อิรัก พบ นอร์เวย์ วันที่ 16 มิถุนายน 2569 กลายเป็นวันที่แฟนบอลกลุ่ม I ต้องจดจำ เมื่อ นอร์เวย์ เปิดตัวในฟุตบอลโลก ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 ได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการถลุง อิรัก ไป 4-1 ที่สนามบอสตัน สเตเดียม (กิลเล็ตต์ สเตเดียม) เมืองฟอกซ์โบโร่ รัฐแมสซาชูเซตส์ โดย เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ เปิดตัวในเวทีฟุตบอลโลกอย่างน่าจดจำด้วยการทำสองประตูในเกมเดียว พร้อมยืนยันว่านอร์เวย์ยุคใหม่พร้อมที่จะเป็นม้ามืดของทัวร์นาเมนต์นี้อย่างแท้จริง ข่าวสดทุกวันที่นี่
วันประวัติศาสตร์ของสองชาติที่ห่างหายมานาน
ก่อนเริ่มเกม บรรยากาศในสนามเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง เพราะนี่คือการพบกันครั้งแรกในประวัติศาสตร์ระหว่างทั้งสองชาติ โดยอิรักลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ หลังจากครั้งแรกในปี 1986 ซึ่งพ่ายทั้งสามนัดในรอบแบ่งกลุ่มด้วยสกอร์ห่างกันเพียงประตูเดียว โดยมีอาเหม็ด ราดี้ เป็นผู้ทำประตูเดียวของทีม และนอร์เวย์กลับมาเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี นับตั้งแต่ปี 1998 ที่เข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย พร้อมกับความหวังว่าชุดนี้จะเป็น “ยุคทอง” ที่แฟนบอลไวกิ้งรอคอยมานาน
สำหรับนอร์เวย์ในครั้งนี้ พวกเขาเป็นหนึ่งในสองทีมเดียวจากโซนยุโรปที่ชนะทุกนัดในรอบคัดเลือก โดยชนะครบทั้ง 8 นัด ยิงได้ถึง 37 ประตูจาก 8 นัด เฉลี่ย 4.6 ประตูต่อนัด ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีมชาติยุโรปในรอบคัดเลือกบอลโลกที่มีอย่างน้อย 4 นัด
ฮาลันด์เปิดสกอร์ นาทีที่ 29 จากลายเซ็นตัวเอง

เกมเริ่มต้นด้วย นอร์เวย์ เป็นฝ่ายเดินหน้าบุกก่อน และ ฮาลันด์ ที่ทำได้ถึง 16 ประตูในรอบคัดเลือก มากกว่าผู้เล่นคนอื่นในโซนยุโรปถึงสองเท่า ก็ไม่รอช้าที่จะประกาศตัวตนบนเวทีฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก โดยฮาลันด์ยิงเปิดสกอร์ให้นอร์เวย์ขึ้นนำในนาทีที่ 29 จากการวิ่งทะลวงที่ทรงพลังลงไปในกรอบเขตโทษและซัดอย่างเย็นชาในสไตล์ที่แฟนบอลจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้คุ้นเคยกันดี
อิรักตีเสมอชั่วคราว นาทีที่ 39

อิรัก ไม่ได้ยอมแพ้ง่ายๆ และสร้างความตื่นเต้นในช่วงท้ายครึ่งแรก เมื่อ อายเมน ฮุสเซน ดาวยิงคนสำคัญของอิรัก ยิงตีเสมอได้สำเร็จในนาทีที่ 39 ซึ่งอายเมน ฮุสเซน เคยทำประตูชัยให้อิรักในนัดคัดเลือกรอบสุดท้ายพบบราซิล โดยยิงในนาทีที่ 53 พาทีมผ่านเข้ารอบมาได้ การตีเสมอครั้งนี้ทำให้สนามกึกก้องและทำให้แฟนบอลอิรักที่ห่างหายจากเวทีฟุตบอลโลกมาถึง 40 ปีรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ความสุขของอิรักอยู่ได้เพียงสี่นาที เพราะความผิดพลาดด้านการป้องกันอย่างเสียค่าของอิรักในนาทีที่ 43 เปิดโอกาสให้ฮาลันด์รับบอลและยิงประตูที่สองของตัวเองได้ทันที ทำให้นอร์เวย์กลับมานำ 2-1 ก่อนเข้าพักครึ่ง
ครึ่งแรกจบ 2-1 ฮาลันด์เกือบได้แฮตทริก

นอร์เวย์ ครองบอลได้ถึง 62 เปอร์เซ็นต์ในครึ่งแรก และนำ 2-1 เข้าพักครึ่ง แม้อิรักจะยังอยู่ในเกมและไม่ยอมแพ้ ในช่วงสุดท้ายก่อนพักครึ่ง ฮาลันด์ ยังได้โอกาสที่น่าจะทำแฮตทริกได้ แต่ผู้รักษาประตูอิรักเซฟไว้ได้อย่างดี
เข้าสู่ครึ่งหลัง อิรักพยายามหาทางตีเสมออย่างต่อเนื่อง โดยอยู่ในช่วงสุดท้ายของการแข่งขันที่อิรักโหมบุกเพื่อหาประตูที่สอง โดยมีการส่งบอลโด่งเข้าไปในกรอบเขตโทษนอร์เวย์และ ฮุสเซน อาลี โหม่งบอลขึ้นไปโดนคานบนประตู แต่ก็ไม่สามารถทำประตูได้
เออสติการ์ดปิดเกม นาทีที่ 76

จุดที่ทำให้เกมตัดสินชะตาอย่างแท้จริงมาถึงในนาทีที่ 76 เมื่อ เลโอ เออสติการ์ด กองหลังของนอร์เวย์ โหม่งบอลจากลูกเตะมุมที่ มาร์ติน โอเดการ์ด เปิดให้อย่างแม่นยำ พุ่งสูงเหนือแนวรับอิรักแล้วหัวบอลลงโดยแรงเข้าประตูได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้สกอร์ขยับเป็น 3-1 ซึ่งโอเดการ์ดที่ดูเงียบๆ ตลอดเกมก็ยังสามารถมีส่วนร่วมสำคัญในประตูนี้ด้วยการเปิดบอลที่แม่นยำ
ประตูนี้ทำให้อิรักหมดแรงใจในการไล่ตามอย่างเห็นได้ชัด และในช่วงทดเวลาบาดเจ็บอายเมน ฮุสเซน ก็ทำเข้าประตูตัวเองจากการที่บอลเบี่ยงเข้าไปในนาทีที่ 90+6 ทำให้สกอร์สุดท้ายกลายเป็น 4-1 ซึ่งเป็นการปิดเกมที่โชคร้ายสำหรับนักเตะอิรักที่เคยทำประตูชัยในรอบคัดเลือกคนเดียวกัน ผลบอลครบทุกคู่
ฟอร์มบอลโลกที่ทุกคนรอคอย
อิรัก พบ นอร์เวย์ ชัยชนะ 4-1 ในนัดนี้ทำให้นอร์เวย์ขึ้นนำตารางคะแนนกลุ่ม I ร่วมกับฝรั่งเศสทันที ด้วย 3 แต้มเต็มในนัดเปิดสนาม และยืนยันว่าฟอร์มการยิงประตูที่ระเบิดในรอบคัดเลือกได้ถ่ายทอดมาสู่เวทีฟุตบอลโลกจริงๆ โดยเฉพาะโอเดการ์ดที่ทำแอสซิสต์สูงสุดถึง 7 ครั้งในรอบคัดเลือกยุโรป และฮาลันด์ที่เปิดตัวฟุตบอลโลกได้ฝันอย่างที่สุด
สำหรับอิรัก แม้จะพ่ายแพ้ แต่การตีเสมอได้ชั่วคราวในนาทีที่ 39 และความพยายามตลอดทั้งเกมก็แสดงให้เห็นว่าทีมสิงโตแห่งเมโสโปเตเมียไม่ได้มาเพียงเพื่อร่วมงาน และยังมีโอกาสในสองนัดที่เหลือกับฝรั่งเศสและเซเนกัล ที่แม้จะยากแต่ก็ยังเปิดกว้างสำหรับการลุ้นเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลก ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 ต่อไป ข่าวด่วนบอลโลก
