20 ธันวาคม 2564
2.90 K
01

ในม่านหมอกฟ้าขุ่นใต้ทะเลด้านหน้า มีเงาราง ๆ ของสัตว์ขนาดใหญ่เคลื่อนตัวผ่านหน้าไปช้า ๆ นักดำน้ำทุกคนเพ่งสายตาและหันหน้าไปทางทิศเดียวกันเพื่อไล่ตามให้ทัน ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลใดฉลามวาฬที่เป็นเป้าหมายของทุกคนหักเลี้ยวเข้ามาทางทิศที่เราลอยตัวรออยู่ เงาจาง ๆ ค่อย ๆ ชัดขึ้นทุกที จนเห็นลวดลายสีขาวบนตัวของมันได้ชัด จุดขาวเหล่านี้ เหมือนกับลายนิ้วมือของคนเรา ไม่มีฉลามวาฬตัวไหนมีลวดลายซ้ำกัน

ถึงแม้จะเคยเจอฉลามวาฬมาก่อน แต่ทุกครั้งที่ได้เจอ เราก็ยังคงตื่นเต้นจนทุกอย่างรอบตัวเหมือนจะเลือนหายไป

นักดำน้ำหลายคนตามหาฉลามวาฬตัวแรกในชีวิตมาหลายปี บางคนผ่านการดำน้ำมาหลายร้อยไดฟ์ก็ยังไม่ได้เห็น บนเรือในทริปเดียวกัน บางคนอาจจะเจอ บางคนอาจจะพลาด ขนาดลงดำน้ำที่จุดเดียวกันพร้อม ๆ กัน ก็ไม่ใช่ว่าจะได้เจอกันหมดทุกคน คนใกล้ตัวเราเคยพูดติดตลกว่า ฉลามวาฬก็เหมือนกับความรัก รู้ว่ามีแต่ไม่เคยเจอ คนส่วนใหญ่จึงพยายามไล่ตามโอกาสนั้นสักครั้ง

นักดำน้ำและชาวประมง ใครเป็นตัวร้ายในเรื่องราวใต้ท้องทะเล
02

มันเริ่มต้นเมื่อปีที่แล้ว ชาวประมงในพื้นที่หลีเป๊ะส่งข่าวบอกนักดำน้ำท้องถิ่นว่า เวลาที่พวกเขาลงไปกู้ลอบปลาที่หินแปดไมล์ เขาได้เจอกับฉลามวาฬบ่อยครั้ง นักดำน้ำกลุ่มแรก ๆ เดินทางไปตามข่าวจากชาวประมง และพบว่าฉลามวาฬที่เข้ามาที่หินแปดไมล์ มีขนาดโดยเฉลี่ยใหญ่กว่าที่พบเจอในจุดดำน้ำอื่น และบางครั้งพวกมันเข้ามาพร้อม ๆ กัน มากกว่าหนึ่งตัว

ฉลามวาฬไม่ใช่วาฬที่ต้องโผล่ขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ พวกมันเป็นปลาแท้ ๆ ที่อยากจะว่ายน้ำลงไปลึกแค่ไหนก็ได้ จะว่ายไปที่ไหนก็ได้ การมีสถานที่ที่เป็นจุดนัดพบกับพวกมันเป็นประจำถือเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา

หลังจากนั้นไม่นาน หินแปดไมล์ถูกยึดครองด้วยเรือบริการนักดำน้ำเกือบทุกวัน บางวันมีเรือมาจอดรอพร้อม ๆ กัน 5 ลำ

ถ้าไม่มีข่าวฉลามวาฬ หินแปดไมล์คือจุดดำน้ำที่แทบจะไม่ค่อยมีใครอยากไป ความแรงของกระแสน้ำที่นี่ทำให้อากาศในถังอากาศที่พกลงไปหมดลงได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะถ้าต้องว่ายต้านน้ำอยู่ตลอดเวลา ถึงจะมีปลาเล็กปลาน้อยคลุมกองหินอยู่เยอะ แต่ส่วนใหญ่แล้วน้ำค่อนข้างขุ่นเหมือนหมอกหนาทึบ ถึงจะมีฉลามวาฬว่ายอยู่ใกล้ ก็อาจจะมองไม่เห็นตัวเสียด้วยซ้ำ

นักดำน้ำและชาวประมง ใครเป็นตัวร้ายในเรื่องราวใต้ท้องทะเล
นักดำน้ำและชาวประมง ใครเป็นตัวร้ายในเรื่องราวใต้ท้องทะเล
03

ในกองหินมีลอบจับปลาขนาดใหญ่วางอยู่ 4 – 5 ลูก ตั้งแต่โควิดระบาดรุนแรง คนท้องที่ที่เคยทำงานบริการท่องเที่ยวผันตัวกลับมาเป็นชาวประมง บางหมู่บ้านลงขันกันสร้างลอบตักปลาขนาดใหญ่ซึ่งมีราคาแตะหมื่นบาท เพื่อจะเป็นอุปกรณ์หลักในการเลี้ยงดูชีวิต ทดแทนรายได้ที่หดหาย อุปกรณ์จับปลามีหลายแบบ บางอย่างก็ทำลายล้างกวาดหน้าดิน บางอย่างก็ทำลายทั้งแนวปะการัง แต่พวกเขาเลือกใช้ลอบจับปลาเพราะมันไม่ได้รุกรานธรรมชาติใด ๆ แค่เพียงวางไว้เฉย ๆ ไม่ต้องใช้เหยื่อล่อ เป็นตัวเลือกที่ชาวบ้านเลือกมาอย่างดีแล้ว

เราว่ายเข้าไปใกล้ลอบด้วยความสนใจ ลอบที่หินแปดไมล์ถูกบรรจงวางอย่างดี ชาวประมงนำหินมารองฐาน เพื่อยกโครงสร้างของลอบไม่ให้ทับปะการัง ลอบใหญ่แบบนี้จะถูกวางทิ้งไว้เป็นเวลานาน ชาวประมงจะแวะมาเก็บปลาออกจากลอบ แต่ไม่ได้ยกลอบขึ้น ตามโครงสร้างจึงเริ่มมีสาหร่ายเริ่มมาเกาะ บางอันถึงกับมีปะการังอ่อนต้นเล็ก ๆ เติบโตที่ฐาน ถ้ามันไม่ถูกกู้เก็บขึ้นไป คงมีสักวันหนึ่งที่ปะการังจะโตครอบทับสิ่งแปลกปลอมนี้จนกลืนหายไป

ในระหว่างที่เรากำลังดูปลาในลอบเพลิน ๆ ก็ได้ยินเสียงเครื่องเรือหางยาวดังมาจากด้านบน หลังจากเสียงเงียบไปสักครู่ เราเห็นกลุ่มคนกำลังดำลงมาจากผิวน้ำ อุปกรณ์ที่เขามีแตกต่างกับนักดำน้ำแบบเราอย่างชัดเจน ปลายท่อยางขนาดเล็กเสียบไว้กับหน้ากากดำน้ำ อีกด้านถูกเหน็บล็อกไว้กับเข็มขัดตะกั่วก่อนที่จะลากยาวขึ้นไปสู่ผิวน้ำด้านบน สายนี้ต่อตรงกับเครื่องปั๊มอากาศด้านบน เหนือหัวของพวกเขามีฟองอากาศออกมาตลอดเวลา พวกเขาไม่ใส่ตีนกบเหมือนอย่างนักดำน้ำ แต่เป็นรองเท้าสวมดูทะมัดทะแมง

เราลอยตัวดู ชาวประมง 2 คนที่ว่ายตรงลงมาที่ลอบซึ่งวางอยู่ที่ความลึก 20 เมตร พร้อมถังแกลลอนเปล่าใบใหญ่ คนหนึ่งตรงไปแก้ลวดที่มัดปิดล็อกบานประตูเปิด แล้วเอาอวนเล็กครอบทับบานเปิด เมื่ออวนเข้าที่พร้อม อีกคนก็เริ่มไล่ปลาจากในลอบให้ว่ายไปเข้าอวนที่รออยู่ พอปลาออกมาจนหมดก็มัดรวบปากอวนผูกเข้ากับถังแกลลอน เติมลมใส่ถังที่คว่ำปากลง ใช้เป็นถุงลมยกอวนที่มีปลาอยู่ลอยกลับขึ้นไปสู่ผิวน้ำด้วยความเร็วที่น่าตกใจ อีกคนมัดลวดปิดปากลอบให้กลับสู่สภาพเดิม ไม่ต้องมีใครเอ่ยปากหรือทำท่าสื่อสารสั่งงานกัน งานทั้งหมดจบลงภายในไม่กี่นาที เราดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความทึ่ง ตื่นเต้นกับการทำงานของพวกเขา จนทุกอย่างรอบตัวเหมือนจะเลือนหายไป แบบเดียวกับตอนที่เห็นฉลามวาฬว่ายผ่านมา

ชาวประมงพื้นบ้านเปลี่ยนจากการดำน้ำตัวเปล่ามาเป็นดำน้ำกับเครื่องอัดอากาศ เพื่อให้มีเวลาทำงานใต้น้ำได้นานขึ้น แต่พวกเขาไม่ได้สนใจเรียนทฤษฏีความดันแบบที่นักดำน้ำเรียนรู้ การขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างรวดเร็ว และแช่ทำงานอยู่ในพื้นที่ลึกนานจนเกินลิมิตที่มี รวมถึงการลงเก็บกู้ลอบหลายลูกในหนึ่งวัน ทำให้ชาวประมงเหล่านี้เจ็บป่วยจากโรคน้ำหนีบบ่อยครั้ง และผลของโรคนี้อาจจะทำให้พิการ อัมพาต หรือตายได้

04

ลอบจับปลาที่วางอยู่กลางจุดดำน้ำ เป็นภาพบาดตาสำหรับนักดำน้ำที่รักธรรมชาติหลายคน นักดำน้ำมักจะถูกสอนให้เกลียดชังชาวประมง เพราะชาวประมงคือตัวร้ายที่คอยจับปลาสวยงามออกจากจุดดำน้ำของพวกเขา หลายคนทนไม่ได้ ต้องทำหน้าที่เป็นตัวเอกช่วยเปิดหรือทำลายลอบเพื่อช่วยปลาออกมา พวกเขาลืมไปแล้วว่า ใครเป็นคนส่งข่าวพบเจอฉลามวาฬที่กองหินนี้

ลอบที่เสียหาย ถึงจะรู้ว่าเป็นฝีมือของนักดำน้ำ แต่ก็จับตัวหรือชี้ชัดไม่ได้ว่าเป็นใคร ถึงแม้เรือบริการนักดำน้ำหลายลำจะช่วยกันพูดบอกว่าอย่าทำลายลอบ แต่เหตุการณ์ก็ยังมีให้เห็นอยู่เสมอ

จำนวนนักดำน้ำที่เพิ่มขึ้น ทำให้ปลาว่ายเข้าลอบลดลงอย่างเห็นได้ชัด พอมีคนว่ายวนไปมาอยู่หน้าลอบ ปลาก็หนีออกไปนอกกองหิน ไม่ว่ายเข้ามาติดในลอบ ชาวประมงหลายคนย้ายลอบของตัวเองให้ลงไปสู่น้ำที่ลึกขึ้นด้านนอก เพื่อหนีปัญหาจากนักดำน้ำ แต่ยิ่งลึกก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการทำงาน เริ่มมีคนป่วยจากโรคน้ำหนีบบ่อยขึ้น ในสายตาของชาวประมง นักดำน้ำคือตัวร้ายที่คอยขัดขวางการหาเลี้ยงชีวิตของพวกเขา

ตัวร้ายในละครถูกวางบทให้ตรงข้ามกับตัวเอก ในชีวิตจริงไม่จำเป็นต้องยัดเยียดบทตัวร้ายให้กับใคร เพราะตัวเราก็อาจจะเป็นตัวร้ายในสายตาของเรื่องอีกมุมก็ได้

กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หินแปดไมล์มีประกาศคำสั่งห้ามทำประมง เพราะเหตุผลว่าเป็นแนวปะการังที่มีความสำคัญด้านการท่องเที่ยวดำน้ำของประเทศ การทำประมงในพื้นที่นี้ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

กองหินนี้ไม่ควรเป็นของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ความพิเศษของมันไม่ได้มาจากฉลามวาฬที่ผ่านเข้ามาเท่านั้น แต่ความพิเศษของมันเกิดขึ้นจากมิตรภาพที่ชาวประมงมีให้นักดำน้ำ เราอยากให้มันยังคงเป็นพื้นที่ที่แบ่งปันให้ใช้ร่วมกันได้ โดยไม่มีใครเป็นตัวร้าย ไม่มีใครจ้องจะทำลายธรรมชาติ เมื่อถึงวันนั้น พื้นที่นี้จะกลับมาเป็นพื้นที่ที่พิเศษสุดจริง ๆ อีกครั้ง

หมายเหตุ : คำสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 210/2564 เรื่องมาตรการคุ้มครองทรัพยากรปะการังในพื้นที่กองหินแปดไมล์ อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 3 ปี

สารคดีสัญชาติไทย

Writer & Photographer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

3 สิงหาคม 2560
9.19 K
The Cloud X  สารคดีสัญชาติไทย

ร้อยกว่าปีแห่งความโดดเดี่ยวของปู่จอร์จ เต่ายักษ์ตัวสุดท้ายของเกาะพินตา (Pinta) แห่งกาลาปากอส (Galapagos) นั้น เป็นเรื่องเศร้าราวกับนิยายรันทดที่แต่งขึ้นจากปลายปากกาของนักประพันธ์

แต่ทุกสิ่งทั้งหมดนี้คือเรื่องจริง… เรื่องราวของโลกที่ร้างไร้คู่ของปู่จอร์จผู้รอคู่ของมันจนวาระสุดท้ายของชีวิต

ผมมีโอกาสพบกับปู่จอร์จครั้งแรกในปี 2005 เป็นครั้งแรกที่ผมไปเยือนหมู่เกาะกาลาปากอส ซึ่งตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิกทางฝั่งตะวันตกของประเทศเอกวาดอร์ หลังจากที่เราใช้เวลานานกว่าสัปดาห์ล่องเรือไปดำน้ำตามหมู่เกาะต่างๆ ของกาลาปากอส วันสุดท้ายเรือของเราก็มาจอดที่หน้า Charles Darwin Reserch Station ซึ่งเป็นบ้านหลังสุดท้ายของปู่จอร์จ

กาลาปากอส

เต่ายักษ์แห่งหมู่เกาะกาลาปากอสเป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่พบในบริเวณหมู่เกาะกาลาปากอสกลางมหาสมุทรแปซิฟิกนั้นมีชนิดแยกย่อยไปมากกว่า 14 สายพันธุ์ กระจัดกระจายกันอยู่ไปตามเกาะแก่งต่างๆ ในบริเวณหมู่เกาะแห่งนี้

เต่ายักษ์แห่งกาลาปากอสเป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สิ่งที่น่าสนใจนอกเหนือจากขนาดใหญ่โตของมันก็คือ ในหมู่เกาะกาลาปากอสนั้น เต่ายักษ์ที่พบในแต่ละเกาะมีชนิดย่อยที่มีลักษณะแตกต่างกันไปตามลักษณะของแหล่งอาหารและการกินอาหารของมัน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ชาร์ลส์ ดาร์วิน นักชีววิทยาชาวอังกฤษที่มีโอกาสมาเยือนเกาะแห่งนี้เมื่อปี 1835 ได้ข้อสรุปในทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติ หรือ Natural Selection และตีพิมพ์หนังสือชื่อยาวมากๆ คือ On the Origin of Species by Means of Natural Selection, or the Preservation of Favoured Races in the Struggle for Life หรือที่เรารู้จักกันในชื่อย่อๆ ว่า On the Origin of Species ขึ้นมาในปี 1859 ไม่ใช่เพียงแค่พื้นฐานของการศึกษาวิชาชีววิทยาสมัยใหม่เท่านั้น ในอีกมุมหนึ่ง หนังสือเล่มนี้คือการปรับเปลี่ยนพื้นฐานทางความคิดครั้งใหญ่ของมนุษยชาติ จากแนวคิดที่ว่าสิ่งมีชีวิตถูกสรรค์สร้างขึ้นมาอย่างสมบูรณ์โดยพระผู้เป็นเจ้า กลายมาเป็นทฤษฎีที่ว่าด้วยวิวัฒนาการของสรรพสิ่งในธรรมชาติบนโลกใบนี้

ปู่จอร์จเป็นเต่าตัวสุดท้ายของเผ่าพันธุ์เฉพาะถิ่นที่พบบนเกาะพินตา คือ Chelonoidis abingdonii ถูกพบอยู่เพียงลำพังตัวเดียวท่ามกลางฝูงแกะ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 1971 บนเกาะที่แห้งแล้งปราศจากพืชพันธุ์ที่เต่ายักษ์แห่งเกาะพินตาสามารถใช้เป็นอาหารได้เลย เนื่องมาจากการขยายพันธุ์ของฝูงแกะที่ชาวเรือผู้มาตั้งถิ่นฐานในยุคแรกได้นำมาปล่อยไว้บนเกาะเพื่อใช้เป็นอาหาร และฝูงแกะผู้รุกรานนั้นได้ขยายเผ่าพันธุ์ไปจนมีเป็นจำนวนมาก และทำให้พืชพันธุ์ที่อยู่ในระดับสูงพอที่เต่ายักษ์บนเกาะแห่งนี้จะเอื้อมคอขึ้นกินถึงได้นั้นหายไปหมด และสิ่งนั้นเองคือที่มาของการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์

ปู่จอร์จถูกนำกลับมาดูแลที่ Charles Darwin Reserch Station และนักวิทยาศาสตร์ยังคงไม่ละความพยายามที่จะค้นหาคู่ให้ปู่จอร์จมาตลอด 40 ปี ในทางทฤษฎีแล้วอาจจะถือว่าเต่ายักษ์แห่งเกาะพินตานั้นได้เริ่มต้นนับถอยหลังสู่วันที่จะสูญพันธุ์นับตั้งแต่วันที่เราค้นพบปู่จอร์จแล้ว

มิถุนายน 2012 ผมกลับมาเยือนหมู่เกาะกาลาปากอสอีกครั้งหนึ่ง วันสุดท้ายของการเดินทางผมก็ไปเดินใน Charles Darwin Reserch Station อีกเช่นเคย ในวันนั้นเราเห็นปู่จอร์จนอนอยู่ใต้ร่มไม้ในมุมที่ห่างไกลเพียงลำพัง และไม่มีใครล่วงรู้ได้เลยว่าเราจะไม่ได้มีโอกาสพบกับปู่จอร์จอีกแล้ว

กาลาปากอส

หมู่เกาะกาลาปากอสกลางมหาสมุทรแปซิฟิกที่เกิดขึ้นจากเถ้าลาวาของภูเขาไฟ เมื่อประมาณ 7-8 ล้านปีที่แล้ว เป็นดินแดนที่สะท้อนถึงกระบวนการวิวัฒนาการของสายพันธุ์ต่างๆ ที่เด่นชัดที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

กาลาปากอส

ปู่จอร์จและฉลามหัวค้อนคือสัญลักษณ์ที่อยู่บนตราประทับของอุทยานแห่งชาติกาลาปากอส ซึ่งจะประทับลงไปบนหนังสือเดินทางทุกเล่มของผู้ที่มาเยือนหมู่เกาะแห่งนี้

24 มิถุนายน 2012 ปู่จอร์จในวันที่มีอายุมากกว่า 100 ปี (ไม่มีใครรู้ว่าปู่จอร์จมีอายุจริงๆ เท่าไรกันแน่) ก็จากโลกไปพร้อมกับสายพันธุ์เต่ายักษ์แห่งเกาะพินตาตัวสุดท้ายที่ถูกบันทึกว่าสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปจากโลกใบนี้

แล้วเต่าตัวหนึ่งที่สูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปจากธรรมชาตินั้นมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับพวกเรา ก็แค่เต่าตัวหนึ่งที่น่าสงสาร หรือว่าเป็นแค่เผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอก็แพ้ไปเท่านั้นหรือ…

ในแต่ละวัน นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่ามีสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นพืชพันธุ์ แมลง หรือว่าสัตว์ต่างๆ สูญพันธุ์ไปจากโลกนับร้อยชนิด และสาเหตุส่วนใหญ่ของการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์นั้นเกิดจากมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม

กิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการล่าเพื่อหาอาหาร การเปิดพื้นที่เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ สร้างโรงไฟฟ้า สร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ หรือแม้กระทั่งขนย้ายเอาสัตว์ต่างถิ่นเข้ามาเลี้ยงจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ย่อมส่งผลกระทบต่อการคัดสรรทางธรรมชาติอย่างที่เราอาจจะคาดไม่ถึง เช่น การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของเมือง ทำให้ท้องทุ่งริมป่าที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของสมันในแถบชายทุ่งรังสิตเมื่อ ร้อยกว่าปีก่อนกลายมาเป็นพื้นที่ทางการเกษตร ก่อนจะกลายเป็นโรงงานอุตสาหกรรม และหมู่บ้านจัดสรรในปัจจุบัน ย่อมทำให้ไม่มีสมันเหลืออยู่บนโลกใบนี้ เพราะสูญสิ้นแหล่งอาศัยไปตลอดกาลแล้ว

กาลาปากอส

ลักษณะของคอและรูปทรงของกระดองหลังที่แตกต่างกันไปของเต่ายักษ์กาลาปากอสแต่ละสายพันธุ์ย่อยนั้นเกิดจากการลักษณะของการกินอาหารในภูมิประเทศที่แตกต่างกันไปของแต่ละเกาะในหมู่เกาะกาลาปากอสแห่งนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้ชาร์ลส์ ดาร์วิน นำเสนอทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติหรือ Natural selection อันโด่งดังขึ้นมา

กรณีของปลาซักเกอร์ ปลาที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ กลายเป็นสายพันธุ์ต่างถิ่นที่เข้ามารุกรานแหล่งน้ำแทบทุกแห่งในประเทศไทย ในช่วงเวลาไม่ถึง 30 ปีที่ผ่านมานี้เอง อาจจะส่งผลให้ปลาหลายสายพันธุ์ที่เป็นพันธุ์พื้นเมืองสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปได้ในอนาคตอันใกล้

ในช่วงชีวิตของเรามีสรรพสิ่งรอบๆ ตัวที่สูญพันธุ์ไปมากและรวดเร็วกว่าสิ่งที่เราค้นพบ และดูเหมือนว่าอัตราเร่งของการสูญพันธุ์จะยิ่งรวดเร็ว รุนแรง เพิ่มขึ้นทุกปีตามการขยายตัวของมนุษยชาติ

โลกเพิ่งจะได้รู้จักกับเต่ายักษ์แห่งหมู่เกาะกาลาปากอสเมื่อไม่ถึง 200 ปีมานี้เอง ช่วงเวลา 200 ปีที่ดูเหมือนจะยาวนานในความรู้สึกเมื่อเทียบกับชีวิตอันแสนสั้นของเรา

แต่เชื่อไหมว่าระยะเวลา 200 ปีที่ผ่านไปนั้น อาจจะไม่ใช่เวลาที่ยาวนานเท่าไรของโลกและธรรมชาติ

กาลาปากอส

หลังจากที่ปู่จอร์จ เต่ายักษ์กาลาปากอสตัวสุดท้ายแห่งเกาะพินตาเสียชีวิตลง หมายถึงการสูญสิ้นของเต่าสายพันธุ์นี้ไปตลอดกาล ปู่จอร์จถูกส่งไปสตัฟฟ์และจัดแสดงไว้ที่ American Museum of Natural History ในมหานครนิวยอร์กชั่วคราว ก่อนที่จะถูกส่งกลับมาจัดแสดงไว้ที่ Charles Darwin Research Station เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธุ์ 2017 ที่ผ่านมานี้เอง

Harriet เต่ากาลาปากอสตัวหนึ่งที่ชาร์ลส์ ดาร์วิน นำใส่เรือ HMS Beagal กลับไปอังกฤษด้วย และถูกส่งไปอยู่ที่ออสเตรเลียในที่สุด เนื่องจากมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะกว่าในอังกฤษนั้น เพิ่งจะตายลงในปี 2006 และมีอายุราวๆ 175 ปี

ในขณะที่ชาร์ลส์ ดาร์วิน จากโลกนี้ไปตั้งแต่ปี 1882 สิ่งหนึ่งที่ดาร์วินอาจจะไม่มีโอกาสได้รู้ก็คือ ในช่วงระยะเวลาร้อยกว่าปีหลังจากทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติของเขาได้รับการตีพิมพ์ มนุษย์ก็ได้ทำหน้าที่ในการคัดเลือกสายพันธุ์ที่จะคงเหลือไว้แทนที่ธรรมชาติ

มรดกที่ดาร์วินทิ้งไว้ให้กับเราก็คือ คำถามที่มนุษย์เพียรพร่ำหาคำตอบมาแต่โบราณกาล อาจจะตั้งแต่แรกมีมนุษย์คนแรกเกิดขึ้นบนโลกนี้ก็คือ เรามาจากที่ไหน

แต่สิ่งที่คนรุ่นเราอาจจะต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ก็คือ แล้วอนาคต ถ้าหากมนุษย์ได้ทำลายกฎเกณฑ์ต่างๆ ของธรรมชาติบนโลกใบนี้ไปจนหมดสิ้นแล้ว

เผ่าพันธุ์ของเราจะไปอยู่ที่ไหน…

Save

Writer

นัท สุมนเตมีย์

ช่างภาพใต้น้ำมืออาชีพที่เรียกได้ว่าคนแรกๆ ของประเทศไทย เริ่มต้นจากการเป็นช่างภาพและนักเขียนให้กับนิตยสาร อ.ส.ท. และ อีกหลากหลายนิตยสารทั้งในและต่างประเทศมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 ปัจจุบันนอกเหนือจากการถ่ายภาพแล้ว นัท ยังถ่ายภาพยนต์สารคดีใต้ท้องทะเล และบันทึกภาพทางอากาศให้กับทีมงานสารคดีหลายทีม

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load