ในทุกปี เกษตรกรไทยมักต้องเผชิญปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ตลาดปรับตัวไม่เหมือนตอนที่เริ่มปลูก หรือดินฟ้าแปรปรวนไม่เป็นใจให้เกิดผลผลิตตามต้องการ ทำให้สูญเสียรายได้ยังชีพ แม้จะพยายามลงแรงอย่างหนักแล้วก็ตามที

ซ้ำร้าย ช่วงปีที่ผ่านมายังเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้การซื้อวัตถุดิบไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและท่องเที่ยวน้อยลงจนน่าใจหาย

ในวิกฤตเช่นนี้ หากพวกเขามีพื้นที่ทางการตลาด ให้ผลผลิตทางการเกษตรที่ปลูกอย่างพิถีพิถันส่งถึงมือผู้บริโภคที่ต้องการ คงจะช่วยบรรเทาความทุกข์ให้อุ่นใจขึ้นไม่น้อย

หนึ่งในวิธีแก้ไขปัญหานี้คือ การอาศัยพลังสนับสนุนของบริษัทใหญ่ที่มองเห็นคุณค่าเรื่องการพัฒนาธุรกิจไปพร้อมกับชุมชน ช่วยสร้างตลาดขึ้นมาและเติบโตไปด้วยกัน

นี่คือสิ่งที่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พยายามผลักดันเสมอมา ตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2527 ด้วยความเชื่อที่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอขององค์กร ว่าธุรกิจและสังคมต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ‘Evolving Greenovation’ ที่คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อทุกผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แน่นอนว่ารวมถึงสิ่งแวดล้อมด้วย

หนึ่งในแคมเปญที่บางจากฯ จัดทำต่อเนื่องมายาวนานกว่า 23 ปี คือการสนับสนุนช่องทางการตลาดให้ผลิตภัณฑ์ชุมชน คัดสรรและรับซื้อผลิตภัณฑ์หลากหลายจากกลุ่มต่างๆ มอบให้ลูกค้าเป็นของสมนาคุณที่สถานีบริการน้ำมันในเครือข่าย

พ.ศ. 2564 ผลิตภัณฑ์ที่บางจากฯ เลือกสนับสนุนและสื่อสารเรื่องราวคือ ‘เผือกอิ่มใจ’ ที่แปรรูปจากเผือกหอมของเกษตรกรในจังหวัดสุโขทัย อุตรดิตถ์ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผลิตเป็นขนมทานเล่นกรอบอร่อยให้เราหยิบกินรองท้องเวลาขับรถ ร่วมมือกับผู้ผลิตที่เชี่ยวชาญอย่างบริษัท กรีนเดย์ โกลบอล จำกัด

เผือกอิ่มใจ แคมเปญขนมแจกฟรีของบางจากที่ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตเป็นปีที่ 23

เรานัดพบ สมชัย เตชะวณิช ประธานเจ้าหน้าที่การตลาดและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาดของบางจากฯ เพื่อพูดคุยถึงความตั้งใจของธุรกิจใหญ่ที่เลือกจะไม่หลงลืมชุมชน และพยายามสนับสนุนให้เกิดโปรเจกต์ดีๆ ในสังคมอยู่เรื่อยมา

ด้วยความมุ่งมั่นว่างาน CSR จะไม่เป็นเพียงเรื่องเฉพาะกิจ แต่อยู่ในทุกกระบวนการขององค์กร

ธุรกิจและชุมชนเติบโตไปด้วยกัน

บางจากฯ เริ่มต้นการมอบของสมนาคุณจากผลิตภัณฑ์ชุมชนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2541 หลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้น ด้วยแนวคิดว่าธุรกิจจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคม ตั้งแต่วันที่คำว่า CSR ยังไม่ค่อยถูกเป็นที่พูดถึงในไทย

“ถ้าองค์กรธุรกิจอยู่รอด แต่สังคมอ่อนแอ คงไม่ใช่เรื่องดี เราจึงคิดว่าถ้าเรามีอะไรที่ช่วยเหลือเศรษฐกิจชุมชนและสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ เราจะทำแน่นอน เป็นสิ่งที่ผู้บริหารคิดมาตั้งแต่ปีแรกของบริษัท” สมชัยกล่าว

บางจากฯ มองเห็นว่าธุรกิจค้าปลีกน้ำมันที่มีอยู่เป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์ซึ่งเข้าถึงผู้คน หน่วยสื่อสารการตลาดจึงริเริ่มการสรรหากลุ่มเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำหรือล้นตลาด เข้าไปให้คำแนะนำและทำงานร่วมกัน จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถแจกจ่ายให้ผู้บริโภคได้อย่างตอบโจทย์

เผือกอิ่มใจ แคมเปญขนมแจกฟรีของบางจากที่ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตเป็นปีที่ 23
เผือกอิ่มใจ แคมเปญขนมแจกฟรีของบางจากที่ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตเป็นปีที่ 23

“สินค้าที่เลือกมาจากหลายปัจจัย ทั้งคุณภาพ รสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ ดูว่าลูกค้าจะชอบไหม ค้นคว้าทดสอบกันหลายรอบ แต่ที่สำคัญคือ ดูว่าเกษตรกรมาจากแหล่งที่ได้รับผลกระทบหรือเปล่า เราจะช่วยตรงนี้ก่อน” สมชัยเสริม โดยปกติบางจากฯ มักได้รับการติดต่อจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ สหกรณ์ชุมชน และธุรกิจจำนวนมากอยู่เรื่อยๆ จึงมีโอกาสมากมาย แต่ในแคมเปญนี้ พวกเขาตั้งใจเลือกผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ สลับสับเปลี่ยนกันไปในแต่ละปีตามความเหมาะสม

เช่น ลูกหยีกวนจากกลุ่มแม่บ้านในสามจังหวัดชายแดนใต้ 

กล้วยเส้นอบกรอบจากกลุ่มเกษตรกรเขาบายศรี จังหวัดจันทบุรี
และกล้วยอบเนยจากสหกรณ์ที่กงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย 

“ของชุมชนหลายอย่างดีอยู่แล้ว เรามาช่วยเสริมเรื่องการตลาดและให้คำแนะนำ เช่นเรื่องแพ็กเกจจิ้งหรือพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ ทำให้กลุ่มเขาขยายและมีรายได้มากขึ้น อาจไม่มากเท่าธุรกิจในกรุงเทพฯ แต่มันเป็นรายได้ที่ทำให้เขาสามารถส่งลูกเรียน เราเห็นแบบนี้ก็คิดว่าต้องส่งเสริมต่อ เช่น ที่จันทบุรี บางจากฯ ขอซื้อกล้วยเป็นร้อยตัน ทางกลุ่มก็ดีใจและปรับตัวครั้งใหญ่ ตอนนี้ขยายไปใหญ่โตแล้ว”

เผือกอิ่มใจ

“ช่วงที่ COVID-19 เริ่มระบาด ไม่มีคนเข้ามารับซื้อเผือกที่แปลงเลย ตลาดมันเงียบมากจนพะวงกันว่าจะอยู่อย่างไร” รุ่งนภา รจนา ตัวแทนชุมชนเกษตรกรผู้ปลูกเผือกจังหวัดสุโขทัย ช่วยเล่าบรรยากาศที่เกิดขึ้นในแปลงช่วงปีที่ผ่านมา ป้าๆ ลุงๆ ต่างเป็นกังวลว่าจะหาทางออกอย่างไรดี

รุ่งนภาและชุมชนของเธอปลูกเผือกเป็นอาชีพกันมานาน เพราะดูแลไม่ยากในบริบทพื้นที่ที่เป็นอยู่และทนทานต่อโรค โดยเฉลี่ยปลูกกันคนละ 2 – 5 ไร่ ใช้ระยะเวลาปลูกทั้งหมดประมาณ 6 – 7 เดือนจนเป็นเผือกหัวใหญ่ ก่อนขุดและปอกเปลือกเพื่อส่งขาย โดยกลุ่มเกษตรกรจะวางแผนร่วมกันเพื่อสลับกันปลูกให้มีผลผลิตตลอดทั้งปี

แต่หากเกิดเหตุให้ต้องปล่อยเผือกทิ้งไว้ในแปลงนานเกินกว่าช่วงเวลานี้ คุณภาพจะลดลง และสิ่งที่เกษตรกรลงทุนมาทั้งหมดจะสูญเปล่าทันที 

เผือกอิ่มใจ แคมเปญขนมแจกฟรีของบางจากที่ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตเป็นปีที่ 23
เผือกอิ่มใจ แคมเปญขนมแจกฟรีของบางจากที่ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตเป็นปีที่ 23

ในภาวะที่ทุกอย่างเหมือนแย่ลง กรีนเดย์ ผู้ผลิตสินค้าจากผักและผลไม้มานานกว่า 40 ปี เข้ามาเห็นศักยภาพของพื้นที่และชุมชน จึงจับมือร่วมกับบางจากฯ ที่มีพันธกิจตรงกัน ผลักดันให้เกิดเป็นเผือกอิ่มใจ โดยกรีนเดย์รับหน้าที่แปรรูป ส่วนบางจากฯ รับซื้อเป็นตลาดให้เกษตรกรอุ่นใจ

“บางจากฯ เข้ามาช่วยรับซื้อเป็นการช่วยเราอย่างมาก เขารับในราคาที่ค่อนข้างดีกว่าท้องตลาดทั่วไป พอรู้ว่ามีคนรับซื้อ เรารีบหาคนมาช่วยกันขุดและปอกเปลือกส่งเลย พวกเขาก็มีรายได้เพิ่มเหมือนกัน เผือกหนึ่งไร่ อาจต้องใช้คนขุดเกือบยี่สิบคน รู้สึกว่าเขามาช่วยจริงๆ ในสถานการณ์ที่ลำบาก” เกษตรกรมืออาชีพกล่าว

เผือกอิ่มใจ แคมเปญขนมแจกฟรีของบางจากที่ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตเป็นปีที่ 23

ผลิตภัณฑ์ปลายทางกลายเป็นขนมบรรจุซองขนาดพกพา หนัก 12 กรัม ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานการส่งออกต่างประเทศ ทอดด้วยน้ำมันรำข้าวให้รสกลมกล่อมและกรอบ แคลอรี่ต่ำ แจกจ่ายให้ลูกค้าที่เติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันบางจากในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ครบทุก 600 บาท ตลอดเดือนเมษายน รวมแล้วสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนมากกว่า 1,000 ครัวเรือนในพื้นที่สุโขทัย อุตรดิตถ์ และจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

“ตอนนี้ทุกคนยิ้มได้แล้ว เราทำงานในแปลง เห็นบางคนยิ้มทั้งน้ำตาเลย ดีใจที่มีหน่วยงานเข้ามาช่วยจริงๆ และเกิดรายได้ อยากให้มีโครงการดีๆ แบบนี้ต่อไป ไม่จำเป็นต้องทำงานกับกลุ่มเราก็ได้ แต่ช่วยฟาร์มหรือจังหวัดอื่นที่เจอเหตุการณ์อย่างเรา” 

CSR in Process 

เมื่อพูดถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม ธุรกิจใหญ่อาจเจอความเคลือบแคลงใจจากทั้งชุมชนและประชาชนทั่วไป ถูกมองว่าเป็นการทำเพื่อชื่อเสียงระยะสั้นหรือแสวงผลประโยชน์ แต่สำหรับบางจากฯ พวกเขาผ่านการทำงานร่วมกับชุมชนมานาน มีการจัดตั้งสถานีบริการน้ำมันโดยสหกรณ์ชุมชนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี และขยายจนมี 613 แห่งจากทั้งหมด 1,243 แห่ง ทำให้มีความคุ้นเคยในการทำงานร่วมกับชุมชน

“ในการพัฒนาธุรกิจ เราไม่ได้มองแค่ว่าให้สถานีบริการน้ำมันเป็นที่ขายน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่จะทำอย่างไรให้เป็นจุดนัดพบทำกิจกรรมของผู้คนในชุมชน และมีธุรกิจที่มากกว่าแค่น้ำมัน เช่น ขายสินค้าชุมชนพรีเมียม ทำให้เราไม่ได้ทำงานกับชุมชนเพราะเป็นเรื่อง CSR แต่เราตั้งใจช่วยเศรษฐกิจชุมชนและสังคมด้วยธุรกิจเลย” สมชัยเน้นย้ำ

ส่วนในแคมเปญของสมนาคุณจากผลิตภัณฑ์ชุมชนนี้ บางจากฯ ไม่เพียงเป็นแค่ผู้รับปลายทางเท่านั้น แต่ตั้งใจลงไปช่วยส่งเสริมและเคียงข้างทั้งกระบวนการ “เราคุยกับเขาอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นว่าตั้งใจมาช่วยกัน จะทำให้เขาขายของได้มากขึ้น คนมีงานทำ ก็ทลายความเคลือบแคลงใจไปได้มาก ระหว่างทางก่อนที่เขาจะแปรรูปส่งของให้เรา เราจะประกบคอยช่วยเขาตลอด เกษตรกรอาจไม่เคยเจอออเดอร์เยอะ เราก็ต้องช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น มันเป็นการเรียนรู้และทำงานร่วมกัน”

เผือกอิ่มใจ แคมเปญขนมแจกฟรีของบางจากที่ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตเป็นปีที่ 23

รับเผือกอิ่มใจฟรี หลังเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันบางจากในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ครบทุก 600 บาท สนับสนุนเกษตรกรจากจังหวัดสุโขทัย อุตรดิตถ์ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (1 ซอง 12 กรัม มูลค่า 12 บาท) ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 เมษายนนี้ หรือจนกว่าของจะหมด

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ : www.bangchakmarketplace.com

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

พลาสติกคือขยะ ต้องลดการใช้ให้สิ้น

พลาสติกคือองค์ประกอบสำคัญของการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยต่อชีวิตผู้คน

2 ประโยคนี้อาจฟังดูขัดแย้งกัน แต่เป็นคำนิยามคู่พลาสติกช่วงปีที่ผ่านมาในสังคม

ในฟากหนึ่ง การผลิต ใช้งาน และกำจัดพลาสติกที่ย่อยสลายเองไม่ได้แบบผิดๆ ย่อมส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม และกระทบสภาพภูมิอากาศ ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงในระดับที่มนุษย์ไม่ควรรีรอนิ่งเฉยอีกต่อไป

อีกด้านหนึ่ง คงปฏิเสธไม่ได้ว่าพลาสติกกลายมาเป็นองค์ประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้มนุษย์ในชีวิตประจำวันและการทำงาน โดยเฉพาะในช่วงโควิด 19 ที่การใช้งานพลาสติกพุ่งสูงขึ้น จากความจำเป็นในการสั่งเดลิเวอรี่ การใช้งานอุปกรณ์ทางการแพทย์และความปลอดภัย

เมื่อยังมีการใช้งานอยู่ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือ การหาวิธีผลิตและบริหารจัดการพลาสติกเหล่านั้นอย่างรับผิดชอบร่วมกันของผู้คนในสังคมและองค์กรต่างๆ เพื่อให้เกิดคุณค่าในการใช้งานสูงสุด

หนึ่งในบริษัทที่ตื่นตัวเรื่องนี้เป็นอย่างดี พยายามปรับเปลี่ยนกระบวนการมาอย่างต่อเนื่องคือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้ดำเนินธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลเพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต รวมทั้งอยู่ร่วมกับสรรพสิ่งรอบข้างได้อย่างลงตัว

ช่วงปีที่ผ่านมา GC ผลักดันนวัตกรรมพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และนำองค์ความรู้เหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่สังคม หนึ่งในโครงการที่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้คือ ‘Greater Care Charity by GC & Customers’ ที่ร่วมมือกับบริษัท จีซี มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่นส์ จำกัด หรือ GCM ผู้ดำเนินกิจกรรมทางการตลาดและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ และ 84 องค์กรพันธมิตร ผลิตและส่งมอบนวัตกรรมจากพลาสติกให้แก่โรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอย มุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด 19 เสริมกำลังให้บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ในวันที่ต้องเผชิญความเสี่ยงสูง โดยคำนึงถึงวิธีการจัดการพลาสติกให้เกิดคุณค่าสูงสุดอย่างปลอดภัย

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

เมื่อพลาสติกสามารถสร้างประโยชน์ในสถานการณ์วิกฤต The Cloud นัดหมายคุยกับ คุณปฏิภาณ สุคนธมาน ผู้จัดการใหญ่ของ GC เพื่อสอบถามถึงการทำงานเบื้องหลังของโครงการนี้ และแนวทางการพัฒนาธุรกิจไปพร้อมกับการสนับสนุนสังคม ผ่านความเชี่ยวชาญขององค์กรชั้นนำระดับประเทศ

เพราะไม่มีใครอยู่รอดได้ด้วยตัวเองเพียงตัวคนเดียวอีกต่อไป วินาทีนี้ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน เพื่อรักษาชีวิตผู้คนและโลกใบนี้ให้คงอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

พลาสติกเพื่อการแพทย์

“GC ให้ความสนใจและพัฒนาเรื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์มานาน” คุณปฏิภาณกล่าว จากทิศทางของบริษัทที่ไม่ต้องการเป็นเพียงผู้ผลิตเม็ดพลาสติกเกรดทั่วไปเท่านั้น แต่สร้างโซลูชันที่มีความคงทนและคุณค่ามากขึ้น ยกระดับการผลิตพลาสติก เพื่อช่วยตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม โดยอุปกรณ์การแพทย์ถือเป็นแวดวงหนึ่งที่พลาสติกมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง 

เพราะพลาสติกมีคุณสมบัติเรื่องความยืดหยุ่น เบา ทนทาน ขึ้นรูปง่าย ผลิตปริมาณมากได้ในเวลาอันสั้น ป้องกันสารคัดหลั่งซึมผ่าน นำไปฆ่าเชื้อทำความสะอาดต่อได้ จึงเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์ เช่น ชุดกาวน์ หน้ากากอนามัย ชุด PPE ฯลฯ

แม้จะดูไม่ซับซ้อน แต่การผลิตให้ใช้งานได้ในทางการแพทย์ ต้องอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่และความใส่ใจในรายละเอียดขั้นสูง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อชีวิตของมนุษย์ ซึ่ง GC เคยผ่านการร่วมมือและร่วมผลิตอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ช่วยรักษาผู้ป่วย รวมถึงอำนวยความสะดวกให้บุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศมาแล้ว

เมื่อวิกฤตจากโควิด 19 ยืดเยื้อนานขึ้น GC เห็นช่องว่างที่มีอยู่ในสังคม และร่วมเข้ามาเติมเต็มในส่วนนี้ เพิ่มเติมจากหลายโครงการที่ดำเนินการมาตั้งแต่การแพร่ระบาดในระลอกแรก

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

“GC เห็นว่าอัตราการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาที่ศูนย์พักคอยและโรงพยาบาลสนาม แต่อุปกรณ์ภายในอาจยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด เช่น อายุการใช้งานค่อนข้างสั้น ไม่ทนทานต่อสารคัดหลั่ง ทำความสะอาดยาก ซึ่งจริงๆ การช่วยเหลือตรงนี้เป็นเรื่องดีและทำได้เร็ว สิ่งที่มองเห็นว่าทำได้เพิ่ม คือการเข้าไปเสริมสิ่งที่ยังขาดอยู่”

“ปกติเราจัดกิจกรรมทางการตลาดร่วมกับลูกค้าทุกปี เช่น การจัดงานสัมมนา แต่ปีนี้ไม่เหมาะจะจัดอยู่แล้ว เราจึงคุยกันว่า เอางบประมาณตรงส่วนนี้มาร่วมทำประโยชน์ให้กับสังคมดีกว่า”

เนื่องจาก GC ร่วมงานกับกลุ่มลูกค้าผู้ผลิตพลาสติกที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน ทำงานสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal หรือ SDGs) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) การผนึกกำลังจาก 84 องค์กรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านหลากหลายจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

“พันธมิตรเราต่างมีปรัชญาการทำธุรกิจแบบเดียวกัน คือเข้าใจเรื่องความยั่งยืน ให้ความสำคัญกับสมดุลของ 2E1S คือ Economic, Environment และ Social พอเกิดวิกฤตแบบนี้ขึ้น ทุกคนพูดภาษาเดียวกันและเข้าใจทันที” คุณปฏิภาณกล่าว

ผลลัพธ์จากโครงการนี้คือ ผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบให้โรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอย 4 แห่งใน 3 จังหวัด คือ สมุทรสาคร สมุทรปราการ และระยอง โดยมีตั้งแต่เตียงสนาม 1,000 เตียง ผลิตจากพลาสติก HDPE (High Density Polyethylene) แบรนด์ InnoPlus ที่ถอดประกอบง่าย ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที รับน้ำหนักได้มากถึง 200 กิโลกรัม ฆ่าเชื้อได้ง่ายด้วยน้ำยาและความร้อน ใช้ซ้ำเพื่อรองรับผู้ป่วยใหม่และนำกลับมารีไซเคิลได้ ดูแลการผลิตโดยบริษัท AEROKLAS

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร
Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

ชุดกาวน์กันน้ำ 10,500 ชุด จากเม็ดพลาสติก PE ผลิตโดย Thai Hospital Products และชุดคลุมปฏิบัติการ 3,600 ชุดสำหรับพื้นที่ที่ความเสี่ยงไม่สูง ผลิตจากเส้นใย PET สามารถนำไปทำความสะอาดและกลับมาใช้ซ้ำได้ร่วม 20 ครั้ง

ล็อกเกอร์เก็บของขนาดกะทัดรัดจากเม็ดพลาสติก LLDPE ที่แข็งแรง ทนทาน น้ำหนักเบา 

ถังและถุงขยะป้องกันการติดเชื้อที่มีสีแดงเด่นชัดเจน เพื่อให้คนระมัดระวัง รวมถึงมอบข้าวของเครื่องใช้และขนมที่ผลิตจากข้าวในชุมชนจังหวัดระยองที่ GC ให้การสนับสนุน เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ทั้งหมดนี้ ผ่านการคิดอย่างครอบคลุมโดยคำนึงถึงอนาคตระยะยาวไว้ด้วย

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

“เรานึกถึงการใช้งานในภายหลัง เช่น เตียงที่ผลิตออกมาเป็นพันเตียง ถ้าเกิดโควิด 19 หายไป เราเอาไปทำความสะอาดฆ่าเชื้อได้ง่าย ต่อเป็นโต๊ะไว้ทำอย่างอื่นหรือเอาไปรีไซเคิลอีกทีก็ได้ เพราะเป็นพลาสติกประเภทเดียวกันทั้งหมด เก็บรวบรวมไปรีไซเคิลได้โดยตรงเลย”
เมื่อนับรวมการบริจาคทั้งหมด GC และพันธมิตรได้ส่งมอบชุดกาวน์ PE กว่า 4 ล้านชุด เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ช่วยปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ให้ปลอดภัยอีกมากมาย เข้าถึงมากกว่า 6,181 สถานพยาบาลและหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ และยังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือสังคมในสิ่งที่ทำได้ ร่วมกับพันธมิตรที่เห็นพ้องต้องกัน

“GC ยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่เรื่อยๆ โดยดูความต้องการที่เร่งด่วนและสิ่งที่เรามีในปัจจุบัน หากบริษัทใดอยากช่วยเหลือร่วมกัน เราพร้อมเป็นผู้ประสานงานและสนับสนุน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนให้ได้เร็วที่สุด”

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

Chemistry for Better Living

โครงการนี้เป็นเพียงหนึ่งในการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม GC ยังมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการและวางแผนเพื่อความยั่งยืนในระยะยาวไว้อย่างครอบคลุม

เช่น การพัฒนาแพลตฟอร์ม YOUเทิร์น เปิดรับพลาสติกประเภท HDPE และ PET ที่ใช้แล้วให้กลับเข้าสู่กระบวนการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ แก้ปัญหาต้นทางเรื่องการทิ้งขยะอย่างกระจัดกระจาย ซึ่งในช่วงโควิด 19 YOUเทิร์น ได้ร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อระดมขวดพลาสติกมาผลิตชุด PPE ในโครงการ ‘แยกขวดช่วยหมอ’ อีกด้วย

อีกทั้งอยู่ในช่วงศึกษาเทคโนโลยีสำหรับ Chemical Recycling เพื่อแปรรูปขยะปนเปื้อนที่ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแบบปกติ โดยการทำให้พลาสติกกลับไปเป็นเชื้อเพลิงหรือวัตถุดิบตั้งต้นของเคมีภัณฑ์และนำไปผลิตต่อเป็นอย่างอื่นได้ ตามแนวคิด Circular Economy ที่ทำให้ทรัพยากรมีการหมุนเวียนและสร้างคุณค่าสูงสุด

รวมถึงการสร้างโรงงานพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) แบบครบวงจร ใช้วัตถุดิบเป็นน้ำตาลจากอ้อยจากเกษตรกรไทย เพื่อผลิตพลาสติกที่ย่อยสลายได้อย่างปลอดภัย ไม่เกิดการแตกตัวเป็นไมโครพลาสติก แม้จะต้องใช้ต้นทุนสูงในตอนแรกและมีกระบวนการที่ยาวนานกว่า ไม่อาจทดแทนพลาสติกดั้งเดิมได้ทั้งหมด แต่จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีบทบาทสำคัญในอนาคต ควบคู่ไปกับการผลิตพลาสติกที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นหนทางช่วยลดการปลดปล่อยมลภาวะและก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ เตรียมพร้อมเพื่อรับมือในวันที่สถานการณ์โควิด 19 กลับมาเป็นปกติ และการใช้งานพลาสติกอาจมีปริมาณมากขึ้น

แต่เท่านี้ คงไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อโลกใบนี้

“ทุกคนมีส่วนสำคัญในการดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ตั้งแต่การคัดแยกขยะต้นทางเพื่อให้รีไซเคิลได้ง่าย ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์ปลายทางที่ผลิตขึ้นมาใหม่ราคาไม่สูงสำหรับผู้ใช้งาน และควรมีหน่วยงานที่กำกับดูแล ออกนโยบายกระตุ้นให้ภาคส่วนต่างๆ เห็นข้อดีของการปรับเปลี่ยนเชิงธุรกิจ และดำเนินการให้ถูกต้องได้ง่ายขึ้น”

เพื่อให้พลาสติกกลายเป็นที่สิ่งมีคุณค่าต่อมนุษย์ โดยไม่ทำร้ายชีวิตและสิ่งแวดล้อม และเราผ่านพ้นวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นไปได้ด้วยกัน

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load