โรงแรม โชว์รูมรถยนต์ ร้านวัสดุก่อสร้าง ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า

ทั้ง 4 กิจการอาจจะดูไม่เกี่ยวข้องกันเลย แต่หนึ่งสิ่งที่เหมือนกันคือ ต่างมีแนวคิดในการทำกิจการที่ไม่ใช่เน้นแค่ผลประกอบการ แต่พวกเขาคำนึงถึงความยั่งยืนด้วย 

ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดสุโขทัย เมืองท่องเที่ยวหนึ่งในมรดกโลกที่ใครก็รู้จัก ซึ่งเป็นอีกจังหวัดที่มีการสนับสนุนจากภาครัฐ ในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนสุโขทัยสู่เมืองสีเขียว 

พวกเขาสร้างความยั่งยืนให้กิจการ โดยมี ‘บ้านปู เน็กซ์’ บริษัทลูกของบ้านปูเป็นผู้ช่วย โดยนำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาด และโซลูชันพลังงานฉลาด มาเป็นตัวช่วยพัฒนาให้ธุรกิจเล็ก-ใหญ่ ได้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งโซลูชันนั้นก็คือระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลูชันฉลาดผลิต ที่ช่วยประหยัดค่าไฟและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์อย่างเห็นได้ชัด ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ตั้งแต่ติดตั้งโซลูชันฉลาดผลิต จนถึงปัจจุบัน ทั้ง 4 กิจการในสุโขทัย สามารถลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 380 ตัน เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ถึง 21,800 ต้น ถือเป็นตัวจริงที่ช่วยผลักดันเมืองสุโขทัยสู่เมืองสีเขียวได้จริง

The Cloud ขอพาคุณเดินทางขึ้นไปภาคกลางตอนบน พูดคุยกับเจ้าของกิจการท้องถิ่นทั้ง 4 ถึงแนวคิดการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนในแบบฉบับคนสุโขทัยกัน

01

Sukhothai Treasure Resort and Spa 

4 กิจการในสุโขทัยที่อยากผลักดันให้ SMEs ไทยสนใจรักษ์โลกมากขึ้น

เราเริ่มคุยกับ วิวัฒน์ ธาราวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ Sukhothai Treasure Resort and Spa โรงแรมแบบครบวงจรที่มีทั้งห้องอาหาร ห้องจัดเลี้ยง ห้องประชุม สปา และเป็นแห่งแรกๆ ในจังหวัดสุโขทัยที่ได้รับรางวัลโรงแรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือ Green Hotel ระดับดีมาก จากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม 

วิวัฒน์เล่าว่า บริษัทเริ่มจากทำบูทีกโฮเทลขนาดเล็กภายในจังหวัดตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว โดยเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โรงแรมนี้เริ่มก่อตั้งใน พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นช่วงที่เทรนด์การท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทยกำลังเพิ่มขึ้น ด้วยความตั้งใจของทีมผู้บริหาร จึงอยากให้สุโขทัย เทรเชอร์ เป็นมากกว่าโรงแรมธรรมดาที่แค่มานอนพักผ่อน แต่ต้องเป็นโรงเรียนที่ส่งต่อความรู้ไปยังเจเนอเรชันต่อไปได้ในหลายๆ ด้านด้วย 

4 กิจการในสุโขทัยที่อยากผลักดันให้ SMEs ไทยสนใจรักษ์โลกมากขึ้น

“เราอยากให้ที่นี่เป็นธุรกิจนำร่องเรื่องความยั่งยืนให้โรงแรมในโซนต่างจังหวัด เป็นโมเดลที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และชุมชนไปพร้อมๆ กันได้ เราปลูกผักออร์แกนิก ทำนาข้าว และเลี้ยงปลา เราลดการขนส่งและลดขยะให้น้อยลงด้วยการนำขยะไปทำปุ๋ย นำน้ำไปบำบัดแล้วเอากลับมาใช้ใหม่ นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นว่าทำไมเราถึงอยากใช้พลังงานสะอาดมาช่วยแบ่งเบาอีกด้าน เรียกได้ว่าเราเป็นที่แรกๆ เลยที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์อย่างครบวงจร เราติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปบนหลังคาห้องอาหารและที่จอดรถกับทางบ้านปู เน็กซ์ ตั้งแต่ปลาย พ.ศ. 2561”

เมื่อพูดถึงโซลาร์เซลล์ วิวัฒน์ศึกษาหาข้อมูลมาหลายเจ้า แต่ก็มาลงตัวกับทางบ้านปู เน็กซ์ เพราะความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ความเป็นมืออาชีพที่มีประสบการณ์ และมาพร้อมบริการครบวงจร 

4 กิจการในสุโขทัยที่อยากผลักดันให้ SMEs ไทยสนใจรักษ์โลกมากขึ้น

“เราเริ่มทำเมื่อเกือบสามปีก่อน จนตอนนี้น่าจะประหยัดค่าไฟไปได้ 30,000 บาทต่อเดือน การใช้โซลาร์เซลล์นี้มีรายละเอียดเยอะ ตั้งแต่การคำนวณ ติดตั้ง ไปจนถึงการดำเนินงานทางกฎหมาย หลังติดก็ต้องดูแลรักษาระบบอีก ซึ่งเขาจัดการให้ทั้งหมด เมื่อติดตั้งได้ระยะหนึ่งก็มีทั้งเพื่อนผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ และสถานศึกษา ติดต่อขอมาดูงานที่โรงแรมตลอด เรียกได้ว่าตอบโจทย์ที่เราอยากเป็นศูนย์การเรียนรู้มากกว่าเป็นแค่โรงแรม” 

คนที่มาดูงานมักจะมีคำถามเสมอว่า ‘เคยวัดไหมว่าช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ให้โลกได้เท่าไหร่’ วิวัฒน์ไม่รอช้า เปิดแอปพลิเคชันของบ้านปู เน็กซ์ แล้วตอบได้ทันที 

“เราลดคาร์บอนฯ ไปได้กว่า 110 ตัน ดีใจนะที่ช่วยโลกได้ แม้จะเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม” 

 
02

SCG Home แสงอุปกรณ์ สุโขทัย

4 กิจการในสุโขทัยที่อยากผลักดันให้ SMEs ไทยสนใจรักษ์โลกมากขึ้น

ทายาทรุ่นสองของธุรกิจอย่าง ใหม่-ณรงค์ชัย ศรีอรุณนิรันดร์ กรรมการบริหาร SCG Home แสงอุปกรณ์ สุโขทัย เล่าว่าที่บ้านเริ่มมาจากการทำกิจการขายวัสดุก่อสร้าง และเริ่มมาเป็นดีลเลอร์ SCG ทั่วไปเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว จนกลายมาเป็น SCG Home ที่ปรับรูปแบบเป็น Modern Trade โดยร่วมมือกันระหว่างทาง SCG และบุญถาวรในปัจจุบัน

“เราปรับรูปแบบร้านมาตลอด ทุกวันนี้ผู้บริโภคมีพฤติกรรมการซื้อที่เปลี่ยนไป ต้องการความรวดเร็วมากขึ้น เราก็ต้องปรับตัวตาม เอาเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยเสริม เมื่อก่อนเราแค่หาของมาจำหน่ายตามที่ลูกค้าต้องการ แต่ตอนนี้มีบริการช่วยออกแบบให้กับลูกค้า ให้คำแนะนำ ปรึกษา มีการติดตั้งและรับประกันเพิ่มมา เป็นมากกว่าร้านค้าทั่วไปแล้ว แต่ให้บริการครบจบในที่เดียวไปเลย”

เมื่อปรับปรุงร้านให้ดูทันสมัยมากขึ้น พื้นที่การขายก็เพิ่มขึ้นด้วย ระบบเครื่องปรับอากาศก็ทำให้ค่าใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาก เขาจึงเริ่มศึกษาเรื่องของระบบโซลาร์รูฟท็อป

4 กิจการในสุโขทัยที่อยากผลักดันให้ SMEs ไทยสนใจรักษ์โลกมากขึ้น
4 กิจการในสุโขทัยที่อยากผลักดันให้ SMEs ไทยสนใจรักษ์โลกมากขึ้น

“ค่าไฟที่ร้านพุ่งขึ้นไปถึงเดือนละ 100,000 กว่าบาท ก็เลยหาข้อมูลเพิ่ม บวกกับลูกค้าของผมอย่างโรงแรมสุโขทัย เทรเชอร์ฯ เขาก็ติดอยู่ เลยได้คุยกันและไปขอดูงานที่โรงแรม ทำให้เห็นภาพมากขึ้นเพราะเราไม่มีประสบการณ์เลย”

จริงๆ เพื่อนผู้ประกอบการของใหม่เองก็รับติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป แต่ใหม่มองว่าการลงทุนในครั้งนี้ควรให้ผู้ที่มีประสบการณ์และเป็นมืออาชีพด้านพลังงานจริงๆ เข้ามาทำน่าจะดีกว่า 

“ถ้าเราไม่หามืออาชีพด้านนี้โดยตรงมาทำ แทนที่จะเป็นผลดีในระยะยาว อาจจะกลายเป็นผลเสียมากกว่า เลยอยากได้เจ้าที่ไว้ใจได้จริงๆ และมีบริการหลังการขายที่ดี เพราะอายุการใช้งานมันเกินสิบปีอยู่แล้ว”

ปัจจุบันใหม่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมาเป็นเวลาเกือบ 2 ปี ลดค่าไฟลงไปกว่า 50 – 60 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้จ่ายเพียง 50,000 – 60,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น

คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

“การติดตั้งโซลาร์ฯ ของเราเห็นผลเป็นรูปธรรม เราดูความสำเร็จได้ว่าผลิตและใช้ไฟจากโซลาร์ฯ ไปแล้วเท่าไหร่ หรือใช้ไฟจากการไฟฟ้าเท่าไหร่ เวลามีเพื่อนๆ ที่สนใจมาถามเรา เราก็เปิดแอปฯ เล่าให้เขาฟังได้เลย”

ใหม่มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมกับหน่วยงานในสุโขทัย ได้เห็นการทำกิจกรรม และการส่งเสริมด้านความยั่งยืนหลายครั้ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้สนใจและหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

“การใช้พลังงานสะอาดไม่ได้ช่วยแค่เรื่องลดต้นทุน แต่ช่วยยกระดับร้านให้เป็นองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม รวมถึงเป็นต้นแบบให้กับองค์กรอื่นๆ ด้วย”

03

บริษัท โตโยต้าสุโขทัย ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด

บุ๊ง-พรรษา เรืองปัญญวัฒนา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้าสุโขทัย ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด ดีลเลอร์ขายรถยนต์โตโยต้าและศูนย์บริการที่อยู่คู่เมืองสุโขทัยมากว่า 50 ปี เป็นธุรกิจครอบครัวที่ปัจจุบันดำเนินงานเป็นรุ่นที่ 3 เธอเติบโตมากับการถูกปลูกฝังแนวคิดเหมือนเป็นพนักงานคนหนึ่งในร้าน ไม่ใช่ในฐานะเจ้าของ ทำให้เข้าใจระบบการทำงานทั้งหมดของบริษัทมาตั้งแต่เด็กๆ และเมื่อได้เข้ามาร่วมบริหาร เธอก็มีความตั้งใจที่จะดูแลกิจการนี้ให้เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยตัวเอง 

คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

“เราเป็นคนสุโขทัย ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าทำธุรกิจต้องไม่ลืมคืนสิ่งดีๆ ให้คนในจังหวัดด้วย ทุกวันนี้เราดูแลลูกค้าเหมือนคนในครอบครัว ไม่ปฏิเสธลูกค้า ใส่ใจบริการเต็มที่ เราอยากให้ลูกค้าสบายใจที่สุด รวมถึงที่ผ่านมาก็ทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมมาตลอด อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ก็ได้บริจาคสิ่งของให้โรงพยาบาลต่างๆ”

ส่วนมากบุ๊งจะสแตนด์บายอยู่ที่โชว์รูมตลอด เพราะเชื่อว่าข้อแตกต่างของที่นี่กับดีลเลอร์อื่นคือ โตโยต้าสุโขทัยช่วยลูกค้าตัดสินใจได้โดยทันที เพราะมีเจ้าของอยู่พร้อมแก้ไข รับฟัง และอะลุ่มอล่วยอยู่เสมอ 

“เราจะบอกพนักงานตลอดว่าติดปัญหาตรงไหน ลูกค้าต้องการอะไร มาคุยกัน เราจะช่วยตัดสินใจให้ เพราะบางทีพนักงานอาจจะไม่กล้าตัดสินใจ ก็จะบอกพวกเขาเสมอว่าต้องคุยกัน ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไร เราช่วยกันแก้ไขได้ เราต้องช่วยกันดูแลลูกค้า”

คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด
คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

เธอเพิ่งได้เข้ามาเริ่มบริหารหลังเรียนจบเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว แต่ในยุคแรกขณะที่อากงของเธอเป็นคนก่อตั้งบริษัท อาคารโชว์รูมยังเป็นแบบเก่าที่ไม่ได้มาตรฐาน และจอดรถโชว์ได้เพียงแค่ 2 คันในชั้นล่าง ด้านบนเป็นบ้านที่อยู่มาเป็นเวลานาน เมื่อเธอเข้ามาทำงาน ก็เริ่มปรับปรุงทุบอาคารเดิมทิ้ง และกลายมาเป็นโชว์รูมขนาดใหญ่ที่โชว์รถได้มากกว่า 10 คัน โดยปัจจุบัน บุ๊งก็ยังดำเนินธุรกิจร่วมกับคุณพ่ออยู่ด้วย

 “ปะป๊าของเราเป็นคนช่างสรรหามาก ช่วงที่ระบบโซลาร์ฯ เริ่มบูม เขาก็ซื้อแผงจากจีน เอาแบตเตอรี่มาประดิษฐ์เองชิ้นเล็กๆ ง่ายๆ ถามว่าได้ผลไหม ก็พอได้นะกับไฟแค่ไม่กี่ดวง การดูแลก็สอนให้พนักงานดูแล แต่ถ้าในอนาคตพนักงานคนนี้ออกไป ก็ไม่เกิดการส่งต่อความรู้ตรงนี้ และมันไม่ปลอดภัยเท่าไหร่เพราะเราทำเอง” 

ที่เริ่มติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปกับบ้านปู เน็กซ์ จริงจัง เพราะผู้ประกอบการรุ่นพี่บอกต่อความคุ้มค่า แถมโชว์ข้อมูลการประหยัดไฟให้เห็นภาพแบบชัดเจน ซึ่งก่อนติดตั้งก็ได้ขอไปดูระบบฯ ที่ติดตั้งของจริงประกอบการตัดสินใจด้วย

คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

“ตอนนี้ก็ติดตั้งมาได้ประมาณหนึ่งปีแล้ว ปกติไฟที่ใช้หลักๆ เลยคือแอร์ เพราะว่าเราเป็นโชว์รูมที่ต้องต้อนรับลูกค้า ก็อยากที่ให้ลูกค้าเข้ามาเจอแอร์เย็นๆ นั่งคุยเงื่อนไข ตัดสินใจซื้อด้วยความสบายใจ นั่งคุยกันแบบร้อนๆ ก็อาจจะทำให้การตัดสินใจเปลี่ยนได้ เมื่อก่อนกระหน่ำเปิดก็ค่าไฟพุ่ง มากสุดเคยมี 170,000 ต่อเดือน ซึ่งถือว่าเยอะมาก แต่จะให้เปิดแอร์เฉพาะตอนลูกค้าเข้ามาก็เย็นไม่ทันใจ เนื่องด้วยขนาดพื้นที่โชว์รูมค่อนข้างกว้าง แต่ทุกวันนี้ก็เปิดแอร์อย่างสบายใจ มีอิสระในการใช้ไฟมากขึ้น”

“เราอยากประหยัดต้นทุนได้ และดูแลลูกค้าได้ดีที่สุดด้วย”

04

บริษัท ธงชัยวิทยุ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด

คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

เราคุยกับ อ๊อฟ-จินตวัฒน์ กิจสนาโยธิน ผู้บริหารรุ่นสองของบริษัท ธงชัยวิทยุ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ศูนย์จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่คนสุโขทัยเลือกและไว้ใจมาเกือบ 50 ปี เมื่อพูดถึงเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้ากับคนสุโขทัย ใครๆ ก็ต้องนึกถึงที่นี่อย่างแน่นอน

ธงชัยวิทยุเริ่มต้นมาจาก ธงชัย กิจสนาโยธิน หรือพ่อของอ๊อฟ ผู้เป็นช่างซ่อมนาฬิกาและเริ่มเห็นว่าวิทยุและโทรทัศน์สีเริ่มได้รับความนิยมมากในช่วง พ.ศ. 2515 แต่ในจังหวัดสุโขทัยเองยังไม่ค่อยมีผู้จำหน่าย เขาจึงเห็นโอกาสทางธุรกิจ และตัดสินใจเริ่มขายมาตั้งแต่ยุคนั้น 

เริ่มจากวิทยุและโทรทัศน์มาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มชนิดมากขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีถึง 2 สาขา คือ สาขาดั้งเดิมภายในตลาดสุโขทัย และสาขาใหม่ ริมถนนบายพาส จังหวัดสุโขทัย บนพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร และกลายมาเป็นศูนย์จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด

คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

“เมื่อก่อนสมัยที่อาปาเริ่มเลย มาตรฐานสินค้าและบริการหลังการขาย อย่างงานซ่อมบำรุงหรือรับประกันอาจจะไม่เหมือนทุกวันนี้ อาปาเห็นว่าการบริการเป็นจุดขายสำคัญซึ่งก็ได้พัฒนาเรื่อยมา จนตอนนี้เรามาเป็นตัวแทนจำหน่ายโดยตรงจากบริษัทต่างๆ มีมาตรฐานมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ”

ปัจจุบันร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้ามีหลายเจ้าเข้ามาบุกตลาดมากขึ้น อย่างร้านค้าปลีก Modern Trade ใหม่ๆ มากมายนอกจากการแข่งขันทางด้านราคา ธงชัยวิทยุเป็นร้านในชุมชนที่อยู่คู่กับชาวสุโขทัยมายาวนาน ทำให้มีความยืดหยุ่นในการซื้อสินค้ามากกว่า รวมไปถึงความเก๋าเกมที่อยู่มานานของธงชัยวิทยุ ทำให้การบริการทั้งก่อนและหลังการขายกลายเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของที่นี่

“การบริการของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานติดตั้ง การให้คำปรึกษา การใช้งาน และบริการหลังการขาย เช่น ถ้าสินค้ามีปัญหาแล้วเราเป็นตัวแทนในการรับซ่อมโดยตรงจากบริษัท เราก็มีทีมช่างที่เชี่ยวชาญเข้ามาดูแลให้ลูกค้า เพราะฉะนั้น ความเร็วในการเข้าถึงลูกค้าหรือว่าความยืดหยุ่น เราทำได้ดีกว่า”

สาขาแรกที่ตลาดมีรูปแบบร้านเป็นตึกแถว จาก 1 ห้องมาเป็น 10 ห้องในปัจจุบัน เน้นขายสินค้าชิ้นเล็กที่จับจ่ายง่าย แต่ก็เกิดปัญหาทางด้านการสต็อกของ และมีพื้นที่จำกัดในการตั้งโชว์สินค้า เป็นจุดเปลี่ยนให้เริ่มต้นขยายมายังสาขา 2 เป็นโชว์รูมเครื่องใช้ไฟฟ้าครบวงจรในพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร อ๊อฟจึงเริ่มคิดนำพลังงานสะอาดมาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น

“ด้วยพื้นที่ใหญ่มากกว่าตึกแถวเดิม เครื่องใช้ไฟฟ้าเราก็เพิ่มจำนวนไลน์อัพครบทุกยี่ห้อ แถมยังต้องเปิดโชว์หรือให้ลูกค้าทดลองใช้อยู่ตลอด ระบบเครื่องปรับอากาศก็ต้องครอบคลุม ไหนจะแสงสว่างต่างๆ ในร้านด้วย ค่าไฟจึงเยอะขึ้นกว่าเดิม 4 – 5 เท่า เราเลยคิดว่าการใช้พลังงานสะอาด น่าจะเป็นการลงทุนในระยะยาวที่คุ้มทุน รวมถึงหลังๆ มานี้ ภาครัฐมีการส่งเสริมพลังงานสะอาดด้วยการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ประกอบกับราคาของแบตเตอรี่ อินเวอร์เตอร์ แผงโซลาร์ต่างๆ ก็ราคาต่ำลง ผู้ประกอบการ SMEs อย่างเราจับต้องได้ เลยคิดว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะหันมาใช้เทคโนโลยีนี้”

คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด
คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

อ๊อฟเล่าว่าทีแรกคิดจะทำเรื่องโซลาร์รูฟท็อปเองด้วยซ้ำ เพราะที่ร้านก็พอมีความเชี่ยวชาญทางด้านการติดตั้งอยู่แล้ว แต่พอรู้ว่าทางบ้านปู เน็กซ์ ไม่ได้ทำให้กับแค่ลูกค้าเจ้าใหญ่ๆ แต่ยังรับติดตั้งให้กับ SMEs หลายๆ ที่ ก็ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 

“เขาช่วยคิดให้หมดว่าใช้ไฟเท่านี้ ต้องติดตั้งเท่าไหร่ถึงจะคุ้มค่า ไหนจะเรื่องความปลอดภัยก็ดี เรื่องการขออนุญาตก็ดี ได้มืออาชีพด้านนี้มาจัดการทุกอย่างให้ เราก็วางใจได้เยอะ แถมพอติดตั้งแล้วเราแค่ติดตามการใช้งานได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน” 

หลังจากที่ติดตั้งโซลาร์มาเกือบ 1 ปี ร้านสามารถประหยัดค่าไฟลงไปกว่า 45 เปอร์เซ็นต์ ช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ให้โลกได้ถึงเกือบ 90 ตัน ผลลัพธ์นี้ทำให้รู้สึกว่าตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ เพราะสามารถนำเงินไปต่อยอดให้กับธุรกิจในด้านอื่นๆ ได้สร้างภาพลักษณ์ และยังคืนสิ่งดีๆ สู่ชุมชนด้วย

อ๊อฟปิดท้ายว่าอยากเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับสุโขทัย จึงได้นำหลักความยั่งยืน 3 ด้าน ได้แก่ ธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มาใช้บริหารกิจการ 

“เราเริ่มจากร้านเล็กๆ เติบโตมาได้เพราะชุมชน เราก็อยากช่วยเหลือชุมชนให้มีความสุขไปด้วยกัน อยากสร้างคุณค่าในสินค้าและงานบริการที่ดีให้กับลูกค้า ไปพร้อมๆ กับส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในชุมชน มอบทุนการศึกษาให้เด็กๆ หรืออะไรก็ตามที่ชุมชนขาดเหลือ รวมถึงเป็นแบบอย่างเรื่องรักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากติดโซลาร์รูฟท็อปแล้วเรากับพนักงานก็มีการรีไซเคิลของใช้เก่าๆ และแยกขยะภายในร้านด้วย ในอนาคตจะนำรถไฟฟ้ามาใช้ในสาขาด้วย”

นี่เป็นเพียงตัวอย่างธุรกิจรายย่อยในสุโขทัยที่เริ่มต้นให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ถึงแม้จะเป็นก้าวเล็กๆ แต่พวกเขาเล็งเห็นว่า การใช้พลังงานสะอาดไม่ใช่แค่การลดต้นทุนทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังได้ช่วยเหลือชุมชนที่พวกเขาเติบโตมา รวมถึงโลกใบนี้ได้อย่างยั่งยืนต่อไป

บ้านปู เน็กซ์ คือผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานฉลาดชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มุ่งนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านโซลูชันพลังงานสะอาด เทคโนโลยี และดิจิทัลแพลตฟอร์มมาต่อยอด และพัฒนา ‘โซลูชันพลังงานฉลาด’ (Smart Energy Solutions) เพื่อนำเสนอแนวทางการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด สร้างความยั่งยืนให้กับโลก สิ่งแวดล้อม ธุรกิจ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้กับคนในสังคม

โซลูชันฉลาดผลิต (Smart Energy Generation) ดำเนินธุรกิจผลิต และจ่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ทั้งการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าพลังงานลม และบริการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งโซลาร์รูฟท็อป โซลาร์คาร์พอร์ต และโซลาร์ลอยน้ำ ที่สามารถติดตาม ตรวจสอบการผลิต และการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมฟังก์ชันอื่นๆ ที่ออกแบบตามความต้องการลูกค้า

ผู้ที่สนใจบริการติดตั้งระบบโซลาร์ของบ้านปู เน็กซ์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://cutt.ly/BanpuNEXT-TheCloud หรือสอบถามข้อมูลทาง Call Center โทร. 0 2095 6599 ได้เลย

Writer

Avatar

ณิชากร เอื้อสุนทรวัฒนา

อดีตนักเรียนโฆษณาที่มาเอาดีทางด้านอาหาร แต่หลงใหลการสัมภาษณ์และงานเขียน

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

“หนังสือเล่มนี้ไม่ได้จะมาเล่าเรื่องราวของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่ตั้งใจบอกเล่าเรื่องราวของนักฝันคนหนึ่งที่มองไปยังเส้นทางในอนาคตด้วยวิสัยทัศน์ที่น่าอัศจรรย์”

ข้อความขึ้นต้นในพ็อกเก็ตบุ๊ก ‘The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต พอจะทำให้เห็นภาพการเล่าเรื่องในหลวงรัชกาลที่ 9 ในมุมมองใหม่ การกลั่นกรองข้อมูลมหาศาลเป็นหนังสืออ่านง่ายขนาดถนัดมือ เป็นความตั้งใจของทีมงาน ‘สานต่อที่พ่อทำ’ ที่อยากถ่ายทอดแนวคิดการทรงงานของพระราชาให้เรียบง่ายที่สุด ไม่ใช่เพียงเพื่อชื่นชมพระองค์ในฐานะกษัตริย์ แต่มองเห็นหลักการทำงานและใช้ชีวิตของคนทำงานคนหนึ่ง ซึ่งผู้อ่านสามารถแกะรอยและลงมือปฏิบัติตามได้จริงทันที

เราได้มีโอกาสพูดคุยกับทีมงานสานต่อที่พ่อทำ จึงได้รู้ว่าไอเดียเบื้องหลังการทำหนังสือเล่มนี้ไม่ธรรมดา ที่สำคัญคือ ‘The Visionary’ ไม่มีวางแผงขาย เพราะกำลังเปิดให้จอง และจะแจกให้คนไทยที่สนใจฟรีๆ ในเดือนกันยายนที่กำลังมาถึง

ก่อนลงมือสั่งจองหนังสือ มาทำความรู้จักที่มาที่ไปของหนังสือในหลวงที่แปลกที่สุดเล่มหนึ่ง และเหตุผลที่ควรอ่านหนังสือเล่มนี้ให้จบรวดเดียวกันดีกว่า

´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย

1. เล่าเรื่องที่ใครๆ ไม่เคยรู้

เบื้องหลังโครงการ ‘สานต่อที่พ่อทำ’ คือกลุ่มคนที่ทำงานด้านสื่อสารมวลชน นักคิด นักเขียน ครีเอทีฟ ผู้กำกับหนังโฆษณา ซึ่งรวมตัวกันกลางปี 2559 เพื่อทำงานบอกเล่าเรื่องราวพ่อของแผ่นดิน ในวาระที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ครองราชย์ครบ 70 ปี และจะมีพระชนมพรรษา 90 พรรษาในปี 2560 แม้เหตุการณ์ไม่คาดฝันในเดือนตุลาคมปีที่แล้วทำให้โครงการชะงัก แต่สุดท้ายทีมงานทั้งหมดก็ตัดสินใจเดินหน้าทำงานกันต่อ เกิดเป็นหนังโฆษณาชุดสานต่อที่พ่อทำ 9 เรื่อง, ทริป ‘เดินทางพ่อ’, การ์ตูนเด็ก, และเพจ Facebook สานต่อที่พ่อทำ โดยทีมงานกลุ่มสุดท้ายสนใจถ่ายทอด untold story ของในหลวง ไม่ใช่เรื่องโด่งดังอย่างโครงการในพระราชดำริต่างๆ แต่เป็นอีกแง่มุมที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

“พวกเราเป็นเจนวายรุ่นแรกๆ ที่ตอนเด็กยังทันเห็นพระองค์ทรงงานหนัก เสด็จฯ ไปตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วไทย แต่ว่าเด็กรุ่นหลังพวกเราไม่กี่ปีไม่ทันเห็นเรื่องเหล่านี้แล้ว ได้แต่ฟังเรื่องราวที่ดูห่างไกล เข้าไม่ถึง เราเลยอยากเล่าเรื่องราวที่จับต้องได้ ไม่อยากเก็บเรื่องของในหลวงไว้บนหิ้ง เพราะสิ่งที่พระองค์ทรงทำมีหลักฐาน เลยตั้งใจสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ว่าลองเปิดใจแล้วมารู้จักในหลวงกัน โดยการหาหีบห่อในการเล่าที่ไม่เหมือนเดิม โจทย์ในการหาข้อมูลคือเลือกเรื่องที่ไม่ได้พูดถึงกันทั่วไป ไม่ใช่เรื่องแก้มลิง คุณยายถือดอกบัว แต่เป็นข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์คนที่ทำงานกับพระองค์จริงๆ เป็นเรื่องดีๆ ที่คนไม่เคยรู้ แล้วเราอยากบอกให้คนอื่นรู้”

´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย

2. กลั่นกรองข้อมูลมหาศาล

“ปัญหาของการหาข้อมูลคือข้อมูลกระจัดกระจาย พระองค์ทรงงานหนักหลายด้านเป็นระยะเวลายาวนานมากๆ แหล่งข้อมูลมีเรื่องในหลวงในมุมเดียว เหลี่ยมเดียว หรือช่วงเวลาเดียว มีเรื่องน้ำ เรื่องดิน เรื่องป่าไม้ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง แต่ไม่มีการรวมรวมข้อมูลเป็นชุดเดียวกัน ข้อมูลที่คนไทยรับรู้เลยโดดไปโดดมา เราเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงเต็มไปหมด แต่นึกไม่ออกเลยว่านั่นคือช่วงเวลาไหน หรือพระองค์ทรงงานด้านไหนอยู่

“ระหว่างที่เราค้นคว้าข้อมูล เราก็รู้จักในหลวงมากขึ้นเรื่อยๆ นี่เป็น magic ที่ทำให้ทีมทำงานต่อไปไม่หยุด พอได้ข้อมูลแต่ละที่มาเราก็มาต่อจิ๊กซอว์จนเห็นภาพพระองค์ชัดขึ้น จนเรื่องร้อยกันเป็นหนึ่งเดียว”  

ทีมงานเพจสานต่อที่พ่อทำตัดสินใจใช้เวลา 1 ปีเล่าพระราชประวัติในหลวงรัชกาลที่ 9 บนโลกออนไลน์ ย่อยข้อมูลตลอดระยะเวลา 70 ปีให้อยู่ในปีเดียว โดยแบ่งข้อมูลเป็น 12 หมวด สำหรับ 12 เดือน การวางไทม์ไลน์ยาวๆ ทำให้พวกเขาเข้าใจวิธีและพัฒนาการการทำงาน จากการทดลองอ่างเก็บน้ำราคา 60,000 บาท จนถึงเขื่อนระดับหมื่นล้าน การจัดการข้อมูลมหาศาลเพื่อถ่ายทอดให้สนุก เข้าใจง่าย ทำให้พวกเขามองเห็นภาพพระราชาในมุมที่ต่างออกไป

“ช่วงเวลาที่เข้มข้นสุดๆ คือช่วงที่พระองค์มีพระชนมพรรษาสามสิบกว่าพรรษาถึงหกสิบกว่าพรรษา ทรงมีวังในทุกภาคของประเทศไทย พอภาคเหนือหนาวก็เสด็จฯ ขึ้นเหนือ พอภาคใต้น้ำท่วมก็เสด็จฯ ลงใต้ พออีสานแล้งก็เสด็จฯ ไป แล้วก็กลับมากรุงเทพฯ กับหัวหิน วนเป็นวงจรแบบนี้อยู่หลายสิบปี โครงการต่างๆ ถึงเกิดขึ้นทั่วประเทศและดำเนินไปได้พร้อมกัน งานแต่ละภาคก็ไม่เหมือนกัน ภาคเหนือมีเรื่องฝิ่น ภาคใต้เรื่องป่าพรุ ภาคอีสานมีเรื่องขาดแคลนน้ำ แล้วยังมีศูนย์ทดลองในภาคกลางอีก เราเลยจัดกลุ่มเรื่องพวกนี้เป็นก้อนๆ เรียงตามไทม์ไลน์ และกลั่นกรองเป็นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเราได้ยินกันจนเบื่อ รู้สึกว่ามันจับต้องไม่ได้ ทั้งที่จริงๆ แล้วมันเรียบง่าย สมเหตุสมผล และดีมาก”

การกลั่นกรองเนื้อหาทำให้ทีมงานตกตะกอนข้อมูลชุดใหม่ขึ้นมาเป็นแนวคิดเบื้องหลังการทรงงาน เมื่อสิ่งที่อยากจะเล่ามีมากเกินกว่าจะถ่ายทอดบนพื้นที่ออนไลน์เพียงอย่างเดียว พวกเขาตัดสินใจแปลงข้อมูลเป็นหนังสือชื่อ ‘The Visionary’

´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย

3. วิสัยทัศน์สำหรับสวมใส่

“เราทำงานโฆษณามา รู้ว่าต้องทำสิ่งที่คนดูอยากดู ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากทำ และเราไม่ได้อยากทำหนังสือประวัติศาสตร์ แต่นึกถึงหนังสือวิเคราะห์การทำงานของ Steve Jobs, Elon Musk หรือ Jack Ma ที่คนสมัยนี้ชอบอ่าน คนรุ่นใหม่ต้องการผู้นำทางความคิด ไอดอลด้านการทำงาน”

ทีมงานสานต่อที่พ่อทำเล่าว่า ตอนแรกหนังสือเล่มนี้จะชื่อ ‘จักรวาลงานของพ่อ’ โดยเน้นเล่าเรื่องงานต่างๆ ผ่านอุปกรณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่เพจ Facebook ทำให้พวกเขาเรียนรู้ว่าเรื่องของพระองค์มีมากกว่าการเล่าผ่านสิ่งของ

vision ของพระองค์ต่างหากที่พิเศษกว่าเรื่องอื่นใด ดังนั้นผู้อ่านควรได้รู้จักพระองค์ในฐานะ ‘คนทำงาน’

พวกเขาทำสิ่งที่ไม่มีใครทำมาก่อน คือเอาข้อมูลมาแบแล้วเล่นแร่แปรธาตุ ลบไทม์ไลน์เวลาออก แล้วจัดกลุ่มข้อมูลใหม่เป็น 9 บท แต่ละบทถ่ายทอดแนวพระราชดำริการทรงงานที่ในหลวงทรงใช้ตลอดรัชสมัย โดยดีไซน์เส้นทางการอ่านให้ชัดเจน ตรรกะเรียบง่าย ใช้คำราชาศัพท์เพียงเท่าที่จำเป็น ทำให้วิธีคิดในทุกบทนำมาใช้ร่วมกันได้ มีการสรุปใจความเป็น Key of Success ก่อนพลิกไปบทถัดไป

“เราเริ่มเล่าเรื่องจากบทที่ 1 การใช้วิทยุสื่อสาร แก่นคือการสื่อสารเป็นการเชื่อมต่อกับประชาชน บทที่ 2 การใช้อุปกรณ์หรือแผนที่ จริงๆ หมายถึงการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ให้ใช้ทำงานได้หลายอย่าง จนจบที่ปรัชญาการทำงานที่คนรู้จักในชื่อเศรษฐกิจพอเพียง จะเห็นเส้นทางการทำงานจากจุดเล็กๆ คิดแก้ปัญหาจนกลายเป็นปรัชญา”

นอกจากเป็นหนังสือแนวคิดการทำงานยุคใหม่ สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้แปลกไปจากหนังสือในหลวงเล่มอื่นๆ คือไม่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 9 ในตัวเล่มเลย

“เราทำหนังสือในหลวงที่ไม่มีพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง เพราะอยากให้มองเห็นสารที่จะสื่อมากกว่า สิ่งที่พระองค์ทรงทำน่าสนใจและดีมาก เลยอยากให้คนเสพเนื้อหาจริงๆ ไม่ใช่ติดภาพว่าเป็นพระราชกรณียกิจของในหลวง เรามีแค่รูปฉลองพระเนตรเป็นสัญลักษณ์ เหมือนเราเอาฉลองพระเนตรหรือ vision ของในหลวงมาให้คุณลองใส่ และอีกแง่นึง คือได้มองย้อนกลับไปว่าเบื้องหลังฉลองพระเนตรของพระองค์ ในหลวงทรงมีพระราชดำริอย่างไร”

´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย

4. ของขวัญสำหรับทุกคน

“หนังสือเล่มนี้เป็นสิ่งสุดท้ายในโครงการสานต่อที่พ่อทำ ถ้าสิ่งที่เราทำทั้งหมดเป็นหม้อต้มยา นี่คือเคี่ยวจนได้จอกสุดท้าย กินเข้าไปแล้วนำไปใช้ได้เลย”

ทีมงานสานต่อที่พ่อทำกล่าวตบท้าย

‘The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต จะแจกฟรีทั่วประเทศสำหรับผู้ที่สนใจคนละ 1 เล่ม เข้าไปสั่งจองและดูรายละเอียดการรับหนังสือได้ใน Facebook Page สานต่อที่พ่อทำ หรือ www.zipeventapp.com/e/The-Visionary ตั้งแต่วันนี้ – 12 กันยายน 2560 นอกจากนี้ยังมีหนังสือเสียงที่ศิลปิน 9 คน มาอ่านเนื้อหาแต่ละบท คือ บอย โกสิยพงษ์, แต้ว ณฐพร, หมาก ปริญ, ตูน บอดี้แสลม, มาโนช พุฒตาล, ต่อ ธนญชัย, อาย กมลเนตร, ปุ๊ อัญชลี และ ลีโอ พุฒ โดยหนังสือเสียงนี้จะกระจายตามห้องสมุดเสียงและเผยแพร่ทางออนไลน์ พร้อมๆ กับหนังสือเล่ม ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2560

ขอปิดท้ายเบื้องหลังการถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต ด้วยข้อความในหนังสือที่ทีมงานสานต่อที่พ่อทำฝากไว้

“เราเชื่อว่าการสานต่อสิ่งที่ในหลวงทำ คือการนำวิธีคิดที่เปี่ยมด้วยคุณค่าของพระองค์มาใช้เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น และเมื่อใดที่เรามีชีวิตที่ดีขึ้น คนรอบตัวก็ดีขึ้น และสุดท้ายสังคมนี้ก็จะดีขึ้น นั่นต่างหากถึงจะสมประสงค์กับสิ่งที่ในหลวงทรงทุ่มเทกระทำมาตลอดอายุขัยของท่าน”

´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย

FB: สานต่อที่พ่อทำ

Writer

Avatar

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load