วิชา : Alles Groeit (ทุกสรรพสิ่งล้วนเติบโต) 

ประเภทวิชา : วงจรชีวิต 

คุณสมบัติผู้เรียน : มีความอยากรู้อยากเห็นและชื่นชอบธรรมชาติ 

เก็งข้อสอบ : การพึ่งพาอาศัยของพืชและสัตว์ 

ชวนมาดูว่าเด็กๆ อายุ 6 – 9 ขวบ ในประเทศเนเธอร์แลนด์ เรียนวิชาอะไรบ้างนอกเหนือจากในห้องเรียน 

หลังจากเราดูสารคดีของ เดวิด เอตเทนเบอโร (David Attenborough) ใน Netflix จนจบ ก็เกิดความคิดที่ว่า มันคงจะดีนะ ถ้าเด็กๆ ถูกปลูกฝังเรื่องสิ่งมีชีวิตกับธรรมชาติตั้งแต่อายุน้อยๆ และวันดีคืนดีเราก็สงสัยว่าที่เนเธอร์แลนด์เราจะไปเก็บเห็ดมากินได้มั้ยนะ ก็เลยหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเรื่องการเก็บเห็ดในป่า จนไปเจอศูนย์การเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติที่ชื่อว่า Milieu Educatie Centrum อยู่ใกล้บ้านมากๆ และไม่เกี่ยวกับการหาเห็ดมากินแต่อย่างใด

เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ
เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ

หลังจากเราเข้าไปในเว็บไซต์ของศูนย์การเรียนรู้ ก็เกิดความคิดว่า ลองสมัครเป็นครูอาสาดูดีกว่า เพื่อเป็นการฝึกภาษาดัตช์ไปในตัว แต่ลึกๆ ก็เตรียมใจไว้แล้วว่า ถ้าภาษาไม่ดีพอ จะขอเขาทำสวน ปลูกผัก พรวนดินแทน 

หลังจากนัดเจอและพูดคุยกับศูนย์การเรียนรู้ เขาชักชวนเราไปเป็นครูผู้ช่วย โดยการเดินเข้าป่าไปกับเด็กๆ และพูดคุยระหว่างทาง วิชาแรกที่ได้รับมอบหมาย ชื่อวิชา Alles Groeit แปลเป็นภาษาไทยว่า ‘สรรพสิ่งล้วนเติบโต’ 

เริ่มต้นโดย คุณลุงบาร์ต รับบทดำเนินรายการเล่าเรื่องผึ้งที่พบปะสัตว์ต่างๆ และชักชวนไปนอนโรงแรม 

เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ

นายหนอน นอนห้องที่ 1 

นางสาวลูกอ๊อด นอนห้องที่ 2

นางสาวเต่าทอง นอนห้องที่ 3 

เวลาผ่านไป ก็อก ก็อก ก็อก – เคาะประตูเรียกแต่ละห้อง 

เฮ้ย หนอนหายไปแล้ว ผีเสื้อมาได้ยังไง แอบเข้ามาเหรอ สัตว์แต่ละห้องก็ทยอยกลายเป็นสัตว์อีกแบบ 

เด็กๆ ค่อยๆ ยกมือถามทีละคนว่า ลูกอ๊อดโตไปเป็นอะไร หนอนโตไปเป็นอะไร 

เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ

เด็กๆ ที่เข้าร่วมมีประมาณ 20 – 30 คน ต่อคลาส และแบ่งเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 7-8 คน แต่ละกลุ่มจะได้รับกระเป๋าเป้หนึ่งใบ ด้านในมีขวดโหล ถาด แว่นขยาย ขวดโหลขนาดเล็กพร้อมฝาปิดแบบแว่นขยาย และเด็กแต่ละคนจะได้รับมอบหมายตามสิ่งที่ตัวเองถนัด ทั้งขอเป็นคนสะพายเป้ ขอถือขวดโหล ขอจับแมลง ขอถือถาดไว้ใส่หอยทาก 

ระหว่างเดินป่า เราก็สังเกตเห็นว่า เด็กๆ เกือบทุกคนล้วนสวมรองเท้าบูต เนื่องจากประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่ฝนตกตลอดปี เด็กๆ ที่นี่เลยคุ้นชินกับหน้าฝนและมีเสื้อผ้ากันฝนที่เตรียมพร้อมอยู่เสมอ 

เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ

อ้อ เด็กๆ จะเรียกเราว่า Juf (เยิฟ) แปลว่า คุณครู บางคนก็เรียก Mevrouw (Miss ในภาษาอังกฤษ)

หลังจากออกไปสำรวจสัตว์ในป่าเสร็จเรียบร้อยก็กลับมาที่ศูนย์การเรียนรู้อีกครั้ง เพื่อทบทวนความรู้จากในป่า และแลกเปลี่ยนสัตว์ที่จับได้กับเพื่อนๆ เพลิดเพลินกันได้สักพักก็แบ่งกลุ่มย่อยๆ อีก 3 กลุ่มให้เด็กเข้าร่วม 

เรื่องกำลังจะเริ่มที่ตู้ลูกอ๊อดที่ทำให้เราหัวใจจะวายตอนที่เด็กๆ รุมกันจ้วงจับลูกอ๊อดในตู้ แล้วเอามาส่องกับแว่นขยาย เลอะเทอะไปหมด (ฮ่าๆ) ซึ่งลูกอ็อด ภาษาดัชต์คือ Kikkervisje ส่วน ไข่กบ ภาษาดัชต์คือ Kikkerdril 

พอจับใส่ขวดปุ๊บ ก็มาส่องดูร่างกายลูกอ๊อด 

เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ
เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ

ถัดมาเป็นโต๊ะที่สอนเรื่องวงจรชีวิตสัตว์ 

เด็กๆ ต้องเรียงภาพตั้งแต่เกิดยันโตของสัตว์แต่ละชนิด เราเดินเช็กทีละภาพ และกล่าวชมเด็กๆ ทีละคน 

เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ

กลุ่มสุดท้ายเป็นโต๊ะกลุ่มวงจรผีเสื้อ โดยผีเสื้อที่มีอยู่ในศูนย์เป็นผีเสื้อที่พบเจอได้ในสวนตามบ้านทั่วไปของคนเนเธอร์แลนด์ ชื่อพันธุ์ว่า Koolwitje แปลเป็นภาษาไทยคือ พันธุ์กระหล่ำปลีขาว (จิ๋ว) ปีกมีสีขาวแซมจุดสีดำ 

หลังจบคลาสเด็กๆ ก็ช่วยกันทยอยคืนสัตว์กลับเข้าสู่ป่าดังเดิม 

เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ

ในแต่ละวันจะมีการเรียนการสอนวิชาห้องเรียนธรรมชาติจำนวน 2 คาบ ตั้งแต่ 09.00 – 12.00 น. ส่วนช่วงบ่ายจะเป็นการปลูกผักและทำปุ๋ย รวมทั้งทำโรงแรมผึ้ง ปลูกทานตะวัน ปลูกอะโวคาโด แต่ช่วงนี้ฝนตก ลมแรง เลยต้องเก็บเจ้าพวกต้นกล้าเอาไว้ข้างในก่อนเอาไปลงดินที่แปลงข้างนอก ซึ่งการเรียนการสอนในแต่ละครั้งจะไม่เหมือนกัน

เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ

มีการสอนดูสภาวะเมฆ สอนแยกขยะ สอนดมดอกไม้ สอนกินพืช สอนเรื่องพลังงานทดแทน (กังหันลม เป็นกิมมิกของประเทศนี้เลย) แล้วก็พาเด็กๆ ไปฟาร์มโดยการปั่นจักรยาน ให้เด็กเอาจักรยานมาเองและปั่นไปด้วยกัน 

นอกจากเด็กๆ เนเธอร์แลนด์จะไม่กลัวฝนแล้ว เด็กที่นี่ปั่นจักรยานไปโรงเรียนตั้งแต่อายุ 4 ขวบเลย 🙂 

ทิ้งท้ายสักนิด วันก่อนเราไปกินอาหารเที่ยงที่ร้านอาหารใกล้บ้าน มีเด็กผู้หญิงชวนไปดูปลาที่บ่อแถวนั้น พร้อมทั้งถกแขนเสื้อจ้วงเอาเศษขยะในบ่อ มีทั้งใบเสร็จ ฝาขวดน้ำอัดลมแบบสเตนเลส พลาสติก โดยให้เหตุผลว่าไม่อยากให้ปลาเผลอกินเข้าไป และจากบทความข้างต้น จะเห็นได้เลยว่าเด็กๆ ที่นี่ถูกปลูกฝังให้อยู่ร่วมกันกับธรรมชาติและรักษาทรัพยากรธรรมชาติ

ไว้ครั้งหน้ามีสอนเรื่องอะไรอีกบ้าง เราจะกลับมาเล่าให้ฟังอีกนะคะ 

เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

อัจฉราพรรณ พาลี

หญิงสาวอายุยี่สิบปลาย อาศัยอยู่เมืองไลเดน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ชอบอยู่ใกล้เด็กและธรรมชาติ ชอบเที่ยวป่าและกำลังตัดสินใจซื้อรถคาราวาน

โรงเรียนนานาชาติ

บทเรียนจากการไปใช้ชีวิตในทั่วโลก

หลายๆ คนน่าจะเคยเห็นการจัดลำดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกผ่านตามาบ้าง

เคยสังเกตไหมว่าประเทศเดนมาร์กอยู่ไม่เคยเกินอันดับ 3 ของลิสต์ เราเลยอยากแบ่งปันปรัชญาการแสวงหาความสุขแบบคนเดนส์ เป็นประสบการณ์ที่เราสัมผัสมาด้วยตัวเองจากการไปทำงานที่โคเปนเฮเกน

บันทึกเคล็ดลับ ฮุกกะ (Hygge) ที่ทำให้คนเดนมาร์กมีความสุข โดยสาวไทยในโคเปนเฮเกน

ปีก่อนเราทำงานเป็น Management Consultant ของบริษัทสิงคโปร์ ออฟฟิศใหญ่อยู่เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เลยมีโอกาสทำโปรเจกต์ที่นั่นคนเดียวอยู่เกือบปี และเรื่อง Hygge นี่แหละเป็นสิ่งที่เราประทับใจที่สุดจากการสัมผัสวัฒนธรรมเดนิช

เดนมาร์กเป็นประเทศเล็กๆ มีประชากรแค่ 4 ล้านคน สภาพอากาศค่อนข้างหนาวเย็น ไร้แสงอาทิตย์เกือบตลอดปี และเป็นประเทศที่ภาษีแพงเกือบที่สุดในโลก โดยมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ 

ทำไมคนเดนส์ถึงมีความสุขกับชีวิตมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มารู้ความลับกัน

Hygge (อ่านว่า hue-guh / ฮุกกะ) เป็นคำภาษาเดนิชที่หาคำภาษาอังกฤษแปลตรงความหมายเป๊ะๆ ไม่ได้ ทำนองเดียวกับคำว่า Zen ของญี่ปุ่น มีความหมายลึกซึ้งกว่าความเรียบง่าย แต่ฝังรากลึกลงไปในวัฒนธรรม รูปแบบความคิดและความเป็นอยู่ นั่นคือ ไลฟ์สไตล์ ส่วน ฮุกกะ ถ้าจะให้แปลแบบใกล้เคียงที่สุด คือคำว่า Cozy ความอบอุ่น เป็นความรู้สึกอบอุ่นของหัวใจ

ฮุกกะเป็นบรรยากาศของความสบาย อาจจะเริ่มจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ส่งผลให้เกิดความผ่อนคลายของร่างกายก็ได้ จิตใจก็ได้ หรือความอบอุ่นใจจากการอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวและเพื่อนที่สนิท 

บันทึกเคล็ดลับ ฮุกกะ (Hygge) ที่ทำให้คนเดนมาร์กมีความสุข โดยสาวไทยในโคเปนเฮเกน

ฮุกกะเริ่มฮิตติดเทรนด์ในอเมริกาตั้งแต่ถูกจัดเป็นคำศัพท์แห่ง ค.ศ. 2016 แต่เรารู้สึกว่ายังไม่ค่อยได้ยินเรื่องของฮุกกะในไทยหรือในเอเชียเท่าไหร่ ซึ่งคนเดนส์เชื่อความสุขไม่ใช่เหตุการณ์ยิ่งใหญ่อย่างการถูกลอตเตอรี่ แต่มันคือสิ่งเล็กๆ พวกนี้ที่เราแสวงหา และสร้าง ‘ฮุกกะ’ ให้ตัวเองในแต่ละวัน

ฮุกกะของคนเดนส์

1. การตกแต่งบ้านที่ทำให้ผ่อนคลายและเยียวยาจากชีวิตยุ่งๆ นอกบ้าน คือ ฮุกกะ

บ้าน สำหรับคนเดนส์ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่สำหรับเยียวยาตัวเองการจากทำงานหนักนอกบ้านมาทั้งวัน บ้านเป็นสถานที่แห่งความผ่อนคลาย เป็นพื้นที่สำหรับพบปะสังสรรค์กับคนสนิทและครอบครัว คนเดนส์เลยให้ความสำคัญกับการแต่งบ้านมาก ลงทุนกับดีไซน์และวัสดุคุณภาพ ถ้าถามว่าลงทุนขนาดไหน เอาเป็นว่ามีรุ่นพี่ในทีมของเราซื้อประตูไม้มะฮอกกานีทั้งแผ่นราคาเกือบแสน สั่งทำแบบพิเศษสำหรับอพาร์ตเมนต์ของตัวเองก็ทำมาแล้ว

แต่งบ้านยังไงให้ฮุกกะ

บ้านที่ฮุกกะสำหรับคนเดนส์มักเริ่มด้วยการจัดแสงโทนอุ่น เช่น วางเชิงเทียนบนโต๊ะกินข้าว เตาผิง และมุมต่างๆ ของบ้าน เฟอร์นิเจอร์เน้นวัสดุธรรมชาติ ไม้เนื้อแข็ง ผ้า เพิ่มเติมด้วยพรม ขนสัตว์ หรือผ้าตกแต่งที่โทนสีล้วนใกล้เคียงกับสีธรรมชาติ เท่านี้บ้านก็กลายเป็นที่ที่เราอยากรีบกลับไปหา และรีชาร์ตตัวเองให้พร้อมสำหรับวันใหม่

บันทึกเคล็ดลับ ฮุกกะ (Hygge) ที่ทำให้คนเดนมาร์กมีความสุข โดยสาวไทยในโคเปนเฮเกน

อันนี้เป็นการจัดแต่งอาหารเช้าของโรงแรมที่เราพัก ทุกโต๊ะมีแก้วเทียน สังเกตว่าโทนสีเป็นไม้ หนังสัตว์ ทุกอย่างให้ความรู้สึก Down to Earth แค่มองก็รู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย ให้คะแนนความฮุกกะ 9/10 

(ถ้ามีเพื่อนสนิทนั่งกินข้าวด้วยกัน จะให้คะแนนเต็ม)

2. การได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกับครอบครัวและคนที่สนิท คือ ฮุกกะ

ฮุกกะกับการเข้าสังคม ก่อนหน้าเราเล่าไปแล้วว่าคนเดนส์เป็นชาติที่ค่อนข้างเก็บตัวและเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณในเรื่องของกลุ่มเพื่อน เพื่อนที่คบมักเป็นเพื่อนที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยเด็ก คบกันมาจนแก่ เป็นเพราะคนเดนส์มองว่าการใช้เวลากับเพื่อนสนิท ทำให้พวกเขาไม่ต้องห่วงภาพลักษณ์ เป็นตัวของตัวเองได้ คุยอะไรด้วยก็สบายใจ

อันนี้ก็เรียกว่าเป็นฮุกกะเหมือนกัน

รุ่นพี่คนเดนส์ในทีมอธิบายฮุกกะของตัวเองว่า การชวนเพื่อนสนิทมาทำกับข้าวด้วยกันที่บ้าน นั่งคุยกันจนดึก ทุกคนอยู่ในชุดสบายๆ ไม่มีใครแต่งหน้าทำผม ความสนใจทั้งหมดอยู่ที่เรื่องที่คุย บรรยากาศดีๆ อาหารอร่อยๆ 

ปรัชญามิตรภาพของคนเดนส์ค่อนข้างสอดคล้องกับหลายการวิจัยเกี่ยวกับศาสตร์แห่งความสุข นั่นคือข้อสำคัญที่บ่งบอกว่ามีความสุขกับชีวิตหรือไม่ คือความพึงพอใจในความสัมพันธ์ของเรากับคนอื่น ทั้งครอบครัวและเพื่อนฝูง

บันทึกเคล็ดลับ ฮุกกะ (Hygge) ที่ทำให้คนเดนมาร์กมีความสุข โดยสาวไทยในโคเปนเฮเกน
Brunch ที่บ้านเพื่อนร่วมงานชาวเดนมาร์ก ทุกคนแบ่งกันเอาอาหารมาและเจ้าของบ้านอบขนมปังเอง

3. บางที ฮุกกะ ก็คือการดูแลตัวเองทั้งกายและใจ

ถึงฮุกกะมักจะหมายถึงโมเมนต์ดีๆ ที่เราแบ่งปันกับคนอื่น แต่ฮุกกะก็ให้ความสำคัญกับตัวเราเองเช่นกันว่ารู้สึกผ่อนคลาย และ Fulfill หรือเปล่า เพราะฉะนั้น จริงๆ แล้วฮุกกะอาจจะต้องเริ่มต้นที่ตัวเราเอง 

คนเดนส์ให้ความสำคัญกับ ‘Me time’ และการหาเวลา Slow Down ในแต่ละวัน เช่น การใช้เวลากับการทำกาแฟร้อนๆ สักแก้ว การขดตัวหน้าเตาผิงแล้วอ่านหนังสือดีๆ สักเล่ม แม้กระทั่งการออกไปเดินเล่นผ่อนคลาย

บันทึกเคล็ดลับ ฮุกกะ (Hygge) ที่ทำให้คนเดนมาร์กมีความสุข โดยสาวไทยในโคเปนเฮเกน

แฟชั่นของสาวๆ ชาวเดนส์ก็ยังเน้นความสบายมากกว่าความสวยงาม เสื้อไหมพรมนิ่มๆ ผ้าพันคอ การออกจากบ้านได้แบบไม่แต่งหน้า ขมวดผมมวย หรืออะไรก็ได้ที่สบายตัวและสบายใจของเจ้าตัวเป็นพอ คนอื่นไม่เกี่ยว

มีครั้งหนึ่งเราบ่นกับเพื่อนชาวเดนส์ว่า เราไม่ชอบใส่ยีนส์เลยเพราะขาดูใหญ่ เพื่อนหันมาทำหน้างงแล้วบอกว่า “ยูรู้ไหม เราไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้เลยแฮะ” เรารู้สึกว่าฮุกกะเป็นคอนเซปที่มีพลัง เพราะมันคือความสุขที่สร้างได้ และเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน

ไม่ว่าฮุกกะของเราจะเป็นการกินข้าวเย็นพร้อมกันกับครอบครัว ทำขนม อ่านหนังสือ อย่าลืมแบ่งเวลาให้สิ่งเหล่านี้ และอย่าลืมแบ่งความสุขในโมเม้นต์ฮุกกะให้กับคนสำคัญๆ ในชีวิตด้วย เพราะว่า

“Happiness is sweetest when shared.”

บันทึกเคล็ดลับ ฮุกกะ (Hygge) ที่ทำให้คนเดนมาร์กมีความสุข โดยสาวไทยในโคเปนเฮเกน

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ชมพูนุช ชัชวาลย์

นักเดินทางที่ไปมาทุกทวีปทั่วโลก ทุกครั้งมีจุดหมายเพื่อไปทำงาน แต่ระหว่างทางก็มีเรื่องราวดีๆ เก็บมาเป็นความประทับใจเล่าสู่กันฟัง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load