“You can do more than one thing in life.” ผู้หญิงที่นั่งอยู่อีกฟากโต๊ะบอกเรา

ปีนี้เธออายุ 57 

ไม่ใช่เธอเพิ่งตระหนักข้อนี้ตอนอายุเท่านี้

แต่ตัวตนของเธอฉายชัดเจนตั้งแต่เด็ก

เธอรู้ความต้องการในใจตัวเอง เพราะเธอสู้เพื่อมันมาตลอดตั้งแต่อายุ 13

ช่วงปลายของสงครามเวียดนาม เธอ เด็กสาวชาวอยุธยา ออกมาเผชิญโลก แสวงหาชีวิตใหม่ที่พัทยากับพี่น้อง

ชีวิตทุกวันของเธอไม่ได้อยู่ในรั้วโรงเรียนเหมือนเพื่อน

อมรา วิจิตรหงษ์, แชมป์โลกวินเซิร์ฟ, แชมป์โลกโต้คลื่น, นักอนุรักษ์ทะเล

เธอรู้ โอกาสของชีวิตที่จะตกมาใส่มือเธอมันไม่เท่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน

ชีวิตวัยเด็กของเธอคลุกคลีกับการจับกุ้งหอยปูปลาในทะเลพัทยาหลายสิบปีก่อนที่เคยใสสะอาดประทังชีวิต จนกระทั่งวันที่ ‘ขยะ’ มาแทนที่หาดทรายสวย น้ำทะเลสีฟ้าคราม 

แหล่งอาหารของเธอถูกทำลายจากน้ำมือเพื่อนมนุษย์ …เธอจึงเล่นเกมรุก

เธอเปลี่ยน ‘วิกฤต’ ให้เป็น ‘โอกาส’ เปลี่ยนสิ่งที่ทำลายแหล่งอาหาร ให้กลายมาเป็นสิ่งสร้างรายได้ 

เธอเรียนรู้ระบบวินัยการคัดแยกขยะจากแคมป์ G.I. ฝึกฝนภาษาอังกฤษจากหนังสือพิมพ์ฝรั่ง เธอเก็บขยะในพัทยาและแคมป์ G.I. ขาย จนส่งตัวเองเรียนภาษาอังกฤษและ กศน. 

และด้วยความเชื่อที่ว่า ไม่มีอะไรที่เธอทำไม่ได้ บวกกับจังหวะเวลาที่พาเธอไปรู้จักกีฬา Windsurf ซึ่งเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนประเทศไทยแทบไม่รู้จัก 

เพียง 3 เดือนหลังหัดเล่น เธอจึงกลายเป็น 1 ใน 2 ผู้หญิงไทยที่เล่นกีฬานี้และลงแข่งสนามนานาชาติในประเทศ แถมได้รางวัลที่ 1 เสียด้วย 

เพียง 1 ปีหลังหัดเล่น เจ้าของแบรนด์ผู้ผลิตบอร์ดวินด์เซิร์ฟทุกเจ้าที่เห็นในไทย ก็เสนอตัวเป็นสปอนเซอร์ให้เธอลงแข่งในสนามยุโรปจนได้แชมป์โลก ซึ่งเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนชาวต่างชาติไม่เคยเห็นนักกีฬาชาวไทยในท้องทะเลซีกโลกตะวันตก 

เธอรู้ โอกาสของชีวิตที่จะตกมาใส่มือเธอมันไม่เท่าใครเขา

แต่เธอไม่รอใครที่ไหนหรือเขาหน้าไหน เธอเลือกคว้ามันใส่ชีวิตเธอเอง 

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

เธอคือ อมรา วิจิตรหงษ์ คุณแม่ของลูกสาววัย 14 อดีตนักกีฬาวินด์เซิร์ฟทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ ตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก แชมป์โลกวินด์เซิร์ฟคนแรกของไทย กับล่าสุด ในฐานะนักอนุรักษ์ทะเล ผู้จุดประกายเรื่องการรณรงค์เก็บขยะทางทะเล อาสาสมัครสารพัดกลุ่ม และเจ้าของ Amara Watersports โรงเรียนสอนกีฬาทางน้ำซึ่งปลูกฝังเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เด็กและเยาวชน

…คลื่นลมพัดเธอมาไกลจากอาชีพที่เธอชอบ แต่ไม่ได้พัดเธอไปไหนไกลจากท้องทะเลที่เธอรักเลยแม้แต่น้อย

ความประทับใจแรกต่อทะเล

เมื่อก่อนพัทยามีแต่อ่าวพัทยา หมู่บ้านชาวประมง แล้วก็แหลมบาลีฮาย เราจะเดินจากบ้านจับปูตามโขดหินตรงบาลีฮาย แล้วก็เดินขุดหอยไปกิน มีปลา มีผักบุ้ง มีดอกบัว ให้เราเก็บได้ น้ำทะเลก็ใส เดินไปเห็นปลาหมึกเลย แต่พอคนมาอยู่พัทยาเยอะเเล้วไม่มีการจัดการเรื่องขยะ ในที่สุดเเหล่งอาหารเราก็ถูกทำลายเพราะขยะ 

เด็กหญิงอมราตอนนั้นทำอะไรกับขยะที่เห็นได้บ้าง

เราทำอะไรไม่ได้เลย เเต่รู้ว่าเเหล่งอาหารเราถูกทำลายเเล้ว เพราะเราไม่สามารถเก็บผักบุ้งหรือบัวกินเเล้ว เราเลยเริ่มเก็บขยะ ตอนนั้นช่วงสงครามเวียดนามมีแคมป์ G.I. เราก็จะไปเก็บพวกกระป๋อง ขวด ส่วนหนังสือพิมพ์ก็เอาไว้อ่านฝึกภาษาอังกฤษ เสร็จแล้วก็มาพับถุงขาย พอมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ขยะเพิ่มขึ้น เราก็เอาขยะมาแยกขายส่งตัวเองเรียนภาษาอังกฤษ ก่อนจะเรียน กศน.

เรียนรู้อะไรจากการเก็บขยะ

พอความเจริญเข้ามา ทหาร G.I. กำลังจะกลับประเทศ ชาวยุโรปก็มา เพราะว่าพัทยาสวย คนก็มาหางานทำแล้วทิ้งขยะกันเละตุ้มเป๊ะ ไม่มีการจัดการ แต่ในแคมป์ G.I. เราได้เห็นระบบ วินัย ที่คนต่างชาติถูกปลูกฝัง เขามีระเบียบ แยกขยะทิ้งเป็นกองๆ หนังสือพิมพ์ก็หนังสือพิมพ์ กระป๋องก็กระป๋อง ขวดก็ขวด

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล
อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

ความคิดอยากเป็นนักกีฬาวินด์เซิร์ฟตั้งแต่ 42 ปีก่อนเริ่มขึ้นได้ยังไง

ตอนนั้นเราอายุสิบห้า พี่ชายทำงานที่โรงเรียนให้เช่าวินด์เซิร์ฟ เห็นแล้วมันอยากเล่นอะ เพราะเป็นคนชอบกีฬาอยู่แล้ว เห็นพี่ชายเล่น เราก็เลยขอเขาเล่น พอเล่นแล้ว โอ้โห มันอภินิหาร เหมือนเจอสิ่งที่ใช่ แต่ปัญหาก็ตามมา คือเขาไม่อยากให้ไปคลุกคลีกับเด็กผู้ชาย เพราะคนที่เล่นกีฬาเป็นเด็กผู้ชายหมด 

แต่ไอ้เราก็เป็นคนเฮ้วๆ ไง เราไม่เคยคิดว่าผู้ชายกับผู้หญิงจะต่างกันตรงไหน เราก็เลยพิสูจน์ตัวเอง เดินจากบ้านมาประมาณวันละหกเจ็ดกิโลเพื่อมาช่วยนายฝรั่ง เจ้าของโรงเรียนวินด์เซิร์ฟ เพื่อจะได้คลุกคลีกับกีฬานี้ จนหัดได้สามเดือนก็มีการแข่งขัน มันมีสองแบบ แข่งรอบทุ่นกับแข่งมาราธอน มีชาวเยอรมัน แคนาดา อเมริกันมา ตอนนั้นในประเทศไทยยังไม่มีใครรู้จักวินด์เซิร์ฟ มีผู้หญิงไทยเล่นอยู่แค่สองคน สรุปคือรอบทุ่นเราได้ที่สอง แข่งมาราธอนเราได้ที่หนึ่ง

มันก็เปลี่ยนชีวิต ได้พิสูจน์ตัวเอง เราเป็นคนอย่างนี้มาตลอด คือเชื่อว่าเราทำได้เกือบทุกอย่าง พออายุสิบหก เจ้าของบริษัทที่ผลิตบอร์ดวินเซิร์ฟให้ทุกยี่ห้อที่เห็นในเมืองไทยก็ถามว่า ยูอยากไปแข่งต่างประเทศไหม เราก็ Yeah, I have nothing to lose. ขอพาสปอร์ตแล้วไปเลย เป็น Brand Ambassador ให้เขา ไปอยู่ยุโรปอยู่สามเดือน ตระเวนแข่งทุกเสาร์-อาทิตย์ ได้แชมป์เยาวชนหญิงเยอะแยะไปหมด จนคนในยุโรปรู้จักเราแล้วล่ะ ว่ามันมีเด็กผู้หญิงไทยอยู่คนหนึ่งมาแข่งวินด์เซิร์ฟ จนอายุสิบเจ็ดก็ได้แชมป์โลกฟรีสไตล์หญิงคนแรก เพราะทำท่าที่คนไม่ค่อยทำ คือเราเล่นให้พี่ชายยืนบนไหล่เรา แล้วก็ยกมือโบกกรรมการ (หัวเราะ) ซึ่งมันตรงกันข้ามกับผู้หญิงไทยในรูปที่เขาเห็นสวัสดีหน้าเครื่องบิน

นอกจากที่ว่ามาด้านบน กีฬาวินด์เซิร์ฟให้อะไรคุณ

วินด์เซิร์ฟสอนให้เราได้วิเคราะห์ ต้องคำนวณหมดเลยว่าลมมาทางนี้ คือมาจากเกาะล้าน ลมมาทางนี้มันไม่ใช่ธรรมชาติของลม มีความผิดปกติ แสดงว่าจะมีพายุเเถวๆ นี้ ถ้ามีหมอก ลมก็จะไม่เเรงจัด เพราะหมอกเป็นตัวลดเเรงลม เราก็คำนวณแล้วว่าน้ำหนักเราเท่านี้ เราจะต้องเล่นใบขนาดไหน แล้วต้องมองเมฆ เมฆก้อนนี้ถ้าเคลื่อนตัวไปตรงนี้อะไรจะเกิดขึ้น ผลของการกระทำอันนี้ มามีผลกับอันนี้ๆๆ เหมือนกับหลักธรรมะเลย

เวลาอยู่ข้างนอกเราได้อยู่กับธรรมชาติ มีเรากับธรรมชาติ เเล้วธรรมะมันเกิด เหมือนเล่นเเล้วเกิดสติ เวลาออกไปเล่นเราจะมองเห็น Solution ของอะไรบางอย่างทุกครั้งเลย เราถึงรักวินด์เซิร์ฟ ถามว่าเมื่อไหร่จะเลิกเล่น เราบอกเลย วันตายนั่นเเหละ

ตอนนั้นจุดมุ่งหมายที่อยากไปให้ถึงที่สุดคืออะไร

เราอยากจะชนะในการเเข่งให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

หลายสิบปีที่ผ่านมาทะเลไทยสูญเสียอะไรไปแล้วบ้าง ที่คนรุ่นปัจจุบันไม่มีโอกาสได้เห็น

จำนวนของสัตว์ทะเล เมื่อก่อนเห็นมากกว่านี้ ตอนนี้ลดลงเยอะ อย่างพวกเต่าทะเล ปลาบิน ปลาโลมา เมื่อก่อนเราเห็นกันเป็นๆ บ่อยมาก ตอนนี้เราเห็นเขาตอนตายแล้ว เมื่อปีที่แล้วเกือบทุกหาดของชลบุรี ไล่ตั้งแต่บางแสนมา ไประยอง ไปจันท์ มีศพเต่าลอยมาเกยทุกสัปดาห์

ทำไมเลือกกลับมาทำงานอนุรักษ์ ทั้งๆ ที่ถ้าเป็นนักกีฬาเต็มตัวต่อไปน่าจะรุ่งไม่น้อย

ตัวเราเองผ่านประสบการณ์ชีวิตหลายๆ อย่างมาแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เราอยากได้ที่สุดไม่ใช่ถ้วยรางวัลจากการแข่ง เรามาถึงจุดหนึ่งที่คิดว่าเราจะต้องกลับมาทำอะไรเพื่อสิ่งแวดล้อมบ้าง เพราะว่าเราได้ทุกอย่างแล้วในชีวิตตามที่เราฝัน ที่เราต้องการ แต่มองไปรอบตัวแล้วทุกอย่างมันกำลังพังทลายลง ถ้าเราปล่อยไปโดยที่ไม่ทำอะไร เราคงตายตาไม่หลับ

วันนี้ทะเลบ้านคุณฟื้นตัวแค่ไหน 

เรามองว่ายังไม่ถือว่าฟื้นตัว หนทางยังอีกยาวไกล ประเมินเป็นตัวเลขเราว่ายี่สิบปีก็คงไม่พอตราบใดที่มนุษย์ยังไม่เปลี่ยนความประพฤติ

นักกิจกรรมตัวยงอย่างคุณกำลังซุ่มทำโปรเจกต์อะไรอยู่ตอนนี้

กำลังปรึกษาอาจารย์ที่วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบเรื่องเอาบอร์ดวินเซิร์ฟเก่าจาก Starboard แบรนด์ของเพื่อนนักฬาโอลิมปิกรุ่นเดียวกัน มาตัดครึ่งโมดิฟายกับสายเข็มขัดเสื้อชูชีพเก่าให้เป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือขนย้ายเต่าทะเลป่วยให้ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ สัตหีบ เพราะการจะอุ้มเต่าเกือบร้อยโลเนี่ยไม่ง่ายเลย

เห็นคุณเปิด Amara Watersports โรงเรียนสอนกีฬาทางน้ำให้เด็กๆ ที่มีข้อแม้ว่านักเรียนทุกคนต้องช่วยกันเก็บขยะ

ใช่ เพิ่งเริ่มทำเมื่อห้าปีที่ผ่านมา มีเด็กๆ มาเรียนกับเรา ซึ่งหลังจากเล่นกีฬาทางน้ำเสร็จเราก็จะบอก เอ้า เรามาช่วยเก็บขยะกัน รวมถึงสอนเรื่องสิ่งเเวดล้อมด้วย

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

และสร้างนักกีฬาให้เป็นอนุรักษ์

จริงๆ เราทำกับนัก Windsurf นักกีฬา SUP Board ก่อนเปิดโรงเรียนสอนเด็กๆ เป็นออร์แกไนเซอร์จัดเเข่ง Windsurf เองที่นี่ เพราะว่าเรามีความเชื่อว่ามีดมันจะคมก็ต้องมีการลับ ซึ่งถ้าจัดเเข่งน้อย เด็กเราก็จะไม่มีโอกาสเก่ง เเต่ก่อนจะเเข่ง เด็กจะต้องช่วยเราเก็บขยะรอบตัวเอง เเล้วเวลาเราจัดเเข่งจะไม่มีการใช้กล่องโฟม สั่งอาหารถาดมา กินเสร็จล้าง มีน้ำให้หนึ่งขวด หมดก็มากรอกเติมเอา

ทุกฤดูหนาวจะมีนักกีฬาชาวต่างชาติมาหลบซ้อมอยู่ที่นี่ ทั้งเกาหลี ฮ่องกง ญี่ปุ่น พอทำเเบบนี้เข้าสักพักก็กลายเป็นวัฒนธรรมไป เเล้วเด็ก Windsurf พวกนี้เขาก็จะทำกันต่อๆ มันก็จะเริ่มจากตัวเราอย่างนี้เเหละ เราออร์แกไนซ์ เขาก็ต้องตามเรา จนตอนนี้เด็กๆ นักกีฬาเก็บขยะกันเป็นนิสัย

เหมือนเป็นการทำความสะอาดสนามแข่งเหมือนกันนะเนี่ย

ใช่ It’s our playground and our home. นี่ก็เหมือนบ้านเรา สัตว์ทะเลทุกชีวิตเหมือนเพื่อนเราหมด เต่าตายเป็นว่าเล่นเลย อย่างเดือนสิงหาที่ผ่านมา ในระยะห้าร้อยเมตรเนี่ยเต่าตายถึงสามตัว เพราะพลาสติกทั้งนั้นเลย เเละมันเป็นมาเเล้วหลายสิบปีนะ ไม่ใช่เพิ่งมาเป็น

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

คุณทำยังไงให้คนที่อาจไม่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมาแจมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เวลาเล่นวินด์เซิร์ฟตัวผู้เล่นติดอยู่กับด้ามจับ ถ้าเราแล่นด้วยความเร็วแล้วชนเข้ากับขยะ ตัวเราจะฟาดกับด้ามจับ ความแรงเท่าขี่มอเตอร์ไซค์อัดกำแพง ถึงขนาดซี่โครงหักได้ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องบอกเลย เขาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมกันอยู่แล้ว

ขยะในทะเลบางชิ้นไม่ใช่ชิ้นเล็กๆ ย้อนกลับไปยี่สิบปีที่แล้วขยะที่ลอยเท้งเต้งอยู่ในอ่าวไทยเป็นถุงขนาด 24 x 34 นักกีฬาระดับโลกมาแข่งชิงแชมป์โลกชนขยะเข้าตีลังกา บอร์ดแตกครึ่งกลางลำเลย ปีเดียวกันเราไปแข่งโอลิมปิกที่สเปน ขยะในทะเลชิ้นใหญ่สุดที่เราเห็นคือถุงยางอนามัย

Expertise ของนักกีฬาวินด์เวิร์ฟในการเก็บขยะทางทะเลคืออะไร

เวลาเราจะเก็บขยะทางทะเลเราจะรู้ว่าฤดูไหนที่จะขยะขึ้นมากที่สุด เเละเวลาไหนเป็นเวลาที่เหมาะแก่การเก็บที่สุด เราสังเกตตลอดว่าหน้านี้เป็นเเบบนี้ สัตว์อะไรอยู่ตรงไหน แลนด์สเคปเป็นยังไง คนทิ้งขยะที่ศูนย์ปล่อยเต่า เต่าออกไปกินขยะบริเวณที่เต่าอยู่ พอเขาตายเขาจะมาขึ้นตรงนี้ ฤดูนี้น้ำเคลื่อนมาทางนี้ นั่นหมายถึงทั้งเต่าทั้งขยะจะไหลมาตรงนี้ มันเป็นประสบการณ์ ไม่มีในตำราเรียน

ตอนนี้เรียกตัวเองว่าอะไร นักกีฬาหรือนักอนุรักษ์ทะเล

เรียกเราได้ทั้งสองอย่าง เพราะว่า You can do more than one thing in life. เราเป็นทั้งเเม่ เราเป็นนักกีฬา เป็นนักอนุรักษ์ มันไม่ได้มีอะไรมาบอกว่ายูเป็นอะไร It’s 24 hours in one day. You can do so much.

ตอนนี้เราไม่ได้เข้าเเข่งโอลิมปิก เเต่ถ้ามีเเข่งในไทยเราก็ลง อย่างสองปีที่เเล้วเราก็ได้เเชมป์โลก เมื่ออายุห้าสิบห้า เราลงอีกรอบหนึ่งเเล้วได้ที่สามมา ซึ่งถามว่าเราจะหยุดมั้ย ไม่ เพราะเรามีสปิริต เราต้องการพิสูจน์ตัวเองว่า How far I can go in life. เราไม่ได้คิดเเข่งกับคนอื่น เราแค่มีความเชื่อในตัวเอง ศรัทธาว่า Yes, I can.

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

ความยากหรืออุปสรรคสำคัญที่สุดของสิ่งที่ทำอยู่คืออะไร

การปลูกจิตสำนึก ยากที่สุด หกสิบกว่าล้านคน ถ้าคิดได้สักครึ่งประเทศ ขยะเราจะลดไปเยอะ

คุณเดินทางไปแข่งขันมาทั่วโลก พฤติกรรมของคนต่อสิ่งแวดล้อมในต่างประเทศเป็นยังไง

เมื่อเดือนตุลาคมปีที่เเล้วเราไปเยอรมนีมา เราเห็นขยะนอกถังอยู่ชิ้นเดียวเอง ประชากรเขากี่สิบล้านคน เราไม่ได้เชื่อว่าคนในประเทศนั้นมีจิตสำนึกทุกคน แต่การจัดระเบียบ การวางแผนการเก็บขยะ การจัดการขยะ เขามันเวิร์ก ของเราทำอะไรกันอยู่ นี่คือคำถาม

จะใช้คำว่าโคตรเละก็ได้ เเต่ทีนี้ ปัญหามันไม่ได้มาจากคนไทยอย่างเดียว ครั้งหนึ่งพี่ไปดำน้ำที่เกาะกูดกับลูก ได้เห็นปลานกเเก้ว สักพักเห็นซองขนมลอยมา แล้วก็ซองอะไรไม่รู้ภาษากัมพูชาลอยมา อยู่ๆ มีภาษาเวียดนามด้วย!

มันคือขยะโลก

มันคือขยะทั้งโลก! มันไม่มี Boundaries ตราบใดที่มีทั้งลม มีทั้งกระเเสน้ำ ว่าใครไม่ได้เลย บางทีทิ้งขยะที่เชียงใหม่ไปโผล่ที่ภูเก็ต ใครจะไปรู้ ทุกอย่างมันเคลื่อนที่หมด เพราะฉะนั้น เราทุกคนต้องมีจิตสำนึก 

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

คนทั่วไปอย่างเราๆ ถ้าอยากช่วยทะเล จะทำอะไรได้มากกว่าปฏิเสธถุงพลาสติก พกแก้ว พกหลอดส่วนตัวไหม

ช่วยกันเก็บขยะ เพราะมันเป็นงานใหญ่มาก แล้วไม่จำเป็นต้องมาแค่ที่ทะเล มีทั่วประเทศ เก็บ แยก และนำกลับไปรีไซเคิลถ้าทำได้ เพราะเราตายแล้วขยะมันก็ยังไม่ไปไหนเลย

คนปลายน้ำและคนที่รณรงค์เรื่องการเก็บขยะอย่างคุณคิดยังไงกับประเพณีลอยกระทง

เราไม่ลอย เพราะเราคิดว่าวัฒนธรรมหรือประเพณีบางอย่าง ถ้าทำเเล้วมันทำลายมากกว่าได้มา ทำทำไม สมัยโบราณมันยังไม่มีตะปู มันยังไม่มีโฟม ประชากรก็ยังไม่เยอะขนาดนี้ ตอนนี้ถ้าทุกคนจะลอยกระทงเจ็ดสิบล้านคน คุณจะมีน้ำให้ว่ายมั้ย ไม่มีทาง เเล้ววิธีการทำกระทงของคุณ คุณไปซื้อโฟมมา กี่ปีจะย่อยสลาย คนขายอยากจะขาย อัดตะปูเข้าไป เเล้วตะปูมันควรอยู่ในน้ำมั้ย ไม่ควร!

เมื่อเดือนที่เเล้วเราส่งศพเต่าที่เเขนข้างขวามีผ้าสีที่ใช้ทำพิธีผูกหัวเรือพันไปผ่าชันสูตร ปรากฏว่ามีโลหะอยู่ในร่าง นั่นอาจจะเป็นตะปูตัวหนึ่งที่คนทิ้งลงไปก็ได้

ครั้งหนึ่งคุณเคยเก็บขยะที่ปากคลองถูปในเขตฐานทัพได้ถึง 4 ตันครึ่งในวันเดียว ถ้าเป็นเด็กหญิงอมราสมัยก่อนจะมองมันยังไง

โอ้ย เราไปไหนเราเห็นเป็นเงินหมด (หัวเราะ) 

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

แล้วคุณในฐานะที่วันนี้เป็นนักสิ่งแวดล้อม มองขยะ 4 ตันครึ่งนี้ยังไง

เศร้า เศร้าเพราะว่ามันไม่มีการกำจัดขยะ เราเพิ่งจะเก็บไปได้ไม่กี่วัน เเล้วหลังจากนั้นแปดวันกองมันมหึมามาก ที่น่าเศร้ากว่านั้น ขยะนี้มันจะต้องผ่านศูนย์อนุรักษ์เต่า เรากำลังทำอะไรกันอยู่ นี่คือสิ่งที่เราหดหู่ เราจะไปเเก้ตรงไหน มีคนเก็บ เเต่มันไม่มีทางทัน เราทำลายกันโดยไม่คิดเลย เพียงเเต่ให้ฉันได้ประโยชน์ จบ ถามว่าเงินของยูมันซื้ออากาศให้หายใจได้มั้ย ซื้อน้ำที่มีคุณภาพให้ว่ายได้มั้ย เราไม่มี Planet B เเล้วนะ

แต่ถ้าไม่มีขยะ ก็อาจไม่มี อมรา วิจิตรหงษ์ อย่างทุกวันนี้นะ

ขยะมันเป็นเพียงทางเลือกของเรา ณ ตอนนั้น ถึงไม่มีขยะ อมรา วิจิตรหงษ์ ก็เก็บผักบุ้ง แซะหน่อไม้ขายได้ เผลอๆ ถ้าไม่มีขยะในวันนั้นอมราอาจไม่ต้องเก็บขยะอย่างทุกวันนี้ด้วย

ตอนนี้จุดมุ่งหมายของคุณเปลี่ยนไปจากตอนเริ่มเป็นนักกีฬาวินด์เซิร์ฟรึเปล่า

เราอยากให้โลกเรากลับมาสวยและสะอาดเหมือนตอนเราเด็กๆ เรารู้ว่ามันไม่ง่าย เเต่มันก็ไม่มีอะไรง่ายหรอกในชีวิตน่ะ

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล
อมรา วิจิตรหงษ์, แชมป์โลกวินเซิร์ฟ, แชมป์โลกโต้คลื่น, นักอนุรักษ์ทะเล

อีก 11 ปีอุณหภูมิโลกจะพุ่งสูงเลย Tipping Point เคยรู้สึกมั้ยว่าที่ผ่านมาทำไปเพื่ออะไร และอะไรทำให้ยังมีกำลังใจในการทำงาน

เราเป็นคนที่โดยนิสัยน่ะไม่ได้ท้อง่ายๆ ไม่เคยถามคำถามนี้กับชีวิตเลย I never ask myself why I do it. I just have to do it for better planet. เราไม่สามารถจะเปลี่ยนทุกคนหรอก เเต่ว่า Keep do the best I can. มันน่าจะเปลี่ยนคน หนึ่งคน สองคนได้ ซึ่งเขาก็จะไปเปลี่ยนคนอื่นๆ จนพวกเขาเห็นว่าสิ่งที่เราทำ เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง 

เราไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่เราทำมันเสียเปล่า ถึงจะไม่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ เเต่ก็ไม่เคยเสียเปล่าสักที ถึงวันนี้คนอาจจะเชื่อเราน้อย เเต่มันก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย จริงมั้ย

แม้ว่าถึงตอนนั้น คุณที่วันนี้อายุมาเกินครึ่งชีวิตคนแล้วอาจจะไม่ได้อยู่เห็นโลกวันที่กลับมาเป็นเเบบวันที่คุณเป็นเด็ก ก็ไม่รู้สึกเสียดาย

นั่นไม่ใช่ปัญหา เราไม่ได้เสียดายเวลาที่ได้ทำไป เพราะเราคิดว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมา We should just leave our footprint. ทิ้งเเต่สิ่งดีๆ ไว้

อมรา วิจิตรหงษ์, แชมป์โลกวินเซิร์ฟ, แชมป์โลกโต้คลื่น, นักอนุรักษ์ทะเล

Writer

ศกุนตลา แย้มปิ๋ว

นักเรียนวรรณคดีที่มักเรื่องอาหาร ท้องถิ่น วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ การเดินทาง และเด็กจิ๋ว มีความฝันสามัญว่าอยากมีเวลาทำอาหารรสที่ชอบด้วยตัวเอง ตัวอยู่กรุงเทพฯ อัมพวา หรือเมืองกาญจน์ แต่ใจและภาพอินสตาแกรมอยู่ทุกที่ที่ไปเที่ยว

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

“ถึงหน้าบ้านแล้วนะ” ผมส่งไลน์หาฟ้า

ไม่ถึงหนึ่งนาที หญิงสาวในเสื้อสีฟ้า กางเกงสีเขียวสดใส ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก็เดินมาเปิดประตูต้อนรับ

เป็นเวลาเกือบหนึ่งปีที่ผมไม่มีโอกาสได้เจอฟ้าตัวเป็นๆ แต่ในช่วง 2 – 3 เดือนมานี้ ผมจะได้เห็นเธอเป็นประจำทุกเย็นวันอาทิตย์ เวลา 18.00 น. ทางหน้าจอโทรทัศน์

ผมรู้จัก ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย ที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว

ฟ้า พัชรมณฑ์ ผู้ฝึกฝนทำอาหารผ่านสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอแข่ง MasterChef Thailand

เธอเป็นคนสะสวย มั่นใจ มีความสามารถรอบด้าน

เรียนก็ดี กิจกรรมก็เด่น แต่สิ่งที่ผู้หญิงคนนี้เน้นที่สุด และเพื่อนๆ ทุกคนรับรู้เป็นอย่างดีนั่นคือการทำอาหาร ทักษะที่เธอฝึกฝนจนชำนาญถึงขั้นได้เข้าแข่งขันรายการ MasterChef Thailand Season 4

ผู้เข้าแข่งขันรายการนี้หลายคนมีโรงเรียนสอนทำอาหารชั้นนำอย่างเลอ กอร์ดอง เบลอ หรือวิทยาลัยในต่างประเทศเป็นสถานที่สั่งสมความรู้ แต่สำหรับฟ้า เธอมีโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาและห้องครัวที่บ้านเป็นเวทีแห่งการพัฒนาตนเอง

สมัยเรียน ม.ปลาย ฟ้าหัดทำอาหารเองที่บ้าน (Home Cooking) แล้วมาฝากขายที่สหกรณ์โรงเรียน จนกลายเป็นร้านโปรดของเด็กเตรียมฯ หลายคนในเวลานั้น

ภายในห้องที่ผนังทุกด้านทำด้วยกระจก แดดยามบ่ายตกกระทบอย่างพอเหมาะ เมฆก้อนน้อยลอยอยู่ด้านบน ฟ้ากำลังจะพาผมและทุกคนไปรู้จักกับ ‘สี่ห้องครัว’ ที่หล่อหลอมตัวตนของเธอ

ไม่อยากให้ใครพลาดแม้แต่ห้องครัวเดียว

“เตือนแล้วนะ” (เสียงเชฟป้อม)

ฟ้า พัชรมณฑ์ ผู้ฝึกฝนทำอาหารผ่านสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอแข่ง MasterChef Thailand

MasterChef Kitchen

ถามจริงๆ ในรายการ MasterChef Thailand Season 4 คุณเชียร์ใคร

เชียร์ทุกคนเลย อันนี้พูดจริงๆ นะ เราได้รู้จักทุกคน ได้อยู่ด้วยกันนานพอที่จะรู้ว่าแต่ละคนชอบอะไร ฝันอะไร และเราเคารพทุกความฝันนั้น การแข่งครั้งนี้คือทุกคนได้ทำเต็มที่ที่สุดในแบบของตัวเอง

ใครทำให้คุณทึ่งมากที่สุด

จิมมี่ (ปณิธี ตั้งศตนันท์) เขาเป็นคนชิลล์ๆ เล่นตลอดเวลา แต่ทำอาหารออกมาดีเสมอ มีครั้งหนึ่งเป็นโจทย์ทำขนม ซึ่งจิมมี่ไม่ถนัด รอบนั้นฟ้าเองก็เครียดมาก เครียดจนหูดับ ไม่ได้ยินใครเลย แต่จิมมี่ดูไม่ลนหรือเครียดเลยสักนิด เขายังตบมุกกับตากล้องได้ตลอด ฟ้าทึ่งมาก เพราะสุดท้ายเมนูของจิมมี่ดีถึงขั้นได้เป็นสามจานที่ดีที่สุดด้วย

คิดว่าตัวเองตกรอบเร็วไปไหม

เหมือนจะเร็ว เพราะเรารู้ว่าตัวเองทำอะไรได้บ้าง ในรายการเราได้แสดงความสามารถไม่ถึงหนึ่งในห้าสิบด้วยซ้ำ เวลาน้อยและความกดดันเยอะมาก รายการนี้คือกดดันที่สุดในชีวิตแล้วจริงๆ มาได้ไกลขนาดนี้ก็เหมาะสมแล้ว ให้คนที่เขาเก่งกว่าเรามากๆ ได้สู้กันต่อเถอะ พวกเขาเก่งมากจริงๆ 

สิ่งไหนในรายการนี้ที่คุณจะไม่ลืมแน่ๆ

มิตรภาพกับคนที่ชอบเหมือนกัน ฟ้าไม่เคยมีเพื่อนที่ชอบทำอาหาร เวลามีปาร์ตี้ที่บ้านเพื่อนแล้วต้องทำอาหารกัน ทุกคนจะหั่นมั่ว บอกให้ทำแบบนี้ เขาก็จะ อะไรนะ งง คุยกันไม่เข้าใจ ฟ้าเพิ่งเคยเจอคนที่ชอบอะไรเหมือนกัน คนที่คุยเรื่อง Cuisine แล้วเข้าใจกัน มันดีมาก (ยิ้ม) ก็คิดว่า มิตรภาพของรายการนี้จะอยู่ไปตลอด ถึงรายการจบ มิตรภาพจะยังอยู่

ฟ้า พัชรมณฑ์ ผู้ฝึกฝนทำอาหารผ่านสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอแข่ง MasterChef Thailand

ได้ข่าวว่าเพื่อนๆ มาสเตอร์เชฟเคยมาปาร์ตี้ที่นี่ด้วย

ใช่ โอ๊ย สนุกมาก วันนั้นมีฟ้า ภูรินท์ (ภูรินท์ พัฒนวิริยะวาณิช), พี่บิลลี่ (ชัชวาร บุญทอง), ธันวา (จิตนเร บุญแสงวั​ฒน์), พี่เพลง, พี่วิว (ปฐมาภรณ์ อนุวนาวงศ์) และ เตอร์ (ณัฐวัฒน์ เกษมวิลาศ) เราตั้งใจมาฝึกทำวัตถุดิบแล้วปาร์ตี้ต่อตอนค่ำ โจทย์วันนั้นคือกบ แต่ละคนต้องแข่งกันทำจานกบของตัวเองโดยใช้เฉพาะวัตถุดิบที่หาได้ในบ้าน ธันวาไปเอาน้ำบ๊วยของพ่อฟ้ามาเป็นส่วนประกอบ เตอร์เอาปลาข้าวโพดมาทำเป็นอาหารญี่ปุ่น วุ่นวายกันมาก จำได้ว่า ธันวาทำแก้วไวน์วันแต่งงานของพ่อแม่ฟ้าแตกด้วย คนนี้เขาวีรกรรมเยอะจริงๆ (หัวเราะ) 

พอทำเสร็จเราก็ปาร์ตี้กันต่อ มีภูรินท์รับบทเป็นหนุ่มเสิร์ฟไวน์ พี่วิวทำคารามารีมากินเป็นกับแกล้ม ทุกคนทำอาหารที่ตัวเองถนัดมากินด้วยกัน อิ่มอร่อยมากๆ เป็นปาร์ตี้ที่สนุกที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต 

อะไรทำให้คุณตัดสินใจสมัครแข่งขัน MasterChef Thailand Season 4

ฟ้าอยากไปมาตลอด ฟ้าติดตามตั้งแต่เป็นรายการของต่างประเทศ พอรายการเข้ามาในไทย ฟ้าก็บอกกับตัวเองว่า ‘สักครั้งในชีวิต ฉันต้องไปให้ได้’

ทำไมจึงคิดว่าตัวเองพร้อมแล้ว

ไม่เคยพร้อม ถ้ารอให้พร้อม มันไม่มีทางพร้อม ในเมื่อเราอยากจะไปอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่ตอนนี้แล้วจะเมื่อไหร่ โอกาสไม่ได้เข้ามาง่ายๆ เราต้องวิ่งไปหาโอกาส ฟ้าเป็นพวกที่ชอบรีเสิร์ชตลอดเวลา อะไรที่ฟ้าอยากทำ ก็จะทำจนได้ รู้สึกว่าถ้าไม่ทำ เราคงพลาดอะไรในชีวิตไปเยอะมากๆ

หลังกล้องได้คุยกับคณะกรรมการบ้างไหม

จริงๆ แล้ว นอกเวลาถ่าย เราจะไม่ได้เจอกรรมการเลย แต่มีครั้งหนึ่งที่ฟ้าประทับใจ หม่อมป้อม (หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล) เป็นรอบที่แข่งที่โรงแรมบันยันทรี ตอนนั้นแทบทุกคนในทีมต้องออกไปเตรียมอาหารด้านนอก เหลือฟ้ากับ พี่เซฟ (ฐณะวัฒน์ ชูประเสริฐโชค) เตรียมของหวานอยู่ในครัว แล้วฟ้าต้องเลื่อนลิ้นชักรถเข็นซึ่งสูงและหนักมากลงทางต่างระดับ ในนั้นมีขนมเหลวๆ เต็มไปหมด ถ้าฟ้าทำหก ทั้งทีมคือจบเลย จู่ๆ หม่อมป้อมที่อยู่แถวนั้นพอดีก็ตะโกนออกมาว่า ‘เอ้า ทุกคนมาช่วยฟ้าหน่อยสิ ฟ้ามันตัวอย่างกับลูกหมา จะยกไหวได้ยังไง’ (ยิ้ม) 

เป็นโมเมนต์ที่ดีมากเลยนะ จากที่เครียดมากๆ ฟ้าก็ยิ้มออกมา หลังหม่อมป้อมตะโกน ทุกคนก็รีบมาช่วยฟ้าและหม่อมป้อมเองก็ช่วยด้วย หม่อมป้อมน่ารักนะ ถึงแม้ว่าจะเรียกฟ้าว่าลูกหมาก็ตาม เขาคงเอ็นดูเรานั่นแหละ แต่ฟ้าว่าฟ้าก็ออกจะแข็งแรงนะ (หัวเราะ)

ในรายการ คุณมักจะออกแบบอาหารให้มีหน้าตาเหมือนงานศิลปะ นั่นคือสไตล์การทำอาหารของคุณหรือ

ฟ้าเป็นคนชอบสีสัน เรามีแฮชแท็กในอินสตาแกรมชื่อว่า #Fahsrainbowfood ทุกอย่างที่ทำ ฟ้าอยากให้มีสีเยอะๆ แต่ฟ้าไม่ชอบประโคมดอกไม้ลงไปในจาน ฟ้าอยากให้องค์ประกอบทุกอย่างกินได้ และต้องเป็นรสชาติที่เข้ากันด้วย มากไปกว่านั้น อาหารและหน้าตาของมันควรจะบ่งบอกถึงประวัติความเป็นมา 

เช่น จานพาสต้าที่ฟ้าทำในรายการมีต้นกำเนิดจากประเทศอิตาลี เราก็เลยถ่ายทอดความเป็นธงชาติอิตาลีออกมา ส่วนจานที่เป็นซี่โครงแกะ ฟ้าคิดถึงภาพตอนที่แกะยังมีชีวิต เราอยากให้เขากลับไปอยู่ในธรรมชาติ เป็นน้องแกะที่มองดูพระอาทิตย์ตกดิน ชอบจานนั้นที่สุดแล้ว

ฟ้า พัชรมณฑ์ ผู้ฝึกฝนทำอาหารผ่านสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอแข่ง MasterChef Thailand

Home Kitchen

อาหารจานแรกที่คุณหัดทำคืออะไร

เอ่อ…(คิดนาน) ที่บ้านนี้ไม่มีใครทำอาหาร แม่ฟ้าทั้งชีวิตทำอยู่แค่สองเมนู เมนูแรกที่ฟ้าลองทำก็เป็นหนึ่งในสองเมนูนั้นคือ เฟตตูชินี่แซลมอนครีมซอส สิ่งที่แม่ให้ฟ้าทำคือ โรยเกลือบนแซลมอนแล้วถูไปถูมา ตอนนั้นประมาณหกขวบ

แต่ฟ้าชอบทำอาหารตั้งแต่ก่อนหน้านั้นอีก ตอนประมาณห้าขวบ วันนั้นเป็นวันแม่หรือวันเกิดคุณแม่นี่แหละ อยู่ดีๆ ฟ้าก็ไปบอกคุณป้าแม่บ้านว่า น้องฟ้าอยากได้วิธีทำหมูก้อนทอด แล้วฟ้าก็จด หนึ่ง หมูบด สอง สาม สี่ ไปเรื่อยๆ จดเสร็จฟ้าก็ไปหาแม่แล้วบอกว่า ‘คุณแม่ หนูเอาของขวัญมาให้ เป็นสูตรหมูก้อนทอด’

ทำไมถึงอยากให้ของขวัญวันเกิดแม่เป็นสูตรหมูก้อนทอด

ฟ้าคิดแค่ว่า มันเป็นสิ่งที่เราชอบ ฟ้ายังมีกระดาษแผ่นนั้นอยู่เลยนะ

ภาพ : พัชรมณฑ์ เจริญชัย

ครูสอนทำอาหารของคุณคือ

ตัวเอง มันเริ่มจากความอยากรู้อยากเห็นของเรา ตอนเด็กๆ ในห้องคุณย่ามีชั้นหนังสือเป็นกำแพงเลย มีมุมหนึ่งเป็นหนังสือสูตรอาหารที่คุณย่าตัดแปะเอง ตัดจากนิตยสารบ้าง หนังสือพิมพ์บ้าง ฟ้านั่งอ่านหนังสือพวกนั้นซ้ำไปซ้ำมาตั้งแต่สี่ขวบ เราอยากเรียนรู้ เลยอ่านหนังสือ อยากรู้สูตรหมูก้อนทอดก็ถาม ตอนนี้ถ้าอยากรู้อะไรเราก็เสิร์ช

แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4
แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4

การหัดทำอาหารเองที่บ้านแทนที่จะเรียนในโรงเรียน มีข้อดี-ข้อเสีย ยังไง

ฟ้าไม่เคยเรียนในโรงเรียนทำอาหาร เลยไม่รู้ว่าจะเปรียบเทียบยังไง คนที่เรียนอาจจะได้รู้เยอะกว่าเราก็ได้ แต่การฝึกที่บ้านเหมือนได้ลองผิดลองถูกเอง เวลาใครถามอะไรเรา เราจะตอบได้เพราะว่าเราทำมาหมดแล้ว อย่างตอนนี้ฟ้าเลี้ยงยีสต์มาหนึ่งปี เป็นหม่ามี้ที่ภูมิใจในน้องยีสต์มาก พอมีใครเริ่มเลี้ยงยีสต์หรือมาถามเราว่าที่เขาทำมันผิดปกติยังไง ทำไมเป็นอย่างนั้น ฟ้าตอบได้หมด เราเลี้ยงเขามาเองกับมือ เราไม่ได้ไปรับความรู้มาจากใคร เป็นความรู้มือหนึ่งของเราเอง

การหัดทำอาหารที่บ้านไม่มีข้อเสียเลยเหรอ

ก็มีบ้าง (ยิ้ม) อย่างเวลาฟ้าทำอาหาร แม่ก็จะบ่นว่า ‘ฟ้าทำครัวแม่เละอีกแล้วนะ’ คือคุณแม่ฟ้ามีความเป็น Perfectionist ทุกอย่างต้องกริ๊บ อย่างอ่างล้างจาน พอใช้เสร็จก็ต้องเอาผ้าเช็ดอ่างให้แห้งสนิท หรืออย่างคุณพ่อ มีครั้งหนึ่งเราทำอาหารเสร็จแล้วอยากให้เขาชิม พอเขาเข้ามาถึงปุ๊บ แทนที่จะชื่นชม เขากลับพูดว่า ‘ตอนทำอาหารได้ใส่ถุงมือหรือเปล่า ระวังมือเหม็นนะ’ ความแฮปปี้ของเรากลายเป็นความเซ็ง ในใจคิดว่า ช่วยยินดีปรีดากับอาหารที่หนูทำหน่อยไม่ได้เหรอ แต่เขาก็ไม่ได้ห้าม แค่บ่นหน่อย (หัวเราะ)

แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4
แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4

High School Kitchen

เรื่องหนึ่งที่เพื่อนๆ ยังร่ำลือกันจนถึงวันนี้คือ สมัย ม.ปลาย คุณทำอาหารไปขายที่โรงเรียน จนตอนเที่ยงเพื่อนจะถามกันว่า ‘จะกินฟ้าหรือกินโรงอาหาร’ ไปเอาความคิดนี้มาจากไหน

มันเกิดขึ้นตอน ม.5 ช่วงนั้นฟ้าเปิดพรีออเดอร์ให้เพื่อนสั่ง ทำเสร็จก็เอาไปส่งที่โรงเรียน วันหนึ่งมีอาจารย์เห็น แล้วก็พูดลอยๆ ว่า เนี่ย ลองเอาไปขายที่สหกรณ์สิ คือเขาก็คงพูดแบบไม่ได้คิดอะไร เพราะปกติสหกรณ์ไม่ได้ให้นักเรียนเอาอาหารมาขายได้ตามใจชอบ แต่พอได้ยินแบบนั้น ฟ้าคิดว่าน่าจะเวิร์ก เลยไปติดต่อสหกรณ์ ซึ่งป้าสหกรณ์น่ากลัวมาก แต่เราก็ดำเนินการจนวางขายได้ในที่สุด เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากๆ

คุณขายวันไหนบ้าง

ขายทุกวัน ยกเว้นวันศุกร์ อยากให้มีวันพักผ่อนบ้าง ตอนนั้นฟ้าทำอาหารถึงเกือบตีหนึ่งแทบทุกวัน วันเสาร์เตรียมของ วันอาทิตย์ทำเพื่อขายวันจันทร์ วันจันทร์ทำเพื่อขายวันอังคาร ก็จะได้ว่างเย็นวันพฤหัส พอคิดย้อนไปก็สุดอยู่เหมือนกันนะ อาจฟังดูเหนื่อย แต่ฟ้าไม่เคยเหนื่อยเลย เชื่อปะ มีความสุขมากทุกวัน

นอกจากจะนอนตีหนึ่งแล้ว ฟ้าต้องตื่นเช้าเพื่อเอาของไปวางที่สหกรณ์ด้วย เพราะลูกค้าหลายคนจะมาซื้อกันก่อนเข้าแถว แล้วตอนนั้นไม่รู้ทำไมไม่รู้จักนวัตกรรมที่เรียกว่ารถเข็น ฟ้าเลยต้องหิ้วตะกร้าสองข้าง แล้วก็แบกของที่ทำวันละประมาณร้อยกล่องไปตั้งที่สหกรณ์ (ทำท่าให้ดู)

แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4

วันละร้อยกล่องเลยเหรอ

ใช่ ฟ้าทำวันละสองเมนู เมนูละประมาณห้าสิบกล่อง เมนูแต่ละวันจะไม่เหมือนกัน ยกเว้นบางเมนูที่คนชอบมากๆ ก็จะกลับมาทำบ่อยหน่อย เช่น แร็พไข่ แร็พไก่ และพวกคุกกี้ แต่นอกจากเมนูพวกนี้ ฟ้าจะเปลี่ยนเมนูทุกวัน กลายเป็นกิมมิกให้คนรีบมาซื้อ เพราะถ้าไม่ซื้อก็อาจจะไม่มีโอกาสได้ลองชิมเมนูในวันนั้นๆ

ลูกค้าต้องลุ้นทุกวันเลยสิว่าจะเจอเมนูอะไร

ฟ้ามีเฟซบุ๊กเพจชื่อ Sweet Tooth by PcH ทุกวันอาทิตย์จะโพสต์ว่า สัปดาห์นี้ วันไหนมีเมนูอะไรบ้าง

ที่บ้านกังวลไหมว่าคุณจะทำอาหารจนเสียการเรียน

เขาเชื่อเรา เชื่อมาตั้งแต่เด็ก เขาให้เราทำอะไรก็ได้ ให้เราจัดการเอง ซึ่งก็ดี เพราะสุดท้ายเราก็จัดการชีวิตตัวเองได้ตลอด มันพิสูจน์ได้จากการที่พอเราทำอาหารไปขายที่สหกรณ์ ผลการเรียนของเราดีขึ้นด้วยซ้ำ ไม่รู้ทุกคนเป็นไหม แต่เหมือนถ้าในหนึ่งวันเรามีอะไรให้ทำเยอะมากๆ เราจะจัดการเวลาได้ดีกว่าตอนไม่มีอะไรทำเลย ฟ้ารู้สึกว่า ยิ่งงานเยอะ ยิ่งจัดการเวลาได้ดี

เสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นยังไง คุ้มกับที่เหนื่อยไหม

ลูกค้าชอบมาก ถ้าเขาไม่ได้แกล้งอวยนะ (หัวเราะ) แต่ก็คงไม่หรอก เพราะเขาซื้ออยู่ตลอด ขายหมดทุกวัน เมนูไหนที่เขาชอบเป็นพิเศษ เขาก็จะรีเควสแล้ว รีเควสอีก

แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4

Soul Kitchen

ตอนเรียนมหาวิทยาลัย คุณก็ยังมีไปออกบูทขายอาหารบ้าง รอบนี้ทำเพราะอยากซ้อมมือเหมือนเดิมหรือเพราะอะไร

ฟ้าชอบแบรนด์ Sweet Tooth by PcH พอเข้ามหาวิทยาลัยก็รีแบรนด์เล็กๆ แล้วเปิดบูทครั้งแรกที่ตลาดนัดของละครนิเทศ จุฬาฯ ตอนนั้นขายมีตบอลมันบด ใช้ชื่อร้านว่า Sweet Tooth by PcH X แบ๊ดส์บอยซอยตัน ซึ่งเป็นชื่อละครในปีนั้น ผลตอบรับก็ดีมากๆ แฮปปี้มาก คือฟ้าไม่อยากทิ้งแบรนด์นี้ ไม่ว่าตัวเองจะทำอะไรในอนาคต เราก็อยากให้เป็นร้านนี้ โลโก้นี้ แต่จะค่อยๆ รีแบรนด์ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ พัฒนาโดยที่ยังเป็นตัวเรา แต่เป็นตัวเราที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

แล้วจะพัฒนาไปเป็นอะไรต่อ

เดาไม่ได้ บางคนชอบถามว่า จบแล้วอยากทำอะไร คือฟ้าไม่รู้ ไม่รู้ว่าอะไรจะเข้ามาบ้าง ก็คงต้องรอดูกันไป บางครั้งก็อยากเปิดร้านของตัวเองนะ แต่ก็คงไม่ใช่เร็วๆ นี้ เพราะช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี โควิด-19 ก็ยังระบาดหนัก

ถ้าได้เปิดจะเป็นร้านแนวไหน

ร้านที่ฟ้าอยากทำมากที่สุดคือร้านอาหารเดนมาร์ก ตอนปีสอง ฟ้าไปแลกเปลี่ยนที่เดนมาร์ก ไปกินอาหารในร้าน Fine Dining ที่นั่น แล้วได้แรงบันดาลใจกลับมาเยอะมาก มีเมนูหนึ่งที่ฟ้าผูกพันและรู้สึกว่ามีเสน่ห์มากๆ เป็นเมนูดั้งเดิมของเดนมาร์กชื่อ Smørrebrød (แซนด์วิชหน้าเปิด) ฟ้าอยากให้คนไทยได้ลิ้มลองเสน่ห์ของอาหารจานนี้ อยากให้ทุกคนได้รับประสบการณ์ความสุขแบบที่เราได้รับในตอนนั้น

แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4

วันนี้เราเรียกคุณว่าเชฟฟ้าได้หรือยัง

ไม่ได้ สำหรับฟ้า การจะเป็นเชฟได้ต้องสั่งสมประสบการณ์หรือมีดีกรีบางอย่าง ประสบการณ์ฟ้ายังมีไม่เยอะ ดีกรีก็ไม่มี ทุกวันนี้ฟ้ายังบอกตัวเองอยู่ว่า ‘ฟ้าเป็น Home Cook’ เพราะฉะนั้น ก็ยังเป็นแค่ฟ้าเฉยๆ ยังเรียกว่าเชฟไม่ได้

แล้วจะมีวันที่เราได้เรียกคุณว่าเชฟฟ้าไหม

เขินอะ เคยมีครั้งหนึ่งฟ้าไปตัดชุดเชฟ แล้วเขาถามว่า เชฟคะ เชฟใส่ไซส์อะไร เราเขินมาก (ยิ้ม) งงไปหมดเลย เอาจริงๆ ไม่ทราบเหมือนกัน ก็อาจจะมีวันที่เราทำได้ วันที่คนเรียกว่าเชฟแล้วเราไม่เขิน

คุณเคยบอกว่าตัวเองกลัวการเป็นเป็ด

ใช่ มันเหมือนกับเราทำได้ทุกอย่าง แต่ยังไม่สุดสักอย่าง เราเรียนเก่ง แต่ทุกวันนี้ก็ไม่ได้อยากทำงานในสายที่เราเรียน เราชอบทำอาหาร แต่ก็ยังไม่เก่งถ้าเทียบกับคนอื่น ฟ้าถามตัวเองบ่อยๆ ว่า เป็นอย่างนี้มันได้ไหมนะ แต่สุดท้ายก็คิดว่าเป็นแบบนี้ก็ดีตรงที่เราดัดแปลงได้ตลอด เหมือนน้ำที่จะอยู่ในแก้วไหนหรือทำอะไรก็ได้ ถ้าตายจากสิ่งหนึ่งเราก็ไปทำอย่างอื่นได้ ไม่จำเป็นต้องผูกติดกับสิ่งเดียวไปตลอด แต่ก็ยังชอบทำอาหารที่สุดอยู่ดีนะ

แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4
แกะสูตรชีวิต ฟ้า พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4

การทำอาหารให้อะไรกับคุณและเอาอะไรไปจากคุณบ้าง

อาหารให้ความเป็นตัวเอง ภาพที่คนรู้จักเราตอนนี้มีคำว่าอาหารเป็นหนึ่งในนั้น อาหารจึงเป็นสิ่งที่สร้างตัวตนของฟ้าขึ้นมา ส่วนเอาอะไรไปบ้าง ฟ้าคิดว่าไม่มี

ไม่มีเลยเหรอ

ก็อาจจะมีบางครั้งที่เพื่อนชวนไปเที่ยวหลังเลิกเรียน แต่ฟ้าไปไม่ได้เพราะต้องกลับไปทำอาหาร ตอนนั้นเราชอบทำอาหารมากกว่าจริงๆ ส่วนตอนนี้ฟ้ารู้สึกว่าตัวเองแบ่งเวลาได้ ดังนั้น อาหารไม่ได้เอาอะไรไปจากฟ้าเลย

ถ้าให้คุณเลือกอาหารที่ตรงกับชีวิตตัวเอง คุณว่าเป็นเมนูไหนดี

ยากจัง ฟ้าเคยเห็นหลายคนต้องตอบคำถามนี้ ไม่รู้เขาคิดออกได้ยังไง… (คิดอยู่ 10 วินาที)

โอเค (ตาลุกวาว) มันคือเมนูนี้เลย Smørrebrød Leverpostej (แซนด์วิชหน้าเปิดหน้าตับบด) เมนูนี้เป็นเมนูที่ฟ้าทำตอนออดิชันประกวด MasterChef Thailand Season 4 คนที่ออดิชันรอบเดียวกันคิดว่าเราทำขนม ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะดูภายนอก จานนี้ก็เหมือนขนมจริงๆ 

เหมือนกับชีวิตของฟ้าที่ข้างนอกอาจจะดูอ่อนหวาน ดูเหมือนนั่งสวยๆ แต่จริงๆ แล้วมีอะไรอยู่ข้างในเยอะมาก จานนี้ไม่ใช่ของหวาน มันคือของคาวที่มีหลากรสชาติอยู่ข้างใน มีบีตรูทดองเพิ่มความเปรี้ยว ผักชีลาวเพิ่มความสดชื่น เบคอนกรอบเพิ่มความกรอบ ทุกองค์ประกอบช่วยกันสร้างเป็นจานจานนี้ และคนคนนี้

แกะสูตรชีวิต ฟ้า พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4

สำหรับคุณ อาหารคืออะไร

คนกินอาจมองว่าอาหารคือสิ่งที่ทำให้เราอิ่ม แต่สำหรับคนทำ ฟ้ามองว่าอาหารคือความรักและความใส่ใจ คือทุกอย่างที่เราใส่ลงไปในจานแล้วอยากให้คนที่กินรู้สึกถึงมัน อาหารคือศิลปะอันย่อมๆ เลยล่ะ

อาหารจานล่าสุดที่ทำให้คนที่คุณรักกินคืออะไร

เค้กชาเขียว จริงๆ ฟ้าทำไว้ให้ทุกคนด้วย เดี๋ยวสัมภาษณ์เสร็จไปชิมกันนะ

Writer

สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ

มนุษย์ภูเก็ต เด็กนิเทศที่ทำงานพิเศษเป็นนักเล่าเรื่อง โกโก้ หนัง และฟุตบอล ช่วยให้เข้านอนอย่างมีคุณภาพ

Photographer

นินทร์ นรินทรกุล ณ อยุธยา

นินทร์ชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ซื้อฟิล์มให้ไม่ยั้ง ตื่นเต้นกับเสียงชัตเตอร์เสมอต้นเสมอปลาย เพื่อนชอบชวนไปทะเล ไม่ใช่เพราะนินทร์น่าคบเพียงอย่างเดียวแน่นอน :)

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load