะ Tingatinga ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งของศิลปะสมัยใหม่ที่มีจุดเริ่มต้นในแอฟริกา และที่นี่เป็นที่ที่ทำให้ผมได้รู้จักกับ งานศิลปะTingatinga ผู้ริเริ่มวาดรูปในแนวนี้คือ Edward Saidi Tingatinga คนบ้านนอกจากเผ่า Makua จากจังหวัดทางใต้สุดของแทนซาเนียติดกับประเทศโมซัมบิก 

ไม่แตกต่างจากคนอื่นในวัยหนุ่ม เขาเข้ามาหางานทำในเมือง Dar es Salaam เพื่อหางานรับจ้างตั้งแต่เป็นคนขายของ คนสวน รับรายได้รายวันไม่มาก จนกระทั่งโชคชะตาทำให้เขาได้งานเป็นผู้ช่วยในห้องแล็บของโรงพยาบาลในเมือง Dar es Salaam ผ่านการแนะนำของสมาชิกกลุ่มดนตรีพื้นถิ่นของเผ่าของเขา ที่เขาเป็นนักระนาดไม้ท้องถิ่นมือฉมัง

เมื่อการงานเข้าที่เข้าทางแล้ว E.S. Tingatinga ก็เริ่มเขียนรูปสัตว์ตัวเดียวบนแผ่นไม้อัดขนาดราว 60 x 60 เซนติเมตร ที่เป็นของเขาที่ใช้เป็นแผ่นฝ้าเพดาน ว่ากันว่าภาพสัตว์คล้ายเด็กเขียนแบบนี้ได้รับอิทธิพลมาจากภาพวาดบนกำแพงของชาว Makua ที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศแทนซาเนียและทางเหนือของประเทศโมซัมบิก แล้วเขาก็ให้ภรรยานำไปเร่ขายให้ชาวต่างชาติริมถนนในย่าน Oyster Bay

Tingatinga ภาพวาดไร้เดียงสาของหนุ่มบ้านนอก สู่สไตล์ภาพแอฟริกาตะวันออกที่ทั่วโลกอยากได้
Tingatinga ภาพวาดไร้เดียงสาของหนุ่มบ้านนอก สู่สไตล์ภาพแอฟริกาตะวันออกที่ทั่วโลกอยากได้
เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก

แม้ตัวเขาเองก็อาจไม่เชื่อว่าภาพวาดของตัวเองจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ว่ากันว่าภาพที่ E.S. Tingatinga นำมาเร่ขายนี้เป็นที่นิยมในหมู่ชาวเดนมาร์ก ฟินแลนด์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมาทำงานสถานทูตหรือในองค์กรทั้งของรัฐและเอกชนที่ให้ความช่วยเหลือ งานลักษณะนี้คงถูกจริต เพราะเป็นงานเรียบง่าย แสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นแอฟริกา ทำให้เห็นเรื่องราวของชนบท ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาโหยหาและต้องการเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่าได้เคยมาทำงานในแอฟริกาแล้ว ทูตสวิตฯ​ ในแทนซาเนียในตอนนั้น ชอบภาพของ E.S. Tingatinga มาก เลยซื้อมาประดับสถานทูตไว้เป็นร้อยภาพ ซึ่งต่อมาได้เป็นงานศิลปะและทรัพย์สินอันมีค่าของรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ ในภายหลังได้ย้ายภาพเหล่านั้นไปเป็นสมบัติของชาติและนำไปเก็บไว้อย่างดี

เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก

เมื่อขายดีเช่นนี้ E.S. Tingatinga จึงเริ่มชักชวนญาติๆ และคนจากบ้านเดียวกันมาวาดภาพ คล้ายเป็นโรงงานผลิตภาพวาดเพื่อนำไปขาย และมีการทำซ้ำภาพที่ขายดีซ้ำๆ กันหลายภาพ แล้วก็เซ็นชื่อ E.S. Tingatinga แบบเดียวกันหมด เคยมีแกลเลอลิสต์ชาวสวิตฯ​ ถึงกับพยายามศึกษาและแกะลายเซ็นที่ปรากฏในภาพเหล่านั้นว่า แบบไหนถึงจะเป็นภาพวาดที่ลงชื่อด้วยตัว E.S. Tingatinga ของจริงกันแน่

น่าเสียดาย ที่ E.S. Tingatinga ผู้นี้ได้โลดแล่นในวงการศิลป์ได้เพียงไม่นาน จนในเย็นวันหนึ่งใน ค.ศ. 1972 เขาก็ถูกตำรวจยิงและตายระหว่างทางไปโรงพยาบาล ผลการสอบสวนว่าเป็นความเข้าใจผิดว่าเขาและเพื่อนที่เขายืมรถโฟล์กมาขับเล่นเป็นโจรคนร้ายที่กำลังพยายามหนีตำรวจ 

ชีวิตของ E.S. Tingatinga ในแวดวงศิลปะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ เพียงไม่ถึง 4 ปี ตั้งแต่ที่เขาเริ่มขายภาพวาดของเขาครั้งแรกใน ค.ศ. 1968 จนกระทั่งถึง ค.ศ. 1972 ที่เขาเสียชีวิต แต่สิ่งที่เขาเริ่มไว้ก็ยังยืนยาวมาจนถึงทุกวันนี้

2

งานศิลปะแบบ Tingatinga เป็นหนึ่งในของที่ระลึกที่เห็นได้ทุกที่ในแอฟริกาตะวันออก โดยเฉพาะในแทนซาเนียและเคนยา ในเมือง Dar es Salaam มีสหกรณ์ Tingatinga เป็นจุดท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติไม่เคยพลาด ภาพวาดแบบ Tingatinga ยังมีอยู่ แต่ก็ได้เปลี่ยนรูปแบบและสไตล์ไปจากในยุคเริ่มแรก จากเดินที่วาดบนแผ่นไม้ ก็เปลี่ยนมาวาดบนผืนผ้าแคนวาส เพราะหาได้ง่ายและสะดวกกับชาวต่างชาติที่จะม้วนและขนขึ้นเครื่องบินกลับไปเป็นที่ระลึก

เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
ภาพเขียนแบบ Tingatinga บนผ้าใบวางขายเป็นที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว ภาพที่มีขนาดไม่ใหญ่สามารถพับเก็บใส่กระเป๋าเดินทาง และมีเรื่องราวที่พบเห็นในการท่องเที่ยวในแอฟริกา เป็นของที่ระลึกที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนจะต้องซื้อติดมือกลับไปหรือเป็นของฝาก
เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
 ถังเก็บน้ำถูกระบายสีแต่งแต้มสีสันให้ด้วยฝีแปรงแบบ Tingatinga (ภาพถ่ายเมื่อ ค.ศ. 2012)

ในวันนั้น ผมก็ไม่แตกต่างจากชาวต่างชาติคนอื่นที่หาซื้อภาพ Tingatinga กลับไปเป็นที่ระลึกเหมือนกับคนอื่นๆ แต่ก็ด้วยความบังเอิญหรือความโชคดี เพราะกระตือรือร้นบนความหวังว่าจะได้เห็นและครอบครองภาพ Tingatinga ในยุคเริ่มแรก

ในเวลาว่างหลังจากทำงานเสร็จแล้ว ผมกับเพื่อนที่สถานทูตซึ่งเดินทางไปทำงานด้วยกันที่เมือง Dar es Salaam ชวนกันไปดูแกลเลอรี่ท้องถิ่น ร้านขายงานศิลปะท้องถิ่นที่มีเจ้าของเป็นคนแทนซาเนียเชื้อสายอินเดีย ได้ข้อมูลว่าในสมัยก่อนแกลเลอรี่แห่งนี้มีชื่อเสียงมาก และเป็นที่ที่ศิลปินท้องถิ่นนำผลงานมาฝากขายเป็นประจำ แต่ในวันนั้นเมื่อสิบปีก่อนที่ผมแวะเข้าไปเยี่ยมเยียน กลับเห็นเจ้าของร้านในวัยชรานั่งกันอยู่เหงาๆ ในร้านที่ไม่เหลือคราบของความรุ่งเรืองในอดีต

ผมและเพื่อนไปถึงด้วยความผิดหวัง ในความผิดหวังเต็มไปด้วยความสงสัย ผมคุยกับเจ้าของร้านที่เป็นสุภาพสตรีในวัยสูงอายุที่กำลังนั่งหงอยถึงภาพ Tingatinga ที่ผมกำลังตามหา เธอพยักหน้าเหมือนจะเข้าใจ หยุดพักคิดสักครู่ ก่อนค่อยๆ ลุกออกจากโต๊ะทำงานที่นั่งประจำ เปิดประตูเข้าไปในห้องเก็บของหลังร้าน แล้วชี้มือไปมุมห้องเก็บของมืดๆ

กองแผ่นไม้ซ้อนกัน ฝุ่นคลั่ก ผมถลาตัวไปที่กองแผ่นไม้นั้น เพราะรู้ว่าเธอน่าจะหมายถึงภาพเขียน Tingatinga ที่ผมกำลังตามหาอยู่ ตอนนั้นฝุ่นคลุ้งไปทั่ว ผมค่อยๆ ใช้มือพลิกแผ่นไม้นั้นไปทีละแผ่น เห็นได้ชัดและรู้ทันทีว่านี่คืองาน Tingatinga ในยุคแรก เวลาเหมือนหยุดชะงักไว้ตรงนั้น ชัยชนะได้มาเยี่ยมเยือนจิตใตเด็กหนุ่มคนนั้นแล้ว

ชัยชนะแลกมาด้วยเงินเก็บเท่าทั้งหมดที่ผมมี ผมบอกสุภาพสตรีเจ้าของร้านในวัยชราว่าผมขอซื้องานเหล่านี้ทั้งหมดที่มีอยู่เกือบ 30 ภาพ ผมพยายามถามถึงที่มาที่ไปของแผ่นภาพเหล่านี้ แต่คำตอบที่ได้ก็มีเพียงแต่ว่า มันอยู่ตรงนี้นานแล้ว นานจนเธอไม่คิดที่จะนำออกมาขายให้ใคร

เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
ผมกับ ใหม่-สุดคนึง นิเวศน์รัตน์ กับภาพเขียนของ E.S. Tingatinga ที่แกลเลอรี่ท้องถิ่น (ภาพถ่ายเมื่อ ค.ศ. 2012)

เย็นวันนั้น ผมชวนเพื่อนไปฉลองชัยชนะกันที่ชายหาดใกล้ๆ ย่าน Oyster Bay จุดเริ่มต้นที่ E.S. Tingatinga นำงานศิลปะมาขายเป็นครั้งแรก เราย้อนนึกพูดคุยกับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปที่แกลเลอรี่ขายรูปเมื่อบ่าย ผมบอกเพื่อนถึงความดีใจและความตื่นเต้นลิงโลดที่ผมรู้สึกในแวบนั้น เธอเล่าย้อนถึงความตื่นเต้นกระดี๊กระด๊าที่เธอเห็นผมแสดงออก บทสนทนาของเราถูกปลดปล่อยออกมา ควบคู่ไปกับไก่ย่างบนชายหาดแกล้มกับเบียร์เย็นๆ และน้ำมะพร้าวจืดๆ ที่ชาวบ้านเร่ขายไปบนชายหาดภาพเบื้องหน้า พระอาทิตย์กำลังคล้อยลับขอบฟ้าตกลงไปในทะเล เหมือนจะนำมาซึ่งคำตอบว่า ในช่วงเวลาที่ผมเหลืออยู่ในแอฟริกา ผมควรจะทำอะไรต่อไปเพื่อให้มีประโยชน์ต่อสังคมไทยที่ผมคิดคำนึง

3

เมื่อกลับไปที่กรุงไนโรบี ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานทูตไทยที่ผมทำงานอยู่ในขณะนั้น ผมนำภาพที่ซื้อมาจากแทนซาเนียแกะออกมาจากกล่อง แล้ววางเรียงรายไปรอบๆ บ้าน เพ่งพินิจพิจารณาด้วยความชื่นชม สลับกับนึกกังวลถึงสตางค์ที่เป็นเงินเก็บของตัวเองที่จะต้องหมดไป ในขณะเดียวกัน ผมก็ไล่ซื้อหนังสือเกี่ยวกับ Tingatinga ค้นข้อมูลที่มีอยู่ทุกชิ้นในอินเทอร์เน็ต และเขียนอีเมลหานักสะสมและผู้มีความรู้เกี่ยวกับ Tingatinga ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในยุโรป 

ผมจำได้ว่า ได้ติดต่อทางอีเมลกับชายสูงอายุชาวเยอรมันที่เล่าให้ฟังว่า เขาเป็นกัปตันเรือสินค้าทำให้ได้เดินทางไป Dar es Salaam อย่างสม่ำเสมอ ในวัยใกล้ 80 ปี เขามีรูปภาพ Tingatinga จำนวนมหาศาลอยู่และส่งภาพมาให้ผมดูเป็นระยะ

ที่สนุกคือได้ฟังเขาเล่าเรื่องที่ฟังต่อมาจากนักสะสมชาวเดนมาร์ก ซึ่งเข้าไปทำงานองค์กร NGO ใน Dar es Salaam ว่า จริงแล้วๆ สาเหตุที่เขาถูกตำรวจยิงตายไม่ใช่เพราะว่าตำรวจยิงผิดคนตามข่าวหรอก แต่ก็เพราะความหึงหวงที่ภรรยาของตำรวจไปสนิทสนมพูดคุยกับ E.S. Tingatinga ที่บ้านอยู่ติดกันต่างหาก

ภาพ Tingatinga ได้เพิ่มเข้ามาในกองสะสมของผมอีกหลายครั้งในต่างกรรม ต่างวาระกัน เหมือนเมื่อได้รู้จักคุ้นเคยหรือดื่มด่ำกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้ว เราก็มีจะมีดวงตาเห็นสิ่งนั้น ได้พบเจอสิ่งแบบนั้นอยู่เรื่อยๆ 

อาทิ เมื่อจนใกล้จะต้องกลับประเทศไทยเพราะครบวาระการประจำการที่สถานทูตแล้ว ผมได้มีโอกาสพบกับคนงานที่เคยทำงานในแกลเลอรี่ชื่อดังที่เพิ่งปิดไปเพราะเจ้าของเสียชีวิต เขาพยายามติดต่อมาเพื่อหวังว่าจะหางานศิลปะมาขายแลกกับค่านายหน้าเล็กๆ น้อยๆ พอนำไปประทังชีวิตเขาและครอบครัวมากกว่า ผมถามไปอย่างลอยๆ ว่า เขาพอจะมีงาน Tingatinga ไหม เพราะผมทราบว่าดี ในสมัยก่อนกรุงไนโรบีก็เป็นตลาดงานศิลปะ Tingatinga เช่นกัน 

กรุงไนโรบีเป็นเมืองใหญ่ มีทั้งชาวต่างประเทศย้ายมาอยู่มาทำงานและเป็นแหล่งท่องเที่ยวซาฟารีที่มีชื่อเสียงแล้วเขาก็พาเพื่อนมาพบ พร้อมกับของหนักห่อใหญ่ ทันทีที่เขาค่อยเปิดห่อนั้นออก ก็เป็นไปตามคาดว่าสิ่งของที่อยู่ในนั้นคือสิ่งที่ผมเพียรหา ผมบอกเขาทันทีว่าผมอยากได้งานศิลปะ Tingatinga ทั้งหมดที่เขามี

ผมขอแลกงาน Tingatinga ทั้งหมดกับรถยนต์มือสองจากญี่ปุ่นที่ผมใช้อยู่และกำลังจะขาย เพราะใกล้กลับประเทศไทยแล้ว โดยช่วยเขาจ่ายเงินค่าโอนและค่าภาษีด้วย รถยนต์เก่าพอจะเป็นทรัพย์สินชิ้นสุดท้ายๆ ที่ผมจะแปรเปลี่ยนเป็นเงินได้ ผมยังหวังว่ารถยนต์ที่เขาได้รับไปก็อาจจะสร้างอาชีพอื่นๆ ต่อไปให้เขาได้ด้วย เขาตอบตกลงโดยไม่รีรอ

เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
ภาพเขียน Tingatinga กองนี้ที่พนักงานแกลเลอรี่นำมาให้ดู ผมยังจำความตื่นเต้นที่ได้เห็นภาพเขียนที่ชอบจำนวนมหาศาลอยู่ตรงหน้า และได้เสนอขอแลกรถยนต์มือสองส่วนตัวที่กำลังจะขายเพราะใกล้กลับเมืองไทย กับภาพเขียนเหล่านี้ พร้อมแถมเงินเล็กน้อยอีกจำนวนหนึ่งให้เขา (ภาพถ่ายเมื่อ ค.ศ. 2013)

หลังจากนั้น ผมก็ได้งานศิลปะ Tingatinga เพิ่มเติมมาในคอลเลกชันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในคนสำคัญคือ ใหม่-สุดคนึง นิเวศรัตน์ ที่กลับจากเคนยาหลังจากผม 3 ปี ก็ได้รับการติดต่อคนขายภาพคนเดิม และซื้อภาพที่ยังเหลืออยู่มาฝาก ใหม่คือเพื่อนคนเดียวกับที่ไปเหมางานศิลปะ Tingatinga มาด้วยกันตั้งแต่ในครั้งแรกที่แทนซาเนีย 

เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ในราว ค.ศ. 2017 ผมได้กลับมาที่แอฟริกาอีกครั้ง โดยมาประจำการที่สถานทูตไทยในโมซัมบิก ก็ได้พบเจอกับภาพ Tingatinga อีกครั้งเมื่อคราวไปเที่ยวทัศนาจรที่ประเทศเอสวาตินี (ชื่อเดิมของประเทศสวาซิแลนด์) และเห็นภาพ Tingatinga ของศิลปินในรุ่นที่ 2 ซึ่งน่าจะทำขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980 วางขายอยู่ในร้านขายของที่ระลึก ผมก็วายเหมาทุกภาพเท่าที่มีขายอยู่มาเหมือนเดิม คนขายบอกว่าเป็นคอลเลกชันของคนเยอรมันที่เคยอยู่ที่นี่ และย้ายกลับไปเยอรมนียามชรา

มานั่งนึกดู ก็ทำให้นึกได้ว่า โอกาสได้ทำให้ต้องมาได้พบภาพ Tingatinga ในที่แปลกๆ แบบนี้หลายครั้ง

4

ภาพวาดแบบ Tingatinga อาจจะไม่ต่างอะไรกับพระเครื่อง อาจเป็นการยากที่จะบอกว่าภาพไหนคือ ‘ของแท้’ ภาพไหนคือ ‘ของปลอม’ 

น่าสนใจว่า แนวคิด ‘ของแท้’ หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Authenticity อาจจะเป็นแนวคิดของตะวันตก งานศิลปะในเอเชียหรือแอฟริกามีลักษณะเป็น ‘หัตถกรรม’ หรืองานคราฟต์ที่ทำซ้ำเหมือนๆ กัน มากกว่า ‘งานศิลปะ’ ที่ทำขึ้นและมีขึ้นเพียงชิ้นเดียว ซึ่งไม่ต่างอะไรกับงานในแบบ Tingatinga ที่มีคนช่วยกันวาดในครัวเรือน อะไรขายดีก็ทำขายเพิ่ม แล้วก็ลงลายเซ็นแบบเดียวกัน

เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
ลายเซ็น E.S. Tingatinga ในแบบต่างๆ ที่เขียนเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด บ้างมีการขีดเส้นใต้ใต้ภาพ บ้างมีการเขียนชื่อภาพ ซึ่งโดยมากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง Dar es Salaam บ้างมีการลง ค.ศ. ที่วาด ผู้เชี่ยวชาญให้สังเกตตำแหน่งของจุดหลังตัวอักษร E และ S และวรรคระหว่างคำว่า Tinga 2 คำ สำหรับผม ไม่มีวันรู้หรอกว่า ภาพเขียนเหล่านี้เป็นของแท้ที่ตัว E.S. Tingatinga เป็นผู้เขียนหรือผู้ช่วยของเขา

หลังจาก E.S. Tingatinga เสียชีวิตใน ค.ศ. 1972 คนที่เคยช่วยเขาวาดภาพขายก็ยังวาดภาพต่อ โดยในช่วงแรกๆ ก็ยังอาจจะลงชื่อลายเซ็นบนภาพว่า E.S. Tingatinga เพราะรู้ว่าขายได้ดี แต่ต่อมาคนเหล่านี้ก็ได้กลายเป็นศิลปินที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง คนเหล่านี้มีอาทิ Simon George Mpata ซึ่งต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่ประเทศเคนยาในกรุงไนโรบี และเป็นคนที่นักสะสมชาวญี่ปุ่นชอบมาก จนมีเศรษฐีคนหนึ่งที่สะสมงานของเขามาลงทุนทำธุรกิจโรงแรมในอุทยานแห่งชาติ Masai Mara แล้วตั้งชื่อที่พักว่า Mpata Safari Club ตามศิลปินคนโปรด

เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
เมื่อ E.S. Tingatinga เสียชีวิตหลังจากที่เขาโลดแล่นอยู่ในวงการศิลปะอยู่เพียงไม่ถึง 4 ปีเต็ม ผู้ช่วยของเขาที่เคยช่วยเขียนภาพภายใต้ชื่อ E.S. Tingatinga ก็มาเขียนภาพและลงลายเซ็นเป็นชื่อตัวเอง ผู้ช่วยเหล่านี้ต่อมาได้กลายเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน ภาพเหล่านี้เปรียบเทียบภาพที่ลงลายเซ็น E.S. Tingatinga กับอดีตผู้ช่วยที่ต่อมาเป็นศิลปิน Tingatinga ที่มีชื่อเสียง เช่น R. Chiyawa, K.H. Tedo และ Mpata 

งานของ Tingatinga มีการพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ลูกศิษย์รุ่นแรกตามมาด้วยศิลปินรุ่นสอง เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงสไตล์และแนวทางการวาดรูป โดยแทนที่จะเป็นรูปสัตว์เดี่ยวๆ ในหนึ่งภาพก็มีหลากหลายขึ้น แต่ยังวาดอยู่บนแผ่นไม้ใส่กรอบทาสีเหมือนเดิม ว่ากันว่าเป็นเพราะตลาดหรือผู้ซื้อต้องการเห็นภาพสัตว์ที่หลากหลายในหนึ่งภาพมากกว่ามีสัตว์เพียงตัวเดียว จนกระทั่งมาถึงรุ่นปัจจุบันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเทคนิคการวาดไปอย่างสิ้นเชิง แม้จะใช้สีน้ำมันเหมือนเดิม แต่วาดบนผืนผ้าใบที่ม้วนและนำขึ้นเครื่องบินกลับได้โดยง่าย และภาพที่วาดก็หลากหลายขึ้น มีทั้งเป็นช่องๆ คล้ายการ์ตูนช่อง หรือเป็นภาพตลาดและวิถีชีวิตของผู้คนในเมือง Dar es Salaam

เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
ภาพของศิลปิน Tingatinga ในรุ่นที่ 2 ผลิตขึ้นในราวทศวรรษ 1980 ซึ่งหลายคนก็เคยเป็นผู้ช่วยของ E.S. Tingatinga มาก่อน เช่น Amondo, Mruta, Mussa อาจสังเกตได้ถึงสไตล์และวิธีการวาดที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยซึ่งกำหนดด้วยความต้องการของตลาด จากเดิมภาพเขียนของ E.S. Tingatinga มีเพียงสัตว์ตัวเดียวๆ อยู่โดดๆ ในสมัยต่อมีมีรายละเอียดมากขึ้น แต่ยังวาดอยู่บนกระดานขนาด 60 x 60 ซม. ไม่ได้วาดบนพื้นผ้าใบแคนวาสที่พับม้วนได้เหมือนในรุ่นปัจจุบัน

ปัจจุบัน ศิลปิน Tingatinga มีจำนวนหลายร้อยคน และกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่ผลิตของที่ระลึกขายให้กับนักท่องเที่ยว มีการรวมตัวกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Dar es Salaam ให้นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมได้ และศิลปินก็ตั้งโต๊ะวาดภาพอยู่ที่นั่น นักท่องเที่ยวสามารถซื้อแผ่นไม้และให้เขียนชื่อตัวเองหรือคนอื่นเพื่อนำไปฝากเป็นที่ระลึกก็ได้

Tingatinga ภาพวาดไร้เดียงสาของหนุ่มบ้านนอก สู่สไตล์ภาพแอฟริกาตะวันออกที่ทั่วโลกอยากได้
เรื่องราว ศิลปะแบบ Tingatinga ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ กับการบุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
หลายสิบปีผ่านไป ศิลปิน Tingatinga รุ่นต่อๆ มา ได้รวมตัวกันก่อตั้งสหกรณ์ Tingatinga Arts Cooperative Society ขึ้นที่เมือง Dar es Salaam ใช้เป็นร้านและที่ทำงานของศิลปินรุ่นหลานๆ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมือง (ภาพถ่ายเมื่อ ค.ศ. 2012)

ภาพเขียนในแบบ Tingatinga จึงเป็นตัวแทนของความเป็นแอฟริกาตะวันออก โดยเฉพาะประเทศในประเทศที่พูดสวาฮิลีเช่น เคนยา แทนซาเนีย และตอนเหนือของโมซัมบิก

5

หลายคนถามว่า ทำไมผมถึงอินและบ้าซื้องานศิลปะแบบ Tingatinga มากมายขนาดนี้

แม้อาจตอบไม่ได้ในทันที แต่… 

ถ้าจะให้ตอบแบบเร็วๆ ผมรู้ว่าตัวเองชอบงานแบบ Tingatinga มาก อาจพูดได้ว่าเป็นภาพที่มองแล้วใช่เลย มองแล้วเห็นแต่ความงดงามแบบนั้นก็ได้ เพื่อนและพี่ๆ หลายคนชอบแซวว่า หรือเพราะยังมีความเป็นเด็กอยู่ เพราะภาพ Tingatinga เหมือนเด็กวาด เต็มไปด้วยความไร้เดียงสา หรือที่ฝรั่งเรียกว่าเป็น Naïve Art ที่คนวาดไม่ได้ผ่านโรงเรียนศิลปะ เป็นศิลปินคนนอกในวงนอกตัวจริง เขาไม่รู้เทคนิคการใช้สี ไม่รู้จักแสงเงา องค์ประกอบภาพ สัดส่วนหรือเปอร์สเปกทีฟ

ถ้าจะให้ตอบแบบพินิจพิเคราะห์ความตั้งใจของตัวเองให้ดีๆ แล้ว ก็อาจตอบได้ว่า คงเป็นความตั้งใจอยากจะให้คนไทยได้รู้จักแอฟริกามากกว่าที่เป็นอยู่ และภาพ Tingatinga เหล่านี้ ก็น่าจะช่วยเล่าเรื่องให้พวกเราได้รู้จักแอฟริกามากกว่านี้ได้

เรื่องราว ศิลปะแบบ Tingatinga ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ กับการบุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
ใน พ.ศ. 2556 นายกรัฐมนตรีของไทยในขณะนั้นเดินทางเยือนประเทศแทนซาเนียอย่างเป็นทางการ เราก็ต้องเทียวไปเทียวมาจากเคนยามายังเมือง Dar es Salaam อยู่หลายครั้งเพื่อเตรียมการเยือนในครั้งนี้ เมื่องานเสร็จก็เป็นข่าวใหญ่บนหน้าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ผมกับใหม่ (สุดคนึง นิเวศน์รัตน์) ทั้งในฐานะเจ้าหน้าที่สถานทูตและคนชื่นชอบศิลปะแบบ Tingatinga ก็นึกสนุกนำหนังสือพิมพ์ไปให้ Malikita ศิลปิน Tingatinga รุ่นล่าสุดอ่านและวาดรูปตาม ปรากฏได้ดังภาพ เรามอบภาพนี้ให้นำไปติดไว้ที่กองแอฟริกาที่กระทรวงการต่างประเทศ ที่ทำงานของเรา

ถ้าจะให้ตอบแบบสนุกๆ ผมอาจเหมือนคนบ้า เหมือนคนอยากเอาชนะ ผมพอรู้ว่าในตอนนั้น คนญี่ปุ่นและคนเกาหลีต่างก็เข้ามากว้านซื้อภาพ Tingatinga ในยุคแรกๆ แบบนี้ไปเป็นจำนวนมาก ผมไม่อยากให้มันตกไปอยู่ในมือของคนอื่นโดยเฉพาะว่าเมื่อมีโอกาสที่จะเป็นเจ้าของภาพที่อยู่ตรงหน้าทั้งหมดนี้แล้ว

แล้วถ้าถามว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ล่ะ ผมจะบ้าซื้อบ้าสะสมภาพแบบนี้อีกไหม สำหรับอีกคำถามนี้ ผมคงต้องขอเวลาคิดอีกนาน เพราะยังลังเลไม่น้อยกว่าอาจจะไม่กลับไปทำเยี่ยงนั้นอีกแล้ว

เพราะเรื่องบางเรื่อง เป็นเรื่องที่เราอาจบ้าดีเดือดทำได้แค่ในช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตเท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติม

The Authenticity of Today’s Tingatinga Art โดย Kiagho B. Kilonzo

ผมได้นำภาพ Tingatinga และศิลปินแอฟริกาที่สะสมไว้บางส่วนจัดแสดงที่บ้าน และยินดีเปิดให้เข้ามาชมด้วยความเต็มใจ เพราะอยากจะให้ได้รู้จักแอฟริกาตามความตั้งใจที่มีอยู่ตั้งแต่แรก หากสนใจติดต่อมาที่ Line ID : tihtra ได้ด้วยความยินดี

Writer

อาทิตย์ ประสาทกุล

ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และแฟนคลับ The Cloud

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load