“You can do more than one thing in life.” ผู้หญิงที่นั่งอยู่อีกฟากโต๊ะบอกเรา

ปีนี้เธออายุ 57 

ไม่ใช่เธอเพิ่งตระหนักข้อนี้ตอนอายุเท่านี้

แต่ตัวตนของเธอฉายชัดเจนตั้งแต่เด็ก

เธอรู้ความต้องการในใจตัวเอง เพราะเธอสู้เพื่อมันมาตลอดตั้งแต่อายุ 13

ช่วงปลายของสงครามเวียดนาม เธอ เด็กสาวชาวอยุธยา ออกมาเผชิญโลก แสวงหาชีวิตใหม่ที่พัทยากับพี่น้อง

ชีวิตทุกวันของเธอไม่ได้อยู่ในรั้วโรงเรียนเหมือนเพื่อน

อมรา วิจิตรหงษ์, แชมป์โลกวินเซิร์ฟ, แชมป์โลกโต้คลื่น, นักอนุรักษ์ทะเล

เธอรู้ โอกาสของชีวิตที่จะตกมาใส่มือเธอมันไม่เท่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน

ชีวิตวัยเด็กของเธอคลุกคลีกับการจับกุ้งหอยปูปลาในทะเลพัทยาหลายสิบปีก่อนที่เคยใสสะอาดประทังชีวิต จนกระทั่งวันที่ ‘ขยะ’ มาแทนที่หาดทรายสวย น้ำทะเลสีฟ้าคราม 

แหล่งอาหารของเธอถูกทำลายจากน้ำมือเพื่อนมนุษย์ …เธอจึงเล่นเกมรุก

เธอเปลี่ยน ‘วิกฤต’ ให้เป็น ‘โอกาส’ เปลี่ยนสิ่งที่ทำลายแหล่งอาหาร ให้กลายมาเป็นสิ่งสร้างรายได้ 

เธอเรียนรู้ระบบวินัยการคัดแยกขยะจากแคมป์ G.I. ฝึกฝนภาษาอังกฤษจากหนังสือพิมพ์ฝรั่ง เธอเก็บขยะในพัทยาและแคมป์ G.I. ขาย จนส่งตัวเองเรียนภาษาอังกฤษและ กศน. 

และด้วยความเชื่อที่ว่า ไม่มีอะไรที่เธอทำไม่ได้ บวกกับจังหวะเวลาที่พาเธอไปรู้จักกีฬา Windsurf ซึ่งเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนประเทศไทยแทบไม่รู้จัก 

เพียง 3 เดือนหลังหัดเล่น เธอจึงกลายเป็น 1 ใน 2 ผู้หญิงไทยที่เล่นกีฬานี้และลงแข่งสนามนานาชาติในประเทศ แถมได้รางวัลที่ 1 เสียด้วย 

เพียง 1 ปีหลังหัดเล่น เจ้าของแบรนด์ผู้ผลิตบอร์ดวินด์เซิร์ฟทุกเจ้าที่เห็นในไทย ก็เสนอตัวเป็นสปอนเซอร์ให้เธอลงแข่งในสนามยุโรปจนได้แชมป์โลก ซึ่งเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนชาวต่างชาติไม่เคยเห็นนักกีฬาชาวไทยในท้องทะเลซีกโลกตะวันตก 

เธอรู้ โอกาสของชีวิตที่จะตกมาใส่มือเธอมันไม่เท่าใครเขา

แต่เธอไม่รอใครที่ไหนหรือเขาหน้าไหน เธอเลือกคว้ามันใส่ชีวิตเธอเอง 

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

เธอคือ อมรา วิจิตรหงษ์ คุณแม่ของลูกสาววัย 14 อดีตนักกีฬาวินด์เซิร์ฟทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ ตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก แชมป์โลกวินด์เซิร์ฟคนแรกของไทย กับล่าสุด ในฐานะนักอนุรักษ์ทะเล ผู้จุดประกายเรื่องการรณรงค์เก็บขยะทางทะเล อาสาสมัครสารพัดกลุ่ม และเจ้าของ Amara Watersports โรงเรียนสอนกีฬาทางน้ำซึ่งปลูกฝังเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เด็กและเยาวชน

…คลื่นลมพัดเธอมาไกลจากอาชีพที่เธอชอบ แต่ไม่ได้พัดเธอไปไหนไกลจากท้องทะเลที่เธอรักเลยแม้แต่น้อย

ความประทับใจแรกต่อทะเล

เมื่อก่อนพัทยามีแต่อ่าวพัทยา หมู่บ้านชาวประมง แล้วก็แหลมบาลีฮาย เราจะเดินจากบ้านจับปูตามโขดหินตรงบาลีฮาย แล้วก็เดินขุดหอยไปกิน มีปลา มีผักบุ้ง มีดอกบัว ให้เราเก็บได้ น้ำทะเลก็ใส เดินไปเห็นปลาหมึกเลย แต่พอคนมาอยู่พัทยาเยอะเเล้วไม่มีการจัดการเรื่องขยะ ในที่สุดเเหล่งอาหารเราก็ถูกทำลายเพราะขยะ 

เด็กหญิงอมราตอนนั้นทำอะไรกับขยะที่เห็นได้บ้าง

เราทำอะไรไม่ได้เลย เเต่รู้ว่าเเหล่งอาหารเราถูกทำลายเเล้ว เพราะเราไม่สามารถเก็บผักบุ้งหรือบัวกินเเล้ว เราเลยเริ่มเก็บขยะ ตอนนั้นช่วงสงครามเวียดนามมีแคมป์ G.I. เราก็จะไปเก็บพวกกระป๋อง ขวด ส่วนหนังสือพิมพ์ก็เอาไว้อ่านฝึกภาษาอังกฤษ เสร็จแล้วก็มาพับถุงขาย พอมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ขยะเพิ่มขึ้น เราก็เอาขยะมาแยกขายส่งตัวเองเรียนภาษาอังกฤษ ก่อนจะเรียน กศน.

เรียนรู้อะไรจากการเก็บขยะ

พอความเจริญเข้ามา ทหาร G.I. กำลังจะกลับประเทศ ชาวยุโรปก็มา เพราะว่าพัทยาสวย คนก็มาหางานทำแล้วทิ้งขยะกันเละตุ้มเป๊ะ ไม่มีการจัดการ แต่ในแคมป์ G.I. เราได้เห็นระบบ วินัย ที่คนต่างชาติถูกปลูกฝัง เขามีระเบียบ แยกขยะทิ้งเป็นกองๆ หนังสือพิมพ์ก็หนังสือพิมพ์ กระป๋องก็กระป๋อง ขวดก็ขวด

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล
อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

ความคิดอยากเป็นนักกีฬาวินด์เซิร์ฟตั้งแต่ 42 ปีก่อนเริ่มขึ้นได้ยังไง

ตอนนั้นเราอายุสิบห้า พี่ชายทำงานที่โรงเรียนให้เช่าวินด์เซิร์ฟ เห็นแล้วมันอยากเล่นอะ เพราะเป็นคนชอบกีฬาอยู่แล้ว เห็นพี่ชายเล่น เราก็เลยขอเขาเล่น พอเล่นแล้ว โอ้โห มันอภินิหาร เหมือนเจอสิ่งที่ใช่ แต่ปัญหาก็ตามมา คือเขาไม่อยากให้ไปคลุกคลีกับเด็กผู้ชาย เพราะคนที่เล่นกีฬาเป็นเด็กผู้ชายหมด 

แต่ไอ้เราก็เป็นคนเฮ้วๆ ไง เราไม่เคยคิดว่าผู้ชายกับผู้หญิงจะต่างกันตรงไหน เราก็เลยพิสูจน์ตัวเอง เดินจากบ้านมาประมาณวันละหกเจ็ดกิโลเพื่อมาช่วยนายฝรั่ง เจ้าของโรงเรียนวินด์เซิร์ฟ เพื่อจะได้คลุกคลีกับกีฬานี้ จนหัดได้สามเดือนก็มีการแข่งขัน มันมีสองแบบ แข่งรอบทุ่นกับแข่งมาราธอน มีชาวเยอรมัน แคนาดา อเมริกันมา ตอนนั้นในประเทศไทยยังไม่มีใครรู้จักวินด์เซิร์ฟ มีผู้หญิงไทยเล่นอยู่แค่สองคน สรุปคือรอบทุ่นเราได้ที่สอง แข่งมาราธอนเราได้ที่หนึ่ง

มันก็เปลี่ยนชีวิต ได้พิสูจน์ตัวเอง เราเป็นคนอย่างนี้มาตลอด คือเชื่อว่าเราทำได้เกือบทุกอย่าง พออายุสิบหก เจ้าของบริษัทที่ผลิตบอร์ดวินเซิร์ฟให้ทุกยี่ห้อที่เห็นในเมืองไทยก็ถามว่า ยูอยากไปแข่งต่างประเทศไหม เราก็ Yeah, I have nothing to lose. ขอพาสปอร์ตแล้วไปเลย เป็น Brand Ambassador ให้เขา ไปอยู่ยุโรปอยู่สามเดือน ตระเวนแข่งทุกเสาร์-อาทิตย์ ได้แชมป์เยาวชนหญิงเยอะแยะไปหมด จนคนในยุโรปรู้จักเราแล้วล่ะ ว่ามันมีเด็กผู้หญิงไทยอยู่คนหนึ่งมาแข่งวินด์เซิร์ฟ จนอายุสิบเจ็ดก็ได้แชมป์โลกฟรีสไตล์หญิงคนแรก เพราะทำท่าที่คนไม่ค่อยทำ คือเราเล่นให้พี่ชายยืนบนไหล่เรา แล้วก็ยกมือโบกกรรมการ (หัวเราะ) ซึ่งมันตรงกันข้ามกับผู้หญิงไทยในรูปที่เขาเห็นสวัสดีหน้าเครื่องบิน

นอกจากที่ว่ามาด้านบน กีฬาวินด์เซิร์ฟให้อะไรคุณ

วินด์เซิร์ฟสอนให้เราได้วิเคราะห์ ต้องคำนวณหมดเลยว่าลมมาทางนี้ คือมาจากเกาะล้าน ลมมาทางนี้มันไม่ใช่ธรรมชาติของลม มีความผิดปกติ แสดงว่าจะมีพายุเเถวๆ นี้ ถ้ามีหมอก ลมก็จะไม่เเรงจัด เพราะหมอกเป็นตัวลดเเรงลม เราก็คำนวณแล้วว่าน้ำหนักเราเท่านี้ เราจะต้องเล่นใบขนาดไหน แล้วต้องมองเมฆ เมฆก้อนนี้ถ้าเคลื่อนตัวไปตรงนี้อะไรจะเกิดขึ้น ผลของการกระทำอันนี้ มามีผลกับอันนี้ๆๆ เหมือนกับหลักธรรมะเลย

เวลาอยู่ข้างนอกเราได้อยู่กับธรรมชาติ มีเรากับธรรมชาติ เเล้วธรรมะมันเกิด เหมือนเล่นเเล้วเกิดสติ เวลาออกไปเล่นเราจะมองเห็น Solution ของอะไรบางอย่างทุกครั้งเลย เราถึงรักวินด์เซิร์ฟ ถามว่าเมื่อไหร่จะเลิกเล่น เราบอกเลย วันตายนั่นเเหละ

ตอนนั้นจุดมุ่งหมายที่อยากไปให้ถึงที่สุดคืออะไร

เราอยากจะชนะในการเเข่งให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

หลายสิบปีที่ผ่านมาทะเลไทยสูญเสียอะไรไปแล้วบ้าง ที่คนรุ่นปัจจุบันไม่มีโอกาสได้เห็น

จำนวนของสัตว์ทะเล เมื่อก่อนเห็นมากกว่านี้ ตอนนี้ลดลงเยอะ อย่างพวกเต่าทะเล ปลาบิน ปลาโลมา เมื่อก่อนเราเห็นกันเป็นๆ บ่อยมาก ตอนนี้เราเห็นเขาตอนตายแล้ว เมื่อปีที่แล้วเกือบทุกหาดของชลบุรี ไล่ตั้งแต่บางแสนมา ไประยอง ไปจันท์ มีศพเต่าลอยมาเกยทุกสัปดาห์

ทำไมเลือกกลับมาทำงานอนุรักษ์ ทั้งๆ ที่ถ้าเป็นนักกีฬาเต็มตัวต่อไปน่าจะรุ่งไม่น้อย

ตัวเราเองผ่านประสบการณ์ชีวิตหลายๆ อย่างมาแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เราอยากได้ที่สุดไม่ใช่ถ้วยรางวัลจากการแข่ง เรามาถึงจุดหนึ่งที่คิดว่าเราจะต้องกลับมาทำอะไรเพื่อสิ่งแวดล้อมบ้าง เพราะว่าเราได้ทุกอย่างแล้วในชีวิตตามที่เราฝัน ที่เราต้องการ แต่มองไปรอบตัวแล้วทุกอย่างมันกำลังพังทลายลง ถ้าเราปล่อยไปโดยที่ไม่ทำอะไร เราคงตายตาไม่หลับ

วันนี้ทะเลบ้านคุณฟื้นตัวแค่ไหน 

เรามองว่ายังไม่ถือว่าฟื้นตัว หนทางยังอีกยาวไกล ประเมินเป็นตัวเลขเราว่ายี่สิบปีก็คงไม่พอตราบใดที่มนุษย์ยังไม่เปลี่ยนความประพฤติ

นักกิจกรรมตัวยงอย่างคุณกำลังซุ่มทำโปรเจกต์อะไรอยู่ตอนนี้

กำลังปรึกษาอาจารย์ที่วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบเรื่องเอาบอร์ดวินเซิร์ฟเก่าจาก Starboard แบรนด์ของเพื่อนนักฬาโอลิมปิกรุ่นเดียวกัน มาตัดครึ่งโมดิฟายกับสายเข็มขัดเสื้อชูชีพเก่าให้เป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือขนย้ายเต่าทะเลป่วยให้ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ สัตหีบ เพราะการจะอุ้มเต่าเกือบร้อยโลเนี่ยไม่ง่ายเลย

เห็นคุณเปิด Amara Watersports โรงเรียนสอนกีฬาทางน้ำให้เด็กๆ ที่มีข้อแม้ว่านักเรียนทุกคนต้องช่วยกันเก็บขยะ

ใช่ เพิ่งเริ่มทำเมื่อห้าปีที่ผ่านมา มีเด็กๆ มาเรียนกับเรา ซึ่งหลังจากเล่นกีฬาทางน้ำเสร็จเราก็จะบอก เอ้า เรามาช่วยเก็บขยะกัน รวมถึงสอนเรื่องสิ่งเเวดล้อมด้วย

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

และสร้างนักกีฬาให้เป็นอนุรักษ์

จริงๆ เราทำกับนัก Windsurf นักกีฬา SUP Board ก่อนเปิดโรงเรียนสอนเด็กๆ เป็นออร์แกไนเซอร์จัดเเข่ง Windsurf เองที่นี่ เพราะว่าเรามีความเชื่อว่ามีดมันจะคมก็ต้องมีการลับ ซึ่งถ้าจัดเเข่งน้อย เด็กเราก็จะไม่มีโอกาสเก่ง เเต่ก่อนจะเเข่ง เด็กจะต้องช่วยเราเก็บขยะรอบตัวเอง เเล้วเวลาเราจัดเเข่งจะไม่มีการใช้กล่องโฟม สั่งอาหารถาดมา กินเสร็จล้าง มีน้ำให้หนึ่งขวด หมดก็มากรอกเติมเอา

ทุกฤดูหนาวจะมีนักกีฬาชาวต่างชาติมาหลบซ้อมอยู่ที่นี่ ทั้งเกาหลี ฮ่องกง ญี่ปุ่น พอทำเเบบนี้เข้าสักพักก็กลายเป็นวัฒนธรรมไป เเล้วเด็ก Windsurf พวกนี้เขาก็จะทำกันต่อๆ มันก็จะเริ่มจากตัวเราอย่างนี้เเหละ เราออร์แกไนซ์ เขาก็ต้องตามเรา จนตอนนี้เด็กๆ นักกีฬาเก็บขยะกันเป็นนิสัย

เหมือนเป็นการทำความสะอาดสนามแข่งเหมือนกันนะเนี่ย

ใช่ It’s our playground and our home. นี่ก็เหมือนบ้านเรา สัตว์ทะเลทุกชีวิตเหมือนเพื่อนเราหมด เต่าตายเป็นว่าเล่นเลย อย่างเดือนสิงหาที่ผ่านมา ในระยะห้าร้อยเมตรเนี่ยเต่าตายถึงสามตัว เพราะพลาสติกทั้งนั้นเลย เเละมันเป็นมาเเล้วหลายสิบปีนะ ไม่ใช่เพิ่งมาเป็น

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

คุณทำยังไงให้คนที่อาจไม่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมาแจมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เวลาเล่นวินด์เซิร์ฟตัวผู้เล่นติดอยู่กับด้ามจับ ถ้าเราแล่นด้วยความเร็วแล้วชนเข้ากับขยะ ตัวเราจะฟาดกับด้ามจับ ความแรงเท่าขี่มอเตอร์ไซค์อัดกำแพง ถึงขนาดซี่โครงหักได้ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องบอกเลย เขาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมกันอยู่แล้ว

ขยะในทะเลบางชิ้นไม่ใช่ชิ้นเล็กๆ ย้อนกลับไปยี่สิบปีที่แล้วขยะที่ลอยเท้งเต้งอยู่ในอ่าวไทยเป็นถุงขนาด 24 x 34 นักกีฬาระดับโลกมาแข่งชิงแชมป์โลกชนขยะเข้าตีลังกา บอร์ดแตกครึ่งกลางลำเลย ปีเดียวกันเราไปแข่งโอลิมปิกที่สเปน ขยะในทะเลชิ้นใหญ่สุดที่เราเห็นคือถุงยางอนามัย

Expertise ของนักกีฬาวินด์เวิร์ฟในการเก็บขยะทางทะเลคืออะไร

เวลาเราจะเก็บขยะทางทะเลเราจะรู้ว่าฤดูไหนที่จะขยะขึ้นมากที่สุด เเละเวลาไหนเป็นเวลาที่เหมาะแก่การเก็บที่สุด เราสังเกตตลอดว่าหน้านี้เป็นเเบบนี้ สัตว์อะไรอยู่ตรงไหน แลนด์สเคปเป็นยังไง คนทิ้งขยะที่ศูนย์ปล่อยเต่า เต่าออกไปกินขยะบริเวณที่เต่าอยู่ พอเขาตายเขาจะมาขึ้นตรงนี้ ฤดูนี้น้ำเคลื่อนมาทางนี้ นั่นหมายถึงทั้งเต่าทั้งขยะจะไหลมาตรงนี้ มันเป็นประสบการณ์ ไม่มีในตำราเรียน

ตอนนี้เรียกตัวเองว่าอะไร นักกีฬาหรือนักอนุรักษ์ทะเล

เรียกเราได้ทั้งสองอย่าง เพราะว่า You can do more than one thing in life. เราเป็นทั้งเเม่ เราเป็นนักกีฬา เป็นนักอนุรักษ์ มันไม่ได้มีอะไรมาบอกว่ายูเป็นอะไร It’s 24 hours in one day. You can do so much.

ตอนนี้เราไม่ได้เข้าเเข่งโอลิมปิก เเต่ถ้ามีเเข่งในไทยเราก็ลง อย่างสองปีที่เเล้วเราก็ได้เเชมป์โลก เมื่ออายุห้าสิบห้า เราลงอีกรอบหนึ่งเเล้วได้ที่สามมา ซึ่งถามว่าเราจะหยุดมั้ย ไม่ เพราะเรามีสปิริต เราต้องการพิสูจน์ตัวเองว่า How far I can go in life. เราไม่ได้คิดเเข่งกับคนอื่น เราแค่มีความเชื่อในตัวเอง ศรัทธาว่า Yes, I can.

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

ความยากหรืออุปสรรคสำคัญที่สุดของสิ่งที่ทำอยู่คืออะไร

การปลูกจิตสำนึก ยากที่สุด หกสิบกว่าล้านคน ถ้าคิดได้สักครึ่งประเทศ ขยะเราจะลดไปเยอะ

คุณเดินทางไปแข่งขันมาทั่วโลก พฤติกรรมของคนต่อสิ่งแวดล้อมในต่างประเทศเป็นยังไง

เมื่อเดือนตุลาคมปีที่เเล้วเราไปเยอรมนีมา เราเห็นขยะนอกถังอยู่ชิ้นเดียวเอง ประชากรเขากี่สิบล้านคน เราไม่ได้เชื่อว่าคนในประเทศนั้นมีจิตสำนึกทุกคน แต่การจัดระเบียบ การวางแผนการเก็บขยะ การจัดการขยะ เขามันเวิร์ก ของเราทำอะไรกันอยู่ นี่คือคำถาม

จะใช้คำว่าโคตรเละก็ได้ เเต่ทีนี้ ปัญหามันไม่ได้มาจากคนไทยอย่างเดียว ครั้งหนึ่งพี่ไปดำน้ำที่เกาะกูดกับลูก ได้เห็นปลานกเเก้ว สักพักเห็นซองขนมลอยมา แล้วก็ซองอะไรไม่รู้ภาษากัมพูชาลอยมา อยู่ๆ มีภาษาเวียดนามด้วย!

มันคือขยะโลก

มันคือขยะทั้งโลก! มันไม่มี Boundaries ตราบใดที่มีทั้งลม มีทั้งกระเเสน้ำ ว่าใครไม่ได้เลย บางทีทิ้งขยะที่เชียงใหม่ไปโผล่ที่ภูเก็ต ใครจะไปรู้ ทุกอย่างมันเคลื่อนที่หมด เพราะฉะนั้น เราทุกคนต้องมีจิตสำนึก 

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

คนทั่วไปอย่างเราๆ ถ้าอยากช่วยทะเล จะทำอะไรได้มากกว่าปฏิเสธถุงพลาสติก พกแก้ว พกหลอดส่วนตัวไหม

ช่วยกันเก็บขยะ เพราะมันเป็นงานใหญ่มาก แล้วไม่จำเป็นต้องมาแค่ที่ทะเล มีทั่วประเทศ เก็บ แยก และนำกลับไปรีไซเคิลถ้าทำได้ เพราะเราตายแล้วขยะมันก็ยังไม่ไปไหนเลย

คนปลายน้ำและคนที่รณรงค์เรื่องการเก็บขยะอย่างคุณคิดยังไงกับประเพณีลอยกระทง

เราไม่ลอย เพราะเราคิดว่าวัฒนธรรมหรือประเพณีบางอย่าง ถ้าทำเเล้วมันทำลายมากกว่าได้มา ทำทำไม สมัยโบราณมันยังไม่มีตะปู มันยังไม่มีโฟม ประชากรก็ยังไม่เยอะขนาดนี้ ตอนนี้ถ้าทุกคนจะลอยกระทงเจ็ดสิบล้านคน คุณจะมีน้ำให้ว่ายมั้ย ไม่มีทาง เเล้ววิธีการทำกระทงของคุณ คุณไปซื้อโฟมมา กี่ปีจะย่อยสลาย คนขายอยากจะขาย อัดตะปูเข้าไป เเล้วตะปูมันควรอยู่ในน้ำมั้ย ไม่ควร!

เมื่อเดือนที่เเล้วเราส่งศพเต่าที่เเขนข้างขวามีผ้าสีที่ใช้ทำพิธีผูกหัวเรือพันไปผ่าชันสูตร ปรากฏว่ามีโลหะอยู่ในร่าง นั่นอาจจะเป็นตะปูตัวหนึ่งที่คนทิ้งลงไปก็ได้

ครั้งหนึ่งคุณเคยเก็บขยะที่ปากคลองถูปในเขตฐานทัพได้ถึง 4 ตันครึ่งในวันเดียว ถ้าเป็นเด็กหญิงอมราสมัยก่อนจะมองมันยังไง

โอ้ย เราไปไหนเราเห็นเป็นเงินหมด (หัวเราะ) 

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

แล้วคุณในฐานะที่วันนี้เป็นนักสิ่งแวดล้อม มองขยะ 4 ตันครึ่งนี้ยังไง

เศร้า เศร้าเพราะว่ามันไม่มีการกำจัดขยะ เราเพิ่งจะเก็บไปได้ไม่กี่วัน เเล้วหลังจากนั้นแปดวันกองมันมหึมามาก ที่น่าเศร้ากว่านั้น ขยะนี้มันจะต้องผ่านศูนย์อนุรักษ์เต่า เรากำลังทำอะไรกันอยู่ นี่คือสิ่งที่เราหดหู่ เราจะไปเเก้ตรงไหน มีคนเก็บ เเต่มันไม่มีทางทัน เราทำลายกันโดยไม่คิดเลย เพียงเเต่ให้ฉันได้ประโยชน์ จบ ถามว่าเงินของยูมันซื้ออากาศให้หายใจได้มั้ย ซื้อน้ำที่มีคุณภาพให้ว่ายได้มั้ย เราไม่มี Planet B เเล้วนะ

แต่ถ้าไม่มีขยะ ก็อาจไม่มี อมรา วิจิตรหงษ์ อย่างทุกวันนี้นะ

ขยะมันเป็นเพียงทางเลือกของเรา ณ ตอนนั้น ถึงไม่มีขยะ อมรา วิจิตรหงษ์ ก็เก็บผักบุ้ง แซะหน่อไม้ขายได้ เผลอๆ ถ้าไม่มีขยะในวันนั้นอมราอาจไม่ต้องเก็บขยะอย่างทุกวันนี้ด้วย

ตอนนี้จุดมุ่งหมายของคุณเปลี่ยนไปจากตอนเริ่มเป็นนักกีฬาวินด์เซิร์ฟรึเปล่า

เราอยากให้โลกเรากลับมาสวยและสะอาดเหมือนตอนเราเด็กๆ เรารู้ว่ามันไม่ง่าย เเต่มันก็ไม่มีอะไรง่ายหรอกในชีวิตน่ะ

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล
อมรา วิจิตรหงษ์, แชมป์โลกวินเซิร์ฟ, แชมป์โลกโต้คลื่น, นักอนุรักษ์ทะเล

อีก 11 ปีอุณหภูมิโลกจะพุ่งสูงเลย Tipping Point เคยรู้สึกมั้ยว่าที่ผ่านมาทำไปเพื่ออะไร และอะไรทำให้ยังมีกำลังใจในการทำงาน

เราเป็นคนที่โดยนิสัยน่ะไม่ได้ท้อง่ายๆ ไม่เคยถามคำถามนี้กับชีวิตเลย I never ask myself why I do it. I just have to do it for better planet. เราไม่สามารถจะเปลี่ยนทุกคนหรอก เเต่ว่า Keep do the best I can. มันน่าจะเปลี่ยนคน หนึ่งคน สองคนได้ ซึ่งเขาก็จะไปเปลี่ยนคนอื่นๆ จนพวกเขาเห็นว่าสิ่งที่เราทำ เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง 

เราไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่เราทำมันเสียเปล่า ถึงจะไม่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ เเต่ก็ไม่เคยเสียเปล่าสักที ถึงวันนี้คนอาจจะเชื่อเราน้อย เเต่มันก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย จริงมั้ย

แม้ว่าถึงตอนนั้น คุณที่วันนี้อายุมาเกินครึ่งชีวิตคนแล้วอาจจะไม่ได้อยู่เห็นโลกวันที่กลับมาเป็นเเบบวันที่คุณเป็นเด็ก ก็ไม่รู้สึกเสียดาย

นั่นไม่ใช่ปัญหา เราไม่ได้เสียดายเวลาที่ได้ทำไป เพราะเราคิดว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมา We should just leave our footprint. ทิ้งเเต่สิ่งดีๆ ไว้

อมรา วิจิตรหงษ์, แชมป์โลกวินเซิร์ฟ, แชมป์โลกโต้คลื่น, นักอนุรักษ์ทะเล

Writer

ศกุนตลา แย้มปิ๋ว

นักเรียนวรรณคดีที่มักเรื่องอาหาร ท้องถิ่น วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ การเดินทาง และเด็กจิ๋ว มีความฝันสามัญว่าอยากมีเวลาทำอาหารรสที่ชอบด้วยตัวเอง ตัวอยู่กรุงเทพฯ อัมพวา หรือเมืองกาญจน์ แต่ใจและภาพอินสตาแกรมอยู่ทุกที่ที่ไปเที่ยว

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

เราไปถึงสถานที่นัดหมายก่อนเวลาหลายสิบนาที แต่ดาว TikTok ที่เรานัดพบอย่าง ซูซี่-ณัฐวดี ไวกาโล ก็มาถึงก่อนเราแล้ว เธอนั่งอยู่บนโซฟาอย่างสบาย ๆ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาท่องโลกออนไลน์ตามสไตล์สาวโซเชียลคนดังและหนึ่งในผู้สนับสนุนความเท่าเทียมในสังคม

จำได้ว่าเราเคยอ่านประวัติชีวิตของซูซี่มาตั้งแต่หลายปีก่อน จากเด็กหญิงลูกครึ่งไทย-แอฟริกัน ที่ตั้งคำถามกับตัวเองและคุณแม่ว่า ‘ทำไมเธอจึงไม่เกิดมาผิวขาว’ สู่ดาว TikTok ผู้ทลายกรอบความงามแบบเดิม เดินหน้าเพื่อความเปิดกว้าง และลดอคติที่มีต่อสีผิวและเชื้อชาติ

หากใครยังจำได้ ซูซี่เริ่มเป็นที่รู้จักจากการคัฟเวอร์คลิปลิปซิงก์ประโยคเด็ด “ส้มหยุด” ของ สิตางศุ์ บัวทอง นักแสดงและเน็ตไอดอลชื่อดัง หลังจากที่ซูซี่กลายมาเป็นที่สนใจของสังคม เธอรับรู้ได้ว่าประเด็นเชื้อชาติและสีผิวเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่สังคมไทยไม่เข้าใจและยังไม่เปิดกว้างพอจะยอมรับ 

ดาว TikTok คนนี้จึงตั้งใจเดินหน้าโดยเริ่มช่วยเหลือและแนะนำคนใกล้ตัวทั้งลูกครึ่งไทย-แอฟริกัน รวมถึงบุคคลทั่วไปที่เข้ามาติดตามให้เริ่มรักตัวเองและกล้าจะโอบรับตัวตนมากขึ้น เพราะการมีรูปร่างหน้าตาที่หลากหลายไม่เคยเป็นเรื่องผิด และไม่มีวันเป็นเรื่องผิดโดยเด็ดขาด!

เราชวนซูซี่พูดคุยถึงตัวตนและความเปลี่ยนแปลงของปัญหาที่เธอเผชิญมาตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน พร้อมแชร์เรื่องราวที่เข้าไปเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้คนรอบตัว รวมถึงปฏิบัติการ (อย่างไม่เป็นทางการ แต่จะทำเรื่อย ๆ) เพื่อทลายมาตรฐานความงามแบบเก่า สร้างมาตรฐานใหม่ให้ทุกคนดูดีและพร้อม Shine ในแบบของตัวเอง

ซูซี่ ณัฐวดี ดาว TikTok ไทย-แอฟริกัน ผู้ผลักดันความหลากหลายให้ทุกคนเฉิดฉายในแบบตัวเอง

01
ปัจจุบันแซ่บ ๆ แบบฉบับซูซี่

หลังจากที่คุณกลายเป็นดาว TikTok ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

เปลี่ยนไปเยอะมากค่ะ ไปไหนมาไหนคนก็รู้จัก ทำอะไรคนก็เรียกซูซี่นั่น ซูซี่นี่ แฮปปี้ค่ะ นอกจากมาขอถ่ายรูปก็มีบางเคสที่มาขอบคุณ ขอบคุณที่เราเป็นที่รู้จักและทำให้เขามีความมั่นใจได้

คิดว่าแฟนคลับที่เข้ามาทักทายชื่นชอบอะไรในตัวคุณ

คิดว่าเขาน่าจะชอบตัวตนของซูซี่ เราอารมณ์ดี หัวเราะในแบบของตัวเอง มันทำให้คนติดตามมาตลอด บางคนติดตามทุกคลิปไม่พอนะคะ มีทวงคลิปด้วยว่าเมื่อไหร่จะลงอีก (หัวเราะ)

กลายเป็นดาวแล้ว ตัวตนเปลี่ยนไปบ้างไหม

ไม่เลยค่ะ เหมือนเดิมเลย ซูซี่ชอบที่ได้ทำงานที่รักโดยที่เรายังเป็นเรา ไม่ได้คิดเลยว่าจะมีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ชอบแบบนี้

เคยรู้สึกเซอร์ไพรส์กับผลลัพธ์ที่ความเป็นตัวเองนำมาให้คุณไหม

เราคิดว่าการเป็นตัวตนของเรามันเป็นเรื่องปกติ เราเป็นผู้หญิงที่ร่าเริงสดใสมานาน จนได้มาเป็นที่รู้จักเลยทำให้รู้ว่า สิ่งที่เราเป็นมันอิมแพคคนได้มากขนาดนี้ สิ่งที่เราเป็นมันทำให้คนมีกำลังใจ เราเซอร์ไพรส์ตรงนี้มากกว่าที่การเป็นตัวเราทำให้หลายคนมีความสุข และได้เป็นตัวของเขาเองมากขึ้น

ตอนนี้หลายคนเห็นคุณเป็นสาวมั่น กล้าแสดงออก สมัยเด็กก็มั่นแบบนี้เลยไหม

ตอนเด็ก ๆ มั่นใจ แต่ไม่เท่านี้ เพราะเรายังเป็นเด็ก เราโดนล้อ โดนสังคมรอบข้างกดทับมาตลอดว่าความเป็นเราอยู่ตรงข้ามกับคำว่าสวย สวยของไทยต้องขาว แต่เราดำ! ฟันต้องชิด แต่เราห่าง! ผมต้องตรง แต่เราหยิก! มันตรงข้ามหมดเลย! ถึงเราร่าเริง แต่ข้างในก็แอบไม่มั่นใจอยู่ด้วย พอเราโตขึ้น เปลี่ยนสังคมเพื่อน ความมั่นใจเรากลับเพิ่มขึ้นมาก เราเริ่มเข้าใจว่าเราไม่ได้แปลกค่ะ

พอเป็นแบบนั้น เราเลยไม่คิดจะดัดฟัน ไม่ทำให้ตัวเองขาวขึ้น ไม่ยืดผม เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อใคร ซูซี่พูดเสมอว่า ถ้าเราจะเปลี่ยนตัวเอง เราต้องเปลี่ยน เพราะไม่ชอบมันจริง ๆ เรามองแล้วไม่แฮปปี้ ทุกคนควรจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนะ ถ้าเรามองแล้วไม่มีความสุขก็ค่อยเปลี่ยน แต่ซูซี่มีความสุขเวลาที่หัวเราะและยิ้มในกระจก ก็เลยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน

ซูซี่ ณัฐวดี ดาว TikTok ไทย-แอฟริกัน ผู้ผลักดันความหลากหลายให้ทุกคนเฉิดฉายในแบบตัวเอง

หลายคนมองว่าคนผิวดำ หัวเราะอร่อย มักจะต้องเป็นตัวตลก คุณคิดอย่างไร

ไม่เป็นค่ะ! เราเป็นหญิงสาวอารมณ์ดี! ไม่ใช่ตัวตลกนะคะ 

ซูซี่อยากให้คนไทยเข้าใจนะคะ Mindset สื่อละครที่ทำให้คนผิวแทน ผิวดำ ผมหยิกเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ เราไม่โอเค!

คุณเจอคนบูลลี่เรื่องอะไรเยอะที่สุด แล้วคุณผ่านมันมาได้อย่างไร

เจอเรื่องเหยียดเชื้อชาติเยอะมาก รูปลักษณ์ภายนอก ดำ ฟันห่าง เอาจริง ๆ มันยากนะคะที่จะมีความมั่นใจจนผ่านมาได้ แต่อย่าตัดสินไปก่อนว่า ฉันไม่มีวันทำได้ เราต้องกล้า ต้องหยุดกลัว หยุดฟังคำที่ทำให้เราหยุดพัฒนาตัวเอง 

ถ้าอยากแต่งตัว ยังไม่ต้องฟังเสียงที่บอกว่าไม่สวย อย่าไปกังวลกับเสียงของคนรอบข้างจนลืมความต้องการของตัวเอง ลองดูก่อน แล้วมองในกระจกเองว่าเวิร์กหรือไม่เวิร์ก ถึงจะบอกว่าต้องกล้า แต่ไม่ต้องกล้าเว่อร์นะคะ ค่อย ๆ กล้าขึ้นในทุกวัน นี่คือวิธีของซูซี่ที่เวิร์กแน่นอน แต่มันใช้เวลา ความมั่นใจไม่ได้สร้างได้ในเดือนสองเดือนอยู่แล้ว อย่าตีกรอบตัวเองแคบเกินไป เพราะโลกใบนี้มันใหญ่มาก

ได้ยินว่าเพื่อนลูกครึ่งของคุณก็ต้องเผชิญปัญหาเรื่องทัศนคติจนไม่กล้าเป็นตัวเองเหมือนกัน คุณช่วยพวกเขาอย่างไร

จริง ๆ เยอะค่ะ แต่มีเพื่อนคนหนึ่งเป็นลูกครึ่ง เขาเครียดตลอดว่าใส่เสื้อผ้าจะดูหมองไหม เพราะเขาเป็นลูกครึ่งเหมือนกัน ซูซี่ก็จัดเลย เอา Mindset ที่เราได้รับมาบอกเขาไป ผิวอะไรใส่ไปเลย ดำก็ใส่สีแดงสวย ทำไมหรอ!? เพื่อนคนนั้นจากที่คอยยืดผมก็หยุด ยอมรับความเป็นตัวเองมากขึ้น

เรียกว่าคุณเป็นผู้ปกป้องเพื่อน ๆ

เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปตอนเรียน เราปกป้อง เพราะเพื่อนเป็นเกย์ ถูกบูลลี่ เราไฟต์มาก เพราะไม่ชอบมาตั้งแต่เด็กแล้วเรื่องการบูลลี่ ล้อเลียน มันไม่ควรเกิดขึ้น หรือถ้าเกิดขึ้นก็ต้องไม่มีซูซี่อยู่ในนั้น ถ้าอยู่ฉันจะปกป้องเพื่อนของฉัน! ซูซี่ยอมรับค่ะว่าเราแรงเหมือนกัน เพราะสิ่งที่เราเจอ มันทำให้เราซอฟต์ไม่ได้ สังคมมันโหดร้ายจริง ๆ นะ เราก็บอกเพื่อนด้วยว่าอย่าเงียบ ถ้าเธอเงียบเขาจะมาอีก แต่ช่วยเท่าไหร่ก็ไม่หมดค่ะ เด็กแต่ละคนถูกเลี้ยงดูต่างกัน

การเลี้ยงดูเป็นสิ่งสำคัญที่หล่อหลอมให้เด็กเข้าใจคนอื่น

ถูกค่ะ เด็กบางคนไม่มีนิสัยบูลลี่เลย มันต้องย้อนกลับไปที่สถาบันครอบครัวด้วย ซูซี่พูดตลอด การที่พ่อแม่บูลลี่ให้เด็กดู เด็กก็เข้าใจว่าการไปตัดสินแล้วล้อเลียนเป็นเรื่องสนุก เพราะพ่อแม่ฉันก็ทำ ซูซี่มองว่าสถาบันครอบครัวเปลี่ยนสังคมให้น่าอยู่ขึ้นได้

หลัง ๆ คนชอบโทษโรงเรียน เอาบ้านก่อนเลย เพราะพ่อแม่คือตัวอย่างที่เด็กมักจะเลียนแบบ แต่ทั้งสองสถาบันสำคัญทั้งคู่ค่ะ ไม่งั้นแย่แน่ นิสัยแย่กันไปใหญ่

ซูซี่ ณัฐวดี ดาว TikTok ไทย-แอฟริกัน ผู้ผลักดันความหลากหลายให้ทุกคนเฉิดฉายในแบบตัวเอง

คุณเองก็มีครอบครัวแล้ว คุณบอกเล่าเรื่องเหล่านี้กับลูกบ้างไหม

แต่ก่อนไม่เข้าใจจริง ๆ ค่ะ แต่พอมีลูกแล้ว เราเข้าใจเลยว่าเราคือส่วนสำคัญที่จะทำให้ลูกเห็นว่าควรไปทางไหน กับเด็กคุณก็ไม่ต้องไปว่าเขานะ คุณว่าเขา เขาก็จะไม่มั่นใจในตัวเอง ความมั่นใจช่วยให้เด็กกล้าแสดงออก กล้าทำกิจกรรม เราไม่ควรเห็นเด็กถูกกดทับด้วยเรื่องหน้าตา สีผิว หรือผม พวกเขาควรเข้าใจในความหลากหลายและความเป็นตัวเอง เขาควรรู้ว่าการที่เขาเป็นแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องผิดเลย ซูซี่สอนเรื่องพวกนี้ให้ลูกเสมอ

แล้วเวลาคุณเจอคนเดินเข้ามาว่า คุณทำอย่างไร

มีคนมาว่าก็สวนเลยค่ะ ปากแซ่บ เพราะว่าเกิดที่ไทย สกิลล์ปากต้องได้ แม่บอกว่าถ้าไม่ปกป้องตัวเองไม่มีใครช่วยนะ ปากเลยแซ่บมาแต่เด็ก (หัวเราะ)

หลายคนมองว่าเป็นคนดังไม่ต้องไปคุยกับคนที่มีอคติกับเราก็ได้ คุณคิดแบบนั้นไหม

ไม่ใช่ค่ะ ใครจะเงียบก็ได้ แต่ซูซี่ไม่เงียบ สวนหมดทุกดอก เพราะเรามองว่าการที่คุณเข้ามาคนหนึ่งคน มันเป็นเรื่องที่ผิดอยู่แล้ว คุณรู้อยู่แก่ใจว่ามันผิด เราไม่ยอมให้เขามาว่าแล้วหายไปเลยหรอก ซูซี่จัดให้หมดค่ะ เขาไม่มีเหตุผลที่จะเข้ามาว่าเรา หรือว่าเขาชินกับการวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น ถ้าอย่างนั้นคุณก็มาถูกที่แล้ว จัดให้ เราจะค่อย ๆ กำจัดคนเหล่านี้ที่ชอบว่าคนอื่นออกไป ตอนนี้ก็แทบไม่เหลือค่ะ 

มีการเหยียดแบบอื่นที่คุณเคยเจออีกไหม

มีคนถามว่า ผิวดำแบบนี้จะมีแฟนหรอ โอ้โห ซูซี่มีลูก มีสามีแล้วค่ะ (หัวเราะ) 

โอ๊ย! ซูซี่มีคำถามตลอดว่า ทำไมยังมีคนที่ถามแบบนี้อยู่อีก เพราะเราเจอคนบูลลี่แบบนี้ตอนเด็ก ไม่คิดเลยว่าอายุเท่านี้ยังจะเจอคนกลุ่มนี้ ตาต่อตาฟันต่อฟันไปเลย 

นั่นคือโลกของความเป็นจริงที่คุณเผชิญมาตลอด

ใช่ค่ะ ซูซี่อยู่กับความจริง โลกของความจริงมันเป็นแบบนี้ บางทีเหตุผลใช้กับคนเหล่านี้ไม่ได้ เขาไม่น่ารักเลยค่ะ

ซูซี่ ณัฐวดี ดาว TikTok ไทย-แอฟริกัน ผู้ผลักดันความหลากหลายให้ทุกคนเฉิดฉายในแบบตัวเอง

02
แซ่บด้วยกันบนรันเวย์ของตัวเอง

ก่อนที่คุณจะเป็นคนมั่นใจและพาคนอื่นมั่นใจในรูปร่างหน้าตาของตัวเองได้อย่างตอนนี้ ความรู้สึกที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง

ไม่มีใครรู้ว่าเรารู้สึกอย่างไร เหมือนเราถูกตัดสิน เขาจะคิดว่าเราแปลกประหลาด ทั้ง ๆ ที่เราเป็นแค่สาวลูกครึ่งไทย-แอฟริกัน เดี๋ยวก่อน! เราไม่ได้เป็น Monster นะคะ (หัวเราะ) อย่างในโรงเรียนมีคนดำคนเดียวคือเรา เราก็คิดว่าตัวเองแปลกไม่เหมือนชาวบ้าน พอโตเปลี่ยนสังคมถึงจะรู้ เราไม่ได้แปลกค่ะ ไม่มีใครแปลก คนที่ไม่รู้และไม่เห็นความหลากหลายจึงปฏิบัติกับเราแบบนี้ จริง ๆ ในโลกอันแสนกว้างใหญ่ ไม่มีใครแปลก เราคือคนปกติค่ะ เป็นอะไรก็คือตัวตนของเรา ยอมรับตัวตนค่ะ

ได้ยินว่าอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของคุณคือการได้พบเจอกับเพื่อนต่างชาติ

เล่าแล้วจะเหมือนสาวนักเที่ยวไหม (หัวเราะ) คือเพื่อนของซูซี่เป็นชาวต่างชาติที่มาเรียนในประเทศไทย เราก็รู้จักกันเลยเอาเรื่องของเราไปแชร์ก็เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เขาเองก็อยากรู้ว่าการเป็นคนดำในประเทศไทยยากไหม เพราะเขาเป็นคนดำเหมือนกัน พอมาถึงประเทศเราก็เจอคนไทยมองแปลก ๆ เราเลยอธิบายให้เขาฟังว่ามันเป็นเพราะทัศนคติของคนในสังคม พอแชร์กันไปมา ซูซี่ก็เรียนรู้ว่าถ้าเราเปลี่ยน Mindset ของเรา ยังไงเราก็อยู่กับตัวตนของเราได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ต่อให้เราย้ายไปอยู่ที่ใดในโลก ซูซี่ก็จะเป็นซูซี่แบบนี้

ถ้าเลือกได้จะย้ายไหม

(หัวเราะ) ตอนนั้นเพื่อนตกใจเรื่องบรรทัดฐานความงามของสังคมไทย เขาก็ถามว่าทำไมเราไม่ย้าย แต่เรามองว่า การย้ายไม่ใช่คำตอบสักเท่าไหร่ ซูซี่ขอบคุณตัวเองที่ยังอยู่นะคะ เพราะการที่เราได้อยู่ทำให้เราได้ช่วยเปลี่ยน Mindset ของใครหลายคนให้เขารักตัวเอง กล้ายิ้ม กล้าแต่งตัว และมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

คุณก้าวไปข้างหน้า พาคนอื่นมั่นใจในตัวเอง ตอนนี้ขอบข่ายการช่วยเหลือของคุณขยายขึ้นบ้างไหม

เราก้าวไปมากกว่าแต่ก่อนมาก สมัยก่อนเราสร้างความมั่นใจให้ตัวเองและเพื่อนอีกนิดหน่อยในวงเล็กนิดเดียว แต่ทุกวันนี้เราส่งออกไปกว้างมากและมันเวิร์ก บางคนเจอเราข้างนอก เขาบอกว่า หนูไม่เคยอยากแต่งหน้าแต่งตัวเลย จนหนูมารู้จักพี่ ซูซี่รู้สึกว่าสิ่งที่เราเป็นมันช่วยได้เยอะขนาดนี้เลยหรอ ใจหนึ่งเราแอบเศร้าตรงที่ว่า ถ้าเราไม่เป็นที่รู้จัก เขาจะต้องอยู่ในโลกที่จำกัดไปอีกนานเท่าไหร่ ผิวดำทาปากแดงไม่สวย ใครบอก ห้ะ! (ทำตาโต) เราไม่อยากให้คนไทยกดคนไทยด้วยกันให้อยู่ภายใต้ความทรมานแบบนี้เลย

ซูซี่ ณัฐวดี ดาว TikTok ไทย-แอฟริกัน ผู้ผลักดันความหลากหลายให้ทุกคนเฉิดฉายในแบบตัวเอง

ในมุมมองของคุณ เวลาผ่านไป ปัญหายังมีเหมือนเดิม แต่สังคมไทยถือว่าก้าวหน้าขึ้นไหม

ซูซี่ว่าดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนนะคะ แต่ถามว่าดีขึ้นมากไหม… (ทำท่าคิดแล้วหัวเราะ) มันไม่ได้เปลี่ยนแบบว้าว แต่ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนแน่ ๆ หลายคนออกมาแสดงความเป็นตัวเองมากขึ้น เมื่อก่อนที่มีแต่สื่อโทรทัศน์ ตอนนี้มีโซเชียลมีเดีย ประเทศไทยเลยถือว่าก้าวหน้าไปในระดับที่เราก็แฮปปี้ แต่ถามว่าพอใจสุดไหม ก็ยัง เพราะยังมีอยู่ค่ะ ซูซี่ก็ยังโดนว่าทำไมไม่ดัดฟัน ทำไมไม่ยืดผม แต่ซูซี่ฟันห่างก็สวยได้ มั่นใจได้ค่ะ เด็กรุ่นใหม่เองก็เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ซูซี่ว่าต้องดีขึ้นแน่ ๆ 

หลายคนไม่อยากทำสวย เพราะคิดว่าสวยไปก็มีคนที่สวยกว่าที่จะได้รับโอกาสในสังคมมากกว่า คุณเห็นด้วยไหม

ทุกคนหน้าตาไม่เหมือนกันนะ หุ่นไม่เหมือนกัน คาแรกเตอร์ไม่เหมือนกัน ทำไมคนที่ดูดีกว่า สวยกว่าในนิยามของสังคมที่เห็น ๆ กันอยู่ถึงมีโอกาสมากกว่า ทั้งที่ทุกคนควรมีโอกาส การเปิดกว้างทำให้ผู้หญิงเก่งที่มีหน้าตา รูปร่างหลากหลายเฉิดฉายได้เหมือนกัน ผู้หญิงมีความสามารถก็ควรเปิดกว้างให้พวกเขาได้ Shine ค่ะ

ไม่อยากให้ใครก็ตามเอาหน้าตาไปเปรียบเทียบกัน แต่อยากให้เทียบที่ความสามารถ

เรื่อง Beauty Privilege ไม่ได้มีแค่ที่ไทย มันมีทั่วโลก เราอย่าไปเทียบกับเขา ถ้าเขาสบายใจจะสวยตรงตาม Beauty Standard นั่นเป็นความพึงพอใจของเขา แต่สำหรับเรา ถ้าเราพยายามแล้วเหนื่อย เรามาอยู่ในโลกของเราได้ค่ะ ประสบความสำเร็จเหมือนกัน ในโลกใบนี้ไม่ใช่คนสวยอย่างเดียวที่จะประสบความสำเร็จ อย่ายัดตัวเองลงไปในกรอบนั้น

ทุกอย่างมันอยู่ที่ Mindset และการปลูกฝัง แต่การปลูกฝังบ้านเรายังติดอยู่กับความงามแบบเดิม ๆ พอผู้หญิงเสพมาก ๆ เขาก็จะนอยตัวเองว่าไม่สวย ไม่กล้าใช้ชีวิต ไม่มั่นใจ เพราะไม่ตรงตาม Beauty Norm ที่ส่งต่อกันมา คนแบบซูซี่ยังมีไม่เยอะมาก ยังเป็นพลังขับเคลื่อนที่ถือว่าน้อยนิด หลายคนดูแล้วมั่นใจ แต่หลายคนดูแล้วก็ยังไม่มี ซึ่งตรงนี้บังคับกันไม่ได้ แต่เราจะเดินหน้าด้วยกัน

ถ้ามาตรฐานความงามที่สังคมกำหนดมันเป็นปัญหา งั้นสร้างใหม่เป็นของตัวเองเลยได้ไหม

ได้เลย! ต้องแบบนั้นเลยค่ะ สร้างเอง ใครก็ดูดีได้ ไม่ต้องกลัว ผู้หญิงหลายคนโกนผมก็สวยได้ ไม่เห็นต้องใส่วิก เราไม่ได้หลอกตัวเองนะ ถ้าซูซี่หลอกตัวเองคงไม่ปล่อยให้ฟันห่างจนอายุ 26 หรอก เราคงจะดัดไปแล้ว แต่เราแฮปปี้กับตัวเราจริง ๆ

คุณคิดอย่างไรกับเทรนด์ที่เห็นกันบนโซเชียลอย่างการทำโมเดลเฟส หน้านิ่ง ไม่ยิ้ม 

ถ้าทำเพราะอยากเฟียสก็โอเคค่ะ เอาไว้ถ่ายรูป แต่ต้องไม่ทำเพราะอาย ไม่กล้ายิ้ม อย่านะ อย่าทำ การทำโมเดลเฟส เพราะไม่กล้ายิ้ม ฟันไม่สวย มันไม่ได้ค่ะ รอยยิ้มไม่เคยเป็นปัญหา สำหรับซูซี่ที่ฟันห่าง รอยยิ้มก็ไม่เคยเป็นปัญหา ซูซี่ฟันห่างเหมือนแม่และคุณยาย ซึ่งแม่ซูซี่ยิ้มม่วนมาก (หัวเราะ) แม่ไม่ดัดฟัน แต่ก็ยิ้มกว้าง นั่นคือเสน่ห์ที่คนมองเห็นเขาจดจำ

อีกอย่างคือ ซูซี่ชมตัวเองได้ไม่อายปากเลยว่า ฟันห่างเข้ากับหน้าซูซี่ เรายิ้มแล้วเราสวย เอาเป็นว่า เปลี่ยน Mindset ค่ะ การที่ไม่กล้ายิ้มเพราะมีฟันเหลืองหรือฟันห่าง มันเป็นเพราะคุณมีภาพอยู่ในหัวหรือเปล่าว่าต้องเป็นแบบไหน พอเป็นไม่ได้ คุณเลยไม่กล้ายิ้ม แล้วทำไมคุณต้องเป็นแบบนั้น

'ซูซี่ ณัฐวดี' เปลี่ยนการกดทับเป็นแรงผลักดันในการลดอคติทางเชื้อชาติ ปล่อยความสามารถให้เฉิดฉายอย่างเท่าเทียม

พอมีชื่อเสียงแล้ว คุณมีแผนการเปลี่ยนทัศนคติของสังคมเรื่องการเหยียดสีผิว เหยียดเชื้อชาติ หรือการบูลลี่บ้างไหม

ถ้าเป็นการวางแผนเลยอาจจะไม่มี แต่เราจะเป็นตัวเราแบบนี้ตลอดไป ซูซี่จะทำให้คนเห็นผ่านคลิปแล้วซึมซับไปเรื่อย ๆ ให้เขารู้ว่ามันมีคนที่อาจจะไม่ได้สวยตามมาตรฐาน แต่สวยในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะผิวสีไหน หน้าตาเป็นอย่างไรก็ดูดีได้ อย่างน้อยก็ให้คนรุ่นใหม่เปลี่ยนความคิดในการมองความงามให้ต่างไปจากเดิม สาวพลัสไซส์ก็ออกมาแสดงจุดยืนกันมากขึ้น เราได้ขยายสังคม ได้เชื้อเชิญให้คนที่อยากแสดงความเป็นตัวเอง แต่ไม่ตรงกับมาตรฐานทั่วไป ออกมาแสดงจุดยืน มันเป็นอะไรที่ดีนะ ทำให้ Beauty Privilege ไม่ได้มีอิทธิพลขนาดนั้น เพราะทุกคนจะได้รับโอกาสเท่ากันหมด

อีกอย่างหนึ่งคือ เราเองต้องการกล้าพูดด้วยว่า เราไม่ชอบในบางสิ่งที่คนอื่นพูด กล้าเตือน กล้าบอกความรู้สึก เราไม่ควรจะทำร้ายจิตใจกัน การเคารพกันและกันมันง่ายมากเลยนะ สวยไม่สวยก็เป็นตัวตนที่เราต้องเคารพ บ้านเราไม่ค่อยชมกันสักเท่าไหร่ด้วย เปลี่ยนคำว่ากล่าวเป็นคำชมดีกว่า ถ้าทุกคนมั่นใจด้วยกัน เราจะสร้างมาตรฐานใหม่ของตัวเองได้

ถ้าก้าวข้ามจุดที่ไม่มั่นใจไปได้ จะมีอะไรรออยู่

ความสุขของชีวิต ถ้าไม่มีความมั่นใจ เราจะเครียดคนเดียว ทุกคนมีความมั่นใจได้ อย่าไปเป็นอย่างคนอื่น ซูซี่ไม่เคยเอาตัวเองไปเทียบกับใครถึงได้เป็นตัวเองจนถึงทุกวันนี้

แต่ถ้าสุดท้ายคุณไม่มั่นใจจนอยากเปลี่ยน ก็ต้องเปลี่ยน เพราะเราอยากให้เขามีความสุขที่สุด ซูซี่เคยอยู่ในจุดที่ไม่มั่นใจ ซูซี่รู้ว่าต่อให้เขาดูกี่สื่อ กี่แรงผลักดัน เขาก็ไม่มั่นใจ เพื่อความสุขที่มากขึ้นอาจจะออกกำลังกาย หรือทำอะไรก็ได้ที่ดีต่อตัวเองและสร้างความมั่นใจ อาจจะเหนื่อยหน่อย แต่ความสุขแรกที่ได้มาหลังจากความเหนื่อย ซูซี่ว่ามันคุ้มนะ

พอจะมีเคล็ดลับความดูดีง่าย ๆ ในแบบของตัวเองแนะนำไหม

ถ้าอย่างซูซี่ เราจะชอบตัวเองเวลาหัวเราะ เวลายิ้ม บางงานที่บรีฟให้ขรึม ๆ เราจะรู้สึกว่าไม่เป็นตัวเราเท่าไหร่ คนรอบข้างเขาก็ฟินเวลาเราเป็นตัวเอง เพราะฉะนั้น ซูซี่ว่ารอยยิ้มนี่แหละเสน่ห์ ใครยิ้มก็ดูดี โลกสดใส มันคือการแสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมา รอยยิ้มของใครก็ของคนนั้น ไม่มีใครเหมือน นี่คือความพิเศษ แล้วรอยยิ้มก็ไม่ต้องซื้อ บางทีทักทายกันก็ไม่ต้องพูด แค่ยิ้มให้กันก็แฮปปี้แล้ว

แต่หลายคนมีปัญหาเรื่องการจัดฟัน บางคนฟันเหลืองเลยไม่มั่นใจที่จะยิ้ม

ซูซี่ฟันห่างนะ (หัวเราะ) แต่มันทำให้เรายิ้มสวยในแบบของเรา มันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เรื่องฟันเหลืองมันมีทางแก้ เปลี่ยนยาสีฟันไหมคะ ใช้ Colgate ก็ได้ (หัวเราะ) ถ้าเรื่องใหญ่คือสุขภาพฟันมากกว่า ไม่ใช่สวยหรือไม่สวย ถ้าสุขภาพฟันไม่ดี แนะนำให้ไปหาหมอ ส่วนเรื่องสวยไม่สวย ไม่ต้องกลัว ยังไงมันก็เป็นเรา

คุณคิดว่าถ้าทุกคนช่วยกันจะรีเซ็ตความสวยแบบเดิม ๆ ได้บ้างไหม

ตอนนี้ซูซี่ร่วมกับ Colgate ในการทำสิ่งนั้น ซูซี่เชื่อว่าทำได้ การที่ Colgate เห็นว่าซูซี่ยิ้มอย่างมั่นใจทัั้งที่ฟันซูซี่ห่างแล้วเขายังเลือกซูซี่มา ก็หมายความว่าเขายอมรับในความงามอันหลากหลายจริง ๆ ขนาดเขาโฆษณายาสีฟัน แสดงว่าเรามีจุดยืนเหมือนกัน คนที่เห็น คนที่ดูควรทราบได้แล้วว่า ถ้าเธออยากจะสวย อยากจะดูดี อยากจะมั่นใจ เธอไม่ต้องมีฟันชิดก็สวยได้ เราทำให้คุณดูแล้ว

อยากให้อนาคตหลังแคมเปญนี้ออกไปเป็นอย่างไร

ทุกคนควร Smile Out Loud โดยไม่ต้องเขินอาย ซูซี่ก็เป็นแบบนั้น มันเป๊ะมากที่คนมีทัศนคติเหมือนกันอย่างเรา คุณแอนชิลี และ Colgate มาร่วมกันทำแคมเปญ Smile Out Loud เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทุกคน มันจะช่วยสร้างสังคมอันหลากหลาย โดยที่ไม่ต้องมีใครถูกกดทับกับความสวยแบบเดิม ๆ

อย่างที่ซูซี่พูดไปตั้งแต่ต้น การถูกกดทับด้วยมาตรฐานเดิม ๆ นิยามความงามแบบเดิม ๆ ควรถูกเปลี่ยนได้แล้ว คนรุ่นใหม่นี่แหละค่ะที่ช่วยกันยอมรับความงามในแบบของตัวเอง โดยไม่ต้องกังวลกับสายตาหรือเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนรอบข้าง เราต้องเปลี่ยนนิยามความสวยที่ใครก็ไม่รู้กำหนดไว้ รีเซ็ตให้เป็นของแต่ละคนไปเลย ทีนี้ ซูซี่เชื่อว่าเราจะโอบกอดความเป็นตัวเองมากขึ้น สนับสนุนให้กันและกันมีความมั่นใจ และใช้ความมั่นใจนั้นสร้างความสุขให้กับชีวิตตัวเองต่อไป

'ซูซี่ ณัฐวดี' เปลี่ยนการกดทับเป็นแรงผลักดันในการลดอคติทางเชื้อชาติ ปล่อยความสามารถให้เฉิดฉายอย่างเท่าเทียม

Colgate ร่วมกับ แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส, ซูซี่-ณัฐวดี ไวกาโล และผู้หญิงอีกหลายคนทั่วเอเชีย ในแคมเปญ Smile Out Loud เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นใจ และสนับสนุนความเป็นตัวของตัวเอง ผ่าน #คอลเกตอ๊อพติคไวท์โอทู ยาสีฟันที่ช่วยเสริมความมั่นใจสำหรับกิจวัตร Beauty Oral Care ที่มี O2 Technology ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนมั่นใจที่จะยิ้มแสดงความเป็นตัวของตัวเอง และพร้อมที่จะ Smile Out Loud กันทั้งประเทศ

ติดตามอ่านเรื่องราวของ แอชิลี สก๊อต-เคมมิส ได้ในวันพรุ่งนี้

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load