และแล้วมันก็เกิดขึ้นจริงๆ

จู่ๆ เราก็ได้อยู่บ้านโดยพร้อมเพรียงกันทั่วโลก

เหตุเพราะอะไรคงไม่ต้องบอกกันให้มากความ

เอาเป็นว่าที่อเมริกา รัฐออกมาประกาศให้ยกเลิกการชุมนุม ปิดโรงเรียน ปิดสถานประกอบการแทบทุกอย่างยกเว้นซูเปอร์มาร์เก็ตและโรงพยาบาล ตั้งแต่ราววันที่ 13 มีนาคม ทีแรกโรงเรียนประกาศหยุดไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาฯ แต่ไปๆ มาๆ ตอนนี้เลื่อนเป็นถึงสิ้นเดือนเมษาฯ และส่อเค้าว่าอาจจะปิดยาวไปจนถึงสิ้นปีการศึกษากลางเดือนมิถุนาฯ โน่นเลย เท่ากับว่าอยู่ดีๆ เด็กก็จะเรียนจบเลื่อนชั้นโดยไม่ได้เรียน เจอกันอีกทีเดือนกันยาฯ ปีการศึกษาใหม่ไปเลย

เกิดมาอุ้มก็ไม่เคยเจอเรื่องอะไรแบบนี้ และเชื่อว่าคนจำนวนมากก็ไม่เคยเหมือนกัน ทีแรกก็เลยงงๆ แต่ก็รีบไปซื้อข้าวสารอาหารแห้งมาตุนไว้ แล้วยกเลิกการพบเจอผู้คน ตามนโยบาย Social Distancing หรืออยู่ห่างกันไว้ปลอดภัยที่สุด ซึ่งทั้งรัฐ สื่อ และผู้คนรอบตัวที่พอร์ตแลนด์ ดูจะพร้อมใจกันรับทราบปฏิบัติตั้งแต่กลางเดือนมีนาฯ

มี COVID-19 อย่าให้ชีวิตเศร้า ไอเดียกิจกรรมสนุกจากแดนไกลในวันที่ต้อง อยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ

ตอนนี้จะมีก็แต่ออกไปเดินเล่นที่ถนนรอบๆ บ้าน แต่ถ้าเห็นใครเดินมาแต่ไกลต้องรีบข้ามถนนไปเดินอีกฝั่ง เพื่อนบ้านนานๆ จะคุยกันยังต้องยืนห่างอย่างน้อย 2 เมตร เป็นช่วงเวลาที่แปลกประหลาดจริงๆ ค่ะ ขับรถออกไปตามถนนหนทางนี่ร้านรวงปิดหมดอย่างกับเมืองร้าง

แถมตอนนี้ยอดผู้ติดเชื้อและยอดผู้เสียชีวิตในอเมริกาทะลุแซงหน้าประเทศไหนๆ ในโลกไปแล้วเรียบร้อย นี่ขนาดเมืองส่วนใหญ่ไม่มี Test Kit เพียงพอ (หรือไม่มีเลย) ด้วยซ้ำนะคะ หมายความว่า จริงๆ แล้ว จำนวนผู้ป่วยอาจจะหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าตัวเลขที่ออกมาอีกก็ได้ ที่องค์การอนามัยโลกออกมาเตือนว่า อเมริกาจะเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดแห่งใหม่ของโลกนี่ก็คงจะจริงแล้วล่ะค่ะ (ฮือๆ อยากจะร้องไห้)

ครอบครัวอุ้มเก็บตัวอยู่กัน 4 คนมา 2 อาทิตย์กว่าแล้ว โชคดีที่สมคิดเคยเป็นครูและเป็นคนชอบวางระเบียบ ก็เลยวางแผนตั้งแต่วันแรกๆ ที่โรงเรียนปิดว่าเราจะต้องโฮมสคูล ทำตารางการเรียนเป็นเรื่องเป็นราว ไม่อย่างนั้นลูกจะแย่แน่ ทั้งไม่ได้เรียน ไม่ได้เจอเพื่อน ไม่ได้ออกไปไหน ทั้งงงกับชีวิตที่กลับหัวกลับหาง พ่อแม่เองก็จะพลอยเป็นบ้าตามไปด้วย นี่อุ้มยังขอบคุณไม่หาย เพราะนอกจากจะทำให้ไม่ฆ่ากันตายเองก่อนถึงมือ COVID-19 แล้ว เราทุกคนยังรู้สึกสนุกและตื่นเต้นที่จะไป (หรืออยู่) โรงเรียนทุกวันด้วย

มี COVID-19 อย่าให้ชีวิตเศร้า ไอเดียกิจกรรมสนุกจากแดนไกลในวันที่ต้อง อยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ

ไหนๆ นี่ก็คือ Our New Normal หรือความเป็นจริงใหม่ของชีวิตพวกเราตอนนี้ เราจะเศร้าหรือท้อแท้ไปทำไมใช่ไหมคะ ยอมรับมันเสีย แล้วสูดลมหายใจลึกๆ หน้าที่การงานมีก็ทำไป แต่อย่าลืมปรับกิจกรรมบางอย่างเสียใหม่ให้เข้ากับสถานการณ์ เพื่อดูแลตัวเองและคนที่รักให้แข็งแรงทั้งกายและใจ

คุณ-ภาพ-ชี-วิต ตอนนี้ อุ้มมีเรื่องดีๆ กับสิ่งที่ทำแล้วได้ผลมากๆ มาแนะนำค่ะ อุ้มพยายามให้มีหลายๆ แบบ และที่สำคัญคือไม่ต้องเสียเงิน! ชอบใจอันไหนเอาไปใช้ได้เลยนะคะ จะดีใจมาก

โฮมสคูล (สำหรับเด็กวัยประถม)

ตอนนี้เมืองไทยเป็นช่วงปิดเทอม คุณพ่อคุณแม่อาจจะรู้สึกว่าไม่อยากให้ลูกต้องมา ‘เรียนหนังสือ’ อีก ก็เลยปล่อยให้เล่นอะไรสนุกๆ สบายๆ ดีกว่า แต่อย่าลืมนะคะว่า ปกติปิดเทอมเด็กยังได้ไปเที่ยว ออกไปข้างนอก เจอเพื่อน นี่ลูกต้องอยู่แต่กับบ้าน ต่อให้ได้เล่นตามใจแค่ไหน สุดท้ายก็จะเบื่อและหงุดหงิดงอแง พี่น้องก็จะตีกันมากเป็นพิเศษ อุ้มสังเกตจากลูกตัวเองแล้วเป็นอย่างนี้จริงๆ ค่ะ

เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม วางระบบชีวิตให้ลูก (และพ่อแม่) เสียเลยดีกว่า เด็กเนี่ยนะคะ ยังไงเสียก็ชอบอะไรที่เป็นกิจวัตรและคาดเดาได้

บ้านอุ้มสร้างตารางอย่างนี้ค่ะ เวลาโรงเรียนคือ 9 โมงเช้าจนถึงบ่าย 2 (ฟังดูเหมือนยาวนะคะ แต่เอาเข้าจริงๆ แป๊บเดียวก็บ่าย 2 แล้วค่ะ เพราะมีอะไรให้ทำเป็นเรื่องเป็นราว จากนั้นลูกยังไปเล่นอะไรได้ตอนบ่ายอีกนานกว่าจะนอน ตรงกันข้ามกับปล่อยให้ลูกเล่นอะไรไปเรื่อยๆ จะรู้สึกว่าวันมันช่างยาวนานเหลือเกิน) แต่ละกิจกรรมความยาวครึ่งชั่วโมง

อุ้มวางแผนล่วงหน้าคร่าวๆ ว่า วันรุ่งขึ้นจะทำอะไร ใช้วิธี Thematic Learning ดูจากสิ่งที่ลูกสนใจช่วงนั้น แล้วให้ทั้งวันเป็นธีมเดียวกันหรือไม่ต้องก็ได้ แล้วสลับกันสอนกับสมคิด บ้านใครมีปู่ย่าตายายญาติโยมว่างอยู่จะมาช่วยกันก็ได้นะคะ จะได้มีอะไรทำด้วย

มี COVID-19 อย่าให้ชีวิตเศร้า ไอเดียกิจกรรมสนุกจากแดนไกลในวันที่ต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ

สำคัญที่สุดคือพ่อแม่ต้องมีความแน่วแน่แต่ไม่เครียด เคล็ดลับที่เราขยิบตารู้กันเองก็คือ ใช้คำพูดและกิจกรรมที่ฟังดูน่าสนุกแล้วทำให้มันดูเนียนๆ เช่น แทนที่จะบอกว่า “เราจะมาทำแบบฝึกหัดวิชาเลขกันนะคะ” แล้วยื่นกระดาษดินสอให้นั่งทำเอง วันนี้อุ้มให้เล่นขายถั่วเมล็ดแห้งค่ะ ให้ลูกหัดชั่งตวงวัด แล้วหัดจ่ายเงินทอนเงิน “อันนี้สิบเจ็ดบาท คุณแม่มีแบงก์ยี่สิบ ต้องทอนกี่บาทคะ” “ขอถั่วถุงละครึ่งถ้วยตวง สองถุงเป็นถั่วกี่ถ้วยคะ” ลูกก็จะได้รู้ว่าเลขเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเขา

มี COVID-19 อย่าให้ชีวิตเศร้า ไอเดียกิจกรรมสนุกจากแดนไกลในวันที่ต้อง อยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ

หรือไม่ใช่พอบอกว่าวิทยาศาสตร์ก็จะต้องเป็นการทดลองยากๆ นะคะ เมื่อเช้านี้อุ้มให้ลูกทำโยกัง หรือขนมวุ้นถั่วแดงแบบญี่ปุ่น ลูกก็ได้เรียนรู้เรื่องทำไมน้ำจึงเดือด ผงวุ้นทำให้ของเหลวกลายเป็นของแข็งได้อย่างไร พิมพ์อันใหญ่หรือเล็กทำให้ขนมเซ็ตตัวได้เร็วกว่ากัน และสุดท้าย… ได้หม่ำด้วย! วิทยาศาสตร์นี่อร่อยและสนุกจริงๆ

มี COVID-19 อย่าให้ชีวิตเศร้า ไอเดียกิจกรรมสนุกจากแดนไกลในวันที่ต้อง อยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ

หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง กาวที่บ้านหมด อุ้มเลยสอนลูกทำกาวใช้เองจากนม น้ำส้มสายชู และเบกกิ้งโซดา ทั้งอนีคาและเมตตา (และอุ้มด้วย) สนุกและตื่นเต้นมาก จากนั้นก็เอากาวมาใช้ในชั่วโมงศิลปะ ทำหน้ากากเปเปอร์มาเช่ได้อีก

มี COVID-19 อย่าให้ชีวิตเศร้า ไอเดียกิจกรรมสนุกจากแดนไกลในวันที่ต้อง อยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ
มี COVID-19 อย่าให้ชีวิตเศร้า ไอเดียกิจกรรมสนุกจากแดนไกลในวันที่ต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ

พูดถึงศิลปะ มีวิดีโอสอนวาดรูปของ โม วิลเลมส์ (Mo Willems) ที่เป็นคนวาดหนังสือเด็กชุด Elephant and Piggie ที่เขาทำออกมาช่วงนี้เอง ชื่อ Lunch Doodles with Mo Willems ที่บ้านอุ้มชอบมาก (แอบบอกว่าตรงที่เขาาเอางานเก่าๆ ให้ดูจะข้ามไปบ้างก็ได้นะคะ ที่น่าสนใจคือช่วงสอนวาดรูป) วันสองวันก็เอามาเปิดสลับให้ดูบ้าง ถ้าครูเกริก ยุ้นพันธุ์ หรือครูชีวัน วิสาสะ มาสอนวาดรูปนี่คงดีมากเลยนะคะ

ยังมีไอเดียอีกหลายอย่างมากเลยค่ะ ตอนนี้อุ้มเพิ่งเริ่มบล็อก Alternative Parenting จะพยายามอัปเดตตารางการเรียน ไอเดียกิจกรรม และสูตรต่างๆ ให้เอาไปใช้ได้เลยนะคะ

High Intensity Interval Training (HIIT)

มีคนบอกว่าอยู่บ้านควรจะใส่หน้ากาก ไม่ใช่ป้องกันไวรัส แต่เพื่อจะได้ไม่กิน (ฮ่าๆๆๆ) จริงนะคะ ยิ่งเครียดยิ่งกินไม่หยุด ไปออกกำลังกายที่ไหนก็ไม่ได้ แต่ทำไงดีน้ำหนักขึ้น! งั้นก็เล่นอยู่บ้านนี่แหละค่ะ ตอนนี้ที่นี่การออกกำลังกายแบบ HIIT มันฮิตมากสมชื่อจริงๆ ค่ะ คือเป็นการบริหารร่างกายด้วยท่าต่างๆ ให้หัวใจเต้นแรงจนหอบ แล้วหยุดพัก แล้วเล่นใหม่ เค้าบอกว่าจะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้อย่างมากในเวลาอันสั้น แล้วเมตาบอลิซึมก็จะยังทำงานสูงไปอีกหลายชั่วโมงหรือเป็นวัน มันคุ้มเหนื่อยจริงๆ! 

ตอนนี้มีวิดีโอสอนฟรีเต็มเลยค่ะ ส่วนใหญ่จะแค่ 20 – 30 นาที ยาวกำลังดี (คือยาวกว่านี้อาจไม่รอด) ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ด้วย แค่ใส่รองเท้าผ้าใบกระโดดโลดเต้นอยู่ในบ้านก็เบิร์นเป็นร้อยแคลอรี่ ดีจริงๆ ฮึบ… ฮึบ

Yoga with Adriene

อุ้มเล่น HIIT สลับกับโยคะค่ะ ร่างกายจะได้พักและมีความยืดหยุ่น รวมทั้งได้ออกกำลังใจด้วย และ Yoga With Adriene นี่คือยูทูบแชนแนลสอนโยคะที่อุ้มชอบมากที่สุด เพราะคุณเอเดรียนนี่เธอใจดี๊ใจดี สวยด้วย แถมคลิปนอกจากจะมีให้เลือกตามเวลาที่เรามีแล้ว ยังแบ่งตามไลฟ์สไตล์ เช่น โยคะสำหรับนักเขียน โยคะตอนเช้า โยคะก่อนนอน โยคะสำหรับโรคซึมเศร้า โยคะเพิ่มพลังสมอง โยคะเพื่อปลุกความเป็นศิลปินในตัวคุณ อะไรอย่างนี้ น่ารักไหม

มี COVID-19 อย่าให้ชีวิตเศร้า ไอเดียกิจกรรมสนุกจากแดนไกลในวันที่ต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ

ปะกางเกง

เมื่อหลายเดือนก่อน อุ้มไปเจอหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ Mending Matters ว่าด้วยการปะกางเกงยีนส์ด้วยเทคนิคซาชิโกะของญี่ปุ่น แต่คนเขียนเป็นศิลปินอเมริกัน ก็เลยได้กางเกงหน้าตาเฟี้ยวมากจนอุ้มต้องลองปะกางเกงยีนส์เข่าขาดของตัวเองดูบ้าง สนุกดีค่ะ ได้เอากางเกงกลับมาใส่ใหม่ตั้งหลายตัว จนไปพบบทความใน The New York Times เมื่อไม่นานมานี้ ว่าด้วยเรื่องการกลับมาของการปะซ่อมเสื้อผ้า ก็เลยเพิ่งรู้ว่าตอนนี้มันกำลังเป็นเทรนด์ ซึ่งดีนะคะ เพราะไม่ใช่แค่ทำสนุกๆ เก๋ๆ แต่เป็นเรื่องการต่อสู้กับแฟชั่นเสื้อผ้าราคาถูกมาไวไปไว ทำให้เราไม่ทิ้งของ 

ตอนนี้เรามีเวลาอยู่กับบ้านกันเยอะขึ้นมาก แต่จิตใจว้าวุ่น จะนั่งสมาธิก็สติสัมปชัญญะกระเซอะกระเซิงเอาไม่อยู่ ลองคว้าเข็มกับด้าย (ที่แถมมากับโรงแรมยังได้เลยค่ะ) มาซ่อมกางเกง ก็เป็นการทำสมาธิอีกทางหนึ่งนะคะ ไม่ต้องมีทักษะอะไรเลยด้วย แค่เย็บด้นไปเรื่อยๆ กลับไปกลับมา เสร็จเมื่อไหร่ก็เสร็จ ไม่ได้รีบอะไรใช่ไหมคะ ยิ่งเบี้ยวๆ บูดๆ ยิ่งมีเสน่ห์และเป็นฝีเข็มลายเซ็นของเราเองด้วย

มี COVID-19 อย่าให้ชีวิตเศร้า ไอเดียกิจกรรมสนุกจากแดนไกลในวันที่ต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ
มี COVID-19 อย่าให้ชีวิตเศร้า ไอเดียกิจกรรมสนุกจากแดนไกลในวันที่ต้อง อยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ

Online Music Festival

ได้ไอเดียนี้มาจากสถานีวิทยุ OPB (Oregon Public Broadcasting) ที่จัดเทศกาลดนตรีอินดี้ออนไลน์ Virtual Musicl Festival เลยได้รู้จักวงใหม่ๆ ทีเดียวเป็นสิบวง กับสถานีวิทยุ NPR (National Public Radio) ที่อัปเดตรายชื่อศิลปินที่ไลฟ์ทุกวันว่ามีใครบ้าง เวลาไหน ช่องทางอะไร

งดดูคอนเสิร์ต แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องอดฟังงานดีๆ หรือรู้จักวงใหม่ๆ ใช่ไหมคะ นี่ถ้า The Cloud ทำบ้างจะกรี๊ดให้ดังไปถึงกรุงเทพฯ เลยเชียว (ว่าแล้วก็ขายของซะหน่อย – บ.ก.)

Book Club

ไม่รู้คุณผู้อ่านเป็นไหมคะ อ่านหนังสือจบแล้วมีอันต้องอยากคุยแลกเปลี่ยนกับคนอื่น ไม่งั้นเหมือนไม่จบ เลยไปเจอบุ๊กคลับเท่ๆ ของคนเหล่านี้มาค่ะ อย่างเช่น Our Shared Shelf ของเอ็มม่า วัตสัน Between Two Books ของฟลอเรนซ์ แห่งวง Florence and the Machine หรือ Hello Sunshine ของรีส วิเธอร์สปูน

บุ๊กคลับเหล่านี้จะมีหนังสือเล่มละเดือนที่นัดอ่านด้วยกัน แล้วพอถึงเวลา เจ้าของคลับก็จะเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกัน ถ้าเมืองไทยเรามีกลุ่มดีๆ แบบนี้บ้างน่าจะดีนะคะ อุ้มอ่าน พุทธศักราชอัสดงฯ ของคุณวีรพร นิติประภา จบมาพักหนึ่งแล้ว อึดอัดกดดันขัดข้องและประทับใจมาก แต่ไม่รู้จะคุยกับใคร ถ้ามีบุ๊กคลับไหนเปิด จะขอไปปูเสื่อล้อมวงคุยด้วยคน

มีมาแนะนำเท่านี้ก่อนนะคะ หวังว่าจะทำให้ชีวิตเทาๆ ของเราตอนนี้มีสีสันขึ้นบ้าง คิดเสียว่าเราได้คุณภาพชีวิตกลับมาชั่วคราว จากการไม่ต้องออกไปผจญรถติดมลพิษนอกบ้าน ได้ใช้เวลาอยู่กับคนในครอบครัวมากขึ้น ได้มีเวลาออกกำลังกายโดยไม่ต้องเดินทางไปไหน ได้ทำความสะอาดบ้าน ได้ทำอาหารกินเองทุกวันแล้วนั่งกินกันพร้อมหน้า COVID-19 มาแล้วมันก็ต้องไป รักษาสุขภาพกายใจให้แข็งแรงจนกว่าเราจะผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกันนะคะทุกๆ คน

Writer & Photographer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

คุณ-ภาพ-ชี-วิต

อุ้ม-สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอท ชวนคิดอย่างคนพอร์ตแลนด์

ความเดิมจากตอนที่แล้ว

เรื่องอุ้มจับพลัดจับผลูกลายไปเป็นเมกเกอร์ สร้างแบรนด์ตุ้มหูเสร็จสรรพใน 30 วัน

เรื่องนี้มันมีเบื้องหลังค่ะ

คิดว่าแม่บ้านคนหนึ่งดูดฝุ่นอยู่ดี ๆ จะมีนิมิตให้เข้าไปจดทะเบียนบริษัทสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาได้อย่างงั้นเหรอ!

มันต้องมีคนรู้จักทำอะไรแบบนั้นได้มาก่อน ถึงจะพอไปไถ่ถามขอความรู้ แล้วเอามาทำเอง ใช่ไหมคะ

อุ้มเองก็โชคดี มีเพื่อนคนหนึ่งที่มารู้จักที่นี่เมื่อ 6 – 7 ปีก่อน อยู่มาวันหนึ่งเพื่อนก็บอกว่าจะทำเสื้อผ้าเด็กขาย อุ้มก็เลยได้เห็นการสร้างแบรนด์จนมีคนรักทั่วบ้านทั่วเมือง แถมจากเสื้อผ้าเด็ก วันนี้ยังขยับขยายไปมีหน้าร้าน ขายของแต่งบ้านเพิ่มมาอีกด้วย

เพื่อนคนที่ว่านี้ ชื่อ ปุ้ม-พรรณทินี ลินน์ เจ้าของแบรนด์สุดแสนจะน่ารัก ชื่อ ‘Silly Daisy’ ค่ะ

Silly Daisy แบรนด์เสื้อผ้าเด็กชื่อดังในพอร์ตแลนด์ โดยสาวไทยผู้ชอบซื้อผ้าจนหัดตัดเสื้อ

    อุ้มนี่ก็ได้ปุ้มคอยให้คำปรึกษามาไม่รู้กี่รอบ วันนี้เลยไปนั่งคุยกันมายาว ๆ เพราะเชื่อว่าคนที่อยากสร้างแบรนด์ขายของ น่าจะได้ความรู้จากความที่เคยไม่รู้ของเราสองคน มาฟังกันค่ะ

อุ้ม : ทำไมถึงคิดจะทำเสื้อผ้าเด็ก

ปุ้ม : เริ่มจากชอบซื้อผ้า (หัวเราะ) คือซื้อมาเฉย ๆ ด้วยนะ ยังไม่ได้คิดว่าจะทำอะไร แต่ไปร้านผ้าที่นี่แล้วผ้ามันน่ารักมาก ก็เลยซื้อมาเก็บ ๆ เพราะรู้สึกว่ามันเป็นงานศิลปะที่จับต้องได้ แล้วก็ไม่แพงเกินไป จนสามีบอกว่า ถ้าไม่เอาผ้าพวกนี้มาทำอะไร ห้ามซื้อใหม่แล้วนะ (หัวเราะ) ก็เลยคิดว่าจะเอามาตัดเสื้อ

Silly Daisy แบรนด์เสื้อผ้าเด็กชื่อดังในพอร์ตแลนด์ โดยสาวไทยผู้ชอบซื้อผ้าจนหัดตัดเสื้อ

อุ้ม : เย็บผ้าเป็นอยู่แล้วเหรอ

ปุ้ม : ไม่เป๊นนนนน (หัวเราะ) ตอนสมัยมัธยมเคยเย็บอย่างเดียวคือปลอกหมอน แบบที่เย็บตะเข็บตรงปรื๊ดอย่างเดียวยาว ๆ น่ะ แต่ทีนี้เรามีลูกสาว ตอนนั้นยังไม่ 3 ขวบดี (ตอนนี้ 10 ขวบแล้ว) ก็เลยคิดว่าอยากตัดชุดให้ลูก

อุ้ม : เคยใช้แพตเทิร์นตัดเสื้อมาก่อนมั้ย

ปุ้ม : ไม่เคย (หัวเราะ) ทีแรกไปซื้อยี่ห้อพวก Simplicity ที่แบบแม่บ๊านแม่บ้าน แต่โคตรยากเลย เปิดมาแล้วมึน ทำตามไม่ได้ ก็เลยไปหายี่ห้ออื่นที่มันสมัยใหม่หน่อย ทำตามได้ง่าย ๆ อย่างยี่ห้อ Oliver + S

อุ้ม : ทีนี้ได้เลย

ปุ้ม : ก็เป็นชุดแหละ แต่ห้ามเปิดดูข้างในนะจ๊ะ ตะเข็บตะเขิบดูไม่ได้เลย (หัวเราะ) จักรพ้งก็ยังไม่มี แต่ก็ภูมิใจนะ เพราะจากที่ไม่เคยเย็บอะไร ก็บ้าบิ่นตัดชุดเลย แม่เราก็บอกว่า “เธอออ…จะทำชุดแรก เอาผ้าถูก ๆ มาลองตัดก่อน” แต่แบบนั้นมันไม่ได้แรงบันดาลใจ เราก็เอาผ้าสวย ๆ ที่ซื้อมานี่แหละลองทำเลย

Silly Daisy แบรนด์เสื้อผ้าเด็กชื่อดังในพอร์ตแลนด์ โดยสาวไทยผู้ชอบซื้อผ้าจนหัดตัดเสื้อ
Silly Daisy แบรนด์เสื้อผ้าเด็กชื่อดังในพอร์ตแลนด์ โดยสาวไทยผู้ชอบซื้อผ้าจนหัดตัดเสื้อ

อุ้ม :  แล้วกลายมาเป็นธุรกิจได้ไง

ปุ้ม :  ก็ลูกเราใส่ไปโรงเรียน ใส่ไปโน่นมานี่ แล้วก็มีคนชม เพื่อนแม่ ๆ ด้วยกันก็บอก “ทำขายเลย” เราก็ทำแจกลูกเพื่อนก่อน เพิ่งมาจริง ๆ จัง ๆ ตอนลูกเข้าอนุบาล ประมาณปี 2017 เริ่มขายใน Etsy ส่วนเว็บไซต์เรามีอยู่แล้วชื่อ Silly Daisy นี่แหละ เพราะเราจดทิ้งไว้ตั้งนานแล้ว

Silly Daisy แบรนด์เสื้อผ้าเด็กชื่อดังในพอร์ตแลนด์ โดยสาวไทยผู้ชอบซื้อผ้าจนหัดตัดเสื้อ

อุ้ม : แล้วจดทะเบียนตั้งบริษัทตั้งแต่แรกเลยไหม

ปุ้ม : เปล่า ๆ เพิ่งมาจดตอนต้องซื้อของ Wholesale เพราะตอนเริ่มใหม่ ๆ เรายังไม่ได้ซื้อผ้าเยอะ ก็ไปซื้อตามร้านทั่วไปนี่ล่ะ อย่างแพง ทำตอนแรก ๆ นี่แทบไม่ได้กำไรเลยนะ แพสชันล้วน ๆ (หัวเราะ) แต่ละชุดกว่าจะทำเสร็จก็นานมาก เพราะยังเย็บไม่ค่อยเก่ง จักรอุตสาหกรรมก็ยังไม่ได้ซื้อ ทีนี้พอเริ่มจะซื้อผ้าในราคาขายส่ง ต้องมีบริษัท ก็เลยไปจดทะเบียน

อุ้ม : สักปีสองปีได้มั้ยกว่าจะมาจดทะเบียน

ปุ้ม : ไม่เลย เราเป็นคนทำอะไรเร็ว อยากทำอะไรทำเลย บางทีนะ ไม่คิดด้วยซ้ำ (ยิ้ม) แต่เป็นความโชคดีหรือเปล่าไม่รู้ จังหวะมันได้ เพราะในพอร์ตแลนด์ไม่ค่อยมีคนทำของเด็ก เวลาไปออกงาน เราก็จะเด่นขึ้นมา คู่แข่งก็ไม่เยอะ

อุ้ม : จากที่ลองทำดู กลายเป็นจริงจัง ออกงานแฟร์อะไรแบบนี้ ใช้เวลานานแค่ไหน

ปุ้ม : ปีเดียว ไปออกงานเลย แต่ก็ต้องมีเว็บไซต์กับโซเชียลมีเดียที่โอเคนะ เพราะคนจัดงานเขาไม่มีเวลามาศึกษาแบรนด์เราหรอก เขาก็ดูจากไอจี

อุ้ม : แล้วตอนเริ่มใหม่ ๆ ยังไม่มีคนฟอลโลว์ ทำยังไง โพสไปเยอะ ๆ งี้เหรอ

ปุ้ม : เราต้องไปฟอลโลว์ชาวบ้านชาวเมืองเขาก่อน คนที่ขายของคล้าย ๆ ของเรา แล้วไปคอมเมนต์ เพื่อเขาจะได้เห็นเรา ซึ่ง… ใครจะมีเวลาวะ (หัวเราะ) ของก็ต้องทำ เพราะฉะนั้นโซเชียลมีเดียเรานี่ค่อย ๆ  โตมาก ๆ

Silly Daisy แบรนด์เสื้อผ้าเด็กชื่อดังในพอร์ตแลนด์ โดยสาวไทยผู้ชอบซื้อผ้าจนหัดตัดเสื้อ
Silly Daisy แบรนด์เสื้อผ้าเด็กชื่อดังในพอร์ตแลนด์ โดยสาวไทยผู้ชอบซื้อผ้าจนหัดตัดเสื้อ

อุ้ม : แล้วคนรู้จักแบรนด์ Silly Daisy ได้ยังไง

ปุ้ม : ปีแรก ๆ เราไปออกงานเยอะมากกกกก มีปีหนึ่งช่วงคริสต์มาสไปออก 7 – 8 งานน่ะ เหนื่อยม้ากกกก (หัวเราะ) ไปจนแบบว่า “ฉันทำอย่างนี้ไม่ได้อีกแล้ว สังขารไม่ได้อย่างแรง” แต่มันก็ Pay Off นะ คือเราต้องไปให้คนเห็น แล้วเราขายของเด็ก ตลาดเราคือพ่อแม่ปู่ย่าตายาย เราก็จะไปออกงานตามโรงเรียน แต่ก็เลือกโรงเรียนที่มีกำลังซื้อ แล้วก็ขี้เกียจด้วยนะ ไปแต่แถว ๆ นี้ (หัวเราะ)

อุ้ม : อ้าว แต่ก็เป็นขี้เกียจที่มีเหตุผลนะ เพราะเรารู้ว่าคนแถวนี้มีพฤติกรรมการซื้อของยังไง

ปุ้ม : ความโชคดีอีกอย่างคือ คนพอร์ตแลนด์เขาจะไม่มาคิดยุบยิบว่า อุ๊ย แพงจังโน่นนี่ เพราะเขารู้ว่าเป็นของทำมือ ก็ช่วยกันซื้อ

อุ้ม : แล้วตั้งราคายังไง

ปุ้ม : แรก ๆ เราคิดจากความสามารถในการซื้อของตัวเราเอง แต่ลืมไปว่ามันมีคนอื่นที่จ่ายได้แพงกว่านี้เว้ย (หัวเราะ) ตอนแรกเพื่อนที่เป็น Maker ด้วยกันมาเห็นราคาเราแล้วบอกว่า “ไม่ได้นะ เธอต้องตั้งแพงกว่านี้” แล้วพอทำไปเรื่อย ๆ เราก็เห็นว่ามันไม่คุ้มจริง ๆ ก็เลยต้องขึ้นราคา แต่ก็ยัง 59 – 69 เหรียญนะ เพราะนี่มันพอร์ตแลนด์ ไม่ใช่แอลเอ นิวยอร์ก ตั้งราคาชุดเด็กสูงกว่านี้คนก็จะว่าแพงไป จะตั้ง 120 เหรียญไปเลยก็ได้นะ แต่จะไปขายที่ไหน คือเราต้องรู้ว่าตลาดของเราอยู่ที่ไหน แล้วเราต้องเอาแบรนด์เราไปให้ถึงตรงนั้น

อุ้ม : มีช่วงหนึ่งที่จ้างคนมาทำไอจีด้วยนี่

ปุ้ม : ช่วงนั้นอยากให้มีคนฟอลโลว์มากขึ้น ก็เลยตัดสินใจจ้างคนมาทำ เขาก็ช่วยตรงมาดูโทนสี มาสอนใช้แอปฯ ที่ตั้งเวลาให้โพสต์ มีตารางการโพสต์มากขึ้น แต่สุดท้ายก็อยู่ที่เราเองอยู่ดี ตอนนี้เราก็ไม่ได้ใช้เขาแล้ว

Silly Daisy แบรนด์เสื้อผ้าเด็กชื่อดังในพอร์ตแลนด์ โดยสาวไทยผู้ชอบซื้อผ้าจนหัดตัดเสื้อ
ปุ้ม-พรรณทินี ลินน์ สาวไทยในพอร์ตแลนด์ อเมริกา ผู้สร้างแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก Silly Daisy ที่ขายดีจนขยายสู่ของแต่งบ้าน

อุ้ม : ตอนนี้ก็ค่อนข้าง Active นะ

ปุ้ม : ใช่ โพสต์ทุกวัน เพราะเราสังเกตได้เลยว่าถ้าโพสต์ทุกวัน มันจะมีคน Engage มากกว่า จริง ๆ อยากจะจ้างคนทำนะ ก็ไม่มีเงินจ้าง (หัวเราะ)

อุ้ม : เป็นความข้นแค้นของคนทำธุรกิจเล็ก ๆ เนอะ จะโตก็ก้ำ ๆ กึ่ง ๆ จะจ้างคนก็ไม่ได้เพราะเดี๋ยวต้นทุนสินค้าสูงเกินแต่ขึ้นราคามากไม่ได้ สุดท้ายเลยต้องทำทุกอย่างเองหมด

ปุ้ม :  ใช่

อุ้ม : ตอนนี้ปุ้มขาย 3 ช่องทางเนอะ ขายส่ง ขายทางเว็บ แล้วก็มีหน้าร้านด้วย แบบไหนดียังไง

ปุ้ม-พรรณทินี ลินน์ สาวไทยในพอร์ตแลนด์ อเมริกา ผู้สร้างแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก Silly Daisy ที่ขายดีจนขยายสู่ของแต่งบ้าน

ปุ้ม :  เวลาขายส่ง เราไม่ขายชุด เพราะใช้เวลานาน ไม่คุ้ม เราก็จะขายพวกชิ้นเล็ก ๆ ทำเร็ว ๆ อย่าง Bib (ผ้าซับน้ำลายเด็ก) สั่งมา 70 อันเราทำแป๊บเดียวเสร็จ แล้วเราทำให้แค่เจ้าเดียว คือ Tender Loving Empire เพราะเขามี 8 สาขาทั่วพอร์ตแลนด์ มีร้านในสนามบินด้วย มันก็ช่วยทำให้คนรู้จักแบรนด์เรามากขึ้น อีกอย่างคือได้เงินก้อน ได้มาก็เอาไปซื้อผ้า (หัวเราะ)

อุ้ม : ธุรกิจคุณนายเนอะ

ปุ้ม : (หัวเราะ) ก็ถือว่าโชคดีนะ ที่ทำโดยไม่มีความกดดัน เพราะสามีเป็นรายได้หลักของครอบครัวอยู่แล้ว ของเรานี่เป็นแค่รายได้เสริมกะจุ๊งกะจิ๊ง เอาไว้ช้อปปิ้งไม่ต้องขอเงินสามี

อุ้ม : แต่มันก็เป็นสิ่งที่เราชอบ อยากทำ ทำแล้วรู้สึกมีคุณค่ากับตัวเอง

ปุ้ม : ใช่ แต่จะหวังว่าให้สามีเลิกงานแล้วเราทำคนเดียว ก็จะไม่พอกินนะจ๊ะ (หัวเราะ) ขนาดมีคนหนึ่ง ชื่อลินด์ซีย์ ฟอกซ์ เขาเป็นศิลปินพอร์ตแลนด์ที่มีคนฟอลโลว์เยอะมาก รูปหนึ่งขายหกเจ็ดร้อยเหรียญเลยนะ เขาเอางานมาขายที่ร้านเรา เราก็แซวเล่นว่า โห แบบนี้ลาออกจากงานประจำมาทำแต่วาดรูปขายได้แล้วมั้งเนี่ย เขาตอบมาว่าไม่ได้ เพราะเขาเป็นคนจ่ายประกันสุขภาพ เอาเงินใส่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่าง ๆ ให้ครอบครัว เพราะฉะนั้นเขายังต้องทำงานประจำ เพราะเป็น Maker ที่อเมริกา มันยากตรงไม่มี Benefit นี่แหละ หรืออย่างที่ร้านเรา มี Maker 9 คน มีแค่คนเดียวที่เป็น Breadwinner

อุ้ม : ที่เหลือสามีเลี้ยงหมด

ปุ้ม : (หัวเราะ)

ปุ้ม-พรรณทินี ลินน์ สาวไทยในพอร์ตแลนด์ อเมริกา ผู้สร้างแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก Silly Daisy ที่ขายดีจนขยายสู่ของแต่งบ้าน
ปุ้ม-พรรณทินี ลินน์ สาวไทยในพอร์ตแลนด์ อเมริกา ผู้สร้างแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก Silly Daisy ที่ขายดีจนขยายสู่ของแต่งบ้าน

อุ้ม : มีหน้าร้านนี่ดียังไง

ปุ้ม : ดีเรื่องรายได้ เพราะเงินที่ขายได้ในแต่ละเดือนนี่มาจากหน้าร้านเยอะมาก ยอดขายจากเว็บไซต์คือขำ ๆ ไปเลยอะ นี่เป็นอีกสาเหตุที่เราไม่ต้องไปจ้างคนมาทำไอจี เพราะเรามีหน้าร้านไง คนเดินมาหาเรา ไม่ใช่เราต้องพยายามออกไปในสื่อ ที่น่ารักอีกอย่างคือคนพอร์ตแลนด์เนี่ย พอเห็นของที่ร้านเรา แทนที่จะไปซื้อกับเว็บไซต์คนที่ทำของนั้นโดยตรง เขาก็จะซื้อกับเรา ถึงจะแพงกว่าด้วยนะ เพราะเขาอยากสนับสนุนธุรกิจเล็ก ๆ

อุ้ม : แล้วทำไมตอนนั้นถึงเพิ่มของใช้ในบ้านเข้ามา ไม่ได้มีแต่เสื้อผ้าเด็ก

ปุ้ม : ความชอบส่วนตัวล้วน ๆ อีกเหมือนกัน เราเป็นคนชอบของกระจุกกระจิก แต่มีประโยชน์ ใช้งานได้ อีกอย่างคือลำดับความสำคัญในชีวิตมันเปลี่ยนไปด้วยเนอะ แต่ก่อนไม่มีลูก ไม่มีครอบครัว ก็ชอบแต่งตัว แต่พอเป็น Homemaker ก็ชอบทำบ้านให้น่าอยู่ พอจะมีหน้าร้าน เราเลยเพิ่มของใช้เข้ามาด้วย คนจะได้มีอะไรให้เลือกมากขึ้น แรก ๆ ก็เน้นพวกผ้าก่อน อย่างผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดจาน เพราะว่ามันเบา ส่งง่าย

อุ้ : เลือกของเข้าร้านยังไง

ปุ้ม : ส่วนใหญ่เราซื้อจากธุรกิจเล็ก ๆ หรือ Maker รายย่อยคนอื่น เพราะยอดสั่งขั้นต่ำไม่สูงมาก เราจะได้ไม่ต้องมีสต็อกเยอะ เพราะถ้าเราซื้อของจากแบรนด์ใหญ่ ๆ ต้องสั่งอย่างน้อย 500-1,000 เหรียญ เราไม่ได้มีเงินทุนเยอะขนาดนั้น เป็นร้านเล็ก ๆ ไม่ควรสต็อกของเยอะด้วย เงินจะไปจม และอีกอย่างแบรนด์ที่เราเลือกมาที่ร้าน เราเน้น Small Makers ที่เป็น Women-Owned ซึ่งผลิตในอเมริกา หรือถ้าไม่ได้ทำที่นี่ ก็เน้นเป็น Fair Trade ทำธุรกิจโดยไม่กดขี่และจ่ายค่าแรงลูกจ้างแบบเป็นธรรม

อุ้ม : ในปีหนึ่งนี่ช่วงไหนขายดี ช่วงไหนเป็น Low Season

ปุ้ม : เดือนมกราฯ ถึงมีนาฯ นี่จะเงียบมากเลย เพราะคนเพิ่งซื้อของหนัก ๆ ไปช่วงคริสต์มาสปีใหม่ แต่พอหลังมีนาฯ คนได้เงินคืนภาษี ก็เริ่มมีกำลังซื้อมากหน่อย พอพฤษภาฯ มีวันแม่ ก็จะเริ่มคึกคัก เข้าซัมเมอร์ช่วงมิถุนาฯ เป็นต้นไป ก็จะเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ไปจนถึงตุลาฯ พฤศจิกาฯ มี Thanksgiving มีคริสต์มาส ช่วงนั้นก็จะขายกระหน่ำเลย อีกอย่างที่นี่มันมีฤดูกาลชัดเจนเนอะ แต่ละหน้าก็จัดบ้านเปลี่ยนไป Spring, Summer, Fall นี่ไม่เหมือนกัน พอฤดูเปลี่ยน คนก็จะจัดบ้าน แต่งบ้านใหม่

อุ้ม : มีของที่ซื้อมาแล้วไม่โดน ขายไม่ได้ไรงี้ไหม

ปุ้ม : มี๊! (ยิ้ม)

อุ้ม : แล้วทำไง

ปุ้ม : ถ้าอันไหนขายไม่ได้จริง ๆ คิดว่าจะไม่สั่งมาอีกแล้ว หมดแล้วหมดเลย เราก็เอาออกไปตั้งโต๊ะลดราคาหน้าร้านเลย แล้วระหว่างปีก็มีลดราคา แต่ไม่เยอะนะ 2-3 ครั้งเอง

อุ้ม : การลดราคานี่เป็นการทำร้ายแบรนด์มั้ย แบบคนไม่ยอมซื้อเต็มราคา เพราะรอให้เอามาลด

ปุ้ม : ไม่นะ เพราะเราไม่ได้ลดบ่อย แล้วอันที่ลดจริง ๆ นี่คือของที่ไม่ได้ขายดี คนไม่ได้ซื้อเยอะ ๆ อยู่แล้ว

อุ้ม : แล้วช่วงโควิดหนัก ๆ นี่ผ่านมาได้ยังไง

ปุ้ม : เราปิดร้านไป 3 เดือนเลยนะ คนก็ยังสั่งทางเว็บไซต์ ขอให้ไปส่งที่หน้าบ้าน น่ารักมาก พอเรากลับมาเปิดร้าน ก็ต้องจำกัดจำนวนคนเข้าใช่มั้ย ตอนคริสต์มาสนะ น้ำตาแทบไหล คนมายืนต่อคิวกันหน้าร้านยาวเหยียดเลย

อุ้ม : ร้านนี่ทำมากี่ปีแล้วนะ

ปุ้ม : 4 ปีแล้ว

อุ้ม : ไปเจอร้าน plural กับหุ้นส่วนทั้งหมดได้ไง เราว่าโมเดลของปุ้มดีมากเลย (คือทุกคนเป็น Maker แล้วแชร์พื้นที่ขายของ กับแบ่งเวรมาทำงาน ต้นทุนค่าเช่าก็เลยถูกกว่า แล้วไม่ต้องเสียค่าจ้างเด็กมาเฝ้าร้านด้วย)

ปุ้ม : เจ๋อ… ชอบเดิน (หัวเราะ) ก็เดินเล่นแถวบ้าน เห็นร้านนี้เป็น Maker’s Space ก็เข้าไปคุยกับเขาว่าถ้ามีสเปซว่างอย่าลืมบอกนะ! วันหนึ่งก็ว่างจริง ๆ พอเขาโทรมาถาม เราบอกเลย เอา! เซ็นสัญญาเลย ยังไม่ได้ปรึกษาสามีด้วย (หัวเราะ) ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในปีแรกที่เริ่มทำแบรนด์ ดวงมาก

ปุ้ม-พรรณทินี ลินน์ สาวไทยในพอร์ตแลนด์ อเมริกา ผู้สร้างแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก Silly Daisy ที่ขายดีจนขยายสู่ของแต่งบ้าน
ปุ้ม-พรรณทินี ลินน์ สาวไทยในพอร์ตแลนด์ อเมริกา ผู้สร้างแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก Silly Daisy ที่ขายดีจนขยายสู่ของแต่งบ้าน
ภาพ : instagram.com/pluralcollectivepdx

อุ้ม : เคยทำร้านมาก่อนมั้ย

ปุ้ม : เคยไปทำซูเปอร์มาร์เก็ตสมัยอยู่อังกฤษ เกี่ยวมั้ย (หัวเราะ) แต่เรามีความเป็นแม่ค้านะ สมัยก่อนพ่อแม่เรามีสวนแถวรังสิต ที่บ้านมีอพาร์ตเมนต์ให้เช่า อีนี่ก็ใส่ชุดนักศึกษามานั่งขายมะม่วงใต้ตึก (หัวเราะ) แม่ก็ให้คนงานไปเก็บมะม่วงมาให้ขาย ชอบขายของ สนุกดี เราว่าเรากับอุ้มเหมือนกัน คือดวงไม่ได้เป็นคุณนาย (หัวเราะ) ชอบหาอะไรทำ จะมานั่งกระดิกตรีนไม่ได้นะ เบื่อ (หัวเราะ)

อุ้ม : อีกอย่างก็คือ ทัศนคติแบบ ไม่เคยทำก็ไม่เป็นไร ทำไปแล้วเดี๋ยวก็รู้เอง แต่ก็ไม่ใช่มาแบบเอ๋อไม่รู้อะไรเลยอีกเหมือนกันเนอะ มันต้องมีประสบการณ์สั่งสมมาประมาณนึงด้วย

ปุ้ม : แล้วก็ต้องมีรสนิยมที่ดีด้วยนะเราว่า อีกอย่างคืออย่าไปทำอะไรที่เป็นเทรนด์ ไม่ใช่อุ๊ยปีนี้สไตล์นี้มาแรง ก็ทำใหญ่เลย อ้าวแล้วปีหน้ามันไปแล้วทำไงล่ะ ของเต็มร้าน

อุ้ม : ถามอีกเรื่อง การไปออกบูทตามงาน มีอะไรแนะนำบ้าง

ปุ้ม : แรก ๆ ก็ทำไม่เป็นเหมือนกัน จะวางยังไงดีวะ แรก ๆ สะเปะสะปะมากเลย โรงลิเกมาเลยทีเดียว (หัวเราะ) เราว่ามันต้องไปเดินแล้วก็ดูว่าชาวบ้านชาวเมืองเขาทำยังไงกัน ตอนแรกที่ไปออกบูท เดินไปเห็นป้ายร้านของคนอื่น กลับมารีบพับของตัวเองเก็บเลย (หัวเราะ) แรก ๆ มันก็จะเด๋อ ๆ หน่อย เสื้อผ้าเต็มไปหมด มีกี่ลายโชว์มันหมดเลย แต่พอย้อนกลับมาดูตอนนี้นะ เราว่าเสื้อผ้าเราลายมันเยอะอยู่แล้ว ยิ่งเอามาแขวนเยอะ ๆ มันยิ่งทำให้คนตาลาย เลือกไม่ถูก ตอนนี้เราเลยเลือกเอาไม่กี่แบบ เพราะตอนนี้เริ่มรู้แล้วว่าสีไหนแบบไหนจะขายดีกว่า แต่มันก็ต้องลองไปก่อนแหละถึงจะรู้

ปุ้ม-พรรณทินี ลินน์ สาวไทยในพอร์ตแลนด์ อเมริกา ผู้สร้างแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก Silly Daisy ที่ขายดีจนขยายสู่ของแต่งบ้าน
ปุ้ม-พรรณทินี ลินน์ สาวไทยในพอร์ตแลนด์ อเมริกา ผู้สร้างแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก Silly Daisy ที่ขายดีจนขยายสู่ของแต่งบ้าน

อุ้ม : ทำแบรนด์มา 5 ปีแล้ว ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง

ปุ้ม : รู้สึกว่ามันเป็นอาชีพ สมัยทำแรก ๆ เรายังมีความแบบ ต้องไปหาอะไรอย่างอื่นทำ อันนี้จะมาเป็นงานหลักคงไม่รอด เพราะรายได้ไม่มากเท่าไหร่ แต่ตอนนี้รู้สึกว่ามั่นคงพอจะเรียกว่าเป็นอาชีพได้แล้ว เพราะมีอะไรทำทุกวันเลย ไม่มีวันไหนว่าง เข้าร้านอาทิตย์ละ 2 วัน ที่เหลืออีก 3 วันก็ต้องทำของ ค่าตอบแทนก็โอเคพอใจแล้ว ถึงแม้ไปทำอย่างอื่นคงได้มากกว่านี้

อุ้ม : สมคิดนะ ชอบมาบอกว่า ถ้ายูอยากทำงานจริง ๆ ยูเรียนโฆษณามา ยูไปสมัครงานเอเจนซี่ ไปทำบริษัทสิ

ปุ้ม : เหมือนแมท (สามี) เลยยยยย! อิปั๋วนี่ไม่เข้าใจ

อุ้ม : ก็นั่นน่ะสิ เรียนจบมา 30 ปีที่แล้ว ไม่ได้ทำงานมา 10 ปี อยู่ดี ๆ จะให้เดินเข้าไปสมัครงานเอเจนซี่ ใครเขาจะรับ! เขามีตัวเลือกเยอะแยะ

ปุ้ม : อีกอย่างนะ ถ้าเราออกไปทำงาน 9 – 5 ต้องหย่าผัว ต้องตีกันตาย บ้านแตกแน่นอน แค่เราไปร้าน กลับมาชามเต็มอ่างไม่มีคนล้าง เรายังโกรธเลย

อุ้ม : แล้วใครจะสแตนด์บาย สมมติลูกล้มหัวฟาด ที่โรงเรียนโทรมาตามตอนเที่ยงเงี้ย (เรื่องจริง เคยโดนมาแล้ว) สรุปว่าทำธุรกิจเล็ก ๆ แบบนี้แหละเนอะ ก็เหมาะกับแม่บ้านที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีฝีมือ

ปุ้ม : และมีสามีเลี้ยง (หัวเราะ)

ปุ้ม-พรรณทินี ลินน์ สาวไทยในพอร์ตแลนด์ อเมริกา ผู้สร้างแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก Silly Daisy ที่ขายดีจนขยายสู่ของแต่งบ้าน

จบการคุยกับเพื่อนสาวคนเก่งแต่เพียงเท่านั้น

มีสาระและเป็นวิชาการสูงมากจนคนฟังส่ายหัว (ฮ่า ๆ) แต่อยากบอกว่า แบรนด์ใหญ่ ๆ ดัง ๆ ของพอร์ตแลนด์ที่อุ้มเคยไปสัมภาษณ์มา ก็เริ่มจากเล็ก ๆ ทำในครัวในห้องนอนที่บ้านกันทั้งนั้นแหละค่ะ แต่ที่ประสบความสำเร็จกันก็เพราะทุกคนทำของที่รัก ทำด้วยใจ และของเขาดีจริง

ที่สำคัญ คือต้องมีก้าวแรก เหมือนอย่างที่ Marquise du Deffand บอกไว้ว่า “The distance doesn’t matter; it is only the first step that is the most difficult.”

อุ้มกับปุ้มผ่านก้าวแรกกันมาแล้ว หาทางที่คิดว่าจะเดิน แล้วก้าวตามกันมานะคะ

ภาพ : www.instagram.com/sillydaisy

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load