คืนวันที่ 16 มิถุนายน 2026 ณ GEHA Field at Arrowhead Stadium เมืองแคนซัสซิตี รัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา โลกฟุตบอลได้เป็นพยานต่อเหตุการณ์ที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อนในประวัติศาสตร์กีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ลิโอเนล เมสซี นำทัพอาร์เจนตินาเปิดสนามฟุตบอลโลก 2026 ด้วยการทำแฮตทริกนัดแรกในชีวิตบนเวทีฟุตบอลโลก พาทีมเฉือนแอลจีเรีย 3-0 โดยทำประตูในนาทีที่ 17, 60 และ 76 บนเวทีที่แฟนบอลทั่วโลกตั้งตาคอย
ผมในฐานะนักข่าวที่ติดตามฟุตบอลโลกมานับสิบปี ยืนยันได้เลยว่า คืนนั้นไม่ใช่แค่เกมฟุตบอล แต่มันคือบทกวีที่เขียนด้วยเท้าซ้ายของนักเตะที่เก่งที่สุดที่โลกเคยเห็น ประวัตินักเตะบอลโลก
ลิโอเนล เมสซี ก้าวสู่ฟุตบอลโลกครั้งที่ 6 ในวัย 38 ปี

เพียงแค่การก้าวลงสนามพบกับแอลจีเรีย เมสซิก็กลายเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกชายที่ได้ลงเล่นถึง 6 ทัวร์นาเมนต์ นับเป็นก้าวประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน และยังครบ 200 แคปอย่างเป็นทางการกับทีมชาติอาร์เจนตินาในคืนเดียวกัน
เมสซิซึ่งจะฉลองวันเกิดครบ 39 ปีในวันที่ 24 มิถุนายน กลางรอบแบ่งกลุ่มพอดี ยังคงเป็นหัวใจหลักของทีมชาติอาร์เจนตินา ข้างๆ ดาวรุ่งอย่าง โรดริโก เดอ พอล และ ฆูลิอัน อัลบาเรซ
การเดินทางมาถึงจุดนี้ไม่ได้ราบรื่นนัก เพียงสองสัปดาห์ก่อนการแข่งขัน เมสซิเผชิญกับอาการบาดเจ็บขณะลงสนามให้กับ อินเตอร์ ไมอามี โดยถูกวินิจฉัยว่ากล้ามเนื้อน่องซ้ายล้าเกินไป สร้างความกังวลให้แฟนบอลทั่วโลก แต่สุดท้าย “ลา ปุลกา” พิสูจน์ให้เห็นว่าเขายังพร้อมสู้เต็มร้อย
แฮตทริกที่โลกจะจดจำตลอดกาล

ประตูทั้งสามของเมสซิในคืนนั้นล้วนแล้วแต่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ประตูแรกในนาทีที่ 17 เป็นการยิงระยะไกลแบบสุดพลัง ประตูที่สองในนาทีที่ 60 เป็นการแตะเข้าประตูหลังจากเปิดเกมรุก และประตูที่สามในนาทีที่ 76 เป็นการยิงโค้งสวยงามเข้ามุมล่างอย่างแม่นยำ
ผมนั่งอยู่บนอัฒจรรย์ที่แน่นขนัดด้วยผู้ชม 69,045 คน และเชื่อว่าทุกคนจะจำคืนนั้นไปตลอดชีวิต เสียงเชียร์ที่ดังสนั่นสนามทุกครั้งที่เมสซิสัมผัสบอล บอกได้ว่านี่คือยักษ์ใหญ่ที่ยังไม่ยอมแก่
ทุบสถิติ คลอสเซ่ ใกล้แตะ 17 ประตูสูงสุดตลอดกาล
ผลงานในคืนนั้นทำให้เมสซิมีทั้งหมด 16 ประตูในฟุตบอลโลก เท่ากับสถิติสูงสุดตลอดกาลของ มิโรสลาฟ โคลเซ่ จากเยอรมนี พร้อมกันนั้นยังทำลายสถิติการมีส่วนร่วมในการทำประตู (Goal Contribution) ในฟุตบอลโลกทุกสมัย โดยแซงหน้าตำนาน เปเล่ แห่งบราซิลไปด้วย 24 ครั้ง
หากเมสซิทำได้อีกเพียง 4 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ เขาจะกลายเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ด้วยยอด 17 ประตู ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น มันจะเป็นการปิดฉากที่สมบูรณ์แบบที่สุดของอาชีพนักเตะระดับตำนาน
ภารกิจปกป้องแชมป์ และนัดถัดไปที่รอคอย
อาร์เจนตินากำลังพยายามทำสิ่งที่ไม่มีทีมใดทำได้นับตั้งแต่บราซิลในปี 1958-1962 นั่นคือการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสองสมัยติดต่อกัน โดยในกลุ่ม J ยังต้องลงสนามพบกับ ออสเตรีย และ จอร์แดน อีกสองนัด
หากอาร์เจนตินาและโปรตุเกสผ่านกลุ่มของตัวเองได้ เมสซิและ คริสเตียโน โรนัลโด อาจพบกันรอบก่อนรองชนะเลิศที่ Arrowhead Stadium ซึ่งจะเป็นการปะทะของสองตำนานครั้งสุดท้ายบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
ราชาแห่งฟุตบอลยังไม่หมดไฟ
ลิโอเนล เมสซี แม้ตัวเลขและสถิติจะน่าทึ่งเพียงไร แต่สิ่งที่แฟนบอลทั่วโลกต่างอยากรู้คือ เมสซิยังสามารถแบกรับความกดดันของการแข่งขันระดับนี้ได้ดีเพียงใด คำตอบในคืนที่ 16 มิถุนายนชัดเจนมาก เขาตอบทุกคำถามด้วยแฮตทริก
เชื่อกันว่าฟุตบอลโลก 2026 จะเป็นการแข่งขันทีมชาติครั้งสุดท้ายของเมสซิ ก่อนที่เขาจะแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการ
สำหรับผมในฐานะนักข่าวสายฟุตบอล — ฉากในคืนวันที่ 16 มิถุนายน 2026 จะถูกเล่าขานต่อไปอีกหลายสิบปี เพราะมันพิสูจน์สิ่งที่หลายคนไม่กล้าเชื่อ นั่นคือ ราชาไม่มีวันตาย บอลโลกมาใหม่วันนี้
