มีเพื่อนเคยถามว่า “ป่าห้วยขาแข้งใหญ่แค่ไหน”

ผมตอบว่า “คิดว่ากรุงเทพมหานครมีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่ไหม”

เพื่อนพยักหน้า

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง มีพื้นที่มากกว่า 1,800,000 ไร่ ใหญ่กว่ากรุงเทพมหานครเกือบ 2 เท่า

มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไม่น้อยกว่า 159 ชนิด นกไม่น้อยกว่า 428 ชนิด โดยเฉพาะป่าแห่งนี้ เป็นพื้นที่บริเวณเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีสัตว์ในวงศ์วัว อาศัยอยู่ถึง 3 ชนิด คือ วัวแดง กระทิง และควายป่า

วัวแดง สัตว์ที่มีรูปร่างสูงใหญ่กว่าวัวบ้าน ลำตัวสีน้ำตาลสวยงามมาก บนผืนโลกนี้มีเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในเมืองไทย สถานภาพปัจจุบันของวัวแดง เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ไอยูซีเอ็น (IUCN) จัดให้อยู่ในประเภทใกล้สูญพันธุ์ (EN) เคยอาศัยอยู่ตามป่าทั่วประเทศ แต่ปัจจุบันลดจำนวนลงมากจากป่าถูกทำลายและการไล่ล่าของมนุษย์

ไปดูวัวแดง ในช่วงเวลาที่ผืนป่าห้วยขาแข้งมีจำนวนสัตว์ป่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไปดูวัวแดง ในช่วงเวลาที่ผืนป่าห้วยขาแข้งมีจำนวนสัตว์ป่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แต่ที่ป่าห้วยขาแข้ง กลายเป็นพื้นที่วัวแดงอาศัยมากที่สุด คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 300 ตัว กระจายอยู่ในป่า

ต้นเดือนพฤษภาคที่ผ่านมา ผมกลับไปป่าห้วยขาแข้งอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับสายฝนที่โปรยกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา

ช่วงหัวค่ำคืนนั้นในป่า แมลงเม่าที่ได้ฝนแรกพากันบินขึ้นมาจากพื้นดินเป็นล้าน ๆ ตัว เคลื่อนตัวไปที่ใด แมลงเม่าบินว่อนเต็มไปหมด ไม่ต้องเปิดไฟฉาย ใช้ความสว่างล่อแมลงเม่า สัตว์ปีกตัวน้อยก็บินตามมาเกาะตัวเรา ต้องรอเวลาสักพักให้พวกมันสลัดปีก หล่นลงกับพื้นดินเหมือนเดิมก่อน

สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ ข่มตานอนให้หลับเร็วที่สุดในความมืดมิด ขณะที่อากาศเย็นเริ่มปกคลุมในป่า

หลายปีที่ผ่านมา มีข่าวว่าปริมาณสัตว์ป่าหลายชนิดในป่าห้วยขาแข้ง เพิ่มปริมาณมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตในมรดกโลกแห่งนี้ เป็นตัวชี้วัดถึงการทำงานหนัก ความตั้งใจของเจ้าหน้าที่และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่ายตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา

ผู้เขียนเดินทางเข้าโป่งแต่เช้า เพื่อรอพิสูจน์ปรากฏการณ์จริง ๆ ระหว่างเดินคนเดียว เจ้าหน้าที่บอกให้ระวังช้างป่าแถวนั้นให้ดี อาจมาทักทายโดยไม่รู้ตัว ตามทางจึงเห็นมูลช้างสด ๆ แสดงว่าช้างเพิ่งเดินจากไปไม่นาน

โป่งเป็นแหล่งเกลือโซเดียมและแคลเซียมที่จำเป็นแก่สัตว์ป่าทุกชนิด โดยเฉพาะสัตว์กินพืช

เรามาซุ่มโป่งแห่งหนึ่ง ในอดีตโป่งคือสวรรค์สำหรับนายพรานที่จะมาดักยิงสัตว์ แต่ในปัจจุบัน โป่งคือสถานที่ดีที่สุดสำหรับการมาซุ่มดูพฤติกรรมของสัตว์ หากโชคดีอาจจะเห็นละครชีวิตของสัตว์นานาชนิด กวางหรือวัวแดงมากินโป่ง เสือมาซุ่มกินกวาง ต่อมาอีแร้งมากินซากสัตว์ที่โป่ง

ไปดูวัวแดง ในช่วงเวลาที่ผืนป่าห้วยขาแข้งมีจำนวนสัตว์ป่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โป่งแห่งนี้ มีทุ่งหญ้าขนาดใหญ่อยู่ตรงหน้า มีลำธารเล็ก ๆ ไหลผ่าน ด้านหลังเป็นป่าผืนใหญ่ พอเหลือบไปทางซ้าย วัวแดง 4 – 5 ตัวกำลังเล็มหญ้าอย่างสบายใจ ลูกวัวแดงนอนเล่นริมน้ำ

ยิ่งเงียบ เสียงลำธารน้ำไหลดังชัดเจน แม้จะอยู่ห่างไป ผู้เขียนเข้าป่าเห็นวัวแดงมาหลายรอบ แต่ครั้งนี้น่าจะใกล้ที่สุด ห่างกันไม่กี่สิบเมตร วัวแดงเป็นวัวป่าชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bos javanicus รูปร่างคล้ายวัวบ้าน สูงประมาณ 155 – 165 เซนติเมตร และมีน้ำหนักราว 600 – 800 กิโลกรัม

เรามองผ่านเลนส์กล้อง เห็นวงก้นขาวชัดเจน เช่นเดียวกับขาทั้ง 4 ข้างมีสีขาวตั้งแต่หัวเข่าจนถึงกีบเท้า ราวกับใส่ถุงเท้าสีขาวชัดเจน ก่อนที่วัวแดงทั้งหมดจะค่อย ๆ เดินหายลับเข้าไปในชายป่าด้านหลัง เมื่อแดดเริ่มร้อนขึ้น

พวกเขาคงมานอนแถวนี้ตั้งแต่ช่วงสาย ๆ แบบแผนการนอนพักผ่อนของวัวแดงไม่ธรรมดา บางตัวเดินหากิน บางตัวนอนพัก สลับกันระวังภัย ตัวที่ออกหากินก็กระจายออกไปรอบ ๆ ถ้าลมพัดมาจากทิศใด วัวตัวนั้นก็จะสัมผัสได้ หากมีกลิ่นแปลกปลอม ก็จะร้องเตือนภัยกัน แม้กระทั่งเวลานอนพัก หูจะสะบัดไปมาเพื่อไล่แมลงและคอยฟังเสียง ดังนั้นโอกาสตามวัวแดงไม่ง่ายเลย

ต้นยางใหญ่ตรงหน้า นกแซงแซวหางบ่วงสีดำ บินมาหาเหยื่อ ก่อนจะไปป้อนลูกน้อยบนรังนกที่อยู่เหนือกิ่งใหญ่ขึ้นไป แต่สักพักมีเสียงนกร้อง เมื่อเหยี่ยวขาวบินลงมาเกาะกิ่งไม้ใกล้ ๆ และเมื่อเหยี่ยวบินโฉบมาใกล้รังนกแซงแซวที่หมายจะคาบลูกน้อยไปกิน พ่อแม่นกแซงแซวก็บินออกมาปะทะไล่ศัตรูออกไปทันที

ไปดูวัวแดง ในช่วงเวลาที่ผืนป่าห้วยขาแข้งมีจำนวนสัตว์ป่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไปดูวัวแดง ในช่วงเวลาที่ผืนป่าห้วยขาแข้งมีจำนวนสัตว์ป่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ครึ่งวันผ่านไป ความเงียบปกคลุม เราได้ยินเสียงมากมายของธรรมชาติ เสียงนกหลายชนิด ใบไม้สีกันตามแรงลม เสียงกิ่งไม้หัก เสียงสัตว์ไกล ๆ เสียงแมลงนานาชนิดที่บินมาตอมเหงื่อของเรา และเสียงวิ่งไล่ของสัตว์ตัวหนึ่งตรงลำธาร พอมันวิ่งตัดหน้าเราไป จึงรู้ว่าคือนากเล็บสั้น

ช่วงบ่ายแดดร้อน ๆ ไม่ปรากฏสัตว์ลงกินน้ำเลย ส่วนใหญ่คงนอนพักผ่อนตามร่มไม้ จนกระทั่งแดดคล้อยลงเรื่อย ๆ นกยูงไทย 5 – 6 ตัวค่อย ๆ เดินย่องออกมาจากชายป่า เดินหากินไปเรื่อย ๆ ทางซ้ายมือของเรา

แต่แล้วมีเสียงดังกึกก้องมาด้านขวาไกล ๆ พอหันไปมอง ฝูงวัวแดงฝูงใหญ่นับได้ 36 ตัวโผล่ออกมาเล่นน้ำ เป็นวัวแดงฝูงใหญ่ที่สุดที่เห็นมาในชีวิตเลย มีทั้งพ่อแม่ ลูกเล็ก แต่ที่โดดเด่นคือวัวแดงตัวผู้ขนาดใหญ่ สีน้ำตาลแดงเข้มจนเกือบเป็นสีดำ เป็นวัวแดงโตเต็มที่ ขนาดใหญ่เกือบเท่ากระทิง ยืนคุมเชิงฝูงวัวแดงอยู่ห่าง ๆ ท่วงท่าสง่างาม ชาวบ้านเรียกวัวแดงนี้ว่า ‘วัวบา’

สักพักวัวแดงก็เงยหน้าและจ้องมาทางเรา แต่โชคดีลมยังไม่เปลี่ยนทิศ มันจึงก้มลงกินหญ้าอ่อนที่เพิ่งแตกใบอ่อนในทุ่งหญ้า เราเห็นเขาวัวแดงสง่างาม เขาสีดำปลายแหลมตีวงกางโค้งเป็นวงกว้าง บางตัวหันหลังให้ เราจึงเห็น ‘ก้นขาว’ ลักษณะเด่นของวัวแดง คือบริเวณก้นมีขนสีขาวเกือบครึ่งสะโพก เป็นรูปคล้ายใบโพ

วัวแดงเป็นสัตว์สังคมอยู่รวมกันเป็นฝูง มีสมาชิกประมาณ 15 – 1 6 ตัว ตามปกติจะมีตัวผู้ตัวเดียว นอกนั้นเป็นตัวเมียและลูกวัวตัวน้อย ตัวเมียแก่สุดเป็นตัวนำฝูง คอยนำโยกย้ายถิ่นหรือหลบหนีศัตรู ส่วนตัวผู้ตัวโตหรือวัวบาเป็นจ่าฝูง คอยเดินตามฝูงห่าง ๆ หรือเดินตามหลัง เพราะจ่าฝูงจะระวังภัยอยู่ด้านหลัง และคอยไล่ตัวผู้ตัวอื่น ไม่ให้แอบเข้ามาผสมพันธุ์ตัวเมียในฝูง แต่ฝูงนี้มีมากจริง ๆ เกือบ 40 ตัว

วัวแดงคือ 1 ใน 7 สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่เป็นสัญลักษณ์ของห้วยขาแข้ง ซึ่งถูกขนานนามว่า Big 7 อันได้แก่ เสือโคร่ง เสือดาว/เสือดำ วัวแดง สมเสร็จ ควายป่า กระทิง และช้างป่า

เข้าป่าห้วยขาแข้งหน้าฝน ซุ่มโป่งรอดูวัวแดง หนึ่งใน Big 7 แบบริงไซด์ห่างไปไม่กี่สิบเมตร

วัวแดงตัวผู้มีน้ำหนัก 800 – 900 กิโลกรัม ตัวเมียมีน้ำหนัก 400 – 600 กิโลกรัม จึงกินใบไม้ใบหญ้าเยอะมาก แต่ละวันกินมากถึง 10 – 20 กิโลกรัม และการที่วัวแดงกินพืชมาก ๆ ก็เป็นประโยชน์ต่อระบบนิเวศ คือช่วยถางหญ้าและพืชชั้นล่างไม่ให้ทึบเกินไป เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้หลายชนิดในป่า

มีเสียงดัง “ฟืด ๆ” ลมเปลี่ยนทิศ วัวแดงสูดกลิ่นในอากาศ มันมีสัญชาตญาณระวังภัยสูงมาก แต่เมื่อไม่มีอะไรผิดสังเกต จึงก้มหน้ากินหญ้า เล่นน้ำต่อไป

สักพักเราเห็นหมูป่าพาลูกสิบกว่าตัว วิ่งข้ามน้ำมากินอาหารใกล้กับฝูงวัวแดง และกวาง 3 ตัวก็ค่อย ๆ เดินมากินหญ้าในพื้นที่เดียวกัน ดูเหมือนสัตว์เหล่านี้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ยกเว้นเมื่อมันได้กลิ่นผู้ล่า โดยเฉพาะเสือโคร่งที่เป็นผู้ล่าอันดับหนึ่งบนห่วงโซ่อาหาร

ศัตรูสำคัญของวัวแดงคือเสือโคร่ง เวลาล่าเหยื่อ มันจะกระโดดตบและกัดคอหอยวัวแดงจนเหยื่อขาดใจตาย แล้วจะเลือกกินเครื่องในก่อน กัดท้อง ลากไส้และกระเพาะออกมากิน เพื่อไม่ให้ซากเน่าเร็ว แล้วค่อย ๆ ลากเอาไปซ่อนในป่ารกทึบ ค่อย ๆ กินเนื้อส่วนขา สะโพก อก หัว กินหมดทั้งตัวเหลือแต่กระดูก แถวนี้มีลูกวัวแดงหลายตัวที่ถูกเสือกิน

เข้าป่าห้วยขาแข้งหน้าฝน ซุ่มโป่งรอดูวัวแดง หนึ่งใน Big 7 แบบริงไซด์ห่างไปไม่กี่สิบเมตร

เสือโคร่งคือผู้ล่า คือศัตรูตัวฉกาจของวัวแดง ด้วยขนาดความใหญ่โตของวัวแดง หากเสือโคร่งล้มวัวแดงได้ แสดงว่าเสือโคร่งมีความแข็งแรงมาก อันเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของเสือโคร่งด้วย

ดังนั้น การมีวัวแดงชุกชุม จึงเท่ากับความสำเร็จในการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่ง

จากการสำรวจวิจัยเสือโคร่งในป่าตะวันตกบริเวณนี้ ระยะเวลา 10 ปี พบว่าประชากรเสือโคร่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 42 ตัว เป็น 79 ตัว ถือว่าเป็นแหล่งสำคัญของโลกที่มีการอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่ในธรรมชาติจนประชากรเสือเพิ่มขึ้น

ระบบนิเวศในธรรมชาติมีความสัมพันธ์กันอย่างซับซ้อน เริ่มตั้งแต่พืชได้รับพลังงานจากดาวฤกษ์ดวงหนึ่งในจักรวาลชื่อดวงอาทิตย์ พืชเปลี่ยนแปลงพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์ เป็นพลังงานในรูปสารอาหารเก็บไว้ แล้วถ่ายทอดไปยังสัตว์กินพืชที่มากิน จากนั้นพลังงานจากสัตว์กินพืชก็จะถูกถ่ายทอดไปยังสัตว์กินเนื้อ พอสัตว์เหล่านี้ตายไปก็ถูกย่อยสลายเป็นปุ๋ย ทำให้พลังงานมีการหมุนเวียน ช่วยให้ระบบนิเวศป่าดำรงอยู่ได้

เคยมีการบันทึกภาพซากวัวแดงที่เสือโคร่งกินไม่หมด พบว่าอาคันตุกะที่มากินซากสัตว์ นอกจากเสือโคร่งแล้ว ยังมีหมีควาย หมาจิ้งจอก อ้น เม่น ไก่ป่า และชะมด รวมถึงหนอน แมลง แบคทีเรีย ได้ช่วยกันย่อยสลายซากวัวแดงหนักครึ่งตันจนหมดสิ้น

สิ่งมีชีวิตกำเนิดมาจากผืนดิน สุดท้ายก็กลับสู่ผืนดินเช่นเดิม

Writer & Photographer

Avatar

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นามปากกา วันชัย ตัน นักเขียนสารคดี นักวิจารณ์สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี อดีตรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งประเทศไทย (THAIPBS) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ PPTVHD36 มีผลงานเขียนตีพิมพ์เป็นหนังสือ 28 เล่ม เป็นนักเดินทางตัวยง จากความเชื่อที่ว่า การใช้ชีวิตให้มีความสุขควรประกอบด้วยสามสิ่ง คือ ทำงานที่ใจรัก ช่วยเหลือคนรอบข้าง และเดินทางท่องเที่ยว

Small is Beautiful

เรื่องราวเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมแต่ทว่าสวยงามและมีพลังโดย ‘วันชัย ตัน’

“บัดนี้ ทั่วโลกต่างตระหนักว่า ภาวะโลกร้อนกำลังเป็นหายนะภัยที่คุกคามการดำรงอยู่ของทุกชีวิตบนโลกใบนี้ ถ้าหากไม่มีการแก้ไขให้เข้าสู่ภาวะสมดุล มนุษยชาติอาจถึงกาลอวสาน นั่นคือสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้ เช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่ได้สูญพันธุ์ไปก่อนหน้านี้ ดังนั้น โดยหน้าที่และจิตสำนึกของพวกเรา ผมจึงขอประกาศให้พวกเราทุกคนรับทราบว่า บริษัทจะทำโครงการ Zero Emission ยุติการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และโครงการ Net Zero ปลดปล่อยสุทธิเป็นศูนย์ ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นไปจนถึงวันบรรลุเป้าหมาย ภายในปี 2050”

ชเล วุทธานันท์ ประธานกรรมการ บริษัท เท็กซ์ไทล์แกลเลอรี่ จำกัด ผู้ผลิตแบรนด์สิ่งทอ PASAYA กล่าวในงานเปิดตัวภารกิจขององค์กรครั้งสำคัญที่สุดต่อสาธารณชนในรอบหลายปีที่ผ่านมา ภาคธุรกิจหลายแห่งได้เริ่มสนใจปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่มีไม่กี่บริษัทที่กล้าประกาศและตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจนเหมือนกับองค์กรแห่งนี้

PASAYA เป็นแบรนด์ผ้าม่าน พรม เครื่องนอน และผ้าคลุมเตียงระดับพรีเมียม โดดเด่นด้วยการออกแบบ การใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ทุกวันนี้เป็นแบรนด์ไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลกมายาวนาน

PASAYA โรงงานกลางป่าร้อยไร่ และอาคารกลางน้ำที่ลดการปล่อยคาร์บอนได้แล้ว 3,000 ตัน

“ภารกิจที่เราทำ ไม่มีใครบังคับ แต่เป็นดีเอ็นเอขององค์กรที่ทำมาตั้งแต่ก่อตั้งแล้ว ในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม” รติยา จันทรเทียร หรือ พี่โต้ง กรรมการผู้จัดการ พาผู้เขียนเดินเข้าไปในบริเวณของโรงงานบนเนื้อที่ร่วมร้อยไร่ในจังหวัดราชบุรี แปลกใจตรงที่ไม่มีรั้วรอบขอบชิด กำแพงกั้นอาณาเขตเหมือนโรงงานทั่วไป

“เราอยากทำให้ที่นี่เป็นโรงงานของชุมชน พนักงาน 400 คนกว่าคนส่วนใหญ่คือคนแถวนี้ทั้งนั้น” พี่โต้งเอ่ยปากขึ้น

ในอดีตเวลาเรานึกถึงโรงงานทอผ้า โดยเฉพาะแหล่งผลิตสำคัญในจังหวัดสมุทรปราการ สิ่งที่เห็นคือ โรงงานเก่าแก่ เครื่องจักรคร่ำครึ ผู้คนแออัด อากาศอุดอู้ กลิ่นเหม็น น้ำเน่า ขยะสกปรกรอบโรงงาน

“เราเคยมีโรงงานอยู่แถวพระประแดง แต่ได้ตัดสินใจย้ายโรงงานมาอยู่ที่นี่ในปี 1995 สิ่งที่เราทำก่อนคือปลูกต้นไม้และสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย เพื่อวางรากฐานของการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีก่อนไม่ให้กระทบคนในชุมชนรอบ ๆ ไม่มีการใช้สารเคมีที่เป็นพิษและกำจัดไม่ได้ มีการบำบัดน้ำเสียครบวงจรเพื่อไม่ให้เกิดการสะสมสารเคมีในชั้นใต้ดิน รีไซเคิลน้ำได้ทั้งหมด และนำน้ำกลับใช้ได้ในขบวนการผลิตถึง 30 เปอร์เซ็นต์”

คุณรติยา จันทรเทียร เป็นลูกสาวของ อาจารย์รตยา จันทรเทียร อดีตประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร จึงได้ซึมซับสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่เด็ก ๆ

อาคารแต่ละหลังล้อมรอบไปด้วยน้ำ จนดูเหมือนอาคารกลางพื้นที่ชุ่มน้ำหรือ Wetland น้ำเหล่านี้เป็นน้ำที่ได้รับการบำบัดมาก่อน และหมุนเวียนไปตามท่อระบายน้ำที่เชื่อมต่อกัน ก่อนจะนำกลับมาใช้ใหม่ สถาปัตยกรรมอาคารโดดเด่นในความเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ จนดูไม่ออกว่าภายในคือโรงงานอุตสาหกรรม แต่สะอาด เย็นสบายจากน้ำที่ล้อมรอบและระบบระบายอากาศที่ไหลเวียนตลอด

PASAYA โรงงานกลางป่าร้อยไร่ และอาคารกลางน้ำที่ลดการปล่อยคาร์บอนได้แล้ว 3,000 ตัน

อาคารย้อมผ้า ซึ่งมีอุณหภูมิร้อนกว่าปกติ จึงได้รับการออกแบบให้ทั้งอาคารเปิดโล่ง ไม่มีกำแพงหรือผนังจริง ช่วยทำให้พนักงานรู้สึกได้ว่า อากาศถ่ายเทเย็นสบาย ขณะที่อาคารทอผ้า มีระบบดักจับฝุ่นในอากาศ เพื่อป้องกันการสูดดมเศษเส้นด้าย เพื่อสุขภาพปอดของพนักงาน

“ผลิตภัณฑ์สิ่งทอของเราปราศจากสารพิษฟอร์มาลดีไฮด์ อันเป็นสารก่อมะเร็งที่พบในในกระบวนการผลิตสิ่งทอ ซึ่งเราใส่ใจเป็นพิเศษ จนได้รับการรับรองผลิตภัณฑ์ฉลากสีเขียวมาสิบกว่าปีแล้ว”

โรงเย็บผ้าหรืออาคาร ZigZag เป็นอาคารโดดเด่นด้วยรูปทรงที่เป็นกล่องสี่เหลี่ยม แต่พื้นที่ตรงกลางปลูกเป็นต้นไม้ราวป่าเขียวขจี ตัดกับกองผ้าที่รายล้อมอยู่โดยรอบอย่างน่าสนใจ

“ช่างตัดเย็บผ้าเป็นพนักงานที่ต้องใช้สายตา ใช้สมาธิเยอะ เพราะเป็นงานละเอียด การที่พวกเขาได้เงยหน้า พักสายตาขึ้นมาเห็นต้นไม้สีเขียว จะช่วยลดความเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี”

PASAYA โรงงานกลางป่าร้อยไร่ และอาคารกลางน้ำที่ลดการปล่อยคาร์บอนได้แล้ว 3,000 ตัน

เหตุผลง่าย ๆ เพื่อให้พนักงานได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ทำให้อาคารแห่งนี้มีชีวิตชีวาและสดใสขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

เราสังเกตเห็นสถาปัตยกรรมรูปทรงคล้ายปลาหมึกหรือแมงมุม หรือ Octospider ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นกลางบึงบัว จนน่าจะเป็นแลนด์มาร์กสำหรับโรงงานแห่งนี้ที่มีความสำคัญยิ่ง แต่พอสอบถามแล้วเป็นโรงอาหาร

“เราตั้งใจจะสร้างห้องอาหารกลางน้ำเป็นสวัสดิการให้กับพนักงาน จึงให้เพื่อนสถาปนิกชาวอิตาลีออกแบบให้พนักงานได้รับประทานอาหารอย่างสบายตา มีความสุขกลางน้ำที่ผ่านการบำบัด เห็นบึงบัว ปลาและนกหลายชนิดที่มาหากินในบึงน้ำ” พี่โต้งเล่าสาเหตุเล็ก ๆ มาจากสวัสดิการของพนักงาน และการใช้พื้นที่กลางน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“เราตั้งเป้าหมายว่า จะทำพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นโรงงานในป่าสีเขียว เราปลูกต้นไม้มาตั้งแต่เริ่มตั้งโรงงาน ทุกวันนี้ก็ปลูกต้นไม้ทุกวัน แต่จะจริงจังมากขึ้นร่วมกับชุมชน โดยตั้งเป้าหมาย ปลูกต้นไม้พื้นถิ่น อาทิไม้ยางนา ตะเคียนทอง มะค่าโมง สัก จามจุรี ให้ครบร้อยไร่ ภายใน 3 ปี เพื่อดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ประมาณ 300 ตันต่อปี” พี่ชเล ประธานบริษัทเข้ามาร่วมวงสนทนา

PASAYA โรงงานกลางป่าร้อยไร่ และอาคารกลางน้ำที่ลดการปล่อยคาร์บอนได้แล้ว 3,000 ตัน

บนอาคารกลางริมน้ำแห่งนี้ เขาได้เล่าถึงภารกิจในอนาคตอันท้าทายว่า

“จากการทำคาร์บอนฟุตพรินต์เมื่อปีที่แล้ว โรงงานของเราปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปีละประมาณ 13,000 ตัน ปล่อยเองจากการผลิตประมาณ 6,500 ตัน จากการใช้ไฟฟ้า 3,500 ตัน ที่เหลือ 3,000 ตัน มาจากการผลิตวัตถุดิบที่เราซื้อมา ดังนั้น เราได้วางแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการติดตั้งพลังงานโซลาร์เซลล์ขนาด 2 เมกะวัตต์ ซึ่งติดตั้งเสร็จเมื่อต้นปีนี้ และเปลี่ยนระบบเตาไอน้ำจากเชื้อเพลิงถ่านหินเป็นก๊าซแอลพีจีที่ให้ความร้อนสูงกว่าสำหรับงานฟอกย้อม สองส่วนนี้เราจะลดการปล่อยก๊าซไปได้ประมาณ 3,000 ตันในสิ้นปีนี้

“เช่นเดียวกันในอนาคต ก๊าซเรือนกระจกจากผู้ผลิตวัตถุดิบภายนอกที่เราสั่งเข้ามา ก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตด้วย หรือไม่เราจะเลือกซื้อวัตถุดิบจากแหล่งอื่นที่ค่อย ๆ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” พี่โต้งเสริมต่อว่า

“เราจะทำระบบแลกเปลี่ยนความร้อนกับน้ำทิ้งหลังฟอกย้อมผ้า เพื่อนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งจะช่วยลดการใช้ก๊าซลงอีกราว 25-30 เปอร์เซ็นต์ และสร้างระบบประหยัดพลังงานให้แก่สายการผลิต เช่น อาคารสามารถจำกัดบริเวณการทำความเย็น เฉพาะบริเวณที่ต้องมีคนดูแล หรือสร้างผนังกันความร้อน เพื่อลดพลังงานในการทำความเย็น และปรับปรุงระบบรีไซเคิลต่าง ๆ ให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น”

เยี่ยมโรงงาน PASAYA ดูโรงงานกลางป่า อาคารกลางน้ำ ระบบรีไซเคิลน้ำ และเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์

ภายในปี 2050 หรืออีก 28 ปีข้างหน้า พวกเขามั่นใจว่า โรงงานจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทั้งหมดหรือเป็นศูนย์ Net Zero ตามที่ได้ประกาศไว้

“ผมเป็นคนคิดนอกกรอบเสมอ ตอนตั้งชื่อ PASAYA ก็สร้างความแปลกใจให้กับคนทั่วไป เพราะผมคิดมาจากคำว่า แพศยา ซึ่งเป็นคำที่แรงมาก แต่เชื่อไหม คนที่จะถูกเรียกว่าเป็นหญิงแพศยาได้มีไม่กี่คนหรอก เพราะต้องเป็นคนที่โดดเด่นมาก คือทั้งสวย มีเสน่ห์ ฉลาด และวางแผนเป็น พอตั้งชื่อนี้ได้ไม่นาน คนก็จดจำแบรนด์นี้ได้อย่างรวดเร็ว… เช่นเดียวกันการประกาศเรื่องนี้ก็เป็นการคิดนอกกรอบล่าสุดของเรา”

ก่อนกลับ เราแวะไปดูนิทรรศการ การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ หรือ The Six Extinction ภายในโรงงาน เพื่อให้การศึกษาแก่พนักงานว่า สิ่งมีชีวิตบนโลกหลายร้อยล้านปีที่ผ่านมา เคยสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ไป 5 ครั้งแล้วจากภัยธรรมชาติ อาทิ แผ่นดินไหว ดาวหางชนโลก แต่ครั้งที่ 6 จะเกิดขึ้นอีกไม่นาน หากเราไม่ทำอะไร ด้วยน้ำมือของมนุษย์ จากปัญหาโลกร้อนที่มนุษย์เป็นคนก่อขึ้น

เยี่ยมโรงงาน PASAYA ดูโรงงานกลางป่า อาคารกลางน้ำ ระบบรีไซเคิลน้ำ และเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์

“คนรุ่นผมเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อปัญหานี้ หากเราไม่ทำอย่างจริงจัง คนรุ่นต่อไปก็หมดหวังกับโลกใบนี้แน่ มนุษย์กับสิ่งมีชีวิตอื่นสูญพันธุ์แน่ จะไม่มีอะไรเหลืออยู่ เมื่อเราตั้งความฝันไว้ เราจะต้องมุ่งมั่นไปให้สำเร็จ”

พี่ชเล หัวเรือใหญ่แห่ง PASAYA กับภารกิจครั้งสำคัญในชีวิตกล่าวทิ้งท้าย

Writer & Photographer

Avatar

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นามปากกา วันชัย ตัน นักเขียนสารคดี นักวิจารณ์สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี อดีตรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งประเทศไทย (THAIPBS) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ PPTVHD36 มีผลงานเขียนตีพิมพ์เป็นหนังสือ 28 เล่ม เป็นนักเดินทางตัวยง จากความเชื่อที่ว่า การใช้ชีวิตให้มีความสุขควรประกอบด้วยสามสิ่ง คือ ทำงานที่ใจรัก ช่วยเหลือคนรอบข้าง และเดินทางท่องเที่ยว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load