“You can do more than one thing in life.” ผู้หญิงที่นั่งอยู่อีกฟากโต๊ะบอกเรา

ปีนี้เธออายุ 57 

ไม่ใช่เธอเพิ่งตระหนักข้อนี้ตอนอายุเท่านี้

แต่ตัวตนของเธอฉายชัดเจนตั้งแต่เด็ก

เธอรู้ความต้องการในใจตัวเอง เพราะเธอสู้เพื่อมันมาตลอดตั้งแต่อายุ 13

ช่วงปลายของสงครามเวียดนาม เธอ เด็กสาวชาวอยุธยา ออกมาเผชิญโลก แสวงหาชีวิตใหม่ที่พัทยากับพี่น้อง

ชีวิตทุกวันของเธอไม่ได้อยู่ในรั้วโรงเรียนเหมือนเพื่อน

อมรา วิจิตรหงษ์, แชมป์โลกวินเซิร์ฟ, แชมป์โลกโต้คลื่น, นักอนุรักษ์ทะเล

เธอรู้ โอกาสของชีวิตที่จะตกมาใส่มือเธอมันไม่เท่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน

ชีวิตวัยเด็กของเธอคลุกคลีกับการจับกุ้งหอยปูปลาในทะเลพัทยาหลายสิบปีก่อนที่เคยใสสะอาดประทังชีวิต จนกระทั่งวันที่ ‘ขยะ’ มาแทนที่หาดทรายสวย น้ำทะเลสีฟ้าคราม 

แหล่งอาหารของเธอถูกทำลายจากน้ำมือเพื่อนมนุษย์ …เธอจึงเล่นเกมรุก

เธอเปลี่ยน ‘วิกฤต’ ให้เป็น ‘โอกาส’ เปลี่ยนสิ่งที่ทำลายแหล่งอาหาร ให้กลายมาเป็นสิ่งสร้างรายได้ 

เธอเรียนรู้ระบบวินัยการคัดแยกขยะจากแคมป์ G.I. ฝึกฝนภาษาอังกฤษจากหนังสือพิมพ์ฝรั่ง เธอเก็บขยะในพัทยาและแคมป์ G.I. ขาย จนส่งตัวเองเรียนภาษาอังกฤษและ กศน. 

และด้วยความเชื่อที่ว่า ไม่มีอะไรที่เธอทำไม่ได้ บวกกับจังหวะเวลาที่พาเธอไปรู้จักกีฬา Windsurf ซึ่งเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนประเทศไทยแทบไม่รู้จัก 

เพียง 3 เดือนหลังหัดเล่น เธอจึงกลายเป็น 1 ใน 2 ผู้หญิงไทยที่เล่นกีฬานี้และลงแข่งสนามนานาชาติในประเทศ แถมได้รางวัลที่ 1 เสียด้วย 

เพียง 1 ปีหลังหัดเล่น เจ้าของแบรนด์ผู้ผลิตบอร์ดวินด์เซิร์ฟทุกเจ้าที่เห็นในไทย ก็เสนอตัวเป็นสปอนเซอร์ให้เธอลงแข่งในสนามยุโรปจนได้แชมป์โลก ซึ่งเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนชาวต่างชาติไม่เคยเห็นนักกีฬาชาวไทยในท้องทะเลซีกโลกตะวันตก 

เธอรู้ โอกาสของชีวิตที่จะตกมาใส่มือเธอมันไม่เท่าใครเขา

แต่เธอไม่รอใครที่ไหนหรือเขาหน้าไหน เธอเลือกคว้ามันใส่ชีวิตเธอเอง 

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

เธอคือ อมรา วิจิตรหงษ์ คุณแม่ของลูกสาววัย 14 อดีตนักกีฬาวินด์เซิร์ฟทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ ตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก แชมป์โลกวินด์เซิร์ฟคนแรกของไทย กับล่าสุด ในฐานะนักอนุรักษ์ทะเล ผู้จุดประกายเรื่องการรณรงค์เก็บขยะทางทะเล อาสาสมัครสารพัดกลุ่ม และเจ้าของ Amara Watersports โรงเรียนสอนกีฬาทางน้ำซึ่งปลูกฝังเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เด็กและเยาวชน

…คลื่นลมพัดเธอมาไกลจากอาชีพที่เธอชอบ แต่ไม่ได้พัดเธอไปไหนไกลจากท้องทะเลที่เธอรักเลยแม้แต่น้อย

ความประทับใจแรกต่อทะเล

เมื่อก่อนพัทยามีแต่อ่าวพัทยา หมู่บ้านชาวประมง แล้วก็แหลมบาลีฮาย เราจะเดินจากบ้านจับปูตามโขดหินตรงบาลีฮาย แล้วก็เดินขุดหอยไปกิน มีปลา มีผักบุ้ง มีดอกบัว ให้เราเก็บได้ น้ำทะเลก็ใส เดินไปเห็นปลาหมึกเลย แต่พอคนมาอยู่พัทยาเยอะเเล้วไม่มีการจัดการเรื่องขยะ ในที่สุดเเหล่งอาหารเราก็ถูกทำลายเพราะขยะ 

เด็กหญิงอมราตอนนั้นทำอะไรกับขยะที่เห็นได้บ้าง

เราทำอะไรไม่ได้เลย เเต่รู้ว่าเเหล่งอาหารเราถูกทำลายเเล้ว เพราะเราไม่สามารถเก็บผักบุ้งหรือบัวกินเเล้ว เราเลยเริ่มเก็บขยะ ตอนนั้นช่วงสงครามเวียดนามมีแคมป์ G.I. เราก็จะไปเก็บพวกกระป๋อง ขวด ส่วนหนังสือพิมพ์ก็เอาไว้อ่านฝึกภาษาอังกฤษ เสร็จแล้วก็มาพับถุงขาย พอมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ขยะเพิ่มขึ้น เราก็เอาขยะมาแยกขายส่งตัวเองเรียนภาษาอังกฤษ ก่อนจะเรียน กศน.

เรียนรู้อะไรจากการเก็บขยะ

พอความเจริญเข้ามา ทหาร G.I. กำลังจะกลับประเทศ ชาวยุโรปก็มา เพราะว่าพัทยาสวย คนก็มาหางานทำแล้วทิ้งขยะกันเละตุ้มเป๊ะ ไม่มีการจัดการ แต่ในแคมป์ G.I. เราได้เห็นระบบ วินัย ที่คนต่างชาติถูกปลูกฝัง เขามีระเบียบ แยกขยะทิ้งเป็นกองๆ หนังสือพิมพ์ก็หนังสือพิมพ์ กระป๋องก็กระป๋อง ขวดก็ขวด

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล
อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

ความคิดอยากเป็นนักกีฬาวินด์เซิร์ฟตั้งแต่ 42 ปีก่อนเริ่มขึ้นได้ยังไง

ตอนนั้นเราอายุสิบห้า พี่ชายทำงานที่โรงเรียนให้เช่าวินด์เซิร์ฟ เห็นแล้วมันอยากเล่นอะ เพราะเป็นคนชอบกีฬาอยู่แล้ว เห็นพี่ชายเล่น เราก็เลยขอเขาเล่น พอเล่นแล้ว โอ้โห มันอภินิหาร เหมือนเจอสิ่งที่ใช่ แต่ปัญหาก็ตามมา คือเขาไม่อยากให้ไปคลุกคลีกับเด็กผู้ชาย เพราะคนที่เล่นกีฬาเป็นเด็กผู้ชายหมด 

แต่ไอ้เราก็เป็นคนเฮ้วๆ ไง เราไม่เคยคิดว่าผู้ชายกับผู้หญิงจะต่างกันตรงไหน เราก็เลยพิสูจน์ตัวเอง เดินจากบ้านมาประมาณวันละหกเจ็ดกิโลเพื่อมาช่วยนายฝรั่ง เจ้าของโรงเรียนวินด์เซิร์ฟ เพื่อจะได้คลุกคลีกับกีฬานี้ จนหัดได้สามเดือนก็มีการแข่งขัน มันมีสองแบบ แข่งรอบทุ่นกับแข่งมาราธอน มีชาวเยอรมัน แคนาดา อเมริกันมา ตอนนั้นในประเทศไทยยังไม่มีใครรู้จักวินด์เซิร์ฟ มีผู้หญิงไทยเล่นอยู่แค่สองคน สรุปคือรอบทุ่นเราได้ที่สอง แข่งมาราธอนเราได้ที่หนึ่ง

มันก็เปลี่ยนชีวิต ได้พิสูจน์ตัวเอง เราเป็นคนอย่างนี้มาตลอด คือเชื่อว่าเราทำได้เกือบทุกอย่าง พออายุสิบหก เจ้าของบริษัทที่ผลิตบอร์ดวินเซิร์ฟให้ทุกยี่ห้อที่เห็นในเมืองไทยก็ถามว่า ยูอยากไปแข่งต่างประเทศไหม เราก็ Yeah, I have nothing to lose. ขอพาสปอร์ตแล้วไปเลย เป็น Brand Ambassador ให้เขา ไปอยู่ยุโรปอยู่สามเดือน ตระเวนแข่งทุกเสาร์-อาทิตย์ ได้แชมป์เยาวชนหญิงเยอะแยะไปหมด จนคนในยุโรปรู้จักเราแล้วล่ะ ว่ามันมีเด็กผู้หญิงไทยอยู่คนหนึ่งมาแข่งวินด์เซิร์ฟ จนอายุสิบเจ็ดก็ได้แชมป์โลกฟรีสไตล์หญิงคนแรก เพราะทำท่าที่คนไม่ค่อยทำ คือเราเล่นให้พี่ชายยืนบนไหล่เรา แล้วก็ยกมือโบกกรรมการ (หัวเราะ) ซึ่งมันตรงกันข้ามกับผู้หญิงไทยในรูปที่เขาเห็นสวัสดีหน้าเครื่องบิน

นอกจากที่ว่ามาด้านบน กีฬาวินด์เซิร์ฟให้อะไรคุณ

วินด์เซิร์ฟสอนให้เราได้วิเคราะห์ ต้องคำนวณหมดเลยว่าลมมาทางนี้ คือมาจากเกาะล้าน ลมมาทางนี้มันไม่ใช่ธรรมชาติของลม มีความผิดปกติ แสดงว่าจะมีพายุเเถวๆ นี้ ถ้ามีหมอก ลมก็จะไม่เเรงจัด เพราะหมอกเป็นตัวลดเเรงลม เราก็คำนวณแล้วว่าน้ำหนักเราเท่านี้ เราจะต้องเล่นใบขนาดไหน แล้วต้องมองเมฆ เมฆก้อนนี้ถ้าเคลื่อนตัวไปตรงนี้อะไรจะเกิดขึ้น ผลของการกระทำอันนี้ มามีผลกับอันนี้ๆๆ เหมือนกับหลักธรรมะเลย

เวลาอยู่ข้างนอกเราได้อยู่กับธรรมชาติ มีเรากับธรรมชาติ เเล้วธรรมะมันเกิด เหมือนเล่นเเล้วเกิดสติ เวลาออกไปเล่นเราจะมองเห็น Solution ของอะไรบางอย่างทุกครั้งเลย เราถึงรักวินด์เซิร์ฟ ถามว่าเมื่อไหร่จะเลิกเล่น เราบอกเลย วันตายนั่นเเหละ

ตอนนั้นจุดมุ่งหมายที่อยากไปให้ถึงที่สุดคืออะไร

เราอยากจะชนะในการเเข่งให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

หลายสิบปีที่ผ่านมาทะเลไทยสูญเสียอะไรไปแล้วบ้าง ที่คนรุ่นปัจจุบันไม่มีโอกาสได้เห็น

จำนวนของสัตว์ทะเล เมื่อก่อนเห็นมากกว่านี้ ตอนนี้ลดลงเยอะ อย่างพวกเต่าทะเล ปลาบิน ปลาโลมา เมื่อก่อนเราเห็นกันเป็นๆ บ่อยมาก ตอนนี้เราเห็นเขาตอนตายแล้ว เมื่อปีที่แล้วเกือบทุกหาดของชลบุรี ไล่ตั้งแต่บางแสนมา ไประยอง ไปจันท์ มีศพเต่าลอยมาเกยทุกสัปดาห์

ทำไมเลือกกลับมาทำงานอนุรักษ์ ทั้งๆ ที่ถ้าเป็นนักกีฬาเต็มตัวต่อไปน่าจะรุ่งไม่น้อย

ตัวเราเองผ่านประสบการณ์ชีวิตหลายๆ อย่างมาแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เราอยากได้ที่สุดไม่ใช่ถ้วยรางวัลจากการแข่ง เรามาถึงจุดหนึ่งที่คิดว่าเราจะต้องกลับมาทำอะไรเพื่อสิ่งแวดล้อมบ้าง เพราะว่าเราได้ทุกอย่างแล้วในชีวิตตามที่เราฝัน ที่เราต้องการ แต่มองไปรอบตัวแล้วทุกอย่างมันกำลังพังทลายลง ถ้าเราปล่อยไปโดยที่ไม่ทำอะไร เราคงตายตาไม่หลับ

วันนี้ทะเลบ้านคุณฟื้นตัวแค่ไหน 

เรามองว่ายังไม่ถือว่าฟื้นตัว หนทางยังอีกยาวไกล ประเมินเป็นตัวเลขเราว่ายี่สิบปีก็คงไม่พอตราบใดที่มนุษย์ยังไม่เปลี่ยนความประพฤติ

นักกิจกรรมตัวยงอย่างคุณกำลังซุ่มทำโปรเจกต์อะไรอยู่ตอนนี้

กำลังปรึกษาอาจารย์ที่วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบเรื่องเอาบอร์ดวินเซิร์ฟเก่าจาก Starboard แบรนด์ของเพื่อนนักฬาโอลิมปิกรุ่นเดียวกัน มาตัดครึ่งโมดิฟายกับสายเข็มขัดเสื้อชูชีพเก่าให้เป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือขนย้ายเต่าทะเลป่วยให้ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ สัตหีบ เพราะการจะอุ้มเต่าเกือบร้อยโลเนี่ยไม่ง่ายเลย

เห็นคุณเปิด Amara Watersports โรงเรียนสอนกีฬาทางน้ำให้เด็กๆ ที่มีข้อแม้ว่านักเรียนทุกคนต้องช่วยกันเก็บขยะ

ใช่ เพิ่งเริ่มทำเมื่อห้าปีที่ผ่านมา มีเด็กๆ มาเรียนกับเรา ซึ่งหลังจากเล่นกีฬาทางน้ำเสร็จเราก็จะบอก เอ้า เรามาช่วยเก็บขยะกัน รวมถึงสอนเรื่องสิ่งเเวดล้อมด้วย

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

และสร้างนักกีฬาให้เป็นอนุรักษ์

จริงๆ เราทำกับนัก Windsurf นักกีฬา SUP Board ก่อนเปิดโรงเรียนสอนเด็กๆ เป็นออร์แกไนเซอร์จัดเเข่ง Windsurf เองที่นี่ เพราะว่าเรามีความเชื่อว่ามีดมันจะคมก็ต้องมีการลับ ซึ่งถ้าจัดเเข่งน้อย เด็กเราก็จะไม่มีโอกาสเก่ง เเต่ก่อนจะเเข่ง เด็กจะต้องช่วยเราเก็บขยะรอบตัวเอง เเล้วเวลาเราจัดเเข่งจะไม่มีการใช้กล่องโฟม สั่งอาหารถาดมา กินเสร็จล้าง มีน้ำให้หนึ่งขวด หมดก็มากรอกเติมเอา

ทุกฤดูหนาวจะมีนักกีฬาชาวต่างชาติมาหลบซ้อมอยู่ที่นี่ ทั้งเกาหลี ฮ่องกง ญี่ปุ่น พอทำเเบบนี้เข้าสักพักก็กลายเป็นวัฒนธรรมไป เเล้วเด็ก Windsurf พวกนี้เขาก็จะทำกันต่อๆ มันก็จะเริ่มจากตัวเราอย่างนี้เเหละ เราออร์แกไนซ์ เขาก็ต้องตามเรา จนตอนนี้เด็กๆ นักกีฬาเก็บขยะกันเป็นนิสัย

เหมือนเป็นการทำความสะอาดสนามแข่งเหมือนกันนะเนี่ย

ใช่ It’s our playground and our home. นี่ก็เหมือนบ้านเรา สัตว์ทะเลทุกชีวิตเหมือนเพื่อนเราหมด เต่าตายเป็นว่าเล่นเลย อย่างเดือนสิงหาที่ผ่านมา ในระยะห้าร้อยเมตรเนี่ยเต่าตายถึงสามตัว เพราะพลาสติกทั้งนั้นเลย เเละมันเป็นมาเเล้วหลายสิบปีนะ ไม่ใช่เพิ่งมาเป็น

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

คุณทำยังไงให้คนที่อาจไม่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมาแจมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เวลาเล่นวินด์เซิร์ฟตัวผู้เล่นติดอยู่กับด้ามจับ ถ้าเราแล่นด้วยความเร็วแล้วชนเข้ากับขยะ ตัวเราจะฟาดกับด้ามจับ ความแรงเท่าขี่มอเตอร์ไซค์อัดกำแพง ถึงขนาดซี่โครงหักได้ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องบอกเลย เขาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมกันอยู่แล้ว

ขยะในทะเลบางชิ้นไม่ใช่ชิ้นเล็กๆ ย้อนกลับไปยี่สิบปีที่แล้วขยะที่ลอยเท้งเต้งอยู่ในอ่าวไทยเป็นถุงขนาด 24 x 34 นักกีฬาระดับโลกมาแข่งชิงแชมป์โลกชนขยะเข้าตีลังกา บอร์ดแตกครึ่งกลางลำเลย ปีเดียวกันเราไปแข่งโอลิมปิกที่สเปน ขยะในทะเลชิ้นใหญ่สุดที่เราเห็นคือถุงยางอนามัย

Expertise ของนักกีฬาวินด์เวิร์ฟในการเก็บขยะทางทะเลคืออะไร

เวลาเราจะเก็บขยะทางทะเลเราจะรู้ว่าฤดูไหนที่จะขยะขึ้นมากที่สุด เเละเวลาไหนเป็นเวลาที่เหมาะแก่การเก็บที่สุด เราสังเกตตลอดว่าหน้านี้เป็นเเบบนี้ สัตว์อะไรอยู่ตรงไหน แลนด์สเคปเป็นยังไง คนทิ้งขยะที่ศูนย์ปล่อยเต่า เต่าออกไปกินขยะบริเวณที่เต่าอยู่ พอเขาตายเขาจะมาขึ้นตรงนี้ ฤดูนี้น้ำเคลื่อนมาทางนี้ นั่นหมายถึงทั้งเต่าทั้งขยะจะไหลมาตรงนี้ มันเป็นประสบการณ์ ไม่มีในตำราเรียน

ตอนนี้เรียกตัวเองว่าอะไร นักกีฬาหรือนักอนุรักษ์ทะเล

เรียกเราได้ทั้งสองอย่าง เพราะว่า You can do more than one thing in life. เราเป็นทั้งเเม่ เราเป็นนักกีฬา เป็นนักอนุรักษ์ มันไม่ได้มีอะไรมาบอกว่ายูเป็นอะไร It’s 24 hours in one day. You can do so much.

ตอนนี้เราไม่ได้เข้าเเข่งโอลิมปิก เเต่ถ้ามีเเข่งในไทยเราก็ลง อย่างสองปีที่เเล้วเราก็ได้เเชมป์โลก เมื่ออายุห้าสิบห้า เราลงอีกรอบหนึ่งเเล้วได้ที่สามมา ซึ่งถามว่าเราจะหยุดมั้ย ไม่ เพราะเรามีสปิริต เราต้องการพิสูจน์ตัวเองว่า How far I can go in life. เราไม่ได้คิดเเข่งกับคนอื่น เราแค่มีความเชื่อในตัวเอง ศรัทธาว่า Yes, I can.

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

ความยากหรืออุปสรรคสำคัญที่สุดของสิ่งที่ทำอยู่คืออะไร

การปลูกจิตสำนึก ยากที่สุด หกสิบกว่าล้านคน ถ้าคิดได้สักครึ่งประเทศ ขยะเราจะลดไปเยอะ

คุณเดินทางไปแข่งขันมาทั่วโลก พฤติกรรมของคนต่อสิ่งแวดล้อมในต่างประเทศเป็นยังไง

เมื่อเดือนตุลาคมปีที่เเล้วเราไปเยอรมนีมา เราเห็นขยะนอกถังอยู่ชิ้นเดียวเอง ประชากรเขากี่สิบล้านคน เราไม่ได้เชื่อว่าคนในประเทศนั้นมีจิตสำนึกทุกคน แต่การจัดระเบียบ การวางแผนการเก็บขยะ การจัดการขยะ เขามันเวิร์ก ของเราทำอะไรกันอยู่ นี่คือคำถาม

จะใช้คำว่าโคตรเละก็ได้ เเต่ทีนี้ ปัญหามันไม่ได้มาจากคนไทยอย่างเดียว ครั้งหนึ่งพี่ไปดำน้ำที่เกาะกูดกับลูก ได้เห็นปลานกเเก้ว สักพักเห็นซองขนมลอยมา แล้วก็ซองอะไรไม่รู้ภาษากัมพูชาลอยมา อยู่ๆ มีภาษาเวียดนามด้วย!

มันคือขยะโลก

มันคือขยะทั้งโลก! มันไม่มี Boundaries ตราบใดที่มีทั้งลม มีทั้งกระเเสน้ำ ว่าใครไม่ได้เลย บางทีทิ้งขยะที่เชียงใหม่ไปโผล่ที่ภูเก็ต ใครจะไปรู้ ทุกอย่างมันเคลื่อนที่หมด เพราะฉะนั้น เราทุกคนต้องมีจิตสำนึก 

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

คนทั่วไปอย่างเราๆ ถ้าอยากช่วยทะเล จะทำอะไรได้มากกว่าปฏิเสธถุงพลาสติก พกแก้ว พกหลอดส่วนตัวไหม

ช่วยกันเก็บขยะ เพราะมันเป็นงานใหญ่มาก แล้วไม่จำเป็นต้องมาแค่ที่ทะเล มีทั่วประเทศ เก็บ แยก และนำกลับไปรีไซเคิลถ้าทำได้ เพราะเราตายแล้วขยะมันก็ยังไม่ไปไหนเลย

คนปลายน้ำและคนที่รณรงค์เรื่องการเก็บขยะอย่างคุณคิดยังไงกับประเพณีลอยกระทง

เราไม่ลอย เพราะเราคิดว่าวัฒนธรรมหรือประเพณีบางอย่าง ถ้าทำเเล้วมันทำลายมากกว่าได้มา ทำทำไม สมัยโบราณมันยังไม่มีตะปู มันยังไม่มีโฟม ประชากรก็ยังไม่เยอะขนาดนี้ ตอนนี้ถ้าทุกคนจะลอยกระทงเจ็ดสิบล้านคน คุณจะมีน้ำให้ว่ายมั้ย ไม่มีทาง เเล้ววิธีการทำกระทงของคุณ คุณไปซื้อโฟมมา กี่ปีจะย่อยสลาย คนขายอยากจะขาย อัดตะปูเข้าไป เเล้วตะปูมันควรอยู่ในน้ำมั้ย ไม่ควร!

เมื่อเดือนที่เเล้วเราส่งศพเต่าที่เเขนข้างขวามีผ้าสีที่ใช้ทำพิธีผูกหัวเรือพันไปผ่าชันสูตร ปรากฏว่ามีโลหะอยู่ในร่าง นั่นอาจจะเป็นตะปูตัวหนึ่งที่คนทิ้งลงไปก็ได้

ครั้งหนึ่งคุณเคยเก็บขยะที่ปากคลองถูปในเขตฐานทัพได้ถึง 4 ตันครึ่งในวันเดียว ถ้าเป็นเด็กหญิงอมราสมัยก่อนจะมองมันยังไง

โอ้ย เราไปไหนเราเห็นเป็นเงินหมด (หัวเราะ) 

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล

แล้วคุณในฐานะที่วันนี้เป็นนักสิ่งแวดล้อม มองขยะ 4 ตันครึ่งนี้ยังไง

เศร้า เศร้าเพราะว่ามันไม่มีการกำจัดขยะ เราเพิ่งจะเก็บไปได้ไม่กี่วัน เเล้วหลังจากนั้นแปดวันกองมันมหึมามาก ที่น่าเศร้ากว่านั้น ขยะนี้มันจะต้องผ่านศูนย์อนุรักษ์เต่า เรากำลังทำอะไรกันอยู่ นี่คือสิ่งที่เราหดหู่ เราจะไปเเก้ตรงไหน มีคนเก็บ เเต่มันไม่มีทางทัน เราทำลายกันโดยไม่คิดเลย เพียงเเต่ให้ฉันได้ประโยชน์ จบ ถามว่าเงินของยูมันซื้ออากาศให้หายใจได้มั้ย ซื้อน้ำที่มีคุณภาพให้ว่ายได้มั้ย เราไม่มี Planet B เเล้วนะ

แต่ถ้าไม่มีขยะ ก็อาจไม่มี อมรา วิจิตรหงษ์ อย่างทุกวันนี้นะ

ขยะมันเป็นเพียงทางเลือกของเรา ณ ตอนนั้น ถึงไม่มีขยะ อมรา วิจิตรหงษ์ ก็เก็บผักบุ้ง แซะหน่อไม้ขายได้ เผลอๆ ถ้าไม่มีขยะในวันนั้นอมราอาจไม่ต้องเก็บขยะอย่างทุกวันนี้ด้วย

ตอนนี้จุดมุ่งหมายของคุณเปลี่ยนไปจากตอนเริ่มเป็นนักกีฬาวินด์เซิร์ฟรึเปล่า

เราอยากให้โลกเรากลับมาสวยและสะอาดเหมือนตอนเราเด็กๆ เรารู้ว่ามันไม่ง่าย เเต่มันก็ไม่มีอะไรง่ายหรอกในชีวิตน่ะ

อมรา วิจิตรหงษ์ เด็กสาวที่โตมาด้วยขยะและแชมป์โลก Windsurf ผู้ผันตัวเป็นนักอนุรักษ์ทะเล
อมรา วิจิตรหงษ์, แชมป์โลกวินเซิร์ฟ, แชมป์โลกโต้คลื่น, นักอนุรักษ์ทะเล

อีก 11 ปีอุณหภูมิโลกจะพุ่งสูงเลย Tipping Point เคยรู้สึกมั้ยว่าที่ผ่านมาทำไปเพื่ออะไร และอะไรทำให้ยังมีกำลังใจในการทำงาน

เราเป็นคนที่โดยนิสัยน่ะไม่ได้ท้อง่ายๆ ไม่เคยถามคำถามนี้กับชีวิตเลย I never ask myself why I do it. I just have to do it for better planet. เราไม่สามารถจะเปลี่ยนทุกคนหรอก เเต่ว่า Keep do the best I can. มันน่าจะเปลี่ยนคน หนึ่งคน สองคนได้ ซึ่งเขาก็จะไปเปลี่ยนคนอื่นๆ จนพวกเขาเห็นว่าสิ่งที่เราทำ เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง 

เราไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่เราทำมันเสียเปล่า ถึงจะไม่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ เเต่ก็ไม่เคยเสียเปล่าสักที ถึงวันนี้คนอาจจะเชื่อเราน้อย เเต่มันก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย จริงมั้ย

แม้ว่าถึงตอนนั้น คุณที่วันนี้อายุมาเกินครึ่งชีวิตคนแล้วอาจจะไม่ได้อยู่เห็นโลกวันที่กลับมาเป็นเเบบวันที่คุณเป็นเด็ก ก็ไม่รู้สึกเสียดาย

นั่นไม่ใช่ปัญหา เราไม่ได้เสียดายเวลาที่ได้ทำไป เพราะเราคิดว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมา We should just leave our footprint. ทิ้งเเต่สิ่งดีๆ ไว้

อมรา วิจิตรหงษ์, แชมป์โลกวินเซิร์ฟ, แชมป์โลกโต้คลื่น, นักอนุรักษ์ทะเล

Writer

ศกุนตลา แย้มปิ๋ว

นักเรียนวรรณคดีที่มักเรื่องอาหาร ท้องถิ่น วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ การเดินทาง และเด็กจิ๋ว มีความฝันสามัญว่าอยากมีเวลาทำอาหารรสที่ชอบด้วยตัวเอง ตัวอยู่กรุงเทพฯ อัมพวา หรือเมืองกาญจน์ แต่ใจและภาพอินสตาแกรมอยู่ทุกที่ที่ไปเที่ยว

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

ยิปซี-คีรติ และ ยิปโซ-อริย์กันตา มหาพฤกษ์พงศ์ คือคู่พี่น้องชื่อคล้ายที่หลายคนคิดว่าพวกเธอเป็นแฝด ทั้งที่จริงๆ ทั้งคู่อายุห่างกัน 2 ปี ยิปซีเป็นพี่ และยิปโซเป็นน้อง

10 กว่าปีก่อนเราได้รู้จัก ‘ตัวละคร’ ที่รับบทโดยยิปซีและยิปโซในหนังอย่าง อนุบาล เด็กโข่ง และ 32 ธันวา แล้วได้เห็นพวกเธอแสดงด้วยกันครั้งแรกใน ส.ค.ส. สวีทตี้ 

มาวันนี้ เราได้รู้จัก ‘ตัวตน’ ของพวกเธอผ่าน YouTube

พบยิปซีใน ไหนเล่าซิ๊ เจอยิปโซใน ยิปโซต้องสู้ 

และเห็นทั้งคู่พร้อมกันใน ยิปย่อย รายการที่พี่น้องชวนกันเม้ามอย ตั้งแต่เรื่องเฮฮาอย่างการแต่งหน้า ไปจนถึงเรื่องเล่าเคล้าน้ำตาอย่างการรักตัวเอง

ยิบซีชวนยิบโซคุยถึงวันที่เผลอเกลียดตัวเอง ความรักภาคปฏิบัติ และการสลัดคราบนางเอก

ในขวบปีที่ขึ้นต้นด้วยเลข 3 ยิปซีและยิปโซผ่านชีวิตในจอมาพอประมาณ ผ่านชีวิตนอกจอมาพอสมควร เรารู้จักพวกเธอผ่านหน้าจอมามาก คงดีไม่น้อยหากได้รู้จักเรื่องราวหลังจอบ้าง

ในเมื่อทั้งคู่คุยกันเองสนุกอยู่แล้ว จะให้ The Cloud สัมภาษณ์สองสาวก็กระไรอยู่ สู้ให้พวกเธอสัมภาษณ์กันเองคงได้อรรถรสมากกว่า 

เรารีบส่งเรื่องที่อยากรู้ แนบกล้องถ่ายรูปฟิล์มแบบใช้แล้วทิ้งสองตัวให้สองสาว ภาพทั้งหมดที่คุณรับชม จึงเป็นส่วนผสมที่พี่ถ่ายน้องและน้องถ่ายพี่ ส่วนภาพที่มีสองคน… อันนี้เราไม่แน่ใจ 

แม้ชีวิตของสองสาวยิปซี-ยิปโซ จะแตกต่าง แต่เรารับประกันว่าเรื่องราวต่อไปนี้จะทำให้คุณมีความสุขและสนุกจนอมยิ้มไม่ต่างกัน

ยิบซีชวนยิบโซคุยถึงวันที่เผลอเกลียดตัวเอง ความรักภาคปฏิบัติ และการสลัดคราบนางเอก
01

คิดถึงตอนเข้าวงการและทรมานกับการแคสติ้ง

ยิปโซ : อันดับแรก ยิปซีคะ ชอบชีวิตตัวเองในวงการบันเทิงตอนไหนที่สุดคะ

ยิปซี : ชอบตอนเข้าใหม่ๆ อายุสิบแปด

ยิปโซ : ทำไมอะ

ยิปซี : มันรู้สึกว่า…

ยิปโซ : เด็ก (หัวเราะ)

ยิปซี : ไม่ใช่ๆ เด็กนี่ชอบอยู่แล้ว (ยิ้ม) เจ๊คิดถึงตัวเองตอนที่แค่ถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา ถ่ายเอ็มวี เพราะตอนเข้าสู่วงการละครจะมีความ Toxic บางอย่าง เราต้องพยายามปรับตัวเพื่ออยู่ในนั้นให้ได้ เจ๊เริ่มรู้สึกว่า โอเค เราเป็นนักแสดงที่เก่งขึ้น อยู่เป็นมากขึ้น แต่เราก็สูญเสียความใสบางอย่างไป แล้วเธอล่ะ ชอบชีวิตในวงการตอนไหน… เหรอเธอ (ยิ้ม)

ยิปโซ : เธอดูไม่จริงใจในการถามเราเลยอะ

ยิปซี : ชอบตอนไหนๆ (ยักไหล่ไปมา)

ยิปโซ : บี๊ไม่ชอบช่วงแรกเลย คือบี๊ไม่ใช่คนที่มีแววดารา เจ๊เข้าใจปะ เราไม่เคยเตรียมตัวมาก่อน รู้สึกเหมือนโดนโยนลงบ่อน้ำ แต่ไม่เคยมีใครสอนเราว่ายน้ำ บรรยากาศตอนแคสต์ทำให้บี๊บอกตัวเองว่า ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากกลับไปแคสต์แล้ว ไม่ใช่ไม่สนุกนะ แต่เป็นเพราะการแข่งขันตรงนั้นทำให้เราอึดอัด ทำไมเราต้องนั่งอยู่ในห้องเดียวกันแล้วจ้องหน้ากัน เหลือบมองว่าใครจะได้งานนี้ไป ลูกฉันดังกว่าลูกเธอนะ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมทุกคนต้องโกรธกันขนาดนั้น (หัวเราะ) 

งานแรกบี๊เข้าไปทำ สตรอเบอรี่ชีสเค้ก กลัวนะ เราโดนคนบิลด์มาเยอะว่า อุ๊ย ผู้หญิงสิบกว่าคนอยู่ด้วยกัน น่ากลัว เดี๋ยวจะเกลียดกันรึเปล่า แต่พอเราผ่านอะไรหนักๆ มาด้วยกัน ก็ไม่เกลียดกันหรอก เราแค่กลัวไปก่อน ช่วงที่บี๊ชอบที่สุดจริงๆ คือช่วงที่เล่นละครเวที

ยิปซี : เอ้ย ตอนนั้นดี

ยิปโซ : ใช่ ตอนนั้นเล่นเรื่อง หลังคาแดง ที่ พี่ตั้ว (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) กำกับ เล่นกับ พี่โทนี่ (โทนี่ รากแก่น) และอีกหลายคน ก่อนหน้านั้นบี๊เล่นหนังไปแล้วหลายเรื่อง แต่ หลังคาแดง คือครั้งแรกที่ได้รู้สึกถึงศาสตร์ของวงการนี้จริงๆ 

ยิปซี : เจ๊ไม่เคยเล่นละครเวที เพราะฉะนั้น I don’t know. 

ยิปโซ : บี๊โดนจับเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนเล็กๆ ที่วันๆ ก็ซ้อมการแสดง ร้องเพลง แล้วก็เต้น ทุกคนร่วมมือและให้เกียรติกัน ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เหมือนเราได้เข้าค่าย ได้เรียน ได้แสดง แถมมีคนจ่ายตังค์ด้วย

ยิปซี : แกเน้นฟรีนี่

ยิปโซ : มันจะมีอะไรครบไปมากกว่านี้เจ๊

ยิบซีชวนยิบโซคุยถึงวันที่เผลอเกลียดตัวเอง ความรักภาคปฏิบัติ และการสลัดคราบนางเอก
ยิบซีชวนยิบโซคุยถึงวันที่เผลอเกลียดตัวเอง ความรักภาคปฏิบัติ และการสลัดคราบนางเอก
02

YouTuber ทำให้กลับมาเจอกัน 

ยิปซี : งานหลักของเธอคืออะไรตอนนี้

ยิปโซ : ยิปย่อย (หัวเราะ)

ยิปซี : เป็นยังไงไหนเล่าซิ

ยิปโซ : ก่อนหน้านี้เราไม่มีงานเป็นหลักเป็นแหล่ง ก่อนโควิด-19 ดันหยุดทำละครไป พอโควิดปุ๊บก็ยาว ไม่ได้ทำอะไรเลย เพ้อฝันกับชีวิตเป็นปี พอได้มาทำ ยิปย่อย ก็ยากนะ เจ๊ก็รู้ เจ๊อยู่ด้วยตลอด 

ยิปซี : ฉันรู้ แต่ฉันทำหน้าที่เป็นผู้สัมภาษณ์เธอด้วยไง

ยิปโซ : เออๆๆ บี๊ชอบ ยิปย่อย เพราะบี๊ได้สร้างชิ้นงานของตัวเอง เราเลือกได้ว่าอยากพูดถึงอะไร ทำแบบไหน ซึ่งการสร้างชิ้นงานเองก็ยากด้วย เจ๊เก็ตมั้ย จุดที่ปิ๊งปั๊งที่สุด คือจุดที่ดำมืดที่สุดในเวลาเดียวกัน สมัยก่อนเป็นนักแสดงก็แค่ทำส่วนของเราให้ดีที่สุด แต่อันนี้เราเป็นทั้งนักแสดง พ่วงโปรดิวเซอร์ ครีเอทีฟ ประสานงาน สวัสดิการ

ยิปซี : ตัดต่อ ทำปก หรือบางทีก็ขายงานลูกค้าเอง

ยิปโซ : เออ เป็นทุกอย่างเลย มันคงทำให้เราเก่งขึ้นเนอะ แต่ก็ยากด้วย แล้วเจ๊อะ งานหลักของเจ๊คืออะไร

ยิปซี : งานหลักของเจ๊ก็คือ ที่เรียกๆ กันว่า YouTuber นี่แหละ

ยิปโซ : Oh my god ! เจ่เจ๊ เราสองคนเป็น YouTuber แล้วอะ

ยิปซี : จับพลัดจับผลูสุดๆ งงมาก เพื่อนยัดเจ๊เข้ามาในวงจรนี้ ทำรายการ ไหนเล่าซิ๊ เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตเหมือนกันนะ เจ๊เป็นคนไม่มีความมั่นใจ ไม่ค่อยได้โชว์เวอร์ชันที่เป็นเราจริงๆ ให้ใครเห็น ยิปซีอยู่ในวงการมาสิบปี เป็นคนอื่นตลอด เพื่อนสนิทมักจะถามว่า ‘มึง ยิปซีเขาเป็นคนยังไงวะ’ เจ๊รู้สึกว่าตัวเองเปราะบางมาก เหมือนเป็นตัวนิ่ม ถามตัวเองตลอดว่าถ้าเราเป็นแบบที่เราเป็นในชีวิตจริง คนจะชอบเรามั้ย เขาจะด่าเรารึเปล่า ตอนทำ ไหนเล่าซิ๊ ช่วงแรกก็ประหม่า ก่อนจะค่อยๆ เติบโตขึ้น ถึงจุดหนึ่งเราก็กล้าที่จะให้คนอื่นเห็นตัวตนของเรา โชคดีที่ทุกอย่างในรายการออกมาพอดี น่ารักและคนดูชอบ เจ๊โคตรชอบที่ได้ทำสิ่งนี้

ยิปโซ : (พยักหน้า)

ยิปซี : ที่สำคัญเลยนะ ทั้ง ไหนเล่าซิ๊ และ ยิปย่อย ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเจ๊กับเพื่อน หรือเจ๊กับโซ ดีขึ้นมาก ค่อยๆ เติบโตไปด้วยกัน เออ พูดไม่ถูกอะ แต่สวยงามจริงๆ

ยิปโซ : เออ จริง ตอนทำรายการ เราก็ทะเลาะกันบ้างเนอะ จากที่ชีวิตนี้ไม่เคยทะเลาะกันเลย มีช่วงใหญ่ๆ ที่เราสองคนไม่ได้ติดต่อกัน แต่พอมี ยิปย่อย ก็ได้คุย ได้ทะเลาะ

ยิปซี : จะฟาดกันหลายรอบ รักแต่ก็โมโห แต่พอโมโหสักพักก็กลัวโซไม่รักฉัน ดังนั้น…

ทั้งสองคน : ฉันถอยดีกว่า 

ยิปซี-ยิปโซ คุยเรื่องจากวงการบันเทิงสู่ YouTuber เมื่อสิ่งที่รักทำให้เผลอเกลียดตัวเอง ชุดแต่งงาน และความรักที่สลายอีโก้
03

ไม่เท่ แต่เกิดขึ้นจริง

ยิปโซ : ชีวิตเจ๊มีจุดเปลี่ยนอะไรบ้าง

ยิปซี : โห ชีวิตเจ๊เยอะมาก โซก่อนเลย

ยิปโซ : หูย จุดเปลี่ยน (สบถเล็กน้อย) ทำไงดี เยอะอะ

ยิปซี : เจ๊ก่อนก็ได้ เอาแบบป๊อบอัปขึ้นมาในหัวเลยนะ เจ๊ว่าเป็นตอนเข้าวงการ จากที่เป็นเด็กเนิร์ดมาก่อน เราเปลี่ยนไปเยอะมาก

ยิปโซ : ก่อนเข้าเราก็เนิร์ดพอกันแหละ (หัวเราะ)

ยิปซี : เจ๊เป็นเนิร์ดแรดอะตอนนั้น ครูทุกคนต้องรู้จักคีรติ คีรติทำเกรดมากกว่า 3.5 ทุกเทอม เป็นเด็กตั้งใจเรียน แต่หารู้ไม่ว่าจริงๆ โดดเรียนเก่งมาก เคยปีนรั้วออกไปหาแฟนอีกโรงเรียนหนึ่ง

ยิปโซ : นี่ไม่เรียกเนิร์ดแล้วมั้ยเจ๊ เข้าเรื่องๆ การเข้าวงการเปลี่ยนวิธีคิดของบี๊หลายอย่าง บี๊เพิ่งมาค้นพบช่วงหลังเอง ตอนเข้าวงการมีช่วงหนึ่งที่เราตั้งคำถามกับตัวเองเยอะมาก นิสัยเราโอเคหรือยัง เป็นที่ยอมรับของสังคมหรือยัง บี๊เอาการอยู่รอดของตัวเองไปผูกไว้กับความคิดเห็นของคน เดาว่าเจ่เจ๊ก็น่าจะเป็น ดาราทุกคนในวงการด้วย อาจจะมากน้อยไม่เท่ากัน แต่เชื่อว่าทุกคนเคยคิดว่าตัวเองต้องพึ่งพาการยอมรับจากคนอื่น

หลายคนอาจเคยมองว่าบี๊ติสท์มาก แต่แม้แต่คนที่ติสท์ที่สุดก็อาจจะติสท์เพื่อการยอมรับก็ได้ สุดท้ายบี๊ก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่เข้ามาในวงการ แล้วรู้สึกกลัว ถ้าทำงานตรงนี้ได้ไม่ดี ถ้าคนไม่ยอมรับในผลงาน ฉันจะอยู่ไม่รอด ไม่มีงานทำ เท่ากับว่าเราเลี้ยงตัวเองไม่ได้ เลี้ยงที่บ้านไม่ได้ ทุกอย่างพังหมด ทุกวันนี้มานั่งแก้ความคิดนี้อยู่ เออ จุดเปลี่ยนของบี๊ไม่เท่ แต่มันคือความจริง 

ยิปซี : ที่โซพูดมา เจ๊ก็เป็น จุดเปลี่ยนของเจ๊คือการถูกแสตมป์ว่า ถ้ายูเป็นนางเอกลุคหมวยขาว ยูต้องมีนิสัยแบบหนึ่ง เจ๊ถูกแปะป้ายแบบนี้จนถึงยุคแห่งการปลดแอก ในที่สุดเจ๊ก็บอกตัวเองว่า ฉันจะไม่ยอมให้เธอมาตราหน้าว่าฉันต้องเป็นแบบนี้เท่านั้น ฉันจะเป็นอีกแบบหนึ่งไปเลย เอาวะ ก็ฉันเป็นอย่างนี้จะให้ทำยังไง ช่วงนั้นเริ่มมีคนถามว่า ทำไมยิปซีฉีกลุค แต่จริงๆ เราเป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว แต่งตัวเปิดเผยอยู่แล้ว โซรู้ ที่บ้านรู้ โลกรู้

ยิปโซ : เอ่อ ตอนแรกโลกยังไม่รู้หรอกเจ๊ (หัวเราะ)

ยิปซี-ยิปโซ คุยเรื่องจากวงการบันเทิงสู่ YouTuber เมื่อสิ่งที่รักทำให้เผลอเกลียดตัวเอง ชุดแต่งงาน และความรักที่สลายอีโก้
ยิปซี-ยิปโซ คุยเรื่องจากวงการบันเทิงสู่ YouTuber เมื่อสิ่งที่รักทำให้เผลอเกลียดตัวเอง ชุดแต่งงาน และความรักที่สลายอีโก้
04

เข้าใจความสุขผิดไป

ยิปซี : อีกจุดเปลี่ยนหนึ่งคือ ช่วงที่เจ๊เหมือนกลายเป็นไอคอนด้านการออกกำลังกาย ตอนแรกเจ๊มีความสุขมากเลยนะ เมื่อก่อนเจ๊เป็นเด็กขี้โรค บี๊ก็รู้ เจ๊เลยหันมาออกกำลังกาย แล้วดันมีผลพลอยได้คือรูปร่างที่ดี แถมมีคนชอบ มากกว่านั้นคือหาเงินได้ด้วย เฮ้ย วิน-วิน ไปหมด กลายเป็นภาพจำของยิปซี คีรติ ไปช่วงหนึ่ง จนกระทั่งถึงจุดที่สามสิบกว่า ไม่ว่าเราจะออกกำลังกายหรือคุมอาหารมากแค่ไหน ผลลัพธ์ก็ไม่เหมือนเดิม เราไม่สามารถทำให้ร่างกายคงที่เหมือนตอนยี่สิบห้าได้ ช่วงนั้นเราป่วย ดีเพรส เรากดดันตัวเอง รู้สึกทำให้คนอื่นผิดหวัง กลัวว่าคนอื่นจะคิดเหมือนกับสิ่งที่เรากลัวแล้วเข้ามาคอมเมนต์ สิ่งที่เจ๊เคยมีความสุขกลายเป็นแหที่รัดและคลุมเจ๊จนไปไหนไม่ได้ 

มีช่วงหนึ่ง อันนี้ไม่เคยเล่าที่ไหนเลยนะ เจ๊ไม่กล้ามองกระจกเลย เห็นกระจกแล้วจะหันหนี เพราะกลัวส่องแล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่สวย เจ๊ผ่านตอนนั้นมาได้เพราะเพื่อนที่ทำ ไหนเล่าซิ๊ บอกเราว่า “เธอควรใจดีกับตัวเองมากขึ้นนะ คนเราต้องแก่ขึ้น มึงสามสิบกว่าแล้ว ทำมาได้ขนาดนี้ มึงลืมชมตัวเองไปบ้างรึเปล่า” คำพูดเหล่านี้ดีมากๆ มันช่วยให้เจ๊ไม่ใจร้ายกับตัวเองมากเกินไป

ยิปโซ : มันคือการที่เรากลัวว่าเขาจะมาแสดงความผิดหวังให้เราดู สิ่งนี้เกิดขึ้นกับทุกคนที่ให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของคนอื่น ถ้าเราเสพติดคำชมของคนอื่นเมื่อไหร่ ก็อาจจะมีจุดที่เรากลัวจะเสียมันไป วันนี้เรื่องพวกนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กับดาราแล้ว ทุกคนเป็นดารา ทุกคนมีโซเชียลมีเดีย วันหนึ่งถ้ายอดไลก์ไม่เท่าเดิมเราก็เครียด

ยิปซี : เจ๊เคยเป็นๆ มีครั้งหนึ่งช่วงออกกำลังกาย ได้ไลก์เป็นแสน จู่ๆ มีโพสต์หนึ่งไลก์ลดเหลือหกหมื่น เครียดมาก รูปนี้ไม่ดีเหรอ ทำไมวะ เกิดอะไรขึ้น

ยิปโซ : แต่นั่นแหละ สุดท้ายพอทุกคนทรมานมามากพอ เราก็จะหันกลับมาหาความสุขที่แท้จริง เหมือนที่เจ๊เจอ ไหนเล่าซิ๊ ก็ทำให้เจ๊กลับมาทบทวนตัวเองแล้วก้าวผ่านมาได้ นี่สิการยอมรับตัวเอง นี่สิเพื่อนที่เราสบายใจ

ยิปซี : โซก็เคยผ่านอะไรแบบนี้ตอนเป็นมังสวิรัติ ใช่มั้ยนะ

ยิปโซ : ใช่ บี๊เคยเป็นมังฯ แบบอ่อนๆ เรียกว่า Pescitarian คือกินปลากับไข่ได้ เห็นพี่เจ มณฑล (มณฑล จิรา) กินแบบนี้แล้วเขาดูมีความสุขมาก ตื่นขึ้นมากินแค่ผักผลไม้ กระโดดลงไปว่ายน้ำ แล้วขึ้นมาทำโยคะ เราอยากลองบ้าง สุดท้ายก็ทำได้และทำได้ง่ายด้วย ก็เลยทำมายาวๆ หกปี 

ถึงจุดหนึ่งรู้สึกว่า Pescitarian ยังไม่พอ อยากทำมากกว่านั้น วีแกนสิความจริงแท้ของมนุษย์ ฟันแบบนี้ สรีระแบบนี้ควรจะกินพืชไม่ใช่กินเนื้อ ทั้งโลกจะทำยังไงก็แล้วแต่เขา เราจะทำแบบนี้ ก็เลย Push ตัวเองมากขึ้น สรุปบี๊หันมากินวีแกนจริงๆ อีกสี่ปี รวมๆ สิบปี เกือบตาย

ยิปซี : เออ ตอนนั้นวันๆ แกอยู่กับแตงโมหนึ่งลูกบ้าง มะละกอหนึ่งแถวบ้าง

ยิปโซ : วีแกนไม่ได้มีอะไรแย่เลยนะ ไม่ว่าจะเป็นวีแกนแบบไหน แต่ปัญหาคือบี๊เป็นคนกินวีแกนที่กินไม่ดี ไม่ดีที่ว่าเคยถึงขั้นเป็น Anorexia กับ Bulimia ที่กินแล้วอาเจียน ตอนนั้นเป็นนรกของบี๊เลย บี๊เชื่อในหลัก Spiritual มันไม่ใช่ศาสนาใดศาสนาหนึ่งนะ แต่คือแก่นกลางของทุกศาสนาที่ต้องมีความเมตตา ทำดีต่อกัน บี๊เชื่อว่าการไม่เบียดเบียนคนอื่นอย่างการไม่กินเนื้อสัตว์ น่าจะช่วยให้ทั้งจิตวิญญาณและร่างกายดีขึ้น แถมเราตั้งข้อแม้ให้ตัวเองด้วยนะว่าการกินมังฯ ของเราต้องไม่ไปตัดสินคนอื่น ทุกคนเลือกได้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับตัวเอง ถ้าฉันกินมังสวิรัติเพราะรักสัตว์ แต่ฉันไม่รักสัตว์คนอื่นซึ่งคือมนุษย์ ฉันจะกินมังฯ ไปทำไม…

แต่สุดท้ายบี๊ค้นพบว่า คนหนึ่งที่เราตัดสินอยู่ตลอดเวลาก็คือตัวเอง กินเยอะเกินคือไม่ดี ทำไม่ได้คือไม่มีค่า เราพยายามเป็นคนดีโดยล้อมกรอบทุกอย่างไว้หมด คือบี๊ไม่ได้บอกให้เราไม่ทำสิ่งดีนะ แต่เราไม่ควรจะทำสิ่งดีแบบบังคับว่าสิ่งดีมีแค่แบบนี้แบบเดียว ตอนนั้นเลยหยุดพัก ไหนลองทำตัวธรรมดาดูซิ กินเหมือนคนอื่น ไม่คิดมาก พอเริ่มปรับตัวได้ปุ๊บ กลายเป็นว่าเราไปสุดเลย กินเนื้อกินทุกอย่าง ฉันจะปลดแอกตัวเอง

ยิปซี : เออ เจ๊งงมาก ตอนนั้นถามป๊าว่าโซไปไหน ป๊าบอกโซไปกินเนื้อย่าง เจ๊แบบ ห้ะ มันเลิกเป็นวีแกนแล้วเหรอ

ยิปโซ : ใช่ แล้วพอไปสุดอีกฝั่งหนึ่งปุ๊บ สุดท้ายมันเคลื่อนเข้าตรงกลาง บี๊คิดว่า คนเราจะเจอตรงกลางได้ ต้องไปซ้ายสุดขวาสุดก่อน แล้วจะรู้ว่าตรงกลางของเราอยู่ตรงไหน วันนี้บี๊ไม่ได้เป็นอะไรเลย ไม่ได้เป็นมังฯ ไม่ได้ไม่เป็นมังฯ แค่เป็นคนที่มีอะไรกินก็กิน ใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นอย่างเป็นธรรมชาติ กินมังสวิรัติบ้างเป็นบางมื้อ 

ยิปซี : เรื่องเดิมนี่เนอะ สุดท้ายคนเราก็สร้างกรอบบางอย่างมาคลุมตัวเองอยู่ดี ถ้ายูไม่ออกกำลังกาย ถ้ายูไม่ดูแลตัวเอง คือยูไม่โอเค 

ยิปโซ : สิ่งต่างๆ ที่เราทำ เราคิดไปว่านั่นคือสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข แต่กลายเป็นว่าสิ่งนั้นกลับสร้างข้อแม้ให้การมีความสุขของเรา บี๊คิดว่าตัวบี๊เองและใครหลายคนเข้าใจความสุขผิดไป

ยิปซี-ยิปโซ คุยเรื่องจากวงการบันเทิงสู่ YouTuber เมื่อสิ่งที่รักทำให้เผลอเกลียดตัวเอง ชุดแต่งงาน และความรักที่สลายอีโก้
05

เรียนรักภาคปฏิบัติ

ยิปซี : ถ้าให้โซสรุปชีวิตรักที่ผ่านมาของเจ๊เป็นคำคำเดียว โซว่าเป็นคำว่าอะไร

ยิปโซ : เรียนรู้เชิงปฏิบัติ เจ๊มีเรื่องราวความสัมพันธ์เยอะกว่าบี๊ บี๊ไม่ได้อยากมีความสัมพันธ์อะไรมากมาย อยากเจอดีๆ แล้วจบเลย บี๊คิดว่า สิ่งที่เจ๊ผ่านมาทั้งหมดต้องอาศัยความกล้าหาญ คุณต้องพร้อมเจ็บ เพราะไม่มีความรักครั้งไหนไม่เจ็บ แล้วเจ๊ก็ได้เรียนรู้เยอะมากจากความรักทุกครั้ง เจ่เจ๊กลายเป็นคนที่รักเป็นขึ้นเรื่อยๆ เราหาบทเรียนนี้จากที่อื่นไม่ได้นอกจากต้องเจอด้วยตัวเอง 

ไหนเจ๊รีวิวความรักของบี๊บ้างดิ นึกถึงคำไหนเป็นคำแรก

ยิปซี : นึกถึงคำว่า ลิมิเต็ด

ยิปโซ : เฮ้ย เออ จริงๆๆ

ยิปซี : ยูลิมิเต็ดทั้งในแง่ของจำนวนครั้งและปริมาณความรัก โซเป็นคนกั๊ก แต่กั๊กอย่างมีเหตุผล คือกั๊กเพราะกลัว ไปไม่สุดเพราะไม่อยากเจ็บ 

ยิปโซ : เราเชื่อมาตลอดว่า ในเรื่องความรัก ยังไงวันหนึ่งก็ต้องจากกัน แม้แต่คนที่เรารักที่สุดอย่างพ่อแม่ วันหนึ่งก็ต้องจาก เราคิดแบบนี้ตั้งแต่เด็ก เราเลยลิมิเต็ดอย่างที่เจ๊ว่า จนครั้งล่าสุดนี่แหละ บี๊ถึงได้เรียนรู้จริงๆ สักที คือถ้าเป็นในห้องเรียน เจ๊อะเรียนรู้เชิงปฏิบัติ ส่วนบี๊เป็นเด็กหนีเรียน 

ทั้งสองคน : (หัวเราะ)

ยิปซี : โซว่าความรักให้อะไรและเอาอะไรไปจากโซบ้าง

ยิปโซ : ต่อให้ประสบการณ์บี๊จะน้อย แต่บี๊ได้นะ ความรักทำให้บี๊รักเป็นมากขึ้น บี๊รู้นะว่าตัวเองช้าเหมือนเต่าเลย แต่ทุกครั้งที่บี๊มีความรัก แม้แต่ความรักที่ล้มเหลว บี๊ก็ได้เรียนรู้เสมอ อ๋อ อันนี้ไม่ใช่ อ๋อ อันนี้เจ็บตรงนี้ว่ะ ความรักทำให้บี๊เข้าใจคนอื่นๆ ที่เจ็บปวดมากขึ้น 

ส่วนความรักเอาอะไรจากบี๊ไป บี๊ว่าวันนี้ยังเอาไปไม่มากพอนะ อยากให้เอาไปมากกว่านี้อีก ความรักเอาอีโก้ของบี๊ไปเรื่อยๆ ถ้าบี๊เรียนรู้ที่จะรักเป็นไปเรื่อยๆ อีโก้อาจจะหายไปจนหมด วันหนึ่งบี๊อาจจะมีความสุขได้โดยไม่มีเงื่อนไข แล้วเธอล่ะเจ๊ ความรักให้อะไรกับเธอ (ยิ้ม)

ยิปซี : เจ๊ชอบทุกความสัมพันธ์ที่ผ่านมามากๆ ทั้งที่ได้เป็นแฟนหรือไม่ได้เป็น ทั้งที่เราทำตัวดีหรือแย่ ความรักทำให้เราเป็นแบบนี้ และที่ชอบที่สุดคือความรักทำให้รู้สึกว่า นี่แหละ เรายังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เรามีความสุข หรือตอนที่เศร้าแทบตายร้องไห้หัวใจบีบ เราโอบกอดทุกสิ่งทุกอย่างเลย ซาดิสต์เปล่าวะ (หัวเราะ)

เอาอะไรไปบ้าง ครั้งเดียวเลยมั้งที่เจ็บหนัก ครั้งนั้นความรักทำให้เราสูญเสียความเป็นตัวเอง ทั้งคุณค่าและการนับถือตัวเอง จะเรียกว่าเป็นความรักแบบผิดๆ ก็ได้ แต่สุดท้ายก็ดีนะที่วันนั้นเกิดขึ้น การได้เจอกับวันที่เราตกเหวนรก ทำให้ได้เรียนรู้ว่าทางนั้นน่ะผิด ฉันจะไม่ก้าวไปอีกแล้ว เจ๊ได้หันกลับมาฝึกรักตัวเอง กลับมาตัวฟูได้อีกครั้ง

06

ชุดแต่งงานธีมเจ้าหญิงและสุขแท้จริงที่ไร้เงื่อนไข

ยิปโซ : เวลาให้สัมภาษณ์ เจ่เจ๊ไม่ค่อยตอบเรื่องความฝันเลย เอาจริงๆ มีปะ

ยิปซี : จริงๆ เจ๊มีนะ แต่จะเป็นฝันยิบย่อย อยากทำอันนี้อันนู้น แล้วก็อยากมีความรักแบบป๊ากับม้า อายจัง เราดูเป็นผู้หญิงกร้านโลกเนอะ แต่ลึกๆ แล้วเจ๊มีความฝันที่จะได้แต่งงานและได้ใส่ชุดสวยๆ เป็นเจ้าหญิงดิสนีย์ เจ๊เคยส่ง Reference ชุดแต่งงานให้เพื่อนดู เป็นชุดเจ้าหญิงกระโปรงพองหมดเลย เพื่อนตอบมาว่า เฮ้ย มึงจะใส่แบบนี้ไม่ได้นะ (หัวเราะ)

ยิปโซ : เฮ้ย ได้ดิ เจ่เจ๊ไม่ต้องคิดมาก อยากทำอะไรทำเลย

ยิปซี : ก็อินเนอร์ข้างใน ฉันยังอยากเป็นเจ้าหญิงอยู่ไง

ยิปโซ : อย่าไปคิดมากเจ๊ เดี๋ยวช่วยๆ

ยิปซี : แล้วแกมีความฝันมั้ย หรือมีแต่ความมุ่งมั่นเหมือนที่พูดใน ยิปย่อย

ยิปโซ : อยากเป็นคนมีความสุข พออยู่มาเรื่อยๆ เราพยายามปรับแก้อะไรบางอย่างของตัวเองเพื่อให้มีความสุขมากขึ้น บี๊อยากมีความสุขโดยไม่พึ่งพาปัจจัยภายนอก เป็นคนที่สุขได้โดยไม่มีเงื่อนไข ไม่รู้จะเป็นได้จริงมั้ย อาจจะนามธรรมหน่อย แต่บี๊อยากเป็นจริงๆ นะ 

ยิปซี-ยิปโซ คุยเรื่องจากวงการบันเทิงสู่ YouTuber เมื่อสิ่งที่รักทำให้เผลอเกลียดตัวเอง ชุดแต่งงาน และความรักที่สลายอีโก้
ยิปซี-ยิปโซ คุยเรื่องจากวงการบันเทิงสู่ YouTuber เมื่อสิ่งที่รักทำให้เผลอเกลียดตัวเอง ชุดแต่งงาน และความรักที่สลายอีโก้
07

เป็นน้องยิปซี เป็นพี่ยิปโซ

ยิปโซ : รู้สึกยังไงที่เป็นพี่ของยิปโซ เฮ้ย มันต้องซึ้งแน่เลยอะ

ยิปซี : อย่ามาบิลด์ แค่เห็นคำถามฉันก็ขนลุกแล้ว

(นิ่งไป 5 วินาที)

ยิปซี : เจ๊จะร้องไห้อะ

ยิปโซ : อย่าเพิ่งร้อง

ยิปซี : โอเค เมื่อก่อนรู้สึกเครียด ก็เหมือนที่เคยเขียนให้โซนั่นแหละ สำหรับเจ๊ โซเป็น Beautiful Soul ตั้งแต่เด็ก การได้เป็นพี่ของคนที่ดี สวยงาม และบริสุทธิ์ขนาดนี้ เครียดจัง กดดันจัง แล้วฉันก็เอาเธอมาเทียบกับตัวเองตลอด ฉันคิดว่า ฉันคงเป็นแบบโซไม่ได้หรอก โซเจิดจ้าเหลือเกิน ขอถอยออกมาดีกว่า เพราะอยู่กับเธอแล้วฉันรู้สึกแย่กับตัวเอง ทั้งที่จริงๆ ฉันชื่นชมเธอมากๆ

จนวันหนึ่งที่เจ๊ก้าวผ่านความป๊อดของตัวเอง ได้กลับมาคุยกับโซ ได้มองกันใกล้ขึ้น ได้อยู่ข้างๆ เจ๊รู้สึกภูมิใจมากๆ ยูเป็นมนุษย์ที่พิเศษ โลกใบนี้โชคดีแล้วที่มีคนแบบนี้ โชคดีจังที่ได้รู้จักกัน ดีจังที่ตอนนี้เป็นแบบนี้

ยิปโซ: เนี่ย สุดท้ายก็ดราม่า

ยิปซี : เขาเขียนคำถามนี้มาเพื่อฆ่าเราชัดๆ เลย 

ยิปโซ : ไม่ร้องๆ ฮึบๆ อยากบอกว่าฝั่งน้องอะ ไม่เคยคิดเลยว่าเจ๊จะรู้สึกกับบี๊แบบนี้ได้ยังไง สภาพบี๊ไม่มีอะไรที่เรียกว่าเจิดจ้าเลย เจ๊ต่างหากที่เจิดจ้า ตอนเด็กๆ บี๊น้อยใจนะ ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ่เจ๊ไม่รัก เราอยากอยู่กับพี่ แต่ทำไมพี่ไม่อยากอยู่ด้วย ฮึ้ย แย่แล้ว (น้ำตาคลอ)

ยิปซี : ไม่เป็นไร โซไม่รอดหรอก (ยิ้ม)

ยิปโซ : พอต่างคนต่างแยกย้ายไป บี๊ก็พยายามปรับตัว บอกตัวเองว่าต้องอยู่โดยไม่มีเจ๊ให้ได้ พอวันหนึ่งเราได้โคจรมาเจอกันอีกครั้ง ได้คุยกันว่าทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ ในที่สุดบี๊ก็ได้ปรับความเข้าใจกับเจ๊

ณ วันนี้ สำหรับบี๊เจ๊คือแรงบันดาลใจ ไม่ใช่ในฐานะยิปซีที่หน้าท้องสวยหุ่นดี สิ่งนี้ไม่ได้สำคัญ แต่สิ่งที่บี๊ชื่นชม คือความสามารถในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ความเข้มแข็งในทุกอย่างที่เจ๊ผ่านมาในชีวิต เจ๊ผ่านอะไรมาเยอะมาก บี๊นับถือเจ๊จริงๆ โคตรดีใจที่มาลงล็อกในจุดที่เจ่เจ๊ภูมิใจในน้องสาวและบี๊ก็นับถือพี่สาว… 

เอ้า! เจ๊หัวเราะนี่หว่า โคตรเฟกเลย 

ยิปซี : ฉันปรับมู้ดไงเธอ เย่ๆๆ

ทั้งสองคน : (หัวเราะ)

ภาพ : คีรติ และ อริย์กันตา มหาพฤกษ์พงศ์

Writer

สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ

มนุษย์ภูเก็ต เด็กนิเทศที่ทำงานพิเศษเป็นนักเล่าเรื่อง โกโก้ หนัง และฟุตบอล ช่วยให้เข้านอนอย่างมีคุณภาพ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load