01

ในม่านหมอกฟ้าขุ่นใต้ทะเลด้านหน้า มีเงาราง ๆ ของสัตว์ขนาดใหญ่เคลื่อนตัวผ่านหน้าไปช้า ๆ นักดำน้ำทุกคนเพ่งสายตาและหันหน้าไปทางทิศเดียวกันเพื่อไล่ตามให้ทัน ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลใดฉลามวาฬที่เป็นเป้าหมายของทุกคนหักเลี้ยวเข้ามาทางทิศที่เราลอยตัวรออยู่ เงาจาง ๆ ค่อย ๆ ชัดขึ้นทุกที จนเห็นลวดลายสีขาวบนตัวของมันได้ชัด จุดขาวเหล่านี้ เหมือนกับลายนิ้วมือของคนเรา ไม่มีฉลามวาฬตัวไหนมีลวดลายซ้ำกัน

ถึงแม้จะเคยเจอฉลามวาฬมาก่อน แต่ทุกครั้งที่ได้เจอ เราก็ยังคงตื่นเต้นจนทุกอย่างรอบตัวเหมือนจะเลือนหายไป

นักดำน้ำหลายคนตามหาฉลามวาฬตัวแรกในชีวิตมาหลายปี บางคนผ่านการดำน้ำมาหลายร้อยไดฟ์ก็ยังไม่ได้เห็น บนเรือในทริปเดียวกัน บางคนอาจจะเจอ บางคนอาจจะพลาด ขนาดลงดำน้ำที่จุดเดียวกันพร้อม ๆ กัน ก็ไม่ใช่ว่าจะได้เจอกันหมดทุกคน คนใกล้ตัวเราเคยพูดติดตลกว่า ฉลามวาฬก็เหมือนกับความรัก รู้ว่ามีแต่ไม่เคยเจอ คนส่วนใหญ่จึงพยายามไล่ตามโอกาสนั้นสักครั้ง

นักดำน้ำและชาวประมง ใครเป็นตัวร้ายในเรื่องราวใต้ท้องทะเล
02

มันเริ่มต้นเมื่อปีที่แล้ว ชาวประมงในพื้นที่หลีเป๊ะส่งข่าวบอกนักดำน้ำท้องถิ่นว่า เวลาที่พวกเขาลงไปกู้ลอบปลาที่หินแปดไมล์ เขาได้เจอกับฉลามวาฬบ่อยครั้ง นักดำน้ำกลุ่มแรก ๆ เดินทางไปตามข่าวจากชาวประมง และพบว่าฉลามวาฬที่เข้ามาที่หินแปดไมล์ มีขนาดโดยเฉลี่ยใหญ่กว่าที่พบเจอในจุดดำน้ำอื่น และบางครั้งพวกมันเข้ามาพร้อม ๆ กัน มากกว่าหนึ่งตัว

ฉลามวาฬไม่ใช่วาฬที่ต้องโผล่ขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ พวกมันเป็นปลาแท้ ๆ ที่อยากจะว่ายน้ำลงไปลึกแค่ไหนก็ได้ จะว่ายไปที่ไหนก็ได้ การมีสถานที่ที่เป็นจุดนัดพบกับพวกมันเป็นประจำถือเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา

หลังจากนั้นไม่นาน หินแปดไมล์ถูกยึดครองด้วยเรือบริการนักดำน้ำเกือบทุกวัน บางวันมีเรือมาจอดรอพร้อม ๆ กัน 5 ลำ

ถ้าไม่มีข่าวฉลามวาฬ หินแปดไมล์คือจุดดำน้ำที่แทบจะไม่ค่อยมีใครอยากไป ความแรงของกระแสน้ำที่นี่ทำให้อากาศในถังอากาศที่พกลงไปหมดลงได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะถ้าต้องว่ายต้านน้ำอยู่ตลอดเวลา ถึงจะมีปลาเล็กปลาน้อยคลุมกองหินอยู่เยอะ แต่ส่วนใหญ่แล้วน้ำค่อนข้างขุ่นเหมือนหมอกหนาทึบ ถึงจะมีฉลามวาฬว่ายอยู่ใกล้ ก็อาจจะมองไม่เห็นตัวเสียด้วยซ้ำ

นักดำน้ำและชาวประมง ใครเป็นตัวร้ายในเรื่องราวใต้ท้องทะเล
นักดำน้ำและชาวประมง ใครเป็นตัวร้ายในเรื่องราวใต้ท้องทะเล
03

ในกองหินมีลอบจับปลาขนาดใหญ่วางอยู่ 4 – 5 ลูก ตั้งแต่โควิดระบาดรุนแรง คนท้องที่ที่เคยทำงานบริการท่องเที่ยวผันตัวกลับมาเป็นชาวประมง บางหมู่บ้านลงขันกันสร้างลอบตักปลาขนาดใหญ่ซึ่งมีราคาแตะหมื่นบาท เพื่อจะเป็นอุปกรณ์หลักในการเลี้ยงดูชีวิต ทดแทนรายได้ที่หดหาย อุปกรณ์จับปลามีหลายแบบ บางอย่างก็ทำลายล้างกวาดหน้าดิน บางอย่างก็ทำลายทั้งแนวปะการัง แต่พวกเขาเลือกใช้ลอบจับปลาเพราะมันไม่ได้รุกรานธรรมชาติใด ๆ แค่เพียงวางไว้เฉย ๆ ไม่ต้องใช้เหยื่อล่อ เป็นตัวเลือกที่ชาวบ้านเลือกมาอย่างดีแล้ว

เราว่ายเข้าไปใกล้ลอบด้วยความสนใจ ลอบที่หินแปดไมล์ถูกบรรจงวางอย่างดี ชาวประมงนำหินมารองฐาน เพื่อยกโครงสร้างของลอบไม่ให้ทับปะการัง ลอบใหญ่แบบนี้จะถูกวางทิ้งไว้เป็นเวลานาน ชาวประมงจะแวะมาเก็บปลาออกจากลอบ แต่ไม่ได้ยกลอบขึ้น ตามโครงสร้างจึงเริ่มมีสาหร่ายเริ่มมาเกาะ บางอันถึงกับมีปะการังอ่อนต้นเล็ก ๆ เติบโตที่ฐาน ถ้ามันไม่ถูกกู้เก็บขึ้นไป คงมีสักวันหนึ่งที่ปะการังจะโตครอบทับสิ่งแปลกปลอมนี้จนกลืนหายไป

ในระหว่างที่เรากำลังดูปลาในลอบเพลิน ๆ ก็ได้ยินเสียงเครื่องเรือหางยาวดังมาจากด้านบน หลังจากเสียงเงียบไปสักครู่ เราเห็นกลุ่มคนกำลังดำลงมาจากผิวน้ำ อุปกรณ์ที่เขามีแตกต่างกับนักดำน้ำแบบเราอย่างชัดเจน ปลายท่อยางขนาดเล็กเสียบไว้กับหน้ากากดำน้ำ อีกด้านถูกเหน็บล็อกไว้กับเข็มขัดตะกั่วก่อนที่จะลากยาวขึ้นไปสู่ผิวน้ำด้านบน สายนี้ต่อตรงกับเครื่องปั๊มอากาศด้านบน เหนือหัวของพวกเขามีฟองอากาศออกมาตลอดเวลา พวกเขาไม่ใส่ตีนกบเหมือนอย่างนักดำน้ำ แต่เป็นรองเท้าสวมดูทะมัดทะแมง

เราลอยตัวดู ชาวประมง 2 คนที่ว่ายตรงลงมาที่ลอบซึ่งวางอยู่ที่ความลึก 20 เมตร พร้อมถังแกลลอนเปล่าใบใหญ่ คนหนึ่งตรงไปแก้ลวดที่มัดปิดล็อกบานประตูเปิด แล้วเอาอวนเล็กครอบทับบานเปิด เมื่ออวนเข้าที่พร้อม อีกคนก็เริ่มไล่ปลาจากในลอบให้ว่ายไปเข้าอวนที่รออยู่ พอปลาออกมาจนหมดก็มัดรวบปากอวนผูกเข้ากับถังแกลลอน เติมลมใส่ถังที่คว่ำปากลง ใช้เป็นถุงลมยกอวนที่มีปลาอยู่ลอยกลับขึ้นไปสู่ผิวน้ำด้วยความเร็วที่น่าตกใจ อีกคนมัดลวดปิดปากลอบให้กลับสู่สภาพเดิม ไม่ต้องมีใครเอ่ยปากหรือทำท่าสื่อสารสั่งงานกัน งานทั้งหมดจบลงภายในไม่กี่นาที เราดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความทึ่ง ตื่นเต้นกับการทำงานของพวกเขา จนทุกอย่างรอบตัวเหมือนจะเลือนหายไป แบบเดียวกับตอนที่เห็นฉลามวาฬว่ายผ่านมา

ชาวประมงพื้นบ้านเปลี่ยนจากการดำน้ำตัวเปล่ามาเป็นดำน้ำกับเครื่องอัดอากาศ เพื่อให้มีเวลาทำงานใต้น้ำได้นานขึ้น แต่พวกเขาไม่ได้สนใจเรียนทฤษฏีความดันแบบที่นักดำน้ำเรียนรู้ การขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างรวดเร็ว และแช่ทำงานอยู่ในพื้นที่ลึกนานจนเกินลิมิตที่มี รวมถึงการลงเก็บกู้ลอบหลายลูกในหนึ่งวัน ทำให้ชาวประมงเหล่านี้เจ็บป่วยจากโรคน้ำหนีบบ่อยครั้ง และผลของโรคนี้อาจจะทำให้พิการ อัมพาต หรือตายได้

04

ลอบจับปลาที่วางอยู่กลางจุดดำน้ำ เป็นภาพบาดตาสำหรับนักดำน้ำที่รักธรรมชาติหลายคน นักดำน้ำมักจะถูกสอนให้เกลียดชังชาวประมง เพราะชาวประมงคือตัวร้ายที่คอยจับปลาสวยงามออกจากจุดดำน้ำของพวกเขา หลายคนทนไม่ได้ ต้องทำหน้าที่เป็นตัวเอกช่วยเปิดหรือทำลายลอบเพื่อช่วยปลาออกมา พวกเขาลืมไปแล้วว่า ใครเป็นคนส่งข่าวพบเจอฉลามวาฬที่กองหินนี้

ลอบที่เสียหาย ถึงจะรู้ว่าเป็นฝีมือของนักดำน้ำ แต่ก็จับตัวหรือชี้ชัดไม่ได้ว่าเป็นใคร ถึงแม้เรือบริการนักดำน้ำหลายลำจะช่วยกันพูดบอกว่าอย่าทำลายลอบ แต่เหตุการณ์ก็ยังมีให้เห็นอยู่เสมอ

จำนวนนักดำน้ำที่เพิ่มขึ้น ทำให้ปลาว่ายเข้าลอบลดลงอย่างเห็นได้ชัด พอมีคนว่ายวนไปมาอยู่หน้าลอบ ปลาก็หนีออกไปนอกกองหิน ไม่ว่ายเข้ามาติดในลอบ ชาวประมงหลายคนย้ายลอบของตัวเองให้ลงไปสู่น้ำที่ลึกขึ้นด้านนอก เพื่อหนีปัญหาจากนักดำน้ำ แต่ยิ่งลึกก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการทำงาน เริ่มมีคนป่วยจากโรคน้ำหนีบบ่อยขึ้น ในสายตาของชาวประมง นักดำน้ำคือตัวร้ายที่คอยขัดขวางการหาเลี้ยงชีวิตของพวกเขา

ตัวร้ายในละครถูกวางบทให้ตรงข้ามกับตัวเอก ในชีวิตจริงไม่จำเป็นต้องยัดเยียดบทตัวร้ายให้กับใคร เพราะตัวเราก็อาจจะเป็นตัวร้ายในสายตาของเรื่องอีกมุมก็ได้

กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หินแปดไมล์มีประกาศคำสั่งห้ามทำประมง เพราะเหตุผลว่าเป็นแนวปะการังที่มีความสำคัญด้านการท่องเที่ยวดำน้ำของประเทศ การทำประมงในพื้นที่นี้ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

กองหินนี้ไม่ควรเป็นของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ความพิเศษของมันไม่ได้มาจากฉลามวาฬที่ผ่านเข้ามาเท่านั้น แต่ความพิเศษของมันเกิดขึ้นจากมิตรภาพที่ชาวประมงมีให้นักดำน้ำ เราอยากให้มันยังคงเป็นพื้นที่ที่แบ่งปันให้ใช้ร่วมกันได้ โดยไม่มีใครเป็นตัวร้าย ไม่มีใครจ้องจะทำลายธรรมชาติ เมื่อถึงวันนั้น พื้นที่นี้จะกลับมาเป็นพื้นที่ที่พิเศษสุดจริง ๆ อีกครั้ง

หมายเหตุ : คำสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 210/2564 เรื่องมาตรการคุ้มครองทรัพยากรปะการังในพื้นที่กองหินแปดไมล์ อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 3 ปี

สารคดีสัญชาติไทย

Writer & Photographer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

ราว ๆ สิบกว่าปีที่แล้ว ไม่นานนักหรอก ผมจำได้ว่าขณะทำงานในป่า เรามีความรู้สึกคล้ายอยู่ ‘หลังเขา’ เหมือนตัดขาดออกจากโลกภายนอก ติดต่อผู้คนได้เพียงจากวิทยุสื่อสาร ซึ่งหลายครั้งเราก็อยู่ในที่อับสัญญาณ ห่างไกลความเจริญ สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าในป่าที่เราอยู่ไม่กันดารนัก คือ มีเครื่องบินผ่าน 

ตอนดึก ๆ ทุกคืน เมื่อต้องใช้เวลาในแคมป์นาน ๆ เพื่อเฝ้ารอสัตว์ป่า หลาย ๆ ครั้งเราไม่รู้หรอกว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน เพราะการทำงานในป่านั้น สัตว์ป่าเป็นผู้กำหนดเวลา ไม่ใช่เรา นอกจากเครื่องมือ เครื่องใช้สำหรับทำงาน เสบียงและอื่น ๆ เพื่อการอยู่ในป่านาน ๆ แล้ว เรามีอุปกรณ์สำคัญซึ่งขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ วิทยุทรานซิสเตอร์ ไม่ใช่วิทยุยี่ห้อใดก็ได้ คนทำงานในป่ารู้ดีว่า ต้องเป็นวิทยุยี่ห้อ ธานินทร์ เพราะยี่ห้อนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า รับคลื่นได้ดีกว่า

เดินทางถึงแคมป์ บางคนหาที่ผูกเปล กางเต็นท์ เตรียมที่ประกอบอาหาร ที่วางเสบียง ห่างจากที่นอนอยู่หลายวัน ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยอันทำให้มดมารุม จะมีคนหนึ่งลากสายไฟปีนขึ้นต้นไม้เอาไปเกาะยอดไม้สูง ๆ เพื่อเป็นเสาอากาศวิทยุ อันจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่รู้สึกว่าอยู่หลังเขาเท่าใดนัก ไม่ได้ตัดขาดจากโลก

เรารับรู้เรื่องราวจากทั่วโลกด้วยคลื่นที่มาขาด ๆ หาย ๆ

ในตอนนั้น เป็นช่วงเวลาที่คนบนโลกรู้แล้วว่า โลกที่เราอยู่เริ่มเปลี่ยนแปลง มีการศึกษาวิจัยมีข้อมูลมากมาย อันทำให้รู้ว่าสาเหตุภัยพิบัติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั่นเป็นเพราะเราทำลายสภาพแวดล้อม จนกระทั่งวงจรต่าง ๆ ขาดสะบั้น

คนบนโลกจำนวนไม่น้อยพยายามร่วมมือแก้ไข ปกป้อง

ความรู้ต่าง ๆ ไม่ใช่ข้อมูลลับ ไม่ใช่ข้อมูลใหม่ แต่ดูเหมือนคนจำนวนหนึ่งจะไม่ใส่ใจฟัง รวมทั้งเชื่อว่า วิถีการพัฒนาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเท่านั้นจะทำให้มีชีวิตที่ดี

เป็นความจริงที่เชื่อว่าไกลตัว

แต่เมื่อรับฟังอยู่ในที่ไกล ๆ ในป่า เรารับรู้ได้ดีว่า หลายเรื่องราวไม่ไกลตัวเราเลย

หม่อมเชน-ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เข้าป่ากับวิทยุธานินทร์ และการค้นพบความจริงจากสัตว์
หมูป่า

ถึงวันนี้ ไม่น่าจะมีใครสงสัยอีกแล้วว่า ภาวะโลกร้อนเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และส่งผลกระทบรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และผลกระทบนี้ไม่ได้เดือดร้อนแค่คน ชีวิตต่าง ๆ ในป่าก็เลี่ยงไม่พ้น

ในความเป็นจริง คำว่า ‘ภาวะโลกร้อน’ หรือเรื่องของอุณหภูมิที่เพิ่มช้า ๆ ทั่วโลกนั้น เป็นเพียงหนึ่งในหลายสิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงเท่านั้น รวมทั้งเป็นแค่ดัชนีหลักตัวหนึ่งที่ใช้วัดสถานการณ์ สภาพภูมิอากาศ ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงไปทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นกระแสลม กระแสคลื่นในมหาสมุทร การเกิดพายุ การกระจายของโรคระบาด คลื่นความร้อน การก่อตัว การละลายของหิมะบนยอดเขา ไฟป่า อุทกภัย และภัยแล้ง

อุณหภูมิจึงคล้ายเป็นแค่เศษเสี้ยวของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น

สภาพอากาศหนาวเย็น ฝนตกกลางฤดูแล้ง พืชอาหารออกผลน้อย ไม่มีไฟป่าเผาทุ่ง ไม่มีระบัดหรือหญ้าอ่อน ๆ ที่สัตว์กินพืชรอ

หม่อมเชน-ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เข้าป่ากับวิทยุธานินทร์ และการค้นพบความจริงจากสัตว์
ค่าง กินใบไม้มากกว่าผลไม้ และพวกมันใช้แสงแดดอุ่น ๆ ยามเช้าช่วยให้หายเปียกชื้น
หม่อมเชน-ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เข้าป่ากับวิทยุธานินทร์ และการค้นพบความจริงจากสัตว์
สมเสร็จ พวกมันเดินทางโดยมีแหล่งอาหารเป็นตัวกำหนด

ในป่า ชีวิตต่างต้องปรับตัว นกเงือกตัวเมียจำนวนมากเลือกออกจากโพรงที่ขังตัวเองไว้ ทิ้งไข่ พวกมันรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ปีที่จะเลี้ยงลูกให้มีชีวิตที่ดีได้ หยุด เพื่อรอเวลาเหมาะสม เป็นสิ่งที่พวกมันเลือกทำ

ช่วงเวลาที่ฝนทิ้งช่วง ทั้งที่ควรเป็นเวลาแห่งฝน ช้างนำโขลงโดยตัวเมียอาวุโส พาสมาชิกในครอบครัวหยุดที่แอ่งน้ำเล็ก ๆ ใช้ตีนแข็งแรงขุดดินเป็นหลุมน้ำซึม ให้ดินทรายเป็นเครื่องกรองน้ำ 

สัตว์ป่ารับรู้ ยอมรับการปรับตัวเพื่ออยู่ให้รอด เป็นสิ่งหนึ่งในวิถี

วิทยุทรานซิสเตอร์ของ ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพสัตว์ป่า และพฤติกรรมของสัตว์ที่บอกเราว่า โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
วิทยุทรานซิสเตอร์ของ ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพสัตว์ป่า และพฤติกรรมของสัตว์ที่บอกเราว่า โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ช้างโขลงที่มีลูกเล็ก ใช้แอ่งน้ำเล็ก ๆ บรรเทาความกระหาย ในวันที่ป่าควรชื้นด้วยสายฝน

การปรับตัวจำเป็น คนทำงานเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ หากใครไม่พูดถึงภาวะโลกร้อน คล้ายจะตกขบวนรถ 

แต่งานก็ไม่ได้ง่ายขึ้นสักเท่าไหร่

โลกจะร้อนหรือเย็น มีความจริงอยู่ว่า สัตว์ป่ายังคงถูกล่า

13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ลูกเสือโคร่ง ลูกนกเงือกกรามช้างจำนวนหนึ่ง ถูกพบขณะเตรียมส่งผู้ซื้อ การซื้อขายสัตว์ป่าทั้งเป็นซากและยังมีชีวิตเฟื่องฟู

อวัยวะสัตว์ ตั้งแต่ช้าง เสือโคร่ง ลิ่น เป็นที่ต้องการ สัตว์ที่ถูกพบเดินทางไปไม่ถึงปลายทาง กลายเป็น ‘ของกลาง’ คล้ายจะต้องติดอยู่ในกรงไปตลอดชีวิต

สัตว์ป่าที่ดีคือสัตว์ป่าที่ตายแล้ว ดูเหมือนจะเป็นความเชื่ออันไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าโลกจะเดินไปถึงไหน

ความเชื่อในเรื่องราวสัตว์ป่า ทำให้พวกมันสิ้นอนาคต แต่มีความจริงที่ทำให้พวกมันอยู่รอด 

มีชาวสวนส่วนหนึ่งใช้นกที่หลายคนเชื่อว่า พวกมันเป็นลางร้ายช่วยกำจัดหนูในสวน แมลงอย่างผึ้งนั้น เกษตรกรใช้พวกมันผสมเกสรต้นผลไม้ให้นานแล้ว

ถึงวันนี้ ทำงานในป่า วิทยุทรานซิสเตอร์ไร้ความสำคัญ สัญญาณโทรศัพท์ครอบคลุมไปเกือบทั่วทุกพื้นที่

มีข่าวสาร ข้อมูลมหาศาล ข้อมูลหาได้ง่ายดาย

กระนั้นก็เถอะ บางสิ่งคล้ายจะไม่เปลี่ยนแปลง

แววตาลูกเสือโคร่งที่ตกเป็น ‘ของกลาง’ ทำให้ผมต้องยอมรับว่า ในวันที่ความรู้ข้อมูลหาได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว ยังมีคนจำนวนไม่น้อย ใช้ ‘ความเชื่อ’ ในการดำรงชีวิต

มีโอกาสได้อยู่ใกล้สัตว์ป่า พวกมันนี่แหละ สอนให้ผมรู้ว่า ความจริงบนโลกนี้เป็นอย่างไร

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load