あいのり Asian Journey (2017)

Genre: TV Reality, Netflix original series

Country: Japan

Duration: 1 season, 22 episodes (ความยาวแต่ละตอน 28 นาทีโดยประมาณ)

*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของรายการ*

 

ผู้เขียนไม่ค่อย ‘เชื่อ’ ในรายการหาคู่เท่าไหร่

หนึ่ง-ส่วนตัวแล้วผู้เขียนอุปาทานไปเองว่าบุคคลที่ได้มาร่วมรายการเหล่านี้เขามีเหตุผลอะไร เขาสิ้นหวังขนาดไหนในชีวิตจริง ถึงต้องพึ่งพาอาศัยรายการเหล่านี้เพื่อช่วยให้ประสบความสำเร็จในความรัก สอง-ไม่แน่ว่าสิ่งที่เห็นอยู่ในรายการที่ออกอากาศมานั้น เป็นเหตุการณ์จริง หรือแค่บทละครฉากหนึ่งเท่านั้น

อย่างน้อยการที่คนได้รักกันมันเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว แต่ใครที่เป็นคนสร้างความรักให้ก่อตัวขึ้นมาล่ะ ระหว่างพรหมลิขิตบันดาล หรือการสร้างความรักด้วยมือของเราเอง

Ainori Love Wagon : เรียลิตี้ญี่ปุ่นที่พาหนุ่มสาวเดินทางด้วยกันทั่วโลก

‘สื่อรักบัสสีชมพู’ หรือ Ainori Love Wagon เป็นรายการที่มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่นในปี 2542 ออกอากาศทางช่องฟูจิทีวีถึงปี 2553 สำหรับเวอร์ชันล่าสุด Asian Journey เป็นการรีบูตอีกครั้งหนึ่งในรอบ 8 ปี โดยเป็นการออกอากาศพิเศษบน Netflix ซึ่งตอนนี้ได้รับการอนุมัติให้ผลิตซีซันที่ 2 และจะออกอากาศในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้

รูปแบบรายการไม่มีอะไรซับซ้อนมาก รถตู้หนึ่งคันเดินทางไปในหลากหลายประเทศ ชาย 4 หญิง 3 จากญี่ปุ่นจะร่วมออกเดินทางและเรียนรู้วัฒนธรรมด้วยกัน โดยในซีซันนี้ บัสสีชมพูได้เดินทางผ่านเส้นทางในประเทศแถบเอเชีย ได้แก่เวียดนาม พม่า ไต้หวัน ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์

เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ใครในทริปอยากจะ ‘สารภาพรัก’ เขาหรือเธอคนนั้นจะไปขอตั๋วเดินทางกลับญี่ปุ่นจากคนรถ และลุ้นให้คนคนนั้นตอบรับรักกลับมา ถ้าตอบตกลง ทั้งสองคนก็จะจูบกัน และกลับญี่ปุ่นด้วยกัน แต่ถ้าเกิดการปฏิเสธ ผู้สารภาพรักจะต้องออกจากรายการไป ไม่ว่าการสารภาพรักจะสมหวังหรือไม่ เมื่อมีผู้ออกจากการเดินทางไป จะมีสมาชิกใหม่เข้ามาแทนที่ ทุกอย่างจะหมุนเวียนไปแบบนี้จนจบการเดินทาง

หนุ่มออฟฟิศ พนักงานร้านขายอุปกรณ์กีฬา พนักงานร้านเบเกอรี่ ลูกครึ่งที่กำลังจะโดนคลุมถุงชน ดีเจ จิตรกร ทายาทธุรกิจ พนักงานเคาน์เตอร์เครื่องสำอาง นักศึกษา เวดดิ้งแพลนเนอร์ เด็กเสิร์ฟ นางงามประจำจังหวัด หรือผู้หญิงธรรมดาที่คิดว่าตัวเองหน้าตาไม่ดีเท่าคนอื่น เหล่านี้คือตัวละครที่เป็น ‘เมมเบอร์’ หรือสมาชิกที่เดินทางไปกับ ‘บัสสีชมพู’ คันนี้ ซึ่งเมมเบอร์ทุกคนต่างมีภูมิหลังชีวิต พฤติกรรม นิสัยใจคอ และทัศนคติที่ต่างกัน

เรื่องราวของสมาชิกทั้งหมด มีความน่าสนใจมากมาย แต่ละคนต่างก็มีวิธีการเข้าหา การชักจูงเข้าบทสนทนา และการดำเนินความสัมพันธ์ที่แตกต่างกันออกไป ผู้เขียนอยากเล่าถึงความรักสองคู่ที่เกิดขึ้นในรายการนี้

คู่แรก-อาสึกะ พนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เธอมีแม่เป็นชาวฟิลิปปินส์ แต่ด้วยการแตกหักในครอบครัวของเธอ ทำให้เธอต้องอยู่ในบ้านรับเลี้ยงเด็กกำพร้ามาตลอด ถึงแม้ว่าแม่ของเธอจะให้เธอกลับไปอยู่ด้วยอีกครั้ง แต่สุดท้ายเธอก็ต้องกลับมาอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้าเหมือนเดิม เพราะแม่ของเธอไม่ต้อนรับให้เธอมาอยู่ในครอบครัวใหม่

นั่นคือปมในใจของหญิงสาวอายุ 23 ปีที่ไม่เคยได้สัมผัส ‘ความรัก’ เลยแม้แต่ครั้งเดียว

เธอตกหลุมรักผู้ชายคนหนึ่งในรายการนั่นคือยูจัง อาชีพหลักคือพนักงานร้านโดรายากิ แต่นอกเวลางานเขาเป็นนักมวย (ถึงขั้นต่อยเวที K-1 เชียวนะ) ผู้มีความเชื่อว่าหากต้องการจะเป็นแชมป์ ต้องไม่มีความรัก เพราะการมีคนรักนั้นจะทำให้เขาไม่จดจ่อกับการซ้อม ส่งผลให้เขาไปไม่ถึงเป้า เหตุผลที่ยูจังตัดสินใจที่จะมารายการนี้ เขากลับเปลี่ยนความคิดถึงความล้มเหลวในอาชีพตลอดเวลา 10 ปีที่ผ่านมา อาจจะเป็นเพราะเขาขาด ‘แรงใจ’ จากคนข้างกายของเขา

เอากับเขาสิ

Ainori Love Wagon : เรียลิตี้ญี่ปุ่นที่พาหนุ่มสาวเดินทางด้วยกันทั่วโลก

ทั้งยูจังกับอาสึกะนั้นเปรียบได้กับ ‘เจ้าบ่าว’ และ ‘เจ้าสาว’ ที่กลัวฝน เพราะต่างคนต่าง ‘กลัว’ ในการออกสเต็ปในการสร้างความสัมพันธ์ อาสึกะปิดใจไม่ยอมรับใครที่เข้ามาพูดคุย เพราะกลัวว่าอาจจะเป็นเหมือนอดีตที่เคยเผชิญ ฟ้าอาจจะผ่าซ้ำสองลงกลางใจของเธออีก ส่วนยูจังนั้นอาจจะเก่งกาจในเรื่องของการต่อยตี แต่การออกฟุตเวิร์กในเรื่องจีบสาวถือว่าทำได้แย่มาก อีกทั้งยังกังวลว่าเมื่อจีบไปแล้วอาจจะโดนน็อกเอาต์ไป

เพียงแค่คุณขาดความมั่นใจไปแค่นิดเดียว สภาวะการเป็น ‘เจ้าบ่าว’ หรือ ‘เจ้าสาว’ ที่กลัวฝนก็เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

อีกหนึ่งคู่-เดปปาริน ผู้หญิงที่เคลมตัวเองตั้งแต่ตอนแรกของรายการว่าเป็นผู้หญิงที่หน้าตา ‘ต่ำกว่ามาตรฐาน’ เธอไม่เคยมั่นใจในตัวเองเลยว่าจะมีใครเข้ามาจีบ เธอแอบชอบอากิระ เขาเป็นศิลปิน เธอบอกว่าเขาคือรักแรกพบที่ได้เจอหน้า และใช้เวลาเพียงแค่ 6 วันเท่านั้นจึงสารภาพรักกับอากิระ แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวเพราะเขาบอกกับเธอว่ามันเร็วเกินไป (ก็จริงนั่นแหละ 6 วันเองนะ)

หลังจากทริป 6 ประเทศจบลง อากิระขอพบทีมงานเนื่องจากเขารู้ตัวว่าหลงรักเดปปารินเข้าแล้ว ถึงขนาดว่าเก็บไปฝันตอนป่วยเลยนะ แต่เนื่องจากกฎของรายการที่ไม่อนุญาตให้มีการติดต่อใดๆ หลังจากการเดินทางยุติลง ทีมงานจึงจัดฉากหลอกๆ ให้เดปปารินกับอากิระได้เจอและสารภาพรักกัน

น่าจะจริงอย่างที่อากิระตัดสินใจกับเดปปารินในครั้งแรก ว่าความรู้สึกบางอย่างในช่วงเวลาหนึ่งอาจจะเร็วเกินไป ถ้าได้รับการบ่มเพาะจนถึงช่วงเวลาที่พอดีเมื่อไหร่ การเก็บเกี่ยวผลผลิตทางความรู้สึกนั้นจะได้รับผลที่งอกงาม นั่นคือความรู้สึกชอบในเวลาที่ใช่นั่นแหละ

การที่ผู้เขียนได้นั่งดูรายการขนาด 22 ตอนจนจบ ยังไม่ทำให้ผู้เขียนรู้สึก ‘เชื่อ’ ถึงพลังของกามเทพในรูปแบบของรายการหาคู่ได้อย่างสนิทใจ การที่ผู้ร่วมรายการอยู่ในสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย จะเป็นปัจจัยหลักที่บีบรัดให้ต้องมีความรัก หรือสร้างความสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าถึงขั้นเปลี่ยนสถานะได้เลยหรือ

Ainori Love Wagon : เรียลิตี้ญี่ปุ่นที่พาหนุ่มสาวเดินทางด้วยกันทั่วโลก

แต่สิ่งที่ยังดึงให้ผู้เขียนติดตามเรื่องราวชีวิตของคนบนรถตู้คันนี้ (ที่มีพิธีกรในห้องส่งอีก 5 คนคอยแอบดูและวิเคราะห์ไปพร้อมๆ กันด้วย) มีเพียงเหตุผลแค่ข้อเดียว

เพราะทุกคนที่มาร่วมรายการนี้ ล้วนอยากมีความรักกันทั้งนั้น

ซึ่งถ้ารายการนี้มี ‘บัสสีชมพู’ เป็นแกนหลักในการนำพาคนให้มาเจอกัน ก็จะขอใช้รถบัสนี้เป็นตัวสรุปความรักของคนที่ผ่านไปผ่านมาในรถคันนี้สักหน่อย

Ainori Love Wagon : เรียลิตี้ญี่ปุ่นที่พาหนุ่มสาวเดินทางด้วยกันทั่วโลก

รถคันหนึ่งมีส่วนประกอบมากมาย นอกจากทุกส่วนจะต้องออกแบบอย่างประณีตพอดีแล้ว  ยังมีส่วนสำคัญอีกมากมายที่จะทำให้รถคันหนึ่งใช้งานได้ ทั้งเวลาในการสร้างรถ การทดลองให้เครื่องยนต์สอดประสานจนเดินทางได้ อุปกรณ์เสริมที่จะเติมเต็มให้รถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการบำรุงรักษาที่จะยืดระยะการใช้งานของรถคันนั้น

ความรักที่เกิดขึ้นบนรถบัสคันนี้ก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าเรื่องราวในรถบัสคันนี้จะยังไม่ครบองค์ประกอบของรถที่ดีตามที่บอกไปข้างต้น แต่สุดท้าย ความรักก็ต้องใช้เวลาเดินทางไปพร้อมกับรถแห่งความรักที่ทั้งสองได้สร้างมาด้วยกัน

สุดท้ายก็จะได้รู้กันว่า ท้ายที่สุดแล้ว ความรักนั้นเกิดจากพรหมลิขิต หรือเป็นการสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของเรากันแน่

Writer & Photographer

สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

เขียนหนังสือบนก้อนเมฆในวันหนึ่งตรงหางแถว และทำเว็บไซต์เล็กๆ ชื่อ ARTSvisual.co

นานาเพลินจิต

รีวิวมหรสพชั้นดีที่แนะนำให้ตามไปเสพ

Extreme Job (2019)

Directed and Written : Lee Byeong-heon

Starring : Ryu Seung-ryong, Lee Hanee, Jin Seon-kyu, Lee Dong-hwi, Gong Myung

Country : South Korea 

Genres : Korean, Action & Adventure, Asian Action Movie, Comedies
Duration : 111 Mins

*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์

Extreme Job (극 한 직 업 ) คือภาพยนตร์แอคชัน-คอเมดี้สัญชาติเกาหลีใต้ที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์แดนโสมขาว ยอดขายตั๋วทะลุ 10 ล้านใบภายใน 15 วัน กวาดรายได้รวมทั้งหมดกว่า 120 ล้านเหรียญฯ ทั้งที่ใช้ทุนสร้างเพียง 5.8 ล้านเหรียญฯ

เนื้อหาของภาพยนตร์ฉายภาพบ้านเมืองในยุคทองของยาเสพติด สิ่งต้องห้ามอันเป็นเหตุแห่งความฉิบหาย แต่กลับหาซื้อได้ง่ายราวกับของใช้ประจำวัน ร้อนถึงเหล่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ต้องออกปราบปรามและตามล่า เพื่อกวาดล้างขบวนการบ่อนทำลายสังคมให้สิ้นซาก… 

Extreme Job ทีมสายสืบที่จับแก๊งค้ายาไม่รอด แต่เปลี่ยนมาขายไก่ทอดแล้วรุ่ง

หยุดความคิดว่านี่คือพล็อตภาพยนตร์แอคชันเชย ๆ ที่คอหนังคุ้นเคยไปก่อน เพราะ Extreme Job ชวนคุณผู้ดูเปิดมุมมองใหม่ไปกับเรื่องราวของแก๊งสายสืบ 5 ท่านที่รับ 2 จ๊อบ ทั้งลากคอแก๊งค้ายาเบอร์ต้นของวงการเข้าตะราง แถมยังทุ่มหมดหน้าตักให้กับกิจการซูวอนไก่ทอด ส่วนหนึ่งเพราะโลเคชันร้านอยู่ใกล้แหล่งกบดานของเป้าหมาย และอีกเหตุผลสำคัญก็คือ กิจการของพวกเขาดันขายดิบขายดี ชนิดว่าถ้าอาจารย์แบคจงวอน (เชฟ-นักชิมชื่อดัง) มาเยือนก็ยังต้องต่อคิว!

 เกียรติตำรวจเกาหลี เกียรติวินัยกล้าหาญมั่นคง

ภาพยนตร์ Extreme Job ออกฉายครั้งแรกช่วงเดือนมกราคม ค.ศ. 2019 ผลงานจอเงินเรื่องนี้เรียกความสนใจจากคอหนังบ้านเขาได้ตั้งแต่เผยรายชื่อนักแสดง ทั้ง รยูซึงรยง เสนาบดีตัวแสบในซีรีส์ Kingdom จินซอนคยู หรือ ไทเกอร์ พัค จากภาพยนตร์ไซไฟเรื่อง Space Sweepers ฮันนี่ ลี สาวงามผู้ครองตำแหน่งรองอันดับ 3 Miss Universe 2007 ปัจจุบันเป็นนักแสดงหญิงมากฝีมือการันตีความเล่นใหญ่ในทุกบทบาท อีดงฮวี หรือ ดงรยง จาก Reply 1988 พ่วงด้วยตำแหน่งแฟชั่นนิสต้าตัวพ่อ เสริมทัพด้วย กงมยอง น้องเล็กที่ผลงานการแสดงน่าจับตา และสถานะปัจจุบันคือเตรียมตัวเข้ากรมรับใช้ชาติ 

Extreme Job ทีมสายสืบที่จับแก๊งค้ายาไม่รอด แต่เปลี่ยนมาขายไก่ทอดแล้วรุ่ง

หากคุณยังเป็นน้องใหม่ในวงการบันเทิงเกาหลีและสงสัยใคร่รู้ว่า รายชื่อคนบันเทิงข้างต้นมีผลอย่างไรต่อความเปรี้ยงปร้างของภาพยนตร์เรื่องนี้ เราขออธิบายแบบรวบรัดให้ฟังว่า เหล่านี้คือรายชื่อของตัวท็อป ตัวพ่อ ตัวแม่ และเป็นแม่เหล็กชั้นดีการันตีความสามารถ ประกอบกับผลงานการกำกับและเขียนบทโดย อีบยองฮอน ผู้กำกับหนุ่มที่ยืนหนึ่งเรื่องงานคอเมดี้ เมื่อเผยพล็อตว่าจะจับสายสืบที่คุณ ๆ คุ้นเคยในบทคูล ๆ ไปสวมผ้ากันเปื้อนทอดไก่แล้วไซร้ คอหนังทั้งหลายก็เลยให้ความสนใจว่าจะเล่าออกมายังไง 

ขึ้นชื่อว่าสาธารณรัฐเกาหลี ดินแดนที่รัฐบาลทุ่มเทจริงจังเรื่องการสร้างบ้านเมืองปลอดภัย เมื่อยาเสพติดระบาดหนักทั่วเมือง เหล่าตำรวจ อัยการ และสายสืบ จึงต้องตั้งทีมออกปราบปราม Extreme Job ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ฉายภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ความพิเศษใส่ไข่กว่าเรื่องอื่นอยู่ตรงที่การวางคาแรกเตอร์ให้นักแสดงนำทั้ง 5 เป็น Loser ระดับต่ำสุดของวงการ ซึ่งความเศร้าในเส้นทางอาชีพนี้เองที่ส่งให้เกิดปฏิบัติการทอด ๆ ซุ่ม ๆ เพื่อจับกุมแก๊งค้ายาข้ามชาติ ไปพร้อมกับร่วมลุ้นว่าพวกเขาจะละทิ้งอุดมการณ์ เบนสายไปหาลู่ทางรอดตายในโลกทุนนิยมหรือไม่

Extreme Job ทีมสายสืบที่จับแก๊งค้ายาไม่รอด แต่เปลี่ยนมาขายไก่ทอดแล้วรุ่ง

ไม่ยอมเป็นมิตร ผู้ผิดกฎหมาย

แม้ต้องทนยกมือขวามาวันทยาหัตถ์รุ่นน้องอยู่หลายหน เนื่องด้วยไม่มีผลงานปัง ๆ ให้ได้เลื่อนขั้นอย่างใครเขา แต่สมาชิกทีมสืบสวนทั้งห้าก็ยังเลือกกล้ำกลืนความน้อยเนื้อต่ำใจ มุ่งมั่นทำหน้าที่เต็มกำลัง เราจึงได้รับชมฉากตามล่าคนร้ายที่มาในรูปแบบงบมีน้อย เลยต้องใช้สอยอย่างประหยัด ทั้งคิดการใหญ่อย่างบุกทลายบ่อน แต่เพราะไม่มีปัญญาจ่ายค่ากระจก จึงยอมห้อยต่องแต่งรอโจรเปิดบ้านแทนที่จะถีบหน้าต่าง ยืม (แต่ไม่คืน) รถป๊อปส่งของเพื่อไล่ตามคนร้าย ไปจนถึงปล่อยให้คุณป้าที่สัญจรผ่านมาวิ่งสู้ฟัด

จนจับโจรได้ ในขณะที่แก๊งตำรวจล้มคว่ำกองรวมกันอยู่อีกมุมถนน

และแล้วฟ้าก็มีตา ประทานเหยื่อรายใหม่มาให้ทีมสายสืบที่ทั้งกรมมองว่ากากเสียไม่มี

เหยื่อที่ว่าคือ อีมูแบ พ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติที่ทางการหมายหัว นอกจากผลิตและจำหน่ายผงขาวแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย เขายังลึกลับหาตัวจับยาก แม้รู้ว่าโอกาสทำสำเร็จมีน้อยนิดไม่ต่างกับให้เกาหลีเหนือและใต้รวมชาติ แต่เพื่อกู้คืนศักดิ์ศรี สายสืบฝีมือดีทั้งห้าจึงวางแผนและออกปฏิบัติการอีกครั้ง

Extreme Job ทีมสายสืบที่จับแก๊งค้ายาไม่รอด แต่เปลี่ยนมาขายไก่ทอดแล้วรุ่ง

เมื่อสืบทราบว่าชัยภูมิที่ดีในการสอดส่องคนร้ายคือร้านซูวอนไก่ทอด พวกเขาจึงไม่รอช้าแวะเวียนไปเป็นลูกค้าประจำ เพราะวัตถุประสงค์หลักในการมาร้านคือจับตาคนร้าย จึงไม่ทันได้สังเกตว่าร้านนี้เงียบเชียบใกล้ร้าง และใช่ เจ้าของร้านผู้ทอดไก่ไม่อร่อยเฉลยว่ากำลังประกาศเซ้งกิจการ!

โลเคชันเหมาะเหม็งแห่งการซุ่มดูกำลังจะกลายเป็นพื้นที่ปิดฉันใด ฝันหวานแห่งการจับกุมคนร้ายของเหล่าคนกากก็ค่อย ๆ หายไปฉันนั้น แต่ช้าก่อน! หัวหน้าทีมโกผู้ใกล้เกษียณและหวังให้ภรรยาได้เป็นคุณนายสักครั้ง ขอถอนเงินบำนาญมาวางเป็นเดิมพัน เซ้งกิจการร้านไก่ทอดเสียเอง 

ปฏิบัติการทอดๆ ซุ่มๆ เพื่อจับกุมแก๊งค้ายาข้ามชาติผ่านร้านไก่ทอด โดยทีมสายสืบฝีมือดีแต่ไม่มีผลงาน

ถึงจะอยู่ใกล้เพียงฝั่งถนนกั้น แต่ก็ยังหาโอกาสประชิดตัวแหล่งกบดานของพวกมันไม่ได้ ทีมสายสืบจึงปิ๊งไอเดีย ใช้ Junk Food ที่ครองใจมหาชนแดนโสมขาวอย่างไก่ทอดมาเป็นเหยื่อล่อ สร้างแต้มต่อให้รสชาติอร่อยเหาะด้วยซอสสูตรประจำตระกูลของสายสืบหนึ่งนาย (รับประกันว่าเกินคาดคนดูไปมาก) และความอร่อยนี้เองก็ทำให้พวกเขาเข้าใกล้คนร้าย ไปพร้อมกับมีโอกาสครอบครองรายได้ที่งอกเงยจนน่าพอใจ และตลกร้ายตรงที่พวกเขาไม่เคยได้จำนวนเงินนี้มาก่อนในชีวิตข้าราชการ 

เกิดมาแล้วต้องตาย ชาติชายเอาไว้ลายตำรวจเกาหลี!

เพราะอำนาจเงินช่างหอมหวาน ยิ่งเป็นเงินจากงานอันบริสุทธิ์ด้วยแล้ว สายสืบไส้แห้งที่เป็นตำรวจดี ๆ แต่ไม่รุ่งสักทีจึงไขว้เขว ว่าจะมาดมั่นจับคนร้ายต่อไปด้วยความหวังน้อยนิดดังแสงที่ปลายอุโมงค์ เพื่อสุดท้ายจะได้กล่าวสิทธิ์มิแรนดาและยัดแก๊งค้ายาเข้าตะราง หรือควรวางปืน เก็บบัตรข้าราชการ มาสวมผ้ากันเปื้อน เปิดเตา เทน้ำมัน ทำกิจการร้านไก่ทอดแบบเต็มเวลา พร้อมกล่าวทักทายลูกค้าเนืองแน่นผ่านสโลแกนร้านค้าว่า “ไม่มีไก่ที่ไหนอร่อยไปกว่านี้ ที่นี่คือซูวอนไก่ทอด รับเป็นไก่ทอดหรือไก่ปรุงรสดีครับ” ซึ่งแน่นอนว่าอย่างหลัง คือหนทางที่ง่ายและปลอดภัยกว่าในโลกทุนนิยมแห่งนี้ 

ปฏิบัติการทอดๆ ซุ่มๆ เพื่อจับกุมแก๊งค้ายาข้ามชาติผ่านร้านไก่ทอด โดยทีมสายสืบฝีมือดีแต่ไม่มีผลงาน

และทางเลือกสำคัญของพวกเขา จะนำไปสู่การเฉลยสถานะแท้จริงว่าทีมคนกากแห่งกรมตำรวจชุดนี้เป็นใคร มาจากไหน รวมตัวกันได้อย่างไร อีกทั้งยังไขข้อข้องใจ ว่าพวกเขาเป็นเพียงข้าราชการด้อยประสิทธิภาพอย่างที่ใคร ๆ เข้าใจจริงหรือ

คำแนะนำสำคัญมากก่อนจะเริ่มดูภาพยนตร์ Extreme Job คือควรรับชมในพื้นที่รโหฐานหรือลับตา และยิ่งเก็บเสียงสนทนาได้จะเพอร์เฟกต์ เหตุผลเพราะความเกรียน รั่ว และจังหวะตลกที่ปล่อยมาแบบไม่ให้พัก อาจทำให้คนตกใจที่เห็นภาพคุณหัวเราะคิกคักเกินเบอร์

เหนือสิ่งอื่นใด เราว่าจุดที่ส่งให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ครองแชมป์ยอดขายตั๋วสูงสุด มิใช่เพียงความแหวกขนบตั้งแต่พล็อตเรื่อง หรือมุกตลกหน้าตายโดยทีมนักแสดง แต่จุดสำคัญน่าจะอยู่ที่การหยิบสองสิ่งซึ่งดูห่างเหิน แต่กลับมีลักษณะร่วมกันอย่าง ‘ไก่ทอด’ กับ ‘ยาเสพติด’ มาเป็นอุปกรณ์ประกอบฉากชิ้นใหญ่ 

ลักษณะร่วมที่ว่า ข้อแรกคือ ทั้งสองเป็นวัตถุมหัศจรรย์ที่มีสารทำให้ผู้เสพหรือทานมีอาการเคลิบเคลิ้ม เพลิดเพลิน และหักห้ามใจไม่ให้นำเข้าสู่ร่างกายได้ยาก ข้อสองคือ เป็นวัตถุที่หาซื้อง่าย ไม่ว่าคุณจะเป็นไม่ว่าจะครู นักเรียน คนทำงาน ข้าราชการ นักบวช หรือแม้แต่พระสงฆ์ ก็ครอบครองเป็นเจ้าของทั้งสองสิ่งนี้ได้ (ในภาพยนตร์เขาบอกมาแบบนี้) 

ส่วนความต่าง คือสิ่งหนึ่งเป็นเพียงของว่างธรรมดา แต่มีคุณค่าประหนึ่ง Soft Power ที่รัฐบาลบ้านเขาต้องการแผ่ขยายให้ดังไกลไปทั่วโลก ส่วนอีกสิ่ง คือของผิดกฎหมายที่ไม่ว่าจะบ้านเมืองไหน ๆ ก็คล้ายจะแทรกซึมและลอยนวลอยู่ได้อย่างไม่มีทีท่าจะหมดไป 

ปฏิบัติการทอดๆ ซุ่มๆ เพื่อจับกุมแก๊งค้ายาข้ามชาติผ่านร้านไก่ทอด โดยทีมสายสืบฝีมือดีแต่ไม่มีผลงาน

และภาพยนตร์ Extreme Job ก็พยายามฉายภาพให้เห็นว่า โชคดีเหลือเกินที่ในสังคมซึ่งสีขาวกับดำสลับสับสน บ้านเมืองเขายังมีข้าราชการที่มุ่งมั่นปราบปรามและไม่ยอมแพ้ แม้จะยังลุ้นอยู่ว่าสุดท้ายแล้ว ข้าราชการชั้นผู้น้อยที่เผลอหลงระเริงไปกับอำนาจเงินตรา จะวกกลับมาทำหน้าที่ของตนหรือไม่ แต่อย่างน้อยความตั้งใจจริง เจ็บจริง และจับจริง ของพวกเขาก็เต็มที่ไม่แพ้ชาติใด ก้าวขึ้นเวทีรับเหรียญกล้าหาญได้แบบไม่มีข้อกังขา!

และที่สำคัญไก่ทอดกรอบ ๆ ที่เกาหลีนั้นก็เด็ดขาดกว่าใคร 

ไปลองชิมดูได้เลย!

รับชมภาพยนตร์ Extreme Job พร้อมคำบรรยายไทยได้ที่ HBO Go และ Netflix (ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป)

Writer

สุดาวรรณ วนสุนทรเมธี

นักพิสูจน์อักษรวัยเตาะแตะที่มักจะหลงรักพระรองในซีรีส์เกาหลี และอยู่ระหว่างรักษาระยะห่างจากชานมไข่มุก

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load