“รู้สึกไหมว่าวันนี้ลมพัดมาจากทางเหนือ”

คำถามแรกในตอนเช้าที่เราได้ยินเสียงสามีคนพื้นถิ่นเชียงรายแท้ๆ เอ่ยถามก่อนที่เราจะขับรถทวนลม กดปิดแอร์เปิดหน้าต่าง เอามือยื่นออกมารับลมแรกของฤดูหนาว มุ่งหน้าขึ้นดอยแม่สลอง ขับจากถนนใหญ่เข้าสู่เส้นทางที่เล็กลงเรื่อยๆ จนเหมือนหลุดเข้ามาในพื้นที่ลึกลับแห่งหนึ่ง แต่แล้วเราก็ใจชื้น เพราะมองเห็นป้าย Ahsa Farmstay 

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

น้องผู้ชายใส่ชุดม่อฮ่อมวิ่งออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พาเราเดินจากที่จอดรถผ่านบ่อน้ำที่มีแก๊งห่านเจ้าถิ่นกำลังส่งเสียงทักทายผู้มาเยือน มองไปด้านหน้าเป็นนาข้าวเหนียวสีเขียวอมเหลืองพร้อมเข้าฤดูเก็บเกี่ยว ตัดกับสีแดงตุ่นของผนังปูนและสีน้ำตาลไล่สีสลับไปมาของบ้านทรงไทย 4 หลัง มองดูสวยงามแบบไม่ขัดหูขัดตา

ที่นี่คือ ‘อาสา ฟาร์มสเตย์’ ฟาร์มสเตย์ที่ยกระดับรูปแบบการท่องเที่ยวแบบลงลึกถึงชุมชมและธรรมชาติ ให้ง่ายสะดวกสบายมากขึ้น บนพื้นที่ 85 ไร่ มาพร้อมภูมิทัศน์ที่สวยดั่งต้องมนตร์ มองไปทางนั้นก็เห็นไร่นา สวน ป่า

เสน่ห์ของเชียงรายที่จะทำให้คุณตกหลุมรักไม่ยาก คือการผสมผสานของวัฒนธรรมที่ปราศจากการปรุงแต่ง ถ้ามาเยือนที่นี่ คุณยังคงเห็นชายหญิงนุ่งชุดพื้นเมืองเดินห้างสรรพสินค้า พบชาติพันธุ์โดยไม่ต้องเดินขึ้นยอดดอยสูง 

คว้าเสื้อผ้าและถุงอุปกรณ์ยังเที่ยว แล้วตีตั๋วขึ้นเหนือไป อาสา ฟาร์มสเตย์ กันเดี๋ยวนี้เลยเจ้า

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

ขออาสาแบบ Ahsa

“ทำไมเราไม่ลองทำโฮมสเตย์ที่มีมาตราฐานโรงแรมขึ้นมาล่ะ”

บทสนทนาเริ่มต้นด้วยคำถามที่น่าสนใจ ของ อิม-รสวรรณ คำวัง ผู้บริหารและผู้จัดการ ที่ควบตำแหน่งมาร์เก็ตติ้งของฟาร์มสเตย์แห่งนี้ จากประสบการณ์การทำบริษัททัวร์ที่พานักท่องเที่ยวจากยุโรปเข้ามาเที่ยวในประเทศ ภายใต้การดูแลของ บริษัท รุ่งรักษ์จัน จำกัด เธอเล่าให้เราฟังว่า ช่วง 3 – 4 ปีหลังเริ่มมองเห็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป เมืองไทยไม่ได้มีดีแค่ วัด วัง หรือทะเลเท่านั้น คนเริ่มเที่ยวลึกลงไปถึงรากของวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม วิถีชีวิต ประกอบกับการท่องเที่ยวแบบ Community Base Tourism เริ่มแพร่หลาย บริษัททัวร์จึงลองปรับเปลี่ยนโปรแกรมเที่ยวให้มีมิติมากขึ้น อย่างการพานักท่องเที่ยวไปในสถานที่ใหม่ๆ หรือทำกิจกรรมแบบใหม่ ไปจนถึงการเลือกหาที่พักแบบ ‘โฮมสเตย์’

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

“โฮมสเตย์มันลดทอนความสะดวกสบายบางอย่างลงไปนะ บางบ้านไม่มีพื้นที่ส่วนตัว บางครั้งเราต้องไปนอนกลางโถงบ้าน ใช้ห้องน้ำร่วมกับเขา ถ้าคุณเป็นสายลุยๆ หน่อยก็โอเค แต่จากที่เราทำทัวร์มา เรามองเห็นว่า ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เขาต้องการความเป็นส่วนตัว แต่ก็ยังชอบท่องเที่ยวแบบเชิงประสบการณ์อยู่” เจ้าบ้านเล่าจุดเริ่มต้น

เพราะอิมมองเห็นช่องทางของธุรกิจ เธอไม่อยากให้โฮมสเตย์มีรายได้ต่อวันแค่หลักร้อย จึงนำวิธีการบริหารแบบโรงแรมมาใช้การท่องเที่ยวแบบชุมชน โดยเปลี่ยนตั้งแต่สิ่งอำนวยความสะดวก การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งระบบรักษาความปลอดภัย ให้มีความสะดวกสบาย อยู่ง่าย สบายใจ มีพื้นที่ส่วนตัว ในขณะเดียวกัน ก็ยังคงประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบวิถีชาวบ้านไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะทำสวน ดำนำ ทำอาหารจากแปลงผักสวนครัว ฯลฯ

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

แต่ที่น่ารักต่อเจ้าตัวน้อยคือ เด็กอยู่ร่วมและชื่นชมธรรมชาติได้ด้วยกิจกรรมหลากลาย ทั้งเล่นม้าก้านกล้วย เก็บลูกยาง ทำขนมห่อใบตอง เรียกว่าถ้าเคยซนแบบไหนที่บ้านสวนต่างจังหวัด ที่ อาสา ฟาร์มสเตย์ ก็ทำแบบนั้นได้

“อาสามาจากคำว่า ‘อะสะ’ เป็นภาษาลาหู่ แปลว่า ชีวิต แล้ว อาสา ยังล้อกับคำว่า Casa คำอิตาเลียนที่แปลว่าบ้าน เรารู้สึกว่าอาสาเป็นคำที่เหมาะกับที่นี่ เราอยากเป็นโมเดลที่สร้างโฮมสเตย์มาตรฐานโรงแรมขึ้นมา

“เราไม่จำเป็นต้องเป็นโฮมสเตย์แบบเดิม เราขอ ‘อาสา’ เป็นต้นแบบฟาร์มสเตย์แบบใหม่ให้คุณนะ”

โฮมสเตย์ที่เชื่อเรื่องความยั่งยืน

โจทย์หลักของอิมที่ส่งต่อให้กับสถาปนิก Creative Crews ออกแบบ คือความยั่งยืนและการอนุรักษ์

พอดีกันกับทีมสถาปนิกมีความคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งก่อสร้างและวัฒนธรรมที่ไม่แปลกแยกไปจากชุมชน การออกแบบจึงไม่มีความทันสมัยเข้ามาแทรกแซงในพื้นที่ ทว่ายังคงไว้ด้วยสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น 

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย
Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

“ตัววัสดุอย่างเดียวไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าเรายั่งยืนแล้วนะ ต้องมากกว่านั้น ตัวบ้านเราใช้วิธีการสร้างแบบโบราณ มีสล่าในชุมชนมาให้คำแนะนำและลงมือสร้างด้วยกัน” อิมพูดพลางชี้ไปที่บันไดไม้ “อย่างบันไดไม้ เราใช้การสลักขัดกันไปมา ไม่ใช่ที่ไหนก็ทำแบบนี้ได้ แต่สิ่งที่เรากำลังทำเป็นการสานต่อภูมิปัญญาของคนที่นี่ไปด้วย”

จากการมองด้วยสายตา บ้านทรงไทยถูกจัดวางอย่างมีระดับและสะดวกสบายเหมือนโรงแรม ร่องรอยการใช้ไม้เก่าที่มาจากหลากหลายที่เพิ่มความรู้สึกของความเป็นบ้านจริงๆ มีการเลือกใช้ดินผสมปูนมาช่วยทำให้ตัวบ้านเย็นแต่ไม่ชื้น การใช้เทคนิคการระบายอากาศธรรมชาติเพื่อลดอุณหภูมิภายในบ้านในช่วงฤดูร้อน และการสร้างกำแพงสองชั้นจะทำหน้าที่เป็นฉนวนป้องกันความเย็นในช่วงฤดูหนาว ทั้งหมดนี้ถูกคิดมาตอบโจทย์อย่างเหมาะสมกับพื้นที่และชุมชน 

จนทำให้ที่นี่ได้รางวัลด้านการออกแบบมากมายจาก Demark Award และ Good Design Award

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย
Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

เราอยู่ได้ ชุมชนต้องอยู่ได้ 

ภูมิทัศน์บนพื้นที่ 85 ไร่ มีทั้งเนินและที่ราบ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ร้านอาหาร ที่พัก และสวนบวกไร่

บ้านของแขกที่เข้าพักตั้งอยู่ด้านข้างซ้ายและขวา มี 4 ห้องนอน แต่ละห้องไม่มีส่วนที่ผนังชนกัน มีห้องน้ำส่วนตัวทุกห้อง สร้างความเป็นส่วนตัวให้กับแขก แต่ไม่ได้ส่วนตัวไปเสียทั้งหมดจนละทิ้งเสน่ห์ของโฮมสเตย์ เรายังเปิดหน้าต่างมาทักทายเจ้าของบ้านได้ สังเกตว่าในห้องเจ้าบ้านพยายามให้มีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นที่สุด ด้วยเหตุผลว่าอยากให้แขกเกิดความสัมพันธ์แบบแชร์ประสบการณ์ จึงมีศาลาตรงกลางที่แต่งด้วยเสวียน เป็นสัญลักษณ์ของอาสา ฟาร์มสเตย์

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย
Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

พื้นที่ตรงนั้นคือที่ที่ทุกคนจะต้องมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน

“เรามีชีวิตเป็นของจริงที่นี่ เราทำเกษตรจริง เรามีครอบครัวที่อยู่ที่นี่จริงๆ” อิมเล่าแนวคิดของโฮมสเตย์

อาสาฟาร์มสเตย์เลยมีบ้านของเจ้าของบ้านอยู่ตรงกลาง โดยเธอชักชวนคนในพื้นที่เชียงรายมาอยู่ดูแลบ้าน พ่วงตำแหน่งดูแลแขกที่เข้ามาพัก โชคดีมากที่อิมเจอคู่คู่สามีภรรยาที่แต่งงานแล้วอยากแยกครอบครัวออกมาจากบ้านของพ่อแม่พอดี ประกอบกับทั้งคู่เคยทำงานโรงแรมกันมาก่อน โชคสองชั้น! นับรวมแล้วมีพนักงานทั้งหมด 6 คนถ้วน

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย
Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

“ถ้าคุณคาดหวังว่ามาแล้วจะอยู่เงียบๆ คนเดียว ที่นี่อาจไม่ตอบโจทย์นั้น” เธอพูดพร้อมรอยยิ้ม

“เพราะน้องๆ จะคอยชักชวนคุณทำอาหาร ดำนา เดินป่า เป็นเหมือนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของน้องๆ กับแขก บางคนทำงานเป็นเชฟก็มาแลกสูตรอาหารกับเรา ลงมือทำเองเลยก็มี บางคนทำเกษตรกรรมก็มาเล่าเรื่องการปลูกต้นไม้ บางคนพักวันเดียวกัน พอกลับกรุงเทพ เอ๊า อยู่คอนโดฯ เดียวกัน แต่ไม่เคยทักกัน มาเจอกันที่เชียงรายแทน”

ระหว่างฟังอิมเล่าเรื่องสนุก เรามองดูรอบๆ พื้นที่อาสา ฟาร์มสเตย์ สีสันที่แต่งแต้มกลับไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในฟาร์มเท่านั้น ที่นี่ยังก่อให้เกิดประสบการณ์ใหม่กลับไปสู่ชุมชนและแขกผู้หลงรักการท่องเที่ยวแบบชุมชนด้วยเช่นกัน

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้จบลงแค่วันเช็กเอาต์

“บางวันเราก็พาลูกค้าฝรั่งหรือคนไทยน่ารักๆ ไปคุยกับพ่ออุ้ยแม่อุ้ยแถวนี้ เขาก็ไม่เหงา ถัดจากเราอีกนิดมีศูนย์เด็กเล็ก แทนที่แขกจะทานอาหารในห้องอาหาร เราก็เปลี่ยนให้เขาไปช่วยกันทำกับข้าวเลี้ยงเด็กในศูนย์เด็กเล็กแทน 

“บางทีลูกค้าอยากบริจาคของให้หมู่บ้านชาวเขา เราก็เป็นตัวกลางส่งต่อให้ มันเลยเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ได้จบลงแค่วันเช็กเอาต์ แล้วลูกค้าก็ได้ความประทับใจในอีกรูปแบบหนึ่ง” เจ้าบ้านเผยความน่ารักของอาสา ฟาร์มสเตย์

อิมชวนเราเดินลัดเลาะขึ้นเนินไปในสวนยางพาราด้านหลัง เป็นทางเดินที่เต็มไปด้วยความแปลกตาของภูมิทัศน์ สุดทางที่เดินได้ก็เป็นจุดชมวิวที่มองออกไปเห็นเมืองในมุมสูง พร้อมทั้งสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด ก่อนที่จะลงมาพบกับน้องเทียนผู้ดูแลไร่ กำลังพาควาย 3 ตัวของเขาลงไปเล่นโคลนจนขาวโพลนไปหมด ตัดสลับกับเสียงร้องดังของห่านเจ้าถิ่นที่วิ่งหลบลงไปในน้ำ เพราะเจอเจ้าบ้านจับได้ว่ามันกำลังแอบกินรวงข้าวเหนียวในไร่ ส่วนปูนาตัวใหญ่ยักษ์วิ่งหนีเจ้าห่านอีกที มีน้องหมาและน้องแมวที่อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ช่างเป็นภาพที่เราคงไม่มีวันเห็นได้จากที่ไหนง่ายๆ 

“รู้สึกไหมว่าวันนี้ลมพัดมาจากทางเหนือ” 

หรือจริงๆ ประโยคด้านบนจะเป็นคำถามเชิญชวนให้เรามาเที่ยว Ahsa Farmstay ณ เชียงราย ก็ได้

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย
Ahsa Farmstay

ที่อยู่ : แม่สลองใน ซอย 1 ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย 57110 (แผนที่)

ติดต่อ : 09 7248 4674

Facebook : Ahsa Farmstay อาสา ฟาร์มสเตย์

เว็บไซต์ : www.ahsafarmstay.com 

Writer & Photographer

อนัตตา บุตรขุนทอง

มี๊กวาง ผู้เป็นทั้งนักออกแบบ นักวาดภาพประกอบ นักท่องเที่ยว และคุณแม่น้องมังกร ที่เพิ่งย้ายสำมะโนครัวมาใช้ชีวิต Simple Life อยู่ที่เชียงราย

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

‘สิริ ศาลา’ เป็นชื่อที่วนเวียนในหัวเราอยู่ปีสองปี ถึงการ ‘จะ’ เกิดขึ้นของวิลล่าส่วนตัวริมแม่น้ำ

ไม่นานนัก ก่อนเรายกหูเครื่องมือสื่อสารถึงเจ้าบ้าน ก็ได้ยลภาพ สิริ ศาลา ฉบับเสร็จสมบูรณ์ คงไม่ต้องกระซิบว่าหัวใจรัวเป็นกลองจังหวะอะไร ยอมรับว่าตื่นเต้นที่จะทำความรู้จักและล้อมวงสนทนาในบ้านไทยบรรยากาศสบาย ๆ

เราเดินโต๋เต๋ย่านจรัญสนิทวงศ์ พลางคิดในใจว่าวิลล่าที่เป็นหมุดหมายจะซ่อนแอบอยู่ตรงไหน มองซ้าย มองขวา ก็เห็นแต่บ้านเรือนและผู้คน พอนาฬิกาส่งเสียงแจ้งเวลานัดหมาย ก็รีบจ้ำอ้าวเข้าซอย จนเจอวิลล่าริมคลองบางกอกน้อยที่ซุกซ่อนตัวอยู่ข้าง ๆ เพื่อนบ้านชุมชนริมน้ำ ไม่หวือหวา ไม่แปลกแยก ทว่ากลมกลืนกับบริบทโดยรอบอย่างน่ารัก

เกริ่นให้คุณฟังมายืดยาว ขอชวนเดินสำรวจ สิริ ศาลา ด้วยกัน, ก่อนจะถึงตัวบ้าน ต้องเดินลัดเลาะกำแพงสีขาวสะอาดตา ที่ถูกแต่งแต้มด้วยผักสวนครัวกินได้สีเขียวขจี แถมส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ชวนผ่อนคลาย เผลอเพลินใจสักพัก กีรติ เทพโสพรรณ และ เออร์มา โก (Irma Go) สองเจ้าบ้านก็ออกมาต้อนรับด้วยท่าทีอบอุ่นและเป็นกันเอง 

คู่สามีภรรยาเชื้อเชิญเรานั่งในห้องสมุดขนาดจิ๋วใต้ถุนบ้าน เพื่อพูดคุยถึงที่มา-ที่ไปของการอนุรักษ์บ้านไทย ด้วยการปรับโฉมเป็นวิลล่าส่วนตัวที่เปิดบ้านต้อนรับแขกผู้มาเยือน ให้มาสัมผัสเสน่ห์ของความเป็นไทยในอีกหนึ่งรูปแบบ

“แพสชันแรกของเราคือการอนุรักษ์ คอนเซ็ปต์ของเรา คืออยากให้แขกได้ทดลองใช้ชีวิตในอีกแบบหนึ่ง เพราะเราคิดว่ากรุงเทพฯ มันมี 2 ด้าน ด้านหนึ่งที่ผมและคนทั่วโลกรู้จักกันอยู่แล้ว ส่วนด้านนี้เป็นด้านที่เราภูมิใจและยังไม่มีคนรู้จัก สิ่งที่เราสองคนอยากให้ สิริ ศาลา เป็น คือ วิลล่าแห่งแรกของกรุงเทพฯ ที่อยู่ริมคลองบางกอกน้อย”

เป็นเวลากว่า 5 ปี ตั้งแต่แรกพบยันจบงาน ที่เธอและเขาศึกษา เรียนรู้ เข้าใจ ‘ความเป็นไทย’ จนพร้อมส่งมอบประสบการณ์และความตั้งใจอันดี ที่ต้องการอนุรักษ์บ้านไทย อันรวมวิถีชีวิตของผู้คนริมน้ำ ผ่านการสร้าง สิริ ศาลา วิลล่าส่วนตัวขนาด 3 เรือน บนพื้นที่ 1 ไร่นิด ๆ ซึ่งตระกูลเจ้าของเดิมสร้างเป็นที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 

ขนมไทยและชาเย็นชื่นใจถูกยกมาเสิร์ฟ เพื่อแกล้มกับเรื่องเล่าที่คุณและเราจะได้สดับรับฟังด้วยกัน

แรกพบ สบตา

Siri Sala : บูรณะเรือนเก่าร้อยปีสมัย ร.6 เป็นวิลล่าส่วนตัวสุดอบอุ่นริมคลองบางกอกน้อย

“ตอนปี 2016 ภรรยาผมเจอบ้านหลังนี้ครั้งแรก…” กีรติเกริ่นถึงรักแรกพบของภรรยา

ขณะเออร์มาล่องเรือหางยาวเที่ยวคลองบางกอกน้อยกับครอบครัวและเพื่อนพ้อง เธอก็สะดุดตากับบ้านและป้ายประกาศขาย จนกลับมารบเร้าให้สามีช่วยยกหูถึงเจ้าบ้าน เพราะภาษาไทยเธอไม่แข็งแรง (เออร์มาเป็นสาวฟิลิปปินส์) แต่จนแล้วจนรอดภารกิจซื้อบ้านริมคลองก็ไม่สำเร็จ ด้วยเบอร์ติดต่อที่แนบไว้ดันไร้การตอบรับจากปลายสาย 

“แต่ในใจของเออร์มายังคิดถึงบ้านหลังนี้อยู่ตลอด เขาเคยเปรยกับผมว่า ด้วยความที่เขาเป็นคนต่างชาติ เขาเห็นว่าประเทศไทยดูแลรักษาเฉพาะวัดกับพระราชวัง พอเป็นบ้านคนธรรมดากลับไม่มีกฎหมายหรือใครเข้ามาดูแล 

“1 ปีผ่านไป เขาก็ยังติดใจ จนขอให้ผู้ช่วยของผมช่วยหาบ้านริมน้ำให้” กีรติเล่า

Siri Sala : บูรณะเรือนเก่าร้อยปีสมัย ร.6 เป็นวิลล่าส่วนตัวสุดอบอุ่นริมคลองบางกอกน้อย

‘บ้านริมน้ำแถวไหนไม่รู้’ คือคำสำคัญที่เออร์มาส่งต่อให้ผู้ช่วยสำหรับภารกิจตามหา ‘บ้านริมน้ำแถวไหนไม่รู้’ – แต่ด้วยโชคชะตา ฟ้าลิขิต หรือเว็บไซต์ค้นหาอันดับหนึ่งอย่าง Google ก็ไม่ทราบ ที่ทำให้เธอเจอบ้านหลังนั้นอีกครั้ง

สาวเจ้ากับมาเล่าให้สามีฟังถึงประวัติความเป็นมาของบ้านไทย 3 หลัง ในพื้นที่ 1 ไร่นิด ๆ เลียบคลองบางกอกน้อยว่า บ้านหลังแรกถูกสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 โดยตระกูลเจ้าของเดิมทำอาชีพเกี่ยวข้องกับการเก็บภาษี ก่อนจะสร้างบ้านอีกสร้างหลังตามวาระโอกาสและจำนวนลูกหลาน กระทั่งเหตุการณ์น้ำท่วมมาเคาะถึงหน้าเรือน บ้านไม้ได้รับความเสียหายมากเกินกว่าทายาทรุ่นปัจจุบันจะดูแลไหว จึงเป็นสาเหตุให้ตัดสินใจแขวนป้ายประกาศขาย 

“เออร์มาไม่เคยอยากได้อะไรมากขนาดนี้มาก่อน” ฝ่ายชายพูดด้วยรอยยิ้ม “ในที่สุดเราก็ซื้อบ้านหลังนั้นมา โดยเออร์มามีความตั้งใจอยากจะบูรณะ แต่พอคุยกับสถาปนิกที่เชี่ยวชาญ เขาบอกว่า สภาพบ้านไม่สามารถรักษาได้ ไม่ปลอดภัยหากบูรณะทั้งหมด เขาเลยต้องถมที่ดินและทำใหม่ แต่สุดท้ายเราก็เก็บบ้านที่สมบูรณ์ที่สุดไว้หนึ่งหลัง” 

นั่นคือ เรือนทรงปั้นหยา ที่มีเสาเดิม พื้นเดิม หน้าต่างเดิม และประตูเดิม (เปลี่ยนแค่ฝาบ้านและหลังคา)

Siri Sala : บูรณะเรือนเก่าร้อยปีสมัย ร.6 เป็นวิลล่าส่วนตัวสุดอบอุ่นริมคลองบางกอกน้อย
Siri Sala : บูรณะเรือนเก่าร้อยปีสมัย ร.6 เป็นวิลล่าส่วนตัวสุดอบอุ่นริมคลองบางกอกน้อย

ส่วนการบูรณะ ‘เรือนเดิม’ ให้เหมือนเดิมที่สุด เป็นฝีมือของช่างผู้เชี่ยวชาญจากอยุธยา ที่เออร์มาและกีรติจับมือกันทัวร์จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดราชบุรี เพื่อหาช่างฝีมือดีที่เข้าใจและชำนาญด้านการสร้างและอนุรักษ์บ้านไทย เดิมทีเรือนปั้นหยาหลังนี้เคยเป็นเรือนนอนขนาด 3 ห้อง สองเจ้าบ้านแปลงโฉมใหม่เป็น ‘Heritage Bar’ ห้องอเนกประสงค์สำหรับทุกคน จะมานั่งเล่น นอนเล่น จิบเครื่องดื่มมีสี ฟังดนตรีดี ๆ หรือแลกเปลี่ยนบทสนทนาก็ได้

Siri Sala : บูรณะเรือนเก่าร้อยปีสมัย ร.6 เป็นวิลล่าส่วนตัวสุดอบอุ่นริมคลองบางกอกน้อย
Siri Sala : บูรณะเรือนเก่าร้อยปีสมัย ร.6 เป็นวิลล่าส่วนตัวสุดอบอุ่นริมคลองบางกอกน้อย

ก่อนเดินสำรวจวิลล่า เราโยนคำถามให้หญิงสาวชาวฟิลิปปินส์ตรงหน้า (คิดว่าคุณอาจสงสัยเหมือนกัน)

อะไรเป็นเหตุผลให้คุณอยากอนุรักษ์บ้านเก่าร้อยปีริมน้ำหลังนี้ – เราถาม

“สารภาพตามความจริง ฉันก็ไม่รู้” เธอพูดขึ้นทันที “แต่เมื่อเดินเข้ามาในบ้านหลังนี้ มันมีความรู้สึกแรงกล้าบางอย่าง และฉันอยู่ประเทศไทยมา 21 ปี กรุงเทพฯ เปลี่ยนไปมากจากเมื่อ 20 ปีก่อน และวิถีชีวิตแบบนี้กำลังจะหายไป ซึ่งบ้านหลังนี้ยังมีสภาพเหมือนเดิมกับเมื่อร้อยปีก่อน มันพิเศษมาก ๆ ขณะเดียวกันฉันคิดว่าเราควรจะรักษาและหาวิธีแบ่งปันวิถีชีวิตแบบนี้ให้กับคนอื่น ๆ ให้เขามาสนุกกับวิถีสมัยใหม่ของเขา บนพื้นที่ความเป็นไทยที่ควรอนุรักษ์”

สิริ ศาลา

สิริ ศาลา ประกอบด้วยเรือน 3 หลัง ได้แก่ เรือนบางกอกน้อย เรือนหอ และเรือนสิริ 

กีรติและเออร์มาเตรียมรองเท้าแตะคู่สบายให้เราเปลี่ยนก่อนเดินขึ้นบันไดชมชั้นสองของวิลล่า ฝ่ายชายรับหน้าที่เล่าเรื่องราวอย่างคล่องแคล่ว เขาหยุดหน้า ‘เรือนบางกอกน้อย’ พร้อมผายมือ ยิ้มหวาน ชวนเราเข้าไปสำรวจด้านใน

“ห้องนี้ผมได้แรงบันดาลใจจากคลองบางกอกน้อย ภาพวาดด้านบนก็ได้แรงบันดาลใจจากวัดสุวรรณาราม ที่อยู่ตรงข้ามกับเรา เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ด้านในพระอุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังสวยมากครับ ผมเลยให้ศิลปินที่รู้จักกันมาวาดภาพให้ เป็นภาพปลาพันธุ์ต่าง ๆ ที่พบในคลองบางกอกน้อย” เขาเล่าด้วยแววตาเป็นประกาย

เรื่องราวของคู่รักที่บูรณะเรือนเก่าร้อยปีเป็นที่พัก ให้แขกสัมผัสความเป็นไทยและเสน่ห์ชุมชนริมน้ำ
เรื่องราวของคู่รักที่บูรณะเรือนเก่าร้อยปีเป็นที่พัก ให้แขกสัมผัสความเป็นไทยและเสน่ห์ชุมชนริมน้ำ

ภายในห้องตกแต่งด้วยเครื่องเรือนสภาพเอี่ยมของคุณป้าเจ้าของเดิม แถมกีรติยังมีโอ่งมังกรในห้องน้ำ ให้แขกต่างชาติสัมผัสความฟินฉบับไทย ๆ ของการใช้ขันจ้วงน้ำเย็นเฉียบจากโอ่งมาสาดลงผิวกาย แค่นึกก็สดชื่นทันตา

“พอคุณป้า (เจ้าบ้านเดิม) แต่งงานปุ๊บ คุณพ่อก็สร้างเรือนหอให้ตรงนี้” เขาเกริ่น พร้อมพาเราเดินไปห้องฝั่งตรงข้าม “ห้องนี้เป็นเรือนหอจริง ๆ ของคุณป้า ตอนแรกที่ผมมาเห็น ติดวอลเปเปอร์เต็มเลย ส่วนเตียงตรงนั้นก็เป็นเตียงแต่งงานของคุณป้า สีแปลกมาก เป็นสีเทอร์ควอยซ์ แต่ผมทำสีใหม่ให้คล้ายเดิม และเพิ่มความยาวของเตียง”

เรื่องราวของคู่รักที่บูรณะเรือนเก่าร้อยปีเป็นที่พัก ให้แขกสัมผัสความเป็นไทยและเสน่ห์ชุมชนริมน้ำ

เราร้องโอ้โฮตั้งแต่แรกเห็น เตียงสีสวยโดนใจ ส่วนตู้และโต๊ะเครื่องแป้ง คุณป้าก็มอบให้ เพื่อเสริมความเป็น ‘เรือนหอ’ เจ้าบ้านให้ศิลปินวาดภาพสื่อรัก อีกด้านเป็นการพบรักของนกสองตัวที่กำลังชวนกันสร้างรัง ส่วนอีกด้านเป็นครอบครัวเต่า ซ่อนความหมายถึงครอบครัวและการครองรักยืนยาว (แค่เรื่องราวก็หวานหยด จนอยากออกเรือน)

เรื่องราวของคู่รักที่บูรณะเรือนเก่าร้อยปีเป็นที่พัก ให้แขกสัมผัสความเป็นไทยและเสน่ห์ชุมชนริมน้ำ
เรื่องราวของคู่รักที่บูรณะเรือนเก่าร้อยปีเป็นที่พัก ให้แขกสัมผัสความเป็นไทยและเสน่ห์ชุมชนริมน้ำ

ถ้าคุณยังเพลิดเพลิน ขอชวนขยับเท้าเดินกันต่อ เปิดประตูเยือน ‘เรือนสิริ’ เป็นเรือนที่หน้าตาโมเดิร์นขึ้นมาหน่อย การออกแบบเลยทันสมัยตามกัน กีรติบอกว่าเรือนนี้มีห้องที่มีทีวีและเกม ลูก ๆ ของเขาชอบมากเป็นพิเศษ

ความพิเศษของ เรือนสิริ คือ ออกแบบให้มีห้องย่อยถึง 4 ห้อง คือ เรือนสิริสันต์ เรือนสิริเกษม เรือนสิริสุข และเรือนสิริฤดี ซึ่ง 3 เรือนข้างต้นตั้งอยู่บนชั้นสองข้างบ้าน ส่วนเรือนสิริฤดี ตั้งอยู่ชั้นล่าง มาพร้อมวิวสวนเขียวขจีและอ่างอาบน้ำกลางแจ้ง (บรรยากาศดีมาก ฝาบ้านเก่าที่กั้นความเป็นส่วนตัวก็สวยคลาสสิกสุด ๆ) ซึ่งเรือนหลังนี้ก็ปรับการใช้งานได้อเนกประสงค์ เป็นมากกว่าห้องนอน บางทีก็เป็นห้องทำสปาและนวดผ่อนคลาย เหมาะกับผู้สูงอายุด้วยนะ เพราะไม่ต้องก้าวเดินขึ้นบันไดให้ปวดเมื่อย แถมเป็นมิตรกับเพื่อนสัตว์สี่ขา มาพักผ่อนทั้งทีก็คลุกคลีอยู่ด้วยกันได้ทั้งวัน

เรื่องราวของคู่รักที่บูรณะเรือนเก่าร้อยปีเป็นที่พัก ให้แขกสัมผัสความเป็นไทยและเสน่ห์ชุมชนริมน้ำ

บรรยากาศแวดล้อมก็ร่มรื่นและสดชื่นจากต้นไม้สีเขียวรอบบริเวณ ชอบมากที่ลมโกรกสบายตัว และมองเห็นวิวคลองบางกอกน้อยอยู่ไม่ไกล ส่วนฝั่งตรงข้ามเป็นวัดสุวรรณาราม ข้างเคียงเป็นเพื่อนบ้านชุมชนริมน้ำ ขอวกกลับเข้ามาใน สิริ ศาลา อีกครั้ง นอกจากเรือนใหญ่ทั้ง 3 เรือน ยังมีห้องนั่งเล่นเปิดโล่งใต้ถุนบ้านที่ออกแบบให้ใช้งานเป็นพื้นที่สารพัดประโยชน์ตามฉบับบ้านไทยสมัยก่อน

มีห้องสมุดขนาดกะทัดรัด บรรจุหนังสือประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของไทย พ่วงบอร์ดเกมสนุก ๆ และเฟอร์นิเจอร์โบราณอายุหลักร้อยปีจากเจ้าบ้านเดิมให้ชมจนเพลินตา

มีห้องอาหารกว้างขว้าง (สนุกตรงที่โต๊ะกินข้าวถูกตัดทอนมาจากแผ่นไม้จากฝาบ้านเดิม ยาวกว่า 6 เมตร) พร้อมครัวจิ๋วและอุปกรณ์ครบครัน ซึ่งเจ้าบ้านพยายามออกแบบตู้ให้เหมือนตู้กับข้าวสมัยเก่าแต่ดูร่วมสมัย บนตู้ก็วางด้วยข้าวของที่เจ้าบ้านเดิมเก็บไว้ให้ 

เรื่องราวของคู่รักที่บูรณะเรือนเก่าร้อยปีเป็นที่พัก ให้แขกสัมผัสความเป็นไทยและเสน่ห์ชุมชนริมน้ำ
เรื่องราวของคู่รักที่บูรณะเรือนเก่าร้อยปีเป็นที่พัก ให้แขกสัมผัสความเป็นไทยและเสน่ห์ชุมชนริมน้ำ

ในพื้นที่ยังมีสวนขนาดย่อมให้ตื่นมาฟังเสียงนกน้อยร้องเพลงรับอรุณ และนั่งผ่อนคลายยามตะวันลับขอบฟ้า หากเดินเข้าไปด้านในสุดติดของพื้นที่ มีสระน้ำเกลือเลียบคลองให้ออกแรงว่ายพอหอมปากพอหอมคอ และความใส่ใจของสามี-ภรรยา ที่เราว่าน่ารักดี คือ การแมตช์สีกระเบื้องให้เป็นโทนสีเดียวกับแม่น้ำ (เออร์มากระซิบว่า สีกระเบื้องหลังคา เธอก็ตั้งใจให้เป็นสีเดียวกับคลองบางกอกน้อย แน่นอน ไม่ใช่สีฟ้าสดใสในจินตนาการ แต่เป็นสีเขียวตุ่นที่ถอดแบบมา)

อีกอย่างที่สองเจ้าบ้านส่งเสริม คือ ของตกแต่งภายในวิลล่ามาจากศิลปินและดีไซเนอร์ชาวไทย ที่หยิบจับวัสดุไทย ทำงานกับช่างฝีมือไทย แต่ปรุงแต่งออกมาอย่างร่วมสมัย พอหยิบมาวางในเรือนไทยก็เก๋ไก๋ไปอีกแบบ

เรื่องราวของคู่รักที่บูรณะเรือนเก่าร้อยปีเป็นที่พัก ให้แขกสัมผัสความเป็นไทยและเสน่ห์ชุมชนริมน้ำ

มาเยือน วิลล่า

การเข้าพัก สิริ ศาลา ไม่เพียงหย่อนใจและเปิดประสบการณ์ความเป็นไทย กีรติและเออร์มายังเตรียมกิจกรรมให้ทำอีกเพียบ เพราะเขาและเธอเชื่อว่าการท่องเที่ยวและกิจกรรมที่คัดสรรมา จะทำให้แขกได้สัมผัสวัฒนธรรมและเสน่ห์ชุมชนจริง ๆ อาทิ การตักบาตรยามเช้า คลาสเล็ก ๆ สอนพับดอกบัว จ่ายตลาด เก็บผักสวนครัว มาปรุงอาหารไทย นวดไทยสบายตัว โยคะร่างกายและจิตใจ เรียนมวยไทยกับค่ายมวยเพชรยินดี ล่องเรือสำรวจคลองบางกอกน้อย ฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์บนคุ้งน้ำเจ้าพระยากับนักโบราณคดี และทัวร์ Hidden Gem รอบกรุงเทพฯ กับไกด์ท้องถิ่น

บางครา วิลล่าแห่งนี้ก็ถูกแขกผู้มาเยือนปรับเปลี่ยนเป็นสถานที่ฉลองวันเกิด สถานที่จัดงานอีเวนต์ พื้นที่บรรเลงดนตรีแจ๊ส หรือดินเนอร์มื้อพิเศษแบบส่วนตัว ที่มีเชฟคอยออกแบบเมนูอาหาร รังสรรค์เมนูทั้งอาหาร-ขนมไทย อาหารตะวันตก และอาหารมังสวิรัติ ขอเพียงบอกความต้องการ กีรติ เออร์มา พ่อครัวและแม่ครัวรสมือดีพร้อมจัดให้! 

“สถานที่ของเราไม่ใช่ร้านอาหาร ไม่ใช่โรงแรม แต่มันคือ ‘บ้าน’ ผมอยากให้แขกที่มาพัก เขาได้ ‘เห็นชีวิต’ และ ได้ ‘ใช้ชีวิต’ จริง ๆ การมาอยู่ที่นี่เขา Customize ได้ทั้งหมด เพราะผมเชื่อว่าแต่ละคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน

“เหมือนเวลาผมมีเพื่อนมาเยี่ยมบ้าน คงไม่มีเมนูอาหารให้เลือก แต่ผมคงรู้ใจเพื่อนคนนี้อยู่แล้วว่าเขาชอบหรือต้องการอะไร ซึ่งที่นี่ก็เป็นแบบนั้น ผมว่านี่มันคือหน้าที่ของบ้าน หน้าที่ที่ต้องต้อนรับขับสู้ให้ดีที่สุด ซึ่งมันธรรมดา ไม่ทางการ แต่กลับ Meaningful มาก ๆ” กีรติเล่าถึงความตั้งใจที่เขาอยากให้บรรยากาศแบบนั่นเกิดขึ้นที่นี่

“เราเปิดบ้านให้แขกเข้าพักครั้งละกลุ่ม แขกหรือครอบครัวก็เลยใช้บ้านได้ทั้งหลัง เขาจะได้รับความเป็นส่วนตัวเต็มที่ จะใส่ชุดนอนลงมากินข้าวก็ได้นะคะ” เออร์มาหัวเราะ “ที่นี่ไม่มีล็อบบี้ ไม่มีแขกคนอื่น เราอยากให้แขกที่มาได้สัมผัสวัฒนธรรมไทยจริง ๆ ซึ่งไม่ใช่การช้อปปิ้ง แต่เป็นการล่องเรือหรือทำกิจกรรมที่ทำให้รู้จักประเทศไทยมากขึ้น กิจกรรมบางอย่างของ สิริ ศาลา เราก็พยายามจ้างงานคนในชุมชนให้ได้มากที่สุด”

เพราะเป็นน้องใหม่ของย่าน กีรติและเออร์มา จึงอยากผูกสายสัมพันธ์อันดีกับพี่ น้อง เพื่อนพ้อง ข้างเคียงละแวกชุมชนคลองบางกอกน้อย ด้วยการยินดีเข้าไปทำความรู้จัก เรียนรู้ความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของคนที่นี่อย่างถ่อมตัว

“ตอนที่เราเพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ ๆ เพื่อนบ้านส่งบะหมี่ผัดมาให้เราสิบห่อ หรือตอนปีใหม่เขาก็ส่งคนมาบอกว่าจะร้องคาราโอเกะกัน อาจเสียงดังนิดหน่อย พวกเราก็ร้องแจมด้วยเลยครับ เพื่อนบ้านของเราน่ารักมากจริง ๆ 

“หรือวัดสุวรรณารามก็ตาม อาจเพราะตัวผมอยู่สุขุมวิทมานาน จนลืมไปว่าวัดสำคัญยังไง วัดเป็นศูนย์กลางของผู้คนและชุมชนยังไง จนกระทั่งมาอยู่ที่นี่ ทำให้ผมดื่มด่ำและเข้าใจสิ่งนั้นอย่างกระจ่าง จากการที่เจ้าอาวาสโทรมาชวนผมไปตักบาตรเทโวในวันออกพรรษา วันลอยกระทงก็โทรมาชวนผมและลูก ๆ ไปลอยกระทงที่วัด พอท่านรู้ว่าผมทำที่พัก ก็แนะนำคนในชุมชนให้มาช่วยงานในด้านต่าง ๆ ท่านรู้จักทุกคนและเป็นศูนย์กลางจริง ๆ” กีรติเล่าความประทับใจ

เราว่าสิ่งสำคัญคือ เขาพยายามเชื่อมโยงกับชุมชน และพาตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนด้วย

กลับมา เรียนรู้

“ผมอยากให้ สิริ ศาลา เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเห็นประเทศไทยในอีกมุมมอง และความจริงที่สำคัญที่สุด ผมอยากให้แขกมีความสุขและได้เป็นตัวเองในบ้านของเรา ผมหวังว่าเขาจะสนุกและเห็นคุณค่าของชุมชนนี้

“การทำโปรเจกต์นี้ตลอด 5 ปี ทำให้ผมเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เยอะมาก เข้าใจความเป็นไทยมากขึ้นด้วย และอีกอย่างผมไม่เคยทำงานกับภรรยามาก่อน ผมต้องชื่นชมเออร์มา ถ้าไม่มีเขา คงไม่มี สิริ ศาลา เพราะเขาเป็นคนแรกที่เห็นและเชื่อ ซึ่งการทำงานของผมก็ช่วยพาเขาไปถึงจุดที่ต้องการได้ บวกกับเรามีคนเก่ง ๆ รอบตัวคอยให้ความรู้อยู่ตลอด”

ความจริงที่เราไม่ได้บอกคุณ ทีแรกฝ่ายสามีไม่เห็นด้วยกับภารกิจซื้อบ้านริมน้ำของภรรยาสักเท่าไหร่

เราชวนกีรติย้อนถึงวันแรกที่รักแรกสมัย 18 ของเขาเอาโปรเจกต์นี้มาขาย เขามีท่าทีอย่างไรนะ

“ตอนที่เออร์มาติดต่อเบอร์นั้นไม่ได้ ผมโล่งอกเลย” เขายิ้ม 

“แต่สุดท้ายผมเห็นว่าเออร์มาเชื่อในสิ่งนั้นจริง ๆ เขามี Good Vision ผมเลยต้อง Trust the Vision นั้น ผมมองว่าชีวิตคู่มันคือการซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน และครั้งนั้นเป็นครั้งที่เออร์มาเชื่อ หน้าที่ของผมคือซัพพอร์ตสิ่งนั้น” 

ในวันนี้ วันที่ความพยายามตลอด 5 ปีของกีรติและเออร์มาสัมฤทธิ์ผล บ้านเก่าร้อยปีบนที่ดินริมน้ำถูกบูรณะและวิถีชีวิตแบบไทยก็ถูกอนุรักษ์ โดยมีเบื้องหลังเป็นการเรียนรู้และเข้าใจความสัมพันธ์ชีวิตคู่ของ ‘คู่ชีวิต’

ขนมไทยและชาเย็นชื่นใจพร่องปริมาณลงมาก เพราะถูกแกล้มด้วยสารพันเรื่องราว 

ตอนนี้บทสทนาขนาดยาวถูกทอนเป็นขนาดสั้น เราหวังว่าคุณที่เดินสำรวจ สิริ ศาลา ด้วยกัน จะได้รับมวลความประทับใจ และสัมผัสถึงความอบอุ่น ตลอดจนมิตรไมตรีผ่านตัวอักษรและรอยยิ้มของเจ้าบ้าน 

ด้วยความสัตย์จริง พวกเขายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะเปิดบ้านต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากทั่วทุกสารทิศ

Siri Sala Private Thai Villa

ที่ตั้ง : 28/8 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 34 แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

เว็บไซต์ : https://www.sirisala.com

Facebook : Siri Sala Private Thai Villa

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

สิปปกร วงศ์ธนาภา

ช่างภาพที่หลงรักชุมชนต่าง ๆ ทั่วไทย จนอยากบอกเลิกกับกรุงเทพฯ รักตัวหนังสือที่ทำเห็นภาพ จนอยากบอกเลิกกับกล้องตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load