ถ้าเรามีที่ดินขนาด 4 ไร่ เราจะทำอะไรกับมัน

แล้วถ้าที่ดิน 4 ไร่นั้นอยู่ติดกับทั้งรถไฟฟ้า และถนนใหญ่ใจกลางเมืองย่านสาทร เราจะทำอะไรกับมัน

เราคงทำไม่กี่อย่าง เพราะจากราคาประเมินของกรมที่ดิน พื้นที่ขนาด 1 ตารางวาในละแวกสาทรมีราคาเริ่มต้นที่ 450,000 บาท มูลค่าของที่ดินแปลงนี้ ถ้ามีการซื้อขายก็คงจะไม่ต่ำกว่าพันล้านบาท ยิ่งถ้าเอาไปสร้างตึกสูงเสียดฟ้าก็จะยิ่งเพิ่มมูลค่าให้มากขึ้นไปกว่านั้นอีกหลายเท่าตัว

แต่มีคนที่เลือกจะเก็บพื้นที่นี้พร้อมอาคารสำนักงานและโกดังเก่าที่อยู่มาแต่เดิมไว้ให้คงอยู่ต่อไป แล้วปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานทั้งในตัวอาคารและพื้นที่รอบๆ ให้เหมาะกับการเป็นอาคารสำนักงานให้เช่าในยุคสมัยนี้โดยที่ยังคงเก็บอาคารเหล่านั้นให้อยู่ในสภาพคล้ายเดิมที่สุดด้วย

BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

BHIRAJ TOWER, โกดัง, ออฟฟิศ สาทร, ออฟฟิศ รีโนเวท

BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

ตอนนี้อาคารทั้ง 3 หลังในโครงการคลุมพื้นผิวด้วยสีน้ำเงินเข้ม ตัดกับตะแกรงเหล็กฉีกสีขาวนวลที่ครอบทับทั้งตัวตึก ด้านในอาคารออกแบบให้มีหน้าต่างและช่องแสงมากมาย อาคารนี้จึงดูทันสมัยขึ้นมามากแบบที่ลืมภาพอาคารเก่าอับๆ ทึบๆ ไปได้เลย

ที่สำคัญที่สุดก็คือ พื้นที่โดยรอบโครงการร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่มากมาย (ประเมินด้วยสายตาคร่าวๆ พื้นที่โล่งๆ พวกนี้ใหญ่กว่าตัวอาคารให้เช่าเสียอีก) เมื่อมีลมพัดผมก็ได้ยินเสียงใบไม้กระทบกันพาให้นึกถึงว่าอยู่ในสวนสาธารณะมากกว่าอยู่กลางเมือง ผมขอย้ำอีกครั้งว่า พื้นที่นี้อยู่บนถนนสาทร ถนนที่อุดมไปด้วยตึกระฟ้าซึ่งดูเหมือนการสร้างตึกเตี้ยๆ บนถนนเส้นนี้เป็นเรื่องผิดกฎหมาย

ที่นี่คือโครงการ BHIRAJ TOWER at Sathon อาคารสำนักงานให้เช่าที่เพิ่งถูกปรับปรุงใหม่เอี่ยม ตั้งอยู่บริเวณถนนสาทรใต้ ติดสถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ ด้านข้างคือโรงพยาบาลโรงงานยาสูบ ฝั่งตรงข้ามคือโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย อะไรที่ทำให้เจ้าของโครงการเลือกเก็บพื้นที่กลางเมืองไว้ให้เป็นที่โล่งๆ โปร่งๆ แทนที่จะสร้างเป็นตึกสูง เราขอพาทุกท่านเดินลงจากรถไฟฟ้าเข้ามาหาคำตอบในโครงการแห่งนี้กัน

BHIRAJ TOWER, โกดัง, ออฟฟิศ สาทร, ออฟฟิศ รีโนเวท BHIRAJ TOWER, โกดัง, ออฟฟิศ สาทร, ออฟฟิศ รีโนเวท

โกดังแห่งแรกของถนนสาทร

ถ้าอยากรู้เบื้องหลังเกี่ยวกับโครงการนี้คงไม่มีใครตอบได้ดีกว่าผู้บริหารโครงการ ตอนนี้ผมจึงอยู่กับ คุณมนต์-ปิติภัทร บุรี กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทภิรัชบุรี ผู้ดูแลโครงการ BHIRAJ TOWER at Sathon และ ทีมบูรณสถาน สถาปนิกของโครงการ (ทั้งคู่เคยร่วมงานกันในโครงการ oneudomsuk ติดสถานีรถไฟฟ้าอุดมสุข)

“บ้าหรือเปล่า พื้นที่ 4 ไร่ บนถนนสาทร ทำไมเอามาทำแบบนี้” คุณมนต์เล่าให้เราฟังว่า นี่คือคำพูดที่มีคนบอกเขาบ่อยมาก

ที่นี่คืออาคารสำนักงานและโกดังให้เช่าแห่งแรกบนถนนสาทรเมื่อ 40 – 50 ปีที่แล้ว ตอนนั้นถนนสาทรยังเป็นคลองอยู่เลย ที่นี่มีผู้เช่าเช่าต่อเนื่องมาตลอดจนเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ทางกลุ่มบริษัทตัดสินใจเปลี่ยนแปลงพื้นที่แห่งนี้ให้เหมาะสมกับยุคสมัยมากขึ้น

การบูรณะอาคารเก่านั้นใช้งบประมาณสูงมาก อาคารที่ถูกบูรณะจึงมักจะเป็นอาคารเก่าที่สวยงาม สร้างอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งโกดังทรงเหลี่ยมทึบหนาไร้การตกแต่งใดๆ นี้ไม่ได้ใกล้เคียงสิ่งนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วทำไมเจ้าของถึงเลือกเก็บแทนที่จะทุบทิ้ง

มันไม่ได้สวยเท่าบ้านเก่าหรือวังเก่าจริงๆ ครับ แต่ถ้ามองด้านงานวิศวกรรม โกดังเหล่านี้ก็มีคุณค่าอยู่นะ เพราะเป็นรูปแบบอาคารที่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีคนสร้างแล้ว ทั้งหน้าจั่ว โครงไม้ที่ยึดหลังคา ยังอยู่ในสภาพที่ดีมากๆ”

BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

คิดใหม่ (ที่) ทำ(งาน)ใหม่

คุณมนต์เล่าภาพในหัวให้ฟังว่า อยากเห็นสำนักงานให้เช่าภายใต้คอนเซปต์ใหม่ที่แตกต่างไปจากที่ทาง BHIRAJ BURI เคยทำมาทั้งหมด ออกมาเป็นแบบไหน

“โครงการนี้เราคิดกันมานานแล้ว ที่นี่เป็นอาคารสำนักงานแรกของกลุ่มบริษัทภิรัชบุรี ด้วยขนาดพื้นที่ 4 ไร่ที่สาทรเนี่ยก็ทำให้เราต้องคิดเยอะขึ้นไปอีก สุดท้ายก็มาลงตัวกับการเป็นสำนักงานคอนเซปต์ใหม่ในรูปแบบ Office Campus สำนักงานให้เช่าที่เราทำมาก่อนหน้านี้ทั้งหมดเป็นตึกสูงหลายสิบชั้น มีพื้นที่หลายหมื่นถึงหลายแสนตารางเมตร ชั้นล่างเป็นล็อบบี้และร้านค้า ชั้นถัดขึ้นมาจะเป็นที่จอดรถ สักชั้น 10 ก็เริ่มเป็นสำนักงาน

“คนทำงานในสำนักงานข้างบนกับคนที่อยู่ข้างล่างไม่มีอะไรเชื่อมต่อกันได้เลย เราเลยอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ต้นแบบของอาคารสำนักงานแบบใหม่ คนที่มาทำงานจะได้เชื่อมโยงและรู้จักคนอื่นๆ ในโครงการ หรือมี Social Connection อย่างพื้นที่ส่วนกลางของโครงการที่เราตั้งใจทำให้ร่มรื่นน่านั่งเล่น รวมถึงร้านอาหารร้านกาแฟ และไม่ใช่แค่สำหรับคนในโครงการแต่รวมไปถึงคนข้างนอกด้วย เราเปิดทางเข้าโครงการไว้โล่งๆ เลย เพื่อให้ดูน่าเดินเข้ามา”

BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

ผมสนใจแนวคิด Office Campus ที่เน้นการเชื่อมโยงกันของคนในโครงการ รูปแบบของสำนักงานที่เปลี่ยนไปมีที่มาจากการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจและบริษัทในยุคต่อไปที่เน้นให้มีขนาดเล็กลงอย่าง Start Up หรือเปล่า

“ที่ผ่านมาตึกสำนักงานของเราดูซีเรียสมาก ทุกคนมาทำงานต้องใส่สูท ผูกเน็กไท ที่นี่เราเลยอยากให้รองรับคนทำงานที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งคนที่ใส่กางเกงขาสั้นมาทำงาน หรือจะใส่หมวก ย้อมสีผม ไม่ใช่แค่คนที่ใส่สูทเท่านั้น ตึกสำนักงานแบบใหญ่ๆ บางทีก็ไม่ตอบโจทย์เรื่อง Flexible Working Hours”

ผมเห็นด้วยกับเขา เพราะสำนักงานใหญ่ๆ บางแห่งมีกำหนดเวลาเปิด-ปิดแอร์อย่างชัดเจน ถ้าอยู่ทำงานเกินเวลาก็จะไม่มีแอร์ใช้

“ถ้าคุณอยากมาทำงานวันหยุด หรือเร่ิมทำงานตอนดึกก็ทำได้หมด เพราะผมอยากสร้างที่ทำงานที่ทำให้พนักงานมาแล้วมีความสุขมากขึ้น พอมีความสุขก็ทำงานดี ก็น่าจะช่วยให้ธุรกิจเติบโตด้วยเช่นกัน” คุณมนต์อธิบาย

น่าสนใจว่า Social Connection มีประโยชน์กับการทำงานยังไง เพราะบางบริษัทมองว่าพนักงานที่ไปนั่งคุยกับคนอื่น หรือทำงานที่ร้านกาแฟนั้นดูคล้ายกับอู้งานมากกว่า

“โครงการนี้ออกแบบมาให้ผู้คนได้มีจุดนัดพบเจอกันง่าย ร้านกาแฟอย่าง Roots หรือร้านอาหารอย่าง OCKEN ที่เข้ามาผสมในพื้นที่ส่วนกลางที่ใหญ่และร่มรื่นช่วยให้พื้นที่น่าสนใจขึ้น คนทำงานข้างในที่มานั่งกินกาแฟ ก็อาจจะเจอคนที่ทำงานอยู่แถวๆ นี้แวะมา ที่นี่อาจจะเป็นศูนย์กลางที่คนหลากหลายจะได้มาแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ซึ่งน่าจะช่วยเรื่องการทำงานสำหรับคนยุคนี้ได้”

BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

ผู้เช่าคือเพื่อน

คุณมนต์บอกว่า อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของโครงการกับผู้เช่าเป็นเหมือนเพื่อน ซึ่งเป็นแนวคิดที่มาพร้อมกับออฟฟิศแบบ Campus

“ในอดีตความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของที่ดินแบบดั้งเดิมกับผู้เช่ามีเส้นที่ตีแบ่งไว้ชัดเจนเลย แต่ด้วยประสบการณ์ที่เราบริหารสำนักงานมาหลายตึกแล้ว เราต้องเริ่มรื้อเส้นนี้ เราไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นคนให้เช่าออฟฟิศ แต่เป็น Solution Provider

“ถ้าธุรกิจเขาโตได้เขาก็จะนึกถึงเรา วันนี้เขาอาจจะเริ่มต้นมีพื้นที่แค่ 60 ตารางเมตร แต่ในอนาคต ธุรกิจเขาไปได้ดี เขาอาจจะมองหาพื้นที่ขนาด 400 ตารางเมตร ก็เป็นโจทย์ที่ผมต้องไปหาทางเลือกมาให้เขาต่อไป ผมเชื่อว่าความสัมพันธ์แบบเพื่อนยั่งยืนกว่านะครับ”

BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

นำความร่มรื่นกลับมาสาทร

“เราคุยกันตั้งแต่แรกแล้วว่า อะไรที่พอเก็บได้ก็ควรจะเก็บ ทั้งหน้าตาอาคาร ไปจนถึงประตูและหน้าต่างของอาคารทุกหลัง จะมีการเก็บรักษาให้หน้าตาออกมาเหมือนเดิม ซึ่งสร้างปัญหาให้เรามาก อย่างตัวโกดังในยุคนั้นก็มีการทำครีบช่วยบังแดด พอเรามาทำสำนักงานก็อยากให้ดูทันสมัยขึ้น แต่บังแดดได้ดีเหมือนเดิม เราเลยใช้ตะแกรงเหล็กมายึดปิดทับตรงครีบ” คุณมนต์เริ่มเล่าวิธีการบูรณะอาคารหลังนี้

“การเพิ่มช่องแสงหรือหน้าต่างให้มากขึ้นในอาคารเก่าเป็นสิ่งที่ทำไม่ง่ายเลย รวมถึงการเก็บต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่เอาไว้ทุกต้น ไม่มีการตัดทิ้งเลย” 

ฝั่งสถาปนิกโครงการเล่าว่า “เราเริ่มจากสำรวจอาคารก่อน ตอนแรกเราเห็นว่าเป็นตึกที่ค่อนข้างเก่า ผนังอาคารทุกหลังมีแต่กราฟฟิตี้ แต่โครงสร้างของตึกถือว่าดีมาก ทั้งเหล็กและปูนยังคงสมบูรณ์ดีอยู่ ทำให้เราทำงานง่ายขึ้น”

ขั้นตอนต่อมาคือการพูดคุยกับเจ้าของโครงการเพื่อหาความต้องการของลูกค้า BHIRAJ BURI เชี่ยวชาญเรื่องการทำสำนักงานให้เช่ามาก จนเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี บูรณสถานให้เวลาในส่วนนี้เยอะที่สุด จนสรุปออกมาเป็นแนวคิดของโครงการว่า ‘นำความร่มรื่นของสาทรกลับมา’

“ถนนสาทรเคยเป็นคลองมาก่อน มีต้นไม้มาก โครงการนี้จึงเหมือนดึงเอาความร่มรื่นในอดีตให้กลับมาอยู่ที่นี่อีกครั้งหนึ่ง ต้นไม้ของที่นี่ก็เป็นต้นเก่าแก่ของย่านสาทรอย่างต้นหางนกยูงและต้นแคนา บรรยากาศของโครงการก็พยายามทำให้เป็นภาพของสาทรในอดีตที่อยู่กันแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบ แต่มีรูปลักษณ์ของโครงการที่ทันสมัยดึงดูดคนรุ่นใหม่

คุณมนต์ชี้ให้ผมดูบล็อกปูพื้นและผิวถนนในโครงการที่ออกแบบมาให้รถยนต์ขับช้าลงเมื่อเข้ามาในโครงการ ทางเดินเชื่อมต่อกันระหว่าง 3 อาคาร ช่วยให้เดินไปมาหากันง่ายขึ้น บรรยากาศดูผ่อนคลายและชวนให้คนมาใช้ชีวิตช้าลง ซึ่งนำไปสู่ Social Connection ภายในโครงการ

BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

BHIRAJ TOWER, โกดัง, ออฟฟิศ สาทร, ออฟฟิศ รีโนเวท

คืนชีวิตแก่วัสดุเก่า

ล็อบบี้ของทั้ง 3 อาคาร หรือโถงทางเข้าไปจนถึงราวบันได ประดับด้วยไม้สักเก่าขนาดกว้างและใหญ่มาก ซึ่งแทบจะหาไม่ได้แล้วในยุคนี้

“ตอนที่เราเข้ามาดูในโกดัง ถ้าเจอวัสดุอะไรที่พอใช้ได้เราจะเก็บไว้ก่อน” ทีมบูรณสถานเริ่มเล่าที่มาของการทำวัสดุเก่าในโครงการมาชุบชีวิตใหม่ “เราเน้นวัสดุที่ลูกค้ามีอยู่แล้ว เหมือนได้มาฟรีจากตัวอาคารเก่า ถ้าไม่เอามาใช้ก็เปล่าประโยชน์ เราเจอไม้สักจำนวนมากอยู่ในโกดัง เลยเอามาใช้ตกแต่งทั้งล็อบบี้และโถงบันได โดยปรับรายละเอียดเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะกับวัสดุ แต่ถ้าเจอของที่ใช้ไม่ได้ เราก็ต้องทิ้ง ไม่ใช่ฝืนใช้”

BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

อุปสรรคในการบูรณะ

ตั้งแต่เริ่มบูรณะเมื่อ 2 ปีก่อน จนถึงตอนนี้ พวกเขาเจอปัญหาอะไรบ้าง

“ทุกอย่างครับ” คำตอบของคุณมนต์เรียกเสียงหัวเราะได้ทั้งจากบูรณสถานและตัวเขาเอง “โจทย์มันยาก เพราะโครงสร้างของมันตอบโจทย์การใช้งานเมื่อ 40-50 ปีที่แล้ว ไม่ใช่ตอนนี้ พอเราจะดัดแปลงเพื่อให้เหมาะกับปัจจุบัน ก็ดัดแปลงไม่ได้มาก ต้องหาวิธีอื่นๆ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานเป็นสำนักงานยุคปัจจุบัน โครงหลังคาด้านบนของอาคารทั้งสามหลังเป็นโครงไม้ที่สวยมาก แต่จะเปิดทิ้งไว้โดยไม่มีฝ้าก็ทำไม่ได้ ใครจะนั่งทำงานแบบไม่มีแอร์ได้ ก็เลยต้องปิดฝ้าไป”

“งานบูรณะไม่มีอะไรที่ตรงตามแบบร้อยเปอร์เซ็นต์  เราไม่มีแปลนของโกดังนี้ พอต้องดัดแปลงอาคาร ก็ต้องมาดูตัวโครงสร้างเดิมว่าทำอะไรเพิ่มได้บ้าง พอไม่มีแบบก็ต้องเอาวิศวกรเข้าไปทำการทดสอบว่าพื้นรับแรงได้เท่าไหร่ บางทีเจาะพื้นไปแล้วกลายเป็นว่า ไม่มีคานที่เป็นโครงสร้างด้านในทั้งที่มันควรจะมี บางครั้งก็ทดสอบไม่ได้ จึงต้องแก้ปัญหาหน้างาน การหยิบเอาวัสดุเก่ามาใช้ตกแต่งในโครงการ ถ้ามีตำหนินิดหน่อยก็ต้องยอมรับให้ได้” สถาปนิกโครงการเสริมถึงอุปสรรคที่เจอ

BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร  BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

อาคารสำนักงานแห่งนี้จะต่างจากสำนักงานอื่นตรงไหนบ้าง

“ผู้เช่าของที่นี่จะดูเซ็กซี่มาก” คุณมนต์ตอบพร้อมเสียงหัวเราะ “เวลาที่ต้องนัดหมายหรือประชุมกับบริษัทอื่นๆ เขาน่าจะอยากนัดที่นี่มากกว่าที่อื่นนะ เหมือนเป็นจุด Meeting Point ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของผู้ที่อยู่ที่นี่ครับ”

หลังจากคุยกับคุณมนต์ ผมยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในโครงการ ลมพัดอ่อนๆ ได้ยินเสียงใบไม้กระทบกัน ภาพของโกดังสีน้ำเงินเข้มเหล่านี้ที่ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางตึกสูงเสียดฟ้าที่อยู่รอบข้าง ผมคิดว่าไม่ใช่แค่คนมาเช่าหรอกที่เซ็กซี่ โกดังเก่าเหล่านี้ก็เซ็กซี่ไม่แพ้กัน

 BHIRAJ TOWER, โกดัง, สาทร

BHIRAJ TOWER at Sathon

ระยะเวลาการรีโนเวต | 2 ปี

ผู้พัฒนาโครงการ | กลุ่มบริษัทภิรัชบุรี

สถาปนิกโครงการ | บูรณสถาน

ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS สุรศักดิ์

โทรศัพท์ 66 2261 0261

http://www.bhirajburi.co.th/th/index.php

[email protected] 

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Re-Place

เบื้องหลังการรีโนเวตอาคารเก่า

“แต่ก่อนนะ ได้ยินเสียงโยนกระดาษ ตึ้ง ๆๆ ทั้งคืน บ้านหลังนี้แข็งแรงอยู่แล้ว หนูไม่ต้องเป็นห่วง” เสียงยืนยันจากคุณป้าข้างบ้าน ทำให้ทั้งสองสบายใจขึ้นมา

จากโรงพิมพ์ โรงงานเย็บผ้า สู่บ้านคู่รักไทย-ฝรั่งเศส ที่มีเสาคานเก่าเป็นที่ระลึก

เราก้าวเท้าเข้าไปในบ้านบรรยากาศน่ารัก มีสเต็ปเล็ก ๆ ค่อย ๆ ขึ้นไปที่สเปซต่าง ๆ เจ้าของบ้านคนแรกง่วนทำอะไรของตัวเองอยู่ในห้องทำงานด้านขวา ส่วนเจ้าของบ้านคนที่สองเลี้ยวซ้ายขึ้นไปนั่งรอเราที่ส่วนทานอาหาร

ปุย-สิรินภา รัตนโกศล ชาวไทย และ เซ็บ-เซบาสเตียน ดูส ชาวฝรั่งเศส เป็นคู่รักที่กำลังวางแผนลงหลักปักฐาน อยากมีบ้านเป็นของตัวเองแต่หาที่เหมาะ ๆ ไม่ได้ กระทั่งได้มาเจอกับโรงงานอายุ 50 กว่าปีที่ร้างนาน 25 ปีแห่งนี้

“ดูนี่สิ” ที่โต๊ะอาหารบนชั้นลอยกลางบ้านที่มีลมธรรมชาติปะทะจากรอบด้าน ปุยยื่นรูปภาพในกูเกิลให้เราดูกลั้วหัวเราะ “บังเอิญว่าวันที่ทำบ้านวันแรก รถกูเกิลผ่านพอดี นี่คือเราทั้งสองคนยืนไหว้เจ้าที่อยู่ ทุกวันนี้ในโลเคชันเป็นยังเป็นตึกโรงงานสีเหลือง คนจะมาก็หาไม่เจอ”

จากโรงพิมพ์ สู่โรงงานเย็บผ้า สู่อาคารร้าง วิทย์-พลวิทย์ รัตนธเนศวิไล สถาปนิก และ พลอย-หฤษฎี ลีละยุวพันธ์ มัณฑนากร จาก PHTAA ช่วยสองเจ้าของบ้านเสกให้ที่นี่กลายเป็นบ้านโปร่ง ๆ สมใจผู้อยู่ แต่ยังทิ้งสัจจะโครงสร้าง-วัสดุของโรงงานเดิมได้อย่างไร คอลัมน์ Re-Place คราวนี้ เราไปหาคำตอบกัน

จากโรงพิมพ์ โรงงานเย็บผ้า สู่บ้านคู่รักไทย-ฝรั่งเศส ที่มีเสาคานเก่าเป็นที่ระลึก
จากโรงพิมพ์ โรงงานเย็บผ้า สู่บ้านคู่รักไทย-ฝรั่งเศส ที่มีเสาคานเก่าเป็นที่ระลึก

แม้ไม่เคยคิดมาก่อน…

ปุยเป็นทนายความ ส่วนเซ็บเป็น Business Process Engineer ทำงานเกี่ยวกับส่วน IT ของบริษัท แต่ตอนนี้เป็นช่วงย้ายบ้าน นี่จึงเป็นช่วงที่เขาไม่ได้ทำงาน

คู่รักกำลังวางแผนสร้างครอบครัว แต่งงาน และมีลูก จากเดิมที่อยู่คอนโดย่านถนนจันทน์ จึงต้องการขยับขยายไปสู่ที่ที่กว้างขึ้นด้วยการไปดูคอนโดในละแวกเดิมที่ใหญ่ขึ้น รวมถึงมองหาหมู่บ้านต่าง ๆ ที่พอจะเป็นไปได้ แต่แล้วหาก็ไม่ค่อยได้ หากจะไปอยู่หมู่บ้านที่ไกลกว่านี้ก็ดูจะไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เท่าไหร่นัก

“นอกกรุงเทพฯ เราก็ไม่อยากได้ เราใช้เวลา 90 เปอร์เซ็นต์อยู่ที่นี่” เซ็บพูดภาษาอังกฤษ

จากโรงพิมพ์ โรงงานเย็บผ้า สู่บ้านคู่รักไทย-ฝรั่งเศส ที่มีเสาคานเก่าเป็นที่ระลึก

จนกระทั่งวันหนึ่ง พวกเขาได้ SMS มาจากเว็บไซต์อสังหาฯ ที่เคยให้คอนแทกไว้ ว่ามีที่ดินพร้อมอาคารน่าสนใจ อยู่ไม่ไกลจากคอนโดที่อยู่เดิม เขาจึงได้ย่องเข้ามาดูสถานที่จริงกันสองคน

“สิ่งที่เห็นก็คือมันน่ากลัว เพื่อนบ้านบอกว่ามันเป็นบ้านร้างมามากกว่า 25 ปี” ปุยเล่าด้วยอารมณ์สนุก “ที่นี่เป็นอาคารพาณิชย์ 3 หลังติดกัน ตอนแรกถูกใช้เป็นโรงพิมพ์ก่อน แล้วก็เปลี่ยนเป็นโรงงานเย็บผ้า จากนั้นก็หยุดไป”

เรียกได้ว่าเป็นโรงงานโดยพื้นฐานนั่นแหละ

จากโรงพิมพ์ โรงงานเย็บผ้า สู่บ้านคู่รักไทย-ฝรั่งเศส ที่มีเสาคานเก่าเป็นที่ระลึก

แรกเริ่มพวกเขายังไม่มีไอเดียว่าอยากหาอาคารมาปรับปรุง คิดเพียงแต่จะสร้างบ้านขึ้นมาใหม่ ไม่อย่างนั้นก็เป็นอยู่เป็นคอนโดมิเนียมดังเดิม แต่เมื่อมาที่นี่ก็เปลี่ยนความคิด

“เรารู้สึกเลยว่าบ้านหลังนี้เป็นของเรา เหมือนบ้านถามเราว่าเอาไหม” ปุยหัวเราะลั่น บางสิ่งบางอย่างก็อยู่นอกเหนือการวางแผน และการนอกแผนนั้นก็อาจนำมาซึ่งอะไรดี ๆ ในชีวิต

ด้วยความที่ปุยเป็นเพื่อนกับพลอย จึงลองถามความเห็นจากเพื่อนนักออกแบบดูว่า ฝันที่จะพลิกโฉมที่นี่เป็นบ้านของเธอกับเซ็บนั้นจะเป็นไปได้มากแค่ไหน

“ตอนแรกที่ปุยพามา เราก็เชียร์เลยว่าให้ซื้อตึกนี้ เราคิดว่าถ้าการใช้งานเป็นบ้านก็เหมาะสม เพราะอยู่ท้ายซอยแล้วก็มีความเป็นส่วนตัวระดับหนึ่ง แต่ถ้าลูกค้าพามาดูตึกนี้ แล้วจะทำเป็นอาคารพาณิชย์คงไม่เหมาะ มันค่อนข้างเข้าถึงยาก ซอยเล็ก” พลอยกล่าว เมื่อเพื่อนเชียร์ เจ้าของโปรเจกต์อย่างปุยก็ไม่เบรกอีกต่อไป “แล้วพอตึกเป็นโรงงานมาก่อน สเปซก็ค่อนข้างจะสูง พอเอามาทำบ้านพื้นที่มันก็เลยเหลือเยอะแยะ เราทำอะไรได้ค่อนข้างเยอะ”

จากโรงพิมพ์ โรงงานเย็บผ้า สู่บ้านคู่รักไทย-ฝรั่งเศส ที่มีเสาคานเก่าเป็นที่ระลึก

“เราขึ้นไปบนดาดฟ้าแล้วมองไปรอบ ๆ วิวเป็นพาโนรามา ลมก็โฟลว์ดี จุดนั้นเราคิดเลยว่าถ้าทำก็จะเก็บโครงสร้างทั้งหมดไว้ เพราะมันดีพออยู่แล้ว แค่กำแพงของการใช้งานเดิมมันทึบมาก ลมก็เลยไม่ผ่าน ส่วนระยะห่างระหว่างเพื่อนบ้านที่นี่ก็ไม่ติดจนเกินไป มีความเป็นส่วนตัวดี” วิทย์ ผู้เป็นพาร์ตเนอร์กับพลอยพูดขึ้นมาบ้าง

คุณสองคนได้คิดถึงภาพบ้านที่ต้องการไว้ในหัวมั้ย – เราถามคู่รัก

“ไม่เชิงนะ แต่เรารู้จักบุคลิกของตัวเอง ผมเป็นคนที่ค่อนข้างคอนเซอร์เวทีฟหน่อย ส่วนปุยเขามีสีสันกว่า ผมเลยคิดว่าบ้านจะต้องเป็นส่วนผสมของเรา ประนีประนอมซึ่งกันและกัน แต่ไม่ได้มีภาพว่ามันจะต้องหน้าตาแบบนั้นแบบนี้” เซ็บตอบ

“เอาจริง ๆ มันไม่ได้มีบ้านที่คิดไว้หรอก แต่เราชอบดูหนังสือบ้าน ตั้งแต่เริ่มดูบ้าน มีบ้าน 10 หลัง อยากอยู่ทั้ง 10 หลังเลย แต่เราไม่รู้ว่าบ้านไหนคือบ้านของเรา” ปุยเสริม “แต่พอมาเจอตรงนี้ เราคิดว่าเราเห็นตัวเองมากกว่า ว่าพื้นที่นี้ ฉันทำอะไรได้บ้าง แล้วก็คิดว่าจริง ๆ เราชอบการใช้งานคล้าย ๆ คอนโดเดิมของเรา แต่ให้มันใหญ่ขึ้น แล้วก็มีพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น”

แล้วการเดินทางครั้งใหม่ในชีวิตของทั้งสองก็เริ่มขึ้นอย่างน่าตื่นเต้น แม้จะพวกเขาจะต้องผ่านการเถียงกับสถาปนิกสิบตลบ เถียงกันเองอีกสิบตลบ แล้วกลับบ้านไปอาเจียนด้วยความเครียด ก็ยังน่าตื่นเต้นอยู่ดี (ใช่ไหมนะ)

จากโรงพิมพ์ โรงงานเย็บผ้า สู่บ้านคู่รักไทย-ฝรั่งเศส ที่มีเสาคานเก่าเป็นที่ระลึก

 ทำยังไงกับโรงงานดีนะ

จากที่เคยได้ยินคนรอบตัวที่อยู่บ้านจัดสรรบ่นว่า อยู่ไม่กี่ปีบ้านก็เริ่มทรุด ตอนแรกปุยกับเซ็บจึงมีความกังวลเรื่องการรับน้ำหนักของอาคาร 50 กว่าปีหลังนี้ แต่คุณป้าข้างบ้านที่อยู่มานานก็พูดให้เบาใจว่า ที่นี่เคยเป็นถึงโรงพิมพ์ที่คนโยนกระดาษกันทุกวี่วัน ไม่มีทางที่จะไม่แข็งแรง รวมถึงหลายคนก็บอกมาว่าในสมัยก่อนที่ยังไม่มีเครื่องคำนวณ วิศวกรจะใส่เหล็กมาให้เหลือเฟืออยู่แล้ว ซึ่งก็เป็นดังคาด หลังจากที่เช็กรอบบ้าน โรงงาน 50 กว่าปีแห่งนี้ก็ไม่มีทรุดเลยจริง ๆ

สำหรับการรีโนเวต สิ่งที่สองนักออกแบบทำเป็นอย่างแรก ก็คือเก็บเสาและคานเดิมไว้

“ระบบของ Grid เสาและคานเก่า มันคือการสร้างที่โคตรจะเรียบง่ายในเชิงโครงสร้าง” พลอยบอกว่าที่นี่เป็นโรงงานที่ตัวตึกถูกสร้างให้แข็งแรงมากที่สุด ในงบประมาณถูกที่สุด

หากก่อผนังตาม Grid เสาและคานเดิม ผลลัพธ์ออกมาก็คงบล็อกลมเช่นเคย ทั้งยังดูเป็นโรงงานที่ ไม่ตอบโจทย์ฟังก์ชันของบ้านด้วย พวกเขาจึงตัดสินใจว่าจะวางผังแบบเลื่อนผนังให้หนีจาก Grid เสา เกิดเป็นพื้นที่และทางเดินใหม่ ๆ ที่เหมาะกับเจ้าของบ้าน

ด้วยความที่เป็นคนซีกโลกตะวันตก เซ็บอยากอยู่แบบไม่มีแอร์ ดังนั้น บ้านนี้จึงออกมากึ่ง ๆ ให้สมกับเป็นบ้านคู่รักต่างสัญชาติ คือเป็น Semi-outdoor มีโซนติดแอร์ และมีโซน Open-air โอบล้อมเป็นตัว L

จากโรงพิมพ์ โรงงานเย็บผ้า สู่บ้านคู่รักไทย-ฝรั่งเศส ที่มีเสาคานเก่าเป็นที่ระลึก
จากโรงพิมพ์ โรงงานเย็บผ้า สู่บ้านคู่รักไทย-ฝรั่งเศส ที่มีเสาคานเก่าเป็นที่ระลึก

ห้องทานข้าวฝ้า Double Height ที่เรานั่งคุยกันอยู่นี่ก็เรียกว่าเป็นโซน Open-air มี Ventilation ดี มีหน้าต่างล้อมรอบ หากฝนตกเมื่อไหร่ จึงค่อยปิดหน้าต่าง ปิดม่าน แล้วเปิดแอร์

“จริง ๆ แล้วทำให้ตึกแถวอากาศถ่ายเทยากมาก เพราะว่าส่วนใหญ่อาคารจะอยู่ติดกัน แต่ข้อดีของตึกแถวหลังนี้คือ ข้างหลังมีบริเวณโล่ง ลมก็เลยเข้าออกได้” วิทย์กล่าว

จากโรงพิมพ์ โรงงานเย็บผ้า สู่บ้านคู่รักไทย-ฝรั่งเศส ที่มีเสาคานเก่าเป็นที่ระลึก

ในการเก็บเสาและคานเดิมไว้ นักออกแบบยังเน้นให้คนมองเห็นได้ชัดดัวย

“หน้าต่างที่เอียงอยู่ เอียงเพื่อหลบคานเดิม” วิทย์อธิบายพร้อมชี้ออกไปที่หน้าต่าง “ถ้าดูหน้าบ้านดี ๆ จะมีคานกับเสาโผล่ไปข้างนอก อันนั้นไม่ใช่การตกแต่งนะ เหมือนเราเล่าเรื่องบ้านโดยที่ไม่ต้องพูด โดยผ่านสัจจะของโครงสร้าง

“โครงสร้างบอกว่า เนี่ย ฉันเป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว และฉันจะเป็นอย่างนี้ต่อไป ต่อให้วันนี้มันเปลี่ยนไปเป็นการใช้งานอีกอย่างหนึ่ง แล้วโครงสร้างนี้ยังถูกเก็บไว้อยู่ มันก็ยังอยู่ได้นะ เป็นเหมือนหลักฐานบางอย่าง”

จากโรงพิมพ์ โรงงานเย็บผ้า สู่บ้านคู่รักไทย-ฝรั่งเศส ที่มีเสาคานเก่าเป็นที่ระลึก

คานที่อยู่ในบ้าน จะเห็นได้ว่านักออกแบบปล่อยทิ้งไว้แบบไม่ฉาบผิวใหม่ ดูเก่าอย่างไรก็อย่างนั้น วิทย์เรียกว่าเป็น ‘สัจจะวัสดุ’ ซึ่งเป็นเรื่องของความงามในรูปแบบหนึ่ง ตอนแรกเจ้าของบ้านอย่างปุยก็ลังเลที่จะทำแบบนี้เหมือนกัน

“เข้าใจสิ่งที่เขาจะสื่อนะ แต่เรากลัวว่ามันจะมองดูเหมือนบ้านไม่เสร็จรึเปล่า” ปุยพูดยิ้ม ๆ

“เราคิดในใจว่า ถ้าแม่มาเห็นบ้าน แม่ด่าแน่เลย… แต่สรุปแม่มาเห็น แม่ชอบว่ะ” ทุกคนฮาครืนกับจังหวะตลกของเธอ “แม่บอกว่า รู้ว่าเขาตั้งใจ บ้านเสร็จขนาดนี้แล้วทิ้งอันนี้ไว้ ตั้งใจอยู่แล้ว”

“เหมือนกินสเต๊กน่ะ กึ่งสุกกึ่งดิบ Medium Rare” วิทย์ปิดท้าย “เจ้าของบ้านเขาเปิดใจกันนะ ถ้าเขาไม่เปิดใจ ไม่ได้ขนาดนี้หรอก” 

โปรเจกต์ท้าทายในการเปลี่ยนโรงงานเก่าเป็นบ้านโปร่ง ๆ อยู่สบายของคู่รักสมัยใหม่อย่างปุยและเซ็บ

Make yourselves at home

คอนเซ็ปต์หลักของบ้านที่สำคัญคือ Circulation (ทางสัญจร) ที่เชื่อมถึงกัน ตั้งแต่ทางเข้าบ้านไปยังบันได แล้วส่งไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของบ้าน ซึ่งเมื่อบ้านโปร่ง ก็ยิ่งทำให้เห็นชัดเจนว่าทางเชื่อมถึงกัน นี่เป็นความตั้งใจอย่างยิ่งของสถาปนิก

บันไดที่เห็นไม่ใช่ตำแหน่งเดิม วิทย์บอกว่าเขาไม่อยากให้บันไดเก่าที่กว้าง 80 เซนติเมตรของโรงงานมาบังคับสิ่งที่จะเข้าไปอยู่ใหม่

“คือถ้ารีโนเวตโรงงานเย็บผ้าเป็นร้านกาแฟแสนเก๋ ก็อาจจะคงไว้ได้ เพราะอาจจะไม่อยากใช้งบประมาณเยอะ ทำนิดหน่อยก็สวยแล้ว ถ้าเป็นบ้าน มันซับซ้อนกว่านั้น ก็เลยเอาบันไดเดิมออกดีกว่า” ส่วนชั้น 1 ที่เดิมเป็นชั้นฝ้าสูง ก็ถูกซอยออกเป็นหลาย ๆ ชั้นลอย แบ่งกันไปแต่ละโซนการใช้งาน

จริง ๆ แล้วพื้นที่การใช้งานของบ้านก็คงน้อยกว่าโรงงานเยอะเลยใช่ไหม

“ใช่ พอเราเอาความต้องการทั้งหมดของเจ้าของบ้านมาตีเป็นตารางเมตร มันน้อยกว่าที่ตัวอาคารเดิมมี ก็เลยทุบพื้นได้ ตรงโจทย์ที่เราอยากให้บ้านโปร่ง

“มันค่อนข้างต่างจากโปรเจกต์ทั่วไปที่เคยทำ ถ้าเป็นบ้านในเมือง คอนโด หรืออาคารพาณิชย์ทั่วไป มีแต่คนอยากใช้ประโยชน์จากพื้นที่สูงสุด (Maximize Space) เพราะที่ดินสำหรับปลูกบ้านค่อนข้างแพง แต่อันนี้เหมือนโจทย์มันกลับกัน เป็น Minimize Space”

โปรเจกต์ท้าทายในการเปลี่ยนโรงงานเก่าเป็นบ้านโปร่ง ๆ อยู่สบายของคู่รักสมัยใหม่อย่างปุยและเซ็บ
โปรเจกต์ท้าทายในการเปลี่ยนโรงงานเก่าเป็นบ้านโปร่ง ๆ อยู่สบายของคู่รักสมัยใหม่อย่างปุยและเซ็บ

อีกอย่างที่เราสนใจก็คือความเป็น ‘Compact Living’ ของที่นี่ อย่างที่เราเล่าไปแต่แรกว่า เจ้าของบ้านทั้งสองคุ้นชินกับการอยู่คอนโดมิเนียม เมื่อมีบ้านเป็นของตัวเอง สถาปนิกจึงตีโจทย์นั้นเป็นพื้นที่ของบ้าน ให้ทุกอย่างอยู่ในพื้นที่เดียวกันหรือเดินหากันง่าย อย่างที่เห็นในพื้นที่ชั้นบนสุดของบ้าน ซึ่งวางแปลนให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเจ้าของบ้าน

นอกจากห้องทานข้าวที่เรานั่งคุยกันอยู่แล้ว ก็มีห้องนอนใหญ่ ห้องนอนลูกในอนาคต ห้องนอนแขก ห้องทำงานของปุยกับเซ็บแยกกันตามที่อยากได้ตอนแรก ห้องสมุด แล้วก็ห้องพิเศษที่เรียกว่า Sunday Room

เจ้า Sunday Room ก็คือคอนโดย่อม ๆ ในนั้นประกอบไปด้วยโซฟา โทรทัศน์ และเคาน์เตอร์ ครัวเล็ก ๆ สำหรับเตรียมอาหาร สำหรับวันอาทิตย์อันแสนขี้เกียจ ทั้งคู่อยู่ในห้องนี้ได้ทั้งวันโดยไม่ต้องลุกไปไหนเลย เราฟังแล้วก็แอบอิจฉาในใจ ถ้ามี Sunday Room เป็นของตัวเองบ้าง จะเข้าไปอยู่จนเป็น Everyday Room เลย

โปรเจกต์ท้าทายในการเปลี่ยนโรงงานเก่าเป็นบ้านโปร่ง ๆ อยู่สบายของคู่รักสมัยใหม่อย่างปุยและเซ็บ

วิทย์บอกว่าสิ่งที่ยากในการปรับปรุงอาคาร คือการทำให้ความไม่เรียบร้อยดูเรียบร้อยขึ้นมา หากปรับปรุงอาคารเป็นบาร์ ก็ยังใช้การออกแบบไฟช่วยได้ แต่หากเป็นบ้านแล้วก็จะสว่าง เห็นชัดเจนทุกอย่าง

“เราต้องเก็บให้ถูก เอาออกให้ถูกด้วยนะ” พลอยเสริมถึงความยาก “เรารู้อยู่แล้วว่าห้องแถว สิ่งที่ไม่ดีคือการไหลเวียนและถ่ายเทของอากาศ ซึ่งสิ่งที่เราจะเก็บก็คือไม่ใช่สิ่งนั้น เราจะทำยังไงให้สิ่งที่ดียังอยู่ แต่ว่าสิ่งที่ไม่ควรจะมีหายไป

“การรีโนเวตต้องทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น”

จากโรงงานยุคเก่ากว่าครึ่งศตวรรษที่แล้ว ปัจจุบันกลายเป็นบ้านของคู่รักที่อยู่กันด้วยแนวคิดใหม่ นับว่าที่แห่งนี้เปลี่ยนแปลงมาไกลจากจุดเดิมมาก บ้านท้ายซอยถนนจันทน์หลังนี้ดูผิดหูผิดตาไปเยอะ

ไม่ใช่แค่ปุยและเซ็บ คุณป้าข้างบ้านก็คงสดชื่นกับบรรยากาศนี้เหมือนกัน

จากโรงพิมพ์ โรงงานเย็บผ้า สู่บ้านคู่รักไทย-ฝรั่งเศส ที่มีเสาคานเก่าเป็นที่ระลึก

Writer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพที่มีร้านล้างฟิล์มเป็นของตัวเอง แต่นานๆจะถ่ายฟิล์มที เพราะช่วงนี้ฟิล์มมันแพง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load