ในทุกปี เกษตรกรไทยมักต้องเผชิญปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ตลาดปรับตัวไม่เหมือนตอนที่เริ่มปลูก หรือดินฟ้าแปรปรวนไม่เป็นใจให้เกิดผลผลิตตามต้องการ ทำให้สูญเสียรายได้ยังชีพ แม้จะพยายามลงแรงอย่างหนักแล้วก็ตามที

ซ้ำร้าย ช่วงปีที่ผ่านมายังเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้การซื้อวัตถุดิบไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและท่องเที่ยวน้อยลงจนน่าใจหาย

ในวิกฤตเช่นนี้ หากพวกเขามีพื้นที่ทางการตลาด ให้ผลผลิตทางการเกษตรที่ปลูกอย่างพิถีพิถันส่งถึงมือผู้บริโภคที่ต้องการ คงจะช่วยบรรเทาความทุกข์ให้อุ่นใจขึ้นไม่น้อย

หนึ่งในวิธีแก้ไขปัญหานี้คือ การอาศัยพลังสนับสนุนของบริษัทใหญ่ที่มองเห็นคุณค่าเรื่องการพัฒนาธุรกิจไปพร้อมกับชุมชน ช่วยสร้างตลาดขึ้นมาและเติบโตไปด้วยกัน

นี่คือสิ่งที่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พยายามผลักดันเสมอมา ตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2527 ด้วยความเชื่อที่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอขององค์กร ว่าธุรกิจและสังคมต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ‘Evolving Greenovation’ ที่คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อทุกผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แน่นอนว่ารวมถึงสิ่งแวดล้อมด้วย

หนึ่งในแคมเปญที่บางจากฯ จัดทำต่อเนื่องมายาวนานกว่า 23 ปี คือการสนับสนุนช่องทางการตลาดให้ผลิตภัณฑ์ชุมชน คัดสรรและรับซื้อผลิตภัณฑ์หลากหลายจากกลุ่มต่างๆ มอบให้ลูกค้าเป็นของสมนาคุณที่สถานีบริการน้ำมันในเครือข่าย

พ.ศ. 2564 ผลิตภัณฑ์ที่บางจากฯ เลือกสนับสนุนและสื่อสารเรื่องราวคือ ‘เผือกอิ่มใจ’ ที่แปรรูปจากเผือกหอมของเกษตรกรในจังหวัดสุโขทัย อุตรดิตถ์ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผลิตเป็นขนมทานเล่นกรอบอร่อยให้เราหยิบกินรองท้องเวลาขับรถ ร่วมมือกับผู้ผลิตที่เชี่ยวชาญอย่างบริษัท กรีนเดย์ โกลบอล จำกัด

เผือกอิ่มใจ แคมเปญขนมแจกฟรีของบางจากที่ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตเป็นปีที่ 23

เรานัดพบ สมชัย เตชะวณิช ประธานเจ้าหน้าที่การตลาดและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาดของบางจากฯ เพื่อพูดคุยถึงความตั้งใจของธุรกิจใหญ่ที่เลือกจะไม่หลงลืมชุมชน และพยายามสนับสนุนให้เกิดโปรเจกต์ดีๆ ในสังคมอยู่เรื่อยมา

ด้วยความมุ่งมั่นว่างาน CSR จะไม่เป็นเพียงเรื่องเฉพาะกิจ แต่อยู่ในทุกกระบวนการขององค์กร

ธุรกิจและชุมชนเติบโตไปด้วยกัน

บางจากฯ เริ่มต้นการมอบของสมนาคุณจากผลิตภัณฑ์ชุมชนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2541 หลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้น ด้วยแนวคิดว่าธุรกิจจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคม ตั้งแต่วันที่คำว่า CSR ยังไม่ค่อยถูกเป็นที่พูดถึงในไทย

“ถ้าองค์กรธุรกิจอยู่รอด แต่สังคมอ่อนแอ คงไม่ใช่เรื่องดี เราจึงคิดว่าถ้าเรามีอะไรที่ช่วยเหลือเศรษฐกิจชุมชนและสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ เราจะทำแน่นอน เป็นสิ่งที่ผู้บริหารคิดมาตั้งแต่ปีแรกของบริษัท” สมชัยกล่าว

บางจากฯ มองเห็นว่าธุรกิจค้าปลีกน้ำมันที่มีอยู่เป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์ซึ่งเข้าถึงผู้คน หน่วยสื่อสารการตลาดจึงริเริ่มการสรรหากลุ่มเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำหรือล้นตลาด เข้าไปให้คำแนะนำและทำงานร่วมกัน จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถแจกจ่ายให้ผู้บริโภคได้อย่างตอบโจทย์

เผือกอิ่มใจ แคมเปญขนมแจกฟรีของบางจากที่ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตเป็นปีที่ 23
เผือกอิ่มใจ แคมเปญขนมแจกฟรีของบางจากที่ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตเป็นปีที่ 23

“สินค้าที่เลือกมาจากหลายปัจจัย ทั้งคุณภาพ รสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ ดูว่าลูกค้าจะชอบไหม ค้นคว้าทดสอบกันหลายรอบ แต่ที่สำคัญคือ ดูว่าเกษตรกรมาจากแหล่งที่ได้รับผลกระทบหรือเปล่า เราจะช่วยตรงนี้ก่อน” สมชัยเสริม โดยปกติบางจากฯ มักได้รับการติดต่อจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ สหกรณ์ชุมชน และธุรกิจจำนวนมากอยู่เรื่อยๆ จึงมีโอกาสมากมาย แต่ในแคมเปญนี้ พวกเขาตั้งใจเลือกผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ สลับสับเปลี่ยนกันไปในแต่ละปีตามความเหมาะสม

เช่น ลูกหยีกวนจากกลุ่มแม่บ้านในสามจังหวัดชายแดนใต้ 

กล้วยเส้นอบกรอบจากกลุ่มเกษตรกรเขาบายศรี จังหวัดจันทบุรี
และกล้วยอบเนยจากสหกรณ์ที่กงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย 

“ของชุมชนหลายอย่างดีอยู่แล้ว เรามาช่วยเสริมเรื่องการตลาดและให้คำแนะนำ เช่นเรื่องแพ็กเกจจิ้งหรือพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ ทำให้กลุ่มเขาขยายและมีรายได้มากขึ้น อาจไม่มากเท่าธุรกิจในกรุงเทพฯ แต่มันเป็นรายได้ที่ทำให้เขาสามารถส่งลูกเรียน เราเห็นแบบนี้ก็คิดว่าต้องส่งเสริมต่อ เช่น ที่จันทบุรี บางจากฯ ขอซื้อกล้วยเป็นร้อยตัน ทางกลุ่มก็ดีใจและปรับตัวครั้งใหญ่ ตอนนี้ขยายไปใหญ่โตแล้ว”

เผือกอิ่มใจ

“ช่วงที่ COVID-19 เริ่มระบาด ไม่มีคนเข้ามารับซื้อเผือกที่แปลงเลย ตลาดมันเงียบมากจนพะวงกันว่าจะอยู่อย่างไร” รุ่งนภา รจนา ตัวแทนชุมชนเกษตรกรผู้ปลูกเผือกจังหวัดสุโขทัย ช่วยเล่าบรรยากาศที่เกิดขึ้นในแปลงช่วงปีที่ผ่านมา ป้าๆ ลุงๆ ต่างเป็นกังวลว่าจะหาทางออกอย่างไรดี

รุ่งนภาและชุมชนของเธอปลูกเผือกเป็นอาชีพกันมานาน เพราะดูแลไม่ยากในบริบทพื้นที่ที่เป็นอยู่และทนทานต่อโรค โดยเฉลี่ยปลูกกันคนละ 2 – 5 ไร่ ใช้ระยะเวลาปลูกทั้งหมดประมาณ 6 – 7 เดือนจนเป็นเผือกหัวใหญ่ ก่อนขุดและปอกเปลือกเพื่อส่งขาย โดยกลุ่มเกษตรกรจะวางแผนร่วมกันเพื่อสลับกันปลูกให้มีผลผลิตตลอดทั้งปี

แต่หากเกิดเหตุให้ต้องปล่อยเผือกทิ้งไว้ในแปลงนานเกินกว่าช่วงเวลานี้ คุณภาพจะลดลง และสิ่งที่เกษตรกรลงทุนมาทั้งหมดจะสูญเปล่าทันที 

เผือกอิ่มใจ แคมเปญขนมแจกฟรีของบางจากที่ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตเป็นปีที่ 23
เผือกอิ่มใจ แคมเปญขนมแจกฟรีของบางจากที่ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตเป็นปีที่ 23

ในภาวะที่ทุกอย่างเหมือนแย่ลง กรีนเดย์ ผู้ผลิตสินค้าจากผักและผลไม้มานานกว่า 40 ปี เข้ามาเห็นศักยภาพของพื้นที่และชุมชน จึงจับมือร่วมกับบางจากฯ ที่มีพันธกิจตรงกัน ผลักดันให้เกิดเป็นเผือกอิ่มใจ โดยกรีนเดย์รับหน้าที่แปรรูป ส่วนบางจากฯ รับซื้อเป็นตลาดให้เกษตรกรอุ่นใจ

“บางจากฯ เข้ามาช่วยรับซื้อเป็นการช่วยเราอย่างมาก เขารับในราคาที่ค่อนข้างดีกว่าท้องตลาดทั่วไป พอรู้ว่ามีคนรับซื้อ เรารีบหาคนมาช่วยกันขุดและปอกเปลือกส่งเลย พวกเขาก็มีรายได้เพิ่มเหมือนกัน เผือกหนึ่งไร่ อาจต้องใช้คนขุดเกือบยี่สิบคน รู้สึกว่าเขามาช่วยจริงๆ ในสถานการณ์ที่ลำบาก” เกษตรกรมืออาชีพกล่าว

เผือกอิ่มใจ แคมเปญขนมแจกฟรีของบางจากที่ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตเป็นปีที่ 23

ผลิตภัณฑ์ปลายทางกลายเป็นขนมบรรจุซองขนาดพกพา หนัก 12 กรัม ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานการส่งออกต่างประเทศ ทอดด้วยน้ำมันรำข้าวให้รสกลมกล่อมและกรอบ แคลอรี่ต่ำ แจกจ่ายให้ลูกค้าที่เติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันบางจากในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ครบทุก 600 บาท ตลอดเดือนเมษายน รวมแล้วสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนมากกว่า 1,000 ครัวเรือนในพื้นที่สุโขทัย อุตรดิตถ์ และจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

“ตอนนี้ทุกคนยิ้มได้แล้ว เราทำงานในแปลง เห็นบางคนยิ้มทั้งน้ำตาเลย ดีใจที่มีหน่วยงานเข้ามาช่วยจริงๆ และเกิดรายได้ อยากให้มีโครงการดีๆ แบบนี้ต่อไป ไม่จำเป็นต้องทำงานกับกลุ่มเราก็ได้ แต่ช่วยฟาร์มหรือจังหวัดอื่นที่เจอเหตุการณ์อย่างเรา” 

CSR in Process 

เมื่อพูดถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม ธุรกิจใหญ่อาจเจอความเคลือบแคลงใจจากทั้งชุมชนและประชาชนทั่วไป ถูกมองว่าเป็นการทำเพื่อชื่อเสียงระยะสั้นหรือแสวงผลประโยชน์ แต่สำหรับบางจากฯ พวกเขาผ่านการทำงานร่วมกับชุมชนมานาน มีการจัดตั้งสถานีบริการน้ำมันโดยสหกรณ์ชุมชนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี และขยายจนมี 613 แห่งจากทั้งหมด 1,243 แห่ง ทำให้มีความคุ้นเคยในการทำงานร่วมกับชุมชน

“ในการพัฒนาธุรกิจ เราไม่ได้มองแค่ว่าให้สถานีบริการน้ำมันเป็นที่ขายน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่จะทำอย่างไรให้เป็นจุดนัดพบทำกิจกรรมของผู้คนในชุมชน และมีธุรกิจที่มากกว่าแค่น้ำมัน เช่น ขายสินค้าชุมชนพรีเมียม ทำให้เราไม่ได้ทำงานกับชุมชนเพราะเป็นเรื่อง CSR แต่เราตั้งใจช่วยเศรษฐกิจชุมชนและสังคมด้วยธุรกิจเลย” สมชัยเน้นย้ำ

ส่วนในแคมเปญของสมนาคุณจากผลิตภัณฑ์ชุมชนนี้ บางจากฯ ไม่เพียงเป็นแค่ผู้รับปลายทางเท่านั้น แต่ตั้งใจลงไปช่วยส่งเสริมและเคียงข้างทั้งกระบวนการ “เราคุยกับเขาอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นว่าตั้งใจมาช่วยกัน จะทำให้เขาขายของได้มากขึ้น คนมีงานทำ ก็ทลายความเคลือบแคลงใจไปได้มาก ระหว่างทางก่อนที่เขาจะแปรรูปส่งของให้เรา เราจะประกบคอยช่วยเขาตลอด เกษตรกรอาจไม่เคยเจอออเดอร์เยอะ เราก็ต้องช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น มันเป็นการเรียนรู้และทำงานร่วมกัน”

เผือกอิ่มใจ แคมเปญขนมแจกฟรีของบางจากที่ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตเป็นปีที่ 23

รับเผือกอิ่มใจฟรี หลังเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันบางจากในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ครบทุก 600 บาท สนับสนุนเกษตรกรจากจังหวัดสุโขทัย อุตรดิตถ์ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (1 ซอง 12 กรัม มูลค่า 12 บาท) ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 เมษายนนี้ หรือจนกว่าของจะหมด

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ : www.bangchakmarketplace.com

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

11 มิถุนายน 2564
2 K

สิงโตทองและยูนิคอร์นขาวโอบโล่ตระการ อุ้งเท้าเหยียบข้อความ Dieu et mon Droit อวดโฉมอยู่หน้าประตู ร้อยปีหลังจากเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรย้ายที่ทำการจากเจริญกรุงไปอยู่เพลินจิต ตราแผ่นดินของสหราชอาณาจักรกลับมาอยู่บนถนนเจริญกรุงอีกครั้ง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

หลังจากสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยตัดสินใจขายอาคารและพื้นที่ทั้งหมด 23 ไร่ ในย่านเพลินจิต สร้างปรากฏการณ์ซื้อขายที่ดินที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยใน ค.ศ. 2018 สถานทูตและทำเนียบทูตอังกฤษย้ายไปอยู่ต่างพื้นที่กันเป็นครั้งแรก โดยปัจจุบันสถานทูตอยู่ที่ AIA Sathorn Tower และทำเนียบทูตอยู่ในอาคารสูงย่านเจริญกรุง ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ริมเจ้าพระยาได้ถนัดตา

“การย้ายทำเนียบทูตไม่ใช้สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ปกติทูตจะย้ายบ้านเมื่อย้ายไปประเทศใหม่ ทำเนียบใหม่นี้โมเดิร์นกว่าเดิมมาก”

ท่านทูตไบรอัน เดวิดสัน (Brian Davidson) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร​ประจำประเทศไทย ผู้กำลังจะย้ายไปเป็นกงสุลใหญ่ประจำฮ่องกงและมาเก๊า อธิบายเมื่อเปิดบ้านพักต้อนรับ 

“ที่นั่น (ทำเนียบทูตเดิม) มีความหมายกับเรามาก ตอนเรามาเมืองไทยเมื่อห้าปีก่อน เราไม่มีลูก แต่ตอนนี้เราเป็นครอบครัวที่มีลูกสามคน มีช่วงเวลาที่สวยงามและมีความสุขมากที่ตรงนั้น” สก็อตต์ ชาง (Scott Chang) สามีชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม FREC Bangkok กล่าวสมทบ

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : Numchok Sawangsri

ก่อนครอบครัวของคุณพ่อ 2 คนและเด็กๆ 3 คนจะย้ายออกจากประเทศไทย พวกเขาตัดสินใจร่วมมือกับกลุ่มช่างไม้รุ่นใหม่ชาวไทย เพื่อเก็บความทรงจำของสถานทูตย่านเพลินจิตในรูปแบบเฟอร์นิเจอร์และประติมากรรม ที่สร้างจากเศษไม้จามจุรีในสวน

The Cloud เคยเล่าประวัติและความพิเศษของสถานทูตอังกฤษเดิมไว้แล้ว ก่อนชิ้นส่วนเหล่านี้จะแยกย้ายไปอยู่ในที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เราจึงขอนำโปรเจกต์ที่ระลึกถึงพื้นที่เก่าแก่แสนสวยมาเล่าสู่กันฟัง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

“เราต้องการเก็บชิ้นส่วนของทำเนียบเดิมไว้ เป็นที่ระลึกว่าอดีตจะอยู่ร่วมกับเราในอนาคต ไม้พวกนี้มีความหมายกับพวกเรามาก มันอยู่ในสวนที่ลูกๆ วิ่งเล่น แต่ละชิ้นจึงเป็นตัวแทนความทรงจำดีๆ แสนพิเศษ เราจะนำชิ้นงานบางส่วนไปกับเราเป็นที่ระลึกถึงบ้านในกรุงเทพฯ บางส่วนมอบเป็นของที่ระลึก และอีกส่วนหนึ่งจะมอบให้สถานทูตที่นี่” 

งานไม้ที่ท่านทูตเอ่ยถึง ได้แก่ ม้านั่ง ประติมากรรม โต๊ะทานข้าว โคมไฟ และแจกัน งานนี้เกิดขึ้น ค.ศ. 2020 เมื่อเกิดการย้ายต้นไม้ใหญ่ในสวนสถานทูตเดิม กิ่งก้านต้นจามจุรีร่วงหล่นเป็นเศษเหลือทิ้ง สก็อตต์เห็นท่อนไม้เหล่านั้นก็เกิดไอเดียให้สหายดีไซเนอร์งานไม้ เฉย-ภาคภูมิ ยุทธนานุกร หรือ นานุ ออกแบบผลงานที่ระลึก เฉยจึงชักชวนเพื่อนฝูงช่างไม้กลุ่ม Grains & Grams ที่เขาก่อตั้ง มาร่วมสนุกออกแบบด้วย

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

“สก็อตต์โทรมาหาผมบอกว่าเสียดายไม้ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่เขาเสียดายมากกว่าคือความทรงจำทั้งหลาย สถานที่ตรงนั้นสวยจริงๆ เขาใช้เวลาอยู่กับมัน แล้วได้เห็นความเปลี่ยนแปลง เขาคงอยากจะเก็บอะไรไว้สักอย่างครับ ผมเลยขนไม้ไปโรงเลื่อย โรงอบ แล้วคิดว่าจะออกแบบของเครื่องใช้ในทำเนียบทูตใหม่ แต่สุดท้ายก็ทำให้เป็นงานศิลปะขึ้นหน่อย บ่งบอกถึงความทรงจำ ถึงความเปลี่ยนผ่านทางกาลเวลามากกว่า”

ดีไซเนอร์หลักโครงการนี้เล่าเสริมว่าทำเนียบนี้มีเครื่องใช้เพียบพร้อม ทั้งเฟอร์นิเจอร์โบราณจากทำเนียบเดิมที่ท่านทูตไบรอันเลือกมา เช่น โต๊ะกลมหินอ่อน ตู้ลายรดน้ำแบบไทย และตู้ไม้ฝังมุกจีน บวกกับเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยมากมาย ซึ่งนักออกแบบตกแต่งภายในดูแลให้เสร็จสรรพ ข้าวของที่เฉยและพรรคพวกประดิษฐ์ใหม่จึงเป็นของใช้ส่วนตัวที่ครอบครัวปรารถนา

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

พิษณุ นำศิริโยธิน สร้างโต๊ะทานข้าวตัวใหญ่ ซึ่งเป็นของที่ครอบครัวท่านทูตชื่นชอบและอยากนำไปใช้จริง

พิชาญ สุจริตสาธิต ทำโคมไฟรูปเห็ด ที่ได้แรงบันดาลใจจากโคมพลาสติกและแจกัน 33 ใบ หน้าตาไม่ซ้ำกันสักใบ ดึงความงามออกมาจากความสามัญ แจกันเหล่านี้ไม่ต้องใส่น้ำ เพราะตั้งใจว่าดึงดอกไม้ข้างทางหรือดอกไม้แห้งๆ มาใส่ก็สร้างรูปทรงที่สวยงามออกมาได้

ชานนท์ นครสังข์ ออกแบบม้านั่งปลายเตียง ซึ่งเรียบง่ายแต่สวยจับตา คุณสก็อตต์ถูกใจเลยวางไว้ที่โถงทางเข้าซึ่งติดภาพวาดศิลปินไทยที่เล่าเรื่องการทำสมาธิและหายใจ เหมือนเป็นมุมแกลเลอรี่ให้ชมงานศิลป์ ผ่อนคลายก่อนเดินเข้าตัวบ้าน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

ส่วนตัวหัวหน้าโปรเจกต์ เจ้าของสตูดิโอ Republic Nanu สร้างม้านั่งยาวและประติมากรรม 

“ไม้ก้ามปูก็มีลักษณะพิเศษ ลายมันสวยดีนะครับ ถึงแม้ว่าไม่ใช่ไม้เบอร์หนึ่งในการทำเฟอร์นิเจอร์ เพราะเนื้อหยาบกว่าไม้สักที่สัมผัสนุ่มนวล เนื้ออ่อนกว่าไม้แดงหรือไม้เต็งที่ทำโครงสร้างได้ดี แต่ด้วยสถานที่อยู่ มันเลยมีความหมาย ตอนเจอไม้กิ่งหนึ่งซึ่งมันโค้งๆ หน่อย ผมก็รู้แล้วแหละว่าอยากจะทำม้านั่ง ก็เลยผ่าครึ่ง ทำคานแขวน ยึดตรงกลางด้วยท่อนไม้สี่เหลี่ยมคางหมู ภาษาช่างเรียกว่าหางเหยี่ยว ให้แผ่นไม้ทั้งชิ้นแขวนอยู่ ถ้าเปรียบไม้นี้เป็นวิญญาณของสถานที่ มันก็ถูกแขวนเอาไว้เหมือนการแขวนนวม เลิกแล้วก็เหลือแต่ความทรงจำ” 

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“ส่วนประติมากรรมนี้ชื่อว่า Entropy เป็นคำฟิสิกส์ ถ้าใช้กับชีวิตทั่วไปก็สื่อถึงการที่ทุกอย่างย่อยสลายไปตามกาลเวลา ผมคุยกับสก็อตต์เรื่องความเสียใจต่อสิ่งที่หายไป เลยนึกถึงพระเจ้าสามองค์ของฮินดู คือ พระพรหมผู้สร้าง พระศิวะผู้ทำลาย และพระวิษณุผู้ปกป้องรักษา ในโลกความเป็นจริง คนเราก็หมุนอยู่รอบเรื่องนี้ ทั้งการทำลายล้างและการอนุรักษ์ ถ้าทำงานที่สะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระจ่างน่าจะเป็นสิ่งดี มองสถานการณ์กว้างๆ คือทุกอย่างต้องย่อยสลายเมื่อถึงวาระ ตัวผมเองเป็นทั้งผู้ทำลายและรักษาผ่านภาษาไม้ คือเอาไม้มาเฉาะจริงๆ”

เฉยชี้ให้ดูรอยปริแตกของไม้ชิ้นใหญ่ที่โดนง้างให้ฉีกคาออกจากกัน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“เฉาะให้มันแยกออก เหมือนเป็นการทำลาย แต่ก็มีตัวไม้ Butterfly รั้งเอาไว้ไม่ให้มันฉีกมากกว่านี้ เพราะฉะนั้น งานนี้เปรียบเสมือนโลกที่เกิดขึ้น ระหว่างความอยากอนุรักษ์ไว้กับการเปลี่ยนแปลง หรือพลังงานธรรมชาติที่มีทั้งการทำลายและรักษา ทั้งหมดอยู่ในนี้ครับ” 

ดีไซเนอร์เล่ารายละเอียด ขณะที่เด็กๆ ตัวจิ๋วกระจายตัวไปหยิบของเล่นรอบๆ ประติมากรรมที่ตั้งเด่นเป็นสง่า 

แล้วเด็กๆ มีส่วนร่วมมากแค่ไหนกับชิ้นงานเหล่านี้ เราชักสงสัย

“เอลเลียต รู้ไหมว่าม้านั่งนี้ทำจากอะไร” สก็อตต์หันไปถามลูกชาย “เอลเลียตโตที่สุด เขาจำบ้านเดิมได้มากที่สุด” 

“มาจากต้นไม้ที่บ้านเก่าของเรา!” เด็กชายตอบอย่างฉะฉานขณะปีนขึ้นโซฟา 

เด็กคนอื่นๆ นั้นอาจยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจ ถึงอย่างนั้นงานไม้เหล่านี้ก็จะเดินทางไปอยู่ในบ้านใหม่ อยู่ในเรื่องเล่าของพ่อสองคนยามเล่าถึงอดีตเมื่อลูกยังตัวเล็กๆ เมื่อเพลินจิตเคยเป็นบ้านแห่งความสุขสมชื่อ ความทรงจำที่บรรจุในงานไม้จะเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขายามเติบโตขึ้น

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
ภาพ : Numchok Sawangsri

“ประวัติศาสตร์สหราชอาณาจักรมีความงามและเรื่องราวมากมาย ทำเนียบทูตเป็นพื้นที่แสดงทิศทางในอนาคตของสหราชอาณาจักร ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีแง่มุมร่วมสมัยเพิ่มมากขึ้น แต่ละครอบครัวทูตคงมีแนวทางตกแต่งของตัวเอง อย่างบ้านเราก็มีงานศิลปินไทย ครึ่งหนึ่งเป็นศิลปินหญิงรุ่นใหม่ และงานศิลปะที่พูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งมูลนิธิสติให้ยืมมาจัดแสดงชั่วคราวเพื่อขายให้ผู้สนใจ และรายได้ส่วนหนึ่งจะเข้ามูลนิธิ ต่อไปก็น่าจะมีงานศิลปะจากอังกฤษมาตกแต่งมากขึ้น” ผู้อำนวยการ FREC Bangkok กล่าวตบท้าย

นอกจากเครื่องใช้ไม้จามจุรีที่เก็บเรื่องราวลึกซึ้งในของใช้ประจำวัน ดูเหมือนว่าทำเนียบสหราชอาณาจักรโฉมใหม่ จะสลัดภาพเดิมอันเสมือนพิพิธภัณฑ์เก่าแก่โอ่อ่า เป็นแกลเลอรี่ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะและข้าวของหลากหลายยุคสมัยและที่มา โดยถนอมคุณค่าของมรดกประวัติศาสตร์ในมิติอื่นๆ 

น่าจับตามองว่าเรื่องราวของทำเนียบใหม่บนถนนเส้นเดิมเลียบริมเจ้าพระยาจะเป็นอย่างไรต่อไป 

ดูผลงานของกลุ่มดีไซเนอร์ไม้เพิ่มเติมได้ที่ www.grainsandgrams.com

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load