ก่อนจะเริ่มบทความนี้ ผมอยากให้ผู้อ่านทุกท่านอย่าเพิ่งเปิดไปดูเนื้อหาในส่วนอื่นๆ ค่อยๆ อ่านกันก่อนครับ ทีนี้ อยากให้ลองใช้จินตนาการกันสักนิดหนึ่งกับคำถามที่ว่า “ถ้าพูดถึงมัสยิด คุณจะนึกถึงอาคารที่หน้าตาประมาณไหน” ผมเชื่อว่าเกิน 80 เปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะ 90 เปอร์เซ็นต์ ของผู้อ่านน่าจะนึกถึงอาคารที่มียอดเป็นโดม บางท่านอาจจะเพิ่มหอคอยเข้าไปด้วย แน่นอนว่าลักษณะเด่นทั้งสองน่าจะเป็นภาพจำภาพหนึ่งของมัสยิดที่โดดเด่นที่สุดในความคิดของคนส่วนใหญ่ ทีนี้ลองดูภาพข้างล่างครับ

มัสยิดบางหลวง มัสยิดหนึ่งเดียวในไทยที่สร้างด้วยสถาปัตย์วัดพุทธจนคนไทยพุทธหลงยกมือไหว้

ผมเชื่อว่าหลายท่านน่าจะคิดว่านี่คือวัดพุทธ เพราะไม่ว่าหน้าจั่ว รูปทรง ดูยังไงก็วัดพุทธแน่ๆ แต่บอกเลยว่าสิ่งที่ท่านกำลังเห็นอยู่นี้คือมัสยิดครับ นี่คือมัสยิดเพียงหนึ่งเดียวที่นำสถาปัตยกรรมแบบวัดไทยมาสร้าง และมัสยิดแห่งนี้ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครนี่เอง เราจะไปทำความรู้จักกับมัสยิดบางหลวงพร้อมๆ กันครับ

มัสยิดบางหลวง หรือกุฎีขาว เป็นมัสยิดของชุมชนมุสลิมนิกายซุนนีที่อพยพมาจากกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีทั้งแขกจาม (กลุ่มมุสลิมจากจามปา ปัจจุบันอยู่ในประเทศเวียดนาม) และแขกแพ (กลุ่มมุสลิมที่อาศัยอยู่ในเรือนแพ) มัสยิดหลังแรกสันนิษฐานกันว่าสร้างขึ้นโดยโต๊ะหยี พ่อค้าชาวมุสลิมในสมัยรัชกาลที่ 1 ก่อนจะมีการสร้างมัสยิดหลังปัจจุบันขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 

หากมองจากภายนอกตัวอาคารมัสยิดจะดูเหมือนวัดไทยพุทธชนิดแยกไม่ออก เหมือนขนาดชาวชุมชนมัสยิดบางหลวงเล่าให้ฟังว่า เคยมีคนไทยพุทธเดินผ่านมาแล้วยกมือไหว้มัสยิดหลังนี้ด้วยความเข้าใจผิดเลยด้วยซ้ำ ตัวมัสยิดเป็นอาคารสีขาวชั้นเดียว ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ กุฎีขาว หลังคาจั่วมุงกระเบื้อง หน้าบันประดับลายปูนปั้นดอกโบตั๋นหรือดอกพุดตาน ดอกไม้ที่นิยมประดับหน้าบันวัดในสมัยรัชกาลที่ 3 มีพาไล ทางเดินโดยรอบ ซึ่งองค์ประกอบทั้งหมดนี้เป็นลักษณะของวัดในสมัยรัชกาลที่ 3

มัสยิดบางหลวง มัสยิดหนึ่งเดียวในไทยที่สร้างด้วยสถาปัตย์วัดพุทธจนคนไทยพุทธหลงยกมือไหว้

 แล้วจะมีอะไรที่แยกมัสยิดหลังนี้จากวัดได้บ้าง ถ้ามองจากภายนอก จะมี 2 จุดที่พอสังเกตได้ อย่างแรกคือ สีของกระเบื้องมุงหลังคา ถ้าเป็นหลังคาวัดมักจะใช้กระเบื้องมากกว่า 1 สี อาจจะเป็นสีส้มกับสีเขียว หรือน้ำเงิน เหลือง แดง แต่มัสยิดหลังนี้ใช้หลังคาสีเขียวสีเดียว 

มัสยิดบางหลวง มัสยิดหนึ่งเดียวในไทยที่สร้างด้วยสถาปัตย์วัดพุทธจนคนไทยพุทธหลงยกมือไหว้

อีกจุดหนึ่งก็คือบนหน้าบัน ถ้าเป็นวัดสมัยรัชกาลที่ 3 จะประดับด้วยลายพันธุ์พฤกษาหรือดอกไม้เต็มพื้นที่ หรือ อาจจะใช้สัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์คือพระนารายณ์ทรงครุฑมาประดับ แต่ที่นี่ประดับกึ่งกลางหน้าบันด้วยรูปพานที่ใช้ลายใบอะแคนธัส (Acanthus) ซึ่งนิยมใช้กับหัวเสาในศิลปะตะวันตก มารองรับดอกบัวที่ภายในบรรจุตัวอักษรที่อ่านว่า อัลลอฮฺ นามของพระเป็นเจ้าในศาสนาอิสลาม โดยใช้วิธีการเล่นอักษร เขียนคำเดียวกันแบบสองด้าน ซึ่งเป็นเทคนิคที่นิยมและพบได้ทั่วไปในศิลปะอิสลาม

มัสยิดบางหลวง มัสยิดหนึ่งเดียวในไทยที่สร้างด้วยสถาปัตย์วัดพุทธจนคนไทยพุทธหลงยกมือไหว้

เมื่อเทียบกับด้านนอกแล้ว ภายในมัสยิดน่าจะแตกต่างจากภายในโบสถ์หรือวิหารอย่างชัดเจนที่สุด เพราะมุสลิมไม่มีการประดิษฐานรูปเคารพ ดังนั้น ภายในโถงละหมาดจะเป็นห้องโล่ง ผนังมีการตกแต่งด้วยชามและกรอบภาพที่นำเข้าจากประเทศมุสลิม ด้านในสุดเป็นที่ตั้งของมิห์รอบ (ออกเสียงว่า เมี๊ยะหรอบ) และมิมบัร มิห์รอบเป็นสิ่งที่ใช้ระบุทิศกิบละฮฺ หรือทิศที่มุสลิมทั่วโลกจะหันไปเวลาละหมาด นั่นก็คือหินดำ หรือกะอ์บะฮ์ ที่นครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย และเนื่องจากซาอุฯ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศไทย ดังนั้น มัสยิดทุกหลังในประเทศไทยจะหันไปทางทิศตะวันตกทั้งหมด ส่วนมิมบัร หรือแท่นยืนสำหรับให้อิหม่ามหรือคอเต็บขึ้นแจ้งข่าวสารหรือปราศรัย อารมณ์คล้ายๆ ธรรมาสน์ของวัดไทยครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่มัสยิดทุกหลังมี 

มัสยิดบางหลวง มัสยิดหนึ่งเดียวในไทยที่สร้างด้วยสถาปัตย์วัดพุทธจนคนไทยพุทธหลงยกมือไหว้

แต่สิ่งที่จะไม่เหมือนกันก็คือการออกแบบครับ มิมบัรและมิห์รอบของมัสยิดหลังนี้เป็นสิ่งที่เจ้าสัวพุก พ่อค้ามุสลิมชาวจีนต้นตระกูลพุกภิญโญ ได้สร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 6 แทนที่ของเดิมที่ชำรุด มิห์รอบของมัสยิดหลังนี้เป็นซุ้มสามยอดประดับกระจกสี และยังประดับด้วยลายพันธุ์พฤกษาที่ผสมผสานศิลปะไทย จีน และตะวันตก เข้าด้วยกัน รูปทรงดูคล้ายซุ้มประตูของอุโบสถวัดอนงคารามวรวิหาร ซึ่งอาจเป็นแรงบันดาลใจของช่างในการออกแบบมิห์รอบนี้ ส่วนมิมบัรมีลักษณะเป็นขั้นบันไดตั้งอยู่ภายในมิห์รอบอีกทีหนึ่ง

มัสยิดบางหลวง มัสยิดหนึ่งเดียวในไทยที่สร้างด้วยสถาปัตย์วัดพุทธจนคนไทยพุทธหลงยกมือไหว้

พอชมงานศิลปะอันงดงามตรงหน้าแล้ว ขอให้แหงนขึ้นไปดูเหนือหัวด้วย มัสยิดแห่งนี้มีของสำคัญอีกสิ่งหนึ่ง นั่นก็คือตะเกียงโบราณ ตะเกียงนี้มีความสำคัญเพราะเป็นตะเกียงที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานเป็นที่ระลึก เนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือเครื่องสังเค็ดในงานพระเมรุมาศนั่นเอง ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่ที่มัสยิดแห่งนี้ ยังมีที่มัสยิดอีกหลายแห่ง เช่น มัสยิดต้นสน มัสยิดตึกแดงที่กรุงเทพมหานคร หรือจะเป็นมัสยิดตะเกี่ยโยคิณฯ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

มัสยิดบางหลวง มัสยิดหนึ่งเดียวในไทยที่สร้างด้วยสถาปัตย์วัดพุทธจนคนไทยพุทธหลงยกมือไหว้

ด้านหลังมัสยิดหลังนี้ยังมีกุโบร์ หรือสุสานของชาวมุสลิมอยู่ด้วย กุโบร์ของชาวมุสลิมค่อนข้างเรียบง่าย และมีหออะซานที่ใช้ประกาศเรียกคนในชุมชนให้มาละหมาด ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่มัสยิดจะต้องมี ขาดไปไม่ได้เลยครับ

มัสยิดหนึ่งเดียวในไทยที่สร้างด้วยสถาปัตย์วัดพุทธจนคนไทยพุทธหลงยกมือไหว้
มัสยิดหนึ่งเดียวในไทยที่สร้างด้วยสถาปัตย์วัดพุทธจนคนไทยพุทธหลงยกมือไหว้

มัสยิดบางหลวงแห่งนี้จึงถือเป็นหลักฐานสำคัญของการประยุกต์เอางานสถาปัตยกรรมในท้องถิ่นที่ชาวมุสลิมเข้าไปอาศัย มาใช้ในการก่อสร้างมัสยิด ไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องสร้างเป็นโดมเสมอไป เพราะมัสยิดเป็นอาคารที่มีรูปทรงค่อนข้างยืดหยุ่นไปตามสภาพสังคม วัฒนธรรม พื้นที่ สภาพอากาศ ดังนั้น จึงมีการสร้างมัสยิดแบบท้องถิ่นอีกหลากหลายรูปแบบเลยครับผม

เกร็ดแถมท้าย

  1. มัสยิดบางหลวงตั้งอยู่ตรงข้ามมัสยิดต้นสนแค่ข้ามคลองบางกอกใหญ่หรือคลองบางหลวงเท่านั้น แค่ข้ามสะพานมาก็ถึงแล้วครับ ฝั่งตรงข้ามถนนมีตรอกเล็กๆ ที่เดินไปยังวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหารและชุมชนกุฎีจีนได้เลยครับ ทางเข้ามัสยิดอยู่ริมถนน เดินไปตามทางไม่ไกล มัสยิดจะอยู่ทางซ้ายมือครับ
  2. ปกติมัสยิดไม่ได้เปิดให้เข้าไปชมด้านใน ถ้าอยากเข้าไปชมต้องลองติดต่อกับอิหม่ามของมัสยิดดู หรือรอเข้าไปชมหลังช่วงที่เขาละหมาดก็ได้ครับ 
  3. ถ้าใครอยากชมมัสยิดรูปทรงแปลกๆ ในกรุงเทพมหานคร อีกสักหลังที่แนะนำเป็นกุฎีเจริญพาศน์ครับ มัสยิดของกลุ่มมุสลิมนิกายชีอะห์แห่งนี้เป็นอาคารทรงมะนิลาหลังคามุงกระเบื้อง ไม่มีโดมเช่นกัน หรือถ้าใครไปประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย เขาก็มีมัสยิดทรงพื้นเมืองตามเมืองเก่าเหมือนกัน เช่น ปีนัง มะละกา

Writer & Photographer

ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล

ต้า วัดไทย เด็กประวัติศาสตร์ศิลปะผู้ดูวัดมาแล้วกว่าพันวัดแม้จะยังไม่ครบทุกจังหวัด ชื่นชอบในความงามของศิลปะทั้งไทยและเทศรวมถึงเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ ปัจจุบันยังคงออกเที่ยวชมวัดทุกศาสนารวมถึงวังต่างๆ อย่างต่อเนื่องพร้อมกับนำเรื่องราวมาเผยแพร่บน Facebook อยู่เป็นระยะๆ

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

ก่อนจะเล่าเรื่องราวในความทรงจำเรื่องหนึ่งให้ฟัง ต้องขอเกริ่นก่อนเล็กน้อยว่า ที่ทุกท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ไม่ได้เป็นคนเขียนนะครับ เนื่องในโอกาสพิเศษ ผม คุณพ่อของต้า เจ้าของคอลัมน์อารามบอย จะขอเป็นคนเล่าเรื่องเอง แต่ไม่ต้องห่วง เรื่องราวในครั้งนี้ก็ยังคงเกี่ยวข้องกับวัดเหมือนเช่นเคย

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

ผมกับครอบครัวเที่ยววัดด้วยกันมากว่า 20 ปีแล้ว ในช่วงเวลานี้ก็ไปวัดมาแล้วแทบทุกแบบ ทั้งวัดร้าง วัดเก่า วัดใหม่ วัดที่ไปครั้งเดียวแล้วไม่ได้ไปอีก และวัดที่ไปแล้วก็ยังได้ไป จนถึงตอนนี้น่าจะไปมาเกิน 100 วัดไปนานแล้ว แต่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี แต่วัดแห่งหนึ่งก็ยังคงอยู่ในความทรงจำเสมอมา แม้เวลาจะผ่านไปแค่ไหนก็ตาม และวัดนั้นก็คือ วัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง

รักแรกที่วัดพระธาตุลำปางหลวง

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

ผมไปวัดพระธาตุลำปางหลวงครั้งแรกเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน ปีนั้นเป็นครั้งแรกที่ไปเที่ยวกับครอบครัวในช่วงเทศกาลตรุษจีน ครั้งนั้นไป 3 จังหวัด คือ กำแพงเพชร ตาก และลำปาง พอไปถึงก็เอารถไปจอดอยู่ด้านล่างใกล้ ๆ ทางขึ้น พอลงรถไปก็เจอพวกแม่หมออยู่ริมถนนเลย ดูดวงบ้าง ขายของบูชาพระธาตุบ้าง ลูกชายผมตอนนั้นก็ได้กระดาษเขียนเรื่องพระธาตุประจำปีเกิดมาด้วย

พอเดินขึ้นบันได ผ่านประตูโขงไป ถึงจะเห็นวิหารหลวงก่อน แต่ไปสะดุดตากับลานทราย เพราะลานทรายในสมัยนั้นครอบคลุมพื้นที่ข้างบนแทบทั้งหมด มองไปตรงไหนก็เป็นทราย เวลาเดินบนพื้นทรายแล้วนุ่ม เดินด้วยเท้าเปล่าได้เลยไม่ร้อน เพราะถึงผิวหน้าจะร้อน แต่ย่ำลงไปแล้วข้างล่างเย็น และที่สะดุดตาที่สุดก็คือองค์พระธาตุลำปางหลวง พระธาตุองค์ไม่ใหญ่ แต่โดดเด่นเหลือเกินแม้จะมีอาคารอื่นอยู่โดยรอบ แถมสัดส่วนขององค์พระธาตุก็สวยมาก กลายเป็นความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

นอกจากพระธาตุลำปางหลวงแล้ว วิหารแต่ละหลังที่อยู่รอบพระธาตุก็สวยงาม มีเอกลักษณ์ วิหารหลวงมีพระเจ้าล้านทองอยู่ภายในกู่ พระเจ้าดูแปลกตา ไม่เคยเห็นมาก่อน มีวิหารน้ำแต้ม วิหารหลังเล็กที่มีจิตรกรรมอยู่ซ้ายขวา ข้างหลังมีต้นโพธิ์สีทองอยู่ แล้วก็มีวิหารพระพุทธ วิหารทึบหลังเดียวที่อยู่ข้างบน ข้างในพระพุทธรูปองค์ใหญ่และมีลายคำอยู่ตามเสา

พอดูโดยรอบพระธาตุเสร็จก็เดินทะลุไปข้างหลัง ไปที่พิพิธภัณฑ์ของวัดเพื่อไปกราบพระแก้วดอนเต้า พระพุทธรูปสำคัญของวัดที่ตั้งอยู่ในตู้ สมัยนั้นพิพิธภัณฑ์ยังดูรก ๆ มีข้าวของและพระพุทธรูปตั้งอยู่เต็มไปหมด

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

เมื่อความเปลี่ยนแปลงมาเยือน

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

หลังจากนั้น เวลาไปเที่ยวเหนือกับครอบครัว ทุกครั้งที่ผ่านลำปางก็จะต้องแวะวัดพระธาตุลำปางหลวงทุกครั้ง อย่างน้อยก็ขึ้นไปกราบพระนมัสการพระพุทธรูป และทุกครั้งที่ไปก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับวัด จากเมื่อก่อนเคยจอดด้านหน้าได้ ก็ต้องขยับไปจอดที่ลานจอดรถ ด้านหน้าที่เคยมีบรรดาแม่หมอดูดวงก็หายไปหมดกลายเป็นสวน ด้านข้างที่เคยมีตลาดก็หายไป บรรดาร้านค้าไปอยู่แถวลานจอดรถแทน

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

พอขึ้นไปข้างบน บรรยากาศข้างบนก็เปลี่ยน เริ่มมีอาคาร มีเต็นท์เพิ่มเติมขึ้น แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดก็คือลานทราย จากครั้งแรกที่มามีลานทรายอยู่เต็มไปหมด เริ่มมีการเอากระเบื้องมาปูแทนที่ทราย แม้แต่รอบพระธาตุก็มีจากที่ครั้งแรกไม่มี แล้วต้องเดินไปด้วยเท้าเปล่า ร้อนเท้ามาก เดินได้ไม่นานก็ต้องรีบใส่รองเท้าไม่ก็เข้าไปในร่ม ตอนหลังดีหน่อยที่เขาเอาออกไปเยอะแต่ก็ยังไม่หมด ยังเหลือบริเวณรอบองค์พระธาตุอยู่ดี

ผู้คนหรือกิจกรรมรอบ ๆ ก็มีทั้งที่เพิ่มขึ้นและหายไป จำได้ว่าครั้งแรกจะมีการถวายรูปปั้นวัว เพราะพระธาตุลำปางหลวงเป็นพระธาตุประจำปีฉลู สมัยก่อนตามพระธาตุประจำปีเกิดจะมีการถวายรูปสัตว์ประจำปีเกิดแทบทุกที่ แต่ไปครั้งหลัง ๆ ก็ไม่เห็นแล้ว และไม่ใช่แค่ที่นี่ รวมถึงพระธาตุประจำปีเกิดองค์อื่น ๆ ด้วย

จริงอยู่ที่ความเปลี่ยนแปลงนำพาความสวยงาม ความเป็นระเบียบ ความสะดวกสบาย เข้ามา แต่บรรยากาศหลาย ๆ อย่างก็พลอยเปลี่ยนไปด้วย ส่วนตัวรู้สึกเสียดาย เพราะยังรู้สึกประทับใจวัดพระธาตุลำปางหลวงที่ได้สัมผัสในครั้งแรกมากที่สุด ชอบความโล่งของพื้นที่ที่ทำให้เห็นวัด เห็นพระธาตุได้ชัดเจน รวมถึงวิถีแบบเก่า ๆ บรรยากาศเดิม ๆ ยังอยู่ในความทรงจำไม่เสื่อมคลาย จนยังแอบคิดอยู่บ่อย ๆ ว่า อยากให้กลับไปเหมือนเดิม เหมือนครั้งแรกที่มา

ไปหลายครั้ง ได้หลายสิ่ง

ถึงวัดจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ความประทับใจที่มีต่อพระธาตุลำปางหลวงก็ไม่เคยเปลี่ยน ถ้าใครมาถามว่าชอบเจดีย์องค์ไหนมากที่สุด ผมก็คงตอบพระธาตุลำปางหลวงอยู่ดี แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือมุมมองหรือรายละเอียดต่าง ๆ ที่ได้รู้ได้เห็นมากขึ้น

อย่างพระธาตุกลับหัว ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของวัดพระธาตุลำปางหลวงที่ทุกคนต้องไปดูกัน ผมเพิ่งจะได้ดูตอนไปครั้งที่ 3 โน่น เพราะครั้งแรกไม่รู้ รู้แต่ที่วัดพระธาตุจอมปิงมีพระธาตุกลับหัว เลยได้ไปดูที่นั่น พอกลับไปรอบที่ 3 ก็เลยไปดู อยู่ในหอพระพุทธบาทเยื้อง ๆ กับพระธาตุ แต่ผู้หญิงขึ้นไม่ได้ ผู้ชายขึ้นได้อย่างเดียว ครั้งนั้นเลยขึ้นไปดูกับลูกชาย แต่ส่วนตัวไปดูแล้วเฉย ๆ คือพระธาตุกลับหัวก็สวย แต่ถ้าจะดูพระธาตุ รู้สึกว่าดูของจริงสวยกว่า

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา
พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

พอลูกชายเรียนที่คณะโบราณคดี เวลามาดูวัดพระธาตุลำปางหลวงก็สนุกมากขึ้น เพราะผมก็เข้าใจในศิลปะมากขึ้น ทั้งรูปแบบของเจดีย์ กู่พระเจ้าล้านทอง เริ่มรู้ว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้เรียกว่าอะไร เริ่มดูจิตรกรรมฝาผนังที่อยู่ที่วิหารหลวงกับวิหารน้ำแต้มออก เวลาไปทีไรก็ได้ความรู้ แล้วก็ได้ถาม ได้คุย ได้แลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองกับลูกชายด้วย จากที่ครั้งแรกมาแค่ชื่นชมความงามของพระธาตุและสิ่งต่าง ๆ ในวัดอย่างเดียว

พ่อของ ‘อารามบอย’ ขอยึดคอลัมน์ชั่วคราว พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง วัดสำคัญของลำปางที่อยู่ในใจมากว่า 20 ปี
พ่อของ ‘อารามบอย’ ขอยึดคอลัมน์ชั่วคราว พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง วัดสำคัญของลำปางที่อยู่ในใจมากว่า 20 ปี

แล้วยิ่งพอรู้มากขึ้น ก็กลายเป็นยิ่งเพิ่มความประทับใจในองค์พระธาตุลำปางหลวงมากขึ้นอีก ทั้งรูปทรงที่ไม่เหมือนใคร เมื่อเทียบกับพระธาตุองค์สำคัญ ๆ หลายองค์ทางภาคเหนือ เช่น พระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุหริภุญชัย ทั้งสัดส่วนของพระธาตุที่ดูกี่ครั้งก็รู้สึกว่าลงตัวเหลือเกิน กลายเป็นยิ่งชื่นชอบในองค์พระธาตุ และชื่นชมคนที่ออกแบบพระธาตุไปพร้อม ๆ กัน

พ่อของ ‘อารามบอย’ ขอยึดคอลัมน์ชั่วคราว พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง วัดสำคัญของลำปางที่อยู่ในใจมากว่า 20 ปี
พ่อของ ‘อารามบอย’ ขอยึดคอลัมน์ชั่วคราว พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง วัดสำคัญของลำปางที่อยู่ในใจมากว่า 20 ปี

คำขอต่อองค์พระธาตุ

อาจจะส่วนตัวสักหน่อย แต่ในใจก็ยังอยากให้วัดพระธาตุลำปางหลวงเก็บรักษาสิ่งต่าง ๆ เอาไว้ให้ดี ตรงไหนผุ ตรงไหนพัง ก็ต้องซ่อมแซม แต่ต้องซ่อมให้ดี ให้คงสภาพเดิม ไม่ใช่สักแต่ว่าซ่อม แต่ผิดเพี้ยนผิดแผกไปจากเดิม แบบนั้นก็ไม่ดี 

และถ้าเป็นไปได้ อยากเห็นลานทรายแบบครั้งแรกที่ผมเห็น อยากให้เอากระเบื้องออกจากบริเวณรอบพระธาตุ เวลาไปนมัสการพระธาตุจะได้เดินบนพื้นทราย แล้วก็อยากให้คนลำปางรักษาความเป็นตัวเองเอาไว้ เพราะผมชอบอัธยาศัยของคนลำปาง พวกเขาเป็นคนที่พร้อมต้อนรับ พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้มาเยือน อีกอย่างก็อย่าให้พุทธพาณิชย์เข้ามาแทรกซึมมากจนเกินพอดี ไม่ได้บอกว่าห้ามมี แต่ควรมีอย่างพอดี

ทั้งหมดนี้เป็นมุมมองส่วนตัวของผม เป็นความทรงจำของผมที่มีต่อวัดพระธาตุลำปางหลวงที่ผมเอามาแบ่งปัน ผมไม่ได้บอกให้คุณคิดเหมือนผม รู้สึกเหมือนผม เพราะทุกคนมีความประทับใจ มีความชื่นชอบ มีรสนิยมต่างกันอยู่แล้ว แต่ที่จะฝากก็คือ อยากให้ทุกคนช่วยกันเก็บรักษาสิ่งดี ๆ เอาไว้ บ้านเรามีสิ่งที่ดี สิ่งที่งามเยอะแยะ อยากให้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เก็บรักษาของเหล่านี้ไว้ เพราะถ้าวันใดวันหนึ่งที่สิ่งนั้นหายไป เราจะได้ไม่มาเสียดายทีหลัง เพราะบางสิ่งเปลี่ยนแล้วเอากลับมาได้ แต่บางสิ่งเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนไปเลย

เกร็ดแถมท้าย

  1. วัดพระธาตุลำปางหลวงเป็นหนึ่งในพระธาตุเจดีย์สำคัญของจังหวัดลำปางและดินแดนล้านนา สังเกตได้จากการมีเวียงพระธาตุ ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่พบร่วมกับพระธาตุสำคัญองค์อื่น ๆ ในล้านนา
  2. การเดินทางมายังวัดพระธาตุลำปางมีทั้งใช้รถส่วนตัว หรือจะเหมารถจากในตัวเมืองลำปางมาก็ได้ หรือหากอยากลองขนส่งสาธารณะ สามารถนั่งรถสองแถวสายเกาะคา-ลำปางได้
  3. หรือถ้าใครสนใจเรื่องเงาพระธาตุ ที่จังหวัดลำปางยังมีอีกหลายวัดที่มีเงาพระธาตุเช่นกัน เช่น วัดพระธาตุจอมปิง วัดพระธาตุดอยน้อย วัดอักโขชัยคีรี รวมถึงวัดประตูป่อง หรือวัดผาแดงหลวงก็มีเช่นกัน
  4. นอกจากวัดพระธาตุลำปางแล้ว ในตัวเมืองยังมีพระธาตุสำคัญอีกหลายองค์ ทั้งวัดพระแก้วดอนเต้า วัดพระธาตุเสด็จ รวมถึงยังมีวัดสำคัญในตัวเมืองอีกหลายวัดที่น่าไปชม ใครที่ยังไม่เคยไป แนะนำให้ลองไปดูสักครั้งครับ

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writer

พรชัย ลิ้มหัสนัยกุล

พ่อค้าและนักเดินทางผู้สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะและการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้คน

Photographers

พรชัย ลิ้มหัสนัยกุล

พ่อค้าและนักเดินทางผู้สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะและการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้คน

ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล

ต้า วัดไทย เด็กประวัติศาสตร์ศิลปะผู้ดูวัดมาแล้วกว่าพันวัดแม้จะยังไม่ครบทุกจังหวัด ชื่นชอบในความงามของศิลปะทั้งไทยและเทศรวมถึงเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ ปัจจุบันยังคงออกเที่ยวชมวัดทุกศาสนารวมถึงวังต่างๆ อย่างต่อเนื่องพร้อมกับนำเรื่องราวมาเผยแพร่บน Facebook อยู่เป็นระยะๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load