โรงแรม โชว์รูมรถยนต์ ร้านวัสดุก่อสร้าง ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า

ทั้ง 4 กิจการอาจจะดูไม่เกี่ยวข้องกันเลย แต่หนึ่งสิ่งที่เหมือนกันคือ ต่างมีแนวคิดในการทำกิจการที่ไม่ใช่เน้นแค่ผลประกอบการ แต่พวกเขาคำนึงถึงความยั่งยืนด้วย 

ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดสุโขทัย เมืองท่องเที่ยวหนึ่งในมรดกโลกที่ใครก็รู้จัก ซึ่งเป็นอีกจังหวัดที่มีการสนับสนุนจากภาครัฐ ในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนสุโขทัยสู่เมืองสีเขียว 

พวกเขาสร้างความยั่งยืนให้กิจการ โดยมี ‘บ้านปู เน็กซ์’ บริษัทลูกของบ้านปูเป็นผู้ช่วย โดยนำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาด และโซลูชันพลังงานฉลาด มาเป็นตัวช่วยพัฒนาให้ธุรกิจเล็ก-ใหญ่ ได้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งโซลูชันนั้นก็คือระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลูชันฉลาดผลิต ที่ช่วยประหยัดค่าไฟและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์อย่างเห็นได้ชัด ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ตั้งแต่ติดตั้งโซลูชันฉลาดผลิต จนถึงปัจจุบัน ทั้ง 4 กิจการในสุโขทัย สามารถลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 380 ตัน เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ถึง 21,800 ต้น ถือเป็นตัวจริงที่ช่วยผลักดันเมืองสุโขทัยสู่เมืองสีเขียวได้จริง

The Cloud ขอพาคุณเดินทางขึ้นไปภาคกลางตอนบน พูดคุยกับเจ้าของกิจการท้องถิ่นทั้ง 4 ถึงแนวคิดการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนในแบบฉบับคนสุโขทัยกัน

01

Sukhothai Treasure Resort and Spa 

4 กิจการในสุโขทัยที่อยากผลักดันให้ SMEs ไทยสนใจรักษ์โลกมากขึ้น

เราเริ่มคุยกับ วิวัฒน์ ธาราวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ Sukhothai Treasure Resort and Spa โรงแรมแบบครบวงจรที่มีทั้งห้องอาหาร ห้องจัดเลี้ยง ห้องประชุม สปา และเป็นแห่งแรกๆ ในจังหวัดสุโขทัยที่ได้รับรางวัลโรงแรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือ Green Hotel ระดับดีมาก จากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม 

วิวัฒน์เล่าว่า บริษัทเริ่มจากทำบูทีกโฮเทลขนาดเล็กภายในจังหวัดตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว โดยเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โรงแรมนี้เริ่มก่อตั้งใน พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นช่วงที่เทรนด์การท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทยกำลังเพิ่มขึ้น ด้วยความตั้งใจของทีมผู้บริหาร จึงอยากให้สุโขทัย เทรเชอร์ เป็นมากกว่าโรงแรมธรรมดาที่แค่มานอนพักผ่อน แต่ต้องเป็นโรงเรียนที่ส่งต่อความรู้ไปยังเจเนอเรชันต่อไปได้ในหลายๆ ด้านด้วย 

4 กิจการในสุโขทัยที่อยากผลักดันให้ SMEs ไทยสนใจรักษ์โลกมากขึ้น

“เราอยากให้ที่นี่เป็นธุรกิจนำร่องเรื่องความยั่งยืนให้โรงแรมในโซนต่างจังหวัด เป็นโมเดลที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และชุมชนไปพร้อมๆ กันได้ เราปลูกผักออร์แกนิก ทำนาข้าว และเลี้ยงปลา เราลดการขนส่งและลดขยะให้น้อยลงด้วยการนำขยะไปทำปุ๋ย นำน้ำไปบำบัดแล้วเอากลับมาใช้ใหม่ นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นว่าทำไมเราถึงอยากใช้พลังงานสะอาดมาช่วยแบ่งเบาอีกด้าน เรียกได้ว่าเราเป็นที่แรกๆ เลยที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์อย่างครบวงจร เราติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปบนหลังคาห้องอาหารและที่จอดรถกับทางบ้านปู เน็กซ์ ตั้งแต่ปลาย พ.ศ. 2561”

เมื่อพูดถึงโซลาร์เซลล์ วิวัฒน์ศึกษาหาข้อมูลมาหลายเจ้า แต่ก็มาลงตัวกับทางบ้านปู เน็กซ์ เพราะความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ความเป็นมืออาชีพที่มีประสบการณ์ และมาพร้อมบริการครบวงจร 

4 กิจการในสุโขทัยที่อยากผลักดันให้ SMEs ไทยสนใจรักษ์โลกมากขึ้น

“เราเริ่มทำเมื่อเกือบสามปีก่อน จนตอนนี้น่าจะประหยัดค่าไฟไปได้ 30,000 บาทต่อเดือน การใช้โซลาร์เซลล์นี้มีรายละเอียดเยอะ ตั้งแต่การคำนวณ ติดตั้ง ไปจนถึงการดำเนินงานทางกฎหมาย หลังติดก็ต้องดูแลรักษาระบบอีก ซึ่งเขาจัดการให้ทั้งหมด เมื่อติดตั้งได้ระยะหนึ่งก็มีทั้งเพื่อนผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ และสถานศึกษา ติดต่อขอมาดูงานที่โรงแรมตลอด เรียกได้ว่าตอบโจทย์ที่เราอยากเป็นศูนย์การเรียนรู้มากกว่าเป็นแค่โรงแรม” 

คนที่มาดูงานมักจะมีคำถามเสมอว่า ‘เคยวัดไหมว่าช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ให้โลกได้เท่าไหร่’ วิวัฒน์ไม่รอช้า เปิดแอปพลิเคชันของบ้านปู เน็กซ์ แล้วตอบได้ทันที 

“เราลดคาร์บอนฯ ไปได้กว่า 110 ตัน ดีใจนะที่ช่วยโลกได้ แม้จะเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม” 

 
02

SCG Home แสงอุปกรณ์ สุโขทัย

4 กิจการในสุโขทัยที่อยากผลักดันให้ SMEs ไทยสนใจรักษ์โลกมากขึ้น

ทายาทรุ่นสองของธุรกิจอย่าง ใหม่-ณรงค์ชัย ศรีอรุณนิรันดร์ กรรมการบริหาร SCG Home แสงอุปกรณ์ สุโขทัย เล่าว่าที่บ้านเริ่มมาจากการทำกิจการขายวัสดุก่อสร้าง และเริ่มมาเป็นดีลเลอร์ SCG ทั่วไปเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว จนกลายมาเป็น SCG Home ที่ปรับรูปแบบเป็น Modern Trade โดยร่วมมือกันระหว่างทาง SCG และบุญถาวรในปัจจุบัน

“เราปรับรูปแบบร้านมาตลอด ทุกวันนี้ผู้บริโภคมีพฤติกรรมการซื้อที่เปลี่ยนไป ต้องการความรวดเร็วมากขึ้น เราก็ต้องปรับตัวตาม เอาเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยเสริม เมื่อก่อนเราแค่หาของมาจำหน่ายตามที่ลูกค้าต้องการ แต่ตอนนี้มีบริการช่วยออกแบบให้กับลูกค้า ให้คำแนะนำ ปรึกษา มีการติดตั้งและรับประกันเพิ่มมา เป็นมากกว่าร้านค้าทั่วไปแล้ว แต่ให้บริการครบจบในที่เดียวไปเลย”

เมื่อปรับปรุงร้านให้ดูทันสมัยมากขึ้น พื้นที่การขายก็เพิ่มขึ้นด้วย ระบบเครื่องปรับอากาศก็ทำให้ค่าใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาก เขาจึงเริ่มศึกษาเรื่องของระบบโซลาร์รูฟท็อป

4 กิจการในสุโขทัยที่อยากผลักดันให้ SMEs ไทยสนใจรักษ์โลกมากขึ้น
4 กิจการในสุโขทัยที่อยากผลักดันให้ SMEs ไทยสนใจรักษ์โลกมากขึ้น

“ค่าไฟที่ร้านพุ่งขึ้นไปถึงเดือนละ 100,000 กว่าบาท ก็เลยหาข้อมูลเพิ่ม บวกกับลูกค้าของผมอย่างโรงแรมสุโขทัย เทรเชอร์ฯ เขาก็ติดอยู่ เลยได้คุยกันและไปขอดูงานที่โรงแรม ทำให้เห็นภาพมากขึ้นเพราะเราไม่มีประสบการณ์เลย”

จริงๆ เพื่อนผู้ประกอบการของใหม่เองก็รับติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป แต่ใหม่มองว่าการลงทุนในครั้งนี้ควรให้ผู้ที่มีประสบการณ์และเป็นมืออาชีพด้านพลังงานจริงๆ เข้ามาทำน่าจะดีกว่า 

“ถ้าเราไม่หามืออาชีพด้านนี้โดยตรงมาทำ แทนที่จะเป็นผลดีในระยะยาว อาจจะกลายเป็นผลเสียมากกว่า เลยอยากได้เจ้าที่ไว้ใจได้จริงๆ และมีบริการหลังการขายที่ดี เพราะอายุการใช้งานมันเกินสิบปีอยู่แล้ว”

ปัจจุบันใหม่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมาเป็นเวลาเกือบ 2 ปี ลดค่าไฟลงไปกว่า 50 – 60 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้จ่ายเพียง 50,000 – 60,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น

คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

“การติดตั้งโซลาร์ฯ ของเราเห็นผลเป็นรูปธรรม เราดูความสำเร็จได้ว่าผลิตและใช้ไฟจากโซลาร์ฯ ไปแล้วเท่าไหร่ หรือใช้ไฟจากการไฟฟ้าเท่าไหร่ เวลามีเพื่อนๆ ที่สนใจมาถามเรา เราก็เปิดแอปฯ เล่าให้เขาฟังได้เลย”

ใหม่มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมกับหน่วยงานในสุโขทัย ได้เห็นการทำกิจกรรม และการส่งเสริมด้านความยั่งยืนหลายครั้ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้สนใจและหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

“การใช้พลังงานสะอาดไม่ได้ช่วยแค่เรื่องลดต้นทุน แต่ช่วยยกระดับร้านให้เป็นองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม รวมถึงเป็นต้นแบบให้กับองค์กรอื่นๆ ด้วย”

03

บริษัท โตโยต้าสุโขทัย ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด

บุ๊ง-พรรษา เรืองปัญญวัฒนา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้าสุโขทัย ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด ดีลเลอร์ขายรถยนต์โตโยต้าและศูนย์บริการที่อยู่คู่เมืองสุโขทัยมากว่า 50 ปี เป็นธุรกิจครอบครัวที่ปัจจุบันดำเนินงานเป็นรุ่นที่ 3 เธอเติบโตมากับการถูกปลูกฝังแนวคิดเหมือนเป็นพนักงานคนหนึ่งในร้าน ไม่ใช่ในฐานะเจ้าของ ทำให้เข้าใจระบบการทำงานทั้งหมดของบริษัทมาตั้งแต่เด็กๆ และเมื่อได้เข้ามาร่วมบริหาร เธอก็มีความตั้งใจที่จะดูแลกิจการนี้ให้เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยตัวเอง 

คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

“เราเป็นคนสุโขทัย ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าทำธุรกิจต้องไม่ลืมคืนสิ่งดีๆ ให้คนในจังหวัดด้วย ทุกวันนี้เราดูแลลูกค้าเหมือนคนในครอบครัว ไม่ปฏิเสธลูกค้า ใส่ใจบริการเต็มที่ เราอยากให้ลูกค้าสบายใจที่สุด รวมถึงที่ผ่านมาก็ทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมมาตลอด อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ก็ได้บริจาคสิ่งของให้โรงพยาบาลต่างๆ”

ส่วนมากบุ๊งจะสแตนด์บายอยู่ที่โชว์รูมตลอด เพราะเชื่อว่าข้อแตกต่างของที่นี่กับดีลเลอร์อื่นคือ โตโยต้าสุโขทัยช่วยลูกค้าตัดสินใจได้โดยทันที เพราะมีเจ้าของอยู่พร้อมแก้ไข รับฟัง และอะลุ่มอล่วยอยู่เสมอ 

“เราจะบอกพนักงานตลอดว่าติดปัญหาตรงไหน ลูกค้าต้องการอะไร มาคุยกัน เราจะช่วยตัดสินใจให้ เพราะบางทีพนักงานอาจจะไม่กล้าตัดสินใจ ก็จะบอกพวกเขาเสมอว่าต้องคุยกัน ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไร เราช่วยกันแก้ไขได้ เราต้องช่วยกันดูแลลูกค้า”

คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด
คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

เธอเพิ่งได้เข้ามาเริ่มบริหารหลังเรียนจบเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว แต่ในยุคแรกขณะที่อากงของเธอเป็นคนก่อตั้งบริษัท อาคารโชว์รูมยังเป็นแบบเก่าที่ไม่ได้มาตรฐาน และจอดรถโชว์ได้เพียงแค่ 2 คันในชั้นล่าง ด้านบนเป็นบ้านที่อยู่มาเป็นเวลานาน เมื่อเธอเข้ามาทำงาน ก็เริ่มปรับปรุงทุบอาคารเดิมทิ้ง และกลายมาเป็นโชว์รูมขนาดใหญ่ที่โชว์รถได้มากกว่า 10 คัน โดยปัจจุบัน บุ๊งก็ยังดำเนินธุรกิจร่วมกับคุณพ่ออยู่ด้วย

 “ปะป๊าของเราเป็นคนช่างสรรหามาก ช่วงที่ระบบโซลาร์ฯ เริ่มบูม เขาก็ซื้อแผงจากจีน เอาแบตเตอรี่มาประดิษฐ์เองชิ้นเล็กๆ ง่ายๆ ถามว่าได้ผลไหม ก็พอได้นะกับไฟแค่ไม่กี่ดวง การดูแลก็สอนให้พนักงานดูแล แต่ถ้าในอนาคตพนักงานคนนี้ออกไป ก็ไม่เกิดการส่งต่อความรู้ตรงนี้ และมันไม่ปลอดภัยเท่าไหร่เพราะเราทำเอง” 

ที่เริ่มติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปกับบ้านปู เน็กซ์ จริงจัง เพราะผู้ประกอบการรุ่นพี่บอกต่อความคุ้มค่า แถมโชว์ข้อมูลการประหยัดไฟให้เห็นภาพแบบชัดเจน ซึ่งก่อนติดตั้งก็ได้ขอไปดูระบบฯ ที่ติดตั้งของจริงประกอบการตัดสินใจด้วย

คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

“ตอนนี้ก็ติดตั้งมาได้ประมาณหนึ่งปีแล้ว ปกติไฟที่ใช้หลักๆ เลยคือแอร์ เพราะว่าเราเป็นโชว์รูมที่ต้องต้อนรับลูกค้า ก็อยากที่ให้ลูกค้าเข้ามาเจอแอร์เย็นๆ นั่งคุยเงื่อนไข ตัดสินใจซื้อด้วยความสบายใจ นั่งคุยกันแบบร้อนๆ ก็อาจจะทำให้การตัดสินใจเปลี่ยนได้ เมื่อก่อนกระหน่ำเปิดก็ค่าไฟพุ่ง มากสุดเคยมี 170,000 ต่อเดือน ซึ่งถือว่าเยอะมาก แต่จะให้เปิดแอร์เฉพาะตอนลูกค้าเข้ามาก็เย็นไม่ทันใจ เนื่องด้วยขนาดพื้นที่โชว์รูมค่อนข้างกว้าง แต่ทุกวันนี้ก็เปิดแอร์อย่างสบายใจ มีอิสระในการใช้ไฟมากขึ้น”

“เราอยากประหยัดต้นทุนได้ และดูแลลูกค้าได้ดีที่สุดด้วย”

04

บริษัท ธงชัยวิทยุ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด

คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

เราคุยกับ อ๊อฟ-จินตวัฒน์ กิจสนาโยธิน ผู้บริหารรุ่นสองของบริษัท ธงชัยวิทยุ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ศูนย์จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่คนสุโขทัยเลือกและไว้ใจมาเกือบ 50 ปี เมื่อพูดถึงเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้ากับคนสุโขทัย ใครๆ ก็ต้องนึกถึงที่นี่อย่างแน่นอน

ธงชัยวิทยุเริ่มต้นมาจาก ธงชัย กิจสนาโยธิน หรือพ่อของอ๊อฟ ผู้เป็นช่างซ่อมนาฬิกาและเริ่มเห็นว่าวิทยุและโทรทัศน์สีเริ่มได้รับความนิยมมากในช่วง พ.ศ. 2515 แต่ในจังหวัดสุโขทัยเองยังไม่ค่อยมีผู้จำหน่าย เขาจึงเห็นโอกาสทางธุรกิจ และตัดสินใจเริ่มขายมาตั้งแต่ยุคนั้น 

เริ่มจากวิทยุและโทรทัศน์มาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มชนิดมากขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีถึง 2 สาขา คือ สาขาดั้งเดิมภายในตลาดสุโขทัย และสาขาใหม่ ริมถนนบายพาส จังหวัดสุโขทัย บนพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร และกลายมาเป็นศูนย์จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด

คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

“เมื่อก่อนสมัยที่อาปาเริ่มเลย มาตรฐานสินค้าและบริการหลังการขาย อย่างงานซ่อมบำรุงหรือรับประกันอาจจะไม่เหมือนทุกวันนี้ อาปาเห็นว่าการบริการเป็นจุดขายสำคัญซึ่งก็ได้พัฒนาเรื่อยมา จนตอนนี้เรามาเป็นตัวแทนจำหน่ายโดยตรงจากบริษัทต่างๆ มีมาตรฐานมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ”

ปัจจุบันร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้ามีหลายเจ้าเข้ามาบุกตลาดมากขึ้น อย่างร้านค้าปลีก Modern Trade ใหม่ๆ มากมายนอกจากการแข่งขันทางด้านราคา ธงชัยวิทยุเป็นร้านในชุมชนที่อยู่คู่กับชาวสุโขทัยมายาวนาน ทำให้มีความยืดหยุ่นในการซื้อสินค้ามากกว่า รวมไปถึงความเก๋าเกมที่อยู่มานานของธงชัยวิทยุ ทำให้การบริการทั้งก่อนและหลังการขายกลายเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของที่นี่

“การบริการของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานติดตั้ง การให้คำปรึกษา การใช้งาน และบริการหลังการขาย เช่น ถ้าสินค้ามีปัญหาแล้วเราเป็นตัวแทนในการรับซ่อมโดยตรงจากบริษัท เราก็มีทีมช่างที่เชี่ยวชาญเข้ามาดูแลให้ลูกค้า เพราะฉะนั้น ความเร็วในการเข้าถึงลูกค้าหรือว่าความยืดหยุ่น เราทำได้ดีกว่า”

สาขาแรกที่ตลาดมีรูปแบบร้านเป็นตึกแถว จาก 1 ห้องมาเป็น 10 ห้องในปัจจุบัน เน้นขายสินค้าชิ้นเล็กที่จับจ่ายง่าย แต่ก็เกิดปัญหาทางด้านการสต็อกของ และมีพื้นที่จำกัดในการตั้งโชว์สินค้า เป็นจุดเปลี่ยนให้เริ่มต้นขยายมายังสาขา 2 เป็นโชว์รูมเครื่องใช้ไฟฟ้าครบวงจรในพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร อ๊อฟจึงเริ่มคิดนำพลังงานสะอาดมาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น

“ด้วยพื้นที่ใหญ่มากกว่าตึกแถวเดิม เครื่องใช้ไฟฟ้าเราก็เพิ่มจำนวนไลน์อัพครบทุกยี่ห้อ แถมยังต้องเปิดโชว์หรือให้ลูกค้าทดลองใช้อยู่ตลอด ระบบเครื่องปรับอากาศก็ต้องครอบคลุม ไหนจะแสงสว่างต่างๆ ในร้านด้วย ค่าไฟจึงเยอะขึ้นกว่าเดิม 4 – 5 เท่า เราเลยคิดว่าการใช้พลังงานสะอาด น่าจะเป็นการลงทุนในระยะยาวที่คุ้มทุน รวมถึงหลังๆ มานี้ ภาครัฐมีการส่งเสริมพลังงานสะอาดด้วยการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ประกอบกับราคาของแบตเตอรี่ อินเวอร์เตอร์ แผงโซลาร์ต่างๆ ก็ราคาต่ำลง ผู้ประกอบการ SMEs อย่างเราจับต้องได้ เลยคิดว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะหันมาใช้เทคโนโลยีนี้”

คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด
คุยกับเหล่าผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยที่ตั้งใจใช้พลังงานสะอาด ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

อ๊อฟเล่าว่าทีแรกคิดจะทำเรื่องโซลาร์รูฟท็อปเองด้วยซ้ำ เพราะที่ร้านก็พอมีความเชี่ยวชาญทางด้านการติดตั้งอยู่แล้ว แต่พอรู้ว่าทางบ้านปู เน็กซ์ ไม่ได้ทำให้กับแค่ลูกค้าเจ้าใหญ่ๆ แต่ยังรับติดตั้งให้กับ SMEs หลายๆ ที่ ก็ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 

“เขาช่วยคิดให้หมดว่าใช้ไฟเท่านี้ ต้องติดตั้งเท่าไหร่ถึงจะคุ้มค่า ไหนจะเรื่องความปลอดภัยก็ดี เรื่องการขออนุญาตก็ดี ได้มืออาชีพด้านนี้มาจัดการทุกอย่างให้ เราก็วางใจได้เยอะ แถมพอติดตั้งแล้วเราแค่ติดตามการใช้งานได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน” 

หลังจากที่ติดตั้งโซลาร์มาเกือบ 1 ปี ร้านสามารถประหยัดค่าไฟลงไปกว่า 45 เปอร์เซ็นต์ ช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ให้โลกได้ถึงเกือบ 90 ตัน ผลลัพธ์นี้ทำให้รู้สึกว่าตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ เพราะสามารถนำเงินไปต่อยอดให้กับธุรกิจในด้านอื่นๆ ได้สร้างภาพลักษณ์ และยังคืนสิ่งดีๆ สู่ชุมชนด้วย

อ๊อฟปิดท้ายว่าอยากเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับสุโขทัย จึงได้นำหลักความยั่งยืน 3 ด้าน ได้แก่ ธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มาใช้บริหารกิจการ 

“เราเริ่มจากร้านเล็กๆ เติบโตมาได้เพราะชุมชน เราก็อยากช่วยเหลือชุมชนให้มีความสุขไปด้วยกัน อยากสร้างคุณค่าในสินค้าและงานบริการที่ดีให้กับลูกค้า ไปพร้อมๆ กับส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในชุมชน มอบทุนการศึกษาให้เด็กๆ หรืออะไรก็ตามที่ชุมชนขาดเหลือ รวมถึงเป็นแบบอย่างเรื่องรักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากติดโซลาร์รูฟท็อปแล้วเรากับพนักงานก็มีการรีไซเคิลของใช้เก่าๆ และแยกขยะภายในร้านด้วย ในอนาคตจะนำรถไฟฟ้ามาใช้ในสาขาด้วย”

นี่เป็นเพียงตัวอย่างธุรกิจรายย่อยในสุโขทัยที่เริ่มต้นให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ถึงแม้จะเป็นก้าวเล็กๆ แต่พวกเขาเล็งเห็นว่า การใช้พลังงานสะอาดไม่ใช่แค่การลดต้นทุนทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังได้ช่วยเหลือชุมชนที่พวกเขาเติบโตมา รวมถึงโลกใบนี้ได้อย่างยั่งยืนต่อไป

บ้านปู เน็กซ์ คือผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานฉลาดชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มุ่งนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านโซลูชันพลังงานสะอาด เทคโนโลยี และดิจิทัลแพลตฟอร์มมาต่อยอด และพัฒนา ‘โซลูชันพลังงานฉลาด’ (Smart Energy Solutions) เพื่อนำเสนอแนวทางการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด สร้างความยั่งยืนให้กับโลก สิ่งแวดล้อม ธุรกิจ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้กับคนในสังคม

โซลูชันฉลาดผลิต (Smart Energy Generation) ดำเนินธุรกิจผลิต และจ่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ทั้งการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าพลังงานลม และบริการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งโซลาร์รูฟท็อป โซลาร์คาร์พอร์ต และโซลาร์ลอยน้ำ ที่สามารถติดตาม ตรวจสอบการผลิต และการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมฟังก์ชันอื่นๆ ที่ออกแบบตามความต้องการลูกค้า

ผู้ที่สนใจบริการติดตั้งระบบโซลาร์ของบ้านปู เน็กซ์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://cutt.ly/BanpuNEXT-TheCloud หรือสอบถามข้อมูลทาง Call Center โทร. 0 2095 6599 ได้เลย

Writer

ณิชากร เอื้อสุนทรวัฒนา

อดีตนักเรียนโฆษณาที่มาเอาดีทางด้านอาหาร แต่หลงใหลการสัมภาษณ์และงานเขียน

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

29 พฤศจิกายน 2565
176

“เรื่องนี้เราจะไม่รอ”

เป็นคำพูดที่ นายกฤษณ์ จิตต์แจ้ง กรรมการผู้จัดการของธนาคารกสิกรไทยเน้นย้ำกับ The Cloud เพื่อแสดงเจตนาที่แน่วแน่ในการร่วมเปลี่ยนผ่านสังคมธุรกิจของประเทศไทยไปสู่กระบวนการที่ยั่งยืน แม้เรื่องนี้จะไม่ง่าย แต่ธนาคารยักษ์ใหญ่ก็ยินดีที่จะก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อชวนทุกคนเดินไปด้วยกัน

เป้าหมายที่ทุกองค์กรทั่วโลกตั้งใจทำให้สำเร็จ คือเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ซึ่งครอบคลุมทุกมิติของมนุษยชาติ รวมทั้งสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกันทั้งหมด แนวทางการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลที่ดี หรือ ESG ถูกหยิบยกมาใช้บ่อยขึ้น และกำลังจะกลายเป็นขอบเส้นของมาตรฐานการทำธุรกิจในบริบทใหม่ที่ทุกคนต้องเดินตาม

เปลี่ยนวันนี้ ก่อนจะไม่มีโอกาสได้เปลี่ยน และธนาคารกสิกรไทยก็เริ่มต้นมาได้สักพักแล้ว

"ถ้าทำไม่ได้ เราจะไม่พูด” วิถีความยั่งยืนแบบ Walk the Talk ของธนาคารกสิกรไทย

เริ่มต้นที่ตัวเรา

สิ่งสำคัญของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน คือการชี้วัดอย่างเป็นรูปธรรมของผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด เริ่มจากกระบวนการทำงานภายในองค์กรที่ทำได้ทันที จากนั้นเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้า ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ ส่วนที่ยากที่สุดคือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่อยู่ปลายทาง ซึ่งต้องนำมาพิจารณาด้วย

การจัดการภายในจึงเป็นสิ่งที่เริ่มได้เร็วกว่าทางอื่น

“เรามองมาที่การทำงานของเรา ว่าอะไรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเยอะบ้าง นั่นก็คือรถยนต์ที่เราใช้ เรามีรถเป็นพันคัน สองคือการใช้ไฟฟ้า แม้เราจะไม่ใช่โรงงาน แต่ก็มีสาขา มีสำนักงานขนาดใหญ่ทั่วประเทศถึง 7 อาคาร ซึ่งใช้ไฟฟ้าพอสมควร

“ถามว่าจะไม่ใช้รถหรือไฟฟ้าได้ไหม ก็ไม่ได้ เราพยายามปรับไปใช้น้ำมัน E85 ก็ช่วยลดคาร์บอนได้บ้าง สุดท้ายเราจะเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดในอนาคต ดังนั้น รถหมดสัญญาแล้วก็จะทยอยเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าครับ ส่วนเรื่องการใช้ไฟฟ้า เราติดโซลาร์เซลล์ตามสาขาต่าง ๆ คิดว่าน่าจะประมาณ 200 – 300 สาขาที่ธนาคารเป็นเจ้าของพื้นที่และมีศักยภาพในการติดตั้งได้ จากทั้งหมด 800 สาขาที่มี ก็ช่วยลดค่าไฟได้ 10 – 20% ที่เหลือก็ต้องหักล้างเรื่องคาร์บอนเครดิตเอาอีกที” 

ทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีร่องรอยของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งสิ้น

"ถ้าทำไม่ได้ เราจะไม่พูด” วิถีความยั่งยืนแบบ Walk the Talk ของธนาคารกสิกรไทย

Green Transition การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ที่เป็นไปได้

เป้าหมายที่สำคัญของธนาคารกสิกรไทยในการผลักดันเรื่องความยั่งยืนที่สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทย โดยธนาคารมีความตั้งใจจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์จากการดำเนินงานของธนาคาร ใน พ.ศ. 2573 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในพอร์ตโฟลิโอของธนาคารตามทิศทางของประเทศ ด้วยชุดความคิดที่เป็นไปได้และทำได้จริงมากกว่าการประกาศเป้าหมายเท่ ๆ

“สิ่งที่ท้าทายคือ พอร์ตสินเชื่อของเรามีถึง 2.4 ล้านล้านบาท ซึ่งใหญ่มาก เราต้องดูว่าจะเริ่มตรงไหน จบตรงไหน ทำได้จริงแค่ไหน ซึ่งเราทำคนเดียวไม่ได้ ขึ้นกับว่าลูกค้าเอากับเราด้วยไหม เราก็ต้องไปเฟ้นหาว่าลูกค้ากลุ่มไหนจะไปด้วยกันต่อ เราเพิ่งจ้างที่ปรึกษาระดับโลกมาวิเคราะห์พอร์ตสินเชื่อของเรา ดูเป็นรายอุตสาหกรรมเลย ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่มที่เราจะเน้น โดยประเมินออกมาเป็น 3 เซกเตอร์ที่มีบทบาทมากที่สุดคือ 27% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งพอร์ตของเรา ส่วนอีก 2 อันคิดเป็นสัดส่วน 13% ถ้าทำทั้งหมด 5 กลุ่มนี้ ก็จะคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งพอร์ตของเรา อย่างธุรกิจพลังงาน โรงไฟฟ้าเป็นพอร์ตที่สำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับนโยบายภาครัฐทั้งเรื่องพลังงานทดแทนและโรงไฟฟ้าด้วย เรื่องนี้เราจับตามองอยู่ แต่เราก็ไม่รอนะ เราคุยกับลูกค้าไปเลยว่าพอจะเปลี่ยนตรงไหน อย่างไรได้บ้าง”

บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่างเข้าใจและรู้ถึงความสำคัญของ ESG รวมทั้งรายงานต่าง ๆ ที่ต้องจัดทำเพื่อให้สอดคล้องกับการกำกับดูแล คุณกฤษณ์มองว่านี่เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

“สุดท้ายเราต้องพูดเป็นตัวเลขออกมาให้ได้ อย่างพวกถ่านหิน เราก็ไม่ปล่อยกู้ให้โรงไฟฟ้าถ่านหินโรงใหม่ เราทำแบบนี้มาได้สักปีหนึ่งแล้ว คือของเดิมที่มีอยู่ แต่ถ้าเขาจะปรับปรุงเพื่อลดการใช้ถ่านหินลง เราก็พร้อมคุย เพราะว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ถึงยังไงผมก็ไม่คิดว่าเราจะตัดพวกเขาออกไปได้ เพราะว่าเวลาลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าไปแล้ว เราก็ต้องอยู่กับเขาไปอีก 20 ปี สมมติสร้างโรงงานมา 5 พันล้านแล้ว จะมีใครมาปิดมันง่าย ๆ ดังนั้น ต้องช่วยกันคิดที่จะปรับเปลี่ยนตัวเอง

“ช่วงที่ผ่านมามีประชุมกับกลุ่มนักลงทุนตลอด ล่าสุดมีกลุ่มที่เข้ามาขอคุยเรื่อง ESG อย่างเดียวเลย ดูว่าเราเป็นอย่างไร อันไหนทำได้ อันไหนทำไม่ได้ เราก็รู้สึกดี ผมเองไม่ได้มีคำตอบให้เขาทุกอย่าง แต่เราบอกเขาเรื่อง KBank Way คือ Walk the Talk พูดแล้วก็ทำ ถ้าทำไม่ได้ เราจะไม่พูด”

เรียบง่ายแต่หนักแน่นเอาเรื่อง สำคัญวิถีของธนาคารกสิกรไทย

ความยั่งยืนทำคนเดียวไม่ได้

สิ่งที่เป็นอุปสรรคและความท้าทายของธนาคารคือ การชวนผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กมาร่วมเปลี่ยนผ่านกระบวนการทางธุรกิจไปด้วยกัน ซึ่งกลุ่มนี้อาจต้องใช้ทั้งแรงผลักและแรงจูงใจมากกว่าบริษัทขนาดใหญ่

“ความท้าทายของเราคือลูกค้าขนาดที่เล็กลงมา ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เขาจะมองว่าพอต้องใช้เงินลงทุนที่มากขึ้น แต่ผลตอบแทนหรือกำไรที่ได้อาจจะลดลง แล้วแบบนี้แรงจูงใจที่จะให้เขาทำคืออะไร อย่างลงทุนทำโรงงานสีเขียว 100 ล้านบาท ถ้าเราเป็นผู้ประกอบการก็จะคิดว่าทำไปทำไม อย่างแรกเราต้องมีแรงจูงใจ เราเองต้องไปชวนลูกค้าคุย เอาตัวเลขไปเสนอเพื่อประกอบการตัดสินใจ อันที่สองผมว่าภาครัฐก็ต้องเข้ามาช่วยด้วย ผมคิดว่าภาครัฐควรทำเป็นรายอุตสาหกรรมไป ไม่ต้องทำผ่านระบบธนาคาร บอกไปเลยว่าถ้าใครเดินมาทางนี้ จะได้แบบนี้ ถ้าใครไม่ทำตามนี้ ก็จะเกิดผลแบบนี้ ภาครัฐก็ต้องเล่น 2 บทด้วย” 

ล่าสุด ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการกำหนดนิยามและจัดหมวดหมู่โครงการหรือกิจกรรมในภาคเศรษฐกิจที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทย (Thailand Taxonomy) ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำนิยามและหมวดหมู่ เพื่อให้ภาครัฐ ธนาคาร และกลุ่มธุรกิจ มีความเข้าใจตรงกันและมีจุดที่ใช้อ้างอิงในการกำหนดแผนและนโยบายต่าง ๆ ขององค์กร ซึ่งสถาบันการเงินต้องประเมินความเสี่ยง รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นอีกก้าวของการร่วมมือกันในวงที่กว้างขึ้น

“ในต่างประเทศเขาบังคับผ่านกฎหมายเป็นรายอุตสาหกรรมเลยนะ เริ่มจากการวัดคาร์บอนก่อน พิจารณาเป็นรายอุตสาหกรรมไป ซึ่งปัจจุบันบ้านเรายังไม่มีเรื่องพวกนั้น ตอนนี้เริ่มแล้วแต่ยังเป็นภาพกว้าง ๆ อยู่ ผมว่าการเปลี่ยนแปลงในช่วงที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่เห็นคือ เราเอาสิ่งนั้นมาเชื่อมกับธุรกิจเยอะขึ้น ผมเป็นกรรมการผู้จัดการที่ดูแลด้านเป้าหมายสินเชื่อและด้านความเสี่ยง ดูว่าเป็นอย่างไร รายได้มาจากทางไหน เสี่ยงอย่างไร ผมก็เอาเรื่อง ESG ใส่ไปด้วย มันยากขึ้นคือเป้าสินเชื่อก็ต้องทำให้ได้ เรื่อง ESG ก็ต้องทำให้ชัดว่าพอร์ตสินเชื่อเราจะวิ่งไปทางไหน และทำไมต้องเป็นทางนั้น นี่เป็นโจทย์ทางธุรกิจไปแล้ว

“เรามี Climate Pillar เป็นเสาหลักอันใหม่ขึ้นมา คือรวมโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาไว้ด้วยกัน แล้วทางนี้ก็จะเอามาตั้งเป็นเป้า เราอยากเป็นผู้นำด้าน ESG ของภูมิภาคก็ต้องออกมาทำก่อน ทั้งการตั้งเป้าหมาย มีคำมั่นสัญญา ผู้นำในความหมายของเราไม่ใช่ผู้นำที่ทิ้งคนอื่นนะ แต่เป็นผู้นำที่ชวนคนอื่นเข้ามาทำด้วย มีคนถามว่ากลัวคนอื่นมาแข่งมั้ย ผมตอบว่าผมชอบเลย มาแข่งเรื่อง ESG ถือว่าดี ใครมีวิธีดี ๆ หรือเทคโนโลยีอย่างไรก็มาแชร์กัน เรื่องนี้อยากชวนมาแข่งนะ เพื่อทำให้เป็นรูปธรรม จับต้องได้มากขึ้น ตอนนี้เราพยายามสร้างมาตรฐานใหม่และคุยกับแบงก์ชาติ แต่ต้องบอกว่าเรื่องนี้ทำคนเดียวไม่ได้ ต้องร่วมมือกัน ถ้าลูกค้าไม่เอาด้วยก็จะเกิดช้าครับ”

การเปลี่ยนแปลงที่มีผลในวงกว้าง จะฉายเดี่ยวไม่ได้

เป้าหมายความยั่งยืนที่ชี้วัดได้

แล้วตอนนี้ธนาคารกสิกรไทยมีสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านและความยั่งยืนอยู่เท่าไหร่ 

นี่คือคำตอบ

“ประมาณ 1 – 2 % ของสินเชื่อทั้งหมดครับ เมื่อก่อนมีความท้าทายเรื่องการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจสีเขียวว่าวัดยังไง ปีนี้เราเริ่มนับแล้ว ตอนนี้จะชัดขึ้นว่าอันไหนได้หรือไม่ได้ อาคารสร้างขึ้นมาแบบประหยัดพลังงานหรือเปล่า สร้างอย่างไร เพราะภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกอันที่เราเน้น เนื่องจากปล่อยคาร์บอนเยอะ ต้องมีกระบวนการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก่อนการพิจารณาเครดิต เราทำมาหลายปีแล้ว อย่างเช่น ลูกค้าอยากทำโรงงานผลิตไฟฟ้าจากขยะ ฟังดูน่าจะกระทบกับสิ่งแวดล้อมและชุมชน เราก็ดูว่าเขากู้เงินไปแล้วจะใช้ทำอะไรบ้าง คืนอะไร อย่างไร มาตรฐานสากลของสิ่งนั้นคืออะไร ปล่อยมลพิษไปแล้วกระทบอะไรมั้ย เทคโนโลยีที่ใช้คืออะไร ถ้าผ่านตามมาตรฐานหมด ก็จะเข้าไปคณะกรรมการของธนาคาร ถ้าเขาไฟเขียวถึงจะเอามาดูต่อ แปลว่าถ้าไม่ได้ตามมาตรฐาน เราก็จะไปคุยถึงปัญหา หา Solution ให้ลูกค้า แต่ถ้ายังทำไม่ได้เราไม่คุยด้วย

“ตอนนี้เราตั้งเป้าเพิ่มสินเชื่อและการลงทุนสีเขียวเข้าไปในระบบอีกสัก 2 แสนล้านบาท เราอยากชวนธุรกิจมาทำกันเพิ่ม เรื่องความยั่งยืนนี้ ธุรกิจขนาดใหญ่ยังไงก็จุดติด แต่ว่าสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กและขนาดกลางจะยากหน่อย ส่วนประชาชนทั่วไปก็เป็นเรื่องวิถีชีวิต อย่างรถหรือบ้านที่ประหยัดพลังงาน ก็ต้องปรับเปลี่ยน เราอยากเป็นต้นแบบเรื่องความยั่งยืนให้พวกเขา

"ถ้าทำไม่ได้ เราจะไม่พูด” วิถีความยั่งยืนแบบ Walk the Talk ของธนาคารกสิกรไทย

“ส่วนการตรวจสอบมันก็จะมีกระบวนการอยู่ เราดูว่าเครื่องจักรเขาเป็นไปตามที่กำหนดมั้ย มีทีมลงไปดู มีกระบวนการทบทวนวงเงิน เวลาเราให้เงินใครไป เราก็ต้องไปติดตามและดูแล ถือเป็นความท้าทายเวลาที่เราจะทำเรื่องความยั่งยืนให้ใหญ่ขึ้น บางอย่างอาจต้องมีองค์กรภายนอกเข้ามาช่วย สุดท้ายก็จะเกิดการขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องตามมาด้วย” 

ธนาคารกสิกรไทยประกาศตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนที่ 2.5 หมื่นล้านบาทต่อปี รวมเป็นวงเงินกว่า 2 แสนล้านบาท ภายใน พ.ศ. 2573 แม้ใน 3 ไตรมาสแรกของ พ.ศ. 2565 ตัวเลขจะยังไปไม่ถึงจุดที่หวัง ซึ่งธนาคารได้ให้สินเชื่อไปแล้วกว่า1.6 หมื่นล้านบาท แต่ก็ยังคงผลักดันต่อและคาดว่าขนาดของสินเชื่อใน พ.ศ. 2566 น่าจะโตได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ 

“ตัวเลขพวกนี้จะสะท้อนว่าเราทำได้และทำจริงมั้ย ปล่อยไปแล้วเป็นไง ติดข้อจำกัดอะไรบ้าง อีกเรื่องคือแผนที่วางไว้ ลูกค้าเดินด้วยกับเราหรือเปล่า เรามีองค์ความรู้ที่จะขยายไปอุตสาหกรรมอื่นมั้ย ซึ่งโจทย์พวกนี้ต้องรวมไว้ใน Climate Pillar ซึ่งกลายเป็นเป้าหมายของทีมขายไปแล้ว พวกเขาก็รับโจทย์ไป ผมเองก็ถูกคาดหวังให้รายงานตัวเลขพวกนี้ตลอดกับบอร์ดและสื่อมวลชน ผมเชื่อว่าการที่เราแชร์เรื่องพวกนี้ได้ เป็นการตอกย้ำว่าเราทำตามที่สัญญาและเห็นว่ามันสำคัญ”

เมื่อ The Cloud ถามคุณกฤษณ์ว่าเป้าหมายที่ประกาศออกมาดูจะค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวือหวา ถือว่าธนาคารระวังตัวไปหน่อยหรือไม่ คำตอบที่ได้น่าสนใจทีเดียว

“ผมว่าบางเรื่องเราทำคนเดียวไม่ได้ จะมาประกาศว่าจะไม่ปล่อยกู้ให้พวกธุรกิจพลังงานเลย หยุดปล่อยกู้หมดถ้าไม่ใช่ธุรกิจสีเขียว ทำแบบนี้เท่ากับเราทิ้งลูกค้านะ ซึ่งไม่ใช่การตัดสินใจที่มีเหตุผล เพราะว่าลูกค้ากับเราต้องไปด้วยกันต่างหาก ผมว่าเราต้องคำนวณเป็นตัวเลขออกมาให้ได้ ถ้าเหมาะสมเราก็จะทำ ถ้าอันไหนทำได้เราก็จะให้คำมั่นสัญญา สิ่งที่เราทำคือ Walk the Talk อันไหนเราสัญญาจะทำ เราทำ แต่สิ่งที่เราจะไม่ทำคือเราจะไม่รอ บางคนบอกว่าเรื่องนี้รอได้ รอคนอื่นทำไปก่อน แต่ที่กสิกรไทยเราไม่รอครับ”

พูดแล้วทำ อันไหนไม่ทำก็ไม่พูด

KBank กับการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมการเงินเพื่อความยั่งยืนระดับภูมิภาค บนพื้นฐานของการทำธุรกิจที่คำนึงถึง ESG

ยั่งยืนที่วิถีชีวิตและโอกาสเติบโต

สิ่งที่แยกจากกันไม่ได้สำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่สิ่งใหม่ คือการพาทุกคนไปข้างหน้าด้วยกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เรื่องการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนก็เช่นกัน สิ่งที่ผู้บริหารธนาคารกสิกรไทยเป็นห่วงคือภาคเกษตรกรรม ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนทางออกสำหรับเกษตรกรที่อยู่ในระบบนับล้านรายจะยังไม่ชัดเจนนัก ซึ่งเกษตรกรเองอาจจะยังไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้ รวมทั้งเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องก็ยังมีราคาสูง บทบาทของภาครัฐจึงสำคัญมากในการออกนโยบายและมาตรการจูงใจเพื่อสร้างจุดเริ่มต้นให้เกิดขึ้น

ชุดความคิดใหม่ ๆ นอกกรอบจึงต้องนำมาใช้กับกระบวนการทางธุรกิจ ซึ่งจะเป็นตัวเร่งที่ดีให้ผู้บริโภคปรับตัวได้เร็วขึ้น

“เรามีโครงการ SolarPlus คือคิดว่าถ้าเราสามารถคุยกับลูกบ้านในหมู่บ้านต่าง ๆ ให้พวกเขาอนุญาตให้ติดโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน โดยที่เราออกเงินให้ เขาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ลูกบ้านได้ประหยัดค่าไฟ โดยที่ธนาคารปล่อยกู้ให้กับบริษัทที่ติดตั้ง สุดท้ายแล้วลูกบ้านไม่ต้องใช้เงินลงทุน บริษัทติดตั้งก็ได้ธุรกิจเพิ่ม ธนาคารเราได้เรื่องคาร์บอนเครดิต แต่จะยากตรงการขออนุญาตและกระบวนการนี่ล่ะครับที่ต้องผลักดันกันต่อไป นี่เป็นวิธีคิดที่ออกมานอกกรอบ หรืออย่างโครงการส่งเสริมการเช่าจักรยานยนต์ไฟฟ้าแล้วให้มาเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่สาขาธนาคารได้ นี่ก็เริ่มแล้วและจะขยายต่อไป

KBank กับการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมการเงินเพื่อความยั่งยืนระดับภูมิภาค บนพื้นฐานของการทำธุรกิจที่คำนึงถึง ESG

“นอกจากมิติของสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ธนาคารเราทำได้มากคือมิติด้านสังคม ผ่านโจทย์สำคัญเรื่องความครอบคลุมทางการเงิน ปัจจุบันคนใช้ K PLUS มีประมาณ 20 ล้านรายแล้ว แต่ก็ยังมีรายย่อยที่เข้าถึงบริการสินเชื่อยากลำบาก เราก็พยายามทำให้พวกเขาเข้าถึงเงินได้มากขึ้น ปีที่ผ่านมาเราทำให้รายย่อยเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มได้ 5 – 6 แสนราย ปีหน้าก็จะไปต่อ เรื่องนี้ต้องดูควบคู่กับปัญหาหนี้ครัวเรือนด้วยนะ ถ้าดันให้สินเชื่อโตมากเกินไป ก็เหมือนธนาคารทำบาป เพราะต้องดูเรื่องความสามารถในการชำระด้วย หนี้กับรายได้ต้องโตคู่กัน หน้าที่เราคือต้องให้กู้กับคนที่เขาชำระหนี้คืนได้ ไม่ใช่ปล่อยให้กับคนที่เขาใช้หนี้แล้วไม่เหลือเงินกินใช้เลย การไปไล่เติมหนี้ฝั่งเดียวมันทำได้ชั่วครั้งชั่วคราว ต้องทำให้เขาเติบโตขึ้นด้วย การทำให้เข้าถึงแหล่งเงินเป็นแค่การเปิดประตู แต่การทำให้เขาเติบโตต่างหากคือสิ่งที่ยั่งยืน”

ปรับที่วิธีคิด เปลี่ยนที่กระบวนการ 

นี่คือก้าวใหม่ที่น่าจับตาของธนาคารกสิกรไทย

Writer

มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล

นักข่าวธุรกิจที่ชอบตั้งคำถามใหม่ๆ กับโลกใบเดิม เชื่อว่าตัวเองอายุ 20 ปีเสมอ และมีเพจชื่อ BizKlass

Photographer

วรุตม์ ไฉไลพันธุ์

เมื่อก่อนเป็นช่างภาพหนังสือเดินทาง ปัจจุบันเป็นช่างภาพกักตัวครับ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load