จุดเริ่มต้นของการเดินทาง

ใครจะคิดว่าการรวมญาติเพื่อไหว้บรรพบุรุษในวันเชงเม้งที่ร้อนอบอ้าว จะทำให้ทริปในฝันที่ไม่คาดฝันของพวกเราเกิดขึ้นได้ เราได้ยินถึงความสวยงามของ Annapurna Base Camp หรือ ABC มาหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่มีโอกาสไปสักที เพราะหาคนไปด้วยไม่ได้ จนมาเม้ามอยในมื้อเที่ยงของวันเชงเม้งจนได้เพื่อนร่วมทริปเป็นลูกพี่ลูกน้องกันเอง 5 คนแบบฟลุ๊ก ๆ และพวกเราทั้ง 5 คนไม่มีรองเท้าเดินป่ากันเลยสักคน!

เมื่อตกลงกันได้ พวกเราจึงรีบจ่ายเงินและซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อผูกมัดตัวเองไม่ให้เท และความตื่นเต้นก็เริ่มเข้าครอบงำ การเตรียมตัวแบบไม่มีที่สิ้นสุดก็เริ่มขึ้น 

“ถ้าไม่ไหว เราเรียกเฮลิคอปเตอร์มารับได้ใช่ปะ”

“ต้องฟิตซ้อมวิ่งลู่มั้ย”

“ต้องซื้ออะไรบ้าง” 

จากที่ได้ปรึกษาเพื่อนที่เคยไป พวกเราตัดสินใจซื้อรองเท้าดี ๆ คนละคู่ และเสื้อกันหนาวคนละตัวสองตัว ที่เหลือเราจะไปซื้อที่โน่นเอา

แพลนทริปวันเชงเม้ง รวมญาติไป Annapurna Base Camp กับ Trekking ครั้งแรกในชีวิตที่เนปาล

เมื่อก้าวเท้าออกจากท่าอากาศยานนานาชาติตริภูวัน พวกเราทั้งห้าลากกระเป๋าเดินทางสี่ล้อบนพื้นดินลูกรังและหินขรุขระ เหมือนกลุ่มคนที่ไม่พร้อมจะมา Trekking เป็นที่สุด และการช้อปปิ้งก็เริ่มขึ้นจริง ๆ ณ ถนนทาเมล ในเมืองกาฐมาณฑุ พวกเราซื้อทุกอย่างจากที่นี่ ทั้งเสื้อผ้า หมวก กระติกน้ำ ถุงนอน กระเป๋าเป้ ไม้เดินป่า ถุงเท้า และถ่ายของจากกระเป๋าล้อลากสุดเชยลงกระเป๋า Duffle Bag กันน้ำสุดฮิตของที่นี่ แค่นี้ก็พร้อมสำหรับการเดินขึ้น ABC ภายในเวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง

แพลนทริปวันเชงเม้ง รวมญาติไป Annapurna Base Camp กับ Trekking ครั้งแรกในชีวิตที่เนปาล

“เดี๋ยวเราต้องรีบวิ่งขึ้นเครื่องแล้วแย่งนั่งด้านขวานะ เพราะเครื่องบินจะบินเหนือเมฆ แล้วเราจะเห็นยอดเขาเอเวอเรสต์…” ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พวกเราต่างบรีฟกันเองระหว่างต่อแถวขึ้นเครื่องบินไปยังเมืองโพคารา และระหว่างบินก็เห็นยอดเขาโผล่ขึ้นมาเหนือเมฆเป็นระยะ ๆ เอ๊ะหรือว่าลูกนี้ เอ๊ะแต่อันนี้สูงกว่านะ พวกเราชี้ทุกอันเป็นยอดเขาเอเวอเรสต์ทั้งหมด แต่ที่ไหนได้ นั่นมันคือคนละที่เลย การเดินทางไป ABC ไม่มีทางได้เห็นยอดเขาเอเวอเรสต์ 

จำไว้เลยว่ามันคือคนละเทือกเขากัน!

แพลนทริปวันเชงเม้ง รวมญาติไป Annapurna Base Camp กับ Trekking ครั้งแรกในชีวิตที่เนปาล

พวกเราเดินลงจากเครื่องบิน หยิบกระเป๋าที่วางอยู่บนพื้นรันเวย์ และเดินจากบันไดเครื่องบินตรงไปทางออกถนนได้เลยโดยไม่ต้องเข้าอาคารใด ๆ โดยมีลูกหาบของเราใส่เสื้อ ‘Muay Thai’ ยืนเกาะรั้วสนามบินรอรับอยู่ 

พวกเราทุกคนตื่นเต้น เพราะวันนี้จะเริ่มเดินกันแล้ว

ระหว่างทาง

“Go Go!, Go as far as you can!” 

นี่คือสิ่งที่เราบอกคนขับรถจี๊ป เรื่องอะไรจะยอมเดินเสียเหงื่อทั้ง ๆ ที่รถยังวิ่งต่อไปได้ 

พวกเรานั่งรถจี๊ปกระแทกไปมา กินระยะจากจุดที่ตั้งใจเริ่มวางแผนเดินประมาณ 7 กิโลเมตร จนลุงคนขับรถบอกว่า “You have to walk now sir…” จึงเริ่มแต่งตัวและกางไม้เดินป่าที่ยังมีป้ายราคาห้อยอยู่ โชคดีที่เราซ้อมใส่รองเท้าเดินป่าในออฟฟิศก่อนมาไปบ้าง รองเท้าเลยไม่กัดมาก

แพลนทริปวันเชงเม้ง รวมญาติไป Annapurna Base Camp กับ Trekking ครั้งแรกในชีวิตที่เนปาล

จุดหมายปลายทางแรกของเราคือพูนฮิลล์ เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นยอดเขาหางปลาหรือมัชฉาปูฉเรย์ (Machapuchare) พวกเราใช้เวลาเดิน 2 วัน ถือว่าไม่ช้าไม่เร็ว และร่างกายปรับตัวให้ชินกับการเดินและความสูงได้ แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้ตอนนั้นคือ ก็ไม่ได้ลำบากอย่างที่คิดนี่นา’ พวกเรากินอิ่ม นอนหลับเป็นตายตั้งแต่ 2 ทุ่ม มีน้ำอุ่นอาบ เดินเรื่อย ๆ วันละ 15 กิโล เหนื่อยก็แค่หยุดพัก สองข้างทางมีร้านขายขนม น้ำอัดลม และรอยยิ้มจากเพื่อนใหม่ตลอด

แพลนทริปวันเชงเม้ง รวมญาติไป Annapurna Base Camp กับ Trekking ครั้งแรกในชีวิตที่เนปาล
แพลนทริปวันเชงเม้ง รวมญาติไป Annapurna Base Camp กับ Trekking ครั้งแรกในชีวิตที่เนปาล

แสงแดดยามเช้ากระทบยอดเขาหางปลา เป็นเหมือนถ้วยรางวัลถ้วยแรกของพวกเรา รอบ ๆ ตัวมีผู้คนนั่งดื่มกาแฟจากซุ้มกาแฟระหว่างชื่นชมถ้วยรางวัลเล็ก ๆ ของตัวเอง จริง ๆ เส้นทางเดินมาพูนฮิลล์ถือเป็นเส้นทางที่ง่ายที่สุดในการมาเดินบริเวณ Annapurna Sanctuary ไปกลับได้ภายใน 3 – 4 วัน สำหรับพวกเราเหมือนการวอร์มร่างกาย เพราะก็แค่จุดแวะจุดหนึ่งเท่านั้น ถ้าคิดไปคิดมา สิ่งที่น่าตกใจคือจุดมุ่งหมายของเรา นั่นคือ หลังยอดเขาที่กำลังมองอยู่ต่างหาก!

แพลนทริปวันเชงเม้ง รวมญาติไป Annapurna Base Camp กับ Trekking ครั้งแรกในชีวิตที่เนปาล

สิ่งที่เรากังวลที่สุดในการเดินป่าก็มาถึง ฝันร้ายที่เป็นจริง เหมือนกำลังร่วมแข่งขันรายการ Fear Factor ก็คือ ‘ปลิง’ ด้วยความเป็นคนที่กลัวปลิงมากที่สุด ขนาดมีเขียนในสมุดเฟรนด์ชิปเพื่อนสมัยประถมว่า ‘เกลียดปลิง’ วันนี้เราต้องมายืนอยู่คนเดียวในป่าดิบชื้น ท่ามกลางฝนที่ตกหนักเหมือนอยู่ใต้ฝักบัว สมาชิกที่มาด้วยกันต่างเดินห่างกันเรื่อย ๆ เพราะตอนนี้เรียกว่าเราวิ่งแล้วก็ได้ ทุกครั้งที่หยุดเดินและมองไปที่เท้า เราเห็นเจ้าหนอนดูดเลือดพยายามกระดึ๊บ ๆ ขึ้นมาที่รองเท้า และที่โหดกว่า คือมันกระโดดจากต้นไม้มาลงบนหัวด้วย เหมือนถูกโจมตีรอบด้านอย่างไรอย่างนั้น

โชคดีที่โซนป่าดิบชื้นนั้นมีแค่วันเดียว หลังจากนั้นเราก็แทบไม่เจอฝูงปลิงอีกเลย

ในอีก 3 วันถัดมาพวกเราเดินขึ้นเขาลงหุบเขาอีกนับไม่ถ้วน ทุกเขาที่เดินลง เท่ากับต้องเดินขึ้นใหม่ โดยมี ‘ไอ้ดำ’ สุนัขสีดำเดินเป็นเพื่อนตลอดทาง บางทีมันก็รีบเดินนำหน้าไปแอบงีบรอ คงบ่นในใจว่าพวกนี้เดินช้าจริง แต่เท่าที่ถาม ๆ สุนัขพวกนี้จะออกเดิน 3 – 4 วันกับกลุ่มหนึ่ง และเดินกลับกับอีกกลุ่มหนึ่ง เป็นเหมือนไกด์ท้องถิ่นอีกคนหนึ่งเลย

แพลนทริปวันเชงเม้ง รวมญาติไป Annapurna Base Camp กับ Trekking ครั้งแรกในชีวิตที่เนปาล
แพลนทริปวันเชงเม้ง รวมญาติไป Annapurna Base Camp กับ Trekking ครั้งแรกในชีวิตที่เนปาล

ค่ำคืนวันที่ 5 ของการเดิน พวกเราอยู่ที่หมู่บ้าน Deurali บนความสูง 3,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล แต่ไม่มีใครมีอาการแพ้ความสูงเลย อาจเป็นเพราะใช้เวลาเดินค่อนข้างนานเลยมีเวลาปรับตัวเยอะ อากาศเริ่มหนาวเหลือเลขตัวเดียว เรานั่งซดมาม่าเกาหลีที่หาได้ทั่วไปในทุกหมู่บ้านที่นี่ (น่าเหลือเชื่อ) ซดไปควันออกปากไปเหมือนในซีรีส์ พวกเราทุกคนมีอาการเหนื่อยล้าจากการเดินขึ้นเขาลงเขามาแล้วร่วม 74 กิโลเมตร ต้นขารู้สึกเหมือนกำลังจะเป็นตะคริวตลอดเวลา พวกเรานอนเร็วเป็นพิเศษ เพราะพรุ่งนี้จะเดินไปถึงจุดหมายแล้ว

จุดหมายปลายทาง

เราตื่นแต่เช้ามืดมาล้างหน้าล้างตาเพื่อเตรียมออกเดินทางให้เร็วที่สุด เพราะระยะทาง 12 กิโลเมตรสุดท้ายนี้จะเป็นช่วงที่สวยที่สุดของเส้นทางนี้ และไกด์แจ้งว่า ถ้าช้าอาจจะมีหมอกลงหนา ทำให้อดเห็นวิว ยอดเขาโอบล้อมพวกเราตลอดเส้นทางในช่วงสุดท้าย ความใหญ่อลังการของยอดเขาทั้งหลายทำให้ความเหนื่อยหายไปเป็นปลิดทิ้ง แลกมาด้วยความปวดคอแทน เพราะเหมือนเดินเงยดูวิวตลอดเวลา ความรู้สึกในตอนนี้อธิบายยากมาก แม้แต่รูปถ่ายก็บรรยายถึงความยิ่งใหญ่ของยอดเขาที่โอบล้อมเราในตอนนี้ไม่ได้ ยอดเขาหางปลาที่เห็นเมื่อ 3 วันที่แล้ว ตอนนี้มันอยู่ใกล้มาก จนไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่า ‘นี่เราเดินมาไกลขนาดนี้เลยหรอ’

แพลนทริปวันเชงเม้ง รวมญาติไป Annapurna Base Camp กับ Trekking ครั้งแรกในชีวิตที่เนปาล
เทศกาลรวมญาติสานฝัน ชวนกันเดินป่าเดินเขา 6 วัน พิชิต Annapurna Base Camp บนเทือกเขาหิมาลัย ประเทศเนปาล

หมอกช่วงบ่ายลงหนาจัดจนขาวโพลนไปหมด แทบจะมองไม่เห็นยอดเขาที่โอบล้อมเราไว้ เราเดินต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ถึงจุดหมาย และแล้วป้ายมหาชนของ ABC ก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นหลังม่านหมอก

นั่นหมายความว่าเรามาถึงแล้วสินะ แต่รอบตัวยังมองไม่เห็นอะไรเลย และในเมื่อไม่มีวิวให้ดู การได้มาม่าเกาหลีร้อน ๆ และซุปกระเทียมเพื่อลดอาการแพ้ความสูง จึงเป็นเหมือนรางวัลแห่งความสำเร็จในครั้งนี้

เทศกาลรวมญาติสานฝัน ชวนกันเดินป่าเดินเขา 6 วัน พิชิต Annapurna Base Camp บนเทือกเขาหิมาลัย ประเทศเนปาล

เช้าวันรุ่งขึ้นพวกเราตื่นมาพร้อมความหวังว่า ยอดเขาที่โอบล้อมเราทั้งคืนจะยอมโผล่มาให้เห็น เมื่อท้องฟ้าเริ่มมีแสงสว่าง ความเหนื่อยล้าทั้ง 6 วันที่ผ่านมาก็หายเป็นปลิดทิ้ง ยอดเขาทั้งหมดโอบล้อมเราอยู่ตรงหน้านี้แล้ว มันเป็นสิ่งที่สวยงามอลังการที่สุด ที่พวกเราเคยเห็นมาในชีวิตเลยก็ว่าได้

เทศกาลรวมญาติสานฝัน ชวนกันเดินป่าเดินเขา 6 วัน พิชิต Annapurna Base Camp บนเทือกเขาหิมาลัย ประเทศเนปาล
เทศกาลรวมญาติสานฝัน ชวนกันเดินป่าเดินเขา 6 วัน พิชิต Annapurna Base Camp บนเทือกเขาหิมาลัย ประเทศเนปาล

ทุกคนยืนดูกันอย่างเงียบ ๆ บางคนก็ถ่ายรูป บางคนก็ดื่มกาแฟร้อน ๆ และชื่นชมความสวยงามของรางวัลในการเดินทางครั้งนี้ การได้มายืนอยู่ตรงนี้และชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติตรงหน้า เป็นเหมือนรางวัลชีวิตอย่างหนึ่งที่เงินทองซื้อไม่ได้ และไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาสได้มาเห็น

ถ้าไม่ได้ไปเชงเม้งวันนั้น พวกเราก็คงไม่ได้มายืนอยู่บนนี้ และความใฝ่ฝันในการพิชิต Annapurna Base Camp ก็ยังคงเป็นความฝันต่อไป

เทศกาลรวมญาติสานฝัน ชวนกันเดินป่าเดินเขา 6 วัน พิชิต Annapurna Base Camp บนเทือกเขาหิมาลัย ประเทศเนปาล

ภาพ : ศรุต จึงยิ่งเรืองรุ่ง และ ณัฐดนัย จึงยิ่งเรืองรุ่ง

Write on The Cloud

Trevlogue

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

Avatar

ศรุต จึงยิ่งเรืองรุ่ง

ชอบดำน้ำ เดินเขา กินเหลา ถ่ายรูป