“สีเป็นการแสดงออกรสนิยมทางวัฒนธรรมในช่วงเวลาหนึ่ง”

เป็นประโยคหนักแน่นแรกที่ได้ยินจากการตะโกนคุยกับ อาจารย์เต้ย หรือ อริยะ ทรงประไพ สถาปนิกผู้ควบคุมดูแลการซ่อมบูรณะฯ งานอาคารในพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และเพิ่งจัดการทาสีใหม่ลงบนผิวอาคารในพระราชนิเวศน์ไปไม่นาน ณ คืนสุดสัปดาห์หนึ่ง

เหตุและผลที่ทำให้ผมนัดแกมานั่งเจ็บคอใส่กันในค่ำนั้น เพราะผมเพิ่งค้นพบว่า ตึกแถวหน้าปากซอยบ้านเกิดปรากฏการณ์ไม่ธรรมชาติขึ้น นั่นก็คือการทาสีอาคารที่แสบสัน โดยไล่สีเป็นชั้นๆ ไป 3 ชั้น ชั้นแรกสีส้ม ชั้นสองสีเขียว ชั้นสามสีเหลือง โดยทั้งหมดทั้งมวลของ 3 สีที่ไม่เข้ากันนั้นยังมีลูกเล่นในการเบรกสีด้วยการทาสีขาวคาดตามแนวเส้นคาน

สีทาบ้าน, สถาปัตยกรรม,อริยะ ทรงประไพ,ความรู้เรื่องสี

จากปรากฏการณ์นี้ นอกจากจะทำให้ผมระบุพิกัดการบอกทางกลับบ้านให้พี่แท็กซี่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น มันยังทำให้ผมมีดวงตาเห็นสี และเริ่มตั้งคำถามถึงสีสันที่ดูฉูดฉาดแต่สนุกสนานของสถาปัตยกรรมในบ้านเรา ทั้งในเมืองและตามชนบทต่างๆ คล้ายเป็นนครสีสันจากการทาสีที่หลากหลาย ส่งผลให้ผมต้องการหาคนมาแบ่งปันความรู้เรื่องสีกับสถาปัตยกรรมมากๆ และอาจารย์เต้ยคือคนที่น่าจะช่วยตอบคำถามผมได้

อีกเหตุผลสำคัญหนึ่งซึ่งดูห่างไกลจากเหตุผลแรกก็เพราะผมเพิ่งได้ยินข่าวว่า อาจารย์เต้ยและทีมงานหลายภาคส่วน ทั้งกรมศิลปากร มูลนิธิพระราชนิเวศน์ฯ ตชด. และคณะกรรมการอนุรักษ์ ได้ค้นพบหลักฐานเพิ่มเติมชิ้นใหม่ล่าสุดว่า สีเดิมของอาคารในพระราชนิเวศน์มฤคทายวันยุคแรกคือสีอะไร เพราะการบูรณะหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา มีการทาสีต่างๆ ลงไปหลายรอบ เมื่อค้นพบสีดั้งเดิม จึงช่วยให้เราถอดบทเรียนเรื่องสีกับสถาปัตยกรรมในอดีตออกมาได้

สีทาบ้าน, สถาปัตยกรรม,อริยะ ทรงประไพ,ความรู้เรื่องสี

สีทาบ้าน, สถาปัตยกรรม,อริยะ ทรงประไพ,ความรู้เรื่องสี

ทามาก่อน

“สีทาอาคารน่าจะเข้ามาในไทยพร้อมๆ กับรูปแบบสถาปัตยกรรมจากตะวันตกประมาณช่วงรัชกาลที่ 4 ซึ่งการเข้ามาของสีเป็นสิ่งที่ดีมาก ก่อนหน้านั้นเรามีแต่บ้านไม้ที่ไม่ทาสี อาคารไม้ทำสีเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะถ้าไม่ทำ ไม้ก็เกิดการเร่งปฏิกิริยาเสื่อมสภาพเร็ว สีจึงปกป้องอาคารไปในตัว” อาจารย์เต้ยเริ่มเล่า

“ตอนทำงานบูรณะเราจำต้องทำการศึกษาเรื่องสีในอดีต เราก็เลยไปศึกษาจากหนังสือ Index สีของโลก เขาเล่า Timeline การเกิดขึ้นของสีตามช่วงเวลา มันมีเรื่องส่วนผสมต่างๆ ที่ส่งผลต่อสีด้วย ผมไม่รู้ว่าสมัยก่อน เรานำสีมาจากต่างประเทศหรือทำกันเอง เพราะข้อมูลแบบนี้ในเมืองไทยไม่มี”

สีทาบ้าน, สถาปัตยกรรม,อริยะ ทรงประไพ,ความรู้เรื่องสี สีทาบ้าน, สถาปัตยกรรม,อริยะ ทรงประไพ,ความรู้เรื่องสี สีทาบ้าน, สถาปัตยกรรม,อริยะ ทรงประไพ,ความรู้เรื่องสี

ในขณะที่เรื่องสีอาคารแต่เดิมไม่มีใครบันทึก ปัจจุบันสีก็ยังถูกจุ่มด้วยแปรงและทาลงบนอาคารในเมืองเรื่อยมา

“การค้นหาและเลือกสีที่ถูกต้องเป็นเรื่องของกระบวนการ เพราะสีมีรายละเอียดของมัน การลงสีคืองานคราฟต์ สีแต่ละแบบมีคุณสมบัติในการดูแลวัสดุแตกต่างกันไป คุณสมบัติในการปกป้องก็เกิดขึ้นในสีเฉพาะสีด้วย เช่นการเอาสีแดงที่ใช้ทาไม้มาทาเหล็กก็ไม่ได้นะ มันมีเคมีของสีบางชนิดที่คุณไม่อาจรู้ว่ามันเหมาะกับอะไรด้วยซ้ำ ดังนั้นเราต้องศึกษาให้ดีก่อน” อาจารย์เต้ยเริ่มเผยวิธีการค้นหาสีอย่างมีที่มาที่ไป

“ผมอยากทำ Index ของสีในสมัยรัชกาลที่ 5 – 6 มากๆ ตอนนี้กำลังตามศึกษาอยู่ ยากตรงเราต้องไปค้นหากับอาคารจริงเท่านั้น เราใช้ระบบชาร์ตสีของ Munsell เป็นเครื่องมือที่เทียบสีได้อย่างดี ะบบนี้มีตั้งแต่สีของธรรมชาติยันสีของสิ่งประดิษฐ์”

เมื่อคุยกันไปเรื่อยๆ ผมก็พบว่า การใช้ระบบ Munsell Color ยังไม่เฉียบพอสำหรับการค้นหาสีในการบูรณะพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

“เราทำงานร่วมกับองค์กรทางวิทยาศาสตร์และบริษัทิผู้ผลิตสี ร่วมกันวิเคราะห์หาเฉดสีและองค์ประกอบของสีจากการสำรวจ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการดำเนินการ ทางบริษัทผู้ผลิตสีนำเครื่องมือชื่อ X-Rite เข้ามาช่วยตรวจสอบด้วย

“พอใช้ X-Rite เราจะได้กราฟค่า CMYK ออกมา แต่เราก็ยังไม่สรุป เพราะเราต้องเอาชิ้นส่วนของอาคารไปเข้าแลปเพื่อสร้างเฉดสีจำลองมาเทียบอีกที แล้วก็เอาสีที่เราเทียบได้มาทาลงบนผิวไม้ก่อน แล้วก็เอาสีนั้นมาเทียบกับสีที่เราพบบนอาคารก่อนซ่อมอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นเราก็ถ่ายภาพอาคารที่ทาสีแล้ว มาลองเปลี่ยนเป็นขาวดำเพื่อเทียบกับภาพถ่ายขาวดำในอดีตที่เรามีดูอีกรอบ ถึงจะสรุปได้” อาจารย์เต้ยอธิบาย

สีดั้งเดิมที่นำกลับไปใช้กับ ‘หอเสวยฝ่ายหน้า’ เป็นสีที่ได้จากการสำรวจและศึกษาโดยได้รับอนุมัติจากกรมศิลปากรแล้ว คือ

สีเทาเขียว ทาเสาไม้ และกรอบลูกฟัก

สีเขียวไข่กา ทาลูกฟัก ผนัง และช่องลม

สีขาวผ่อง (สีขาวอมเขียว) ทาส่วนใต้หลังคากันสาดไม้ และท้องพื้นไม้ของพื้นชั้น 2 (ฝ้าเพดานของชั้น1)

สีเหลืองมัสตาร์ด ทาเสาคอนกรีต

สีทาบ้าน, สถาปัตยกรรม,อริยะ ทรงประไพ,ความรู้เรื่องสี

 

ทาทา ไม่ยั้ง

ถ้าสีเป็นตัวในการแสดงออกรสนิยมทางวัฒนธรรม แล้วเจ้าของบ้านสีส้มเขียวเหลืองที่ปากซอยบ้านผม เขาคิดอะไรยังไงแน่

ในความทรงจำของผม ภาพรวมของรสนิยมทางด้านสีสันของบ้านเราค่อนข้างชัดเจนเมื่อเราเคลื่อนตัวออกจากเมือง ไปตามถนนสายเล็กๆ ในชนบท ผมมักจะแสบตาเพราะสีบ้านที่พุ่งเข้ามาเตะ ราวระเบียงสีเขียวตัดกับตัวบ้านสีชมพู ไม่เข้ากันกับราวบันไดสีฟ้า หรือตัวบ้านสีเขียวและเสาสีเหลืองตัดกับคานสีชมพู ทุกหลังที่ผมจำได้นั้นดูเซอร์เรียลเหนือจริงจากสภาพรอบๆ ซึ่งส่วนผสมของชุดสีเหล่านี้ไม่เคยปรากฏอยู่ในตำราเรียนใดๆ

สีทาบ้าน, สถาปัตยกรรม,อริยะ ทรงประไพ,ความรู้เรื่องสี สีทาบ้าน, สถาปัตยกรรม,อริยะ ทรงประไพ,ความรู้เรื่องสี สีทาบ้าน, สถาปัตยกรรม,อริยะ ทรงประไพ,ความรู้เรื่องสี

ไทยเรามีชื่อเรียกสีเยอะมาก เช่น สีขาว มีสีขาวผ่อง หรือขาวอมเขียว สีขาวควายเผือก หรือขาวเทา สีเหลืองก็มี เหลืองเพียงทอง เหลืองอำพัน ส่วนใหญ่สีพวกนี้ถูกบันทึกไว้ในชุดของกลุ่ม Thaitone” อาจารย์เต้ยอธิบาย

แต่สีที่เราใช้กันอยู่ส่วนหนึ่งอาจจะไม่ได้ผ่านกระบวนการเลือกสีจากช่าง เลยออกมามันโดดๆ อย่างที่เห็น

ผมตั้งคำถามกลับ พร้อมคิดในใจว่า บทสนทนาที่ว่า ‘ช่วงเสาหน้าบ้านพี่ขอใช้สีม่วง Pantone 2018 นะครับ อย่าลืมไล่ Hue ให้ด้วย’ ไม่น่าจะเกิดขึ้นระหว่างเจ้าของบ้านกับช่างสีได้แน่ๆ

คิดว่าใช่” อาจารย์เต้ยพยักหน้า “การเปลี่ยนสีเดิมในเฉดเดียวกัน มีความเปลี่ยนที่มากมาย” อาจารย์เต้ยเห็นด้วย

“สีที่คนไทยชอบน่าจะเกิดจากที่เราเป็นประเทศภูมิภาคเขตร้อน เรามีแดดที่สาดลงบนอาคารและมีอุณหภูมิเป็นตัวกำหนดความสดของสี วิธีการมองสีแบบคนไทยค่อนข้างจะแสบสัน ไม่เหมือนตะวันตกที่สีจะถูกลดเฉดลงมา เพราะมีเรื่องของวิธีการมองสีผ่านหมอก หรือสภาพอากาศที่หนาวเย็น” ผมตอบด้วยความน่าจะเป็นที่คิดออก

“ผมว่ามีส่วน เหมือนงานศิลปะของ โกลด มอแน (Claude Monet) ที่ดรอปโทนลง เรื่องนี้สนุกมากเลย” อาจารย์เต้ยเห็นด้วยกับผมอีกครั้ง

ในขณะที่อิทธิพลจากแสงแดดยังทำให้ผมเข้าใจวิธีการเลือกสีได้อีกว่า แสงแดดเป็นเหตุที่ทำให้สีบ้านซีดได้ง่าย ดังนั้น การเลือกทาสีให้สดที่สุดก็น่าจะเป็นวิธีที่ช่วยต่อเวลาในการต้องเตรียมทาสีในครั้งต่อไป

การแสดงออกทางสีของชาวบ้านจากปัจจัยเหล่านี้เป็นพฤติกรรมส่งต่อ จนทำให้เราได้เห็นบ้านเมืองที่เลือกทาสีแสบๆ แบบไม่ยั้งมือนั่นเอง ดังนั้น เราอาจจะไม่ต้องแปลกใจถ้าเผอิญเดินไปร้านของชำสีชมพูสด แล้วเจอเจ้าของร้านเป็นลุงเข้มๆ ไว้หนวดเคราเดินออกมาหยิบของให้

สีทาบ้าน, สถาปัตยกรรม,อริยะ ทรงประไพ,ความรู้เรื่องสี

“สุดท้าย ผมเชื่อว่าตัวสถาปัตยกรรมเองก็เป็นสิ่งที่สะท้อนรสนิยมเช่นกัน แต่เป็นรสนิยมมีระยะเวลาที่แสดงออกค่อนข้างนานกว่าสี ในขณะที่สีซึ่งทาอยู่บนตัวอาคารเองกลับมีอายุน้อยกว่า รสนิยมนั้นจึงปรับเปลี่ยนตลอดเวลาและเร็วกว่า สีจึงกลายเป็นตัวบ่งชี้รสนิยมในแต่ละยุคได้ชัดเจนกว่าตัวสถาปัตยกรรม เป็นเรื่องของรสนิยมที่ซ้อนบนรสนิยมอีกที” และแล้วผมก็พยายามขมวดปมเรื่องของสีทางสถาปัตยกรรม ขณะที่พยายามกระดกน้ำในแก้วให้หมด

“เห็นด้วย ถ้าเรามองสถาปัตยกรรมแบบดีคอนสตรัคชันแล้ว สีก็ทำหน้าที่เหล่านั้นแบบสถาปัตยกรรมได้ ดังนั้น สีแดงในยุคหนึ่งอาจจะเป็นสีส้มในยุคนี้ก็เป็นได้

อาจารย์เต้ยพูดตบท้ายบทสนทนา แม้ว่าเสียงดนตรีในร้านกำลังเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ตามความดึกค่ำ แต่ก็ไม่ได้ทำลายสีสันในบทสนทนาเรื่องของสีในค่ำวันได้นั้นเลย

ขอให้ทุกท่านสนุกกับการสอดส่องอาคารสีสดรอบตัว และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีสีสันนะครับ

สำหรับตอนนี้ สวัสดีครับ

สีทาบ้าน, สถาปัตยกรรม,อริยะ ทรงประไพ,ความรู้เรื่องสี สีทาบ้าน, สถาปัตยกรรม,อริยะ ทรงประไพ,ความรู้เรื่องสี

*ขอขอบคุณ อาจารย์ อริยะ ทรงประไพ
บรรณานุกรม
  1. www.xrite.com/color-measurement-products
  2. en.wikipedia.org/wiki/Munsell_color_system

Writer & Photographer

ชัชวาล สุวรรณสวัสดิ์

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ ที่ยังมีสถาปนิกเป็นวิชาชีพ และมีงานเขียนเป็นวิชาเสริม ชอบปั่นจักรยานและทักทายกับคนแปลกหน้าโดยไม่จำเป็น

อาคิเต็ก-เจอ

ชวนคุยเรื่องสถาปัตยกรรมรอบตัว และตั้งข้อสังเกตวัฒนธรรมไทยที่สะท้อนในงานสถาปัตย์

“คุณโยทกา! คุณจะหนีไปจากผมหรือ ไหนคุณสัญญากับผมว่าคุณจะยืนข้างผมตลอดไปไม่ไปไหน”

“คุณชัชรัณคะ ไม่มีอะไรที่คนเราอยากได้ แล้วจะได้ทุกอย่างหรอกนะคะ”

“ไม่คุณโยทกา ผมรักคุณจริงๆ ผมอยากจะแต่งงานกับคุณนะ”

“ไม่ได้หรอกค่ะคุณชัชรัณคุณทำไม่ได้หรอก ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!”

หลังจากบทสนทนาน้ำดีนี้ แม่นางเอกก็ปรากฏตัวเข้ามาดึงตัวนางเอกจากพระเอก ทำให้พระเอกถึงกับเข่าทรุดเล่นใหญ่รัชดาลัย ร้องอ้อนวอนขอความรักเคล้าน้ำตา ต่อนางเอกอย่างสุดสำเนียง เป็นเหตุให้ตัวละครแทบทุกตัวในเรื่องต่างวิ่งกรูออกมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของฉากสำคัญฉากนี้

เหตุการณ์ในละครฉากนี้เกิดขึ้นโดยมีแบ็กกราวนด์เป็นหน้าบ้านหลังใหญ่โต (หรือคฤหาสน์นั่นแหละ) ตกแต่งสไตล์ยุโรป โดดเด่นด้วยเสาโรมันเซาะร่องสีขาวต้นใหญ่ สมฐานะตระกูลของพระเอก

ฉากนี้ดำเนินไปโดยมีพ่อแม่ของเรานั่งจ้องอยู่หน้าจอโทรทัศน์อย่างไม่ละสายตา ส่วนเราก็นั่งกินข้าวเย็นด้วยความครุ่นคิดว่า บ้านเสาโรมันแบบในละครนี่เป็นรูปแบบบ้านพิมพ์นิยมของคนไทยในยุคหนึ่งนี่นา น่าจะถ้าเอามาเล่าเป็นตอนปฐมฤกษ์ของคอลัมน์ อาคิเต็ก-เจอ ที่เราชวนพูดคุยและตั้งคำถามเกี่ยวเรื่องสถาปัตย์แบบไทยๆ ที่อยู่ใกล้ตัว

บ้านเป็นของเรา ทำไมเสาเป็นของ (โร) มัน

www.infinitydesign.in.th

ย้อนกลับไปสมัยเรายังเป็นนักศึกษาสถาปัตย์หน้าใส ในความทรงจำอันเบาบางหลังคาบเรียนวิชาสถาปัตยกรรมไทย เพื่อนเราคนหนึ่งได้เอ่ยขึ้นมาว่า “บ้านคนไทยนี่โคตรแปลกเลย หน้าบ้านมีเสาโรมัน หลังคาเป็นจั่วทรงไทย แล้วก็เอารูปปั้นสิงห์จีนมาตั้งอีกต่างหาก” ถึงตอนนั้นเราไม่ได้คิดอะไรมากนัก แต่ก็นึกภาพบ้านที่เพื่อนเล่าได้อย่างดี บ้านหรือตึกที่มีเสาโรมันนี้กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ แม้กระทั่งสถานบันเทิงเริงราตรี จนเหมือนเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมไทยยุคหนึ่งไปแล้ว

บ้านหรืออาคารรูปแบบนี้คงได้อิทธิพลมาจากศิลปะ ‘ยุคนีโอคลาสสิก’ ซึ่งถูกบิดมาตามยุคสมัย คำว่า ‘Neoclassic’ มาจาก ‘Neo’ ที่แปลว่า ‘ใหม่’ ผสมคำว่า ‘Classic’ กลายเป็น ‘คลาสสิกแบบใหม่’ เราระบุสถาปัตยกรรมยุคนี้ได้ง่ายๆ ด้วยการดูเสาโรมัน หลังคาจั่วสามเหลี่ยม (หรือโดม) เป็นอาคารสมมาตร ดูเรียบๆ คลีนๆ และปูนปั้นประดับตกแต่งไม่รกตานัก ถ้าเริ่มเห็นว่าสถาปัตยกรรมดูเวิ่นเว้อแล้ว น่าจะเป็นศิลปะยุคอื่น

ศิลปะยุคนีโอคลาสสิกในประเทศไทยนั้นไม่ตรงกับยุคของสากล เพราะศิลปะนีโอคลาสสิกเดินทางมาเมืองไทยพร้อมกับช่างชาวตะวันตกที่นั่งเรือมาแสวงโชคในสยาม ช่วงรอยต่อระหว่างรัชกาลที่ 3 และ นั้นเป็นยุคล่าอาณานิคม สถาปัตยกรรมรูปแบบนีโอคลาสสิกจึงเกิดขึ้นในไทยและประเทศเพื่อนบ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

งานนีโอคลาสสิกแรกของประเทศไทยคือ พระอภิเนาว์นิเวศน์ หรือ เรือนหลวง ซึ่งรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างในพระบรมมหาราชวัง สถาปัตยกรรมในไทยจึงเริ่มมีเสาเซาะร่องแบบตะวันตก จนกลายเป็นรูปแบบสถาปัตย์ราชนิยมที่ส่งต่อกันมา กลายเป็นพระที่นั่งอนันตสมาคมในสมัยรัชกาลที่ 5 และพระราชวังพญาไทในสมัยรัชกาลที่ 6 รวมถึงอาคารทั้งอีกหลายแห่ง สถาปัตยกรรมราชนิยมเหล่านี้ไม่ได้ทำตามต้นฉบับเป๊ะ แต่มิกซ์แอนด์แมตช์ความเป็นแขกและจีนลงไปด้วยตามกลุ่มคนที่เข้ามาในสยาม จนกลายเป็นเสน่ห์และเอกลักษณ์ของพระราชวังแบบไทยๆ

ต่อมากระแสสถาปัตยกรรมยุคโพสต์โมเดิร์นในโลกสากลได้เข้ามาตอกย้ำสไตล์ความเป็นเสาโรมันในประเทศไทยเพิ่มขึ้นไปอีกระดับ เพราะสถาปัตยกรรมโพสต์โมเดิร์นคือการนำศิลปะยุคนีโอคลาสสิคมาประยุกต์ใช้กับอาคารที่มีการใช้งานที่ทันสมัยขึ้น เช่น ตึกสูงและอาคารสำนักงานทั่วไป โดยเฉพาะศูนย์การค้าอัมรินทร์พลาซ่า (ห้างโซโก้) อันแสนหรูหราซึ่งสร้างในปี 2527 เมื่อตึกหน้าตานีโอคลาสสิกที่ออกแบบโดยอาจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ แห่งนี้ขายโครงการได้หมดเกลี้ยง เหล่าอาเฮียอาซ้อเลยหยิบเอาเสาโรมันมาเป็นองค์ประกอบของตึกแถวที่ขายกันในช่วงเวลานั้น

บ้านเป็นของเรา ทำไมเสาเป็นของ (โร) มัน

เมื่อวันเวลาผ่านมาจนถึงยุคปัจจุบัน การที่บ้านสักหลังจะขอมีเสาโรมันแบบในละครจึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด ออกจะเป็นความภูมิใจด้วยซ้ำที่เราจะได้โชว์รสนิยมแบบนีโอคลาสสิกให้เพื่อนบ้านได้เห็น แน่นอนว่าความภูมิใจเหล่านี้ก็คงได้รับอิทธิพลจากคฤหาสน์ในละครไทยหลายเรื่อง หากเราสังเกตให้ลึกลงไปอีกจะพบว่าบ้านเสาโรมันหลังใหญ่ที่ใช้ถ่ายละครนั้นมีบ้านยอดฮิตที่นิยมใช้ถ่ายละครอยู่ ชาวพันทิพเคยให้ข้อมูลไว้ว่า บ้านของคาวี (กรี๊ด) จากเรื่อง สวรรค์เบี่ยง เป็นบ้านหลังเดียวกับในละครอีกหลายเรื่อง อันได้แก่ ทะเลริษยา, เปลือกเสน่หา, อาทิตย์ชิงดวง และ เจ้าหญิงลำซิ่ง ซึ่งละครเหล่านี้ฮิตตราตึงใจผู้คนมากมาย จนทำให้หลายท่านที่มีกำลังทรัพย์ในการสร้างบ้านหลังใหญ่ติดภาพบ้านเสาโรมันแบบนี้อยู่ในหัวไม่มากก็น้อย

ตะขาบของนีโอคลาสสิกที่ถูกคายกลายเป็นมรดกเสาโรมันในเมืองไทยซึ่งเรายังเห็นได้ชัดเจนก็คือ โครงการบ้านจัดสรร หากเรานั่งรถออกไปชานเมือง มักจะเห็นป้ายโฆษณาบ้านทรงคล้ายในละครติดแฮชแท็กไว้ว่า ‘ขายบ้านหรูสไตล์โรมัน 2 ชั้น หมู่บ้านxxx ตกแต่งสไตล์คลาสสิก เฟอร์นิเจอร์บิลท์อินทั้งหลัง’ รวมถึงทางเข้าหมู่บ้านจัดสรรหลายแห่งก็มีเสาโรมันและน้ำพุอลังการ แข่งกันดึงดูดให้เราเผลอขับรถวนเข้าไปดูบ้านตัวอย่าง

จากเทรนด์โคตรฮิตในการสร้างตึกสูงด้วยเสาโรมัน นำมาสู่ ตะขาบตัวที่สอง คือ อาคารตึกแถวพาณิชย์ซึ่งมักมีเสาโรมันปรากฏเป็นแนวค้ำกันสาดของอาคาร และทำหน้าที่เสมือนแบ่งแนวคูหาไปในตัว ในกรุงเทพฯ เราจะพบตึกพวกนี้ได้ในซอยสุขุมวิทต่างๆ ต่างจังหวัดก็มีสายรายงานว่าขอนแก่นก็มีอาคารตึกแถวแนวๆ นี้ค่อนข้างมากเลยทีเดียว ส่วนตึกสูงสไตล์นีโอคลาสสิกฝีมือการออกแบบของอาจารย์รังสรรค์ ก็ยังคงต่อเนื่องมาจนถึงตึกสเตททาวเวอร์ ย่านบางรัก ซึ่งเป็นตะขาบตัวใหญ่ 63 ชั้น ที่เราเห็นและสามารถชื่นชมสถาปัตยกรรมเสาโรมันได้เป็นอย่างดี รวมถึงตึกยูนิคทาวเวอร์ ย่านสาธร ซึ่งตอนนี้มีสถานะเป็นตึกร้างที่สูงที่สุดในประเทศ

 

บ้านเป็นของเรา ทำไมเสาเป็นของ (โร) มัน

ตะขาบเสาโรมันตัวสุดท้ายที่เราพอนึกออก คือเสาโรมันและกระถางโรมันที่ใช้จัดสวนแนวฝรั่ง สวนแบบนี้มีให้เห็นตามรายการทีวีอยู่บ้าง และเห็นในร้านขายเสาโรมันเพื่อเอาไว้จัดสวนตามข้างทาง เคยได้ยินว่าบางร้านพัฒนามาจากร้านขายโอ่งเครื่องปั้นดินเผา ยุคที่สวนโรมันมาแรงเลยหยิบมงกุฎใบมะกอกมาใส่ แล้วขายเสากับกระถางเหล่านี้ด้วย ความเป็นโรมันเหล่านี้เป็นแนวอุปกรณ์ตกแต่งสวน เนื่องด้วยแนวคิดในการจัดสวนแบบฝรั่งมักจะอิงจากตำนานกรีก-โรมัน จึงประดับไปด้วยรูปปั้นเทพีต่างๆ แต่สำหรับสวนฝรั่งของคนไทยที่มีความเชื่อแบบคนจีน ก็อาจจะมีสัตว์มงคลประจำปีเกิดไปตั้งแทนเหล่าทวยเทพกรีก (ซะงั้น)

ในขณะที่โลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน เทรนด์งานสถาปัตยกรรมก็หมุนเร็วขึ้นเช่นกัน สำหรับเมืองไทย ยุคหนึ่งเสาโรมันอาจจะมาแรงพอๆ กับละครหลังข่าว ในปัจจุบันก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง บางคนอาจมองว่าเราไปติดภาพสถาปัตย์ต่างประเทศแล้วไปลอกเขามา แต่จริงๆ เราอาจจะแค่ยืมมาใช้ เหมือนได้แรงบันดาลใจมา เหมือนที่ต่างประเทศก็ยังยืมแนวคิดบางอย่างของสถาปัตยกรรมไทยไปใช้ อย่างเช่น การยกใต้ถุนสูง หรือเอาวัสดุธรรมชาติมามุงหลังคา

เราชอบมองงานสถาปัตย์ที่เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมแบบไทยๆ  โดยไม่ได้มองผ่านแว่นของสถาปนิก เพราะเราเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มีเอกลักษณ์ สะท้อนสภาพสังคมและวิธีคิดแบบคนไทยได้เป็นอย่างนี้ เสน่ห์แบบนี้เองที่มักแฝงไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่ซุกซ่อนอยู่ ซึ่งเราจะมาพูดคุยกันต่อในตอนถัดไป

สำหรับตอนแรก สวัสดีครับ

บ้านเป็นของเรา ทำไมเสาเป็นของ (โร) มัน

*ขอบคุณบทจากละคร เหมือนคนละฟากฟ้า

Writer & Photographer

ชัชวาล สุวรรณสวัสดิ์

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ ที่ยังมีสถาปนิกเป็นวิชาชีพ และมีงานเขียนเป็นวิชาเสริม ชอบปั่นจักรยานและทักทายกับคนแปลกหน้าโดยไม่จำเป็น

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load