มกราคม 2563 – หลังเทศกาลปีใหม่ พวกเราเริ่มได้ข่าวการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 จากประเทศจีน ไม่กี่สัปดาห์ต่อมามีการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศไทย ความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ

กุมภาพันธ์ 2563 – จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศไทยค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้น ความกังวลของผู้คนเริ่มเปลี่ยนเป็นความหวาดวิตก ทุกครั้งที่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ เราเห็นคลื่นความตื่นตระหนกของสังคมบนโซเชียลมีเดีย

มีนาคม 2563 – สถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลข่าวสารมากมายล้นโซเชียลมีเดีย บ้างเป็นข่าวจริง บ้างเป็นแค่ข่าวลือแพร่สะพัดที่ทำให้สังคมยิ่งโกลาหล

12 มีนาคม 2563 – COVID Tracker แพลตฟอร์มรวบรวมข้อมูลผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 แบบเรียลไทม์ พร้อมบอกพิกัดและรายละเอียดของผู้ติดเชื้อ เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย 

COVID Tracker, COVID-19, โควิด-19

COVID Tracker นับเป็นแพลตฟอร์มจัดระเบียบและแสดงข้อมูลที่มาช่วยแก้ Pain Point ของสังคมได้อย่างทันท่วงที ทำให้จนถึงวันนี้ มีผู้คนแวะเวียนเข้าไปดูข้อมูลแสนเป็นประโยชน์บนแพลตฟอร์มนี้แล้วกว่า 5 ล้านคน 

คอลัมน์ Little Big People พาคุณไปทำความรู้จักคนกลุ่มเล็กผู้อยู่เบื้องหลัง COVID Tracker อย่าง 5Lab บริษัทให้บริการเทคโนโลยีสัญชาติไทย ที่ลุกขึ้นมาสร้างแรงกระเพื่อมขนาดใหญ่ให้สังคมด้วยการทำสิ่งที่ถนัด จากความตั้งใจแรกที่อยากทำไว้แค่แชร์กันในหมู่เพื่อนฝูง สู่การแชร์ต่อไปในวงกว้างนับแสนครั้ง

The Hackathon

5Lab คือบริษัทเทคโนโลยีที่ให้บริการด้านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน อีคอมเมิร์ซ ไปจนถึงซอฟแวร์ต่างๆ ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือจะทำให้เทคโนโลยีมีความเป็นมนุษย์ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน ก่อตั้งโดย Co-Founders 3 คน คือ โบว์-พัชรินทร์ ตันชัยเอกกุล, ใหม่-อาพร พลานุเวช และ โน้ต-นิธิ ประสานพานิช

covid tracker

โบว์เริ่มเล่าว่า “วันที่เราคุยกันว่าจะทำ COVID Tracker คือวันที่มีการพบผู้ติดเชื้อที่สีลม ซึ่งมันใกล้ตัวมาก เพราะออฟฟิศเราอยู่สาทร น้องคนหนึ่งในทีมก็พูดขึ้นว่า ‘ทำไมในไทยไม่มีใครทำ Tracker บอกตำแหน่งผู้ติดเชื้อสักที แล้วเราจะไประวังตัวกันได้ยังไง เราทำกันดีไหม’ เราก็ตัดสินใจกันตอนนั้นเลยว่าเอาดิ งั้นมาเริ่มทำ Hackathon กันเลย”

Hackathon คือรูปแบบการทำงานที่ทุกคนในทีมจะโยนไอเดียและระดมสมองกัน เพื่อทำให้งานชิ้นนั้นๆ สำเร็จลุล่วงโดยไม่หยุดหรือเลิกไประหว่างทาง 

“จะเรียกว่าทำแบบมาราธอนก็ได้ เพราะไม่เสร็จห้ามหยุด ดังนั้นการทำงานรูปแบบนี้ อะไรไม่จำเป็นเราจะไม่ทำ เพราะกลัวไม่ได้นอน (หัวเราะ) 

COVID Tracker, COVID-19, โควิด-19

“เราทำ Hackathon กันตั้งแต่ตอนเย็นๆ ระดมทีมกันหาข้อมูล เขียนโปรแกรม ทำต้นแบบ และออกแบบการใช้งานสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป User Experience (UX) และ User Interface (UI) โดยจุดมุ่งหมายในการออกแบบ คือเราพยายามทำให้มันเรียบง่ายที่สุด พยายามให้ข้อมูลทั้งหมดมีไม่เกินหนึ่งหน้า คือเปิดมาปุ๊บเห็นข้อมูลทั้งหมดเข้าใจภาพรวม เท่านั้นพอ

“จนถึงประมาณเที่ยงคืน COVID Tracker ก็เสร็จสมบูรณ์ และเปิดให้คนทั่วไปเข้ามาใช้งานได้”

Old Ways Won’t Open New Door

5Lab เปิดทำการมาแล้ว 3 ปี มีทีมงานทั้งสิ้น 7 คน

“ทุกวันนี้ในประเทศไทยมีบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นเยอะมาก พอเจนเนอเรชันของคนทำงานเปลี่ยน วัฒนธรรมการทำงานก็เปลี่ยนตามไปด้วย เราทำงานกันแบบสบายๆ คำว่าสบายในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าทำงานง่าย แต่หมายถึงรีแลกซ์” โบว์อธิบาย

covid tracker

“เทคโนโลยีทำให้เราทำงานได้สะดวก โดยไม่ต้องมาเจอหน้ากัน ไม่จำเป็นต้องมานั่งประชุมกันทั้งวัน จริงๆ ออฟฟิศใหม่ๆ ยุคนี้ มีนโยบาย Work from home กันมาตั้งนานแล้ว ก่อนจะมีเรื่องโรคระบาดอีก (ยิ้ม) 5Lab ก็ให้ทุกคนในทีม Work from home ทุกวันศุกร์ คุณจะทำงานจากที่ไหนก็ได้ตราบใดที่ประสิทธิภาพของคุณไม่ลดลง” 

โบว์เล่าว่าทุกเช้าก่อนเริ่มงานจะมี Stand Up Meeting ให้ทีมแต่ละคนอัปเดตสิ่งที่อยู่ในความรับผิดชอบแบบเร็วๆ 1 – 2 นาที จากนั้นแยกย้ายกันทำงานเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา

“Stand Up Meeting เป็นวัฒนธรรมการทำงานของฝรั่งเจเนอเรชันใหม่ๆ ที่จะไม่นั่งประชุมกันนาน และด้วยความที่องค์กรเราเล็ก การสื่อสารระหว่างกันก็ง่าย สะดวก เร็ว ทุกคนในทีมไม่ว่าจะรุ่นไหน เด็กกว่า แก่กว่า ก็โยนไอเดียใส่กันได้หมด

COVID Tracker, COVID-19, โควิด-19

“โดยไอเดียอะไรก็ตามที่ถูกหยิบขึ้นมา ถ้าคุยกันแล้วทุกคนเห็นพ้องต้องกัน มันก็เกิดขึ้นได้ทุกอย่าง COVID Tracker ก็เช่นกัน ตอนนั้นเราคิดแค่ว่าทำคืนนี้ แล้วพรุ่งนี้จะ Launch ให้เพื่อนๆ พ่อแม่ในกรุ๊ปไลน์ครอบครัวสวัสดีวันจันทร์เท่านั้น ไม่ได้คิดว่ามันจะไปไกลขนาดนี้

“ไกลขนาดที่ว่า มีเพื่อนส่งลิงก์ COVID Tracker มาให้ บอกว่าเพื่อนที่ออสเตรเลียส่งมา โดยที่เขาไม่รู้ว่าโบเป็นคนทำเอง คือมันวนกลับมาถึงเราอีกลูปหนึ่ง” (ยิ้ม)

A Better Version

1 สัปดาห์นับจากการเปิดให้คนเข้าใช้งานเป็นครั้งแรก 5Lab พัฒนา COVID Tracker ไปแล้ว 1 เวอร์ชัน จากที่มีแค่ภาษาไทย เพิ่มมาอีก 4 ภาษา คืออังกฤษ ญี่ปุ่น จีนกวางตุ้ง และจีนกลาง โดยรับนักแปลอาสาสมัครที่อยากใช้ทักษะของตัวเองให้เป็นประโยชน์ ในช่วงที่ต้องอาศัยความร่วมมือกันคนละไม้คนละมือแบบนี้

“นอกจากข้อมูลของผู้ติดเชื้อที่แสดงบนแผนที่ เราเพิ่มเรื่องของโรงพยาบาลเข้ามาด้วย ว่ามีโรงพยาบาลไหนรับตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสตัวนี้บ้าง สิบแปดโรงพยาบาลที่คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าตรวจฟรี จริงๆ แล้วไม่ใช่ทุกคนเข้าไปตรวจฟรีได้ คุณต้องมีอาการเข้าเกณฑ์จึงจะได้รับการตรวจฟรี ข้อมูลที่ใส่เพิ่มเติมเข้าไปพวกนี้เราหาเองและมีแหล่งอ้างอิงข้อมูลชัดเจน”

5Lab, COVID Tracker, COVID-19, โควิด-19

โบว์บอกว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนจำนวนมากช่วยรายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อเข้ามาให้ 5Lab แต่ทางทีมไม่สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาแสดงบนแพลตฟอร์ม COVID Tracker เพราะจำเป็นต้องใช้เฉพาะข้อมูลที่มีประกาศหรือยืนยันอย่างเป็นทางการจากกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น โดยเฉพาะตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมที่ต้องตรงกันตลอด ผิดพลาดไม่ได้เลย

“เราได้รับฟีดแบ็กดีๆ มากมายที่ช่วยไกด์ให้เรารู้ว่าควรพัฒนา ปรับปรุง หรือแก้ไขตรงไหนต่อ เพื่อให้แพลตฟอร์มมีประสิทธิภาพต่อการใช้งานที่สุด และได้รับการติดต่อจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่อยากเข้ามาช่วย

“แต่การช่วยก็มีหลายระดับ บางแห่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ เราเข้าใจระบบการทำงานขององค์กรระดับนี้นะ ว่าต้องไปเข้าร่วมประชุมหารือต่างๆ อีกหลายครั้ง ถ้าจะทำงานร่วมกัน เราจึงแจ้งไปว่าทีมงานเรามีน้อย แถมยังมีงานประจำที่ต้องทำอยู่ เราขอเป็นข้อมูลที่ครบถ้วนซึ่งเราใช้ได้โดยตรง ส่งมาเลย น่าจะรวดเร็วและคล่องตัวกว่า” โบกล่าวยิ้มๆ

covid tracker

Is Phase 3 Coming?

COVID Tracker เป็นแพลตฟอร์มแบบ Location Base ที่ระบุพิกัดของผู้ติดเชื้อ เพื่อให้คนรู้ว่าพื้นที่ไหนมีความเสี่ยง และจะได้เลี่ยงไปในพื้นที่นั้นๆ 

ใหม่อธิบายว่า “ปัจจุบันที่เราอยู่ในเฟสสองจุดเก้า ยังไม่เข้าเฟสสามของการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ตอนนี้จำนวนผู้ติดเชื้อมีมากขึ้น กระทรวงสาธารณสุขออกมายืนยันตัวเลขผู้ติดเชื้อ แต่ไม่ระบุตำแหน่งว่าผู้ติดเชื้อแต่ละรายอยู่พื้นที่ไหนบ้าง ทำให้การทำงานยากขึ้น เพราะเราก็ไม่มีข้อมูล ทำให้ชี้พิกัดลงไปบน COVID Tracker ไม่ได้ คนที่เข้ามาดูก็ไม่ได้รับข้อมูลไปด้วย”

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ 5Lab ได้วางแผนดำเนินการแพลตฟอร์ม COVID Tracker สำหรับการเข้าสู่เฟสที่ 3 ของการระบาดแล้ว 

covid tracker

“นิยามของเฟสสามตามที่เราเข้าใจ คือ คนติดเชื้อไวรัสตัวนี้กันทั่วไป จนไม่สามารถหาต้นตอว่าแต่ละคนได้รับเชื้อมามาจากไหน และคงมีคนที่ติดเชื้อแบบไม่รู้ตัวจำนวนหนึ่งในสังคม บางคนแสดงอาการ บางคนไม่แสดงอาการแต่ก็เป็นพาหะได้ 

“พอถึงจุดนั้น ข้อมูลผู้ติดเชื้อที่เราใส่ลงไปใน COVID Tracker คงไม่น่าจะสำคัญอีกแล้ว เพราะที่ไหนๆ ก็ไม่ปลอดภัยและมีสิทธิ์ได้รับเชื้อทั้งนั้น เราก็จะเปลี่ยนแพลตฟอร์ม จากที่ให้ข้อมูลเรื่องผู้ติดเชื้อ ไปเป็นให้ข้อมูลความช่วยเหลือรูปแบบต่างๆ แทน เช่น สถานพยาบาลที่คนจะมุ่งหน้าไป

“ตอนนี้เรากำลังทำงานร่วมกับกลุ่ม NGO ที่กำลังรวบรวมข้อมูลสถานพยาบาล แต่ละแห่งมีเตียงที่รองรับผู้ติดเชื้อได้กี่คน มีเครื่องมือทางการแพทย์อยู่มากน้อยแค่ไหน คนควรจะรู้ว่าต้องไปที่ไหนที่มันปลอดภัย สถานพยาบาลไหนที่ยังมีเตียงเหลือ” โน๊ตเสริม

covid tracker

โบว์เล่าต่อถึงการประสานงานกับกระทรวงอุตสาหกรรม “เรากำลังประสานงานกับหน่วยงานที่ดูแลเรื่องผู้ประกอบการ เพื่อใส่ข้อมูลสถานที่ที่คนไปหาซื้ออาหารและข้าวของเครื่องใช้ได้ ที่ไหนขาด ที่ไหนเหลือ ที่ไหนขายเท่าไหร่ อันนี้ก็สำคัญ 

“คนจะได้ไม่ต้องตื่นตระหนกไปซื้อของจากซูเปอร์มาร์เก็ตกัน เพราะยังมีผู้ประกอบการรายอื่นๆ อีก ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอะไรกิน ซึ่งจะไม่ได้ช่วยแค่ประชาชน แต่ถือเป็นการช่วยผู้ประกอบการรายย่อยด้วย เพราะตอนนี้ทุกคนก็โดนผลกระทบกันหมด”

Keep Calm and Wash Your Hands

“หลายคนก็ถามนะว่ากดดันหรือเปล่า ต้องบอกว่าโชคดีที่ทีมเราไม่ได้วางแผนกันเยอะ (หัวเราะ) คือเราไม่ได้ตั้งเป้าอะไรกันไว้มากมาย เราทำไปเรื่อยๆ ตามที่สถานการณ์มันเปลี่ยนแปลง ทำให้เราไม่ได้กดดันอะไร ที่สำคัญคือเราสนุกที่ได้ทำสิ่งนี้ รู้สึกท้าทายที่จะเห็นผลลัพธ์ของสิ่งที่เราทำ มันสร้างอะไรบางอย่างให้สังคม

“พวกเรามีพี่ตูน บอดี้สแลม เป็นแรงบันดาลใจ เขาพูดเสมอตอนวิ่งโครงการก้าวคนละก้าวว่า ‘ผมทำเพราะผมสนุก แล้วมันทำให้เกิดผลลัพธ์ต่อสังคม’ เอาจริงๆ ว่าทีมเราคงรู้สึกฟินสุดๆ ถ้าพี่ตูนช่วยแชร์ COVID Tracker ด้วย” โบว์กล่าวทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม

5Lab, COVID Tracker, COVID-19, โควิด-19

Writer

Avatar

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

Avatar

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Little Big People

เรื่องราวของเหล่าคนตัวเล็กผู้มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้น

คุณรู้จักซีรีส์สืบสวนสอบสวนอย่าง CSI ไหม แล้ว NCIS, Bones หรือ Partners for Justice ล่ะ

ถ้ารู้จัก คงเคยได้ยินชื่ออาชีพ ‘นักนิติวิทยาศาสตร์’ อยู่บ้าง พวกเขาคือผู้เชี่ยวชาญที่ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล เพื่อช่วยสืบคดีและค้นหาความจริงผ่านศพ 

ในประเทศไทย นักนิติวิทยาศาสตร์คือหนึ่งในทีมเบื้องหลังของ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ผู้ช่วยพิสูจน์อัตลักษณ์เพื่อติดตามคนหายและพาโครงกระดูกนิรนามกลับบ้าน

ฟังดูอาจเป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้จริงแล้ว ‘คนหาย’ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับใคร เมื่อไหร่ก็ได้ อย่างที่เราเคยเห็นฉลากน้ำดื่มที่มีภาพเด็กหาย เห็นโพสต์ตามหาญาติในเพจมูลนิธิกระจกเงา รวมไปถึงประกาศผ่านข่าวและหน้าหนังสือพิมพ์ไม่เว้นแต่ละวัน

'สถาบันนิติวิทยาศาสตร์' ศาสตร์การอ่านบันทึกชีวิตบนกระดูก พาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน

แต่ไม่ว่าชีวิตพวกเขาจะอยู่ในสถานะใด เป้าหมายของ พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และ นก-นฤมล ภราสมพงษ์ นักนิติวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มตรวจวิเคราะห์กระดูก กองพัฒนาระบบการติดตามคนหายและการพิสูจน์ศพนิรนาม คือ ‘การพาทุกคนกลับบ้าน’ 

ครั้งนี้ The Cloud จึงขอนำทุกท่านเข้าสู่โลกเบื้องหลังอันเต็มไปด้วยความหวังที่ไม่เคยริบหรี่ พบเจอกับกลุ่มคนผู้เปี่ยมพลังในการเปลี่ยนความหวังให้เป็นความจริง

'สถาบันนิติวิทยาศาสตร์' ศาสตร์การอ่านบันทึกชีวิตบนกระดูก พาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน

3,291
สถานะ : พบตัว / ส่งคืน

ครอบครัวหนึ่งลาออกจากงาน เดินทางตั้งแต่เหนือจรดใต้ของประเทศไทยเพื่อตามหาคนรักที่หายไป โดยมีเพียงกระดาษ A4 ที่พรินต์รูปคนสำคัญและความหวังที่จะพาเขานั้นกลับบ้าน

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีบุคคลสูญหายกว่า 2,346 ราย บุคคลนิรนามอีก 1,663 ราย ศพนิรนามอีก 2,848 ราย และตัวเลขเหล่านี้เพิ่มขึ้นทุกวันตามสถิติในหน้าเว็บไซต์ของ คณะกรรมการพัฒนาระบบการติดตามคนหาย และการพิสูจน์คนนิรนามและศพนิรนาม (ค.พ.ศ.)

ตัวเลขหลักพันประกอบจากชีวิตหลักหน่วยที่อาจเป็นได้ตั้งแต่คนชราผู้มีโรคอัลไซเมอร์ติดตัว ผู้ป่วยที่มีอาการหลงลืม เด็กที่ประสบอุบัติเหตุจนจำอะไรไม่ได้ หรือแม้กระทั่งผู้เคราะห์ร้ายจากคดีฆาตกรรม

สถาบันนิติวิทยาศาสตร์จึงทำงานทั้งในแง่ประกาศคนหาย ประกาศคนนิรนาม ประกาศศพนิรนาม จนถึงพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ทั้งจากข้อมูล ลายนิ้วมือ ผลทันตกรรม ไปจนถึง DNA เพื่อช่วยในการทำคดี

'สถาบันนิติวิทยาศาสตร์' ศาสตร์การอ่านบันทึกชีวิตบนกระดูก พาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน

เราขอฉายภาพให้เข้าใจก่อนว่า พวกเขามีภารกิจช่วยคนและศพ ประเทศไทยมี ‘คนหาย’ ที่ไม่แน่ใจในสถานะ พวกเขาคือคนที่ญาติแจ้งความกับตำรวจ และยินยอมเผยแพร่ข้อมูลเพื่อให้ ‘สังคม’ ช่วยแจ้งเบาะแส 

ประเทศไทยมี ‘คนนิรนาม’ ที่ยังมีชีวิต แต่จำชื่อตนเองไม่ได้ ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ถูกบ้างผิดบ้าง อีกทั้งบางคนเดินทางข้ามจังหวัด จนการตามหาคนรู้จักกลายเป็นเรื่องยาก

สุดท้าย ประเทศไทยมี ‘ศพนิรนาม’ จำนวนนับพันที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร บางคนมาในสถานะที่ญาติยังจดจำใบหน้าได้ และบางคนมาเพียงกระดูก ถึงอย่างนั้น นักนิติวิทยาศาสตร์ก็มองว่า กระดูกเพียงไม่กี่ชิ้นคือหลักฐานสำคัญที่ทำให้รู้ว่า พวกเขาเคยมีชีวิตอยู่บนโลก

แต่การนำคนหายและศพกลับบ้านไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฐานข้อมูลคนหายในไทยยังกระจัดกระจายไม่รวมเป็นหนึ่ง บ้างไม่ถูกบันทึกลงระบบ ไหนจะเรื่องสิทธิในการเปิดเผยข้อมูลที่คลุมเครือ

'สถาบันนิติวิทยาศาสตร์' ศาสตร์การอ่านบันทึกชีวิตบนกระดูก พาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน

“เราไม่ทราบว่าญาติของผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นใคร จะเปิดเผยข้อมูลลงเว็บให้ญาติมาหาก็ยังมีความก้ำกึ่งเรื่องสิทธิมนุษยชน เราจึงควรมี พ.ร.บ. บุคคลสูญหาย บุคคลนิรนาม หรือศพไร้ญาติ เพื่อระบุข้อกำหนดให้ชัดเจนในการเก็บ DNA เผยแพร่ข้อมูล รวมถึงทำให้สังคมรู้ว่านี่คือธุระของทุกคน”

นอกจากมูลนิธิกระจกเงาผู้ทำงานด้านบุคคลสูญหายมายาวนาน ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยังพยายามขับเคลื่อนเรื่องนี้โดยอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชน พัฒนาระบบ CIR เพื่อให้ข้อมูลที่ญาติกรอกและข้อมูลที่หน่วยงานรับแจ้งจับคู่กันได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงจัดระเบียบการฝังศพนิรนามในสุสานศพไร้ญาติ เพื่อให้พวกเขายังมีโอกาสกลับสู่ครอบครัว

“ในสุสานต่างจังหวัดไม่มีการจัดการที่เป็นระบบ เราเลยทำ MOU ร่วมกับมูลนิธิสว่างอริยะธรรมสถาน (เม่งเลี้ยง) และกลุ่มสหพุทธรรมสงเคราะห์ (พ้งเลี้ยง) เพื่อสร้างมาตรฐานการเก็บศพ กำหนดว่าเก็บไว้กี่ปี ระบุเงื่อนไขก่อนเผาทำลาย เราไม่อยากให้ถึงวันที่ญาติมา แล้วพบว่าคนในหลุมถูกเผาไปแล้ว 

“แล้วเรายังมีกรณีที่ญาติทราบว่าศพอยู่กับที่นี่ แต่ไม่มีเงินมารับกลับ ทางเราเองก็มีต้นทุนในการดำเนินงานจำกัดสวนทางกับจำนวนคนหาย ในอนาคตจึงมีแผนเปิดมูลนิธิของสถาบันเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในส่วนต่าง ๆ เพิ่มเติม”

ผู้อำนวยการเล่าพร้อมพาเราขึ้นไปยังห้องเก็บกระดูก เพื่อพบกับนฤมล นักนิติวิทยาศาสตร์ผู้อยู่เบื้องหลังการวิเคราะห์กระดูก และส่งศพนิรนามกลับบ้าน

'สถาบันนิติวิทยาศาสตร์' ศาสตร์การอ่านบันทึกชีวิตบนกระดูก พาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน

จุดเริ่มต้นจากคำถามของคุณหญิงพรทิพย์

“คิดว่าความรู้ของตัวเองมีประโยชน์อะไร ไหนลองบอกมา” คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ (ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการและอาจารย์ในสมัยนั้น) ถามนฤมล

เธอเพิ่งส่งใบสมัครเข้าทำงานที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และถูกเรียกให้เข้าสัมภาษณ์ภายในไม่กี่วัน

“หนูรู้จักแค่โครงกระดูกมนุษย์และร่างกายมนุษย์ค่ะ แต่ไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เลย” เธอตอบ

“งั้นมาลองทำดูโดยใช้ความรู้ที่มี พี่กำลังต้องการความรู้นั้น”

นฤมลเป็นเด็กสายวิทย์ เรียนจบปริญญาตรีคณะเทคนิคการแพทย์ สาขาวิชารังสีเทคนิค มหาวิทยาลัยมหิดล เข้าทำงานเป็นนักรังสีเทคนิคในแผนกเอกซเรย์ของโรงพยาบาล ก่อนเรียนต่อจนจบปริญญาโทกายวิภาคศาสตร์ เพราะตนเองคล่องเรื่องกระดูกมนุษย์ แต่ตอนนั้นยังไม่มีคำว่านิติวิทยาศาสตร์อยู่ในความคิดของเธอ

“เพื่อนเคยแซวตอนเรียนปริญญาโทว่า จบแล้วไปทำงานกับอาจารย์พรทิพย์สิ เพราะเรามักเห็นท่านนั่งทานข้าวในโรงอาหาร เราไม่กลัวศพ เราไม่กลัวเลือด แต่ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกคล้อยตามเพื่อน

“พอจบกายวิภาคมา คนส่วนใหญ่ไปเป็นอาจารย์ เราก็คิดอย่างนั้น จนไปเจอเว็บไซต์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ประกาศรับคนจบปริญญาสาขาที่เราเรียนหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง เราก็ส่งไปจนได้สัมภาษณ์กับอาจารย์พรทิพย์ในอีก 2 วันถัดมา”

'สถาบันนิติวิทยาศาสตร์' ศาสตร์การอ่านบันทึกชีวิตบนกระดูก พาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน

ยุคนั้นปริญญาโทกายวิภาคมีนักศึกษาเรียนจบน้อย ในรุ่นของนฤมลมีเพียง 2 คน เธอจึงกลายเป็นบุคลากรคุณภาพในวันที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพิ่งเริ่มก่อตั้ง ถึงขั้นที่คณะกรรมการคุยกันว่า โปรไฟล์นี้คือคนที่คุณหญิงต้องการ

“พอสัมภาษณ์เสร็จเราถามอาจารย์พรทิพย์ว่า หนูได้ไหมคะ ท่านบอกว่า มาทำงานได้เลย อาจารย์มอบหมายให้อยู่ศูนย์พิสูจน์บุคคลสูญหาย จนถึงวันนี้ 19 ปีแล้ว เราก็ยังทำงานที่นี่อยู่”

เข้างานวันแรก ๆ หน้าที่ของนฤมลคือการรับศพและเดินทางไปที่เกิดเหตุเพื่อค้นหากระดูก ฟังดูเหมือนง่าย แต่เส้นทางการทำงานที่แท้จริงขรุขระเสมอ เธอต้องขวนขวายอ่านหนังสือ ปรึกษาขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ และสอบชิงทุนเพื่อไปศึกษาการทำงานในต่างประเทศ หนึ่งในนั้นคือการไปเรียนที่ฮาวายใน Forensic Science Academy ห้องปฏิบัติการนิติมานุษยวิทยา (Central Identification Laboratory, Hawaii) ที่ดีที่สุดในโลก

“อาจารย์พรทิพย์เห็นความสำคัญเรื่องนิติวิทยาศาสตร์มานานแล้ว เพราะประเทศไทยในอดีตไม่มี กระดูกหรือศพเน่าจึงถูกละเลยเพราะไม่มีข้อมูล แต่ด้วยการขับเคลื่อนของอาจารย์และอีกหลายท่าน ไทยจึงได้ร่วมมือกับต่างประเทศ และตัวเองก็ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่จนมีความรู้ในการทำงานมากขึ้นเรื่อย ๆ”

'สถาบันนิติวิทยาศาสตร์' ศาสตร์การอ่านบันทึกชีวิตบนกระดูก พาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน

Diary of Life

หากศพอยู่ในสภาพที่แพทย์ชันสูตรตรวจสอบอะไรต่อไม่ได้ ด่านต่อไปคือการค้นหาข้อมูลจากกระดูก หน้าที่ของนฤมลคือการรับศพจากห้องแล้วนำไปสลายที่นครนายก เพื่อเอาเนื้อเยื่อออกและทำความสะอาด จากนั้นจึงตรวจกระดูกอย่างละเอียดเพื่อค้นหาร่องรอย ความผิดปกติ เช่น โรคและบาดแผลต่าง ๆ

“ไม่ใช่ทุกเคสที่มีกุญแจให้เราไข แต่บางเคสมี เช่น Defend Wound คนอาจยกแขนขึ้นมาป้องกันตัวจนเกิดรอยลึกบนกระดูก ถ้าพี่เห็นรอยแตกบนกระดูกเป็นรอยสันคมแนวขนาน แปลว่าอาจเกิดจากของมีคม

“หรือสมมติเจอกองเนื้ออยู่บนพื้น พี่เอามาตรวจแล้วเจอรูกลม ๆ บนกระดูก แปลว่าสาเหตุการตายอาจไม่ใช่รถทับ เพราะมีรอยกระสุน ใครบ้างจะปล่อยให้รถทับแล้วมายิงซ้ำ หรือเจอศพแล้วค่อยมายิง หากพี่ส่งสิ่งที่ตรวจเจอให้พนักงานสอบสวน อย่างน้อยเขาอาจเอาไปเป็นข้อมูลสำหรับทำคดีต่อได้” นฤมลเล่าประสบการณ์

ด้วยความที่คลุกคลีกับศพและกระดูกมานาน เพียงการมองด้วยตาเปล่าก็ทราบได้ว่านั่นคือกระดูกคนหรือสัตว์ เพราะฉะนั้น หากสงสัย โปรดส่งมาให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบ

'สถาบันนิติวิทยาศาสตร์' ศาสตร์การอ่านบันทึกชีวิตบนกระดูก พาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน

“เราจะนำกระดูกที่ได้ทั้งหมดมาเรียง เพื่อสร้าง Biological Profile ระบุเพศ อายุ เชื้อชาติ ส่วนสูง สาเหตุการตาย ซึ่งมีส่วนช่วยในการหาคนหายและทำคดี อย่างกระดูกชิ้นนี้ที่มีเหล็กดามอยู่” เธอชี้

เหล็กที่ว่าเป็นข้อมูลพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลชิ้นสำคัญ หากทราบเพิ่มเติมว่าศพนี้เป็นเพศชาย อายุระหว่าง 19 – 30 ปี มีเหล็กดามเข่า เจ้าหน้าที่จะลดจำนวนกลุ่มเป้าหมาย โดยตีวงไปยังผู้สูญหายที่เพศ ช่วงอายุ ประวัติทางการแพทย์ และข้อมูลจากญาติตรงกัน

“จากที่มีข้อมูลคนสูญหายเพศชายในระบบ 100 คน อาจเหลือแค่ 20 คนที่ขาเจ็บ หากศพดามเหล็กที่ขาขวา อาจเหลือที่ตรงกันแค่ 5 คน หลังจากนั้นจะมีการ Confirm Test โดยนำญาติมาที่สถาบันฯ เพื่อตรวจสอบหลักฐาน รูปพรรณสัณฐาน และข้อมูลเพิ่มเติมทางการแพทย์ ถ้าเข้าข่ายจึงส่งไปตรวจ DNA”

เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘ข้อมูล’ โดยเฉพาะข้อมูลจากญาติพี่น้อง หากใครมีประวัติทันตกรรมหรือประวัติทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นผลเอกซเรย์ ผ่าตัด หรือดามเหล็ก โปรดเก็บเอาไว้ให้ดี สิ่งนี้คือหลักฐานที่จะตามหาญาติของท่านจนพบ

'สถาบันนิติวิทยาศาสตร์' ศาสตร์การอ่านบันทึกชีวิตบนกระดูก พาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน
'สถาบันนิติวิทยาศาสตร์' ศาสตร์การอ่านบันทึกชีวิตบนกระดูก พาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน

แล้วในคดีสำคัญ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้ตรวจสอบไม่มีอคติในการทำงาน

นฤมลบอกว่าทุกกระบวนการเป็นไปตามหลักสากลที่เรียกว่า Blind Analysis คือเธอไม่ทราบข้อมูลของโครงกระดูกเลย ไม่ว่าจะประวัติ สำนวนคดี หรือสถานที่ที่พบ เพื่อปฏิบัติกับกระดูกทุกโครงอย่างเท่าเทียม

“สุดท้ายพี่จะรู้ข้อมูลเองเมื่อศพบอก สมมติ พี่เจอรากไม้ตามโพรงจมูก พี่จะเขียนลงในรายงานว่ามีรากไม้ ซึ่งอาจตรงกับคดีว่า ตำรวจไปเก็บมาจากป่า ขุดจากดิน หรืองมจากในน้ำ บางทีเราไปพลิกป่าหาเอง ได้มา 1 ชิ้นก็ถือว่าได้ แต่ข้อมูลจะน้อยกว่าได้มาทั้งโครง”

ภาพ : นันโท ศาสตร์ประสิทธิ์

เกือบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา งานนี้สอนเธอว่า กระดูกที่คนอื่นมองเป็นเพียงกระดูก แท้จริงแล้วคือสมุดบันทึกชีวิตที่ไม่ใช่ใครก็เปิดอ่านได้

“แต่เราคือคนนั้น ใครเคยแขนหัก ขาหัก มันบันทึกอยู่ในกระดูก ต่อให้ผ่านไป 10 – 20 ปีมันก็จะถูกบันทึกอยู่อย่างนั้น พี่จะเห็นร่องรอย พี่จะรู้ว่าเขามีตัวตน แต่ถ้ากระดูกนี้ไปอยู่กับคนอื่น เป็นผู้เคราะห์ร้ายสักคนที่ล้มอยู่ที่ไหนสักแห่ง กระดูกของพวกเขาอาจกระจัดกระจาย ตัวตนแตกสลาย และหายไปตลอดกาล

“อะไรที่จะบอกกับประชาชนได้ คืออยากให้ช่วยแจ้งพนักงานสอบสวนเพื่อเก็บกระดูกที่คุณพบมาให้เรา ไม่ต้องกังวลว่านั่นจะเป็นกระดูกสัตว์แล้วใครจะว่าอะไร หากนั่นเป็นคนที่คุณรัก คุณก็คงคิดเหมือนกันว่าอยากเพิ่มโอกาสในการหาเขาให้เจอ”

'คนหายไม่ใช่เรื่องไกลตัว' คุยกับทีมงานสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ผู้อยู่เบื้องหลังการพาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน

จะรอวันได้พบเธอ

“พี่ทำงานนี้มา 19 ปี ไม่ได้สำเร็จทั้งหมด แต่ก็หาเจอหลายเคส พี่ไม่ได้ไปคุยกับญาติเขาโดยตรง แต่ดีใจอยู่ข้างหลังทุกครั้งที่มีน้องมาบอกว่า เราได้คืนคนสำคัญให้ครอบครัว 

“มีจริง ๆ พ่อแม่ที่แข็งแรงดีเดินออกไปตลาด แต่หายไปเป็น 10 ปี บางคนความจำดีแต่ดันถูกรถเฉี่ยวจนหลงลืม ถูกส่งไปสถานสงเคราะห์ บางคนหนีออกมาเพราะจะกลับบ้าน แต่ดันหลงไปไกลกว่าเดิม ลูกหลานลาออกจากงานเพื่อตามหา หากเขารู้ว่าสุดท้ายพ่อแม่อยู่ที่นี่ อย่างน้อยชีวิตเขาก็ได้เดินต่อ อย่างน้อยเขาก็ได้พ่อแม่คืน

“กระดูกที่คุณเก็บมาให้เราตรวจ คุณรู้ไหมว่าเขาตามหากันขนาดไหน” นฤมลเล่าอย่างตั้งใจ

ภายในห้องเก็บกระดูกของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มีกระดูกนิรนามรอคอยการกลับบ้านกว่า 1,600 โครง จาก 4 จังหวัดที่สถาบันรับผิดชอบ อาวุโสที่สุดอยู่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2545 และมีอีกมากมายกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย

ภาพ : นันโท ศาสตร์ประสิทธิ์

“เรามีกลุ่มพิสูจน์อัตลักษณ์ที่ติดต่อกับญาติ กลุ่มบริหารจัดการฐานข้อมูลเพื่อสร้างศูนย์กลางข้อมูลเดียวกันทั้งประเทศ กลุ่มห้องปฏิบัติการทำหน้าที่ตรวจพิสูจน์หลักฐานจากศพ และกลุ่มติดตามคนหายที่ทำงานกับทุกภาคส่วนทั้งตำรวจและโรงพยาบาล คือเก็บข้อมูลกับคนไข้เพื่อตามหาญาติเลย เราไม่อยากให้เขาจากไปแล้วค่อยเก็บข้อมูล เพราะหากเจอเร็วย่อมเป็นประโยชน์กว่า”

นอกจากความรู้สึก การตามหาคนหายและระบุตัวตนศพนิรนามยังเป็นเรื่องของการพิทักษ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะลบคำสบประมาท หาตัวคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมาย คืนความยุติธรรมในคดี รวมถึงมอบสิทธิอันชอบธรรมคืนให้กับครอบครัว ออกใบมรณบัตร สิ้นสุดคดี ยุติการชำระหนี้แทน 

“ทั้งหมดเป็นบริการประชาชน ตั้งแต่แจ้งหาย เก็บหลักฐาน เก็บ DNA จนถึงรับศพกลับบ้าน ไม่มีการเก็บค่าบริการทั้งคนหายและการตรวจพิสูจน์ศพนิรนาม เว้นแต่เป็นการตรวจที่ไม่ใช่ทางคดี

“การพาศพกลับบ้านอาจไม่ได้เป็นประโยชน์กับผู้ตาย แต่เป็นการทำเพื่อคนที่ยังมีชีวิตอยู่ เราอยากให้สังคมตระหนักถึงเรื่องนี้ แล้วมาแจ้งเบาะแส เก็บกระดูกมาพิสูจน์ เราจะพาพวกเขากลับบ้าน”

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load