“You can do more than one thing in life.” ผู้หญิงที่นั่งอยู่อีกฟากโต๊ะบอกเรา

ปีนี้เธออายุ 57 

ไม่ใช่เธอเพิ่งตระหนักข้อนี้ตอนอายุเท่านี้

แต่ตัวตนของเธอฉายชัดเจนตั้งแต่เด็ก

เธอรู้ความต้องการในใจตัวเอง เพราะเธอสู้เพื่อมันมาตลอดตั้งแต่อายุ 13

ช่วงปลายของสงครามเวียดนาม เธอ เด็กสาวชาวอยุธยา ออกมาเผชิญโลก แสวงหาชีวิตใหม่ที่พัทยากับพี่น้อง

ชีวิตทุกวันของเธอไม่ได้อยู่ในรั้วโรงเรียนเหมือนเพื่อน

อมรา วิจิตรหงษ์, แชมป์โลกวินเซิร์ฟ, แชมป์โลกโต้คลื่น, นักอนุรักษ์ทะเล

เธอรู้ โอกาสของชีวิตที่จะตกมาใส่มือเธอมันไม่เท่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน

ชีวิตวัยเด็กของเธอคลุกคลีกับการจับกุ้งหอยปูปลาในทะเลพัทยาหลายสิบปีก่อนที่เคยใสสะอาดประทังชีวิต จนกระทั่งวันที่ ‘ขยะ’ มาแทนที่หาดทรายสวย น้ำทะเลสีฟ้าคราม 

แหล่งอาหารของเธอถูกทำลายจากน้ำมือเพื่อนมนุษย์ …เธอจึงเล่นเกมรุก

เธอเปลี่ยน ‘วิกฤต’ ให้เป็น ‘โอกาส’ เปลี่ยนสิ่งที่ทำลายแหล่งอาหาร ให้กลายมาเป็นสิ่งสร้างรายได้ 

เธอเรียนรู้ระบบวินัยการคัดแยกขยะจากแคมป์ G.I. ฝึกฝนภาษาอังกฤษจากหนังสือพิมพ์ฝรั่ง เธอเก็บขยะในพัทยาและแคมป์ G.I. ขาย จนส่งตัวเองเรียนภาษาอังกฤษและ กศน. 

และด้วยความเชื่อที่ว่า ไม่มีอะไรที่เธอทำไม่ได้ บวกกับจังหวะเวลาที่พาเธอไปรู้จักกีฬา Windsurf ซึ่งเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนประเทศไทยแทบไม่รู้จัก 

เพียง 3 เดือนหลังหัดเล่น เธอจึงกลายเป็น 1 ใน 2 ผู้หญิงไทยที่เล่นกีฬานี้และลงแข่งสนามนานาชาติในประเทศ แถมได้รางวัลที่ 1 เสียด้วย 

เพียง 1 ปีหลังหัดเล่น เจ้าของแบรนด์ผู้ผลิตบอร์ดวินด์เซิร์ฟทุกเจ้าที่เห็นในไทย ก็เสนอตัวเป็นสปอนเซอร์ให้เธอลงแข่งในสนามยุโรปจนได้แชมป์โลก ซึ่งเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนชาวต่างชาติไม่เคยเห็นนักกีฬาชาวไทยในท้องทะเลซีกโลกตะวันตก 

เธอรู้ โอกาสของชีวิตที่จะตกมาใส่มือเธอมันไม่เท่าใครเขา

แต่เธอไม่รอใครที่ไหนหรือเขาหน้าไหน เธอเลือกคว้ามันใส่ชีวิตเธอเอง 

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

เธอคือ อมรา วิจิตรหงษ์ คุณแม่ของลูกสาววัย 14 อดีตนักกีฬาวินด์เซิร์ฟทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ ตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก แชมป์โลกวินด์เซิร์ฟคนแรกของไทย กับล่าสุด ในฐานะนักอนุรักษ์ทะเล ผู้จุดประกายเรื่องการรณรงค์เก็บขยะทางทะเล อาสาสมัครสารพัดกลุ่ม และเจ้าของ Amara Watersports โรงเรียนสอนกีฬาทางน้ำซึ่งปลูกฝังเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เด็กและเยาวชน

…คลื่นลมพัดเธอมาไกลจากอาชีพที่เธอชอบ แต่ไม่ได้พัดเธอไปไหนไกลจากท้องทะเลที่เธอรักเลยแม้แต่น้อย

ความประทับใจแรกต่อทะเล

เมื่อก่อนพัทยามีแต่อ่าวพัทยา หมู่บ้านชาวประมง แล้วก็แหลมบาลีฮาย เราจะเดินจากบ้านจับปูตามโขดหินตรงบาลีฮาย แล้วก็เดินขุดหอยไปกิน มีปลา มีผักบุ้ง มีดอกบัว ให้เราเก็บได้ น้ำทะเลก็ใส เดินไปเห็นปลาหมึกเลย แต่พอคนมาอยู่พัทยาเยอะเเล้วไม่มีการจัดการเรื่องขยะ ในที่สุดเเหล่งอาหารเราก็ถูกทำลายเพราะขยะ 

เด็กหญิงอมราตอนนั้นทำอะไรกับขยะที่เห็นได้บ้าง

เราทำอะไรไม่ได้เลย เเต่รู้ว่าเเหล่งอาหารเราถูกทำลายเเล้ว เพราะเราไม่สามารถเก็บผักบุ้งหรือบัวกินเเล้ว เราเลยเริ่มเก็บขยะ ตอนนั้นช่วงสงครามเวียดนามมีแคมป์ G.I. เราก็จะไปเก็บพวกกระป๋อง ขวด ส่วนหนังสือพิมพ์ก็เอาไว้อ่านฝึกภาษาอังกฤษ เสร็จแล้วก็มาพับถุงขาย พอมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ขยะเพิ่มขึ้น เราก็เอาขยะมาแยกขายส่งตัวเองเรียนภาษาอังกฤษ ก่อนจะเรียน กศน.

เรียนรู้อะไรจากการเก็บขยะ

พอความเจริญเข้ามา ทหาร G.I. กำลังจะกลับประเทศ ชาวยุโรปก็มา เพราะว่าพัทยาสวย คนก็มาหางานทำแล้วทิ้งขยะกันเละตุ้มเป๊ะ ไม่มีการจัดการ แต่ในแคมป์ G.I. เราได้เห็นระบบ วินัย ที่คนต่างชาติถูกปลูกฝัง เขามีระเบียบ แยกขยะทิ้งเป็นกองๆ หนังสือพิมพ์ก็หนังสือพิมพ์ กระป๋องก็กระป๋อง ขวดก็ขวด

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล
อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

ความคิดอยากเป็นนักกีฬาวินด์เซิร์ฟตั้งแต่ 42 ปีก่อนเริ่มขึ้นได้ยังไง

ตอนนั้นเราอายุสิบห้า พี่ชายทำงานที่โรงเรียนให้เช่าวินด์เซิร์ฟ เห็นแล้วมันอยากเล่นอะ เพราะเป็นคนชอบกีฬาอยู่แล้ว เห็นพี่ชายเล่น เราก็เลยขอเขาเล่น พอเล่นแล้ว โอ้โห มันอภินิหาร เหมือนเจอสิ่งที่ใช่ แต่ปัญหาก็ตามมา คือเขาไม่อยากให้ไปคลุกคลีกับเด็กผู้ชาย เพราะคนที่เล่นกีฬาเป็นเด็กผู้ชายหมด 

แต่ไอ้เราก็เป็นคนเฮ้วๆ ไง เราไม่เคยคิดว่าผู้ชายกับผู้หญิงจะต่างกันตรงไหน เราก็เลยพิสูจน์ตัวเอง เดินจากบ้านมาประมาณวันละหกเจ็ดกิโลเพื่อมาช่วยนายฝรั่ง เจ้าของโรงเรียนวินด์เซิร์ฟ เพื่อจะได้คลุกคลีกับกีฬานี้ จนหัดได้สามเดือนก็มีการแข่งขัน มันมีสองแบบ แข่งรอบทุ่นกับแข่งมาราธอน มีชาวเยอรมัน แคนาดา อเมริกันมา ตอนนั้นในประเทศไทยยังไม่มีใครรู้จักวินด์เซิร์ฟ มีผู้หญิงไทยเล่นอยู่แค่สองคน สรุปคือรอบทุ่นเราได้ที่สอง แข่งมาราธอนเราได้ที่หนึ่ง

มันก็เปลี่ยนชีวิต ได้พิสูจน์ตัวเอง เราเป็นคนอย่างนี้มาตลอด คือเชื่อว่าเราทำได้เกือบทุกอย่าง พออายุสิบหก เจ้าของบริษัทที่ผลิตบอร์ดวินเซิร์ฟให้ทุกยี่ห้อที่เห็นในเมืองไทยก็ถามว่า ยูอยากไปแข่งต่างประเทศไหม เราก็ Yeah, I have nothing to lose. ขอพาสปอร์ตแล้วไปเลย เป็น Brand Ambassador ให้เขา ไปอยู่ยุโรปอยู่สามเดือน ตระเวนแข่งทุกเสาร์-อาทิตย์ ได้แชมป์เยาวชนหญิงเยอะแยะไปหมด จนคนในยุโรปรู้จักเราแล้วล่ะ ว่ามันมีเด็กผู้หญิงไทยอยู่คนหนึ่งมาแข่งวินด์เซิร์ฟ จนอายุสิบเจ็ดก็ได้แชมป์โลกฟรีสไตล์หญิงคนแรก เพราะทำท่าที่คนไม่ค่อยทำ คือเราเล่นให้พี่ชายยืนบนไหล่เรา แล้วก็ยกมือโบกกรรมการ (หัวเราะ) ซึ่งมันตรงกันข้ามกับผู้หญิงไทยในรูปที่เขาเห็นสวัสดีหน้าเครื่องบิน

นอกจากที่ว่ามาด้านบน กีฬาวินด์เซิร์ฟให้อะไรคุณ

วินด์เซิร์ฟสอนให้เราได้วิเคราะห์ ต้องคำนวณหมดเลยว่าลมมาทางนี้ คือมาจากเกาะล้าน ลมมาทางนี้มันไม่ใช่ธรรมชาติของลม มีความผิดปกติ แสดงว่าจะมีพายุเเถวๆ นี้ ถ้ามีหมอก ลมก็จะไม่เเรงจัด เพราะหมอกเป็นตัวลดเเรงลม เราก็คำนวณแล้วว่าน้ำหนักเราเท่านี้ เราจะต้องเล่นใบขนาดไหน แล้วต้องมองเมฆ เมฆก้อนนี้ถ้าเคลื่อนตัวไปตรงนี้อะไรจะเกิดขึ้น ผลของการกระทำอันนี้ มามีผลกับอันนี้ๆๆ เหมือนกับหลักธรรมะเลย

เวลาอยู่ข้างนอกเราได้อยู่กับธรรมชาติ มีเรากับธรรมชาติ เเล้วธรรมะมันเกิด เหมือนเล่นเเล้วเกิดสติ เวลาออกไปเล่นเราจะมองเห็น Solution ของอะไรบางอย่างทุกครั้งเลย เราถึงรักวินด์เซิร์ฟ ถามว่าเมื่อไหร่จะเลิกเล่น เราบอกเลย วันตายนั่นเเหละ

ตอนนั้นจุดมุ่งหมายที่อยากไปให้ถึงที่สุดคืออะไร

เราอยากจะชนะในการเเข่งให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

หลายสิบปีที่ผ่านมาทะเลไทยสูญเสียอะไรไปแล้วบ้าง ที่คนรุ่นปัจจุบันไม่มีโอกาสได้เห็น

จำนวนของสัตว์ทะเล เมื่อก่อนเห็นมากกว่านี้ ตอนนี้ลดลงเยอะ อย่างพวกเต่าทะเล ปลาบิน ปลาโลมา เมื่อก่อนเราเห็นกันเป็นๆ บ่อยมาก ตอนนี้เราเห็นเขาตอนตายแล้ว เมื่อปีที่แล้วเกือบทุกหาดของชลบุรี ไล่ตั้งแต่บางแสนมา ไประยอง ไปจันท์ มีศพเต่าลอยมาเกยทุกสัปดาห์

ทำไมเลือกกลับมาทำงานอนุรักษ์ ทั้งๆ ที่ถ้าเป็นนักกีฬาเต็มตัวต่อไปน่าจะรุ่งไม่น้อย

ตัวเราเองผ่านประสบการณ์ชีวิตหลายๆ อย่างมาแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เราอยากได้ที่สุดไม่ใช่ถ้วยรางวัลจากการแข่ง เรามาถึงจุดหนึ่งที่คิดว่าเราจะต้องกลับมาทำอะไรเพื่อสิ่งแวดล้อมบ้าง เพราะว่าเราได้ทุกอย่างแล้วในชีวิตตามที่เราฝัน ที่เราต้องการ แต่มองไปรอบตัวแล้วทุกอย่างมันกำลังพังทลายลง ถ้าเราปล่อยไปโดยที่ไม่ทำอะไร เราคงตายตาไม่หลับ

วันนี้ทะเลบ้านคุณฟื้นตัวแค่ไหน 

เรามองว่ายังไม่ถือว่าฟื้นตัว หนทางยังอีกยาวไกล ประเมินเป็นตัวเลขเราว่ายี่สิบปีก็คงไม่พอตราบใดที่มนุษย์ยังไม่เปลี่ยนความประพฤติ

นักกิจกรรมตัวยงอย่างคุณกำลังซุ่มทำโปรเจกต์อะไรอยู่ตอนนี้

กำลังปรึกษาอาจารย์ที่วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบเรื่องเอาบอร์ดวินเซิร์ฟเก่าจาก Starboard แบรนด์ของเพื่อนนักฬาโอลิมปิกรุ่นเดียวกัน มาตัดครึ่งโมดิฟายกับสายเข็มขัดเสื้อชูชีพเก่าให้เป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือขนย้ายเต่าทะเลป่วยให้ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ สัตหีบ เพราะการจะอุ้มเต่าเกือบร้อยโลเนี่ยไม่ง่ายเลย

เห็นคุณเปิด Amara Watersports โรงเรียนสอนกีฬาทางน้ำให้เด็กๆ ที่มีข้อแม้ว่านักเรียนทุกคนต้องช่วยกันเก็บขยะ

ใช่ เพิ่งเริ่มทำเมื่อห้าปีที่ผ่านมา มีเด็กๆ มาเรียนกับเรา ซึ่งหลังจากเล่นกีฬาทางน้ำเสร็จเราก็จะบอก เอ้า เรามาช่วยเก็บขยะกัน รวมถึงสอนเรื่องสิ่งเเวดล้อมด้วย

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

และสร้างนักกีฬาให้เป็นอนุรักษ์

จริงๆ เราทำกับนัก Windsurf นักกีฬา SUP Board ก่อนเปิดโรงเรียนสอนเด็กๆ เป็นออร์แกไนเซอร์จัดเเข่ง Windsurf เองที่นี่ เพราะว่าเรามีความเชื่อว่ามีดมันจะคมก็ต้องมีการลับ ซึ่งถ้าจัดเเข่งน้อย เด็กเราก็จะไม่มีโอกาสเก่ง เเต่ก่อนจะเเข่ง เด็กจะต้องช่วยเราเก็บขยะรอบตัวเอง เเล้วเวลาเราจัดเเข่งจะไม่มีการใช้กล่องโฟม สั่งอาหารถาดมา กินเสร็จล้าง มีน้ำให้หนึ่งขวด หมดก็มากรอกเติมเอา

ทุกฤดูหนาวจะมีนักกีฬาชาวต่างชาติมาหลบซ้อมอยู่ที่นี่ ทั้งเกาหลี ฮ่องกง ญี่ปุ่น พอทำเเบบนี้เข้าสักพักก็กลายเป็นวัฒนธรรมไป เเล้วเด็ก Windsurf พวกนี้เขาก็จะทำกันต่อๆ มันก็จะเริ่มจากตัวเราอย่างนี้เเหละ เราออร์แกไนซ์ เขาก็ต้องตามเรา จนตอนนี้เด็กๆ นักกีฬาเก็บขยะกันเป็นนิสัย

เหมือนเป็นการทำความสะอาดสนามแข่งเหมือนกันนะเนี่ย

ใช่ It’s our playground and our home. นี่ก็เหมือนบ้านเรา สัตว์ทะเลทุกชีวิตเหมือนเพื่อนเราหมด เต่าตายเป็นว่าเล่นเลย อย่างเดือนสิงหาที่ผ่านมา ในระยะห้าร้อยเมตรเนี่ยเต่าตายถึงสามตัว เพราะพลาสติกทั้งนั้นเลย เเละมันเป็นมาเเล้วหลายสิบปีนะ ไม่ใช่เพิ่งมาเป็น

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

คุณทำยังไงให้คนที่อาจไม่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมาแจมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เวลาเล่นวินด์เซิร์ฟตัวผู้เล่นติดอยู่กับด้ามจับ ถ้าเราแล่นด้วยความเร็วแล้วชนเข้ากับขยะ ตัวเราจะฟาดกับด้ามจับ ความแรงเท่าขี่มอเตอร์ไซค์อัดกำแพง ถึงขนาดซี่โครงหักได้ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องบอกเลย เขาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมกันอยู่แล้ว

ขยะในทะเลบางชิ้นไม่ใช่ชิ้นเล็กๆ ย้อนกลับไปยี่สิบปีที่แล้วขยะที่ลอยเท้งเต้งอยู่ในอ่าวไทยเป็นถุงขนาด 24 x 34 นักกีฬาระดับโลกมาแข่งชิงแชมป์โลกชนขยะเข้าตีลังกา บอร์ดแตกครึ่งกลางลำเลย ปีเดียวกันเราไปแข่งโอลิมปิกที่สเปน ขยะในทะเลชิ้นใหญ่สุดที่เราเห็นคือถุงยางอนามัย

Expertise ของนักกีฬาวินด์เวิร์ฟในการเก็บขยะทางทะเลคืออะไร

เวลาเราจะเก็บขยะทางทะเลเราจะรู้ว่าฤดูไหนที่จะขยะขึ้นมากที่สุด เเละเวลาไหนเป็นเวลาที่เหมาะแก่การเก็บที่สุด เราสังเกตตลอดว่าหน้านี้เป็นเเบบนี้ สัตว์อะไรอยู่ตรงไหน แลนด์สเคปเป็นยังไง คนทิ้งขยะที่ศูนย์ปล่อยเต่า เต่าออกไปกินขยะบริเวณที่เต่าอยู่ พอเขาตายเขาจะมาขึ้นตรงนี้ ฤดูนี้น้ำเคลื่อนมาทางนี้ นั่นหมายถึงทั้งเต่าทั้งขยะจะไหลมาตรงนี้ มันเป็นประสบการณ์ ไม่มีในตำราเรียน

ตอนนี้เรียกตัวเองว่าอะไร นักกีฬาหรือนักอนุรักษ์ทะเล

เรียกเราได้ทั้งสองอย่าง เพราะว่า You can do more than one thing in life. เราเป็นทั้งเเม่ เราเป็นนักกีฬา เป็นนักอนุรักษ์ มันไม่ได้มีอะไรมาบอกว่ายูเป็นอะไร It’s 24 hours in one day. You can do so much.

ตอนนี้เราไม่ได้เข้าเเข่งโอลิมปิก เเต่ถ้ามีเเข่งในไทยเราก็ลง อย่างสองปีที่เเล้วเราก็ได้เเชมป์โลก เมื่ออายุห้าสิบห้า เราลงอีกรอบหนึ่งเเล้วได้ที่สามมา ซึ่งถามว่าเราจะหยุดมั้ย ไม่ เพราะเรามีสปิริต เราต้องการพิสูจน์ตัวเองว่า How far I can go in life. เราไม่ได้คิดเเข่งกับคนอื่น เราแค่มีความเชื่อในตัวเอง ศรัทธาว่า Yes, I can.

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

ความยากหรืออุปสรรคสำคัญที่สุดของสิ่งที่ทำอยู่คืออะไร

การปลูกจิตสำนึก ยากที่สุด หกสิบกว่าล้านคน ถ้าคิดได้สักครึ่งประเทศ ขยะเราจะลดไปเยอะ

คุณเดินทางไปแข่งขันมาทั่วโลก พฤติกรรมของคนต่อสิ่งแวดล้อมในต่างประเทศเป็นยังไง

เมื่อเดือนตุลาคมปีที่เเล้วเราไปเยอรมนีมา เราเห็นขยะนอกถังอยู่ชิ้นเดียวเอง ประชากรเขากี่สิบล้านคน เราไม่ได้เชื่อว่าคนในประเทศนั้นมีจิตสำนึกทุกคน แต่การจัดระเบียบ การวางแผนการเก็บขยะ การจัดการขยะ เขามันเวิร์ก ของเราทำอะไรกันอยู่ นี่คือคำถาม

จะใช้คำว่าโคตรเละก็ได้ เเต่ทีนี้ ปัญหามันไม่ได้มาจากคนไทยอย่างเดียว ครั้งหนึ่งพี่ไปดำน้ำที่เกาะกูดกับลูก ได้เห็นปลานกเเก้ว สักพักเห็นซองขนมลอยมา แล้วก็ซองอะไรไม่รู้ภาษากัมพูชาลอยมา อยู่ๆ มีภาษาเวียดนามด้วย!

มันคือขยะโลก

มันคือขยะทั้งโลก! มันไม่มี Boundaries ตราบใดที่มีทั้งลม มีทั้งกระเเสน้ำ ว่าใครไม่ได้เลย บางทีทิ้งขยะที่เชียงใหม่ไปโผล่ที่ภูเก็ต ใครจะไปรู้ ทุกอย่างมันเคลื่อนที่หมด เพราะฉะนั้น เราทุกคนต้องมีจิตสำนึก 

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

คนทั่วไปอย่างเราๆ ถ้าอยากช่วยทะเล จะทำอะไรได้มากกว่าปฏิเสธถุงพลาสติก พกแก้ว พกหลอดส่วนตัวไหม

ช่วยกันเก็บขยะ เพราะมันเป็นงานใหญ่มาก แล้วไม่จำเป็นต้องมาแค่ที่ทะเล มีทั่วประเทศ เก็บ แยก และนำกลับไปรีไซเคิลถ้าทำได้ เพราะเราตายแล้วขยะมันก็ยังไม่ไปไหนเลย

คนปลายน้ำและคนที่รณรงค์เรื่องการเก็บขยะอย่างคุณคิดยังไงกับประเพณีลอยกระทง

เราไม่ลอย เพราะเราคิดว่าวัฒนธรรมหรือประเพณีบางอย่าง ถ้าทำเเล้วมันทำลายมากกว่าได้มา ทำทำไม สมัยโบราณมันยังไม่มีตะปู มันยังไม่มีโฟม ประชากรก็ยังไม่เยอะขนาดนี้ ตอนนี้ถ้าทุกคนจะลอยกระทงเจ็ดสิบล้านคน คุณจะมีน้ำให้ว่ายมั้ย ไม่มีทาง เเล้ววิธีการทำกระทงของคุณ คุณไปซื้อโฟมมา กี่ปีจะย่อยสลาย คนขายอยากจะขาย อัดตะปูเข้าไป เเล้วตะปูมันควรอยู่ในน้ำมั้ย ไม่ควร!

เมื่อเดือนที่เเล้วเราส่งศพเต่าที่เเขนข้างขวามีผ้าสีที่ใช้ทำพิธีผูกหัวเรือพันไปผ่าชันสูตร ปรากฏว่ามีโลหะอยู่ในร่าง นั่นอาจจะเป็นตะปูตัวหนึ่งที่คนทิ้งลงไปก็ได้

ครั้งหนึ่งคุณเคยเก็บขยะที่ปากคลองถูปในเขตฐานทัพได้ถึง 4 ตันครึ่งในวันเดียว ถ้าเป็นเด็กหญิงอมราสมัยก่อนจะมองมันยังไง

โอ้ย เราไปไหนเราเห็นเป็นเงินหมด (หัวเราะ) 

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

แล้วคุณในฐานะที่วันนี้เป็นนักสิ่งแวดล้อม มองขยะ 4 ตันครึ่งนี้ยังไง

เศร้า เศร้าเพราะว่ามันไม่มีการกำจัดขยะ เราเพิ่งจะเก็บไปได้ไม่กี่วัน เเล้วหลังจากนั้นแปดวันกองมันมหึมามาก ที่น่าเศร้ากว่านั้น ขยะนี้มันจะต้องผ่านศูนย์อนุรักษ์เต่า เรากำลังทำอะไรกันอยู่ นี่คือสิ่งที่เราหดหู่ เราจะไปเเก้ตรงไหน มีคนเก็บ เเต่มันไม่มีทางทัน เราทำลายกันโดยไม่คิดเลย เพียงเเต่ให้ฉันได้ประโยชน์ จบ ถามว่าเงินของยูมันซื้ออากาศให้หายใจได้มั้ย ซื้อน้ำที่มีคุณภาพให้ว่ายได้มั้ย เราไม่มี Planet B เเล้วนะ

แต่ถ้าไม่มีขยะ ก็อาจไม่มี อมรา วิจิตรหงษ์ อย่างทุกวันนี้นะ

ขยะมันเป็นเพียงทางเลือกของเรา ณ ตอนนั้น ถึงไม่มีขยะ อมรา วิจิตรหงษ์ ก็เก็บผักบุ้ง แซะหน่อไม้ขายได้ เผลอๆ ถ้าไม่มีขยะในวันนั้นอมราอาจไม่ต้องเก็บขยะอย่างทุกวันนี้ด้วย

ตอนนี้จุดมุ่งหมายของคุณเปลี่ยนไปจากตอนเริ่มเป็นนักกีฬาวินด์เซิร์ฟรึเปล่า

เราอยากให้โลกเรากลับมาสวยและสะอาดเหมือนตอนเราเด็กๆ เรารู้ว่ามันไม่ง่าย เเต่มันก็ไม่มีอะไรง่ายหรอกในชีวิตน่ะ

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล
อมรา วิจิตรหงษ์, แชมป์โลกวินเซิร์ฟ, แชมป์โลกโต้คลื่น, นักอนุรักษ์ทะเล

อีก 11 ปีอุณหภูมิโลกจะพุ่งสูงเลย Tipping Point เคยรู้สึกมั้ยว่าที่ผ่านมาทำไปเพื่ออะไร และอะไรทำให้ยังมีกำลังใจในการทำงาน

เราเป็นคนที่โดยนิสัยน่ะไม่ได้ท้อง่ายๆ ไม่เคยถามคำถามนี้กับชีวิตเลย I never ask myself why I do it. I just have to do it for better planet. เราไม่สามารถจะเปลี่ยนทุกคนหรอก เเต่ว่า Keep do the best I can. มันน่าจะเปลี่ยนคน หนึ่งคน สองคนได้ ซึ่งเขาก็จะไปเปลี่ยนคนอื่นๆ จนพวกเขาเห็นว่าสิ่งที่เราทำ เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง 

เราไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่เราทำมันเสียเปล่า ถึงจะไม่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ เเต่ก็ไม่เคยเสียเปล่าสักที ถึงวันนี้คนอาจจะเชื่อเราน้อย เเต่มันก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย จริงมั้ย

แม้ว่าถึงตอนนั้น คุณที่วันนี้อายุมาเกินครึ่งชีวิตคนแล้วอาจจะไม่ได้อยู่เห็นโลกวันที่กลับมาเป็นเเบบวันที่คุณเป็นเด็ก ก็ไม่รู้สึกเสียดาย

นั่นไม่ใช่ปัญหา เราไม่ได้เสียดายเวลาที่ได้ทำไป เพราะเราคิดว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมา We should just leave our footprint. ทิ้งเเต่สิ่งดีๆ ไว้

อมรา วิจิตรหงษ์, แชมป์โลกวินเซิร์ฟ, แชมป์โลกโต้คลื่น, นักอนุรักษ์ทะเล

Writer

ศกุนตลา แย้มปิ๋ว

นักเรียนวรรณคดีที่มักเรื่องอาหาร ท้องถิ่น วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ การเดินทาง และเด็กจิ๋ว มีความฝันสามัญว่าอยากมีเวลาทำอาหารรสที่ชอบด้วยตัวเอง ตัวอยู่กรุงเทพฯ อัมพวา หรือเมืองกาญจน์ แต่ใจและภาพอินสตาแกรมอยู่ทุกที่ที่ไปเที่ยว

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

“ก่อนหน้านี้ถ่ายละครเจ็ดวัน”

ภณ-ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ เล่าให้เราฟังผ่านหน้าจอแล็บท็อปที่กลายมาเป็นบรรยากาศปกติใหม่ของงานสัมภาษณ์ในช่วงนี้เสียแล้ว ไม่ใช่แค่เราแต่เขาเองก็เช่นกัน หากสถานการณ์หลัง COVID-19 ไม่เปลี่ยนไปขนาดนี้ คิวงานของภณอาจยังแน่นขนัด ถึงขั้นต้องถ่ายละครติดกัน 7 วัน

ชีวิตไม่แน่นอนของ ภณ-ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ กับขวบปีที่อยากเป็นนักแสดงให้ดีที่สุด

หากลองเสิร์ชชื่อของภณในอินเทอร์เน็ต เราจะพบ 2 คีย์เวิร์ดที่โชว์หราอยู่แทบทุกพาดหัวข่าวคือ

หนึ่ง ลูกชายนางเอก และ สอง พระเอกใหม่

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้สปอตไลต์ส่องลงมาที่ภณ คือเขาเป็นลูกชายคนเล็กของ ชณุตพร วิศิษฏโสภณ นางเอกภาพยนตร์เรื่อง เพื่อนแพง (2526) และร่วมแสดงในเรื่อง พลอยทะเล (2530) นั่นทำให้เขาได้รับความสนใจตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มแสดงละคร

 พอเขาเริ่มเป็นที่รู้จักจากละครดราม่าเรื่อง ตราบาปสีชมพู และละครโรแมนติกคอเมดี้เรื่องล่าสุดอย่าง พราวมุก คำว่า ‘พระเอกใหม่’ ก็ถูกพ่วงอยู่ท้ายชื่อของเขามาสักพักไปโดยปริยาย

เบื้องหลังของพระเอกใหม่และลูกชายดารา คือความจริงว่าแม่ไม่เคยมีอิทธิพลในการเป็นนักแสดงของเขาเลย ภณมีวัยเด็กที่เรียบง่าย และไม่เคยฝันอยากเข้าวงการ ตอนนี้เขาเป็นพระเอกใหม่ก็จริง แต่กลับเป็นนักแสดงที่อยู่ในวงการมาตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย และภณในวัย 25 ปี ก็ทำความรู้จักกับการเป็นนักแสดงมากพอที่จะเล่าให้เราฟังอย่างออกรสออกชาติในบทสัมภาษณ์ของวันนี้ 

ชีวิตไม่แน่นอนของ ภณ-ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ กับขวบปีที่อยากเป็นนักแสดงให้ดีที่สุด

จับพลัดจับผลูมาเป็นนักแสดงได้อย่างไร

ตอนประมาณมอห้า พี่หน่องที่เป็นผู้จัดการของผมในตอนนี้ บังเอิญเจอผมในเฟซบุ๊ก แล้วเขาก็ทักมาว่าสนใจจะทำงานในวงการไหม ผมเป็นเด็กธรรมดาที่กำลังเรียนหนังสือ ใช้ชีวิตทั่วๆ ไป ไม่ได้อยากเข้าวงการเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าวงการมันเป็นอย่างไรด้วยซ้ำ พอพี่หน่องมาชวน ก็ยังงงๆ ว่าเขาคือใคร เลยไปบอกพ่อแม่ ผมเลยให้เขาคุยกับพ่อแม่แทน เขาคงนัดแนะกันให้เราไปแคสต์ เราก็ไปตามเวลานัด แต่งตัวปกติเพื่อไปถ่ายรูป 

ตอนนั้นยังทำอะไรไม่ได้มาก เพราะเรายังใส่เหล็กดัดฟันอยู่ ก็รอเวลาไปเรื่อยๆ จนประมาณปีสอง เอาเหล็กดัดฟันออก เขาก็เรียกไปดูตัวแล้วพาไปที่ช่อง 3

ทำอะไรอยู่ระหว่างรอจะได้แสดง

ไปประกวดหาประสบการณ์ตามเวทีต่างๆ บ้าง เวทีแรกผมได้รางวัลชมเชยมา เลยรู้สึกว่าเราก็มาทางนี้ได้ งงตัวเองเหมือนกัน แต่ก็ประกวดเรื่อยๆ ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง จนมาถึงเวทีสุดท้าย ช่วงนั้นผมอยากหารายได้ช่วยแม่จ่ายค่าเทอม บวกกับกรรมการตัดสินเป็นผู้จัดช่อง 3 ด้วย รู้สึกว่าเวทีนี้ตอบโจทย์ เลยลองไปประกวดดู พอได้ที่หนึ่ง ผมเลยตัดสินใจให้ที่นี่เป็นเวทีสุดท้าย หลังจากนั้นเราก็ได้เข้าช่อง 3 และแสดงละคร

แปลว่าเข้าวงการตั้งแต่ยังเรียนอยู่

ตอนนั้นเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย การแสดงเป็นอะไรที่ยังไม่เคยทำ เราไม่ได้คิดว่าเราจะไปทำงาน มันเหมือนเรียนเสร็จแล้วก็ไปทำอะไรที่แปลกใหม่ คล้ายๆ เวลาที่เราไปเล่นกีฬามากกกว่า มันเป็นสิ่งใหม่ที่พอได้ลองทำแล้วสนุกดี 

ตอนเด็กเราไม่ได้อยากเล่นละครเลย แต่พอมาประกวดมันเป็นภาคบังคับ อย่างบนเวทีเขาให้ผมแสดงเป็นคาแรกเตอร์นั้น คาแรกเตอร์นี้ พอเราทำได้ ก็เลยมาลองทำดู พอทำไปแล้วคนเขาบอกว่าเล่นดี เรายังนึกเลยว่าจริงเหรอ เราเล่นดีจริงๆ หรอ ผมมองตัวเองว่าเฉยๆ นะ แต่คนอื่นเขาบอกว่าเล่นดี ก็ยังรู้สึกสับสนตัวเองว่าเราทำได้จริงๆ หรอ เราก็เอาคำว่าดีของเขามาเป็นแรงผลักดันให้ตัวเองพัฒนา มันท้าทายเราไปเรื่อยๆ 

ไม่เคยอยากเป็นนักแสดง แล้วตอนเด็กๆ อยากเป็นอะไร

อยากเป็นหลายอย่างมากเลย คุณพ่อเป็นตำรวจ ผมก็อยากเป็นตำรวจบ้าง ไปๆ มาๆ พ่อบอกว่าไม่ต้องเป็นหรอก เพราะเป็นแล้วมันเหนื่อย ตอนนั้นผมรู้สึกว่าทุกอาชีพก็เหนื่อยเหมือนกันหมดนั่นแหละ แต่โอเค ไม่เป็นก็ได้

พอช่วงมอต้น อยากเป็นสัตวแพทย์ เพราะเราเลี้ยงสุนัข คิดว่าต้องเข้าสายวิทย์ให้ได้ พอเข้าได้ปุ๊บ ไปเรียนจริงๆ รู้สึกว่ามันไม่ใช่ทางของผม (หัวเราะ) เราแค่รักสัตว์เฉยๆ แต่พอมาเรียนจริงๆ แล้ว วิชาเคมีทำไม่ค่อยได้ ผมชอบเรียนวิชาฟิสิกส์มากกว่า ก็เลยไม่เป็นแล้ว เพราะมันคงไม่ใช่ทาง

ชีวิตไม่แน่นอนของ ภณ-ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ กับขวบปีที่อยากเป็นนักแสดงให้ดีที่สุด

สอบเข้าวิศวะฯ เพราะชอบฟิสิกส์ด้วยหรือเปล่า

ตอนนั้นเราเล่นดนตรีอยู่ แล้วมหาวิทยาลัยมีสาขาใหม่เปิดขึ้นมา ชื่อว่าวิศวกรรมดนตรีและสื่อประสม ซึ่งมันคือวิศวกรรมบวกกับดนตรี เป็นทางที่เราชอบพอดี เลยรู้สึกว่าต้องจัดแล้วแหละ (หัวเราะ)

ช่วงแรกๆ ต้องเรียนเกี่ยวกับทฤษฎีดนตรีให้เข้าใจก่อน หลังจากนั้นต้องเรียนด้านวิศวกรรมศาสตร์ สนุกดี เพราะเป็นความชอบสองอย่างมาอยู่ในที่เดียวกัน เราอยากทำงานทั้งด้านดนตรีและเบื้องหลังที่เกี่ยวกับเรื่องเสียง 

นั่นเป็นสิ่งที่คิดตอนปีสองก่อนจะได้มาเล่นละคร

ชีวิตที่ต้องเล่นละครไปพร้อมๆ กับเป็นนักศึกษาวิศวะฯ เป็นอย่างไรบ้าง

ถ้าเทียบกับเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน ชีวิตวัยรุ่นของผมหายไปเลยนะ ตั้งแต่ช่วงปีสองผมก็เริ่มแสดงละครแล้ว ต้องรับผิดชอบมากขึ้นในระดับหนึ่ง ส่วนเพื่อนคือชิลล์กันมาก แต่เราทำไม่ได้เพราะเรียนเสร็จก็ต้องอ่านบท เหมือนได้โตก่อนวัย ถ้าถามว่าเสียดายไหมก็เสียดาย แต่มองว่าตรงนี้มันคือโอกาสที่น้อยคนจะได้มาทำ เป็นความโชคดีอย่างหนึ่งของผมนะ ถึงแม้เราจะเสียบางอย่างไป แต่เราก็ได้บางอย่างที่ยิ่งใหญ่มา ผมมองว่ามันดีกับเรา เลยรับโอกาสนี้ไว้แล้วไม่อยากปล่อยให้มันหลุดมือ 

ตัดสินใจเป็นนักแสดงเพราะคุณแม่ด้วยไหม

คุณแม่ไม่ได้มีอิทธิพลเลยครับ ตอนเด็กๆ ผมเห็นโปสเตอร์หนังเรื่อง เพื่อนแพง เรื่อง พลอยทะเล ของคุณแม่ใส่กรอบติดอยู่บนผนังบ้าน ก็เห็นว่าแม่เล่น ไม่ได้อยากจะเป็นแบบแม่ ผมติดละครทีวีทั่วๆ ไป รู้สึกว่าเขาเท่ดี แต่ไม่ได้อยากมาเป็นเอง 

แม่เคยเล่าเรื่องในวงการให้ฟังไหม

แทบไม่ได้เล่าอะไรเลย เรื่องในวงการ มีแค่ตอนไปเที่ยว แม่บอกว่าที่นี่เคยเป็นโลเคชันถ่ายหนังของแม่นะ แค่นี้แหละ ไม่ได้เล่าว่าทำงานเป็นอย่างไร 

ทุกเรื่องในวงการทุกวันนี้ ผมเรียนรู้ระหว่างทางด้วยตัวเองหมดเลย เคยเรียนการแสดงมาแล้วประมาณหนึ่ง แต่หลังจากนั้นก็เรียนหน้าเซ็ตตลอด เรียนกับผู้กำกับที่เราถ่ายทำด้วยบ้าง เก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์มาเรื่อยๆ

สิ่งแรกๆ ที่ภณได้เรียนรู้จากอาชีพนักแสดงคืออะไร

เรื่องการทำงาน ก่อนเข้ามาในวงการละคร ผมมองว่าอาชีพนี้สบายแน่ๆ ทำแป๊บเดียวก็ได้เงิน แต่พอเข้ามาจริงๆ แล้ว การทำงานแต่ละขั้นตอนมันยากมาก เริ่มตั้งแต่ต้องตื่นเช้า บางซีนออกมาให้เราเห็นแค่ไม่กี่นาที แต่ต้องถ่ายทำเป็นวันก็มี ผมว่ามันยากและมีหลายขั้นตอน คนเยอะ ความรับผิดชอบก็เยอะตามไปด้วย แต่เราก็ต้องรวมเป็นทีมเดียวกัน เพื่อให้ละครเรื่องหนึ่งออกมาได้ ทำให้มุมมองของผมที่มีต่ออาชีพนักแสดงเปลี่ยนไปด้วย 

ชีวิตไม่แน่นอนของ ภณ-ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ กับขวบปีที่อยากเป็นนักแสดงให้ดีที่สุด
ภณ ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ นักวางแผนที่ต้องรับมือกับความผิดแผน จากวันที่ไม่รู้จักวงการบันเทิง จนได้มาเป็นพระเอกละคร

จริงอยู่ที่ว่ายาก แล้วอะไรอยากให้ทำต่อ

ช่วงแรกที่เล่นละคร เราก็เล่นไปตามบท แต่พอเรียนจบแล้วทำงานเจ็ดวัน เหมือนเราได้อยู่กับตัวละครนั้นจริงๆ ผมว่าความสนุกของการเป็นนักแสดงคือได้ทำอะไรใหม่ๆ ได้ทำสิ่งที่ชีวิตประจำวันไม่เคยได้ทำ เช่น ขี่มอเตอร์ไซค์ ชีวิตจริงพ่อไม่ให้ขับแน่ๆ แต่ในละครเราเล่นเป็นคนที่ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ เราก็ต้องทำให้ได้ หรือว่าการบู๊ ผมไม่ใช่คนชอบเตะต่อย แต่เราต้องกลายเป็นคนใหม่ ได้เรียนรู้คนใหม่ๆ ได้เรียนรู้ความคิดของอีกคน ผมมองว่านี่เป็นความสนุกของการแสดง

บทไหนที่อยากลองเล่นมากที่สุด

อยากเล่นบทฝาแฝด มันทำความเข้าใจยากนะ เพราะแต่ละคนมีความคิดต่างกัน เหมือนมีอะไรคล้ายกัน แต่จริงๆ แล้วก็มีอะไรที่ต่างกัน มันยากที่จะทำให้คนดูเชื่อจริงๆ ว่ามีตัวเรามีสองคน สองคาแรกเตอร์ ถึงแม้หน้าตาจะเหมือนกัน แต่การขยับท่าทางมันก็ต่างกันแล้ว เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน เรื่องการเลี้ยงดูก็อาจจะต่างกันแล้ว 

ผมว่าการแสดงมันเดินทางไปได้เรื่อยๆ แบบไม่มีที่สิ้นสุด เพราะบทบาทมันแปลกใหม่ตลอด ไม่มีทางที่เราจะได้แสดงครบทุกบทบาท เพราะแต่ละคนในโลกนี้ไม่มีใครซ้ำกันเลย

บทไหนที่เคยเล่นแล้วชอบ

เป็นบทบาทที่ค่อนข้างไกลตัว มีความเป็นภณ ณวัสน์ น้อยหน่อย เพราะเหมือนเราได้แสดงละครจริงๆ ไม่ได้เล่นเป็นตัวเอง เราต้องทำความเข้าใจและทำการบ้านเยอะ

ตอนนี้กำลังถ่ายทำเรื่อง คู่เวร อยู่ เราเล่นเป็นตัวละครที่แปลก มันไม่เหมือนภณเลย อ่านบทแล้ว โห นี่มันตรงข้ามกับเราเลย คือจะคิดตรงข้ามกับภณทุกอย่าง เป็นคนตรงๆ พูดตรงๆ ส่วนผมเป็นคนที่คิดก่อนแล้วค่อยพูด แต่คนนี้คิดอะไรก็พูดออกมา ไม่สนใจความรู้สึกคนอื่นเลย เล่นเรื่องนี้แล้วสนุกนะ เราต้องไปถามผู้กำกับว่ามันมีคนแบบนี้จริงเหรอ 

ช่วงนี้มีเรื่อง พราวมุก กำลังออนแอร์อยู่ เป็นละครโรแมนติกคอเมดี้เกี่ยวกับชลันธรและพราวมุกที่ถูกจับให้แต่งงานกัน แล้วเกิดความวุ่นวาย ความสนุกสนานขึ้น เราก็ต้องเล่นให้คนดูเชื่อว่าเราเป็นคนมั่นหน้าจริงๆ (หัวเราะ) 

นักวางแผนที่ต้องรับมือกับความผิดแผน จากวันที่ไม่รู้จักวงการบันเทิง จนได้มาเป็นพระเอกละคร

‘ชลันธร’ เขาไม่เหมือนเราที่ตรงไหน

เขาเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูงมาก มั่นใจเกินไป มั่นใจจนมั่นหน้า ชอบคิดเองเออเอง เชื่อว่านางเอกเข้ามาในชีวิตเพราะชอบเขา เราต้องเล่นให้คุณดูหมั่นไส้ บางทีเขาใช้คำพูดแรง เราก็ต้องไปคุยกับผู้กำกับ ต้องหาเหตุผลว่าทำไมตัวละครถึงพูดแรงขนาดนี้

มีวิธีทำความรู้จักตัวละครอย่างไรบ้าง

อย่างแรกเราต้องอ่านบทก่อน แล้วก็ดูว่าซีนนี้ความต้องการของตัวละครคืออะไร จากนั้นก็ไปดูรูปลักษณ์ภายนอก หาดีเทล หาเรเฟอเรนซ์ เช่น ถ้าต้องเล่นเป็นเพลย์บอย ก็ต้องไปหาว่าเพลย์บอยมันเป็นอย่างไร แล้วเราจะดีไซน์เพลย์บอยออกมาในรูปแบบของเราได้อย่างไร ส่วนเรื่องความรู้สึกของตัวละคร ก็ต้องไปดูเบื้องหลังชีวิตของเขาด้วย

เราใช้ชีวิตมายี่สิบห้าปี ก่อนหน้านี้เราเจออะไรมาบ้าง ก็ต้องเรียบเรียงเหตุการณ์ให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะส่งผลให้กลายเป็นตัวละครตัวนั้นได้ เราต้องหาให้เยอะเพื่อเอามาเป็นเหตุผลรองรับการกระทำของตัวละครด้วย 

อายุยี่สิบห้าปีก็ถือว่ายังน้อยอยู่นะ ถ้าเราต้องเล่นเป็นตัวละครที่โตกว่า แต่โชคดีด้วยเพราะที่ผ่านมาได้รับบทเป็นคนอายุยี่สิบห้าถึงยี่สิบแปดหมดเลย ถ้าได้รับบทที่โตกว่านี้ คงต้องไปหาคนมีประสบการณ์มาให้คำแนะนำ ต้องไปคุยกับผู้กำกับ ต้องทำการบ้านเพิ่มด้วย 

ตัวเองในวัย 25 ปีเป็นเหมือนที่เคยคิดไว้ไหม

เด็กๆ ผมมองว่าวัยยี่สิบห้าคือคนที่โตมากแน่ๆ แต่พอเราอายุยี่สิบห้าจริง เฮ้ย นี่มันยี่สิบห้าแล้วหรอวะ คนนอกมองอาจคิดว่าเราโต แต่ในความรู้สึกของเรา เรายังเป็นเด็กอยู่เลย มันค่อนข้างต่างจากที่คิดไว้ เราก็ทำงานปกติ รับผิดชอบทั่วๆ ไป แต่เวลาอยู่บ้าน เรายังเป็นเด็กที่อ้อนแม่อยู่เลย

นักวางแผนที่ต้องรับมือกับความผิดแผน จากวันที่ไม่รู้จักวงการบันเทิง จนได้มาเป็นพระเอกละคร

ภณในวัย 25 ปี มีอะไรในอาชีพนักแสดงที่ยังทำไม่ได้บ้าง

คิดว่าตัวเองมีประสบการณ์มาประมาณหนึ่ง ได้เรียนรู้บางเรื่อง แต่บางเรื่องก็ยังไม่รู้ ผมคิดว่าวันนี้เราต้องรู้มากกว่าเมื่อวาน มันจะทำให้เราพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆ

ตอนนี้อยากพัฒนาเรื่องสมาธิ เพราะถ้าไม่มีสมาธิมันค่อนข้างเล่นยาก อยากให้ตัวเองมีสมาธิกับบทต่างๆ พอนับ 5 4 3 2 เราต้องสวิตช์ไปเป็นตัวละครให้เร็ว การที่เรามีสมาธิเร็ว ทำให้เราเข้าถึงบทบาทได้เร็ว พอเราอินก็จะทำให้การแสดงนั้นออกมาดีด้วย

ตอนนี้ถ้าร้อยเปอร์เซ็นต์ก็อาจจะทำได้สักแปดสิบ อาจมีบางจุดที่เราหลุดบ้าง ถึงบอกว่าอยากพัฒนาไปเรื่อยๆ อยากมีสมาธิเข้าถึงตรงนั้นได้เร็ว บางทีทั้งซีนเราจะเข้าถึงอยูแค่แปดสิบ ซึ่งถ้าเรามาดูละครที่ตัวเองเล่น เราจะสังเกตเห็นอีกส่วนยี่สิบที่เราเหลือไว้

การแสดงที่ดีคืออะไร

สำหรับผมการแสดงที่ดีคือการแสดงที่ไม่ใช่การแสดง คือการเป็นตัวละครตัวนั้นไปเลย สุดยอดของการแสดงคือการไม่แสดง ทำให้คนดูเชื่อว่าเราเป็นตัวละครตัวนี้จริงๆ

เหตุการณ์ไหนที่ทำให้รู้ว่าสมาธิจำเป็นกับการแสดงที่ดี

มีซีนหนึ่งที่สำคัญมาก ผมมาร์กไว้ตั้งแต่ตอนอ่านบท เลยกดดันตัวเองว่าต้องทำออกมาให้ดี แต่พอไปถึงตรงนั้นจริงๆ อากาศไม่อำนวย ร้อน แล้วสมาธิก็ไม่ได้ดีเพราะนอนน้อย ทำให้ซีนนั้นผมยังเล่นไม่ถึง ผู้กำกับบอกว่ายังไม่ได้ ก็เริ่มกดดันตัวเองแล้วว่ามันไม่ได้ พอกดดันก็ทำอารมณ์ออกมาได้ไม่ดี ผมเครียดเลย พอถ่ายเสร็จแล้วผู้กำกับบอกว่าได้ ผมคิดในใจว่าได้จริงเหรอ อารมณ์มันเพิ่งจะมา พอทำไม่ได้แล้วมันก็น้อยใจตัวเอง เครียดเหมือนกันช่วงนั้น

หรือว่าคุณเป็นเพอร์เฟกชันนิสต์

ผมเป็นคนตั้งใจ มันคือการกดดันตัวเอง เพราะอยากทำออกมาให้ดี ก็เพอร์เฟกชันนิสต์นิดหน่อย เป็นแบบนี้กับทุกเรื่องในชีวิต เช่น การเก็บของ ผมเป็นคนเก็บของเป็นที่ ถ้ามีใครมาย้ายหรือไปอยู่ตำแหน่งไม่ถูกที่ก็จะเริ่มหงุดหงิดแล้วว่าใครเอาไปไหน (หัวเราะ) ไม่ชอบหาของเลย หาได้ไม่เกินสองสามนาที 

แล้วอีกอย่างผมเป็นคนที่คิดไปข้างหน้าตลอด ว่าเราวางแผนไว้แล้ว 1 2 3 4 5 ถ้ามันไม่ใช่ 1 2 3 4 5 ก็จะเริ่มร้อนๆ ที่หัวแล้ว (หัวเราะ)

กับชีวิตเราวางแผนแบบนั้นด้วยไหม

อาจจะวางไว้แค่ 1 – 2 เป็นระยะสั้นๆ ยังไม่ได้มองว่าต้องวางให้ยาว แค่แสดงละครให้ดีก่อน บทบาทที่ได้รับมันก็มีแปลกไปเรื่อยๆ ยังท้าทายอยู่จนถึงทุกวันนี้ เวลาได้รับบทมา ผมก็ต้องเอามาวางแผนเรียงเป็น 1 2 3 4 5 อยู่ดี

ส่วนระยะยาว อยากแสดงละครให้ดี ทำให้คนดูเชื่อและชอบตัวละครของเราให้ได้ ส่วนระยะยาวขึ้นไปอีก มองว่าอยากจะใช้ชีวิตสบายๆ จริงๆ เป็นคนชิลล์ๆ อยู่แล้ว ถ้ามีเงินประมาณหนึ่งและมีเวลาให้ครอบครัว ได้ไปเที่ยว ผ่อนคลาย เท่านี้ก็มีความสุขแล้ว อยากให้ทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา สุขภาพร่างกายแข็งแรง

นักวางแผนที่ต้องรับมือกับความผิดแผน จากวันที่ไม่รู้จักวงการบันเทิง จนได้มาเป็นพระเอกละคร

ถ้าแผนไม่เป็นอย่างที่วางไว้ล่ะ

ความรู้สึกแรกคือแอบผิดหวังที่มันไม่เป็นอย่างที่เราหวังไว้ แต่อีกมุมหนึ่งก็จะคิดว่าช่วงเวลานี้อาจยังไม่เหมาะสมที่จะทำ หรือยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ใช่ก็ได้ เลื่อนออกไปอีกมันอาจจะดีกว่าก็ได้ ผมเคยเจอเหตุการณ์ที่เลื่อนไปก่อนแล้วมันดีกว่า ก็เลยเอาเหตุการณ์ตรงนั้นมาเป็นแนวคิดให้กับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้

หรือมีอย่างอื่นที่อยากทำนอกแผนอีกไหม

ตอนนี้การแสดงถือเป็นสิ่งที่รักที่สุดที่อยากจะทำ ส่วนอนาคตยังมองไม่ออกนะว่าตัวเองจะชอบอะไร ตอนนี้ผมรักการแสดงที่สุด ควบคู่กับการที่มีงานอดิเรกที่ชอบเล่นคือกีฬาเอ็กซ์ตรีม ไม่รู้ว่าจะทำเป็นอาชีพได้หรือเปล่า หรือพอทำเป็นอาชีพจริงๆ แล้วเราอาจไม่ชอบก็ได้ อาจเอาไว้เป็นแค่งานอดิเรกก็พอ ตอนนี้ถือว่าโชคดีนะที่เราค้นพบการแสดงแล้วทำเป็นอาชีพได้ด้วย

ตอนเด็กๆ ไม่ฉายแววนักแสดงเลย ตอนนั้นคิดว่าพรสวรรค์ของเราคืออะไร

ตอนเด็กๆ ชีวิตมีแค่เรียนกับเล่น เคยคิดว่าตัวเองเกิดมาเพื่อเป็นนักกีฬาหรืออะไรที่ต้องใช้แรงเยอะๆ ผมเคยเป็นนักฟุตบอล เคยเป็นนักว่ายน้ำ ผมเล่นกีฬาทุกชนิดเลย เก่งไม่เก่งค่อยว่ากันอีกที ผมรู้สึกว่าตัวเองมีพรสวรรค์ทางด้านกีฬามาก อย่างในวิชาพละ ผมไปก่อนเพื่อนเลยเพราะอยากเรียน เขาให้เล่นอะไรผมก็เล่นได้ ความสุขของผมอย่างหนึ่งคือการได้อยู่กับกีฬา ชอบความแปลกใหม่ ท้าทายแบบที่ไม่ต้องอยู่กับที่

แล้วตอนนี้เล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมอะไรบ้าง

เริ่มจากเวกบอร์ด เซิร์ฟบอร์ด จากนั้นก็มาเล่นเซิร์ฟสเก็ต ผมเคยเห็นรูปหรือวิดีโอในอินเทอร์เน็ตแล้วมันน่าลอง เลยชวนเพื่อนไปเล่นกัน วันแรกเล่นไม่ได้ เล่นแล้วก็ตกน้ำ ผมเป็นคนอยากเอาชนะ มันต้องทำให้ได้ คนอื่นทำได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้เพราะมันดูไม่ยาก ไปครั้งแรกล้มตลอด ครั้งที่สองก็ไปล้มอีก ครั้งที่สามเริ่มจับทางได้ พอสนุกเราก็เล่นมาเรื่อยๆ 

เป็นคนตั้งใจอย่างที่เคยบอกไว้จริงๆ

ใช่ครับ ผมเป็นคนสุดเหมือนกัน ถ้าทำไม่ได้ ก็อยากจะทำให้ได้ ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ แต่เป็นหลายๆ เรื่องในชีวิตผมด้วย เรื่องการแสดง บางทีเราทำไม่ได้ แต่คิดว่ามันต้องทำได้สิ มันติดตรงไหน เราก็ไปหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อให้เราทำให้ได้

คิดว่าอะไรทำให้ภณตั้งใจทำทุกอย่างให้ดีที่สุด 

ตอนปีหนึ่งผมเสียคุณตาไป ผมเลยมองว่าชีวิตคนเราไม่แน่นอน คุณตาเข้าโรงพยาบาลไม่กี่วันท่านก็เสีย ผมเลยมองว่าชีวิตคนเรามันเร็วมากๆ ทุกวันนี้มันไม่มีความแน่นอนในชีวิตเลย ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่ ผมเลยใช้ชีวิตแบบไม่ประมาท 

พอจบเคสคุณตาก็มี COVID-19 ที่เข้ามาแบบงงๆ แต่มันก็เกิดขึ้นได้ อยากทำอะไรก็ทำให้เต็มที่เลย อย่าไปรอ ทุกวันนี้ไม่อยากรอให้ถึงพรุ่งนี้ อยากทำวันนี้ให้ดี แล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุดด้วย 

นักวางแผนที่ต้องรับมือกับความผิดแผน จากวันที่ไม่รู้จักวงการบันเทิง จนได้มาเป็นพระเอกละคร

พอตั้งใจมากๆ แล้ว มีครั้งไหนไหมที่ทำไม่สุดแล้วรู้สึกเสียใจ

ก็มีนะ อย่างตอนเล่นละครก็เคย บางทีนอนพักผ่อนไม่เพียงพอแล้วออกไปเล่น เราก็ใส่ได้ไม่ถึง ได้แค่แปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ผู้กำกับบอกว่าผ่านแล้ว พอมาดูผลงานของตัวเองย้อนหลัง เรามองว่าเราน่าจะทำได้ เราน่าจะใส่สุดมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นคงได้เห็นตัวเองในมุมที่เต็มร้อย ไม่ใช่มุมแปดสิบห้า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะทำให้ดีกว่านี้ ผมเลยมองจุดนี้ เป็นบทเรียนในเรื่องต่อๆ ไป ว่าทีหลังทำอะไรเราใส่เต็มร้อยไปเลยทุกเรื่อง เพื่อไม่ให้รู้สึกเสียดายทีหลัง

ในวัยนี้มีอะไรที่เคยคาดหวัง แล้วทำได้แล้วไหม

ให้รางวัลตัวเอง เราเคยตั้งเป้าหมายว่าอยากมีรถของตัวเองสักคันหนึ่ง แล้วผมก็ได้รถยนต์มาตั้งแต่อายุยี่สิบเอ็ด จริงๆ คุณพ่อเป็นคนซื้อให้ก่อน ช่วงนั้นเราทำงานเก็บเงินไปแล้วก็มาคืนคุณพ่อทีหลัง ซึ่งถือว่าเราซื้อรถให้ตัวเองได้ก่อนอายุยี่สิบห้าปี ก็เป็นความภูมิใจอย่างหนึ่ง 

แล้วเรื่องการแสดงล่ะ

ได้เรียนรู้ว่าจริงๆ แล้วซีนดราม่าไม่ได้มีอะไรมาก แค่เราเข้าใจและมีสมาธิกับมันเท่านั้นเอง ก่อนเล่นละคร ผมมองว่าซีนดราม่าเป็นเรื่องยาก เราจะเล่นอย่างไร เราจะคิดถึงเรื่องอะไร เราจะทำอารมณ์อย่างไร แต่พอได้เล่นจริงแล้วมันจับทางได้ มันคือการที่เราอินไปกับเรื่องนั้น ร้องไห้หรือไม่ร้องไห้ก็เป็นปฏิกิริยาของร่างกาย อย่าไปสนใจ แค่โฟกัสให้ถูกจุดว่าตอนนี้ตัวละครต้องการอะไรและกำลังรู้สึกอะไร อารมณ์มันจะออกมาเอง

สิ่งที่คาดหวังแต่ยังทำไม่ได้มีบ้างไหม

เรื่องพาที่บ้านไปเที่ยว ตอนนี้รู้สึกว่ายังทำไม่ได้และ COVID-19 มาอีกมันยิ่งยากเลย เราเคยวางแผนว่า ถ้ามีเงินก้อนหนึ่ง อยากจะพาที่บ้านไปเที่ยวต่างประเทศ ถ้าไม่มี COVID-19 ก็อาจจะได้พาไปแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสตรงนั้น 

ครอบครัวอยู่ในทุกแผนของคุณเสมอเลย

ใช่ ผมมองว่าครอบครัวคือที่สุดแล้ว เขาเป็นคนแรกๆ ที่อยู่กับเราด้วย ทุกวันนี้ผมยังอยู่กับที่บ้าน ไม่ได้ไปอยู่คอนโดฯ ที่ห่างจากครอบครัว เลยสนิทกับครอบครัวอยู่ประมาณหนึ่ง เวลาทำอะไร ทุกๆ คนที่บ้าน ทั้งพี่สาว พี่ชาย ก็จะนึกถึงครอบครัวก่อนเสมอ 

เขาสนับสนุนทุกเรื่องของเรามาตั้งแต่เด็ก ทั้งเรื่องการใช้ชีวิต การเลี้ยงดู มีผลกับเราทั้งหมด พ่อเป็นคนมีวินัย เขาเป็นคนที่คอยสอนเรื่องความมีวินัย ส่วนแม่เป็นคนตรงๆ ทำอะไรตรงๆ เรื่องการอ่อนน้อมถ่อมตนเราก็เอามาใช้ ครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญจริงๆ 

นอกจากครอบครัวแล้ว อะไรอีกที่ทำให้ภณเป็นภณอย่างทุกวันนี้

ความอดทนแล้วก็เอาชนะใจตัวเอง มันทำให้ภณเป็นภณได้อย่างในทุกวันนี้ การทำงานทุกอย่างมันเหนื่อยอยู่แล้ว เราต้องอดทน แล้วก็ชนะใจตัวเองให้ได้ อย่างการทำงานตรงนี้ ผมจะต้องคุมอาหาร ออกกำลังกายเพื่อรักษาหุ่น คือการเล่นฟิตเนสมันเหนื่อยมาก ไม่ได้สบายเลย มันถึงจุดที่เรียกว่าทรมานแล้วนะ แต่ก็ต้องฝึกต่อเพื่อให้ผ่านมันไปให้ได้

อีกอย่างคือความไม่แน่นอนในชีวิต จากเหตุการณ์หลายๆ อย่างตั้งแต่เด็กจนมาถึงปัจจุบัน ผมว่าความไม่แน่นอนในชีวิตมีผลให้ภณเป็นภณมากที่สุดแล้ว ตั้งแต่เสียคุณตาไป ตั้งแต่ COVID-19 เข้ามา มันเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด

นักวางแผนที่ต้องรับมือกับความผิดแผน จากวันที่ไม่รู้จักวงการบันเทิง จนได้มาเป็นพระเอกละคร

Writer

ซูริ คานาเอะ

ชอบฟังมากกว่าพูด บูชาของอร่อย เสพติดเรื่องตลก และเชื่อว่าชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะอ่านหนังสือดีๆ ให้ครบทุกเล่ม

Photographer

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพที่มีร้านล้างฟิล์มเป็นของตัวเอง แต่นานๆจะถ่ายฟิล์มที เพราะช่วงนี้ฟิล์มมันแพง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load