ผมอาศัยและเติบโตที่เชียงใหม่มาตลอดชีวิต ตั้งแต่ลืมตาดูโลก ก่อนหน้านั้นความเจริญยังเข้าไม่ถึงเมืองนี้เท่าไรนัก วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนที่พบเห็นเรียบง่ายและสงบ ไม่วุ่นวายเหมือนในปัจจุบัน พอได้ไฟเขียวจากอาจารย์ประจำวิชา ก็มีโอกาสทำภาพถ่ายชุดนี้ตลอดระยะเวลา 6 เดือน จากการสำรวจรอบนอกของเชียงใหม่ ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในหลายๆ พื้นที่ซึ่งแตกต่างจากอดีต ได้พบทั้งความหวังและความสิ้นหวัง

หลายทศวรรษที่ผ่านมา ที่อยู่อาศัยหรือเรียกกันง่ายๆ ว่าบ้าน ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์เรา โดยเฉพาะการดำเนินชีวิตรูปแบบของครอบครัว บ้านมิได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่ยังบ่งบอกฐานะความมั่นคงของครอบครัวด้วย ธุรกิจบ้านและที่ดินจัดสรรจึงเกิดขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของคนเรา 

ผู้คนจำนวนมากโหยหาต้องการบ้าน จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นศูนย์กลางของความเจริญของภาคเหนือ ธุรกิจบ้านและที่ดินจัดสรรเริ่มมีมานานกว่า 20 ปีแล้ว โดยขยายตัวออกจากชุมชนเมือง เข้าไปแทรกพื้นที่รอบนอกของเมืองเชียงใหม่มากขึ้น การเจริญเติบโตของธุรกิจประเภทนี้เริ่มชะงักและประสบปัญหารุนแรง เนื่องจากการจัดสรรที่ดินจนล้นตลาด ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อลดลง คนที่ซื้อบ้านหรือที่ดินจัดสรรในโครงการต่างๆ ต้องพบเจอปัญหามากมาย เช่น สินทรัพย์จม เงินที่ผ่อนไปทำให้อำนาจการซื้อส่วนบุคคลลดลง
ผลงานชุดนี้จึงเหมือนกับฝันร้ายจากอดีตของความเจริญ ความหวังในอนาคต และความล้มเหลวของธุรกิจบ้านและที่ดินจัดสรรในจังหวัดเชียงใหม่ในช่วง พ.ศ. 2540 40 หรือ ‘วิกฤตต้มยำกุ้ง’ ผลกระทบของการขยายตัวของตัวเมืองเชียงใหม่สู่บริเวณพื้นที่ชนบทรอบนอกกำลังตามหลอกหลอนปัจจุบัน และดูเหมือนว่าภาพเหล่านั้นจะยังอยู่ต่อไป ไม่เปลี่ยนไปจากอดีต

Writer & Photographer

วรัญชิต แสนใจวุฒิ

ผู้ใช้ชีวิตบนโลกใบนี้มาแล้ว 23 ปี กำลังเรียนปีสุดท้ายของการศึกษาระดับปริญญาตรี และในขณะเดียวกัน ก็กำลังสับสนกับการเลือกหนทางใช้ชีวิตของตัวเอง เพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังจะเลือกตอนนี้ จะใช่สิ่งดีที่สุดสำหรับตัวเองในอนาคตจริงๆ หรือเปล่า

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

นี่เป็นเซ็ตรูปแหลมพรหมเทพช่วงอาทิตย์ตก (ที่ถ่ายไม่ติดดวงอาทิตย์สักรูป) ทริปชมดวงอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพของฉันกับเพื่อนนักศึกษาฝึกงาน นึกย้อนกลับไปในตอนนั้น ไม่ได้ตั้งใจกดถ่ายรูปพวกนี้เลย คิดว่ายังไงก็คงได้กลับไปอีกรอบ เพราะวันนั้นกว่าจะลงไปถึงจุดชมวิวด้านล่าง ดวงอาทิตย์ก็กำลังตกพอดี ยังไม่ทันได้นั่งดื่มด่ำกับโมเมนต์ช่วงนั้นเลย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้กลับไปนั่งมองอีกจริง ๆ  

ภาพเซ็ตนี้จึงเป็นเหมือนตัวแทนของช่วงเวลานั้น ความหุนหันพลันแล่นของวัยรุ่น ความรีบร้อนลนลาน กลัวจะลงไปไม่ทันเห็นดวงอาทิตย์ตก รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ (ปนเสียงบ่น) ของเพื่อน ๆ ที่ได้เจอกันในตอนนั้น ณ ช่วงเวลานั้น พอมองรูปเซ็ตนี้ทีไร มันก็ดังขึ้นมาในใจเสมอ

เป็นภาพที่คอยเตือนว่า ครั้งหนึ่งเคยได้ไปอยู่ตรงนั้นด้วยกัน ทั้งที่ต่างคนต่างมา ด้วยเวลาและสถานที่ตอนนั้นที่ทำให้เราได้มาเจอกัน อยากขอบคุณทุกคนอีกครั้ง ที่ทำให้การฝึกงานไกลบ้านในตอนนั้นไม่เหงาเลย ถึงแม้เวลาที่เกิดขึ้นนั้นมันจะผ่านไปไวมาก ๆ แต่ก็นั่นแหละ คงเหมือนที่ใครบอกไว้ ว่าเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ

Writer & Photographer

ปิยวดี ยอดบุดดี

นักศึกษาสถาปัตยกรรมที่ไม่ถูกกับการออกแบบ แต่ชอบนั่งมองงานสถาปัตยกรรมพร้อมจิบกาแฟแล้วคิดอะไรไปเรื่อย ชื่นชอบการถ่ายรูปและดองรูปไว้ชื่นชมคนเดียว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load