5 กุมภาพันธ์ 2564
3 PAGES
3 K
Baan 104 สามพี่น้องปรับบ้านเก่าย่านวัดเกต เป็น ‘บ้าน’ ของคนเชียงใหม่ทุกคน

บ้านไม้ผสมปูนทรงล้านนาโคโลเนียลอายุมากกว่า 100 ปี ย่านวัดเกตหลังนี้ ร่องรอยประวัติศาสตร์จากความสัมพันธ์ทางการค้าสมัยชาวยุโรปจับมือทำธุรกิจกับคนเหนือ ถูกบันทึกไว้ในบ้านไม้ผสมปูน ลายฉลุไม้ บานประตู หน้าต่าง และพื้นบ้าน อันเป็นลักษณะบ้านที่พบได้ทางภาคเหนือของไทย และกำลังลดจำนวนลงอย่างน่าใจหาย

อดีตบ้านหลังนี้เป็นเรือนหอของตระกูลคหบดีเชียงใหม่ ทว่าสร้างเสร็จตัวบ้านกลับถูกฟ้าผ่า เป็นเค้าลางไม่ดี ภาษาเมืองเรียกว่า ‘ขึด’ (ไม่ดี อัปมงคล) บ้านหลังนี้จึงไม่ทันได้ทำหน้าที่เรือนหออย่างตั้งใจ แต่ถูกส่งต่อให้กลายเป็นบ้านพักของมิชชันนารีที่อาศัยบ้านหลังนี้อยู่เกือบชั่วอายุคน ก่อนย้ายกลับไปใช้ลมหายใจสุดท้ายยังประเทศบ้านเกิด 

ประตูบานเดิมต้อนรับผู้มาใหม่ ด้วยการแปลงกายเป็นโรงเรียนอินเตอร์ระดับอนุบาล Kiddy Bear บ้านหลังที่สองและสถานศึกษาแรกของเด็กหลายคน แต่ไม่นานโรงเรียนก็ต้องปิดตัวลง บ้านล้านนาจึงถูกทิ้งร้างตั้งแต่นั้นมา

ตลอดการเปลี่ยนผ่านของบ้านเลขที่ 104 อยู่ในสายตาของสามพี่น้อง เจ-ชิตวัน สัจจะวาที, โจ้-ทัตพงศ์ สัจจะวาที และ จีจี้-ชนาพัทธ์ สัจจะวาที มาตลอด เพราะบ้านหลังนี้อยู่หลังอาคารศูนย์การเรียนรู้ที่เป็นธุรกิจครอบครัว

เจ-ชิตวัน สัจจะวาที, โจ้-ทัตพงศ์ สัจจะวาที และ จีจี้-ชนาพัทธ์ สัจจะวาที

อาจเพราะสีแดงของดอกหางนกยูงฝรั่งที่บานสะพรั่งเต็มต้น ยืนเคียงคู่กับบ้านหลังนี้มายาวนานหลายฤดู หรือเพราะความพิเศษบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ของบ้านหลังนี้ ทำให้สามพี่น้องคอยหันมามองอยู่ตลอดหลายปี 

กระทั่งเวลาผ่านจนโอกาสสบเหมาะ ทั้งสามคนตัดสินใจเข้ามาดูแลบ้านหลังนี้ต่อด้วยกัน และปรับให้กลายเป็นโครงการ Baan 104 บ้านที่พวกเขาตั้งใจให้กลายเป็นบ้านที่ทุกคนในครอบครัวมาใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความสุข

What makes a house a home

เมื่อตั้งใจให้พื้นที่ตรงนี้เป็นบ้านสำหรับทุกคนในครอบครัว โจทย์แรกที่พวกเขาคิดคือ จะทำยังไงให้อาคารหลังนี้กลายเป็น ‘บ้าน’ ของทุกคนขึ้นมาจริงๆ ไม่ใช่แค่ดอกไม้ ประตู แจกัน ดินทราย ต้นไม้ใหญ่ 

เท่านั้นยังไม่พอ อะไรอีกที่จะประกอบกันให้อาคารหลังหนึ่งกลายเป็นบ้านขึ้นมา

คำตอบของพวกเขาคือ ‘ประสบการณ์’

“หนึ่งในคีย์เวิร์ดสำคัญที่เราอยากให้โครงการ Baan 104 เป็น คือการให้ความรู้สึกของความเป็นบ้าน (Homey) นอกจากบรรยากาศที่ทำให้อาคารสักหลังหนึ่งกลายเป็นบ้านขึ้นมา เรามองว่ามันเกิดจากประสบการณ์ของผู้คนกับสถานที่ ไม่ใช่แค่เพียงสัมผัส เดินเข้ามาสั่งกาแฟ นั่งจิบ แล้วก็ออกไป แบบนั้นยังไม่เพียงพอ ต้องมีกิจกรรม มีการสร้างประสบการณ์บางอย่างที่ทำให้เขามีส่วนร่วมกับบ้านหลังนี้ เรื่องราวและความทรงจำที่เขามีต่อที่แห่งนี้จะทำให้ Baan 104 กลายเป็นบ้านขึ้นมาจริงๆ” จีจี้ น้องสาวคนเล็กเริ่มอธิบายคอนเซปต์ ‘บ้าน’ ของพวกเขา

Baan 104 สามพี่น้องปรับบ้านเก่าย่านวัดเกต เป็น ‘บ้าน’ ของคนเชียงใหม่ทุกคน

“พวกเราเลยออกแบบกิจกรรมต่างๆ ภายในโครงการให้ล้อไปกับการใช้งานพื้นที่ภายในบ้านจริงๆ อย่างชั้นล่างเราเรียกว่า The Pantry เป็นโซนคาเฟ่ ให้เขาได้เข้ามาทานอาหาร ทานขนม และเครื่องดื่ม ขณะนั่งเล่นพูดคุยกันภายในบ้าน ส่วนด้านบนมีโซน The Living Room เราทำล้อกับพื้นที่นั่งเล่นภายในบ้านที่สมาชิกครอบครัวมานั่งรวมตัวกัน ห้องนี้เป็นพื้นที่สำหรับจัดเวิร์กช็อปด้วย” เจ พี่สาวคนโตพ่วงอาชีพสถาปนิกเล่าไอเดียการออกแบบ

พวกเขาพยายามรักษาประวัติศาสตร์ของบ้านหลังนี้ไว้ให้ได้มากที่สุด สีอาคาร บานหน้าต่าง ลูกบิด ยันบันไดที่เริ่มจะเอียงๆ ทุกอย่างล้วนเป็นความทรงจำของบ้านหลังนี้ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ พวกเขาก็พยายามหาของวินเทจให้ตรงกับยุคสมัยของบ้าน ทำให้เกิดโซน B104 ขึ้นมาที่ชั้นบน เพื่อให้ผู้ที่สนใจเฟอร์นิเจอร์วินเทจได้เข้ามาเลือก สัมผัส และซื้อกลับไป เช่นเดียวกันเฟอร์นิเจอร์ภายในโซน The Pantry ถ้าหากลูกค้าเข้ามาใช้แล้วถูกใจก็ซื้อกลับได้เช่นกัน

Baan 104 สามพี่น้องปรับบ้านเก่าย่านวัดเกต เป็น ‘บ้าน’ ของคนเชียงใหม่ทุกคน

“พวกเราไม่ได้มองพื้นที่ตรงนี้เป็นคาเฟ่ทั่วไป เรามองมันเป็นบ้าน เราอยากให้คอนเซปต์เชื่อมโยงกับครอบครัว เป็นสถานที่ใหม่ของกลุ่มครอบครัว เป็นพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับสมาชิกในครอบครัว ทุกเพศ ทุกวัย ได้มาเพลิดเพลิน ผ่อนคลาย ใช้เวลาร่วมกัน เรายังคงเชื่อว่าการมีปฏิสัมพันธ์กันจริงๆ แบบกายภาพ ไม่ผ่านช่องทางออนไลน์ เป็นเรื่องสำคัญและมีคุณภาพกว่า เราเลยพยายามส่งเสริมให้เกิดสิ่งนั้นที่นี่ ทุกคนในครอบครัวมาใช้เวลาที่นี่ร่วมกันได้ คุณพ่ออาจมาส่งคุณแม่และลูกเรียนเวิร์กช็อป เขาก็นั่งรอที่คาเฟ่ได้ เราพยายามคิดเมนูให้หลากหลายและเหมาะกับทุกวัย

“เราว่าปัจจุบันพื้นที่อยู่อาศัยของคนเปลี่ยนไป คอนโดฯ บ้าง หอพักบ้าง บางครั้งเขาไม่มีพื้นที่ให้พักผ่อน เราเลยสร้างพื้นที่สวนขึ้นมาข้างๆ บ้านให้เขามาใช้ ทุกวันเราจะเห็นคุณพ่อมาส่งลูกเรียนหนังสือแล้วมาออกกำลังกาย บางคนพาสุนัขมาเดินเล่น เป็นภาพที่น่ารักมากๆ แล้วมันเป็นพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกถึงบ้านด้วย เราอยากแบ่งปันและเติมเต็มพื้นที่ความเป็นบ้านให้กับทุกคน จะเรียกที่นี่ว่า Sharing Home Space ก็ได้” โจ้อธิบายเสริมจากน้องสาวและพี่สาว

Baan 104 สามพี่น้องปรับบ้านเก่าย่านวัดเกต เป็น ‘บ้าน’ ของคนเชียงใหม่ทุกคน

Everyone is Family

เมื่อพวกเขาอยากให้สถานที่แห่งนี้เป็นบ้าน ทุกคนที่เข้ามาก็เสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว การคิดและคัดสรรวัตถุดิบอาหาร กิจกรรมต่างๆ ภายในโครงการ Baan 104 ของสามคนพี่น้องจึงมีฐานคิดจากความเป็นครอบครัว

Baan 104 สามพี่น้องปรับบ้านเก่าย่านวัดเกต เป็น ‘บ้าน’ ของคนเชียงใหม่ทุกคน

“นี่เป็นพื้นฐานจากครอบครัวของพวกเรา เวลาเราไปทานอะไรที่ไหน ถ้าเจออะไรดี เราก็อยากแบ่งให้คนในครอบครัวได้ทานด้วย ฉะนั้นเรื่องคุณภาพอาหาร เครื่องดื่ม หรือเวิร์กช็อป ก็เป็นคุณภาพที่เราคิดกันง่ายๆ คือ ที่บ้านเรากินอะไร คนที่มาก็ต้องได้กินแบบนั้น หลายอย่างก็เป็นเมนูโฮมเมดที่จี้เป็นคนคิดสูตรและทำเอง อะไรที่ดี อะไรที่น่าสนใจแม้แต่เรายังอยากส่งลูกหรือตัวเราเองไปเรียนเลย เราก็นำมาจัดเวิร์กช็อปที่นี่ด้วยเหมือนกัน

Baan 104 สามพี่น้องปรับบ้านเก่าย่านวัดเกต เป็น ‘บ้าน’ ของคนเชียงใหม่ทุกคน
Baan 104 สามพี่น้องปรับบ้านเก่าย่านวัดเกต เป็น ‘บ้าน’ ของคนเชียงใหม่ทุกคน

“ประกอบกับทางบ้านเราประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการศึกษาอยู่แล้ว ซึ่งไม่ได้มีแต่วิชาการอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงกิจกรรมสร้างสรรค์ ดนตรี ศิลปะ กีฬา การที่เราทั้งสามคนเติบโตมาท่ามกลางกิจกรรมเหล่านี้ เราพบว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องสำคัญ เราเชื่อว่าการศึกษาต้องมาพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์ เวิร์กช็อปต่างๆ ภายใน Baan 104 เลยจะเสริมเรื่องความคิดสร้างสรรค์ เข้าถึงง่าย ไม่ต้องมีฝีมือถึงขั้นระดับศิลปินก็เรียนได้ แม่มากับน้อง ยายพาหลานมาเรียนด้วยกัน และในทุกเวิร์กช็อป ทุกคนที่มาจะต้องได้ชิ้นงานกลับไปด้วย” โจ้อธิบายแนวคิดของโครงการ

Community = Big Family

“ไอเดียหลัก อยากให้คนในครอบครัวมาใช้เวลาว่างร่วมกันจริงๆ อาจมีเรื่องความต่างของวัย เราเลยอยากเติมเต็มส่วนนั้น ช่วยเชื่อมโยงครอบครัวให้แน่นแฟ้นขึ้น และในความหมายของคำว่าครอบครัว เรายังหมายถึงเพื่อนสนิทหรือคู่ชีวิตด้วย ถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น คำว่าครอบครัวยังเป็นหน่วยย่อยที่ประกอบกันเป็น ‘ชุมชน’ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คนสอนเวิร์กช็อป คนทำแยมออร์แกนิก เกษตรกรที่เรานำวัตถุดิบมาใช้ ศิลปิน ทุกคนที่อยู่ในเชียงใหม่ เรามองว่านี่คือครอบครัวใหญ่ เป็นครอบครัวคนเชียงใหม่ เราตั้งใจทำให้บ้านหลังนี้ช่วยส่งเสริมให้เกิดชุมชนสร้างสรรค์ขึ้นมา

Baan 104 สามพี่น้องปรับบ้านเก่าย่านวัดเกต เป็น ‘บ้าน’ ของคนเชียงใหม่ทุกคน

“ตรง The Pantry ชั้นล่าง เราตั้งใจให้มีโต๊ะยาว (Long Table) วัฒนธรรมของไทยอาจไม่คุ้น แต่เป็นสิ่งที่พวกเราพบตอนไปเรียนต่างประเทศ เราตั้งใจวางโต๊ะยาวให้เป็นพื้นที่ร่วมกัน ส่งเสริมให้คนแปลกหน้าได้ลองนั่งร่วมโต๊ะ พยายามให้เขาได้มีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่เราอยากช่วยให้สังคมเกิดความแน่นแฟ้น

“เราเชื่อว่าเชียงใหม่มีอะไรดีๆ อีกเยอะที่คนยังไม่เห็น Baan 104 อยากเป็นบ้านที่ให้พื้นที่กับความคิดสร้างสรรค์ของเชียงใหม่ กับครอบครัวเชียงใหม่ ให้มีโอกาสเข้ามาทำความรู้จักกันมากขึ้น” โจ้พูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

Baan 104 สามพี่น้องปรับบ้านเก่าย่านวัดเกต เป็น ‘บ้าน’ ของคนเชียงใหม่ทุกคน

Baan 104

ที่ตั้ง : 104 ถนนแก้วนวรัฐ ตำบลวัดเกต อำเภอเมือง เทศบาลนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50000 (แผนที่)

เปิดบริการวันอังคาร-วันศุกร์ เวลา 10.00 – 18.00 น. 

เปิดบริการวันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 09 7134 2702

Facebook : Baan 104

Writer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

ชัยวัฒน์ ทาสุรินทร์

โด้เป็นช่างภาพดาวรุ่งจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นที่รักของเพื่อนๆ และสาวๆ ถึงกับมีคนก่อตั้งเพจแฟนคลับให้เขา ชื่อว่า 'ไอ้โด้ FC'