“รู้สึกไหมว่าวันนี้ลมพัดมาจากทางเหนือ”

คำถามแรกในตอนเช้าที่เราได้ยินเสียงสามีคนพื้นถิ่นเชียงรายแท้ๆ เอ่ยถามก่อนที่เราจะขับรถทวนลม กดปิดแอร์เปิดหน้าต่าง เอามือยื่นออกมารับลมแรกของฤดูหนาว มุ่งหน้าขึ้นดอยแม่สลอง ขับจากถนนใหญ่เข้าสู่เส้นทางที่เล็กลงเรื่อยๆ จนเหมือนหลุดเข้ามาในพื้นที่ลึกลับแห่งหนึ่ง แต่แล้วเราก็ใจชื้น เพราะมองเห็นป้าย Ahsa Farmstay 

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

น้องผู้ชายใส่ชุดม่อฮ่อมวิ่งออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พาเราเดินจากที่จอดรถผ่านบ่อน้ำที่มีแก๊งห่านเจ้าถิ่นกำลังส่งเสียงทักทายผู้มาเยือน มองไปด้านหน้าเป็นนาข้าวเหนียวสีเขียวอมเหลืองพร้อมเข้าฤดูเก็บเกี่ยว ตัดกับสีแดงตุ่นของผนังปูนและสีน้ำตาลไล่สีสลับไปมาของบ้านทรงไทย 4 หลัง มองดูสวยงามแบบไม่ขัดหูขัดตา

ที่นี่คือ ‘อาสา ฟาร์มสเตย์’ ฟาร์มสเตย์ที่ยกระดับรูปแบบการท่องเที่ยวแบบลงลึกถึงชุมชมและธรรมชาติ ให้ง่ายสะดวกสบายมากขึ้น บนพื้นที่ 85 ไร่ มาพร้อมภูมิทัศน์ที่สวยดั่งต้องมนตร์ มองไปทางนั้นก็เห็นไร่นา สวน ป่า

เสน่ห์ของเชียงรายที่จะทำให้คุณตกหลุมรักไม่ยาก คือการผสมผสานของวัฒนธรรมที่ปราศจากการปรุงแต่ง ถ้ามาเยือนที่นี่ คุณยังคงเห็นชายหญิงนุ่งชุดพื้นเมืองเดินห้างสรรพสินค้า พบชาติพันธุ์โดยไม่ต้องเดินขึ้นยอดดอยสูง 

คว้าเสื้อผ้าและถุงอุปกรณ์ยังเที่ยว แล้วตีตั๋วขึ้นเหนือไป อาสา ฟาร์มสเตย์ กันเดี๋ยวนี้เลยเจ้า

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

ขออาสาแบบ Ahsa

“ทำไมเราไม่ลองทำโฮมสเตย์ที่มีมาตราฐานโรงแรมขึ้นมาล่ะ”

บทสนทนาเริ่มต้นด้วยคำถามที่น่าสนใจ ของ อิม-รสวรรณ คำวัง ผู้บริหารและผู้จัดการ ที่ควบตำแหน่งมาร์เก็ตติ้งของฟาร์มสเตย์แห่งนี้ จากประสบการณ์การทำบริษัททัวร์ที่พานักท่องเที่ยวจากยุโรปเข้ามาเที่ยวในประเทศ ภายใต้การดูแลของ บริษัท รุ่งรักษ์จัน จำกัด เธอเล่าให้เราฟังว่า ช่วง 3 – 4 ปีหลังเริ่มมองเห็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป เมืองไทยไม่ได้มีดีแค่ วัด วัง หรือทะเลเท่านั้น คนเริ่มเที่ยวลึกลงไปถึงรากของวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม วิถีชีวิต ประกอบกับการท่องเที่ยวแบบ Community Base Tourism เริ่มแพร่หลาย บริษัททัวร์จึงลองปรับเปลี่ยนโปรแกรมเที่ยวให้มีมิติมากขึ้น อย่างการพานักท่องเที่ยวไปในสถานที่ใหม่ๆ หรือทำกิจกรรมแบบใหม่ ไปจนถึงการเลือกหาที่พักแบบ ‘โฮมสเตย์’

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

“โฮมสเตย์มันลดทอนความสะดวกสบายบางอย่างลงไปนะ บางบ้านไม่มีพื้นที่ส่วนตัว บางครั้งเราต้องไปนอนกลางโถงบ้าน ใช้ห้องน้ำร่วมกับเขา ถ้าคุณเป็นสายลุยๆ หน่อยก็โอเค แต่จากที่เราทำทัวร์มา เรามองเห็นว่า ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เขาต้องการความเป็นส่วนตัว แต่ก็ยังชอบท่องเที่ยวแบบเชิงประสบการณ์อยู่” เจ้าบ้านเล่าจุดเริ่มต้น

เพราะอิมมองเห็นช่องทางของธุรกิจ เธอไม่อยากให้โฮมสเตย์มีรายได้ต่อวันแค่หลักร้อย จึงนำวิธีการบริหารแบบโรงแรมมาใช้การท่องเที่ยวแบบชุมชน โดยเปลี่ยนตั้งแต่สิ่งอำนวยความสะดวก การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งระบบรักษาความปลอดภัย ให้มีความสะดวกสบาย อยู่ง่าย สบายใจ มีพื้นที่ส่วนตัว ในขณะเดียวกัน ก็ยังคงประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบวิถีชาวบ้านไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะทำสวน ดำนำ ทำอาหารจากแปลงผักสวนครัว ฯลฯ

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

แต่ที่น่ารักต่อเจ้าตัวน้อยคือ เด็กอยู่ร่วมและชื่นชมธรรมชาติได้ด้วยกิจกรรมหลากลาย ทั้งเล่นม้าก้านกล้วย เก็บลูกยาง ทำขนมห่อใบตอง เรียกว่าถ้าเคยซนแบบไหนที่บ้านสวนต่างจังหวัด ที่ อาสา ฟาร์มสเตย์ ก็ทำแบบนั้นได้

“อาสามาจากคำว่า ‘อะสะ’ เป็นภาษาลาหู่ แปลว่า ชีวิต แล้ว อาสา ยังล้อกับคำว่า Casa คำอิตาเลียนที่แปลว่าบ้าน เรารู้สึกว่าอาสาเป็นคำที่เหมาะกับที่นี่ เราอยากเป็นโมเดลที่สร้างโฮมสเตย์มาตรฐานโรงแรมขึ้นมา

“เราไม่จำเป็นต้องเป็นโฮมสเตย์แบบเดิม เราขอ ‘อาสา’ เป็นต้นแบบฟาร์มสเตย์แบบใหม่ให้คุณนะ”

โฮมสเตย์ที่เชื่อเรื่องความยั่งยืน

โจทย์หลักของอิมที่ส่งต่อให้กับสถาปนิก Creative Crews ออกแบบ คือความยั่งยืนและการอนุรักษ์

พอดีกันกับทีมสถาปนิกมีความคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งก่อสร้างและวัฒนธรรมที่ไม่แปลกแยกไปจากชุมชน การออกแบบจึงไม่มีความทันสมัยเข้ามาแทรกแซงในพื้นที่ ทว่ายังคงไว้ด้วยสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น 

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย
Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

“ตัววัสดุอย่างเดียวไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าเรายั่งยืนแล้วนะ ต้องมากกว่านั้น ตัวบ้านเราใช้วิธีการสร้างแบบโบราณ มีสล่าในชุมชนมาให้คำแนะนำและลงมือสร้างด้วยกัน” อิมพูดพลางชี้ไปที่บันไดไม้ “อย่างบันไดไม้ เราใช้การสลักขัดกันไปมา ไม่ใช่ที่ไหนก็ทำแบบนี้ได้ แต่สิ่งที่เรากำลังทำเป็นการสานต่อภูมิปัญญาของคนที่นี่ไปด้วย”

จากการมองด้วยสายตา บ้านทรงไทยถูกจัดวางอย่างมีระดับและสะดวกสบายเหมือนโรงแรม ร่องรอยการใช้ไม้เก่าที่มาจากหลากหลายที่เพิ่มความรู้สึกของความเป็นบ้านจริงๆ มีการเลือกใช้ดินผสมปูนมาช่วยทำให้ตัวบ้านเย็นแต่ไม่ชื้น การใช้เทคนิคการระบายอากาศธรรมชาติเพื่อลดอุณหภูมิภายในบ้านในช่วงฤดูร้อน และการสร้างกำแพงสองชั้นจะทำหน้าที่เป็นฉนวนป้องกันความเย็นในช่วงฤดูหนาว ทั้งหมดนี้ถูกคิดมาตอบโจทย์อย่างเหมาะสมกับพื้นที่และชุมชน 

จนทำให้ที่นี่ได้รางวัลด้านการออกแบบมากมายจาก Demark Award และ Good Design Award

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย
Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

เราอยู่ได้ ชุมชนต้องอยู่ได้ 

ภูมิทัศน์บนพื้นที่ 85 ไร่ มีทั้งเนินและที่ราบ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ร้านอาหาร ที่พัก และสวนบวกไร่

บ้านของแขกที่เข้าพักตั้งอยู่ด้านข้างซ้ายและขวา มี 4 ห้องนอน แต่ละห้องไม่มีส่วนที่ผนังชนกัน มีห้องน้ำส่วนตัวทุกห้อง สร้างความเป็นส่วนตัวให้กับแขก แต่ไม่ได้ส่วนตัวไปเสียทั้งหมดจนละทิ้งเสน่ห์ของโฮมสเตย์ เรายังเปิดหน้าต่างมาทักทายเจ้าของบ้านได้ สังเกตว่าในห้องเจ้าบ้านพยายามให้มีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นที่สุด ด้วยเหตุผลว่าอยากให้แขกเกิดความสัมพันธ์แบบแชร์ประสบการณ์ จึงมีศาลาตรงกลางที่แต่งด้วยเสวียน เป็นสัญลักษณ์ของอาสา ฟาร์มสเตย์

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย
Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

พื้นที่ตรงนั้นคือที่ที่ทุกคนจะต้องมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน

“เรามีชีวิตเป็นของจริงที่นี่ เราทำเกษตรจริง เรามีครอบครัวที่อยู่ที่นี่จริงๆ” อิมเล่าแนวคิดของโฮมสเตย์

อาสาฟาร์มสเตย์เลยมีบ้านของเจ้าของบ้านอยู่ตรงกลาง โดยเธอชักชวนคนในพื้นที่เชียงรายมาอยู่ดูแลบ้าน พ่วงตำแหน่งดูแลแขกที่เข้ามาพัก โชคดีมากที่อิมเจอคู่คู่สามีภรรยาที่แต่งงานแล้วอยากแยกครอบครัวออกมาจากบ้านของพ่อแม่พอดี ประกอบกับทั้งคู่เคยทำงานโรงแรมกันมาก่อน โชคสองชั้น! นับรวมแล้วมีพนักงานทั้งหมด 6 คนถ้วน

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย
Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

“ถ้าคุณคาดหวังว่ามาแล้วจะอยู่เงียบๆ คนเดียว ที่นี่อาจไม่ตอบโจทย์นั้น” เธอพูดพร้อมรอยยิ้ม

“เพราะน้องๆ จะคอยชักชวนคุณทำอาหาร ดำนา เดินป่า เป็นเหมือนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของน้องๆ กับแขก บางคนทำงานเป็นเชฟก็มาแลกสูตรอาหารกับเรา ลงมือทำเองเลยก็มี บางคนทำเกษตรกรรมก็มาเล่าเรื่องการปลูกต้นไม้ บางคนพักวันเดียวกัน พอกลับกรุงเทพ เอ๊า อยู่คอนโดฯ เดียวกัน แต่ไม่เคยทักกัน มาเจอกันที่เชียงรายแทน”

ระหว่างฟังอิมเล่าเรื่องสนุก เรามองดูรอบๆ พื้นที่อาสา ฟาร์มสเตย์ สีสันที่แต่งแต้มกลับไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในฟาร์มเท่านั้น ที่นี่ยังก่อให้เกิดประสบการณ์ใหม่กลับไปสู่ชุมชนและแขกผู้หลงรักการท่องเที่ยวแบบชุมชนด้วยเช่นกัน

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้จบลงแค่วันเช็กเอาต์

“บางวันเราก็พาลูกค้าฝรั่งหรือคนไทยน่ารักๆ ไปคุยกับพ่ออุ้ยแม่อุ้ยแถวนี้ เขาก็ไม่เหงา ถัดจากเราอีกนิดมีศูนย์เด็กเล็ก แทนที่แขกจะทานอาหารในห้องอาหาร เราก็เปลี่ยนให้เขาไปช่วยกันทำกับข้าวเลี้ยงเด็กในศูนย์เด็กเล็กแทน 

“บางทีลูกค้าอยากบริจาคของให้หมู่บ้านชาวเขา เราก็เป็นตัวกลางส่งต่อให้ มันเลยเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ได้จบลงแค่วันเช็กเอาต์ แล้วลูกค้าก็ได้ความประทับใจในอีกรูปแบบหนึ่ง” เจ้าบ้านเผยความน่ารักของอาสา ฟาร์มสเตย์

อิมชวนเราเดินลัดเลาะขึ้นเนินไปในสวนยางพาราด้านหลัง เป็นทางเดินที่เต็มไปด้วยความแปลกตาของภูมิทัศน์ สุดทางที่เดินได้ก็เป็นจุดชมวิวที่มองออกไปเห็นเมืองในมุมสูง พร้อมทั้งสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด ก่อนที่จะลงมาพบกับน้องเทียนผู้ดูแลไร่ กำลังพาควาย 3 ตัวของเขาลงไปเล่นโคลนจนขาวโพลนไปหมด ตัดสลับกับเสียงร้องดังของห่านเจ้าถิ่นที่วิ่งหลบลงไปในน้ำ เพราะเจอเจ้าบ้านจับได้ว่ามันกำลังแอบกินรวงข้าวเหนียวในไร่ ส่วนปูนาตัวใหญ่ยักษ์วิ่งหนีเจ้าห่านอีกที มีน้องหมาและน้องแมวที่อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ช่างเป็นภาพที่เราคงไม่มีวันเห็นได้จากที่ไหนง่ายๆ 

“รู้สึกไหมว่าวันนี้ลมพัดมาจากทางเหนือ” 

หรือจริงๆ ประโยคด้านบนจะเป็นคำถามเชิญชวนให้เรามาเที่ยว Ahsa Farmstay ณ เชียงราย ก็ได้

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย
Ahsa Farmstay

ที่อยู่ : แม่สลองใน ซอย 1 ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย 57110 (แผนที่)

ติดต่อ : 09 7248 4674

Facebook : Ahsa Farmstay อาสา ฟาร์มสเตย์

เว็บไซต์ : www.ahsafarmstay.com 

Writer & Photographer

อนัตตา บุตรขุนทอง

มี๊กวาง ผู้เป็นทั้งนักออกแบบ นักวาดภาพประกอบ นักท่องเที่ยว และคุณแม่น้องมังกร ที่เพิ่งย้ายสำมะโนครัวมาใช้ชีวิต Simple Life อยู่ที่เชียงราย

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

จุด จุด จุด จูดดด

หากถามว่ากระจูดคืออะไร ใครหลายคนคงทำหน้าตาฉงนถึงขั้นมีจุด จุด จุด ขึ้นมาในหัว เเต่ถ้าบอกว่ากระจูดคือเส้นใยที่ใช้ถักทอเครื่องสานกระจุกกระจิก ที่มักอยู่ในโซนขายของที่ระลึก เชื่อว่าคงร้องอ๋อกันขึ้นมาบ้าง

กระจูด กระเป๋ากระจูด

กระจูดเป็นพืชตระกูลเดียวกับกก มีในไม่กี่จังหวัดในภาคใต้เท่านั้น ชาวบ้านทางใต้นิยมนำมาสานเป็นของใช้ในครัวเรือนทั้งเสื่อ ตะกร้า สมัยก่อนการจักสานมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีนัก เพราะถือว่าเป็นอาชีพสำหรับคนที่ไม่มีงาน ไม่มีสวนยาง ไม่มีรายได้ และมักมีปัญหาถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลางอีก ทำให้ นัท-มนัทพงศ์ เซ่งฮวด บัณฑิตศิลปกรรมศาสตร์ผู้โตมากับการเห็นแม่สานกระจูดตั้งแต่จำความได้เล็งเห็นปัญหานี้ จึงกลับมาพัฒนางานกระจูดที่ชุมชน  

มนัทพงศ์ เซ่งฮวด มนัทพงศ์ เซ่งฮวด

นัทเข้ามาพัฒนาเทคนิคย้อมสีกระจูดให้ไล่สีได้มากขึ้น โดยสีที่ใช้ย้อมเป็นสีธรรมชาติทั้งสิ้นทั้งยังปรับภาพลักษณ์เดิมๆของกระจูดให้มีดีไซน์ที่ร่วมสมัยมากขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์อันเป็นเสน่ห์ดั้งเดิมของกระจูดไว้

เมื่อคลื่นลูกใหม่มาผสมเข้ากับภูมิปัญญาดั้งเดิมจึงทำให้แบรนด์ ‘หัตถกรรมกระจูดวรรณี (VARNI Southern Wickery)’ กลายร่างจากกระจูดที่มีคนครหาว่าเชย มาเป็นกระจูดแสนเก๋คว้ารางวัลด้านดีไซน์มากมาย ได้ออกไปอวดโฉมในตลาดทั้งไทยและต่างประเทศ

วันนี้การเดินทางของกระจูดวรรณีก้าวมาอีกขั้น ด้วยการเปิด ‘กระจูดวรรณีโฮมสเตย์’ ที่พักเพื่อการเรียนรู้แห่งใหม่ ที่หวังเป็นศูนย์เผยแพร่ข้อมูลด้านหัตถกรรมกระจูดจุๆ เน้นๆ โดยไม่กั๊กความรู้แต่อย่างใด

ที่นี่มีกิจกรรมให้ทำมากมาย เช้านั่งเรือไปเก็บกระจูด บ่ายสานกระจูด เย็นนอนในห้องนอนกระจูด เหตุผลที่กิจกรรมส่วนใหญ่เกี่ยวกับกระจูด เนื่องจากที่กระจูดวรรณีหวังเป็นที่พักที่ให้การเรียนรู้ นักท่องเที่ยวที่มาพักที่นี่จะได้เข้าร่วมเวิร์กช็อปเพื่อเรียนรู้วิถี ‘กระจูด’ ครบวงจร ตั้งแต่ไปเก็บมาจากต้นสดจนถึงขั้นแปรรูปเป็นกระเป๋ากระจูดแสนเก๋เลยทีเดียว

“เราไม่ได้มุ่งหวังให้นักท่องเที่ยวมาพักเต็มตลอดเหมือนโรงแรม แต่เราอยากเผยเเพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาหัตถกรรมต่างๆ ที่สืบทอดมา ทำให้คนที่มาพักบ้านเรารู้สึกว่าเป็นครอบครัวเดียวกับเรา” นัทกล่าวด้วยรอยยิ้ม

นอนกอดกระจูด

กระจูดวรรณีโฮมสเตย์ กระจูดวรรณีโฮมสเตย์ กระจูดวรรณีโฮมสเตย์ กระจูดวรรณีโฮมสเตย์

ขึ้นชื่อว่า ‘กระจูดโฮมสเตย์’ แน่นอนว่าเปิดประตูห้องเข้าไปต้องเจอกระจูดแน่ๆ แต่ลืมภาพจำกระจูดแบบเดิมไปได้เลย เพราะห้องพักแต่ละห้องของโฮมสเตย์ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์กระจูดกระจุกจิกที่น่ารักร่วมสมัย โคมไฟ เสื่อ เก้าอี้ ม่าน ตะกร้า หมอนอิง หรือแม้แต่กล่องทิชชู่ ของที่นี่ล้วนเป็นผลิตผลจากกระจูดทั้งสิ้น น่านอนเสมือนเป็นบูทีกโฮเทลประจำอำเภอควนขนุน ที่เข้าไปแล้วไม่รู้สึกเคอะเขินแต่อย่างใด

นอกจากสรรพสิ่งกระจูดแสนน่ารักในห้องแล้ว หลายคนอาจจะอยากจับจองกระจูดเป็นของตัวเองบ้าง ซึ่งที่นี่ก็สนองความต้องการให้ โดยไม่ต้องไปหาซื้อแต่อย่างใด เพราะแต่ละห้องมีกระเป๋ากระจูดใบเล็กน่ารักให้ทุกคนอยู่แล้ว เหตุที่นัทเลือกแจกกระเป๋าก็เพื่อเตรียมไว้ให้ลูกทริปใส่ขวดน้ำ ข้าวกล่อง สัมภาระส่วนตัวที่จะพกไปทริปกระจูดในวันรุ่งขึ้น งานนี้เรียกได้ว่าพกกระเป๋ากระจูดไปเก็บกระจูดมาสานกระจูดนั่นเอง!

เช้าลืมตาขึ้นมามองเธอในยามเช้าตรู่…

ทะเลน้อย

หากใครเกิดทันในยุคทองของรายการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับพี่ติ๊ก-เจษฎาพร ผลดีหรือพี่เร แมคโดนัลด์ หรือหากเป็นเด็กยุคใหม่กว่านั้นคงเคยเห็นภาพของบึงบัวที่มีเหล่านกน้ำมากมายคอยผลุบๆ โผล่ๆ กันเต็มบึงตามสารคดี Discovery กันมาบ้าง

รู้มั้ยว่าหนึ่งในบึงบัวชื่อดังของไทยที่ปรากฏตามรายการท่องเที่ยวหรือสารคดีเหล่านั้นเป็นภาพบรรยากาศ ‘ทะเลน้อย’ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง และนกแสนสวยมากหน้าหลายตาที่เห็นนั้นมีทั้งนกกาบบัว นกกุลา นกกระสานวล นกกระสาแดง นกกาเล็กน้ำ นกแขวก นกเป็ดน้ำ นกกระทุง นกนางนวล นกกระเด็น นกกระสาแดง และอีกสารพัดนกจากทั้งในท้องถิ่น และนกเมืองหนาวในฤดูอพยพ

ก่อนจะพูดถึงโปรแกรมเที่ยวชมทะเลน้อยของกระจูดโฮมสเตย์ เป็นโอกาสดีไม่น้อยที่จะกล่าวถึงทะเลน้อยกันสักนิด

ทะเลน้อย ทะเลน้อย

ทะเลน้อยเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำหรือแรมซาร์ไซต์ (Ramsar Site) อุดมสมบูรณ์ไปด้วยนกน้ำ สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมกันกว่า 300 ชนิด กินพื้นที่ถึงประมาณ 17,500 ไร่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติแปลกตาไม่เหมือนจังหวัดอื่นๆ และเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวสายคราฟต์ที่มาพักกระจูดวรรณีโฮมสเตย์ นักท่องเที่ยวจะต้องท่องสูตร ‘หกเจ็ดแปด’ ให้ขึ้นใจ อย่าคิดว่าที่นี่จะพาคุณวิ่งขึ้นรถทัวร์ไปซื้อของที่ระลึกหรือไหว้พระเก้าวัด แต่ ‘หกเจ็ดแปด’ ของที่นี่คือ

ทะเลน้อย ทะเลน้อย

6 โมงเช้า นั่งเรือไปดื่มด่ำแสงแรกของทะเลน้อยที่ปากอ่าว ไม่ต้องกลัวว่าจะง่วงเหงาหาวนอน เพราะวิวที่สวยสะกดใจที่นี่น่าจะทำให้ทุกคนตาโตมากกว่าตาตกแน่นอน

7 โมงเช้า ไปล่องเรือต่อที่ทุ่งกระจูด ช่วยกันฉุดกระชากลากดึงพืชน้ำกลับมากันสักนิดเพื่อนำกระจูดนี้ไปสานกันต่อในช่วงบ่าย

เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มจ้าขึ้นในช่วง 8 โมง ก็นั่งเรือไปดูทุ่งดอกบัว ดูนกมากหน้าหลายตา

เสร็จจากทริปพาเพลินเเล้วจึงกลับมาเติมอาหารเช้าตำหรับชาวปักษ์ใต้แท้ๆ เมื่อท้องอิ่มแล้วจึงพากันไปไปเยี่ยมตลาดชุมชน เดินชมวิถีชีวิตพื้นบ้านให้หนำใจไม่มีใครมาเร่งแล้ว จึงรอศึกหนักที่กำลังจะมาในช่วงบ่าย

“ที่พักอื่นๆ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมาพักแล้วออกไปท่องเที่ยวเอง แต่ที่นี่เราจะพาไปดูวิถีชุมชน ไปคลุกคลีกับชาวบ้าน กิจกรรมเราเหมือนพาเพื่อนไปเที่ยวมากกว่าจะเป็นลูกค้า อยากไปไหนเราพาไป เเล้วบ่ายค่อยกลับมาประกบผู้เฒ่าผู้เเก่เพื่อเรียนการสานกระจูด”

ตกบ่ายอยู่กับกระจูด กระจูด แล้วก็กระจูด!

จากช่วงเช้าที่ได้นั่งเรือไปเก็บต้นกระจูดกลับมาแล้ว ในช่วงบ่ายจะเป็นช่วงเรียนรู้กระจูดอย่างจริงจัง ไม่ต้องกังวลว่าหลักสูตรจะเครียดเกินไป เพราะคุณตาคุณยายใจดีในหมู่บ้านจะช่วยสอนเทคนิคอย่างผู้ชำนาญการ แต่ละคนสานกระจูดมาสิริรวมเวลากันน่าจะหลายร้อยปีอยู่

กระจูดวรรณีโฮมสเตย์ หัตถกรรมกระจูดวรรณี หัตถกรรมกระจูดวรรณี หัตถกรรมกระจูดวรรณี

คุณตาคุณยายทั้งหลายจะนำกระจูดที่เราเก็บมาตัดให้ได้ความยาวความสูงที่ต้องการ แล้วจึงนำไปชุบโคลนสีขาวจากท้องนา โคลนจะช่วยให้กระจูดเขียวและไม่กรอบ เสร็จแล้วจึงนำมาตากแดดหรืออบ จากนั้นก็รีดกระจูดให้แบน ขั้นตอนนี้ที่จริงแล้วปัจจุบันมีเครื่องรีดที่สะดวกขึ้น แต่การรีดแบบโบราณสนุกกว่ามากจนนักท่องเที่ยวติดใจ

จากนั้นจะเป็นกระบวนการสานขึ้นรูปกระเป๋า และนำหูกระเป๋าหรือสายหนังต่างๆ มาติด นักท่องเที่ยวจะเห็นและได้ลองทำทุกกระบวนการ เมื่อเรียนจบ ทุกคนจะได้กระเป๋ากระจูดที่ตัวเองสานคนละใบ นักท่องเที่ยว 1 คนจะมีคุณตาคุณยายสอนประกบแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ต่อให้ไม่มีพื้นฐานศิลปะการงานอาชีพ ยังไงก็ทำได้แน่นอน

หลักสูตรการเรียนรู้การสานกระจูดจริงๆ ใช้เวลาประมาณ 2 วัน นัทจึงอยากแนะนำผู้ที่จะมาพักให้มาวันศุกร์-อาทิตย์ จะได้เรียนโดยไม่เร่งรีบนัก แต่ถ้าใครมีเวลาแค่คืนเดียว ที่นี่ก็มีหลักสูตรร่นเวลาให้ แต่กระเป๋ากระจูดที่นักท่องเที่ยวสานอาจจะได้ชิ้นมินิลงหน่อยเท่านั้นเอง

ตกเย็นความสุขพุ่งกระฉูด

กระจูดวรรณีโฮมสเตย์ กระจูดวรรณีโฮมสเตย์ กระจูดวรรณีโฮมสเตย์

หลังชมความงามของโลกในช่วงเช้า เวิร์กช็อปนับหนึ่งสานกระจูดพร้อมกันในช่วงบ่าย  ความสุขจากกระจูดจะพุ่งกระฉูดขึ้นไปอีก เมื่อจบวันด้วยการนอนเล่นในห้องนอนที่ตกแต่งด้วยสรรพสิ่งแสนน่ารักที่ทำให้เราอยากพัก เอื้อมมือไปปิดโคมไฟกระจูด เอนตัวลงนอนบนที่นอนกระจูด ในห้องนอนกระจูด แล้วปิดโทรศัพท์เพื่อบอกว่าตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด หมายเลขที่ท่านเรียกกำลังมีความสุขอยู่กับกระจูด ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

กระจูดวรรณีโฮมสเตย์

ภาพ :   กระจูดวรรณีโฮมสเตย์

กระจูดวรรณีโฮมสเตย์

อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง

ราคาห้องคืนละ 1,200 บาท นอนได้ 2 – 4 คน ราคานี้รวมค่าเวิร์กช็อปและอาหารเช้าเคล้ากินแกงใต้แล้ว แต่จะมีค่าเรืออีกนิดหน่อยเท่านั้น

โดยสรุปคือมากระจูดวรรณีโฮมสเตย์ได้นอน ได้กิน ได้เที่ยว ได้กระเป๋ากระจูดไม่ใช่แค่หนึ่งแต่ได้ถึงสอง (ในห้องหนึ่ง+สานเองหนึ่ง)

ติดต่อจองห้องพักได้ที่ 087-7609879, Facebook | หัตถกรรมกระจูดวรรณี VARNI 

Writer

เทวรักษ์ รุ่งเรืองวิรัชกิจ

สาวอวบระยะสุดท้ายผู้หลงรักคาปูชิโน่เย็น สิ่งของจุกจิก เสื้อผ้าวินเทจ เเละเสียงเพลงในวันฝนพรำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load